| yamamura's profile-'๑'-.....MY FICTION.......PhotosBlogLists | Help |
-'๑'-.....MY FICTION....-'๑'-JH_LoveProject April 29 Love punish 94- 94 -
“นี่...ให้นายนะ” Hyde เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นอกกว้างพลางยื่นดอกไม้สีขาวในมือไปต่อหน้าชายหนุ่ม...คิ้วเรียวเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างงงงันแต่ก็ยอมรับมาแต่โดยดี “ฉันเจอมันบานอยู่ข้างทาง...ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวขนาดนี้...มันกลับยังเติบโตขึ้นมาได้” ร่างเล็กอธิบายขณะที่มองตามดอกไม้ในมือชายหนุ่มที่กำลังถูกเสียบลงในแก้วน้ำทรงสูงที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง
“แล้วนายเลยถือวิสาสะพรากมันมาจากต้น...ให้มันมาเหี่ยวแห้งตายอยู่ในแก้วน้ำเนี่ยน่ะเหรอ”
“เปล่านะ !!” Hyde รีบปฎิเสธ... แต่เมื่อลองคิดดูแล้วเพราะไม่ทันคิดเขาเลยไปเด็ดมันออกมาจากต้นโดยไม่รู้ว่ามันจะแข็งแกร่งต่อไปได้อีกนานแค่ไหน...ใบหน้างามสลดวูบลงทันทีเมื่อคิดไปถึงการกระทำของตนเอง
“เฮ้...ใจเย็นก็แค่แซวเล่น...ไม่คิดว่านายจะซีเรียสขนาดนี้” J โอบไหล่ร่างเล็กแนบแน่นขึ้นเพื่อปลอบใจ
“แต่ว่า....”
“เอาเถอะน่า...จะคิดมากไปทำไม...ดอกไม้สวย ๆ มันก็ต้องมีคนชื่นชมถึงจะถูก....” J ว่าพลางตบไหล่ร่างเล็กเบา ๆ เพื่อให้คลายความกังวล...รู้สึกว่าพักนี้อารมณ์ของ Hyde ดูจะเปราะบางเสียเหลือเกิน
“ว่าแต่นายเอาแค่ดอกไม้มาไถ่โทษที่แอบหนีออกไปโดยไม่บอกฉันเรื่องนี้มันออกจะไม่ถูกต้องอยู่นะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก...เมื่อตนเองคิดหาวิธีที่จะทำให้ Hyde ลืมเลือนทุกเรื่องราวออกไปจากใจให้หมดได้แล้ว
“ก็แล้วนายจะเอาอะไรล่ะ ?” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ
“อยากได้ความอบอุ่น” จบคำพูดพร้อมกับริมฝีปากผ่าวร้อนที่ก้มลงมาจู่โจมไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว...Hyde เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่าแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่พลิกกายมาทาบทับอยู่เบื้องบน
“เดี๋ยวก่อน !! นายไม่สบายอยู่นะ” ร่างเล็กร้องห้ามพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางปิดริมฝีปากซุกซนที่กำลังซุกไซร้อยู่ที่ข้างแก
้ม “เพราะไม่สบายไง...ถึงอยากได้ไออุ่นจะได้หายเร็ว ๆ”
“บ้า...เดี๋ยวได้ตายเร็วขึ้นพอดี” ใบหน้างามอมชมพูระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย...เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย... ร่างเล็กเบือนมองไปทางอื่นเมื่อรู้สึกว่าดวงตาเรียวรีกำลังจ้องมองมาอย่างสื่อความหมาย
...ฝ่ามือบางที่เคยปัดป้องเปลี่ยนเป็นโอบรอบแผ่นหลังชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น เมื่อริมฝีปากนั้นแนบสนิทลงมามอบความเร่าร้อนให้อีกครั้ง... ปลายลิ้นลุกไล่พัวพันปลุกกระตุ้นสัมผัสรัญจวนใจให้ยิ่งทวีความเร่าร้อนมากมายขึ้นทุกที
...มือของทั้งคู่ต่างช่วยกันปลดเปลื้องพันธนการทุกชิ้นให้หลุดพ้นไปจากร่างกาย...เพียงแค่วันเดียวที่หัวใจของพวกเขาถูกคุกคามให้แยกออกจากกัน...ไม่เคยคิดว่าร่างกายทุกอณูจะโหยหาสัมผัสของอีกฝ่ายจนแทบบ้าคลั่งมากมายปานนี้...ทุกสัมผัสที่กระทบต้องร่างเร่าร้อนเหมือนไฟที่มอดไหม้อยู่ในอก
...ร้อนจนแทบละลายแต่กลับอยากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความเร่าร้อนนั้น...
“จ...J....ด...เดี๋ยว...” Hyde เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหบพร่า...ลมหายใจกระชั้นถูกระบายออกมาเบา ๆ เมื่อตนเองรู้สึกได้ถึงบางอย่างจากร่างกายของชายหนุ่ม
“หืมม์” J ส่งเสียงขานรับออกมาอย่างไม่สนใจ เวลานี้อะไรก็มาทำให้เขาผละออกห่างจากร่างกายยั่วเย้าของอีกฝ่ายไม่ได้
“นายยังตัวร้อนอยู่เลยนะ...”
“ก็นายทำให้มันร้อนไง...” ชายหนุ่มยังคงมุ่งมั่นปลุกกระตุ้นร่างบอบบางในอ้อมแขน...คล้ายดั่งจะขับกล่อมให้ลืมเลือนเรื่องวุ่นวายไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะอะไรให้หมดไป
“นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ !!” Hyde เสียงแข็งขึ้นมาบ้างเมื่อความรู้สึกเป็นห่วงกำลังมีอำนาจเหนือกว่าอารมณ์รักที่กำลัง
ถูกปลุกเร้าอยู่ในขณะนี้…น้ำเสียงจริงจังที่แฝงแววห่วงใยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมแถมมันกำลังเป็นจะชนวนให้บางสิ่งที่กำลังกระตุ้นเร้าเมื่อครู่เลือนหายไป J เงยหน้าขึ้นมาจากผิวเนื้อนุ่มเนียนหอมกรุ่นนั่นอย่างนึกเสียดาย...ก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเซ็ง ๆ คงเพราะก่อนหน้านี้ Hyde ไม่ได้สังเกตเห็นอาการป่วยของเขาเลยอาจคิดไปว่าคงต้องเพิ่มการเอาใจใส่มากกว่านี้
‘...มาสังเกตอะไรเอาตอนนี้...’
“Haido…ไม่มีอะไรให้นายต้องกังวล...ฉันสบายดีถ้าเพราะเรื่องนี้จะทำให้ฉันอาการหนักจนตายล่ะก็...ฉันคงตายไปนานแล้ว” J พยายามปลอบใจให้ร่างเล็กคลายความกังวล...แต่ในใจก็อดนึกขำไม่ได้เมื่อแอบคิดไปว่า
‘…ฉันต่างหากที่ต้องกังวลว่านายจะไม่สบายไปอีกคน...’
“แต่ว่า....”
“ช่างมันเถอะน่า”
J บอกปัดเอาดื้อ ๆ โดยแนบริมฝีปากปิดกลีบปากบางที่ทำท่าจะเอ่ยพูดอะไรออกมาอีก...เพียงไม่นานเมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนเริ่มต้นทำงานของมันอย่างจริงจัง
...บางสิ่งบางอย่างที่เกือบมอดไหม้เลือนหายไปก็ถูกกระตุ้นให้ติดขึ้นมาอีกครั้ง... และคราวนี้ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ยินยอมแม้แต่จะเว้นจังหวะสักน้อยนิดให้ร่างเล็กข้างใต้ขบคิดสิ่งใดไปมากกว่าแสงสว่างของจุดหมายปลายทางที่เขากำลังจะพาไปถึง
... แก่นกายร้อนถูกแทรกเข้าไปอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายกำลังเมามายกับรสสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอให้...เสียงหอบครางเร่งเร้าดังหวานอยู่ข้างหู... ปลายเล็บที่จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังเป็นเครื่องหมายแห่งการลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างไปจน
หมดสิ้นแล้ว ...เวลานี้ในสมองของ Hyde มีแต่ม่านหมอกสีขาวกับเสียงหอบครางทุ้มต่ำที่เป็นเครื่องหมายนำทางไปให้ถึงที่สุดแห่
งอารมณ์... แขนเรียวโอบรั้งรอบคอชายหนุ่มให้มอบจุมพิตแสนหวานเมื่อตนเองกระหายริมฝีปากและปลายลิ้นของอีกฝ่าย...ระยะทางแห่งความสุขสมดูจะกระชั้นสั้นขึ้นทุกที... ‘…เร็วอีก... J พาฉันไป...’
เสียงเร่งเร้าที่ก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจดูจะสื่อให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ง่ายดาย... เมื่อใบหน้างามที่ผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อพลิกส่ายไปมาสลับกับเสียงหอบครางเครือที่กระชั้นถี่เร็วในจังหวะสุดท้ายของความสุข
“อ๊ะ...อาาาาา... J...อ๊าาาา” เสียงครางหวานสุดท้ายก่อนที่ปลายเท้าจะหยัดเกร็งลงกับพื้นผิวเตียง... สะโพกบางยกขึ้นตอบรับกับจังหวะแทรกกายสุดท้ายพร้อมกับหยาดของเหลวที่หลั่งรินหยาดหยดเข้ามาในร่างเศษซากความรักบางส่วนไหลเรื่อยออกมาจนรู้สึกว่าด้านหลังเปียกชื้น
Hyde หอบหายใจหนักหน่วงโอบกอดร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเอาไว้แนบแน่น...ลมหายใจร้อนรวยรินกรุ่นรดอยู่ที่ซอกคอก่อนที่ปลายจมูกและริมฝีปากจะขบเม้มเบา ๆ เพื่อหยอกเย้า
... ร่างเปลือยเปล่าภายใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงยังคงนิ่งเงียบดื่มด่ำกับรสรักที่ได้สัมผัสจากกันและกันเมื่อครู่... มีเพียงเสียงลมหายใจหอบแผ่วเบาปะปนกับสัมผัสของริมฝีปากที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันอย่างกระหาย...
...กลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวที่ Hyde เก็บมากรุ่นกลิ่นหอมยามค่ำคืนให้ขจรขจายอบอวลอยู่ภายในห้อง...ที่ยังหลงเหลือเศษซากของสะเก็ดไฟที่พร้อมจะติดประกายขึ้นมาใหม่...กลิ่นหอมยั่วเย้าราวกับจะให้ทั้งสองต้องมนต์เสน่ห์ของรสรักจนยากจะหักห้ามใจ
…ทุกอย่างรอบกายคล้ายดั่งพร่าเลือนไร้รูปทรงที่เห็นเด่นชัดดูจะมีแค่แววตาที่จะจ้องมองสบตากันและกันอย่างสื่อความหมาย...เมื่อต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกแน่ชัดอยู่ในจิตใจว่ายังดื่มด่ำกับรสรักไม่พอเพียง...ต้องการที่จะสัมผัสและถูกสัมผัสมากมายกว่านี้
...เพียงไม่นานประกายไฟที่ยังครุกรุ่นก็ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง... เมื่อร่างบอบบางข้างใต้บดเบียดสะโพกยั่วเย้าแสดงถึงความต้องการของตนเองอย่างแจ่มชัด
... ร่างเล็กถูกดึงรั้งให้นั่งคร่อมบนตักโดยมีวงแขนของทั้งสองฝ่ายโอบรอบแผ่นหลังของกันและกันเอาไว้แนบแน่น
... เส้นผมสีดำชื้นเหงื่อกรุยกรายอยู่เต็มใบหน้าเมื่อตนเองกำลังเป็นฝ่ายควบคุมความเร่าร้อนในเกมรักครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่... เสียงหอบครางกระชั้นถี่บ่งบอกได้ถึงความสุขสมที่กำลังจะดำเนินมาถึงปลายทางของความสุขอีกครั้ง
...รสรักที่ได้รับในเวลานี้ช่างสุขสมแสนหวานจนแทบลืมเลือนทุกเรื่องราวไปหมดสิ้น...สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองยังมีตัวตนอยู่ตรงนี้มีเพียงเสียงหอบคราง...กลิ่นกาย...สัมผัสผ่าวร้อนจากผิวเนื้อที่แนบชิดกัน...ความรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนใจที่กำลังได้รับ... ความสุขสมที่กำลังจะมาถึงและที่น่าแปลกคือในจังหวะที่ประสาทสัมผัสทุกอย่างดูเลือนรางแต่สิ่งหนึ่งที่กลับจดจำได้ชัดเจนในสติที่พร่าเลือน...
...คือกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบกาย...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
ในยามเช้าที่แสนหวานเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากแสงแดดที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก...ทั้ง ๆ ที่เป็นรุ่งเช้าที่มีเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน... แต่วันนี้กลับทำให้รู้สึกผิดแปลกไปจากทุกวันเมื่อตนเองรู้สึกคล้ายกับว่าบรรยากาศแบบ
นี้เลือนหายไปจากความทรงจำมาช่วงหนึ่ง ...หัวสมองหนักอึ้งคล้ายเพิ่งตื่นจากภาพความฝัน...เปลือกตาบางกระพริบถี่เมื่อแสงสว่างของวันใหม่กำลังทำให้รู้สึกระคายเคือง ไม่นานดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นอย่างเหม่อลอยคล้ายยังไม่อาจลำดับภาพได้ชัดเจน...ช่วงเวลาแห่งความสุขสมนั้นดูจะยาวนานจนเขาลืมเลือนวันเวลาทุกอย่างไปหมดสิ้น
…Hyde พลิกตะแคงใบหน้าเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังนอนคว่ำโดยมีศีรษะของ J ซุกซบอยู่ที่แผ่นหลังของตน...วงแขนแกร่งยังโอบรอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น
‘…นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ...’
Hyde คิดคำนึงถึงเรื่องเวลาขึ้นมาทันที...แสงแดดที่กำลังจะแผดกล้าขึ้นทุกขณะเป็นสัญญาว่ามันคงกำลังล่วงเข้าสู่เวลายามสาย...ทันทีที่ทดลองขยับกายความรู้สึกเมื่อยขบและเจ็บร้าวแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนร่างเล็กต้องนิ่วหน้าและยอมที่จะคว่ำหน้าอยู่กับหมอนนิ่ง ๆ อย่างนั้นอยู่เป็นครู่ใหญ่...
... ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงราวกับเขาใช้พละกำลังทั้งหมดไปกับสัมผัสเร่าร้อนรัญจวนใจเมื่อคืนจนหมดสิ้น...Hyde หอบหายใจเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจเพียงแค่คืนเดียวทำไมเขาถึงหมดแรงมากขนาดนี้
... ระหว่างที่พยายามคิดทบทวนเรื่องราวดวงตาคู่งามก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวที่จำได้ว่าตนเองเก็บมาตั้งแต่เมื่อคืน...กำลังเหี่ยวเฉาร่วงโรย..กลีบดอกบางส่วนร่วงหล่นลงบนพื้นห้อง...กลิ่นหอมประหลาดที่จดจำได้ว่าติดตรึงอยู่ในประสาทสัมผัสเลือนหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
...เมื่อดอกร่วงโรยกลิ่นก็จางหายไป...
Hyde ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนตอนที่ J ส่งมันลงไปอยู่ในแก้วน้ำทั้งกลีบดอกและกิ่งก้านยังดูแข็งแรงอย่างน้อย ๆ ในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาน่าจะได้ชื่นชมมันอีกวัน...
...แล้วทำไม ? ถึงโรยไปเร็วขนาดนี้...
เมื่อไม่อาจหาคำตอบที่ชัดเจนคงต้องโทษว่าเป็นเพราะความแข็งแกร่งงดงามนั้นมีอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น... ดวงตากลมโตละความสนใจจากเจ้าดอกไม้ปริศนาหันมาเหล่มองคนที่ยังหลับสนิทโดยซบอยู่แผ่นหลังของเขา
‘…J บ้า...มันหนักนะ...‘
Hyde คิดต่อว่าอีกฝ่ายในใจเมื่อทดลองขยับกายแล้วไม่เป็นผล...ชายหนุ่มดูท่าทางจะยังไม่รู้สึกตัวง่าย ๆ ดวงตาเหลือบมองหานาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มที่มักชอบถอดวางทิ้งไว้ที่หัวเตียง...ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขึ้นมาดูเวลาว่าสายมากแค่ไหนแล้ว
...9.30 am…
ตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดนาฬิกาไม่ได้ทำให้ร่างเล็กรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่...แต่เมื่อดวงตากลมเหลือบมาเห็นวันที่ที่อยู่ด้านข้าง...ดวงตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที...เมื่อมันกำลังแสดงวันที่หลังจากที่เขามาเยือนที่นี่ล่วงไปแล้วถึง 5 วัน
...Hyde รีบยกนิ้วขึ้นมาตรวจนับวันที่ตั้งแต่พวกเขาย่างก้าวมาถึงบ้านพัก...เช้าวันรุ่งขึ้นไปเล่นสกีเจอกับ Kiyoharu ตอนบ่ายและตอนกลางคืน...วันต่อมาที่ทะเลาะกับ J แต่ก็คืนดีกันได้ในค่ำคืนนั้น...แล้วเวลาอีกสองวันที่เหลือมันหายไปไหน ?
Hyde พรวดพราดยันกายลุกขึ้นนั่งโดยไม่สนว่าร่างกายจะหลงเหลือความเมื่อยขบและปวดร้าวมากแค่ไหน... ไม่สนแม้แต่ว่าคนที่ซุกซบอยู่บนแผ่นหลังจะร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นเตียงนุ่มจนชายหนุ่มผมทองต้องยอมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“ J !!” ร่างเล็กตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้ดูนาฬิกา... ในแวบแรกชายหนุ่มยังไม่สนใจเพียงแค่เหลือบมองเวลาเท่านั้นก่อนที่ใบหน้างามจะบุ้ยใบ้ให้ดูเลยไปถึงวันที่ที่แสดงอยู่บนนาฬิกาด้วย
...ดวงตาเรียวรีจ้องค้างอยู่เล็กน้อยเมื่อจำวันที่ทุกวันได้เป็นอย่างดี...และในค่ำคืนที่พวกเขาดื่มด่ำกับรสรักมันก็เป็นวันก่อนหน้านี้สองวัน
“นาฬิกานายเดินเร็วไปรึเปล่า ?” Hyde ถามคำถามขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นกระชั้น…คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดเมื่อนาฬิกาเลือนนี้ไม่เคยถูกตั้งเวลาใหม่และมีความทนทานและเที่ยงตรงชนิดที่เรียกว่าเป็นยี่ห้อที่ติดอันดับ Top 5
...หรือว่าจริง ๆ แล้วเวลามันผ่านไปแล้วจริง ๆ...
...ชายหนุ่มผมทองไม่ตอบคำถามแต่กลับยกหูโทรศัพท์เพื่อกดเบอร์ภายในของรีสอร์ทแทน...คำถามคำตอบที่ได้รับจากพนักงานของรีสอร์ทยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในสีหน้า...แต่สิ่งที่ได้รับการยืนยันคือนับจากวันนั้นผ่านเลยมาแล้ว 2 วันจริง ๆ
...ทันทีที่วางหูโทรศัพท์ทั้งใบหน้าของ Hyde และ J ต่างนิ่งคิดอย่างงงงัน...พวกเขาปรนเปรอความรักให้กันโดยลืมวันลืมคืนขนาดนี้เลยเหรอ...ในช่วงสองวันที่ผ่านมาสิ่งที่จดจำได้มีเพียงรสสัมผัสที่ตอบสนองต่อกันและกัน...เสียงครางหวาน...และกลิ่นกาย
...ดวงตาของทั้งคู่เหลือบมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น... เมื่อคิดไปเองว่าพวกเขาคงโหยหาและปล่อยใจปล่อยกายไปกับความต้องการของตนเองอย่างเต็มที่...เมื่อไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ในกรอบของช่วงเวลาที่เรียกว่าชีวิตประจำวัน...การมาเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้คงทำให้จิตใจได้ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด
“ J !! ทำไงดีล่ะ...” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาจนอีกฝ่ายตกอกตกใจ
“มีเรื่องอะไร ?”
“ก็นี่แสดงว่าผ่านมา 5 วันหมดเวลาเที่ยวของพวกเราแล้วน่ะสิ...ยังไม่ได้ไปไหนนอกจากเล่นสกีเลยนะ” Hyde โวยวายขึ้นมาอย่างนึกเสียดายเมื่อสถานที่เที่ยวที่พวกเขาเคยวางกันเอาไว้เป็นอันต้องพับเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปอย่างเสียไม่ได้
“เอาไว้ค่อยมาใหม่ก็ได้...หรือไม่จะให้ฉันลักพาตัวนายหนีไปไกล ๆ ไม่ให้พวกนั้นตามเจออีกดีมั้ย ?” J เอ่ยแซวเล่น ๆ พร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลายาวนานที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
“บ้า !! งานการไม่คิดจะทำเลยรึไง ?” Hyde แกล้งต่อว่าชายหนุ่มเล่น ๆ แต่เมื่อลองคิดดี ๆ เขาก็อยากมีเวลาสุขสงบได้พักผ่อนอยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพังสองคนยาวนานกว่านี้
“จริงสิ !!” ร่างเล็กร้องออกมาเมื่อนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้
“อะไรอีกล่ะ ?”
“ก็ตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่ได้แช่ออนเซ็นเลย...ได้แต่อาบน้ำในห้องน้ำ”
“งั้นเดี๋ยวไปแช่กันเลยก็ได้” J เอ่ยปากชวนเพราะบ้านพักที่แยกออกเป็นหลัง ๆ จะมีออนเซ็นเล็ก ๆ ส่วนตัวเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว…Hyde ตอบตกลงอย่างว่าง่ายถึงแม้มันยังเพิ่งจะเป็นเวลาสาย ๆ แต่เขาก็อยากแช่น้ำแร่ก่อนจะต้องเก็บของกลับในช่วงเย็นของวันนี้แล้ว
...ร่างเล็กบางนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับเขยื้อนทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มผมทองผุดลุกลงจากเตียงไปแล้ว...ครั้นพอ J หันกลับมามองก็เข้าใจความหมายได้ทันที
...ชายหนุ่มเดินตรงไปช้อนร่างเล็กขึ้นกระชับในอ้อมกอดพาเดินตรงไปยังบ่อน้ำแร่เล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังบ้าน... โดยไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่พวกเขาลืมเลือนไปอย่างหนึ่งในค่ำคืนยาวนานที่แสนเร่าร้อนนั้น
...กลิ่นดอกไม้ที่กรุ่นกลิ่นขจรขจายไปทั่วห้อง...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ L’Arc ~~~
ชายหนุ่มร่างสูงเดินผ่านประตูทางเข้ามาด้วยอาการคล้ายกับถูกบังคับ...ใบหน้าง่วง ๆ หันไปยิ้มรับคำทักทายจากประชาสัมพันธ์สาวตลอดจนเด็กทีมงานที่เดินผ่านสวนกันไปจนกระทั่งถึงชั้นที่หมายซึ่งวันนี้เขาต้องมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวัน... เสียงพูดคุยโทรศัพท์จากผู้ช่วยหนุ่มน้อยของผู้จัดการแว่วมาให้ได้ยิน ผู้มาใหม่เกือบจะเดินเลี่ยงออกไปตามมารยาทหากชื่อของเพื่อนสนิทไม่ลอยมากระทบหูเข้าเสียก่อน...
“เดี๋ยวครับ Tetsu-san...โธ่...” เสียงทอดถอนใจดังตามออกมาก่อนเจ้าตัวจะใช้มือข้างที่ถือโทรศัพท์ทุบลงบนศีรษะตัวเองอย่างโกรธ ๆ...
“Te-chan ทำไมเหรอ?...” สิ้นเสียงถามชายหนุ่มร่างผอมก็หันขวับมาเบิกตามองก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ออกไป...
“Ken-san...”
“ว่าไงล่ะ?...” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย... “แล้วนั่นโทรจากที่ไหน Osaka เหรอ...” เสียงถามต่อไปอีกเพราะตนเองก็ไม่รู้กำหนดการกลับที่แน่นอนของเพื่อนเช่นกัน...
“Tokyo นี่แหล่ะครับ กลับมาแล้วเมื่อเช้า ผมเป็นคนจัดการเรื่องตั๋วให้เองแล้วก็พอดีว่า...” คำบอกเล่ารวมความถึงการสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ฝ่ายนั้นลงจากเครื่องถูกถ่ายถอดออกมายาวยืดก่อนจะค่อย ๆ เงยขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ด้วยความรู้สึกผิด...
“เอาเถอะ...ยังไงก็เป็นเรื่องงานแล้วหมอนั่นก็เต็มใจมาอยู่แล้วด้วย...ฉันเองก็ผิดที่ไม่รีบเข้ามา...” Ken สรุปออกมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก...ฝ่ายนั้นยิ้มออกมาได้ทันทีเมื่อได้ยินก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวไปทำงานของตนเองต่อ... ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจพลางออกเดินไปตรงไปยังห้องด้านในทิ้งตัวลงบนโซฟาคว้าหนังสือใกล้มือขึ้นมาพลิกเปิดดูเพื่อฆ่าเวลารอคอยเพื่อนที่กำลังจะเดินทางมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ ห้อง Inoran ~~~
เจ้าของห้องร่างบางวางมือจากอาหารกลางวันง่าย ๆ ที่เพิ่งจะทำเสร็จพาตัวเองออกมาจากส่วนครัวเล็ก ๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวกุกกักที่ประตูหน้าห้องตามมาติด ๆ ด้วยเสียงร้องหง่าวพร้อมเพรียงหันอย่างยินดีจากเจ้าเหมียวสามตัว
...คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ เพราะชายหนุ่มที่มองเห็นหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับเข้ามานั้นบอกเอาไว้ก่อนจะออกไปว่าวันนี้อาจจะต้องไปขลุกอยู่ที่สตูดิโอทั้งวัน...
“ทำไมกลับมาเร็วล่ะ Ken...” Inoran ถามพลางขยับเข้าไปช่วยรับของจากมืออีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะใกล้ ๆ เห็นสีหน้าฝ่ายนั้นไม่ค่อยดีก็ยิ่งจ้องมองรอคอยคำตอบด้วยความกังวล...
“Te-chan กลับมาแล้วน่ะ...ก็เลยไล่ฉันกลับมา ส่วนพวกนี้ก็ของฝาก...ฝากให้ Sugi กับ Shinya ด้วย...” คนพูดลอบถอนใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้พลางทำจมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมของอาหารใกล้เข้าไปจนถึงผิวแก้มของอีกฝ่าย...
“หอมจัง...” เสียงอ้อน ๆ กับรอยยิ้มขี้เล่นนั้นเรียกรอยยิ้มออกมาจากหน้ายุ่ง ๆ จนได้...
“หุงข้าวไว้แล้ว...ทำกับเพิ่มอีกอย่างก็แล้วกัน...” Inoran บอกพลางเดินนำกลับเข้าไปในครัวเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนอีกฝ่ายก็รีบคว้าเอาไปจากมือพร้อมกับรุนหลังให้กลับไปนั่งคอยที่โต๊ะ
... เพียงไม่นานก็ได้ไข่ตุ๋นเห็ดหอมมาเพิ่มอีกอย่างแล้วมื้ออาหารระหว่างคนทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นโดยมี Inoran เป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยต่างจากทุกวันเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องไม่สบายใจปิดบังเอาไว้แน่...
“แล้ว Tetsu เป็นยังไงบ้างล่ะ...กลับไปเยี่ยมบ้าน...”
“ก็ดีนะ...เห็นเล่าหน้าบานว่าไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่...” Ken หยุดพูดพลางเหลือบตาขึ้นมอง...เห็นสายตาฝ่ายนั้นจ้องมองมาก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์จะปิดบัง... “แต่...ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปเองหรือเปล่านะ Ino ดูเขาร่าเริงจนผิดปกติ...แล้วตอนเรียกฉันไปเอาของที่รถก็เห็นกระเป๋าเสื้อผ้ายังอยู่เต็ม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นโทรคุยกับที่คนที่สตูฯ ไว้ว่าจะกลับเข้าบ้านก่อน...”
Inoran เป็นฝ่ายนิ่งไปบ้างเมื่อฟังจบ...เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายบอกเล่ามาก็ดูจะไม่ใช่ความกังวลที่เกินไปนัก...
“คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับ Ryu รึเปล่า?...”
Ken ถอนใจออกมาเบา ๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม...เป็นครู่กว่าจะพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ...
“ฉันก็คิดอย่างนั้น...เกือบจะถามออกไปแล้ว แต่ก็ไม่กล้า...Te-chan ยังไม่รู้ว่าฉันรู้เรื่องเขาแล้ว...เพราะงั้นบางที...”
“จะทำเป็นว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้น่ะเหรอ...” Inoran ถามแทรกขึ้นเบา ๆ เห็นชายหนุ่มตรงหน้าก้มหน้าลงแทนคำตอบก็เข้าใจได้ทันทีว่า Ken คงไม่อยากให้ Tetsu ต้องลำบากใจในการจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีกไม่ว่าตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นจะดำเนินไปใ
นทางร้ายหรือทางดีก็ตาม... “อยากให้ฉันถาม Ryu มั้ย?...ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”
“มันจะดีเหรอ Ino...” Ken ถามอย่างลังเล...
Inoran ยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นพลางขยับลุกขึ้นดึงมืออีกฝ่ายลากออกไปจากครัวด้วยกัน...
“ก็คงดีกว่ามานั่งเดากันไปเอง...” ร่างบางหันไปบอกก่อนจะดึงให้ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยกันพลางหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายไปยังเพื่อนของตนที่พูดถึงกันอยู่เมื่อครู่ทันที...สัญญาณตอบรับดังติดต่อกันยาวนานกว่าปกติกว่าที่เสียงใครคนหนึ่งจะดังมาจากปลายสาย...ทำเอาคนฟังขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ...
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ...ดิฉันเป็นแม่บ้าน...Kawamura-san หลับอยู่ค่ะ...”
“ป้าเหรอครับ...” Inoran รีบถามกลับไป... “ผม Ino นะ...ป้าจำผมได้ใช่มั้ย...”
“อ้อ...ค่ะ ๆ จำได้ค่ะ...” เสียงตอบกลับมาบอกถึงความยินดีและโล่งอกระคนกัน...
“Ryu ยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ...ป่านนี้แล้ว...”
“เอ่อ...ตอนเช้าตื่นมาแล้ว แต่...ดื่มเหล้าเข้าไปค่ะ ฟุบไปทั้งอย่างนั้นป้าคนเดียวจะพาขึ้นไปข้างบนก็ไม่ไหวเลยต้องปล่อยให้นอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น...”
“หืมม์...ดื่มแต่วันอย่างนี้เหรอครับ...Shinya กับ Sugi อยู่ด้วยรึเปล่าครับ...” Inoran ถามต่อไปอย่างใจเย็นทั้งที่เริ่มจะสบตากับชายหนุ่มข้างกายอย่างเป็นกังวล...
“เปล่าค่ะ...ดื่มคนเดียว ป้าเข้ามาถึงตอนสาย ๆ ก็เห็นนั่งดื่มอยู่แล้ว...เอากับแกล้มมาให้ก็แทบไม่ได้แตะ...”
“ไม่เป็นไรนะป้า ปล่อยให้นอนไปอย่างนั้นก่อน...” Inoran นิ่งไปเล็กน้อยเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง... “อืม...ป้ารู้จัก Tetsu ใช่มั้ยครับ...วันนี้เขาเข้าไปที่นั่นรึเปล่า?...”
“เข้ามาค่ะ...ป้ามาถึงตอนเขากำลังจะกลับพอดี เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมบ้านหอบของฝากมาเยอะแยะ...” ฟังมาถึงตรงนี้ Inoran ก็แทบจะแน่ใจแล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่แน่ ๆ บทสนทนายังคงดำเนินไปอีกเล็กน้อยก่อนร่างบางจะกดปิดสายพร้อมเสียงระบายลมหายใจยาว...
“เฮ้อ...เรื่องที่เรากังวลคงไม่ใช่คิดกันไปเองแล้วล่ะ Ken”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
บนโต๊ะกลางหน้าโซฟาหุ้มผ้าเนื้อนุ่มสีแดงเข้มยังคงเกลื่อนไปด้วยขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์นา ๆ ชนิด... ขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านซึ่งนอนเหยียดยาวหลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มาตลอดบ่ายเริ่มกระพริบตาขึ้นลงถี่ ๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมาพบกับความมืดมิดรอบตัวกับแสงสว่างราง ๆ จากช่อไฟดวงเล็กที่ผนัง
... ความปวดมึนหนักอึ้งในหัวจู่โจมเข้ามาทักทายหากนั่นก็ยังช้ากว่าความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้าเกาะกุมจิตใจจนต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพื่อปกป้องตัวเองจากความว่างเปล่ารอบกายที่ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเขาไม่มีใคร...
“หิวหรือเปล่า?...แม่บ้านนายทำข้าวต้มทิ้งไว้ให้ก่อนจะกลับไป...” เสียงที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมาเรียกอาการสะดุ้งนิด ๆ จากคนฟังก่อนเจ้าตัวจะรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว.. ริมฝีปากขยับเหมือนจะยิ้มออกมาแต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่ใส่ใจออกมาแทน...
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ Ino...”
“เย็น ๆ...” คำตอบสั้นแต่ไม่ถึงก็ห้วนพลางนั่งนิ่งมองดูฝ่ายนั้นค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ค่อยจะถนัดนัก...ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ใส่ใจแต่พอเห็นเพื่อนลุกยืนและพยายามจะออกเดินด้วยท่าทางเซ ๆ ก็อดขยับเข้าไปช่วยไม่ได้...เพื่อนสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มให้กันในที่สุด...
“จะไปไหน...”
“ก็ออกไปกินข้าวไง...” เสียงบอกเนือย ๆ พลางหันไปสบตากับเพื่อนข้างกายอีกครั้ง... “ว่าแต่...มาถึงนี่คงไม่ใช่แค่มานั่งเฝ้าฉันหลับใช่มั้ย...”
Inoran ปล่อยเสียงระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างไม่ปิดบังขณะพาเพื่อนเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทานอาหาร...
“กินข้าวซะก่อนแล้วค่อยพูดกัน...” Inoran ตัดบทลงง่าย ๆ จัดการตักข้าวต้มหอมกรุ่นจากหม้อเก็บความร้อนที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้มาวางลงตรงหน้าอีกฝ่ายตามด้วยชาร้อนสองที่สำหรับเพื่อนและตน
ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างเหม่อมองออกไปยังสวนที่เห็นเป็นเงาอยู่ภายนอกหน้าต่างฟังเสียงช้อนกระทบกับถ้วยกระเบื้องเคลือบเบา ๆ จนกระทั่งเสียงนั้นค่อย ๆ เงียบหายไป...
“เรื่อง Tetsu ใช่มั้ย?...” กลับเป็นฝ่าย Ryuichi ที่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างพอจะเดาออก...
“มันเกิดอะไรขึ้น Ryu”
“ก็จบ...อย่างที่ใครหลายคนอยากให้จบ...เขาไม่ได้บอกนายรึ?...” Ryuichi ย้อนถามกลับไป...ทั้งน้ำเสียงและแววตายังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด...
“Tetsu ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันรู้เรื่องระหว่างนายกับเขา...” Inoran ยังคงบอกอย่างใจเย็น... “อีกอย่าง...ฉันไม่เคยอยากให้เรื่องของพวกนายจบนะ Ryu...ฉันอยากให้มันไม่ได้เริ่มขึ้นต่างหาก...”
“มาพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว Ino...”
“ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วนายมานั่งดื่มเหล้าเสียอกเสียใจทำไม Ryu...ในเมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์..ในเมื่อรู้ว่าจบ...จะต้องมานั่งอาลัยอาวรณ์อะไร...” คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ จ้องมองเพื่อนอย่างตรงหน้าถามเสียงช้าชัด... “ที่ทำแบบนี้...เพราะตัวนายเองก็ยอมรับไม่ได้ว่ามันจบไม่ใช่รึไง...”
“ฉันไม่ยอมรับแล้วทำไมล่ะ!!!...” Ryuichi กระชากเสียงใส่เพื่อนอย่างลืมตัว...ความปวดมึนเหมือนศีรษะจะระเบิดแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนต้องหยุดนิ่วหน้า... “มันเป็นปัญหาของฉันเอง...ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด...นายได้ยินมั้ย Ino!!!...เขาไม่ได้มาเดือนร้อนอะไรกับความรู้สึกของฉันเลย...”
“แล้วตัวนายเองเดือดร้อนกับความรู้สึกของเขาแค่ไหนกันล่ะ Ryu...ฉันอยากรู้จริง ๆ นายคงเดือนร้อนแทนเขามากสินะตอนที่พาเจ้าของชุดกิโมโนนั่นกลับมาที่นี่กับนายด้วย...” Inoran บอกสิ่งที่ตนเดาได้ราง ๆ หลังจากมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ออกไปจนได้
... ชุดที่แม่บ้านหอบหิ้วลงมาจากห้องนอนของเพื่อนเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี...แม้จะรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปเพราะได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเพื่อนในเวลานี้..แต่เขาก็อยากให้อีกฝ่ายได้สติรับรู้ขึ้นมาบ้างว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองที่เจ็บเป็น!!...
Ryuichi ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ เหมือนจะบอกให้เพื่อนรู้ว่าตัวเขาเองก็ไม่เคยให้อภัยตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป...
“ฉันรู้ Ino...ฉันรู้ว่าตัวเองทำผิด...แต่ Tetsu ไม่ได้ไปเพราะโกรธ..หรือ” เสียงขาดหายไปอีกครั้งเพราะไม่อาจหาคำมาอธิบายความรู้สึกของตนเองในวินาทีนั้น... “เขาไม่ได้แสดงออกเลยว่าฉันทำให้เขาเจ็บ...เขาบอกว่าฉันไม่ได้ทำผิดต่อเขาด้วยซ้ำ...เขาไม่ได้แคร์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น...มันเหมือนกับเราแค่ผิดข้อตกลงระหว่างกัน...แค่นั้นจริง ๆ เขารู้สึกกับฉันแค่นั้นจริง ๆ...”
Inoran ถอนใจยาวพลางส่ายหน้าไปมากับความคิดของเพื่อนอีกครั้ง...
“ใคร? Ryu...” เขาเลือกที่จะถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าจะต้องทุ่มเถียงกันอีกครั้งถึงเรื่องความคิดไม่เข้าท่าของอีกฝ่าย... “รู้มั้ยนายเคยทำให้ฉันแน่ใจว่านายเห็น Tetsu ต่างจากคนอื่น... เพราะนายพาเขามาที่นี่แต่ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพราะนายก็พาผู้หญิงคนนั้นมาเหมือนกัน...เธอเป็นใคร? Ryu...” เสียงถามย้ำออกไปอีกครั้งก่อนตนเองจะเป็นฝ่ายนิ่งไปเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้...
“Arisa ใช่มั้ย...”
Ryuichi ยกมือขึ้นกุมศีรษะก้มหน้าลงแทนคำตอบ... ร่างบางจึงได้แต่จ้องมองเพื่อนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโกรธกับความเห็นใจก่อนจะตัดสินใจได้ถึงสิ่งที่ตนเองควรจะทำได้ในนาทีนั้น...
“ฟังนะ Ryu ก่อนนายจะคิดทำอะไรต่อไป...ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก...ถามตัวเองว่านายจะเอายังไง แล้วที่ต้องหาคำตอบให้เร็วที่สุดคือคนที่นายต้องการคือใครกันแน่? อย่าให้สองคนนั้นต้องมาเจ็บไปพร้อมกันเพราะนายเลย...” เสียงพูดเนิบช้าเหมือนจะให้อีกฝ่ายจดจำทุกคำพูดเก็บไปคิดก่อนเจ้าของร่างจะขยับกายลุกขึ้นเดินจากไปเงียบ ๆ...
Ryuichi เงยหน้าขึ้นเหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอีกครั้ง...ความเข้าใจในคำพูดที่ได้ยินยังคงเลือนรางภายในหัวยังคงเต้นตุบ ๆ ขณะนั่งนิ่งฟังเสียงรถยนต์ค่อย ๆ แล่นห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด...เสียงของความเงียบ...ร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพาตนเองขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนได้ยังไง
...หากทันทีที่แสงไฟภายในห้องสว่างขึ้น ดวงตาคมก็แลปราดไปหยุดอยู่ที่พื้นข้างเตียงมองหาของสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว... ความว่างเปล่าที่มากระทบสายตายิ่งตอกย้ำว่าเส้นใยที่เชื่อมต่อระหว่างเขากับอีกฝ่ายมันได้จบสิ้นกันไปแล้วจริง ๆ...
...จะดื้อดึงไปทำไมในเมื่อฝ่ายนั้นก็ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่ามันจบ...
...มือแกร่งขยับขึ้นค้นหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้ออย่างเคยชิน...ยิ่งไม่เจอภายในใจก็ยิ่งหงุดหงิดก็สิ่งที่เผชิญจนแทบคุมสติไม่อยู่...ชายหนุ่มปราดไปที่โทรศัพท์บ้านที่ตั้งอยู่หัวเตียงอย่างรวดเร็ว...เขากำลังเดิมพันกับความรู้สึกของตนเอง...
...ไม่อยาก...ต้องทรมานแบบนี้อีกแล้ว...
“Moshi Moshi” เสียงหวานใสตอบกลับมาเป็นสำเนียงแปร่ง ๆ ทำให้มือที่ถือหูโทรศัพท์กระตุกเล็กน้อย...เขารู้ใจตัวเองว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงที่เขาอยากฟังที่สุด...รู้สึกละอายวูบขึ้นในใจเพราะเขาหวังจะใช้เธอเพื่อทำให้ลืมคน ๆ หนึ่ง...
“Ryu...นั่นคุณเหรอ...Ryu-san” มือแกร่งที่กำลังจะดึงหูโทรศัพท์ออกห่างจากตัวจบความคิดบ้า ๆ นี่ซะกลับต้องชะงักค้างชาวาบไปทั้งร่างเมื่อเสียงเรียกด้วยความยินดีของฝ่ายนั้นดังแทรกความคิดขึ้นมา...
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นผมล่ะ Aris” เสียงถามกลับไปเบาไม่ต่างจากกระซิบ...
“Aris นึกว่า...จะไม่ได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว...” เสียงสั่นเครือตอบกลับมาไม่ตรงคำถามนัก...หากมันกลับสร้างความรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาอย่างประหลาด...แม้ความรู้สึกที่เกิดจะไม่มากพอเพียงจะลบภาพใครคนหนึ่งออกไปก็ตาม...
“คิดอะไรอย่างนั้น...” ชายหนุ่มพูดเย้ากลับไปพร้อมเสียงหัวเราะ... “ผมยังมีวันพักอีก...ถ้าคุณว่างพรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะครับ...”
...Ryuichi หลับตาลงช้า ๆ อยากให้เสียงและคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านริมฝีปากเขาออกมา...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 93- 93 -
เวลาราวกับหยุดนิ่งอยู่กับที่..ช่วงวินาทีแสนนานก่อนที่ Ryuichi จะเหลียวกลับไปมองภาพที่เห็นเมื่อครู่ให้เต็มตาอีกครั้ง...ดวงตาที่สบกลับมาไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ใด ๆ นั่นคือความรู้สึกแรกที่ชายหนุ่มบอกกับตนเองก่อนจะเริ่มต้นออกเดินตรงไปยังรถคันงามที่จอดอยู่ทั้งที่ภายในหัวยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่บทสนทนาสักคำที่จะพอนึกออกมาได้ในเวลานี้...
...หากยังไม่ทันจะไปถึง...รถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เสียงเหยียบคันเร่งน้ำมันดังกระหึ่มขึ้นก่อนที่รถคันงามจะวิ่งสวนผ่านร่างเขาไป
... ชั่วขณะที่ความรู้สึกหวั่นไหววาบขึ้นในใจอย่างรุนแรงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป หากรถคันนั้นกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามโดยการชะลอความเร็วลงพร้อมกับแล่นเลี้ยวเข้าไปภายใน..ทิ้งความยินดีให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มก่อนจะก้าวยาว ๆ ตามกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว...
นัยน์ตากลมโตเหม่อมองภาพชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่กำลังเร่งฝีเท้าตามกลับเข้ามาจากเงาสะท้อนของกระจกมองหลัง... หากภาพที่กำลังวนเวียนอยู่ในหัวกลับเป็นภาพที่ได้เห็นโดยไม่คาดฝันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน... ร่างบางข่มตาหลับลงอย่างยากลำบากพร้อมกับบีบมือที่คลายออกจากพวงมาลัยเข้าหากันเพราะรับรู้ได้ว่ามันกำลังสั่น...
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่..Tetsu” ประโยคคำถามดังขึ้นข้างตัวหลังเสียงเปิดประตูรถเปิดเรียกอาการสะดุ้งนิด ๆ ก่อนเจ้าของร่างจะรีบลืมตาขึ้นพร้อมกับก้าวลงจากรถโดยไม่ได้หันไปมองและไม่ได้ตอบคำถาม
...เพราะกลัวว่าหากเปิดปากพูดออกมาตอนนี้จะต้องมีคำพูดโง่ ๆ พรั่งพรูออกไป...และ Ryuichi ก็รีบถอยห่างเปิดทางให้ทันทีเมื่อเห็น Tetsu ตั้งท่าจะขยับออกเดิน...
... แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูกแต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบเขาก็เก้อที่จะเป็นฝ่ายอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาก่อน...ชายหนุ่มจึงได้แต่ยืนนิ่งมองร่างบางที่เดินตรงไปยังท้ายรถก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินตามไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ
... เกือบจะยิ้มรับออกมาเมื่อฝ่ายนั้นยอมเงยหน้าขึ้นมองหลังจากถอนสายตามาจากถุงข้าวของมากมายหลายอย่างที่อัดแน่นมาเต็มท้ายรถพร้อมกับยื่นถุงในมือส่งให้...
“ของฝาก...” คำบอกกล่าวสั้น ๆ พาเอาข้อความไม่กี่บรรทัดในกระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำและแน่นอนดึงความรู้สึกอ้างว้างทรมานในช่วงสองวันที่ผ่านให้กลับมาด้วย... แต่เขาก็สลัดมันออกไปอย่างรวดเร็วพลางยื่นมือไปหมายจะช่วยอีกฝ่ายยกกระเป๋าหากฝ่ายนั้นกลับยื่นมือมากั้นเอาไว้...
“ไม่ต้อง...” บอกเสียงเรียบก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างกายโดยไม่หลบตาอีก... “ขออนุญาตเข้าไปเก็บของได้มั้ย...มีบางอย่างต้องใช้เรื่องงานแล้วก็...พวกเสื้อผ้าทิ้งเอาไว้จะรกห้องนายเปล่า ๆ...”
...ประโยคที่ได้ฟังไม่มีวี่แววของความประชดประชันแฝงอยู่แม้แต่น้อย...อีกฝ่ายพูดมันออกมาเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศกับคนรู้จัก...กระทั่งเสียงประตูท้ายรถยนต์ปิดลงเบา ๆ ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง...
“นายจะไปไหน...ยังเหลือวันหยุดอีกสองวัน...ไม่ใช่เหรอ?”
คิ้วเรียวเล็กของคนฟังขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว... ริมฝีปากบางทำท่าขยับจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่แล้วก็กลับเงียบพร้อมกับพาตัวเองเบี่ยงตัวหลบจากชายหนุ่มที่ยืนขวางก้าวเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่สนใจต่อเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบตามมาแม้แต่น้อย...
จนมาถึงห้องด้านในสุดที่เจ้าของบ้านใช้เป็นทั้งห้องทำงานและห้องพักผ่อนนั่งเล่นส่วนตัว Tetsu ก็เริ่มต้นเก็บสิ่งของเล็ก ๆ น้อยที่ตนหอบหิ้วมารวบรวมลงกระเป๋าใบเล็กออกไปวางไว้ที่โถงทางขึ้นบันไดก่อนจะพาตัวเองมุ่งตรงไปยังห้องนอนที่ชั้นสองโดยไม่สนใจต่อชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ตามติดมาแทบจะทุกฝีเท้าอยู่นั่นเอง...
“Tetsu...นี่มันอะไร...” Ryuichi เริ่มต้นถามอีกครั้งขณะเดินตามอีกฝ่ายขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบน... “นายไม่คิดจะถามอะไรฉันเลย...อยู่ ๆ ก็บอกว่าจะไป...ทำไม?..” มือแกร่งกระชากคว้าแขนร่างบางที่เพิ่งจะเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาเอาไว้อย่างลืมตัว
...ฝ่ายนั้นหันขวับมาจ้องมองด้วยดวงตาวาวโรจน์ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมสุดแรง...
“นาย...จะให้ฉันถามอะไร...” เสียงถามกลับออกไปช้าชัดบอกให้รู้ว่าคนพูดเพียรข่มอารมณ์ตนเองเพียงใด...
“แล้วนายจะตอบฉันว่าไง? นายจะบอกฉันว่าผู้หญิงคนนั้นแค่บังเอิญใส่ชุดของนาย...เธอแค่บังเอิญยื่นมือออกไปให้นายสวมแหวน...แค่การสวมกอดร่ำลาแต่พวกนายไม่มีได้อะไรกัน!! เธอไม่ได้เพิ่งออกไปจากห้องนี้!!! เอาสิ Ryu!!! ถ้านายกล้าปฏิเสธ...ฉันก็กล้าที่จะเชื่อ!!!”
Tetsu หายใจหอบจนไหล่บางสะท้านขึ้นลงจากการระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อครู่...สองตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าราวกับจะให้ทะลุไปถึงหัวใจภายใน...อาการเงียบงันของอีกฝ่าย... กรามที่กัดจนเป็นสันนูนบอกให้รู้ได้ว่าทุกอย่างที่เขาพูดออกไปเป็นความจริงและเขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่มีวันปฏิเสธ...ไม่มีวัน...
....ดวงตากลมโตแลเลยผ่านชายหนุ่มตรงหน้าไปยังชุดกิโมโนที่วางพาดอยู่บนโซฟาเบื้องหลัง...
“ขอบใจที่นายไม่โกหก...” Tetsu ยิ้มให้นิด ๆ เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง... “เพราะ...มันไม่จำเป็นเลย บางทีนายอาจจะลืมว่าฉันกับนาย...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน..ไม่ต้องรู้สึกผิดไม่ต้อง...รู้สึกอะไรทั้งนั้น...เรา...แค่นอนด้วยกัน...ข้อตกลงก็คือ ‘อย่ายุ่งกับคนอื่น’ เมื่อนายทำมันไม่ได้...ทุกอย่างก็จบ...”
“ไม่!!!” Ryuichi ขยับเข้าไปจนแทบจะชนกับเข้ากับร่างบางตรงหน้า...มือแกร่งรวบต้นแขนทั้งสองข้างเขย่ารุนแรงอย่างลืมตัว... “ฉันไม่ยอมให้จบได้ยินมั้ย!!!”
“นั่น...เป็นปัญหาของนาย Ryu” น้ำเสียงเรียบสงบไม่มีรอยหวั่นไหว...แม้แรงบีบที่ต้นแขนจะทวีขึ้นอีกเมื่อคำพูดจบลง...หากเขาไม่ใส่ใจสักนิดเพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน!!
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นจ้องมองพลางส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ราวกับไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน.... ความผิดในสิ่งที่ตนเองกระทำดูจะลางเลือนไกลห่างเหลือเพียงความรู้สึกทนทรมานที่คิดไปว่าตนเองต้องเป็นผู้แบกรับเพียงผู้เดียวในช่วงเวลาที่ต้องอยู่ไกลกัน...
“ฉันเป็นได้แค่นั้นเองใช่มั้ย?” แขนสองข้างคลายออกจากร่างบางตกลงข้างตัว...ภาวนา...ให้อีกฝ่ายปฏิเสธ...
“สำหรับนาย ฉันไม่เคยมีค่าอะไรอยู่แล้วใช่มั้ย?...Tetsu”
“นั่น...ก็แล้วแต่นายจะคิด...” ประโยคสุดท้ายที่รอฟังผ่านเข้ามาในห้วงความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า... แผ่นหลังกระทบเข้ากับชั้นหนังสือสูงแค่เอวซึ่งขนานไปตลอดแนวผนังกรุกระจกเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก...ทั้งที่เมื่อครู่เขายืนอยู่กลางห้องแท้ ๆ...
...เสียงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเหมือนยิ่งดึงภาพในความทรงจำที่เคยมีร่วมกันให้ผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ทำไมถึงรู้สึกเจ็บนักทั้งที่เขาเองก็เคยมีความคิดแบบที่ฝ่ายนั้นพูดมาตลอดแท้ ๆ ทำไม?...
ความคิดสะดุดหยุดลงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงและเพียงไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์แว่วมาจากลานจอดเบื้องล่าง... ดวงตาคมเหลียวมองตามรถยนต์คันงามที่กำลังแล่นห่างออกไปทุกทีก่อนจะจอดนิ่งที่ประตูรั้วเพื่อทักทายกับแม่บ้านที่เพิ่งมาถึง
... รอยแย้มยิ้มที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดแม้จะอยู่ในระยะไกลทำให้คนมองต้องรีบเบือนหน้าจากภาพที่เห็นย้อนกลับมามองดูความว่างเปล่าที่โอบล้อมอยู่รอบกายอีกครั้งกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาเป็นคนวางมันเอาไว้
... เจ้าของเสื้อคงรีบร้อนจะไปจากเขาให้เร็วที่สุดจนไม่แม้แต่จะเสียเวลากวาดตามองหาทั้งที่มันก็ไม่ได้ซ่อนอยู่ในที่ลับตา... มือแกร่งบิดกำแน่นเข้าหากันจนผ้าฝ้ายเนื้อบางเกิดรอยยับขึ้นทันตาก่อนจะเหวี่ยงมันไปพ้นจากสายตาเมื่อเสียง ๆ หนึ่งตะโกนดังขึ้นภายใน...
...ทรมานไม่ใช่เหรอเวลาที่นายอยู่กับเขา...แค่ไม่เห็นก็ทรมาน...แล้วนายจะทนอยู่กับความทรมานนั้นทำไม...จะทนทำไม!!! ...ทั้งที่เขาไม่ได้รู้สึกอย่างนายสักนิด...ไม่เคยรู้สึกทรมานอย่างนายสักนิด...ไม่เคยเลย!!!...
“จะกลับแล้วเหรอคะ ทำไมรีบกลับหรือว่ามานานแล้วคะ...” แม่บ้านทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันทีที่อีกฝ่ายชะลอรถพร้อมกับเลื่อนกระจกลงทักทายเช่นทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบหน้ากัน...
“โชคดีจังครับที่เจอป้า...” Tetsu ส่งยิ้มตอบกลับไปโดยเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามพลางหันไปคว้าถุงของฝากซึ่งบรรจุของทานเล่นขึ้นชื่อของ Osaka จากเบาะรถด้านข้างมายื่นส่งให้แม้ฝ่ายนั้นจะบอกปัดอย่างเกรงใจแต่เขาก็ยังรวบมือเธอบังคับให้ยอมรับของฝากไปจนได้
“ขอบคุณมากนะคะ...” กล่าวขอบคุณพลางเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเพราะสัมผัสจากฝ่ามือที่ชื้นเย็นเมื่อครู่ทำให้รู้สึกเหมือนคนตรงหน้ากำลังไม่สบาย... “ไม่สบายหรือเปล่าคะ หน้าซีด ๆ มือก็เย็น...”
“คง...เพราะอากาศน่ะครับ...ผมไปนะครับ...” Tetsu บอกลาอีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนจะเคลื่อนรถผ่านประตูรั้วออกไปช้า ๆ บังคับตัวเองอย่างยากลำบากไม่ให้หันหลังกลับไปมอง...ขอบตาร้อนผ่าวหากจนแล้วจนรอดก็ไม่มีน้ำตาไหลรินออกมา... ภาพทิวทัศน์สองข้างทางที่รถแล่นผ่านเห็นเป็นเพียงสีสันแต่งแต้มโดยไม่เห็นว่ามีรูปร่างเช่นใด...
....ปี๊นนน!!!!....เอี๊ยดดดด!!!....
เสียงบีบแตรยาวตามด้วยเสียงเหยียบห้ามล้อบดครูดกับถนนจนได้กลิ่นยางไหม้คละคลุ้ง...
“ไอ้บ้า!!!!...ขับรถดูทางบ้างสิโว้ย!!! อยากตายมากรึไง!!!”
เสียงด่าทอยังคงดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท... ดวงตากลมโตเบิกค้างมองต้นไม้ใหญ่ข้างทางซึ่งอยู่ห่างจากตัวรถไม่ถึงครึ่งฟุตอย่างตกตะลึง... ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือแผดก้องมาจากพรมรองเท้าที่พื้นเบื
้องล่างจากแรงเหวี่ยงของรถจากการเบรกในระยะกระชั้นชิดเมื่อครู่ ... มือถือเครื่องเล็กส่งเสียงเรียกอยู่ในมือบางสั่นระริกอยู่อีกเป็นครู่กว่าเจ้าของร่างจะบังคับให้นิ้วมือของตนเองเริ่มต้นทำงานได้อีกครั้ง...
“M..Moshi Moshi”
“เอ่อ Tetsu-san เป็นอะไรหรือเปล่าครับ...” เสียงถามมาจากปลายสายอย่างร้อนรนเพราะน้ำเสียงที่ได้ยินรวมกับระยะเวลาที่รอสาย...
“ปะ...เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร...” Tetsu สูดลมหายใจเข้าอีกครั้งเพื่อบังคับเสียงไม่ให้สั่น... “มีเรื่องอะไรรึเปล่า...กำลังขับรถอยู่...”
“อ้าว...เอ่อ...นั่นออกมาจากบ้านแล้วเหรอครับ” น้ำเสียงแสดงความตกใจ... “คือจะโทรมาบอกเรื่องที่นัดไว้น่ะครับ...คิดว่าอาจจะเลื่อนได้ เอาให้เลยวันพักของคุณไปก่อน...จะดีกว่ามั้ยครับ...”
“ไม่ต้องเลื่อน...ผมกำลังจะไปเดี๋ยวนี้...ไม่เกิน 20 นาที...” มือบางกดปุ่มปิดสายลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถามไถ่หรือเสนอความคิดอะไรอีก...ก่อนเสียงเครื่องยนต์จะดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเยาะ ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากด้วยความสมเพชความรู้สึกหมดอาลัยของตัวเองเมื่อไม่ถึงครึ่งนาทีก่อน...
...นายลืมสิ่งที่จะไม่มีวันทรยศต่อนายได้ยังไง Tetsuya...สิ่งเดียวที่จะไม่มีวันทรยศต่อนาย...สายรุ้งเส้นนั้น!!!
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
Hyde กุมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือแน่นเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนอนอย่างแผ่วเบา...ดวงตากลมโตเหลือบมองไปยังร่างที่หลับใหลอยู่บนเตียงตลอดเวลา...จนมาหยุดยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น...ลมหายใจถูกระบายออกมาอย่างแรงลังเลเหลือเกินที่จะรับโทรศัพท์ในมือ
“Moshi Moshi” ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจที่จะรับโทรศัพท์ไม่ว่าอีกฝ่ายจะโทรมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
“นึกว่านายจะไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉันซะแล้ว” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะตอบกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมา
“มีธุระอะไรรึเปล่า ?” Hyde ถามกลับโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดคุยอะไรเยิ่นเย้อ
“ฉันกลายเป็นคนที่ต้องมีธุระเท่านั้นถึงจะโทรหานายได้แล้วเหรอ ?”
“Kiyoharu !!” Hyde เสียงดังขึ้นเมื่อปลายสายยังคงยียวนไม่ยอมเข้าเรื่อง
“OK…ใจเย็น ๆ เจ้าชายของนายไม่อยู่เหรอ ?”
“อยู่ !! ถ้านายจะโทรมาถามเรื่องแค่นี้...ก็จะบอกให้รู้เอาไว้ว่าฉันกับ J เรายังเหมือนเดิม” ร่างเล็กตอบกลับไปอย่างฉุนเฉียวถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะคิดว่า Kiyoharu เป็นเพื่อนเหมือนเดิม...แต่ถ้าอีกฝ่ายยังตอแยไม่เลิก... เขาก็เลือกที่จะรักษาความสุขของตนเองเอาไว้มากกว่าจะรักษาสัมพันธ์กับคนที่จ้องจะทำลายมัน
“หมอนั่นก็เข้าใจอะไรง่ายเหมือนกันนะ”
“ถ้าไม่มีอะไรมากกว่านี้...ฉันจะวางสายแล้วนะ...” Hyde ยื่นคำขาดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญ
“เดี๋ยว ๆ ขอโทษที...แค่แกล้งนายเล่นเท่านั้นน่ะ...อย่าโกรธเลยนะ”
“แล้วมีธุระอะไรล่ะ ?”
“ออกมาเจอฉันหน่อยได้มั้ย ?”
คำขอร้องของเพื่อนพร้อมกับโทรศัพท์ที่ถูกปิดลง...ใบหน้าเรียวสวยเต็มไปด้วยความลำบากใจก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยล้า...สิ่งที่ Kiyoharu ร้องขอไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากแต่เพราะความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะหวนกลับมา
...เขาไม่แน่ใจว่ามันจะเปราะบางหรือแข็งแกร่งมากแค่ไหน ? ถึงแม้ต่างฝ่ายต่างสัญญาที่จะมั่นคงต่อความรู้สึก...แต่หากมีความเคลือบแคลงสงสัยเกิดขึ้นมาอีก...มันอาจเป็นชนวนไปสู่ความร้าวฉานในอนาคตก็เป็นได้
Hyde เดินกลับไปทรุดกายลงนั่งเคียงข้างชายหนุ่มบนเตียงอย่างแผ่วเบา...ฝ่ามือบางเอื้อมเข้าไปลูบไล้เส้นผมสีทองอย่างอ่อนโยนก่อนจะมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่หน้าผาก
... ร่างข้างใต้นิ่งเงียบไม่ไหวติงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณของการดำดิ่งเข้าสู่นิทรารมย์แสนหวานไปแล้ว
ร่างเล็กเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียงพร้อมกับยันกายลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปด้านนอก...ฉวยเอาเสื้อโค้ทตัวใหญ่ของ J ติดตัวไปด้วย
.... ทันทีที่เปิดประตูหน้าบ้านพักสายลมหนาวแหลมคมประดุจหอบหิ้วเข็มนับพันเล่มมาด้วยเสียดสีเข้าที่ข้างแก้มเย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...Hyde สวมเสื้อโค้ทของชายหนุ่มทับลงบนร่างก่อนจะโอบกอดตนเองเอาไว้แนบแน่น
... กลิ่นกายและไออุ่นของอีกฝ่ายอบอวลอยู่รอบกายราวกับจะช่วยประคับประคองไม่ให้ลมหนาวหรือสิ่งอื่นใดพัดผ่านเข้ามากระทบทั้งร่างกายและจิตใจ...
…Hyde แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีที่ปราศจากดวงจันทร์ ท้องนภายามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่จุดเดียวห้อยต่ำหนักอึ้งแยกไม่ออกว่าแจ่มใสหรือขุ่นมัว หากแต่ที่มืดมิดที่สุดยังไม่ใช่ท้องฟ้าหากแต่เป็นเส้นทางที่ตนกำลังจะก้าวไป
... เสียงเปิดและปิดประตูของบ้านพักดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่กำลังโอบล้อมอยู่รอบกาย...ร่างเล็กสาวเท้าออกเดินห่างไปจากบ้านพักช้า ๆ โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า
...ดวงตาเรียวรีที่ตนเองคิดว่าจะไม่เปิดขึ้นมาอีกแล้วในค่ำคืนนี้...กลับกำลังเปิดขึ้นช้า ๆ ทันทีที่เสียงปิดประตูบ้านพักแว่วมาให้ได้ยิน...ดวงตาคู่นั้นนิ่งค้างเหม่อมองเพดานที่มืดสนิท...ด้วยความรู้สึกไม่มั่นคง...ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในจิตใจอย่างเงียบเชียบ...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“Kiyoharu…” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนเมื่อเห็นเงาร่างที่กำลังยืนหันหลังให้เขาในสถานที่ที่พวกเขาพูดคุยกันเมื่อตอนเช้าของวัน ....ร่างสูงหันมาตามเสียงเรียกช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่เขากำลังรอคอย
“นายมีธุระอะไร ?” ร่างเล็กถามถึงธุระของอีกฝ่ายขณะที่สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ ไม่อยากประวิงเวลาให้ยืดยาวออกไปแม้แต่เพียงน้อยนิด
...Kiyoharu อมยิ้มมุมปากอย่างนึกขำกับท่าทีของคนที่เคยเรียกได้เต็มปากว่าเพื่อนสนิท...แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าทุกอย่างดูจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง...ถ้าเป็นไปได้ Hyde คงแทบไม่อยากเสวนากับเขาตามลำพังอีกแล้ว
“รีบขนาดนั้นเลยเหรอ ?...หมอนั่นกำหนดเวลาให้นายกี่นาทีกันแน่...ถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้” Kiyoharu สวนกลับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเสียใจเล็ก ๆ กับท่าทีเหินห่างของเพื่อนสนิท
“J ไม่ได้กำหนดเวลา...เขาไม่รู้เรื่องที่ฉันจะออกมาหานายด้วยซ้ำ...แต่ฉันอยากกลับไปก่อนที่เขาจะตื่น”
“หมอนั่นหลับแล้ว ?”
“ใช่...”
“เฮ้ออออ...” เสียงถอนหายใจยาวของพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด...ในสมองของ Kiyoharu กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่เข้าใจ
“หมอนั่นหลับไปก่อน...โดยปล่อยให้นายยังตื่นอยู่...หมอนั่นไว้ใจนายหรือไม่สนใจนายกันแน่…” ชายหนุ่มเบื้องหน้ายังคงพูดจายั่วยุเหมือนกับกำลังทดสอบความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ว่าความหนักแน่นมั่นคงที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน... เป็นเพียงฉากสวยหรูที่พยายามสร้างขึ้นมาปกปิดความเปราะบางที่เริ่มร้าวฉานของทั้งคู่กันแน่
...ทันทีที่ได้ยินคำพูดกระทบกระเทียบความสัมพันธ์ของตน...ฝ่ามือบางที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาชื้นเหงื่อขึ้นมาเล็กน้อย ร่างเล็กกำมือเอาไว้แนบแน่น
... เมื่อรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายกำลังสร้างความหวาดหวั่นให้ก่อตัวขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ...ท่าทางของ J ที่ยอมคืนดีกับเขาอย่างง่ายดายจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงเพื่อตัดความรำคาญใจของชายหนุ่มเองรึเปล่า ? Hyde หลับตากัดริมฝีปากแน่นเพื่อเรียกสติและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กลับคืนมา
...ดวงตากลมโตเปิดขึ้นจ้องมองไปยัง Kiyoharu ด้วยแววตามั่นคงและเปิดเผยปราศจากความกังวลใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นเพราะคำพูดของอีกฝ่าย
“J ไม่สบายไม่แปลกที่เขาจะต้องการพักผ่อน...แล้วฉันก็ไม่อยากเอาเรื่องอะไรไปทำให้เขาไม่สบายใจอีก” Hyde เน้นหนักในน้ำเสียงเพื่อแสดงให้ Kiyoharu เห็นว่าตนเองไม่ใส่ใจในคำพูดเชิงร้าวฉานที่อีกฝ่ายพยายามสร้างให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเขา
“หึ...” Kiyoharu หัวเราะเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ
“ขอโทษที...อย่าใส่ใจกับคำพูดของฉันเลยนะ....ที่เรียกนายออกมาก็แค่อยากเห็นว่านายยังสบายดี...เพราะพรุ่งนี้เช้าฉันก็จะกลับไปโตเกียวแล้ว...เลยอยากรู้ว่านายกำลังมีความสุขมากแค่ไหน ?” Kiyoharu เอ่ยขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเดินช้า ๆ ออกไปเบื้องหน้าก่อนจะหันมาเชื้อเชิญให้ Hyde เดินเป็นเพื่อนตน
“ฉันมีความสุขดี...ขอบคุณที่เป็นห่วง” ร่างเล็กตอบรับเบา ๆ ขณะที่เดินอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย
...ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่โรยด้วยก้อนกรวดสีขาว... แสงจากโคมไฟทรงกลมที่มีอยู่ตลอดทางทำให้เส้นทางเบื้องหน้าไม่มืดมิดแม้ในยามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงใด ๆ ในค่ำคืนนี้
... เส้นทางคดเคี้ยวของถนนก้อนกรวดดูมีมนต์ขลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกราวกับที่สุดของปลายสายที่ถนนนี้ทอดยาวไปมีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนอยู่...
“นี่...” Kiyoharu ส่งเสียงทักขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังรายล้อมอยู่รอบตัวของทั้งสอง
“หืมม์”
“สมมติว่าถ้าฉันแย่งนายมาได้สำเร็จ...นายคิดว่าหมอนั่นจะมาแย่งนายกลับไปมั้ย ?” คำถามตรงไปตรงมาของ Kiyoharu ทำให้ Hyde นิ่งค้างไปเล็กน้อย...ก่อนจะเงยหน้าขบคิดเพื่อเดาคำตอบของสิ่งที่เพื่อนกำลังถาม
“อืมม...คงไม่มั้ง…” ร่างเล็กครุ่นคิดเพียงเล็กน้อยแถมยังตอบกลับไปเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ...เพราะเมื่อย้อนคิดไปถึงการกระทำที่ผ่านมาของ J
...แรก ๆ อาจดูเหมือนว่าชายหนุ่มผมทองดื้อดึงอยากจะทำทุกวิถีทางที่จะเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้...แต่พอทุกอย่างเดินทางมาถึงจุด ๆ หนึ่ง J กลับยอมปล่อยมือจากเขาไปง่าย ๆ แถมยังทำมาแล้วถึง 2 ครั้ง...
“ฉันก็ว่างั้น…” Kiyoharu แค่นเสียงตอบรับ...เมื่อพอจะเดาคำตอบกับท่าทางของ J ออกมาเหมือนกับคำตอบของ Hyde…แต่แล้วน้ำเสียงจริงจังของ Kiyoharu ก็ย้อนถามกลับไปอีกครั้ง
“หมายความว่าไง ? เพราะหมอนั่นไม่ได้ต้องการจริง ๆ เหรอ ? ถึงไม่มีนายหมอนั่นก็ยังอยู่ได้สบาย ๆ งั้นเหรอ ?”
...แต่คราวนี้กลับเป็นร่างเล็กที่อมยิ้มขึ้นมากับคำถามนั้นทันที...พลางสาวเท้าเดินนำหน้า Kiyoharu เพื่อเก็บเอาดอกไม้สีขาวข้างทางที่กำลังผลิบานท้าทายความเหน็บหนาวของฤดูกาล...ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
“สบาย ๆ เหรอ ? ไม่มีทางหรอก” Hyde หันกลับมาตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มซุกซน...ก่อนจะเริ่มอธิบายบางอย่างให้เพื่อนเข้าใจ
“ถึงฉันจะบอก J ว่าจะไปเป็นคนรักของนายแล้วออกจากชีวิตเขาไปวันนี้เลยก็ตาม เขาก็ไม่ตามไปแย่งคืนอยู่ดีแหละ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีเมื่อกำลังคิดถึงใบหน้าของใครบางคนที่อยู่ในหัวใจตลอดเวลา...Hyde ทิ้งช่วงการพูดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความความมั่นใจ
“แต่ไม่ได้อยู่อย่างสบาย ๆ หรอกนะ เพราะ J ขาดฉันไม่ได้”
…คำตอบที่ได้รับทำให้ Kiyoharu นิ่งค้างไปเล็กน้อย...เมื่อรู้ตะลึงงันกับคำตอบ...คนทั้งคู่ผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์และความรู้สึกแบบไหนกันแน่...
“มั่นใจจริงนะ แค่ได้ยินฉันยังอายเลย” Kiyoharu อมยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับสิ่งที่ออกมาจากปากร่างเล็ก...ความมั่นใจในคำพูดของตนเองของ Hyde ราวกับจะสื่อไปถึงความมั่นคงของจิตใจที่เจ้าตัวคงกำลังตอกย้ำให้เขารับรู้
“ไม่ใช่...” Hyde ปฏิเสธกับความคิดของเพื่อน... พลางก้มหน้าลงมองทางเดินเท้าที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดพลางคิดคำนึงไปถึงชายหนุ่มผมทองแล้วพูดต่อ
“จริง ๆ แล้ว J เป็นคนน่าสงสารนะ…เขามักจะเก็บเอาอะไรไปครุ่นคิดอยู่คนเดียว...น้อยครั้งที่จะแสดงออกให้เห็นถึงความปวดร้าวหรือความไม่สบายใจ....เขาเลือกที่จะซุกซ่อนความทรมานเอาไว้เพียงลำพัง...โดยไม่ยอมให้คนรอบข้างรับรู้...เพราะเขาเป็นคนแบบนี้แหละ ฉันถึงอยากอยู่ข้าง ๆ ตลอดไป”
Hyde หันกลับมามองหน้า Kiyoharu พร้อมรอยยิ้มที่ออกมาจากภายในจิตใจส่วนลึกจริง ๆ ว่าเขายินยอมอยู่เคียงข้างชายหนุ่มผมทองด้วยความเต็มใจ...อยากจะแบ่งเบาเอาความปวดร้าวที่ J พยายามซุกซ่อนมาไว้ที่ตัวเอง...แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
...ทั้งคู่เดินมาจนถึงทางแยกเบื้องหน้า...ถนนก้อนกรวดถูกแยกออกเป็นสองสาย...Hyde สาวเท้าเดินนำไปหยุดอยู่ที่ทาง ๆ หนึ่งก่อนจะหันมาหาเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้ม....
“ถ้าเป็นคนประเภทไม่ยอมฟังเหตุผลแถมตามแหลกถึงไหนถึงกันล่ะก็ ฉันหนีแน่ ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก” ร่างเล็กหันมาส่งเสียงบอกอย่างร่าเริง...เพราะพอจะเดาความคิดเป็นห่วงของเพื่อนได้
...Kiyoharu แย้มยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่มีสิ่งใดต้องกังวลในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อีก...เป็นเพราะเขารักและเป็นห่วง Hyde จึงอยากถามให้แน่ใจว่าเพื่อนของเขามีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่รึเปล่า ?
“ถ้างั้น...ฉันก็ขอให้นายความสุขมาก ๆ กับสิ่งที่นายเลือก...ดีใจด้วยนะที่นายได้เลือกคนที่รักและคน ๆ นั้นก็เลือกที่จะรักนายเช่นกัน...” Kiyoharu พูดในสิ่งที่วันนี้เขาพูดไม่ทันตอนที่ร่างเล็กหันหลังเดินจากไป
....เป็นความรู้สึกเข้าใจและยินดีด้วยจากใจจริง...ชายหนุ่มเดินไปหยุดเท้าที่เส้นทางอีกสาย...ก่อนจะหันมาทิ้งท้ายอะไรบางอย่าง
“แต่ถ้านายไม่อยากอยู่ข้างหมอนั่นเมื่อไหร่...ก็บอกฉันนะฉันจะไปรับ” Kiyoharu ยังคงทิ้งท้ายอย่างกวนอารมณ์ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้างามบูดบึ้งแถมแลบลิ้นใส่เขาอย่างกับจะบอกว่า
...วันนั้นไม่มีวันมาถึง...
Hyde โบกมือลาก่อนจะหันหลังก้าวเดินไปตามเส้นทางของตนเองช้า ๆ พลางคิดทบทวนถึงเรื่องราวหลากหลายที่เกิดตลอดช่วงเกือบปีที่ผ่านมา...ทรมานอย่างแสนสาหัส...เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว...แต่ก็มีความสุขมากล้นจนไม่อาจลืมเลือนได้
...หิมะโปรยปรายลงมาเบา ๆ ขณะที่ Hyde กำลังก้าวเดิน...ร่างเล็กแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิท...ก่อนจะแบมือข้างนึงออกรอรับสัมผัสเย็นเยียบที่ตกลงมาจากฟากฟ้า...ครั้นพอหันหลังกลับไปมองเงาร่างของเพื่อนก็กำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางของตนเองช้า ๆ แผ่นหลังนั้นค่อย ๆ จางหายไปกับความมืด
...เส้นทางที่เพื่อนของเขากำลังจะก้าวไปเป็นเส้นทางแบบไหนกันแน่นะ ?....
Hyde หันกลับมาก้าวเดินต่อไปพลางย้อนมาขบคิดถึงเรื่องราวของ Kiyoharu เขาไม่เคยรับรู้ว่าเพื่อนคนนี้มีความรักให้เขามากเกินกว่าความเป็นเพื่อน...และเพราะเหตุการณ์ที่ได้พบเจอกันโดยบังเอิญ...ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับ J ถูกเปิดเผย
...หมอนั่นจะรู้สึกเสียใจมากน้อยแค่ไหนกันนะ ?...
ร่างเล็กเหลียวกลับไปมองทางที่เพื่อนเดินไปอีกครั้ง...แต่ความมืดมิดก็กลืนกินทิวทัศน์เบื้องหน้าไปหมดสิ้นแล้ว...ถึงแม้จากจุดที่ตนเองยืนอยู่จะมองไม่เห็นเส้นทางที่เพื่อนกำลังจะก้าวไป...แต่เขาก็ยังเชื่อว่าหนทางของ Kiyoharu จะต้องมีแสงสว่างที่อบอุ่นรอคอยอยู่เช่นกัน
...Hyde อมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยดอกไม้สีขาวในมือถูกกำเอาไว้แน่นหวังว่าตนเองจะสามารถฝ่าฟันทุก
เรื่องราวยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวเหมือนดอกไม้ดอกนี้... ร่างเล็กเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนเปลี่ยนเป็นวิ่งฝ่าหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ...ตรงไปหาแสงสว่างที่อบอุ่นของตัวเอง... ...Hyde เปิดประตูบ้านพักเข้าไปอย่างแผ่วเบา...ภายในบ้านพักถูกปิดไฟมืดสนิทก่อนเขาจะออกไป... ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือแสงไฟที่ลอดผ่านช่องว่างด้านล่างของประตูออกมาจากห้องนอนที่เขาทิ้งใครบางคนให้นอนอยู่เพียงลำพัง...
... J ตื่นแล้วเหรอ ?...
Hyde แทบจะรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที... เมื่อไม่อาจเดาได้ว่าเบื้องหลังบานประตูจะเป็นพายุหิมะที่เย็นเยียบหรือแสงสว่างที่อบอุ่นอย่างที่เขาต้องการกันแน่...ร่างเล็กกลั้นใจปิดประตูหน้าบ้านลงช้า ๆ พลางสาวเท้าเดินไปตามเส้นทางที่มีแสงไฟนั้นลอดผ่าน...ทุกย่างก้าวกำลังสร้างความความหวาดหวั่นขึ้นมาทีละน้อย
...แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มที่นั่งดูทีวีอยู่บนเตียงเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อย...ภาพร่างเล็กก้มหน้านิ่งราวกับกลัวการเผชิญหน้ากำลังก้าวเข้ามาในห้องนอนช้า ๆ
“กลับมาแล้วเหรอ ?” เสียงทักทายพร้อมรอยยิ้มต้อนรับ...เรียกให้ใบหน้าเรียวสวยเงยหน้าขึ้นมอง...ความรู้สึกหวาดหวั่นลดลงไปอย่างมากมาย
“กลับมาแล้ว” Hyde ร้องบอกอย่างร่าเริงพร้อมกับรีบก้าวขึ้นไปบนเตียงสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ใบหน้างามซุกซบอยู่ที่แผ่นอกกว้างราวกับจะเรียกร้องหาไออุ่นอย่างที่ตนเองต้องการ...วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างเล็กตอบกลับไปพร้อมกับมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่เส้นผมอย่างอ่อนโยน
“ตื่นนานแล้วเหรอ ?” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามเพราะเขาคิดว่า J คงจะหลับสนิทไปจนเช้า
“ตั้งแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์” คำตอบที่ได้รับทำให้ Hyde รับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มคงจะรู้ว่าเขาจะออกไปหาใคร ?
“ล...แล้วทำไม ?”
“ทำไมถึงไม่ห้ามน่ะเหรอ ?”
Hyde พยักหน้ารับเบาๆ ขณะที่โอบกอดร่างชายหนุ่มแนบแน่นขึ้นไปอีก...เมื่อคำพูดของ Kiyoharu ที่ว่า “เพราะเชื่อใจหรือไม่สนใจกันแน่” กำลังวิ่งย้อนกลับเข้ามาในความคิด...
“อืมมม...คงเพราะไม่อยากให้นายรู้สึกว่าโดนกักขังล่ะมั้ง ?...แล้วอีกอย่างฉันก็เชื่อว่านายจะกลับมาหาฉันเองด้วยความเต็มใจของตัวเอง” J พูดพลางลูบไล้ไปที่เส้นผมอย่างอ่อนโยน
...แต่ Hyde กลับแอบยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยขณะที่ซบหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม...พลางแอบคิดคำนึงบางอย่างขึ้นมาภายในจิตใจ
‘…J ตั้งแต่รู้ตัวว่ารักนาย...ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตนเองถูกนายกักขัง...แต่เพราะนายเป็นแบบนี้แหละฉันถึงอยากอยู่ข้าง ๆ นาย...’
...อยู่ในกรงที่อ่อนนุ่มนี้ ข้างนายตลอดไป…
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
TBC. April 12 Love Punish 92- 92 -
ร่างเล็กอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง...แถมยังกำบิดเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น...ด้วยความเขินอาย...จนชายหนุ่มผมทองต้องเหล่มองพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ค่อยเข้าใจกับท่าทีของ Hyde เท่าไหร่...ทั้งสองคนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงเนิ่นนาน...จนในที่สุด J ก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เป็นสาเหตุทำให้เขาคิดมากเรื่องของ Hyde “นี่...”
“หืมม์”
“ตอนนี้นายมีเรื่องอะไรกลุ้มใจอยู่รึเปล่า ?” คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้ามองสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...ก่อนจะหลุบตาลงต่ำพร้อมกับเบียดร่างเข้าหาแผ่นอกกว้างมากกว่าเดิม
“ก็เรื่องของนาย...กลัวนายจะโกรธจนไม่ยอมคืนดี...กลัวว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น” Hyde เอ่ยตอบเสียงแผ่วเบาฝ่ามือบางที่เกาะกุมเสื้อชายหนุ่มเอาไว้สั่นระริกขึ้นเล็กน้อยพลางโอบกอดร่างสูงใหญ่แนบแน่นขึ้น
...เมื่อรู้สึกว่าน้ำตาพาลจะไหล...ทันทีที่ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้นวันที่ J ทอดทิ้งเขาไป...ซ้ำร้ายมันยังเกิดขึ้นมาถึง 2 ครั้ง....กลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3
J กระชับอ้อมกอดตอบรับความรู้สึกของร่างเล็กที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...ราวกับยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นมาอีก...ริมฝีปากได้รูปมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
“แล้วในอนาคตนายอยากทำอะไร ?” J ถามคำถามในสิ่งที่อยากรู้ขึ้นมาอีก...ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยได้สนใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้...แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกันสมควรจะได้รับรู้เอาไว้...ที่สำคัญไม่อยากให้ใครมาบอกว่ารู้จัก Hyde ดีกว่าเขา ร่างเล็กเงยหน้ามองอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ...ว่า J จะอยากรู้เรื่องราวพวกนี้ไปทำไม
“ก็อยากทำเพลงต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็....” Hyde ก้มหน้าซุกกับแผ่นอกกว้างอย่างเขินอาย...ก่อนจะพูดอุบอิบในประโยคต่อไป
“อยากอยู่กับนาย” J ยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้อยู่ในอนาคตที่อีกฝ่ายวางเอาไว้
“แล้วมีความฝันอะไรบ้างมั้ย ?”
“ก็ฝันอยากอยู่กับนายตลอดไป...ให้เรารักกันไปนาน ๆ”
“แล้วครอบครัว ?”
“นายก็เป็นเหมือนครอบครัวของฉันไง”
“เรื่องที่อยากทำต่อไปล่ะ ?”
“นี่ !! ทำไมฉันต้องมานั่งตอบคำถามนายด้วยนะ !!” Hyde โวยวายขึ้นมาบ้าง...เมื่อโดนตั้งคำถามไม่รู้จักจบสิ้นเสียที...ใบหน้างามเริ่มส่อแววไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย...แทนที่จะได้ทำอย่างอื่น J กลับมานั่งถามคำถามเหมือนพวกพิธีกรรายการทีวีไปได้
“ตอบก่อนสิ...เรื่องสำคัญสำหรับฉันเลยนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางโอบไหล่บางให้เข้ามาเอนซบอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง
“อยากทำทุกอย่างร่วมกับนาย...แค่มีนายอยู่...ไม่ว่าอะไรฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันยากลำบาก” Hyde ยอมตอบคำถามแต่โดยดี....ไม่ว่าเรื่องราวใดขอเพียงได้ฝ่าฟันไปพร้อมคน ๆ นี้...เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน ทุกคำตอบที่ได้รับ...ยิ่งทำให้หัวอิ่มเอม พองโต ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...เหมือนความสุขมันเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ...เมื่อตนเองอยู่ในทุกเสี้ยวความคิดคำนึงของ Hyde
...แล้วทำไมเขาต้องไปอิจฉาคนที่ทำได้เพียงรับฟังมันเอาไว้...แต่ไม่ได้อยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเหล่านั้น...
“แล้วทำไมฉันถึงอยู่ในความคิดนายเยอะจัง” J เอ่ยแซวออกมาเล่น ๆ อย่างนึกสนุกแต่ร่างเล็กกลับผละออกจากอ้อมกอดแถมยังจ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตา...ก่อนจะโวยวายอะไรขึ้นมาทันที
“ก็ฉันคิด ๆๆๆๆ ....คิดถึง....แต่เรื่องของนาย.....คิดจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว !!!....แล้วนายน่ะคิดถึงฉันบ้างรึเปล่า ?” Hyde โผกลับเข้าไปหาอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง...เมื่อเห็นรอยยิ้มกวนอารมณ์ที่มุมปากของอีกฝ่าย...ฝ่ามือบางฟาดผัวะไปที่แผ่นอกกว้างนั้นเบา ๆ พลางเบียดศีรษะแนบชิดกับตำแหน่งหัวใจของชายหนุ่ม...ราวกับจะแอบฟังว่าทุกจังหวะการเต้นของหัวใจมีเขาอยู่ในนั้นรึเปล่า ?
“ก็เพราะคิดแต่เรื่องของนายเหมือนกันไง....ฉันถึงได้คิดมากเรื่องคราวนี้...คิดไปว่าฉันไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของนาย...”
คำตอบที่ได้ยินทำให้ Hyde ต้องผละออกมาจากอ้อมกอด...ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...อะไรที่ทำให้ J มีความคิดแบบนั้น
“ทำไม ? นายถึงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ”
“ก็เพราะ...ฉันไม่เคยได้รับรู้ความคิดของนาย...แล้วพอมาได้ยินว่ามีคนที่รู้ในเรื่องที่ฉันควรจะรู้...แถมคน ๆ นั้นก็ยังรักนาย...ในเมื่อนายมีคนที่สามารถปรึกษาพูดคุยได้ทุกเรื่อง...ฉันก็เลยคิดว่าฉันคงไม่มีความจำเป็นกับนายแล้ว”
J ตอบทุกอย่างออกไปตามความจริงไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปิดบังหรือเก็บกดความรู้สึกของตนเองเอาไว้... เพราะหากเราสองคนได้พูดคุยกันเรื่องราวคงไม่บานปลายจนทุกอย่างที่สร้างกันมาเกือบสูญสลายแบบนี้
“ขอโทษ....ฉันผิดเอง” Hyde เอ่ยคำขอโทษออกมาเบา ๆ พร้อมกับเข้าไปโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น...เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คิดเอาเองว่าไม่จำเป็นต้องบอก...มันจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกัน
“อย่าโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองฝ่ายเดียว...ถ้าฉันหนักแน่นมากกว่านี้...เรื่องเลวร้ายมันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก”
“นายจำเป็นกับฉันแล้วก็สำคัญมากกว่าใคร ๆ อย่าคิดอีกนะว่านายไม่จำเป็นสำหรับฉันหรือคิดเอาเองว่าฉันไม่ต้องการนายน่ะ” Hyde เงยหน้าจ้องมองสบตาอย่างต้องการคำสัญญา...J อมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย...ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากผ่าวร้อนกับกลีบปากบางเป็นเครื่องหมายของคำสัญญา
“ฉันสัญญา Hyde…แต่เรื่องนึงที่ฉันอยากให้นายสัญญากับฉันเหมือนกัน” J เอ่ยปากตอกย้ำคำสัญญาหลังจากที่ผละริมฝีปากออกมา...ก่อนจะยื่นคำสัญญาให้อีกฝ่ายรักษาบ้าง
“อะไรล่ะ ?”
“ถ้าวันไหน...นายคิดว่าฉันไม่จำเป็นแล้ว...ฉันไม่มีความสำคัญกับนายอีกแล้ว...ขอให้นายพูดมันออกมาตรง ๆ ได้มั้ย ?...อย่าให้ฉันต้องคิดไปเอง...เพราะช่วงเวลาที่ฉันคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบ...นายไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน ?”
J เอ่ยเสียงแหบพร่า...ดวงตาเรียวรีเหม่อมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย...เมื่อย้อนคิดไปถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่รอให้ Hyde กลับมาเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ว่ามันจะจบลงหรือคงอยู่ต่อไป...มันช่างเป็นเวลาที่ทรมานจนเขาแทบทนไม่ไหว
...ทรมานแทบขาดใจ...
Hyde นิ่งค้างกับคำพูดของชายหนุ่ม...ช่วงเวลาที่เขามัวแต่คิดเรื่องของตัวเอง...เขาปล่อยให้ J ทุกข์ทรมานกับความรู้สึกนั้นมากมายแค่ไหน ? ร่างเล็กที่ฟุบหน้านิ่งอยู่กับแผ่นอกกว้างพยักหน้ารับต่อคำสัญญานั้นเบา ๆ
“แต่วันนั้นจะไม่มีวันมาถึง” Hyde เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ... รอยยิ้มกว้างและวงแขนแกร่งที่โอบกระชับร่างเล็กแนบแน่นราวกับจะตอบรับว่าตนเองก็จะไม่ยอมให้วันนั้นมาถึงเช่นกัน... ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเนิ่นนานท่ามกลางความหนาวเหน็บของอุณหภูมิภายนอก
...ความเงียบสงัดจากทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายราวกับว่าโลกทั้งโลกเหลือเพียงพวกเขาสองคน
...โลกที่มีเพียงแค่เรา...
....~~ จ๊อกกก ~~…
เสียงประหลาดที่ดังขึ้นมาทำลายความเงียบงันที่ทั้งคู่กำลังด่ำดิ่งสู่โลกที่มีเพียงกันและกัน... ความโรแมนติกถูกทำลายขึ้นมากะทันหันเมื่อใครคนหนึ่งทนต่อความต้องการอันดับหนึ่งของมนุษย์ไม่ไหว
“ J !!” Hyde แกล้งโวยออกมาทันทีเมื่อบรรยากาศแสนหวานถูกทำลาย...ร่างเล็กผละออกจากอ้อมกอด...ก่อนจะแกล้งทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ขอโทษ ๆๆ...พอดีไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อเช้าน่ะนะ...โอ๊ยย !!...” เสียงร้องออกมาเบา ๆ ทันทีที่ชายหนุ่มขยับกาย...ทำให้ Hyde ต้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง...เพราะดูเหมือนเขาจะลืมเลือนไปแล้วว่า J กำลังไม่สบาย
“เป็นอะไรรึเปล่า ?!!”
“เปล่า ๆ...” J ปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ...”แค่เมื่อยแล้วเหน็บมันกิน...นายตัวหนักขึ้นรึเปล่า ?” ชายหนุ่มกระเซ้าแหย่ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเหยียดแขนทั้งสองข้างออกช้า ๆ
“นายหาว่าฉันอ้วนเหรอ !!?” Hyde ร้องถามเสียงสูง...ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินคำถามเรื่องน้ำหนัก
“ไม่ได้ว่าอย่างนั้น....แต่ตอนที่หลับอยู่ฉันก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่หนักมากมาทับเอาไว้...คิดว่าต้องตายซะแล้ว…พอรู้สึกตัวถึงรู้ว่าเป็นนายนี่เองที่มาทับฉันเอาไว้” J ยังคงแซวเรื่องนี้ไม่เลิก...รอยยิ้มกวน ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก...เมื่อเริ่มสังเกตได้ว่าดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง...ริมฝีปากบางสวยเตรียมขยับจะโวยอะไรออกมาอีกรอบ...แต่มันก็ถูกปิดสนิทเอาไว้ก่อนด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม
“อื้ออ !!!” Hyde เตรียมที่จะใช้สองมือรัวทุบไปที่ไหล่หนาของอีกฝ่าย...ถ้าไม่ใช่เพราะ J รู้ทันจึงรีบผละริมฝีปากออกห่างพร้อมกับรวบเอาข้อมือบางนั้นเอาไว้ได้ทัน
“นี่ฉันเป็นคนป่วยนะ...มาทำร้ายร่างกายกันอย่างนี้ได้ยังไง ?”
“ก็ให้มันตายไปเลย !!” Hyde แกล้งโวยเสียงลั่นพร้อมกับบิดข้อมือหมายจะให้หลุดจากการจับกุม
“ฉันตายแล้วนายไม่เสียใจเหรอ ?” น้ำเสียงนุ่มนวลที่ถามกลับมาเหมือนจะแกล้งยั่วอารมณ์...
“หึ!!” ร่างเล็กสะบัดหน้าพรืดทำท่าเหมือนไม่อยากสนใจ...จน J ต้องยอมง้อแต่โดยดี...ค่อย ๆ โอบร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้หลวม ๆ
“นี่...ฉันหิวมากเลยน้า ~~...”
“จะกินอะไร?!!!” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นถามกลับมาทันที
“ได้ข้าวต้มร้อน ๆ สักชาม...ก็คงดี”
... หลังจากสั่งความถึงสิ่งที่ตนเองต้องการเรียบร้อยชายหนุ่มผมทองก็เอนร่างลงบนเตียงนอนอย่างมีความสุข...รอเวลาที่ข้าวต้มร้อน ๆ จะมาเสิร์ฟถึงที่พร้อมกับป้อนให้ถึงปาก...อาการไข้ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย...ถ้าได้พักผ่อนเต็มที่อีกสักคืนคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะหายสนิท...
“เสร็จแล้วเหรอ ?” J ผงกศีรษะขึ้นมาจากหมอนเมื่อเห็นว่า Hyde เพิ่งออกไปได้ไม่ถึง 5 นาทีก็กลับเข้ามาแล้ว
“ที่นี่มันบ้านพักของรีสอร์ทนะ...แล้วเมื่อวานที่เราไปเที่ยวในเมืองกันก็ไม่ได้ซื้อของสดหรืออาหารอะไรกลับมา...แล้วจะเอาอะไรทำล่ะ ? ฉันเลยออกไปโทรสั่ง....เดี๋ยวก็คงมาส่ง” Hyde อธิบายเพราะตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะลงมือทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้ J กินเอง...แต่พอสำรวจไปทั่วครัวที่ว่างเปล่า...ก็เลยต้องตัดสินใจโทรสั่งบริการรูมเซอร์วิสของรีสอร์ทแทน...
...ร่างเล็กเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ข้างเตียง...ก่อนที่จะเริ่มทำหน้าที่ตรวจดูอาการป่วยของชายหนุ่ม...ฝ่ามือบางวางแนบลงบนหน้าผากของ J โดยที่มืออีกข้างแนบสัมผัสกับหน้าผากตนเองเพื่อวัดอุณหภูมิ...
“นายป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ ?” Hyde ย้อนถามถึงเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับอาการป่วยของอีกฝ่าย...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาตั้งแต่มาถึงที่นี่...แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรให้เขาสังเกตได้แม้แต่น้อย
...หรือเพราะว่าตัวเขาไม่ได้เฉลียวใจเองกันแน่
“เช้าวันที่ไปเล่นสกี...ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วน่ะนะ”
“แล้วทำไมนายไม่รีบบอก!!” Hyde แทบจะตะโกนเมื่อจำได้ว่าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งรออยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บนานแค่ไหนแถมยังแกล้งชายหนุ่มเล่นด้วยการให้กลิ้งไปตามพื้นหิมะที่เย็นเยียบ...
“ฉันแค่อยากไม่ให้นายหมดสนุก...อีกอย่างเรากำลังมีความสุขมากขนาดนั้น...ฉันก็เลย...”
“บ้ารึเปล่า ?!! ถ้านายเป็นอะไรร้ายแรงฉันจะยังมีความสุขได้ยังไง ?!!” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
“ใจเย็นน่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงซะหน่อย”
“ก็แล้วถ้าเป็นล่ะ !!”
“ก็บอกว่าไม่เป็นไง”
“แล้วถ้าเป็น !!”
“ไม่เป็น...”
“เป็น !!”
“ไม่เป็น!!”
...ก๊อก...ก๊อก...
เสียงทุ่มเถียงกันของคนทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูจากภายนอก...ตามมาด้วยเสียงร้องบอกว่าเป็นรูมเซอร์วิส...Hyde จึงได้ละความสนใจจาก J หันไปตามเสียงเรียกที่แว่วมาจากด้านนอก
“อาหารคงมาส่งแล้ว” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนจะส่งสัญญาณให้ Hyde เป็นคนออกไปเอา... ร่างเล็กหันมาย่นจมูกใส่เมื่อยังอารมณ์ค้างกับเรื่องที่ทุ่มเถียงกันเมื่อครู่ไม่หาย
...แต่ก็ผุดลุกไปที่ประตูหน้าบ้านพักแต่โดยดี
...รออยู่เพียงไม่นานร่างเล็กพร้อมกับถาดอาหารก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง...Hyde จัดการวางถาดอาหารลงกับโต๊ะหัวเตียง...พร้อมกับชายหนุ่มผมทองที่ขยับเอนกายพิงหมอนใบนุ่ม...กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยยิ่งกระตุ้นให้น้ำย่อยทำงานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
J ถูมือไปมาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นอยากลิ้มชิมรสชาติของข้าวต้มหอมกรุ่นนี่ใจจะขาด...ดวงตาเรียวรีมองตามช้อนที่กำลังถูกนำลงไปตักข้าวต้ม...ก่อนจะมาจรดอยู่ที่ริมฝีปากบางสวยที่ช่วยเป่าเบา ๆ เพื่อลดความร้อน...ไม่นานช้อนพร้อมข้าวต้มก็ถูกยื่นมาจ่อตรงหน้า...J อ้าปากรอรับหวังจะได้สัมผัสถึงรสชาติของข้าวต้มที่แผ่ซ่านในปาก
“อ๊ะ !! เดี๋ยวก่อน” เสียงทักท้วงดังขึ้นพร้อมกับช้อนที่ถูกชักออกให้ห่างจากปากชายหนุ่ม...จน J ต้องอ้าปากนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นรสชาติของข้าวต้มก็ไม่ได้สัมผัส
“อะไรอีกล่ะ ?” J หันมาถามอย่างไม่เข้าใจ...แถมความหิวที่กำลังรุมเร้าก็ทำให้อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ
“นายต้องสัญญาก่อน...ว่าทีหลังถ้าไม่สบาย...นายต้องบอกให้ฉันรู้” Hyde ขุดเอาเรื่องที่เพิ่งจะทุ่มเถียงกันไปเมื่อครู่ขึ้นมาต่อรองอีกครั้ง...จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้กินข้าวช้าลงไปอีก
“OK...” J ตอบรับอย่างขอไปที...แต่คำสัญญาของชายหนุ่มก็ทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้างออกมาได้ทันที
“ดีมาก...แล้วก็...”
“นี่...ถ้านายจะสั่งอะไรก็สั่งไปตามสบาย...แต่เอาข้าวมาให้ฉันก่อนได้มั้ย ?” J ยันกายขึ้นนั่งพร้อมกับยื่นมือหมายจะเข้าไปแย่งเอาชามข้าวต้มมาไว้ที่ตัวเอง...แต่ Hyde ก็ไวพอที่จะฉวยยึดชามข้าวเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่ม
“เดี๋ยวฉันจะป้อน !!”
“ก็ป้อนสักทีสิครับ...ผมหิวจะตายอยู่แล้วครับ”
J แกล้งอ้อนวอนเสียงอ่อน...ไม่รู้ว่า Hyde นึกสนุกอยากเล่นบทพยาบาลดูแลคนไข้รึไงกัน ? ถึงดื้อดึงอยากจะป้อนข้าวต้มเขาขนาดนี้...คงเพราะเขาไม่เคยไม่สบายขนาดที่ต้องคอยให้อีกฝ่ายดูแลอย่างใกล้ชิด...Hyde ก็คงอยากจะดูแลเขากลับบ้าง...เพราะส่วนใหญ่คนที่ไม่สบายจะเป็นเจ้าตัวเล็กมากกว่า...
“นั่งดี ๆ สิ !!” Hyde หันกลับมาสั่งให้ชายหนุ่มเอนกายพิงหัวเตียงลงไปอีกครั้ง...ซึ่ง J ก็ต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย
“อ้ะ...” คราวนี้ช้อนพร้อมข้าวต้มถูกยื่นมาจ่อตรงหน้าจนแทบจะกระแทกเข้าที่ปาก....ชายหนุ่มค่อย ๆ อ้าปากรับช้า ๆ กลัวเหลือเกินว่ามันจะกระแทกไปจนถึงคอหอย... รสชาติข้าวต้มหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านในปากขณะที่เคี้ยวช่วยบรรเทาความหิวโหยลงไปได้มาก…แต่พอคำที่สองกำลังจะเข้ามาใกล้ J กลับฉวยยึดข้อมือบางนั้นเอาได้ทัน
“นี่จะป้อน...หรือจะเอาข้าวอุดปากฉันให้ตายกันแน่....อย่าใช้อารมณ์กับคนไข้สิ...นายเป็นพยาบาลที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ” J แกล้งบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะจับข้อมือบางให้หันมาที่ปากเขาช้า ๆ แล้วข้าวคำที่สองก็ถูกนำเข้าปากไปอย่างนุ่มนวล
“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องกิน !!” ร่างเล็กฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...เขาแค่อยากจะดูแล J บ้าง...ชดเชยกับที่เขาแกล้งให้ชายหนุ่มต้องนั่งหนาวทนรอตอนเล่นสกี...แถมยังทำให้ J ไม่สบายใจกับเรื่องของ Kiyoharu อีก...แต่ชายหนุ่มก็ยังกวนอารมณ์เขาไม่ยอมหยุด
“กิน ๆ...ป้อนต่อนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางอ้าปากรอรับข้าวต้มคำต่อไปอย่างว่าง่าย...และคราวนี้คนป้อนก็ดูเหมือนจะนุ่มนวลมากกว่าเดิม...ข้าวต้มถูกป้อนให้ชายหนุ่มกินจนหมดชาม
“แล้วนายไม่หิวเหรอ ?” J ถามกลับขณะที่รับยาลดไข้ที่ต้องทานหลังอาหารมาจากร่างเล็ก
“หิวสิ...นี่ไงฉันสั่งของฉันมาด้วย “ Hyde ยกถาดอาหารอีกถาดให้ดู...ก่อนจะนั่งกินส่วนของตนเองอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงนอนปล่อยให้ชายหนุ่มนอนพักผ่อนดูทีวีอยู่บนเตียง
...เพียงไม่นานหลังจากที่จัดการอาหารของตนเองเรียบร้อย...Hyde ก็จัดการยกถาดอาหารทั้งหมดออกไปไว้ที่ครัวด้านนอก...หอบหิ้วเอาอ่างน้ำและผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กกลับเข้ามาด้วย...ตั้งใจว่าจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่ม...แต่พอมาถึงเตียงจึงได้เห็นว่า J เคลิ้มหลับไปอีกแล้ว...ทั้ง ๆ ที่วันนี้ก็นอนมาทั้งวัน...คงเพราะฤทธิ์ยาลดไข้ที่เพิ่งให้กินเข้าไปเมื่อครู่
...Hyde ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพลางไล้มือไปตามโครงหน้าอย่างแผ่วเบา..ฝ่ามือบางเลื่อนขึ้นไปลูบไล้เส้นผมสีทองที่ผ่านการกัดย้อมจนอ่อนนุ่มเหมือนขนแมว... ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทำไมเขาถึงเรียกเจ้าเหมียวขนทองว่า “J”
...ร่างเล็กขยับเอาผ้าห่มนวมขึ้นมาห่มให้อย่างแผ่วเบา..นอนมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซุกซน...เพราะวันนี้เขานอนมาทั้งวันตอนนี้เลยยังไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย
...RRRR…RRRR….
เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดก้องขึ้นมากะทันหัน... ทำให้ร่างเล็กต้องรีบหันไปมองและควานหามันมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเสียงรบกวนจะไปทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมาจากนิทรารมย์...Hyde กวาดสายตามองไปที่ชื่อของสายเรียกเข้า...ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้น
“Kiyoharu !!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
Ryuichi ลืมตาจ้องมองร่างในอ้อมแขนอีกเป็นครั้งที่สองก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความมึนงงจากเสียงเต้นตุบ ๆ ในหัวอีกครั้ง... ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองมีใครนอนอยู่เคียงข้าง หากเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำสิ่งที่ผิด...
...เส้นผมนุ่มสลวยที่ลูบไล้อย่างมีความสุขก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมอง เขากำลังคิดถึงผมสีน้ำตาลนุ่มมือยาวระต้นคอขาวสะอาดของใครคนหนึ่งแต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รับรู้ถึงสัมผัสที่เปลี่ยนไป...
...มือที่ลูบไล้เส้นผมหยุดนิ่งลงโดยไม่รู้ตัว... ความทรงจำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มชัดเจนขึ้นในความทรงจำขณะเจ้าของร่างยังคงนอนนิ่งฟังเสียงนาฬิกาเรือนเล็กที่ตั้งอยู่หัวเตียง กระทั่งรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของร่างในอ้อมแขน...
“ผมจะลงไปเตรียมอาหารเช้าให้นะ...” คำพูดประโยคเดียวทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้น... ร่างบางที่นั่งก้มหน้าพันกายด้วยผ้าห่มหันมาสบตากับคนพูดเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
...กระทั่งชายหนุ่มข้างกายขยับเข้ามาใกล้กดศีรษะเธอให้ซบลงกับบ่าของเขาอย่างอ่อนโยน...ใบหน้าที่ซีดขาวจึงเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ พร้อมกับความรู้สึกอับอายในสิ่งที่เกิดขึ้นเบาบางลงจนแทบไม่เหลืออยู่...
Arisa มองตามแผ่นหลังกว้างไปจนกระทั่งลับสายตาจึงค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นจากเตียง อาการปวดมึนยังคงตามมารบกวนไม่ลดละแม้เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับสายน้ำอุ่น ๆ หากในความสับสนและความคิดหลายสิ่งหลายอย่างในหัวกลับไม่มีความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดเมื่อคืนปนอยู่เลย...
เสียงเปิดประตูห้องที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำหยุดชะงักหันไปมองพร้อมกับหลบตาไปทางอื่นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว... Ryuichi มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มนิด ๆ พลางกวาดตามองไปยังชุดกิโมโนที่พาดวางไว้ที่ปลายเตียง... เพียงเท่านั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงกำลังกลุ้มใจเรื่องเครื่องแต่งกายอยู่นั่นเอง...
“เสื้อในตู้เลือกได้ตามสบายนะครับ...” Ryuichi พูดมาจากหน้าประตูโดยไม่ขยับเขยื้อน... เสื้อผ้าที่คนพูดสวมใส่เข้ามาบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงไปอาบน้ำชำระร่างกายมาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน...
Arisa ยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าตามคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง... เสื้อขนาดค่อนข้างเล็กที่มุมหนึ่งของตู้ดูจะพอเข้ากับขนาดรูปร่างของตนมากที่สุดจึงถูกเลือกหยิบออกมายกขึ้นให้อีกฝ่ายดูเป็นการบอกกล่าวอีกครั้ง
... แววประหลาดใจปรากฏให้เห็นในดวงตาคู่งามเมื่อชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่มีอาการเหมือนชะงักไปชั่วครู่... ริมฝีปากได้รูปขยับคล้ายจะพูดอะไรออกมาแต่แล้วก็กลับเงียบพร้อมกับพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบอกเสียงอ่อนโยน...
“ข้างนอกยังเย็น ๆ ใส่เสื้อหนาหน่อยจะดีกว่านะครับ...”
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
...ติ้ดๆๆ...ติ้ดๆๆ...
“Moshi Moshi” ชายหนุ่มร่างบางสวมเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกดปุ่มรับสายโทรศัพท์มือถือพลางขยับแว่นกันแดดที่เลื่อนต่ำลงไปขณะยกกระเป๋าใบสุดท้ายลงใส่ท้ายรถให้กลับขึ้นมาเข้าที่อีกครั้ง...รอยยิ้มบาง ๆ ยังคงมีให้เห็นบนใบหน้าแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางเมื่อคิดไปถึงที่หมายที่ตนเองกำลังจะไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
“Tetsu-san...ดีใจจังที่ได้ยินเสียงคุณ เอ่อ ลงจากเครื่องแล้วใช่มั้ยครับ...” เสียงร้อนรนตามสายมาตรงเวลาราวกับมีญาณวิเศษ...คนฟังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตอบรับกลับไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง...
“ครับ...เพิ่งยกกระเป๋าขึ้นรถเสร็จ...เมื่อกี๊...” ปลายเสียงขึ้นสูงจนคนถามหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา...
“อ่า...คงเหนื่อยนะครับ...ความจริงก็ไม่อยากโทรมารบกวนเป็นช่วงพักแท้ ๆ แต่....”
Tetsu ยิ้มออกมาทันทีกับการเริ่มต้นประโยคแบบนี้ของฝ่ายตรงข้าม ปลอบใจตัวเองไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าวันนี้คงไม่มีเวลาว่างพออย่างที่คิดแล้ว...
“...ก็อย่างที่เล่ามาล่ะครับ...”
“ครับ...ผมเข้าใจ ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซักชั่วโมงแล้วจะเข้าไปครับ...” Tetsu จบบทสนทนาลงพร้อมเสียงถอนใจยาว...โทรศัพท์ถูกโยนไว้ที่เบาะข้างตัวหลังจากขึ้นนั่งประจำที่คนขับก่อนรถคันงามจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกเพื่อตรงไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก...
...แปลกที่ก่อนหน้านี้ความรู้สึกในใจดูจะรอคอยช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึงอย่างมีความสุข หากเมื่อเวลานั้นกำลังมารออยู่ตรงหน้าเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
...คงเพราะโทรศัพท์เมื่อกี๊มั้ง...เสียงบอกตัวเองในใจ...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
... อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับห้วงความคิดคำนึงของตนเอง...หลายครั้งที่ Arisa แอบเงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า...ดวงตาคมคู่นั้นเหมือนกำลังล่องลอยไปไกลแสนไกล... หากเพียงครู่เดียวที่เผลอจ้องมองดวงตาคู่เดียวกันนั้นก็จะตวัดกลับมามองพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าร้อนวูบจนต้องหลบตา...
“ต้อง...กลับแล้วค่ะ...” คนบอกทำท่าสนใจกับนาฬิกาข้อมือโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตา... “วันนี้ต้องเริ่มช่วยงานที่บ้านแล้ว...เลี่ยงมาตลอดตั้งแต่กลับมา...”
“ถ้างั้นก็ไปกันเลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมไปส่ง...”
“ไม่เป็นไรค่ะ...” Arisa เงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกขอบคุณ... “คุณพักผ่อนเถอะ Aris โทรให้ที่บ้านเอารถมาให้แล้ว...เดี๋ยวก็คง...” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาหยุดบทสนทนาไว้เพียงนั้น...
“อืม...เปลี่ยนเป็นผมไปส่งที่รถก็แล้วกัน...หวังว่าคงไม่ปฏิเสธนะ...” Arisa รับคำพูดนั้นด้วยเสียงหัวเราะ...
เจ้าของบ้านเบี่ยงตัวหลีกทางให้เธอเป็นฝ่ายเดินนำออกไป...Ryuichi มองเห็นชายวัยกลางคนที่เคยเห็นเมื่อครั้งก่อนยืนประสานมือรออยู่ที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับ Lamborghini สีเหลืองคันงาม... หลังจากส่งมอบกุญแจให้เป็นที่เรียบร้อยรถสีดำอีกคันที่จอดรออยู่ก็เคลื่อนเข้ามาจอดรับชายคนนั้นขึ้นนั่งพร้อมกับขับหายลับไปจากหัวมุมถนนอย่างรวดเร็ว...
“Ryu คะ...” Arisa เรียกชายหนุ่มตรงหน้าให้หันมามองเธออีกครั้ง... คำพูดที่คิดเอาไว้ว่าต้องบอกให้ได้..เอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก...
“ไปนะคะ...” ศีรษะคนพูดก้มลงให้ชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าทุกครั้ง...คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยกับภาพที่เห็น...ยิ้มรับออกมาเมื่ออีกฝ่ายยืดตัวตรงขึ้นอีกครั้งพลางขยับเปิดประตูรถให้... มือบางที่ยกขึ้นจับกรอบประตูรถขณะหันกลับมามองอีกครั้งทำให้คนเกือบจะร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญที่ลืมไปสนิท...
“Aris...รอตรงนี้นะครับ...มีของจะคืนให้คุณ...” สีหน้าประหลาดใจของหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับจะเอ่ยคำถามถูกห้ามไว้ด้วยฝ่ามืออบอุ่นที่สัมผัสลงบนผิวแก้มแผ่ว ๆ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวยาว ๆ กลับเข้าไปภายในบ้านและกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงนาที...
...ห่อผ้าเล็ก ๆ ในมือถูกคลี่ออกช้า ๆ ก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้า... เสียงอุทานออกมาด้วยความยินดีพลางขยับเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าอย่างลืมตัวพร้อมเสียงขอบคุณซ้ำ ๆ อีกหลายต่อหลายคำเป็นภาษาตะวันตกรัวเร็วจนแทบฟังไม่ทัน...
“เมื่อวานคุณลืมไว้ในห้องน้ำ...” Ryuichi บอกขณะรวบมือฝ่ายนั้นขึ้นมาสวมแหวนกลับคืนให้... “พอผมกลับมาแม่บ้านก็เอามาให้...ควรจะคืนตั้งแต่เมื่อวาน...”
“ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไร...” เสียงบอกปัดเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ยอมละสายตาจากแหวนบนนิ้วมือ...
“A คือ Arisa เหรอครับ...” ทันทีที่ได้ยินคำถามหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง... “A มีความหมายสองชื่อค่ะ Akiko คือชื่อเจ้าของคนแรกแล้วก็คนต่อมาคือ Aris คนที่ให้เราทั้งคู่...คุณพ่อน่ะค่ะ ท่านเคยบอกว่าดีจังที่ใช้ตัวอักษรเดียวกันจะได้ไม่ต้องทำสองวง...”
คำพูดติดตลกพร้อมกับเสียงหัวเราะก่อนจะพึมพำเรียก ‘แม่’ แผ่วเครือทำให้คนฟังเดาได้ทันทีว่าเจ้าของคนแรกของแหวนวงนี้คงไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว...ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้รั้งร่างอีกฝ่ายให้ซบลงกับไหล่อีกครั้ง...
“นึกว่าจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว...ขอบคุณมากน่ะคะ Aris ฝากขอบคุณแม่บ้านคุณด้วย...” Arisa บอกพลางผละออกจากอ้อมแขนนั้น... ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความอาวรณ์มากขึ้นทุกทีขณะก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับแม้จนรถเคลื่อนตัวออกไปสายตาก็ยังไม่ละจากกระจกมองหลัง...
...ดวงตาคมมองตามหลังรถไปจนกระทั่งลับสายตา รอยยิ้มบาง ๆ เลือนหายไป..ก่อนเสียงระบายลมหายใจแผ่ว ๆ จะตามออกมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก...ใบหน้าคมสะบัดไปมาเบา ๆ เหมือนจะไล่ความหนักอึ้งนั้นออกไปพลางหันหลังเพื่อจะกลับเข้าไปในบ้าน
...หากภาพรถคันหนึ่งที่เห็นจอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลในวินาทีเดียวกันนั้น...กลับทำให้เลือดทุกหยดในกายเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น...
“Tetsu!!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
tbc
ปล. thank หลาย ๆ สำหรับคนที่ยังตามอ่านอยู่ แบบว่าชอบลืมเข้ามาอัพทุกทีเลยอ่ะนะ ส่วนเรื่องรวมเล่มก็ยังไม่ลืมหรอก แต่มันยังไม่มีตังค์อ่ะนะ - -" ไว้มีเมื่อไหร่จะรีบทำเลย โย่วววววว Love Punish 91- 91 -
...หลังจากที่ยืนนิ่งกับภาพที่มองเพียงฉาบฉวย...ที่มันทำลายความมั่นใจให้หดหายไปกว่าครึ่ง...แต่พริบตาที่คิดว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว ดวงตากลมโตกลับสะดุดบางสิ่งที่ถูกผ้าห่มนวมหนาหนักทับอยู่... การเคลื่อนไหวขึ้นลงแผ่วเบาหากไม่จ้องสังเกตอย่างถี่ถ้วนคงนึกว่าเป็นหมอนข้างที่ถูกผ้าห่มทับไว้อีกชั้นหนึ่ง...เพราะมันถูกปิดทับอย่างมิดชิด …Hyde เดินเข้าไปใกล้เตียงนอนอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตจ้องมองความเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้ผืนผ้านั้นเขม็งนิ่ง ฝ่ามือบางวางลงสัมผัสกับผืนผ้าก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว น้ำตาที่เกือบหลั่งออกมาเพราะความเศร้าเสียใจถูกแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอีกครั้ง.... ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันแต่เพียงแค่ชายหนุ่มยังอยู่ที่นี่กับเขาก็เพียงพอแล้ว
...ร่างเล็กค่อย ๆ เลื่อนผ้านวมที่ถูกนำมาปิดไว้มิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เผยให้เห็นเส้นผมสีทองที่แสนคุ้นตาก่อนจะตามมาด้วยใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่าย
...เอาผ้ามาปิดมิดอย่างนี้แล้วจะหายใจออกได้ยังไง ?...
...Hyde คลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยนพลางไล้มือไปสัมผัสกับโครงหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา....อุณหภูมิร้อนรุ่มที่พุ่งขึ้นสูงจากร่างกายของชายหนุ่ม แทบทำให้รอยยิ้มเลือนหายไปทันที....ทั้งตกใจทั้งเป็นห่วง...ปะปนมาด้วยความน้อยใจเล็ก ๆ ที่ชายหนุ่มไม่ยอมบอกเขาว่าตนเองไม่สบาย
...แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องสังเกตได้เองไม่ใช่เหรอ ?...
ความรู้สึกน้อยใจเลือนหายไปทันที...แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเสียใจ...เพราะเคยแต่ถูกดูแล โอบอุ้มประคับประคอง...Hyde จึงได้ละเลยไม่ใส่ใจว่าคนที่คอยดูแล...ก็ต้องการการดูแลกลับเช่นกัน
Hyde ผุดลุกขึ้นยืนใช้ปลายนิ้วปาดเช็ดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาออก...ก่อนจะเดินเลี่ยงไปเอาผ้าและอ่างน้ำอุ่นกลับเข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง...
...ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กถูกชุบน้ำและบิดหมาด...พร้อมกับถูกนำมาเช็ดไปตามใบหน้าของชายหนุ่มช้า ๆ ก่อนจะสอดเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อภายใต้สเวตเตอร์ตัวหนาที่ J สวมใส่อยู่...ชายหนุ่มขยับกายเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงอืออาในลำคอโดยที่ยังไม่ยอมลืมตาตื่น...คงเพราะพิษไข้และฤทธิ์ยาที่ J กินไปก่อนที่เขาจะกลับมา
...Hyde หยุดมือลงเมื่อคิดว่าการกระทำของตนอาจเป็นการรบกวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย...ร่างเล็กจึงรีบจัดเสื้อผ้าของ J ให้เรียบร้อยห่มผ้าทับให้อีกชั้นหนึ่ง... แล้วจึงลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายอย่างมีความสุข...ปลายนิ้วจิ้มสัมผัสกับแก้มและสันจมูกอย่างซุกซนริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ อย่างสนุกสนาน
...เมื่อคิดไปถึงความทรงจำครั้งเก่าก่อนยามที่ได้นอนมองใบหน้าชายหนุ่มยามหลับใหล...Hyde แย้มริมฝีปากส่งเสียงหัวเราะคิกความทรงจำที่เลือนรางมักหวานฉ่ำเสมอ
แต่เพียงไม่นานรอยยิ้มก็นิ่งค้างเมื่อคิดถึงเรื่องความไม่เข้าใจกันก่อนหน้านี้...และตัวเขาก็ยังไม่ได้รับการให้อภัย...หากอีกฝ่ายตื่นขึ้นมา...แล้วฉุนเฉียวไม่ยอมฟังเหตุผล...หาก J ยังคงยืนกรานที่จะยุติความสัมพันธ์เขาจะทำยังไง ?
...ฝ่ามือบางยกมือของชายหนุ่มขึ้นมาเกาะกุมไว้แน่น..ก่อนจะมอบจุมพิตให้เบา ๆ ที่หลังมือ...ภาวนาอย่าให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่านี้ ขอเพียง J ยอมรับฟังคำพูดของเขาก็เพียงพอแล้ว...
...Hyde วางฝ่ามือแกร่งนั้นลงที่เดิมก่อนจะเขยิบขึ้นไปนั่งบนเตียง...พลางสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนเดียวกับชายหนุ่ม...เอนกายลงนอนเคียงข้างช้า ๆ เมื่อตัวเองรู้สึกง่วงงุนมากขึ้นทุกที...สาเหตุคงเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน... ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลในระยะประชิดพร้อมกับมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่ข้างแก้ม...ก่อนจะสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น....ศีรษะซุกซบอยู่ที่แผ่นอกกว้าง...หวังให้ไออุ่นจากร่างกายจะช่วยรักษาเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจของ J ให้หายเป็นปกติเหมือนดังเดิม...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า...ชายหนุ่มผมทองจึงค่อย ๆ ขยับกายที่แสนหนักอึ้งและเมื่อยขบ...ดวงตาเรียวรีหรี่ปรือจ้องมองฝ่าความมืดที่เริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมรอบด้านอย่างงุนงง.... ...นี่มันใกล้เช้าหรือว่าใกล้มืดแล้วกันแน่ ?...
สมองที่พร่าเบลอเพราะฤทธิ์ยาลดไข้และยานอนหลับที่ตัวเองตั้งใจกินเข้าไปก่อนหน้า...ทำให้ไม่อาจประมวลผลออกมาได้ชัดเจนในทันที... เพราะหลังจากที่เขากลับมาที่บ้านพัก...ทุกคำพูดและการกระทำของ Kiyoharu กับ Hyde วิ่งวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า...หากยังปล่อยให้สมองขบคิดต่อไป...เขาคงไม่อาจสงบใจอยู่รอคอย ณ ที่นี้ต่อไปได้....ดังนั้นเขาจึงเลือกจะที่จะปิดผนึกความไม่มั่นคงอันไร้ตัวตนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นยามเผลอไผล...เพราะไม่อยากคิดอะไรให้วุ่นวายใจ...
J หลับตาลงอีกครั้งเมื่อยังรู้สึกว่าสมองยังพร่าเบลอ...และคล้ายดั่งลืมเลือนทุกเรื่องราวไปจนหมดสิ้น....ชายหนุ่มตั้งใจจะพลิกตัวนอนตะแคงเพื่อจะเข้าสู่นิทรารมย์อีกครั้ง... แต่แล้วความรู้สึกหนักอึ้งที่ทาบทับอยู่บนแผ่นอกกว้างก็ทำให้คิ้วเรียวเข้มต้องขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงง....
...ผ้าห่มมันหนักขนาดนี้เลยเหรอ ?....
J ออกแรงพลิกกายเต็มกำลังเหมือนกับจะต่อสู้กับความรู้สึกหนักอึ้งที่แสนอึดอัดที่ทาบทับอยู่บนอก....ทันทีที่พลิกกายมานอนตะแคงได้เสียงร้องเบา ๆ ก็แว่วมาให้ได้ยิน....พร้อม ๆ กับน้ำหนักที่ทาบทับอยู่บนตัวหายไป
“อุ๊บ...!!” Hyde สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีว่าตนเองร่วงหล่นลงมาจากแผ่นอกกว้างนั้น และใบหน้าของ J ที่หันตะแคงมาด้านข้างก็อยู่ใกล้ใบหน้าเขาในระยะประชิดจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นระอุที่เป่ารดผิวแก้ม....ถึงแม้ความมืดจะเริ่มโรยตัวเข้ามาปกคลุมบ้างแล้ว...แต่สายตาที่จ้องมองไปเบื้องหน้าก็รับรู้ได้ว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกำลังจะเปิดขึ้น
...หัวใจเต้นกระชั้นถี่เร็ว...ราวกับเพิ่งได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก....
ชายหนุ่มผมทองเปิดเปลือกตาขึ้นหลังจากที่มีเสียงประหลาดแว่วมาให้ได้ยิน....ดวงตาเรียวรีนิ่งค้างคล้ายอาการของคนเหม่อลอย...เมื่อยังไม่สามารถประมวลภาพได้ชัดเจนว่าตรงหน้าคือสิ่งใด ?
“...จ....J…” ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจที่จะส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายออกไปก่อน...เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบสนอง แต่เสียงที่ได้ยินก็ทำให้ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นมาทันที... J พรวดพราดผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อบางอย่างที่คิดว่าลืมเลือนไปหมดแล้วไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำที่เพิ่งจะลืมเลือนไปได้เพียงครู่เดียว
J เบือนมองไปทางอื่น...เมื่อไม่ต้องการให้ Hyde เห็นสีหน้า ท่าทางและแววตาของเขา...กลัวว่าจะแสดงความปวดร้าวใจให้เห็น...เวลาแห่งการรอคอยดูจะสิ้นสุดลงแล้ว...เหลือเพียงรอฟังคำยืนยันจากปากของร่างเล็กเท่านั้น...
...ว่าความสัมพันธ์นี้ควรจะจบลงในรูปแบบใด ?...
“ J ค่อยยังชั่วแล้วเหรอ ?” Hyde ผุดลุงขึ้นนั่งพลางถามถึงเรื่องอาการป่วย...ฝ่ามือบางเลื่อนเข้าสัมผัสกับต้นแขนของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา...แต่ทันทีที่สัมผัสถูก...ชายหนุ่มกลับดึงต้นแขนให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว.... ร่างเล็กนิ่งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่พยายามไม่ได้รับการตอบสนองแถมยังถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา
“ถ้านายมีเรื่องอะไรที่อยากพูด...ก็รีบพูดมาฉันอยากพักผ่อน” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมหันมามองหน้า...ราวกับอยากจะหลุดพ้นเรื่องราวที่ทำให้วุ่นวายใจอยู่ตรงนี้เสียเต็มประดา
Hyde กัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด...ฝ่ามือบางถูกกำจนแน่น...หากเขาไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างความสัมพันธ์นี้คงจบลงไม่ต่างกับเมื่อครึ่งปีก่อน...ช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวใจที่ทรมานแสนสาหัสจะย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ ?
“น...นายอยากให้ฉันพูดอะไร ?”
“ทำไมต้องถามฉัน...ในเมื่อมันเป็นเรื่องของนาย !!” J เสียงดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ...หากสุดท้ายต้องเจ็บปวดก็ไม่ควรยื้อเวลาให้นานมากไปกว่านี้....อย่าปล่อยให้หัวใจบาดเจ็บจนไม่อาจเยียวยารักษาได้อีกแล้ว
“หัวใจนายต้องการอะไร ? นายยังไม่รู้เหรอ ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาในประโยคสุดท้าย...เมื่อคิดไปว่าหากได้พบกับคนที่เข้าอกเข้าใจคงเป็นสิ่งที่ Hyde ต้องการมากกว่า...J เลิกผ้าห่มที่ปิดทับร่างกายท่อนล่างพร้อมกับทำท่าจะลุกลงจากเตียง...แต่ก่อนจะได้ลุกออกไป...ท่อนแขนกลับถูกกระชากเอาไว้อย่างแรงจนต้องทรุดนั่งลงที่เดิม
“แล้วนายต้องการอะไรล่ะ ?!!....นายรู้ใจตัวเองแล้วเหรอ ?” Hyde เสียงดังขึ้นมาบ้าง... ยิ่งได้เห็นท่าทางของชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดีทั้งๆ ที่บางอย่างเป็นเรื่องที่ J คิดไปเองฝ่ายเดียว
...นิสัยชอบคิดเองเออเองอย่างนี้เมื่อไหร่ถึงจะหายไปสักที...
แรกเริ่มของเหตุการณ์ลักพาตัวก็เพราะ J คิดทุกอย่างเอาเอง....คาดเดาทุกเรื่องไปเองทั้งนั้น....จนเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้นจนได้...และคราวนี้ดูแล้วก็คงไม่ต่างกัน...
“รู้สิ...” คำตอบลอดมาจากริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มเบา ๆ ตามมาด้วยความคิดภายในใจที่ไม่อาจเอ่ยออกไป
‘…รู้ว่ารักนายมากยังไงล่ะ....’
“แต่คราวนี้ฉันอยากรู้ความรู้สึกของนายก่อน...”
‘…เพราะไม่อยากบังคับให้นายต้องอยู่กับฉัน...ไม่อยากขังนายเอาไว้เพียงเพราะเพื่อความสุขของตัวเองอีกแล้ว...’
เสียงพูดราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นไหวในน้ำเสียง...ทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงฝืนต่อสู้กับหัวใจของตัวเองน่าดู...ตอนนี้ J คงหวาดกลัวคำตอบที่จะได้รับจากเขาใจแทบขาด....แต่ชายหนุ่มก็ยังต่อสู้กับความหวาดกลัวเพื่อจะรับฟังมัน
“ความรู้สึกของฉันเหรอ ? เราเผชิญอะไรต่อมิอะไรด้วยกันมามาก...ฉันนึกว่านายเข้าใจมันแล้วซะอีก !!”
“ฉันไม่เข้าใจ !!!...” J ตะคอกเสียงแข็งขึ้นมาจนร่างเล็กสะดุ้ง
“ในเมื่อนายไม่เคยบอกให้ฉันรับรู้ความคิดของนาย...ฉันไม่อยากคิดอะไรไปเองอีกแล้ว... Hyde ...รีบ ๆ ทำให้มันจบสักที...” เสียงแผ่วเบาอย่างเหนื่อยล้าในประโยคสุดท้าย.... พร้อมกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มองเบือนไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนแววตาปวดร้าวไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น
“งั้นก็เข้าใจสักที !!...ฉันรักนาย...ต้องการนายเข้าใจมั้ย ?!!....แล้วทำไมนายต้องทำท่าเหมือนไม่ต้องการฉันแล้วแบบนี้” Hyde ฟุบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม...ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นหลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย...สองมือรัวทุบไปที่แผ่นหลังนั้นเต็มแรงเหมือนต้องการระบายอารมณ์....ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำบิดเสื้อสเวตเตอร์ของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น
คำตอบที่ได้รับเหมือนกับหยดน้ำที่มาหล่อเลี้ยงหัวใจที่เกือบแห้งตายไปแล้ว...ให้กลับมาอีกครั้ง... รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากได้รูปขณะที่ยังปล่อยให้ร่างเล็กสะอึกสะอื้นอยู่กับแผ่นหลังเขาเป็นเวลานาน
...เขาสูญเสียความรู้สึกเชื่อใจต่ออีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?....
เมื่อย้อนมาคิด J แทบอยากฆ่าตัวเอง...ตลอดเวลาที่คบกัน Hyde แสดงออกให้รู้มากมายว่ารักเขามากแค่ไหน...แล้วทำไมเขาถึงไม่เชื่อมั่นในความรักที่อีกฝ่ายมีต่อเขา...
“นี่...” J ส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายเบา ๆ เมื่อเห็นว่า Hyde ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด...แถมยังดึงทึ้งเสื้อสเวตเตอร์ของเขาอย่างแรงแทนการระบายอารมณ์ของตนเอง
“นี่....เดี๋ยวเสื้อฉันก็ขาดพอดี” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างเล็กยังไม่ยอมสนใจต่อเสียงเรียกของเขา
“ก็ให้มันขาดไปเลย !!! นายคงอยากจะได้ตัวใหม่ใจจะขาดแล้วนี่ !!” Hyde ฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...ก่อนจะปล่อยมือจากเสื้อสเวตเตอร์แล้วผละออกห่างมาจากแผ่นหลังกว้างนั้นทันที...น้ำตายังไหลกลบดวงตาคู่สวยจนแดงช้ำ
“นายจะถักให้ฉันรึไง ?” เสียงถามพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า...อารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจแปรเปลี่ยนจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง...เมื่อความเข้าใจกลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง...แต่ท่าทาง Hyde จะอารมณ์เสียไปแล้ว
“ฉันไม่มีปัญญาหรอก !!“ ร่างเล็กตอบกลับเสียงแข็ง...เมื่อตนเองยังไม่หลุดจากอารมณ์ที่ทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ...คำพูดประชดประชันก็เลยหลุดไปอย่างไม่ตั้งใจ
“งั้นเดี๋ยวไปซื้อด้วยกันก็ได้...” J ว่าเสียงอ่อนพลางขยับเข้าไปโอบรอบเอวบางดึงรั้งให้ร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด...ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้คนที่โกรธยังเป็นเขาอยู่เลย...แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาง้องอนให้ Hyde หายโกรธแทน
“ใครจะไปกับนาย ?!!” ร่างเล็กยังย้อนถามอย่างหงุดหงิด...ก่อนจะเริ่มดิ้นขลุกขลักไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ในอ้อมกอดนั้น
“นายไม่อยากไป ?” J แกล้งถามกลับเสียงสูง...พลางทำท่าจะคลายอ้อมกอดเมื่อเห็นว่า Hyde ขัดขืนไม่อยากโดนกอด
“ไป !!” Hyde แทบจะตะโกนยืนยันคำพูดตนเอง...พร้อมกับโผเข้าไปหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นทันที...ยิ่งได้รู้ว่า J กำลังแกล้งยั่วอารมณ์เขา...Hyde จึงแกล้งพาลใส่อีกฝ่ายบ้าง...เสียงสะอึกสะอื้นยังมีแว่วมาให้ได้ยินจากร่างเล็กที่ฟุบหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้าง...เมื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงจนเจ้าตัวเองก็ปรับอารมณ์ไม่ทัน...แต่ความรู้สึกที่เด่นชัดอยู่ตอนนี้ก็คือความรู้สึกโล่งใจ...เมื่อรับรู้ได้ว่าพวกเขากลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง
...ฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังบางขึ้นลงเบา ๆ เพื่อปลอบโยน...จนเสียงสะอึกสะอื้นนั้นจางหายไป...ฝ่ามือนั้นจึงไล้เลื่อนขึ้นไปสัมผัสลูบไล้เส้นผมอย่างแผ่วเบา...ขยับกายเอนร่างพิงกับหัวเตียงโดยมีร่างเล็กบางเอนซบอยู่ในอ้อมกอด...
“ขอโทษนะ...คราวนี้ฉันผิดเองที่ไม่เชื่อใจนาย” J เอ่ยคำขอโทษออกมาจากใจ...เมื่อรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนที่สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายไป....แต่ Hyde กลับส่ายหน้าไปมาช้า ๆ
“ไม่ใช่ความผิดนายคนเดียว...ฉันก็คงทำอะไรให้นายคิดมากแน่ ๆ” ร่างเล็กตอบกลับอย่างเข้าใจสถานการณ์...เพราะเมื่อก่อนที่เขาเคยเข้าใจผิดเรื่องของ J กับ Inoran ก็เพราะชายหนุ่มมักมีพฤติกรรมที่ชวนให้เข้าใจผิดอยู่เรื่อย
...แต่เมื่อลองย้อนมาคิด Hyde ก็ยังคิดไม่ออกว่าตนเองทำอะไรลงไปถึงทำให้ J ไม่มั่นใจในตัวเขา... แต่ก็คร้านที่จะคิดหาสาเหตุในเมื่อตอนนี้พวกเขาเข้าใจกันแล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องไปขุดคุ้ยหาต้นตอของความไม่เข้าใจ...ให้มันกลับมาทำให้วุ่นวายใจอีก
J อมยิ้มให้กับร่างในอ้อมกอดน้อย ๆ พลางโอบกระชับวงแขนมากขึ้น...เมื่อรู้สึกได้ว่า Hyde เติบโตและแข็งแกร่งในเรื่องความรักมากกว่าเขา...ที่มักใช้อารมณ์มาตัดสินปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ไปเอง...
... ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงเมื่อเห็นว่าความมืดเข้ามาปกคลุมทุกอย่างภายในห้องจนมืดสนิทไปหมดแล้ว...ครั้นพอแสงไฟสว่างขึ้นส่องให้เห็น...ใบหน้างามที่มีแต่คราบน้ำตา...และดวงตากลมโตที่แดงช้ำ....J จึงอดไม่ได้ที่มอบจุมพิตให้เบา ๆ ที่หางตาอย่างอ่อนโยน
...ก่อนจะเลื่อนมามอบสัมผัสไปที่ข้างแก้มเนียน จนมาถึงกลีบปากบางนุ่มนิ่มอ่อนหวานแลกเปลี่ยนสัมผัสเร่าร้อนให้กันและกันอย่างดูดดื่ม...เนิ่นนาน...ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกห่างช้า ๆ Hyde รีบฟุบหน้าลงกับซอกคอของชายหนุ่มเมื่อรู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที...
‘...บ้า !! ทำไมต้องอายด้วยนะ....’
Hyde คิดต่อว่าตัวเองในใจ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาจูบกันมานับครั้งไม่ถ้วน...แต่อยู่ดี ๆ กลับรู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...คงเพราะ J สัมผัสเขาอย่างอ่อนโยน...เป็นความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านเข้าไปถึงจิตใจราวกับเป็นคำมั่นสัญญาว่า
...จะดูแลรักษาหัวใจซึ่งกันและกันตลอดไป...
TBC
March 13 Love punish 90- 90 -
~~~ โรมแรม ### ~~~
“เลยเวลานานแล้วนะคะ...” เสียงกระซิบกระซาบที่ดังมาให้ได้ยินยิ่งมีผลให้หญิงสาวสวยในชุดแต่งกายกิโมโนงดงามต้องก้มหน้าต่ำลงอย่างอับอาย... ความรู้สึกภายในเดือดดาลพลุ่งพล่านจนแทบอยากลุกขึ้นมาอาละวาด
... หากที่ทำได้ก็คือก้มหน้านิ่งระบายความรู้สึกราวนั้นด้วยปลายเล็บที่ฝังลงกับผิวเนื้อสองมือที่ประสานกันอยู่บนตัก...
...เสียงคนพูดคุยรอบตัวเหมือนลอยห่างออกไปจนได้ยินเป็นเพียงเสียงที่จับความไม่ได้ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับไม่มีวันจบสิ้นกระทั่งมือแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งจับกระชับที่ต้นแขนบางพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยเสียงพูดอันอ่อนโยน...
“พ่อขอโทษลูก...”
...หยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่ในหน่วยตามาตลอดไหลรินลงมาสองข้างแก้มส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เหมือนจะปฏิเสธคำขอโทษนั้นก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมวิ่งชนเข้ากับพนักงานสาวที่กำลังเลื่อนบานประตูเปิดออกเต็มแรง...
“Arisa!!!”
เสียงตะโกนเรียกที่ปนเปไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหากเจ้าของชื่อดูจะไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้ว... พ้นประตูห้องออกไปได้สองเท้าก็ออกวิ่งไปตามทางหลีกเลี่ยงส่วนที่มีคนพลุกพล่านอย่างคนเคยคุ้นกับสถานที่ไม่มีใครกล้าขวางหรือติดตามได้แต่นิ่งรอฟังคำสั่งจากผู้เป็นนาย...
“ไม่ต้องตาม...”
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>
Ryuichi พาตนเองกลับมาถึงบ้านอีกครั้งหลังจากใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือด้วยการไปแวะ Sugizo และ Shinya เพื่อนร่วมวง การพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูงยังเป็นไปอย่างสนุกสนานเช่นเคยจนแทบลืมเวลา...
“คุณกลับมาพอดี...” เสียงทักทายจากแม่บ้านที่ยืนรออยู่ข้างรถทำให้คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะโดยปกติเวลาเกือบห้าโมงเย็นเช่นนี้อีกฝ่ายมักจะกลับออกไปแล้วแต่นี่พูดเหมือนกำลังรอคอยเขาอยู่...
“มีอะไรรึเปล่าครับ?..”
“ดิฉันรอเอาของนี่ให้คุณน่ะค่ะ” คนพูดล้วงเอาของสิ่งหนึ่งห่ออยู่ในผ้าเนื้อนุ่มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... “คุณผู้หญิงที่มาเมื่อเช้าคงถอดแล้วลืมไว้ตอนเข้าไปล้างมือ...”
....แหวนทองคำขาวเนื้อบริสุทธิ์ดีไซน์เรียบวงเล็กปรากฏต่อสายตาทันทีที่รับมาคลี่ออกดู ชายหนุ่มจับวงแหวนพลิกดูสะดุดตากับตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษภายใน...
“I.A...” Ryuichi พึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเงยขึ้นยิ้มให้กับหญิงวัยกลางคนตรงหน้า...
“ขอบคุณมากครับป้า...”
“ค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันลาเลยนะคะ...”
“ครับ...” Ryuichi ตอบรับพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง... ดวงตาคมมองตามร่างที่เดินคล้อยหลังห่างออกไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองแหวนในมืออีกครั้งเริ่มจะคลับคล้ายคลับคลาขึ้นมาแล้วว่าเคยเห็นสวมติดนิ้วเรียวของหญิงสาวผู้นั้นมาตลอด... ความกังวลเกิดขึ้นทีละน้อยเพราะไม่รู้ว่าแหวนนี่มีความสำคัญกับอีกฝ่ายมากแค่ไหนที่สุดโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าก็ถูกดึงออกมาใช้งาน...
....เสียงสัญญาณดังติดต่อกันอยู่นานจนชายหนุ่มเกือบจะนึกเปลี่ยนใจ... หากชั่ววินาทีที่จะกดปิดสายเสียงสัญญาณว่างก็หายไปบ่งบอกให้รู้ว่ามีผู้กดรับแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องให้ต้องแปลกใจเมื่อปลายสายยังคงเงียบสนิทเจ้าตัวจึงเป็นฝ่ายเริ่มกรอกเสียงลงไปก่อน...
“Aris ผม Ryu นะ...รบกวนคุณรึเปล่าพอดี...”
“R...Ryu-san” น้ำเสียงปนสะอื้นที่ได้ยินแทรกขึ้นมากลืนคำพูดที่กำลังจะออกมาไปจนหมด ใจกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อคิดไปถึงว่าอะไรร้าย ๆ กำลังเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย...
“Aris...คุณเป็นอะไร?...แล้วนั่นอยู่ที่ไหนครับ?...”
“ช่วยพาฉันไปจากที่นี่... Ryu...ช่วย..ฮึก...”
Ryuichi ไม่มีเวลาได้ซักถามอะไรอีก ทันทีที่อีกฝ่ายบอกสถานที่อยู่เวลานี้มาพร้อมกับเสียงสะอื้นอีกครั้งรถคันงามที่เพิ่
งจะเคลื่อนเข้ามาจอดเมื่อครู่ก็กลับโลดแล่นไปบนท้องถนนอีกครั้ง... สภาพการจราจรช่วงเย็นช่างไม่เป็นใจกว่าชายหนุ่มจะพาตัวเองมาถึงสถานที่ที่ได้รับการบอกกล่าวก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง... ...ดวงตาคู่งามเงยขึ้นมองเขาช้า ๆ พร้อมกับหยาดน้ำใส ๆ ที่เริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง...ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเมื่อเขาขยับร่างเข้าไปใกล้...วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบอบบางนั้นเอาไว้... กลิ่นเครื่องหอมแบบสาวญี่ปุ่นโบราณเหมาะสมกับเครื่องแต่งกายงามวิจิตรรวยรินมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากลมหายใจ...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“พอเถอะ Arisa” เสียงเจ้าของบ้านหนุ่มบอกหญิงสาวบอบบางในชุดคลุมอาบน้ำตรงหน้า...พลางคว้าแก้วเหล้าออกห่างจากมือเรียวนั้นด้วยความหนักใจในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย...
... ตั้งแต่พาตัวกลับมาที่บ้านด้วยกันเขาก็พาขึ้นไปส่งถึงห้องนอนของตัวเองก่อนจะลงมาจัดการกับงานที่ทำค้างเอาไว้ต่อกระทั่งได้ยินเสียงแก้วหล่นแตกพอออกมาดูก็พบว่าหญิงสาวที่ตนเองคิดว่าคงนอนหลับสบายไปแล้วแอบลงมาดื่มต่ออีก...
“ม่าย...เอาแก้วคืนมา...” Arisa ออกคำสั่งอย่างขัดใจพลางไล่ไขว่คว้าเพื่อเอาสิ่งที่เธอคิดว่าสามารถทำให้ลืมเรื่องราวต่าง ๆ ได้กลับคืน... เสียงถอนใจออกมาจากชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเมื่อร่างกายที่แทบจะเรียกได้ว่าเปลือยเปล่าของฝ่ายนั้นกำลังเสียดสีเข้ามาหากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างของเขาแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม...
“OK...หมดแก้วนี้แล้วพอตกลงนะ...” แก้วเหล้าในมือถูกส่งคืนให้อย่างไม่มีทางเลือก ฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่กลืนกินน้ำสีอำพันนั้นลงไปราวกับน้ำ... และทันทีที่แก้วตรงหน้าว่างเปล่าลงอีกครั้งมือบางก็ยื่นไปที่ขวดเหล้าที่ชายหนุ่มวางหลบเอาไว้อีกทางอย่างรวดเร็ว...
“Arisa!!” น้ำเสียงเข้มงวดที่ใช้ทำให้คนฟังหยุดชะงักเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ดวงตาคมมองนิ่งเหมือนจะชั่งใจในปฏิกิริยาของอีกฝ่าย...
“ถ้าไม่มีเหล้าคุณก็คงเลิกดื่มได้ใช่มั้ย...” Ryuichi ถามเรียบ ๆ พลางคว้าขวดเหล้าที่เหลืออยู่กว่าครึ่งไป...
“อย่าทิ้งนะคะ... ให้ฉันดื่มเถอะ” Arisa วิงวอนออกมาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะนำไปเททิ้งแต่ Ryuichi รู้ดีว่าหากเขาทำเช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่มีทางยอมเลิกรา...
“ผมก็แค่อยากดื่มบ้างเท่านั้น...คุณคงไม่หวงใช่มั้ย...” แก้วว่างเปล่าตรงหน้าถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วจนล้นปริ่มจนเกือบถึงขอบแก้ว ชายหนุ่มยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดขณะจ้องมองใบหน้าตกตะลึงของอีกฝ่ายไม่วางตา แก้วที่สอง ที่สามตามมาติด ๆ ก่อนเหล้าในขวดจะว่างเปล่าลงสมใจ...ดวงตาคมหรี่ลงมองอีกฝ่ายพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าต้นแขนอีกฝ่ายบังคับให้ขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนด้วยกัน...
.... กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่บ่ายทำให้รู้สึกผะอืดผะอมจนอยากจะอาเจียนเมื่อพาร่างอีกฝ่ายมาจนถึงเตียงนอนได้สำเร็จ...
“นอนซะ...” เสียงช้า ๆ สั่งออกมาไม่ต่างจากคำสั่งจากสมอง...ฝ่ายหญิงสาวเองก็ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน... ความรู้สึกเหมือนพื้นใต้ฝ่าเท้ากำลังโคลงเคลงตลอดทางที่ขึ้นมาสู่ชั้นบนทำให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนไม่อาจทนนั่งอยู่ได้อีก ร่างบอบบางถลันผ่านร่างชายหนุ่มตรงไปยังห้องน้ำปลดปล่อยสิ่งที่หล่อเลี้ยงตัวเองมาตลอดบ่ายออกไปจนหมดไม่เหลือ...
“ไหวมั้ย...” Ryuichi ถามมาจากทางด้านหลังพลางมองดูอีกฝ่ายใช้สายน้ำชโลมใบหน้าเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น...ก่อนจะจัดการยื่นผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่คว้าติดมือมาส่งให้...
Arisa พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วหากร่างกายกลับไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำพูด... โชคดีที่ชายหนุ่มตรงหน้าระวังอยู่แล้วจึงขยับเข้าไปรวบร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนได้ทันก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น...
...ความใกล้ชิดแม้จะเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ หากลมหายใจที่กรุ่นรดใบหน้าและเลือดเนื้อในกายที่สัมผัสได้ก็นำพาให้ทุกสิ่งเกินเลยกว่าจะจะหยุดยั้ง ปลายจมูกไล้ลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มพราวไปด้วยหยดน้ำอย่างเผลอไผลก่อนจะเลื่อนลงมาครอบค
รองกลีบปากอิ่มเย้ายวน... ร่างในอ้อมแขนสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับสัมผัสที่ได้รับ...สองแขนยกขึ้นปัดป้องตัวเองจากแรงรุกเร้าโดยสัญชาติญาณ...หากเพียงไม่นานมือคู่เดียวกันนั้นกลับยกขึ้นโอบรัดร่างอีกฝ่ายแนบแน่น ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเบื้องล่างเมื่อไหร่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้หวนคิดถึง...
หากทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นเยียบของสิ่งรองรับเบื้องล่าง กายร้อนผ่าวของใครคนหนึ่งก็ทาบทับตามลงมาพัวพัน รุกไล่ จนแนบสนิทเป็นเนื้อเดียว...ร้อนเหมือนเปลวไฟลามเลียไปทั่วผิวกาย...ไฟที่ไม่อาจหยุดยั้งจนกว่ามันจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนมอดไหม้...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
….Hyde เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนมาหยุดยืนที่หน้าบ้านพัก...ลมหายใจหอบที่ถูกระบายออกจากปากกลายเป็นไอสีขาวเย็นยะเยือก ร่างเล็กกำมือที่ชาด้วยความหนาวขึ้นป้องริมฝีปากขณะพ่นลมหายใจ...Ha…Ha…ใส่มือ....
ความหนาวค่อย ๆ รุมเร้าขึ้นทีละน้อย ใบหูที่แข็งทื่อเจ็บปวดราวถูกเข็มทิ่มแทงเมื่อต้องลมหนาวที่พัดกระโชก Hyde รีบเปิดประตูเพื่อหลบให้พ้นจากสายลมเย็น
...ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในบ้านพัก...ทุกอย่างยังคงสงัดเงียบ... เตาผิงที่มอดไหม้หมดไฟไม่ได้ถูกจุดขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่เมื่อคืนทิ้งไว้แต่เพียงเศษเถ้าสีซีดจางแลดูหมองมัว...หากมองเผิน ๆ คงรู้สึกว่าภายในบ้านไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง...ร่างเล็กรีบหันกลับไปมองบานประตูที่เขาเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อครู่...พลางย้อนคิดทบทวน
‘…ตอนไปเขาปิดประตูเอาไว้ด้วยเหรอ ?....’
…ความรู้สึกคลางแคลงใจเกิดขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าคนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเผชิญหน้ากับเขาเมื่อครู่...ออกมาจากห้องหลังจากที่เขาออกไป...Hyde เดินตรงเข้าไปสำรวจตรงส่วนพื้นที่ทำครัว....ถาดอาหารที่พนักงานยกมาก่อนหน้าที่ J จะกลับมายังไม่ได้ถูกแตะต้อง...
แต่บนเคาท์เตอร์เครื่องดื่มกลับปรากฏแก้วน้ำแก้วหนึ่งวางอยู่...ปริมาณน้ำเหลือเพียงค่อนแก้ว...ครั้นพอเอื้อมมือไปแตะ...แก้วและน้ำยังอุ่นอยู่เล็กน้อย...และนั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเมื่อครู่ J ได้ออกมาจากห้อง...
...แล้วตอนนี้ J ไปไหน ?....
...Hyde ว้าวุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อความคิดในทางร้ายก่อตัวขึ้นมาภายในจิตใจ....J หนีกลับไปแล้วโดยทิ้งเขาเอาไว้...ไม่ยอมแม้แต่จะรอฟังคำขอโทษหรือจะปรับความเข้าใจกันใหม่...
...หรือว่าเขาจะกลับมาหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นไม่ทันแล้ว...
ตึงง !!
... ร่างเล็กผลุนผันวิ่งออกมาจากส่วนพื้นที่ทำครัวโดยไม่ได้ระวังว่าจะสะดุดเข้ากับถังขยะที่วางอยู่ที่พื้น...ถังขยะใบกะทัดรัดล้มกลิ้งกระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า... ถึงแม้จะรู้สึกรุ่มร้อนใจแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กระจัดกระจายออกมาจากภายในถังขยะ...
...ซองยาและแผงยาที่ถูกกินไปจนหมดแล้ว...
...Hyde ทรุดกายลงนั่งกับพื้นห้องช้า ๆ หยิบเอาซองยาที่กระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมาพิจารณา...ทุกอย่างล้วนเป็นยาลดไข้...คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันเมื่อไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร...แต่ไม่นานก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นี่มีเพียงแค่เขากับ J เท่านั้นที่อยู่ด้วยกัน...ในเมื่อเขาไม่ได้ป่วย ถ้าอย่างนั้นคนที่ไม่สบายก็คงเป็นคนที่อยู่ในห้อง....
...เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?...
ร่างเล็กคิดทบทวนถึงช่วงวันและคืนที่ผ่านมา... ความรู้สึกอุ่นร้อนที่ได้รับถ่ายทอดมาจากร่างกายอีกฝ่ายที่เขาคิดว่าเป็นอุณหภูมิร่างกายปกติ...
แต่ถ้าคิดในทางกลับกันอากาศที่นี่หนาวมากกว่าโตเกียวหลายเท่า...อากาศที่เย็นเยียบขนาดนี้ร่างกายที่อุ่นจนร้อนขนาดนั้นก็คงไม่ปกติแล้ว....ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนที่อีกฝ่ายนั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจา...แล้วยังท่าทางหงุดหงิดแบบไม่มีเหตุผล...รวมถึงอาการที่ดูไม่ค่อยดีก่อนที่เขาจะตัดสินใจไปกับ Kiyoharu
...ทำไม ? เขาถึงไม่สังเกตให้เร็วกว่านี้...
ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนไม่สบายอยู่เพียงลำพังทั้งคืนโดยที่ไม่ได้อยู่ดูแล...แถมตอนเช้า J ยังต้องออกไปตามหาเขาที่ไม่ได้กลับมาทั้งคืน...ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทันทีที่ J เห็นหน้าเขาถึงได้ฉุนเฉียวใส่ขนาดนั้น.... ทั้งไม่สบายใจไม่สบายกายแถมยังต้องไปรับฟังเรื่องราวที่ทำให้ตนเองทั้งว้าวุ่นกังวลใจ...ไม่แปลกที่ J จะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา...
...ร่างเล็กเงยหน้ามองไปที่บานประตูห้องนอนอย่างรวดเร็ว...ความรู้สึกเสียใจและหวาดหวั่นรุมเร้าขึ้นมาทีละน้อย...หากเปิดประตูไปแล้วพบเจอแต่ความว่างเปล่า...
...มันคือสัญญาณแห่งการสิ้นสุดของความรักครั้งนี้แล้วใช่มั้ย ?...
...Hyde ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้บานประตูช้า ๆ ถ้าประตูยังคงล็อคอยู่เหมือนก่อนที่เขาจะออกไป...ก็แสดงว่า J ยังอยู่...แต่ถ้าไม่...เขาจะทำยังไง ? ...
ฝ่ามือบางที่กำลังจะเอื้อมแตะลูกบิดประตูสั่นระริกด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองเลยก็ปาน....ร่างเล็กหลับตาแน่นก่อนจะออกแรงบิดลูกบิดช้า ๆ
...แกร๊ก....
เสียงลูกบิดเคลื่อนไหวแผ่วเบาบานประตูหลุดออกจากสลักง่ายดาย...แต่หัวใจกลับวูบไหวยิ่งกว่าเมื่อมันคือลางร้ายของจุดจบระหว่างเขากับ J ไม่กล้าแม้แต่จะผลุนผันเปิดเข้าไปดู...เพราะกลัวว่าลางร้ายจะเป็นจริง
…Hyde ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวนั้นอีกครั้ง....เมื่อยังเชื่อในคำสัญญาที่อีกฝ่ายเคยให้ไว้...
...จะไม่ทอดทิ้งเขาไปไหน...โดยไม่บอกกล่าว...
บานประตูเปิดออกกว้างตามแรงผลัก...ทุกเสี้ยววินาทีที่มันค่อย ๆ แง้มออกกว้างขึ้นหัวใจก็เต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะกระดอนออกมาข้างนอก... แล้วในที่สุดสิ่งปรากฏสู่สายตาคือภาพภายในห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้เงาร่างของคนที่อยากพบมากที่สุด....
หัวใจกระตุกวูบชาค้างไปทันที...Hyde ยกมือขึ้นมาเกาะกุมอกเสื้อด้านซ้ายเอาไว้แน่น...หัวใจเจ็บแปลบราวกับโดนมีดเฉือน... ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดเมื่อสิ่งที่ช่วยสูบฉีดให้พละกำลังกับร่างกายโดนทำร้ายจนไม่อาจจะเยียวยารักษาได้อีกต่อไปแล้ว...
...เขามาไม่ทันจริง ๆ เหรอ ?....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 89- 89 -
เปลือกตาบางกระพริบขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะเปิดออกกว้างในที่สุด... ความรู้สึกที่เหมือนถูกสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ทำให้เจ้าของร่างเริ่มต้นขยับตัวเพื่อจะหันไปมองแล้วก็พบว่าคนมองก็คือเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดอยู่รอบกายนั่นเอง... “นอนต่ออีกหน่อยก็ได้...ยังเช้าอยู่เลย...” เสียงที่ได้ยินบอกให้รู้ว่าคนพูดกำลังยิ้มกว้างอยู่แน่ ๆ... “คนมานอนจ้องหน้าใครจะหลับลง...” “ก็ตอนหลับยังน่ารักเลยนี่...” ...ผัวะ!!... “ยังไม่เลิก...” Ino บอกเสียงเย็น... ร้อนวูบที่ผิวแก้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนในขณะที่คนโดนซัดไปหยก “ก็น่ารักจริง ๆ จะให้โกหกว่าไม่น่ารักได้ไงล่ะ...” Ken โอบร่างที่ขืนตัวออกห่างมาแนบอกอีกครั้งพลางลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน...รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางช้า ๆ ก่อนจะหลับตาซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> Ryuichi มองภาพหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง... เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนแลเห็นเป็นประกายสวยงามภายใต้แสงแดดอบอุ่นยามเช้า... เสียงสุนัขเห่าเบา ๆ สลับไปกับเสียงหัวเราะจากทั้งเจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือน... สองฝ่ายยืนอยู่ทิ้งระยะห่างอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจีล่อนเครื่องเล่นพลาสติกในมือไปมาให้เจ้าตูบสี่ขาทั้งสามตัววิ่งไล่ส่งเสียงเห่ากันอย่างสนุกสนานจนแทบจะลืมเวลา... “Aris พักก่อนดีกว่า จะได้กินอาหารเช้าด้วย” Ryuichi เอ่ยชวนขึ้นเมื่อเห็นผิวแก้มแดงเรื่อเพราะไอแดดของอีกฝ่าย อากาศยังคงแห้งอยู่มาก... แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดให้ความอบอุ่นแต่เวลาออกแรงก็ทำให้หายใจลำบากและเหนื่อยง่าย Arisa พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพลางเดินไปทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ร่มสนามคันใหญ่โดยมีเจ้าตัวยุ่งวิ่งตามเป็นพรวน... “เมื่อคืนนอนดึก ตื่นแต่เช้าแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ...” Ryuichi ถามด้วยความห่วงใยเพราะเมื่อคืนกว่าจะพากันออกจากร้านแยกย้ายกันไปก็ล่วงเข้าวันใหม่แล้ว...พลางจัดการรินน้ำชาอุ่น ๆ ที่แม่บ้านนำมาวางเตรียมไว้ให้เมื่อครู่ยื่นส่งให้... “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่จริงก็ชอบตื่นเช้า ๆ ยิ่งถ้ามีที่ให้ไปล่ะก็” เสียงตอบกลับมาก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นหมุนเบา ๆ พลางมองไปที่ชายหนุ่มยิ้ม ๆ คนถูกมองทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนไปเที่ยวเคยสอ “ยังมีที่เที่ยวอีกตั้งเยอะที่น่าสนใจ...” เสียงเปรยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายช่างจำ...และสนใจที่จะดูสถานที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เก่า ๆ “อืม...เดี๋ยวกินอาหารเข้าแล้วไปลุยกันอีกวันก็ได้นะ ผมว่าง ๆ อยู่ไม่ได้ไปไหน...” Ryuichi เสนอตัวขึ้นอย่างจริงใจในขณะที่ฝ่ายนั้นตาเป็นประกายขึ้นมาราวกับได้ของขวัญถูกใจ... “จริงเหรอคะ...” เสียงขาดไปเหมือนเจ้าตัวเพิ่งนึกอะไรได้... “เอ่อ...แต่คงออกนอกเมืองไม่ได้...ตอนบ่ายมีธุระน่ะค่ะ...” “OK...ตกลงตามนี้...งั้นเริ่มกันที่.... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> “Ino...ดูนี่สิ..” Ken ส่งเสียงเรียกร่างบางที่นั่งจดจ่ออยู่กับรายการโปรดหลังเสร็จจากมื้ออาหาร... Inoran เหลียวไปมองด้วยความประหลาดใจ...ฝ่ายนั้นจึงรีบขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าในมือ... “ผู้หญิงคนนี้...ใช่ที่ไปกับ Ryu เมื่อคืนรึเปล่า? Aris น่ะ...” ชื่อที่ออกมาจากปากดึงความทรงจำเมื่อคืนให้ย้อนกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวลูกครึ่งยิ้มง่าย ร่าเริงคนนั้น... คล้ายกันราวกับเป็นคนเดียวกับบุคคลในหน้าธุรกิจของหนังสือพิมพ์... “ภาพไม่ชัดเท่าไหร่...แต่คล้าย...” Inoran ตอบกลาง ๆ พลางไล่สายตาไปตามตัวหนังสือใต้ภาพ เพราะจากที่เห็นบุคคลที่เป็นข่าวตัวจริงน่าจะเป็นชายวัยห้าสิบเศษที่อยู่กึ่งกลางภาพมากกว่า... ....Imonoyama Kouro... ประธานบริษัทนำเข้ารถยนต์รายใหญ่.... สองคนเงยหน้าขึ้นสบตากันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ต่างจากคำถามที่ผุดขึ้นในใจของคนทั้งคู่... ...ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร??... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>> ~~~ บ้าน Ogawa ~~~ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากกรงไม้เล็ก ๆ สร้างความสุขให้เจ้าของบ้านสูงวัยได้เป็นอย่างดีระหว่างรอคอยเวลาอาหารเช้าที่ผู้เป็นภรรยากำลังจัดเตรียม... กลิ่นหอมของอาหารลอยลมมาให้ได้กลิ่นเรียกรอยยิ้มออกเพราะรู้ดีว่าอีกไม่ถึงอึดใจจะต้ “ทานข้าวได้แล้วค่ะคุณ...” เสียงบอกอ่อนโยนพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งช้า ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำพอได้ยินถึงลูกชายคนเดียวทันทีที่ผู้เป็นสามีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ กัน... “ไม่รู้ไปเดินเที่ยวถึงไหนป่านนี้ยังไม่กลับเข้ามา...” “หืม...ตื่นแล้วรึ ไม่เห็นแต่เช้านึกว่ายังนอนหลับอยู่...” “ตื่นนานแล้วค่ะ...จะขอออกไปเดินเล่นแต่เช้าเคี่ยวเข็ญอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมกินข้าวจนหมด แล้วดูสิสายป่านนี้ก็ยังไม่กลับ นาน ๆ จะกลับมาบ้านสักทีก็ไม่อยู่ให้เห็นหน้าเห็นตา” จบคำพูดเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังออกมาจากผู้เป็นสามีเหมือนจะปลอบใจทั้งตัวเองและภรรยาไปด้วยในตัว...เสียงพูดคุยกันเบา ๆ พร้อมกับเริ่มมื้ออาหารไปได้ไม่กี่คำ เจ้าของหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ก็เดินผ่านประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มและถุงข้าวของพะรุงพะรังในมือ... “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่...” “มาพอดี...” ผู้เป็นพ่อทักสั้น ๆ ส่งยิ้มนิด ๆ ให้พลางพยักพเยิดให้ลูกรู้ว่าควรจัดการอะไรสักอย่างกับผู้หญิงคนเดียวในบ้านที่กำลังทำท่าไม่สนใจว่าใครจะมาใครจะไปอยู่ตอนนี้...ลูกชายก็ส่งยิ้มกลับคืนไปให้อย่างรู้กัน... “แม่คร๊าบ...ผมซื้อทาโกะยากิร้านประจำมาให้แม่ด้วย... ไปรอตั้งแต่เขายังไม่เปิดร้านแน่ะ...” Tetsu ลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างยื่นหน้าเข้าไปส่งยิ้มจนใบหน้าที่ทำเป็นไม่ใส่ใจอยู่เมื่อครู่ยอมคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งจนได้... “ทำไมตื่นเช้านักล่ะ เมื่อคืนพ่อเห็นตีสามยังเปิดไฟในห้องอยู่เลย...” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้... “อ่อ...พอดีคนโทรมาคุยเรื่องงานนิดหน่อยครับแล้วก็ง่วง ๆ เลยลืมปิดไฟ...” Tetsu บอกโดยไม่ยอมสบตา... จะบอกได้ยังไงว่าเหตุผลที่ทำให้เขานอนกระสับกระส่ายหลับไม่ลงจนรุ่งสางเพราะรอโทรศัพท์จากใครคนหนึ่ง... “งานมีปัญหาเหรอลูก...” เสียงถามจากผู้เป็นแม่ดึงความคิดที่ล่องลอยให้กลับมาอีกครั้ง... Tetsu ยิ้มให้ท่านทั้งสองอีกครั้งก่อนจะบอกให้หายกังวล... “ไม่มีอะไรหรอกครับ...ก็ยุ่ง ๆ กันนิดหน่อย...” Tetsu พยายามฝืนยิ้มพร้อมทำท่าว่าไม่มีอะไร หากนั่นยิ่งทำให้ทั้งพ่อและแม่มองสบตากันอย่างเป็นกังวล... “ถ้ามีเรื่องด่วนก็กลับไปเถอะลูก...” จบคำพูดที่ได้ยินดวงตาคู่งามก็เบิกกว้างขึ้นมองคนพูดอย่างตกตะลึงยังไม่ทันจะถามย้ำให้แน่ใจเสียงจากผู้เป็นแม่ก็ดังเสริมขึ้นมาอีก... “เป็นกังวลมากก็กลับเถอะลูก...เอาไว้มีเวลาค่อยมาอีกก็ได้...ตั๋วรถไฟคงหาได้ง่ายกว่าเดี๋ยวแม่จะขึ้นไปช่วยเก็บของ..” Tetsu มองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมา... รู้ดีว่าท่านทั้งสองต้องฝืนใจแค่ไหนที่จะพูดคำเหล่านั้นออกมาแต่ท่านก็ยอมทำเพราะเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่อย่างกระวนกระวายใจ... “ไม่ได้รีบขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วพรุ่งนี้เช้า..วันนี้จะอยู่กวนพ่อกับแม่ทั้งวัน...อย่าบ่นรำคาญผมซะก่อนก็แล้วกัน...555” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาผสานกันอย่างมีความสุข ภาพของใครคนหนึ่งที่รบกวนจิตใจมาตลอดดูจะลอยห่างออกไปถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นในครอบครัวที่ห่างหายมานาน... ....ก็แค่วันอีกวันเดียว... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Ryuichi กดปุ่มหยุดเสียงเพลงที่เปิดคลอไว้เบา ๆ ในรถเป็นเหตุให้หญิงสาวที่นั่งหลับตาเอนกายอยู่บนเบาะที่นั่งข้างคนขับเปิดเปลือกตาขึ้นมองช้า ๆ... “สงสัยจะมาแล้วครับรถที่มารับ...” เสียงบอกพลางชี้มือไปออกไปนอกเงาร่มไม้... ....รถยุโรปคันยาวแล่นเข้ามาจอด... คนขับชายวัยกลางคนในชุดแต่งกายเรียบร้อยก้าวเท้าลงมาพร้อมกับกวาดตามองไปทั่วบริเวณเหมือนจะหาใครคนหนึ่ง กระทั่งมาสะดุดตาเข้ากับรถสีแดงคันงามที่จอดรออยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ไม่ต้องเสียเวลาให้ม “ใช่ค่ะ...” Arisa ลอบถอนใจยาวออกมาก่อนจะเงยขึ้นส่งยิ้มให้... “วันนี้สนุกมากจริง ๆ ขอบคุณมากนะคะ Ryu-san” “ไม่เป็นไรครับ... คุณก็ทำให้ผมสนุกเหมือนกัน...” Ryuichi ตอบกลับไปตามความรู้สึก... สะดุดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผิวแก้มอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นก่อนจะรีบเอ่ยลาพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถไป... กริยาที่คนขับรถสูงวัยกว่าค้อมตัวให้อย่างนอบน้อมบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นธรรมเนียนปฏิบัติในตระกูลเก่า... ....คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออกช้า ๆ จะแปลกอะไรหากคนสองคนจะคบหากันโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของอีกฝ่าย...เป็นโชคดีเสียอีกที่ความเป็นเพื่อนเริ่มต้นจากจุดนี้... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> ในมุมลับตาของสวนด้านหลังรีสอร์ทร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu เป็นเวลานาน...ถึงแม้อีกฝ่ายจะอ่อนโยนและมีความเข้าใจในตัวเขามากมายแค่ไหน...แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนไปได้มากกว่าคำว่า “เพื่อน” เพราะ Hyde รู้ใจของตัวเองว่าแท้จริงตนเองมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของใครกันแน่...ร่างเล็กยกสองมือขึ้นดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่างช้า ๆ “Kiyoharu ขอบคุณนะ...“ Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ พลางก้มหน้านิ่ง แต่ชายหนุ่มกลับเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างไม่เข้าใจความหมาย “ฉันดีใจที่มีนายเป็นเพื่อน....มีนายที่คอยเข้าอกเข้าใจ...แต่ว่าคนที่ฉันรักกลับไม่ใช่นาย....” “ทำไม ? Hyde ถ้านายยังรักหมอนั่นก็มีแต่จะต้องเสียใจ....ในเมื่อแค่ความเชื่อใจหมอนั่นยังไม่มีให้นายเลย...ไม่เกี่ยวว่าเพราะฉันโผล่มาแล้วทำให้พวกนายต้องทะเลาะกันหรอก...” Kiyoharu บีบไหล่บางแนบแน่นพร้อมกับบังคับให้ร่างเล็กเงยหน้ามองสบตากับเขา “ถ้าเพียงหมอนั่นมีความเชื่อมั่น...นายคงไม่ต้องเสียน้ำตา...แล้วอย่างนี้พวกนายจะมีอนาคตร่วมกันได้ยังไง...หากต่อไปมีคนอย่างฉันเข้าไปพัวพันกับชีวิตของพวกนายอีก...จุดจบของเรื่องคงไม่ต่างกับวันนี้...ฉันคงทนเห็นนายโดนทำร้ายจิตใจจนเป็นแบบนี้ไม่ได้...ถึงแม้วันนี้นายจะไม่เลือกฉัน...แต่ก็ต้องไม่ใช่หมอนั่น...!!” Kiyoharu อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง...เขาเป็นห่วง Hyde ทั้งในฐานะเพื่อนและคนที่ตัวเองรัก...ไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว “โดนทำร้ายเหรอ ?” Hyde รำพึงออกมาเบา ๆ พลางเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย “ฉันเคยโดนทำร้ายมากกว่านี้อีก...ความสัมพันธ์ของฉันกับ J ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นมาง่าย ๆ เพียงแค่มองสบตาหรือเดินผ่านกันแล้วถูกใจหรอกนะ...เราฝ่าฟันเรื่องเลวร้ายด้วยกันมามาก...และฉันเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนนี้ J ถึงไม่มีความเชื่อมั่น...เพราะ J กำลังกลัว...กลัวที่จะสูญเสียฉันไป....และตอนนี้เขาคงกำลังหวาดกลัวอยู่คนเดียว....แล้วนายจะให้ฉันทอดทิ้งเขา...โดยวิ่งไปหาความสุขกับคนอื่นได้ยังไง!!” Hyde ย้อนถามเสียงแข็งกลับไปพลางสะบัดตัวให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเริ่มคิดได้ว่า... ...เขากำลังมายืนทำอะไรอยู่ที่นี่ เวลานี้เขาควรจะอยู่เคียงข้าง J ไม่ใช่เหรอ ?... ร่างเล็กหันหลังให้กับ Kiyoharu ช้า ๆ เมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาสอบถามเรื่องราวที่เป็นเพียงปลายเหตุของเหตุการณ์เล เหตุการณ์เมื่อคืนที่ J หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือเขาเอาไว้...มันทำให้เขาไม่มั่นใจจนทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง...หากย้อนกลับไปเวลานั้นอีกครั้ง...ไม่ว่า J จะผละมือออกยังไง...เขาก็จะตามไปจับมือนั้นเอาไว้ให้มั่น...จะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด...แล้วเวลานี้เขาจะกลับไปหาอุ้งมือที่อบอุ่นนั้นทันหรือเปล่า ? “Hyde !!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเสียงลั่นเมื่อเห็นว่า Hyde กำลังเดินห่างออกจากเขาไปทุกที...ร่างเล็กหยุดเท้าลงชั่วครู่ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยน...น้ำตาใสปริ่มลงมาอาบแก้มช้า ๆ “ขอโทษนะ Kiyoharu ...ฉันรัก J จริง ๆ ...ฉันไม่กลัวที่จะโดนเขาทำร้าย...แต่กลัวว่าตัวเองต่างหากที่จะทำร้ายตัวเองจนเจ็บปวด...ไม่ใช่แค่นั้นมันยังทำร้ายไปถึงคนที่ฉันรักด้วย...สาเหตุที่ทุกอย่างมันเลวร้ายไม่ใช่เพราะนายแล้วก็ไม่ใช่เพราะ J แต่เป็นเพราะหัวใจฉันเองที่สั่นคลอนไปตามอารมณ์ที่ถูกชักนำ…แล้วตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าที่แห่งความสุขของฉันอยู่ที่ไหน...” Hyde อธิบายพร้อมรอยยิ้มถึงแม้มันจะถูกกลบทับด้วยหยาดน้ำตา...แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่งดงามมองดูแล้วสงบสบายใจเพราะมันอิ่มเอมไปด้วยความสุข....เมื่อหัวใจค้นพบแล้วว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้อยู่เคียงข้างกับคนรัก...ได้ฝ่าฟันทุกอย่างไปพร้อมกัน “ลาก่อน Kiyoharu ฉันไม่เคยรังเกียจที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย...และยังคิดเสมอว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป” ...ร่างเล็กหันหลังให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง...พลางก้าวเดินต่อไปช้า ๆ แต่มั่นคง...ไหล่บางที่ห่อตัวเพราะความหนาวเย็นกลับยืดออกด้วยความรู้สึกภาคภูมิ...เมื่อพบเป้าหมายของหนทางที่จะก้าวเดินต่อไปได้แล้ว... ...Kiyoharu ได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกต่าง ๆ ที่ประดังประเดเข้ามา...แต่หนึ่งในความรู้สึกนั้นคือความยินดีที่ออกมาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ เขาควรยินดีที่เพื่อนเขาได้พบกับความสุขที่ตนเองต้องการ... แถมยังรู้สึกโกรธตัวเองไม่หายที่มีความคิดอยากไปพรากเอาความสุขนั้นมาครอบครองโดยปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้ว่า Hyde จะมีความสุขจริง ๆ หรือไม่ ? หากมาอยู่เคียงข้างเขา...เวลานี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ Hyde อย่าไปสายเกินไป... ...จนความสุขนั้นจางหายไปหมดแล้ว... คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ต้องกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถตะโกนให้กำลังใจเพื่อนรักของเขาได้...เมื่อภาพของร่างเล็กเดินห่างออกไปจนพ้นสายตา... ...ขอให้นายมีความสุข Hyde …. <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 88- 88 -
Ken ตรงไปยังห้องนอนที่อีกฝ่ายหายเข้าไปเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อน...ลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือสัมผัสกับลูกบิด มันไม่ได้ล็อค..นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกตัวว่ากระทำเรื่องที่น่าอายต่ออีกฝ่ายมากขั้นทุกที ใช้อารมณ์...ทั้งที่เรื่องราวทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของ Inoran สักนิด... ...สายน้ำอุ่น ๆ พัดพาฟองครีมขาวสะอาดออกจากเส้นผมสีน้ำตาลลงสู่พื้นเบื้องล่างจนเส้นผมเปียกลู่ไปกับศีรษะ... ถ้อยคำทะเลาะทุ่มเถียงยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่ได้สนใจต่อเสียงความเคลื่อนไหวที่ใกล้เข้ามา... กระทั่งร่างกายถูกสวมกอดเอาไว้ทั้งตัวจากด้านหลังร่างบอบบางเปลือยเปล่าจึงสะดุ้งนิดๆ หันขวับกลับไปมอง...
“ทำอะไร...เปียกหมดแล้ว...” เสียงบอกตามออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดที่กลับมาจากข้างนอกแล้วเวลานี้ก็เปียกไปแทบจะทั้งตัวเพราะสายน้ำ...มือบางเอื้อมออกหมายจะปิดน้ำให้ก็ถูกอีกฝ่ายคว้ามือห้ามเอาไว้...
“ช่างมันเถอะ...” ใบหน้าคนพูดซบลงกับไหล่เปลือยเปล่า...เส้นผมหยักศกเริ่มเปียกปอนลู่ไปกับสายน้ำขณะอ้อมแขนกอดรัดร่างบางแน่นขึ้น...
“ฉันไม่อยากพูดคำนี้บ่อย ๆ เลย...เพราะมันหมายถึงฉันทำผิดต่อนายอีกแล้ว...ขอโทษนะ Ino”
Inoran หลับตาลงช้า ๆ เพื่อซึมซับคำพูดนั้นลงไป...สายน้ำอุ่นที่เหมือนจะสาดซัดจนบาดเนื้อเมื่อก่อนหน้ากลับกลายอบอุ่นอ่อนโยน...
....คำขอโทษที่ได้มาไม่ใช่เพื่อลบล้างความโกรธขึ้ง...หากเพื่อลบเลือนความเสียใจ...ถ้อยคำรุนแรงที่ออกจากปากไม่ได้ล่วงหล่นรายเรี่ยตามทาง...หากมันจะเข้าไปทำความเจ็บปวดในใจของใครคนหนึ่งเสมอ...
“ช่างเถอะ...” คำพูดเหมือนกันกับที่อีกฝ่ายใช้เมื่อครู่...มือบางยกขึ้นปาดสายน้ำออกไปจากใบหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา...
“ฉันก็ต้องขอโทษเหมือนกัน...แต่ฉันอยากให้นายเชื่อ ไม่ว่า J หรือ Ryu... จะไม่มีวันตั้งใจทำร้ายคนที่พวกเขารักแน่...”
“พอเถอะ Ino” Ken คลายอ้อมแขนพลิกร่างบางให้หันกลับมา... “ฉันเข้าใจแล้ว...ฉันเชื่อคำพูดนาย แล้วฉันเองก็จะทำให้ได้เหมือนกัน...จะไม่ทำให้นายเสียใจ” ดวงตาเรียวรีมองสบดวงตาคู่งามตรงหน้านิ่ง..หยาดน้ำเกาะพราวที่ใบหน้าไม่เว้นแม้แต่ที่เรียวปากบาง...สวยงามราวกับภาพวาด...ริมฝีปากได้รูปแนบจูบลงไปบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน...กลิ่นครีมอาบน้ำหอมกรุ่น สัมผัสนุ่มลื่นบนผิวแก้มก่อนรั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอดกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู...
“Ino...อย่าบอกว่าเราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก...ฉันจะไม่มีวันยอมให้ระหว่างเราเป็นแบบนั้น...” Ken คลายอ้อมแขนออกอีกครั้ง...สองมือเลื่อนขึ้นประคองใบหน้างามที่ขยับขึ้นลงรับคำพูดของตนเอาไว้อย่างอ่อนโยน...ริมฝีปากอุ่นแนบจูบลงไปช้า ๆ ร่างบางปิดเปลือกตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ... ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปทั่วผิวกายเปียกลื่นในขณะที่ปลายลิ้นก็ยังคงวนเวียนดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากอิ่มอย่างไม่รู้เบื่อ..เสียงครางเบา ๆ ในลำคอพร้อม ๆ กับอุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนไม่ต่างจากสายน้ำที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...
“อ่ะ...Ken...จะทำในนี้เหรอ...” เสียงลมหายใจติดขัดออกเมื่อร่างกายถูกซุกไซ้เบียดชิดกับผนังกระเบื้องเคลือบ...ไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่ายหากริมฝีปากอุ่นที่เริ่มขบเบา ๆ ไปทั่วแผ่นอกเรื่อยลงไปไล้วนอยู่ที่หน้าท้องแบนราบก็เป็นคำตอบได้อย่างดีอยู่แล้ว... ร่างบางหอบหายใจถี่กระชั้นรัวเร็วยิ่งขึ้นเมื่อส่วนอ่อนไหวกำลังถูกมอบสัมผัสหยอกเย้าและเร่งเร้าสลับกันไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่...
“อื้อ..อ...K...Ken...อ๊า...” ร่างบางกรีดร้องปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาพร้อมกับหอบหายใจจนแผ่นอกสะท้อนขึ้นลง
... ชายหนุ่มกลืนกินสิ่งที่ตามมาลงไปก่อนจะเลื่อนกายขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้นอีกครั้ง...ผิวแก้มแดงระเรื่อ ซบลงบนบ่าของชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่ฝ่ายนั้นถอนริมฝีปากออก...ลำแขนแกร่งสอดประคองร่างนั้นไว้คลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“Ino...น่ารักจัง...” คำชมที่มาจากความรู้สึกภายในกลับไปกระทบความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ในใจจนเสี
ยงเรียบ ๆ เอ่ยขัดขึ้นมาทันที... “น่ารักเหรอ...น่ารักยังไงฉันก็เป็นผู้ชายนะ...ถ้านายลืมฉันจะช่วยเตือนความจำให้...”
Ken เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดที่ได้ยิน...อึ้งไปอีกครู่จึงเริ่มจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำอยู่แน่ ๆ...
“เอ่อ...Ino...คือว่า...”
“เงียบ...แล้วอยู่เฉย ๆ...” คนพูดยกแขนขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะไล้มือลงไปเบา ๆ บนใบหน้าลากผ่านลำคอลงไปที่เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มโชกพร้อมกับเริ่มต้นปลดกระดุมออก...เจ้าของร่างรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มนิด ๆ เอาไว้เมื่อพอ
จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะพิสูจน์ด้วยวิธีไหน...
Inoran เงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งขณะดึงเสื้อให้พ้นออกไปจากไหล่กว้าง ก่อนจะขยับร่างเข้าไปใกล้ ลำแขนแกร่งรีบยกขึ้นโอบเอวบางไว้หลวม ๆ เมื่อฝ่ายนั้นเริ่มต้นจูบแผ่ว ๆ ที่ริมฝีปากเรื่อยลงมาถึงปลายคาง...ใบหน้าคมเงยเปิดทางให้เมื่อริมฝีปากบางสวยลากผ่านลำคอไปจนถึงแผ่นอก...มือบางแตะอยู่ที่เอวหนาสั่นนิด ๆ จนเจ้าของร่างรู้สึกหากทำเป็นไม่รับรู้...ก่อนจะจับมือบางนั้นเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงยีนส์สีเข้ม...
Ken อมยิ้มมองร่างบางที่เริ่มทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าพร้อมกับมือบางที่เริ่มขยับปลดกระดุมกางเกงออกอย่างเชื่องช้า...ทุกสัมผัสเหมือนจะท้าทายและหลีกหนีไปพร้อมกัน...ปลายลิ้นสัมผัสแผ่วเบาที่ส่วนปลายก่อนริมฝีปากจะเข้าครอบครอง... กางเกงเลื่อนลงมาอยู่ที่สะโพกขณะมือแกร่งเริ่มแทรกเข้าไปในเรือนผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความร้อนรุ่มในกาย...
“พอเถอะ Ino” มือแกร่งจับกระชับต้นแขนบางแทบจะกระชากขึ้นมาตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า...แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดกับผนังเรียบลื่นอีกครั้ง... ใบหน้าแดงเรื่อก้มต่ำไม่ยอมสบตายิ่งเป็นสีเข้มขึ้นอีกเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่า
ที่ข้างหู... “ฉันอยากเข้าไปในตัวนายมากกว่า...” ร่างกระตุกเฮือกหลุดเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อท่อนขาแข็งแกร่งภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนาแทรกสอดเข้ามารุกเร้าส่วนอ่อนไหวอย่างจงใจ...ริมฝีปากได้รูปประทับจูบหนักหน่วงร้อนแรงเรื่อยลงมาซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวสะอาด...ก่อนจะสอดแขนรั้งขาเรียวบางให้เปิดทาง...มือแกร่งละจากส่วนนั้นเข้าหาช่องทางอ่อนนุ่มอย่างไม่รอช้า...
“อ่ะ...” ร่างบางสะดุ้งผวาเข้ากอดชายหนุ่มแนบแน่นเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มแทรกกายเข้ามาแทนที่นิ้วมือเรียกเสียงครางออกมาในทุกจังหวะการแทรกกายที่เร่าร้อนรุนแรง...เปลือกตาบางข่มแน่นเมื่อความหฤหรรษ์ถาโถมไปทั่วร่าง...
“อื้อ...อะ...อ๊าาา...”
“อ่า...” ใบหน้าคมสะบัดแหงนเงยพร้อมกับหลั่งเข้าไปในกายอีกฝ่ายจนหมด...รู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่หน้าท้อง ร่างในอ้อมแขนซบหน้าลงกับซอกไหล่อีกครั้ง เสียงหอบหายใจดังผสานกันจากทั้งสองร่าง.... มือแกร่งเลื่อนลงกระชับที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกมาอย่างนุ่มนวล... โอบกอดร่างในอ้อมแขนเอาไว้พร้อมกับปลดเปลื้องพันธนาการที่ยังค้างคาอยู่ออกไปก่อนสายน้ำอุ่นจะรดลงชโลมร่างทั้งสองร่างอีกครั้ง...
“ยังไงก็น่ารักอยู่ดี...” เสียงเจ้าเหมียวที่กอดรัดคลอเคลียไม่ห่างดังอยู่ข้างหูทำเอาคนฟังหน้าตึงดันตัวออกห่างทันที...เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะช้อนอุ้มร่างนั้นขึ้นมาในอ้อมแขนพาเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว...
“พิสูจน์หลาย ๆ ครั้งอาจจะยอมเปลี่ยนคำพูดนะ...” แมวเจ้าเล่ห์คายแผนในใจออกมาจนได้ก่อนจะโถมกายลงทาบทับอีกฝ่ายแนบสนิทอีกครั้ง... ร่างข้างใต้ดิ้นรนขัดขืนได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนไปอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
....ขอเพียงซื่อสัตย์ต่อหัวใจเราเอง...มีหรือจะค้นไม่เจอความสุข...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
- ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
ร่างเล็กยืนสะอึกสะอื้นทั้งน้ำตา...ร้องไห้ออกมามากมายยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ...เมื่อก่อนไม่ว่าจะพบเจอเรื่องราวเลวร้ายใด ๆ หลายครั้งที่ชายหนุ่มผมทองทำร้ายร่างกายและจิตใจเขา...ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากมายเท่าครั้งนี้...เพราะคราวนี้เขาทำร้ายอีกฝ่ายให้เจ็บปวด...ตัวเองเลยต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า...เมื่อทุกอย่างที่ร่วมสร้างกันมากำลังพังทลายลง...ด้วยมือของเขาเอง
... เสียงร่ำไห้อย่างปวดร้าวใจดังแว่วไปให้คนที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้านของประตูห้องนอนภายในได้ยินชัดเจน... J หลับตากัดริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดในใจเวลานี้คงไม่ต่างกัน....
...เขาควรทำยังไง ? กับความสัมพันธ์นี้...เมื่อก่อนเขาเคยเอาแต่ใจดื้อดึงบังคับอีกฝ่ายให้อยู่ร่วมกับเขา...ผลสุดท้ายก็มีแต่ความเจ็บปวด...จนต้องตัดสินใจทอดทิ้งหนีหายไป...เพราะคิดว่าเวลาคงช่วยให้เขาได้ลืมเลือน...
...แต่เมื่อเวลาไม่ช่วยให้ลืมเลือน...ความทรงจำต่าง ๆ ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจ...แต่ก็เพราะไม่ยอมลืมเลือน...เลยทำให้โอกาสกลับมาอีกครั้ง...ทั้งๆ ที่คิดว่าหากยังจดจำเรื่องเลวร้ายในอดีตที่สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันมา....คงไม่มีสิ่งใดมาแยกเราจากกันได้...ทั้ง ๆ ที่เชื่อเช่นนั้น...
...แต่แล้วทำไม ?...
J ทรุดกายลงนั่งพิงบานประตูก้มหน้าขบคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ อย่างละเอียด...เขารัก Hyde นี่เป็นเรื่องจริง...แล้วที่ผ่านมาเขาก็รับรู้มาตลอดว่า Hyde เองก็รักเขาเช่นกัน...แล้วเวลานี้ความรักของเขาลดน้อยลงแล้วเหรอ ?...
‘ไม่ !!...‘ เสียงเถียงในใจย้อนกลับมาทันที...เขาไม่ได้รัก Hyde น้อยลง...แล้วทำไมถึงเลิกที่จะเชื่อมั่นในความรักของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย ?....
...ก็เพราะรักมากน่ะสิ !!...
...ยิ่งผ่านไปนานวันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ...ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บปวดมากหากต้องแยกจากกัน...และตัวเขาเองเริ่มไม่แน่ใจว่า Hyde จะยิ่งรักเขามากขึ้นเหมือนกับที่เขารู้สึกหรือว่ามันจะลดน้อยลง....หาก Hyde ได้พบเจอกับคนที่เข้าอกเข้าใจตนเองได้ดีกว่าเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้...
….ปังงง !!!....
“J…!!...เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ !!” เสียงทุบอย่างแรงตามมาด้วยเสียงร้องไห้และโวยวายของร่างเล็กที่อยู่ภายนอก...ยิ่งทำให้ชายหนุ่มปวดแปลบในหัวใจ
...อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกผิด...ที่เฉยเมยต่อนาย...ในเมื่อก่อนหน้านี้นายเป็นฝ่ายเฉยเมยต่อความรู้สึกของฉันก่อน....
“J…!! ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง !!” Hyde แทบจะร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง...ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องราวใดก็ทำให้จิตใจสงบลงไม่ได้แล้ว...เพราะรู้ดีว่าถ้าตนเองไม่ทำอะไรสักอย่าง...เวลาที่ J จะไปจากเขาคงใกล้เข้ามาทุกที
...แต่ไม่ว่าเขาจะโวยวายมากแค่ไหน ? สองมือรัวทุบประตูจนแดงช้ำ...แต่คนที่อยู่ภายในยังคงนิ่งเงียบ...เฉยเมยและเย็นชาราวกับเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้....
“J !!....ได้โปรด....ฮึก.....ฮ....” ร่างเล็กซบหน้าลงกับประตูสะอึกสะอื้นอย่างหนักออกมาอีกหน...เฝ้ารอเวลาให้ J ใจอ่อนยอมออกมาพูดปรับความเข้าใจกับเขา....แต่ไม่ว่าจะรอนานเท่าไหร่....บุคคลภายในยังคงนิ่งเฉย...ไม่แม้สักนิดที่จะส่งเสียงตอบกลับมา...Hyde ปาดเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้มแรง ๆ เมื่อคิดไปถึงคนที่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายนี้เกิดขึ้น
...Kiyoharu !!....
“Kiyoharu พูดอะไรกับนายใช่มั้ย ?” เสียงถามแผ่วเบาที่ลดผ่านบานประตูไป...ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งพิงประตูอยู่อีกฝั่ง...ต้องเงยหน้าขึ้นมาทันที
“J หมอนั่นพูดอะไรกับนายกันแน่ ?!!” Hyde ตะคอกถามกลับไปอีกครั้ง...แต่เมื่อภายในยังคงนิ่งเงียบ..ร่างเล็กจึงต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพราะเมื่อหาคำตอบกับ J ไม่ได้...อีกคนที่จะตอบได้คือ Kiyoharu…
“ถ้านายไม่ตอบฉันจะไปถามหมอนั่นเอง !!”
ทันทีที่ได้ยินคำประกาศชัดเจน...J ต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ....ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งพลางครุ่นคิดตัดสินใจอย่างเอาเป็นเอาตาย...เมื่อหัวใจเริ่มสับสันมากขึ้นทุกที...
...ถ้าปล่อยให้ Hyde ไปคราวนี้...แล้วคำปลอบโยนของ Kiyoharu ทำให้หัวใจของ Hyde เปลี่ยนแปลง....เขาอาจต้องสูญเสียอีกฝ่ายไปตลอดกาล....
...ปึงง !! ....
เสียงวิ่งตึงตังพร้อมกับประตูที่ถูกกระชากออกอย่างแรง...ทำให้ J รับรู้ได้ทันทีว่า...Hyde คงจะไปหา Kiyoharu ตามที่เจ้าตัวประกาศไว้เมื่อครู่
“โธ่เว้ย !!!” J สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อไม่อาจห้ามปรามหัวใจไม่ให้เป็นห่วงอีกฝ่ายได้...
“Hyde !!” ชายหนุ่มผลุนผันเปิดประตูห้องนอนออกมาอย่างรีบร้อน...แต่ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่า...ครั้นพอเหลือบมองไปที่ประตูจึงเห็นว่าประตูยังคงถูกเปิดค้างเอาไว้...คงเพราะ Hyde รีบร้อนออกไป...J ยืนลังเลอย่างใช้ความคิดหากเขาตามไปจะอยู่ในฐานะอะไร ?เมื่อตอนนี้ความรู้สึกของคำว่า “คนรัก” สำหรับเขามันด้วยค่าลงทุกที
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
ด้าน Hyde ที่วิ่งผลุนผันออกมาจากบ้านพักโดยลืมแม้แต่จะหยิบเอาเสื้อโค้ทตัวหนาติดมาด้วย... ร่างเล็กปาดเช็ดน้ำตาออกไปจากใบหน้าขณะที่เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อให้พบเจอกับคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนสนิท...และไม่เคยคิดว่าการที่ได้พบเจอกับเพื่อนโดยบังเอิญจะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับ J เลวร้ายลงไปทันที
“Kiyoharu !!” Hyde ตะโกนเรียกอีกฝ่ายเสียงลั่น...ก่อนจะหอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน...เมื่อเขาวิ่งตามหาอีกฝ่ายไปทั่ว
ทันทีที่เหลือบมาเห็นร่างเล็ก Kiyoharu จึงหันไปสั่งความอะไรบางอย่างกับทีมงาน ก่อนจะปลีกตัวออกมา ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ไง...ฉันนึกว่านายจะอยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนแล้วซะอีกนะวันนี้”
“ก็เพราะนาย !!! เพราะนายคนเดียว !!” Hyde ตะคอกใส่หน้าเพื่อนรักเสียงลั่น...จนทีมงานที่ยืนเตรียมงานอยู่ไกล ๆ ต้องหันมามอง...
“มาทางนี้ก่อนซิ...” Kiyoharu ดึงแขนอีกฝ่ายให้ตามไปในสวนอีกด้านของรีสอร์ทที่ค่อนข้างลับตาคน...เพราะพอจะเดาอะไร ๆ ได้เลา ๆ จากท่าทางและอารมณ์ของอีกฝ่าย...ที่สำคัญดวงตาของ Hyde ยังแดงช้ำเหมือนกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก...ถึงแม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วแต่มันยังคงทิ้งร่องรอย
“ปล่อย !!“ Hyde สะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่อยู่ในสายตาของใครอีกแล้ว
“นายไปพูดอะไร ? กับ J กันแน่ !!...เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ !! ...เมื่อคืนฉันก็บอกนายชัดเจนไปแล้ว...อย่าให้ระหว่างพวกเราไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน !!” Hyde รัวถามพลางตะคอกใส่ Kiyoharu ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“ใจเย็น ๆ Haido....เรื่องที่ฉันคุยกับหมอนั่น...ก็แค่ได้บอกความรู้สึกตัวเองออกไป...”
“แล้วนายจะบอกทำไม ?!! นายไม่รู้หรอกว่า...คำพูดนายกำลังทำร้ายฉัน...นายมีความสุขเหรอที่เห็นฉันเจ็บปวด !!” Hyde ยังคงโวยวายใส่ Kiyoharu อย่างรุนแรง...ความรู้สึกเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ราวกับดำเนินมาถึงขีดสุด...ไม่อาจแม้แต่จะควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้อีกแล้ว
“Hyde !! นี่ฟังก่อนได้มั้ย ? ฉันไม่มีทางมีความสุขที่นายเจ็บปวด....แต่ถ้าแค่คำพูดของฉันมันทำให้หมอนั่น...ทำให้นายเสียใจได้ขนาดนี้ หมอนั่นก็ไม่มีวันทำให้นายมีความสุขเหมือนกัน !!” Kiyoharu เริ่มใช้เสียงดังขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ยอมรับฟังสิ่งใดของร่างเล็ก
“ไม่จริง !! ฉันมีความสุขอยู่ดี ๆ นายก็มาทำลายมัน !! นายไม่เข้าใจ.....นายไม่เข้าใจ!! ฉันรัก J นะ....ฮึก....ฮ...” Hyde โวยวายพลางตรงเข้าไปกระชากเสื้ออีกฝ่ายอย่างหัวเสีย...น้ำตาที่เพิ่งปาดเช็ดไปเมื่อครู่...ไหลออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น...
...ทั้งโวยวาย...ทั้งร้องไห้....ทั้งร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง....เป็นสิ่งที่ Kiyoharu ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็น...
...หมอนั่นทำให้นายเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ...Hyde ?...
Kiyoharu กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ....ยิ่งได้รู้ว่า Hyde รัก J มากแค่ไหน...เขาก็ยิ่งอยากแย่งชิงมา...เพราะไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
“Hyde !!!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเพื่อเรียกสติ... สองแขนก็พยายามรวบเอาร่างเล็กที่กำลังโวยวายใส่เขาไม่ยอมหยุดตอนนี้ให้สงบสติอารมณ์ให้ได้...ชายหนุ่มรวบเอาร่างเล็กมากอดไว้แนบอก...โอบรัดวงแขนแนบแน่นเพื่อให้ Hyde เลิกโวยวาย
“Hyde…ฉันรักนายนะ !! รักมาก่อนหมอนั่นด้วยซ้ำ...ยิ่งเห็นนายบ้าคลั่งเพราะเรื่องของหมอนั่นมากขนาดนี้...ฉันยิ่งทนไม่ได้!! อยู่กับหมอนั่นนายมีแต่จะโดนทำร้าย...เชื่อฉันเถอะฉันจะทำให้นายมีความสุขมากกว่าอยู่กับหมอนั่นแน่ ๆ” Kiyoharu เผยความรู้สึกในใจออกไปอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ Hyde มาอยู่เคียงข้างตน...เขาอยากปกป้องร่างเล็กนี้ด้วยอ้อมกอดของเขา...
...ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเพื่อน Hyde หยุดการดิ้นรน...เลิกร้องตะโกนโวยวาย...ก่อนจะยืนนิ่ง ๆ อยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu ฝ่ามือแกร่งที่ไล้ลูบอยู่บนเส้นผมเพื่อปลอบโยน...ทำให้ Hyde สงบลงได้มาก...ความรักที่อีกฝ่ายมีต่อเขาราวกับจะถ่ายทอดมาสู่หัวใจช้า ๆ
...แต่ภาพร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu กลับอยู่ในสายตาของใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจ...ทุกถ้อยคำที่ต่างฝ่ายต่างพูดออกมา...ชายหนุ่มผมทองล้วนได้ยินมันหมดสิ้น...
….พายุกำลังพัดถล่มหัวใจเขา....
ดวงตาเรียวรีนิ่งค้างราวกับเบื้องหน้ามีแต่ความว่างเปล่า...บางทีเขาอาจไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับรู้...ความรู้สึกของคนทั้งคู่
....ถ้าไม่ได้รับรู้ก็คงจะไม่เจ็บปวด...
...J หันหลังให้กับคนทั้งสอง...พลางก้าวเดินออกไปช้า ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะหันหลังกลับมามองแม้แต่เพียงแว่บเดียว...ก่อนจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น...จนกลายเป็นวิ่งเต็มกำลัง...
...ต้องออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...ไปให้ไกล ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวที่จะทำร้ายจิตใจมากไปกว่านี้...เพราะรู้ดีว่า Hyde คงไม่กลับมาหาเขาอีกแล้ว...
J วิ่งสุดฝีเท้ากลับมาที่บ้านพัก...ก่อนจะหอบเหนื่อยจนตัวโยนเมื่อก้าวเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนโซฟา...ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับการหายใจ...หัวใจเต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะตอกย้ำว่าเวลานี้...เขาไม่อาจสงบใจได้อีกแล้ว...เมื่อลางสังหรณ์แห่งการพังทลายใกล้เข้ามาทุกที...แล้วสิ่งที่เขาทำได้มีแค่รอเวลาให้ Hyde กลับมายืนยันจุดจบของความสัมพันธ์นี้เท่านั้นน่ะเหรอ ?
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
love Punish 87- 87 -
“Ino...ฉันไม่รู้จักจริง ๆ อยู่ ๆ ก็เข้ามาทักเองอ่ะ...” เจ้าของชื่อยังคงเดินดุ่ม ๆ ไม่สนใจต่อเสียงแก้ตัวเป็นพัลวันของชายหนุ่มที่เดินตามมา... ....ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์จะออกมาหาอะไรดื่มเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก... หากทันทีที่ก้าวลงจากรถเจ้าเหมียวตัวดีก็หันไปส่งยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถคันข้าง ๆ...คงไม่กระไรนักหนาถ้าฝ่ายนั้นไม่ได้ร้องเรียกเสียงดังฟังชัดว่า...‘Ken-chan~n’
“Ino...” Ken เพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้าวตามเข้ามาจนถึงภายในร้าน...เสียงเพลงดังกระหึ่มและบรรยากาศสลัว ๆ ของการตกแต่งร้านทำให้ต้องเอื้อมมือไปคว้าแขนคนข้างหน้าเอาไว้เพราะกลัวว่าฝ่ายนั้นจะหนีหายไปก่อนจะพูดกันรู้เรื่อง...
“จะแก้ตัวอีกนานมั้ย...” Inoran หันขวับกลับมาถามเสียงห้วน...คนอ้าปากค้างกลืนคำพูดที่กำลังจะตามออกมาเป็นพรวนลงไป...หากแทนที่จะรู้สึกแย่กลับแอบดีใจเสียอีก...
....อาการอย่างนี้มาน...^^
“ไม่นานจ้า...เข้าใจกันแล้วก็ไปหาที่นั่งกันเถอะ...” สรุปเอาเองอย่างรวดเร็วพร้อมส่งยิ้มหน้าระรื่นไปให้จนอีกฝ่ายต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงง ๆ...ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหลุดยิ้มตามออกมา...หากเดินไปอีกไม่ถึงสองก้าวเสียงเรียกก็ดังมาอีก...
“Ino...”
“ยังไม่เลิกใช่มั้ย...” Inoran หันกลับมาถามเสียงเข้มอีกครั้ง...
“ไม่ใช่ ๆ...จะบอกว่า Ryuichi นั่งอยู่นั่น...ใช่รึเปล่า...” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายบอกก็เห็นเพื่อนตนเองกำลังนั่งร่วมโต๊ะพูดคุยอยู่กับหญิงสาวลูกครึ่งคนหนึ่งด้วยท่าทางสนิทสนม...
“ไม่ต้องหาที่นั่งแล้ว...” Inoran บอกสั้น ๆ ก่อนจะออกเดินนำชายหนุ่มตรงไปที่โต๊ะนั้น... ร่างบางหยุดยืนนิ่งเล็กน้อยจนชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับยิ้มออกมา...
“อ้าว...มาเหมือนกันเหรอ...นั่งด้วยกันสิ...” Ryuichi เอ่ยทักทายเพื่อนและชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาอย่างยินดีพลางหันไปทาง Arisa เพื่อแนะนำให้รู้จักกับผู้ที่มาใหม่...จากนั้นเจ้าเหมียวก็เริ่มต้นชวนคุยตามประสาคนอัธยาศัยดีไปตามเรื่อง...ในขณะที่ Inoran นั่งฟังการสนทนาทุกอย่างด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์อย่างเคย...
“ตกลงได้คำตอบแล้วใช่มั้ย...” เสียงถามเบา ๆ จากเพื่อนข้างตัวเรียกให้ Ryuichi หันไปมองอย่างงง ๆ...
“คำตอบ?...คำตอบอะไร...Ino...”
Inoran เหลียวไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกข้างของตัวเอง...พูดอะไรด้วยสองสามคำก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนสั้น ๆ...
“รอที่เดิม...”
Ryuichi มองตามหลังเพื่อนที่ลุกออกจากโต๊ะไปอย่างพอจะเดาอะไรออกราง ๆ... เสียงพูดคุยต่อไปอีกสองสามคำเพื่อทอดเวลาออกไปอีกเล็กน้อยก่อนแก้วเบียร์สดบนโต๊ะถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว...
“ขอตัวเดี๋ยวนะ...” Ryuichi หันไปบอกกับเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคน...ก่อนจะลุกตาม Inoran ออกไปยังที่ประจำซึ่งรู้กันดี...มุมสุดด้านหนึ่งของบาร์เครื่องดื่ม...
“มาแล้ว...” Ryuichi ทรุดตัวลงนั่งที่ติดกันก่อนจะยกขวดเบียร์ที่ฝ่ายนั้นสั่งรอไว้ขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว...
“ท่าทางอย่างนี้คงรู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันหมายถึงคำตอบอะไร...”
“รู้...แต่...ตอนนี้คำตอบมันอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวแล้วก็ได้...Ino...”
“Tetsu ไปไม่ถึงวันนายก็กลับมาทำตัวแบบเดิมแล้วยังมีอะไรต้องคิดมากอีก Ryu” เสียงติดประชดนิด ๆ หากคนฟังกลับไม่ได้ใส่ใจมากไปกว่าประโยคแรกที่ได้ยิน...
“นายรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่อยู่...” คำถามที่ได้ยินเริ่มทำให้ Inoran เฉลียวใจอะไรบางอย่างจึงเลี่ยงที่จะตอบโดยการย้อนถามกลับไป...
“ถ้าอยู่นายจะออกมารึ”
Ryuichi นิ่งมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ...
“ก็ถูกของนาย...เขาไม่อยู่...ไป Osaka”
“แล้วไง?...”
“ก็ไม่ไง...แค่ทิ้งโน้ตไว้แผ่นเดียว...ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกัน...” เสียงขาดหายไปเล็กน้อยก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้อีกครั้ง...
“บางทีเขาอาจเห็นฉันเป็นแค่...”
“ก่อนจะพูดอะไรออกมา...ถามตัวเองรึยังว่าเคยแสดงอะไรให้เขารู้..ให้เขามั่นใจบ้างรึเปล่าว่าสำหรับนายเขาก็ไม่ได้เป็นแค่...” Inoran หยุดคำพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเพื่อให้เพื่อนทำความเข้าใจเอาเอง... ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปเป็นครู่กว่าเสียงถอนใจจะดังออกมาพร้อมกับมือบางที่วางลงบนไหล่เพื่อนคล้ายจะปลอบใจ...
“ยังไงฉันก็ดีใจที่ได้ยินนายพูดแบบนี้นะ Ryu...เพราะถ้านายรู้สึกอย่างนี้ได้ก็หมายความว่านายจริงจังกับเรื่องนี้อย่างน้อย ๆ ก็มากกว่าครั้งอื่น ๆ...” ค่าเครื่องดื่มถูกวางลงข้างแก้วที่ว่างเปล่าก่อน Inoran จะลุกเดินตรงไปยังทางออกปล่อยให้เพื่อนได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ...
.... เพียงโบกมือขึ้นเล็กน้อยเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่จะช่วยให้ความสับสนว้าวุ่นในใจคลายลงก็ถูกวางลงตรงหน้า...หากยังไม่ทันจะได้ลิ้มรสไหล่กว้างก็ถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือของใครคนหนึ่งอีกครั้ง...
“Ryu...ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ...แล้ว...เห็น Ino มั้ยฉันไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ...” Ken บอกพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยสีหน้าเป็นกังวลจนคนมองอดรู้สึกยินดีกับเพื่อนไม่ได้...
...Inoran โชคดีที่มีคนเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้...
“คงอยู่ที่รถแล้ว...เมื่อกี้เพิ่งจะออกไป...”
“อ้าว...ถ้างั้นฉันกลับล่ะนะ...ฝากลา Aris ด้วย...” ดวงตาคมมองตามชายหนุ่มที่กำลังจะผละจากไปอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจส่งเสียงเรียกไว้...
“เดี๋ยว Ken...เอ่อ...ฉัน..เรื่อง Tetsu...” Ryuichi อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกำลังคิดจะทำอะไร...อยู่ ๆ ก็อยากรู้เรื่องราวของคน ๆ นั้นให้มากที่สุด...แต่อีกใจก็ลังเลเกินกว่าจะเริ่มต้นถามคำถามใดออกไป...อีกอย่างเขาก็ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะรู้เรื่องระหว่างเขากับ Tetsu จาก Inoran หรือยัง...
“ทำไมเหรอ...” Ken รีบหันกลับไปถามอย่างแปลกใจ...ทั้งยังร้อนใจอยากจะรีบตามใครคนหนึ่งออกไปด้วย...
“ไม่...ไม่มีอะไร...นายรีบไปเถอะ...ไว้คราวหน้านัดกันอีกนะ...”
“OK...ส่วนเรื่อง Te-chan ถ้ามีธุระกับเขาก็รออีกสองสามวันนะ...เพิ่งกลับ Osaka ไป...โทรมาโยนระเบิดให้ฉันแต่เข้าเลย...ไปล่ะ...” จบคำพูดชายหนุ่มร่างสูงก็รีบเร่งตรงไปยังทางออกจึงไม่มีโอกาสได้เห็นดวงตาคมที่ฉายแววอ่อนลงเมื่อครู่กลับเป็นประกายวับวาวขึ้นมาอีกครั้ง... เสียงหัวเราะขึ้นจมูกเหมือนกำลังสมเพชต่ออะไรสักอย่างก่อนน้ำสีอำพันสดสวยตรงหน้าจะไหลล่วงผ่านลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว...
....เสียงฝีเท้าดังให้ได้ยินจากไกล ๆ ก่อนจะชะลอลงจนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า...ร่างบางที่ยืนรออยู่จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง...
“ทำไมรีบออกมาล่ะ...มีอะไรรึเปล่า Ino...หรือว่า...ยังไม่หายโกรธ...” เสียงถามเร็วด้วยสีหน้าไม่สบายใจทำให้คนฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธไปมาอย่างรวดเร็ว...ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกนิด ๆ ให้อีกฝ่ายวางใจทั้งที่ตัวเองรู้สึกกังวลจนบอกไม่ถูก...
“เริ่มมึน ๆ น่ะ...กลับกันเถอะ...ไว้วันหลังค่อยมาใหม่”
...เมื่อเจ้าตัวบอกเช่นนั้นชายหนุ่มก็ทำได้แค่ยอมตาม...ทั้งที่รู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่าจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ๆ... และความเงียบที่เกิดขึ้นในรถตอนการเดินทางก็เป็นตัวเร่งให้ความสงสัยของชายหนุ่มเพิ่มเป็นทวีคูณ... เมื่อเสียงชวนคุยไปไม่หยุดกลับได้รับคำตอบกลับมาแทบจะนับคำได้... Inoran เป็นคนเงียบก็จริง...แต่คราวนี้มันผิดไป...
...ที่สุดเมื่อกลับมาถึงห้อง...ชายหนุ่มก็ตัดสินใจพยายามดูอีกครั้ง...
“Ino...นายไม่สบายใจเรื่องอะไรรึเปล่า...บอกฉันได้มั้ย...” Ken ดึงตัวอีกฝ่ายลงนั่งคุยกันด้วยน้ำเสียงจริงจังคาดคั้นกว่าทุกครั้ง...
“ทะเลาะกับ Ryu เหรอ...” เสียงเดาออกมาอีกเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นก็ดูแปลก ๆ ไปเช่นกัน...อยู่ ๆ ก็หายออกไปจากโต๊ะกันแล้วคนตรงหน้าก็รีบกลับมาที่ห้องแบบนี้...
“ไม่มีอะไร Ken...ก็แค่...”
“นายไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ Ino” Ken พูดขัดขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหาคำมาปฏิเสธ...พลางหันหน้าหนีไปอีกทางย้อนคิดไปถึงท่าทางอ้ำอึ้งของ Ryuichi ที่ร้านเมื่อครู่...ก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลก...ทำไมสองคนจะต้องลุกออกไปพูดกันที่อื่นหรือเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องกับเขา...
“Tetsu...” Ken พึมพำออกมาเบา ๆ หันไปมองร่างบางอีกครั้ง...ภายในหัวพยายามอย่างยิ่งที่จะปะติดปะต่อเรื่องราว...หากจนแล้วจนรอดก็เดาไม่ออก...
“Ryu ทำท่าจะถามอะไรเกี่ยวกับ Te-chan มันเรื่องอะไรกัน Ino...”
“ถามเรื่อง Tetsu” คนฟังย้อนถามกลับมาอย่างแปลกใจในสิ่งที่ได้ยินไม่แพ้กัน...
“ใช่...ทำท่าทางเหมือนจะถามอะไร...แต่พอฉันหันไปถามกลับบอกว่าไม่มีอะไร...” Ken มองท่าทางสนใจของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดไปเรื่อย ๆ เริ่มคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว...
“แค่นั้นเหรอ...”
“อืม...ฉันเลยบอกไปถ้ามีธุระก็ให้รอสองสามวัน เพราะ Te-chan ไม่อยู่...เพิ่งโทรมาบอกเมื่อเช้า” ฟังมาถึงตรงนี้ร่างบางก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดไปอีกแล้ว...และท่าทางนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองอยู่ตลอดได้...
“คราวนี้นายคงไม่บอกว่าไม่มีอะไรอีกนะ Ino เพราะฉันจะไม่เชื่อ...”
“Ken...ฉัน...” ร่างบางเอนกายลงกับพนักโซฟาอย่างแรง...จะบอกได้ยังไงก็ในเมื่อตอนนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นดูมันจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม...
.. เวลาเกือบสิบปีที่รู้จักสนิทสนมกันมาทำให้รู้ถึงนิสัยของเพื่อนทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเขาคนนี้กับใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิตต้องจบลงเพียงเพราะอีกฝ่ายละเลยต่อบางสิ่งบางอย่าง..หรือไม่สามารถเติมเต็มความต้องการที่โหยหาได้...
“ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่...แต่...” Inoran ตัดสินใจเริ่มเรื่องพลางหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า... “จำได้มั้ยที่นายชวนฉันไปกินมื้อค่ำที่โรงแรมเมื่อหลายวันก่อน...”
“ได้สิ...ทำไม?..” Ken ถามกลับไปก่อนจะย้อนคิดขึ้นได้ว่า...วันนั้นคนตรงหน้าก็มีอาการผิดปกติคล้าย ๆ แบบนี้เช่นกัน...
“ฉันเห็น Ryu กับ Tetsu ไปที่นั่น...เขาสองคนไม่ใช่แค่เพื่อน...”
“ไม่ใช่เพื่อน....กับ Ryu นี่หมายความว่า...” ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ...
“ใช่...ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ จนโทรไปพูดกับ Ryu เจ้านั่นก็ไม่ได้ปฏิเสธ...”
“ไม่ปฏิเสธ!!...ไม่ปฏิเสธอะไรก็ในเมื่อวันนี้หมอนั่นยังไปเที่ยวกับ...” Ken กระชากเสียงถามอย่างลืมตัว...
“ใจเย็น ๆ...ก่อนสิ Ke...” ร่างบางพยายามจะบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นลง...หากฝ่ายนั้นกลับพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยอมรับฟัง...
“ท่าทางสนิทสนมกันขนาดนั้น...นี่เพื่อนนายต้องการอะไรกันแน่!!...” Ken จ้องตาอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น...นัยน์ตากลมใสเริ่มมองมาด้วยสายตาสงบนิ่ง.. ริมฝีปากบางเหมือนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนเจ้าของร่างจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว...Ino...ทำไมตั้งหลายวันนายถึงไม่บอกฉัน...” มือแกร่งคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ก่อนจะขยับลุกขึ้นยืนตาม...
“ทำไม?...นายก็รู้ว่า Te-chan เป็นเพื่อนฉัน...แล้ว...อีกอย่างนายก็น่าจะรู้นิสัยเพื่อนนายดี...นายเคยบอกเองด้วยซ้ำว่าหมอนั่นเจ้าชู้...แล้วทำไมนายยังปล่อยให้พวกเขา...”
"ก็เพราะฉันรู้น่ะสิว่าเพื่อนฉันมันเป็นยังไง ?!! ฉันก็พยายามจะเตือนให้หมอนั่นเลิกก่อนเรื่องจะบานปลาย...ที่ไม่อยากให้พวกนายได้รับรู้ก็เพราะไม่อยากให้พวกนายเกลียด Ryu!!..." Inoran พยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก...หาก Ryu ยอมเลิกราความรู้สึกตะขิดตะขวงใจคงจะไม่เกิดหากทั้งสองวงต้องพบเจอกัน
"Ino !! ถึงนายอยากจะปกป้องเพื่อนแค่ไหน ? แต่ก็ควรรู้ว่าหมอนั่นกำลังทำร้ายเพื่อนฉันนะ !!"
Inoran ยกแขนข้างที่ถูกรวบไว้ขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องตาอีกฝ่ายแน่วนิ่ง...
“ฉันเข้าใจล่ะ...Tetsu เพื่อนนาย... Ryu เพื่อนฉัน...ที่ผ่านมาฉันคิดว่าสองคนนั้นเป็น ‘เพื่อนเรา’ ซะอีก...ก็ OK นะ...ถ้านายจะแบ่งข้างกันพูดแบบนี้...เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว...” แขนเรียวบางสะบัดออกจากการเกาะกุมก่อนเจ้าของร่างจะเดินลับหายเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวทิ้งให้ชายหนุ่มยืนตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่อย่างนั้น...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ บ้าน Ogawa ~~~
“ยังไม่นอนอีกเหรอลูก...” เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาเรียกให้ชายหนุ่มร่างบางที่นั่งเหม่อมองออกไปยังสวนเล็ก
ๆ นอกระเบียงเหลียวไปมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง... “นั่งตรงนี้แล้วเพลินดีครับ...” Tetsu ตอบพลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือข้างกายหลบไปไว้ทางด้านหลัง...ผู้เป็นแม่ทรุดตัวลงนั่งข้างลูกชาย ไหล่บางห่อเข้าหากันนิด ๆ ด้วยความหนาวเย็น...หากมือทั้งสองข้างกลับขยับดึงผ้าคลุมไหล่ที่ติดตัวมาคลุมให้ลูกขายด้วยความห่วงใย
“ผมไม่หนาวหรอกครับแม่...รวมยูกาตะนี่ก็สามชั้นเข้าไปแล้ว...” เสียงบอกหน้ายิ้มระรื่น...
“คลุมไว้อีกชั้นเถอะ...เดี๋ยวไม่สบายไปจะมาบ่นว่ากลับมาบ้านแล้วป่วย...” มารดาอดประชดยิ้ม ๆ ไม่ได้...ในขณะที่ลูกชายก็ทำหน้าเหรอหราไม่รู้ไม่ชี้...รู้ดีว่าหากพูดต่อไปคงต้องดึงไปเรื่องให้พักอยู่นี่นาน ๆ...
“งั้น...ไปนอนกันดีกว่าครับ...ผมเริ่มง่วงแล้ว...” Tetsu รีบขยับตัวประคองร่างมารดาลุกขึ้นก่อนจะกอดเอวเอาไว้อย่างประจบ... เสียงหัวเราะจากผู้เป็นมารดาเมื่อบุตรชายรุนหลังให้เดินตรงไปยังห้องนอนทั้งที่โดยไม
่ยอมคลายอ้อมแขนออก.. “นอนหลับฝันดีนะครับแม่...”
“จ้า...ลูกก็เหมือนกันนะ...”
Tetsu ส่งยิ้มให้จนตาหยี...รอจนบานประตูตรงหน้าปิดสนิทลงจึงค่อย ๆ เดินย้อนกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางแอบไว้ขึ้นมาดู...เสียงถอนใจเบา ๆ เมื่อสิ่งเดียวที่คิดว่าสามารถเชื่อมต่อกับใครคนหนึ่งได้ยังคงเงียบกริบ...
....และทุกครั้งเขาทำได้เพียงแค่...รอคอย...
... ทางเดินมืดสนิททอดยาวไปยังห้องนอนของตนหากความเคยชินทำให้ร่างบางสามารถเดินไปได้โดยอาศัยเพียงแสงสว่างจากช่อไฟดวงเล็กที่เปิดไว้ตลอดคืนเท่านั้น...เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หัวใจก็เต้นระทึกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อรับรู้ถึงอาการสั่นไหวของโทรศัพท์เล็กจิ๋วในมือ...
“Moshi Moshi”
“นึกว่านายจะปิดเครื่องซะอีก...” รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับความรู้สึกผิดหวังแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ...เป็นครู่กว่าจะกรอกเสียงตอบกลับไป...
“คนกำลังหลับสบาย...โทรมาทำไมป่านนี้ Ken-chan” Tetsu พูดปดออกไปพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเซ็ง ๆ ทันทีที่เข้ามาในห้องส่วนตัว...
“หลับเหรอ...แต่ฉันว่าเสียงตอนแรกน่ะดีใจอย่างกับ...รอให้ใครโทรมา...” Ken ยังไม่กล้าพอเข่นกันที่บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงสิ่งที่เขาได้รู้... Tetsu ส่งเสียงหัวเราะฝืน ๆ กลับไปก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง...
“แล้วตกลงมีเรื่องอะไรรึเปล่า...คงไม่ใช่ทะเลาะกับ Ino นะถึงไม่หลับไม่นอน...” คำพูดเดาเล่น ๆ ของเพื่อนแต่กลับตรงกับความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าทำเอาคนฟังออกอาการเซ็งไปเช่นกัน...
“ปล่าวว...” เสียงบอกปัดทอดยาวเหยียด... “ก็แค่คิดถึง...พักนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลย...นายมีความสุขดีรึเปล่า Te-chan...”
“อะไรของนาย...” Tetsu พึมพำกลับไปงง ๆ...ใจคิดไปถึงว่าเพื่อนคงจะห่วงเรื่องที่เขากลับมาบ้าน...
“ฉันสบายดี...ขอบใจที่เป็นห่วงนะ...ว่าแต่นายเหอะเป็นอะไรรึเปล่าพูดจาแปลก ๆ...”
“ปล่าว...ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็น...”
“แล้วมานั่งอยู่ทำไม...ไปนอนซะสิ...”
“น่า...บ่นเป็นคนแก่ไปได้...”
“อ้าว...ไอ้นี่...ก็หัดทำตัวให้มันดีหน่อยเซ่ ฉันไปนอนล่ะ..แล้วไม่ต้องโทรมากวนแล้วนะ...หาเรื่องเองก็ง้อเองเถอะอ้าปากมาก็เห็นไปถึงไหนแล้ว...ไปปากแมว??อะไรให้เขาโกรธอีกล่ะสิรีบไปง้อไปจะได้รีบนอน...บาย ๆ...”
“เออ...บายก็ได้...” Ken บอกงอน ๆ พลางกดปิดสายลงช้า ๆ ทั้งที่ตั้งใจจะถามให้รู้เรื่องรวมไปถึงเรื่องวันนี้ที่จะบอกให้เพื่อนได้รับรู้...หากพอคิดว่าฝ่ายนั้นจะต้องเสียใจเขาก็พูดอะไรไม่ออก...เสียงถอนใจยาวออกมาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าเมื่อพอจะเข้าใจถึงความลำบากใจที่ Inoran ต้องเผชิญมาคนเดียวในช่วงเวลาสองสามวันที่ผ่านมา
....ยังไงก็เพื่อนเราทั้งนั้น....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 86- 86 -
…แสงแดดยามเช้าของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะกำลังปลุกให้ชายหนุ่มมผมทองที่นอนหลับสนิทตั้งแต่เมื่อคืนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้ายังคงพร่าเลือน...ต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อปรับสายตา...อาการปวดมึนศีรษะลดน้อยลงการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่คงช่วยได้มาก …J พลิกกายขึ้นมานอนหงายจ้องมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย...ค่อย ๆ ไล่อาการง่วงงุนยามเช้าออกไปช้า ๆ และเมื่อสติทุกอย่างกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง...ดวงตาเรียวรีก็หันขวับกลับไปมองที่นอนข้างกายอย่างรวดเร็ว...ภาพที่นอนข้างกายว่างเปล่าและเย็นเยียบราวกับไม่มีใครนอนมาตั้งแต่เมื่อคืน
….J ผุดลุกลงจากเตียงไปทันที...สาวเท้ายาว ๆ เมื่อคิดว่าบ้างที Hyde อาจจะอยู่ข้างนอก...บริเวณห้องนั่งเล่นว่างเปล่ารวมไปถึงห้องครัว ชายหนุ่มผลุนผลันไปเปิดประตูห้องน้ำ...แต่ภาพที่พบกลับว่างเปล่าพื้นห้องน้ำยังคงแห้งสนิทไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาใช้
...Hyde ไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน...
อารมณ์หงุดหงิดที่คิดว่าจะหายไปตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาครุกรุ่นอยู่ในอกอีกครั้ง...แถมคราวนี้ยังมีความเป็นห่วงเพิ่มเข้ามาอีก...J ตรงไปที่อ่างล้างหน้า...ใช้น้ำอุ่น ๆ ลูบไล้ใบหน้าแรง ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดอะไรฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้
...ออกไปตามแล้วพากลับมาก็สิ้นเรื่อง...
พอคิดได้อย่างนั้น J ก็คว้าเอาเสื้อกันหนาวตัวหนาขึ้นมาสวมพร้อมกับก้าวออกไปจากบ้านพักอย่างรวดเร็ว...ถึงอาการป่วยจะยังไม่หายเป็นปลิดทิ้ง...แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเมื่อวาน...ที่สำคัญอาการร้อนใจมันมีมากกว่าหลายเท่านัก
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“Kiyoharu !! “ J ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพลางหอบหายใจเบา ๆ เมื่อตนเองเดินตามหา Kiyoharu อยู่นาน...ภาพที่เห็นคือ Kiyoharu ที่กำลังอยู่กับทีมงาน...คาดว่าคงกำลังเตรียมตัวทำงานกันตั้งแต่เช้า...และที่สำคัญไม่มี Hyde ยืนอยู่ตรงมุมไหนในกลุ่มคนเหล่านั้น...
...เสียงเรียกนักร้องนำของตนที่ดังลั่นทำให้ทีมงานทั้งหมดต้องหันไปมองอย่างสนใจ...ก่อนที่นักร้องนำเจ้าของชื่อจะสาวเท้าออกไปหาบุคคลที่เรียกตนเมื่อครู่...ใบหน้ายังคงระบายรอยยิ้มน้อย ๆ
“อรุณสวัสดิ์...”
“Hyde อยู่ที่ไหน ?!!” เสียงแข็งเอ่ยถามแทนคำทักทายตามมารยาท...คิ้วเรียวยาวของ Kiyoharu เลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินคำถามจากคนตรงหน้า
“กลับไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...Hyde แวะมาคุยกับทีมงานได้ไม่นานก็ขอตัวกลับไป...นายไม่เจอเหรอ ? คงสวนทางกันมากกว่า...อ้อ...ขอโทษทีนะที่เมื่อคืนรั้ง Hyde เอาไว้จนไม่ได้กลับไป...พอดีคุยกันเพลินไปหน่อย” Kiyoharu อธิบายสิ่งที่คิดว่าคงจะรบกวนอยู่ในจิตใจชายหนุ่มผมทองตอนนี้ให้ฟัง
J ได้แต่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...ก่อนจะหันหลังหมายจะเดินกลับบ้านพักไปทันที...ถ้าไม่เพราะเสียงของ Kiyoharu เอ่ยออกมาดักเอาไว้ทำให้ต้องชะงักฝีเท้าลง
“นายไม่อยากรู้เหรอว่าฉันคุยอะไรกับ Hyde”
คำพูดที่ได้ยินทำให้ J ต้องหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่อย่างไม่เข้าใจ....ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาใส่ใจ...แต่คำพูดและน้ำเสียงของอีกฝ่ายมันก็ทำให้เขาอดสนใจขึ้นมาไม่ได้...Kiyoharu เดินเลี่ยงไปอีกทางพร้อมกับส่งสัญญาณให้ J เดินตามมา
“ถ้านายอยากจะพูดอะไรกับฉันก็พูดมา....ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา” J เอ่ยดักขึ้นพลางหยุดเท้าที่กำลังก้าวตามไปลงทันที...ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องโดนอีกฝ่ายชักจูงอารมณ์ให้คิดไปไกลถึงไหนต่อไหน...โดยไม่ได้รับฟังความจริง
“เมื่อคืนเรื่องที่ฉันได้คุยกับ Hyde มีหลายเรื่อง...เรื่องเก่า ๆ หรือเรื่องที่พวกเราต่างไปพบเจอระหว่างที่ไม่ได้ติดต่อกัน...รู้สึกว่าเราสองคนยังคุยกันถูกคอเหมือนเดิม...แต่หนึ่งในหลายเรื่องที่เราคุยกัน....ก็คือเรื่องของนาย....ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเริ่มรู้จักและมาคบหากันได้ยังไง...เพราะไม่ว่าจะถามยังไง Hyde ก็ไม่ยอมเล่า...บอกแค่เพียงว่าตอนนี้เขากับนายคบกันอยู่...” Kiyoharu อารัมภบทยืดยาวก่อนจะหยุดลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตท่าทางของอีกฝ่าย
“แล้วยังไง ?”
“ก็ไม่ยังไง...แค่เมื่อคืน Hyde ท่าทางจะคิดมากเรื่องของนาย...ก็เลยปรึกษาฉันว่านายคงจะไม่พอใจ...กับการปรากฏตัวของฉัน...ทั้ง ๆ ที่ฉันกับ Hyde เป็นแค่เพื่อนกัน....” Kiyoharu หยุดคำพูดลงอีกครั้งพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่ยังคงนิ่งเงียบรอฟังเรื่องราวที่เขากำลังจะบอกต่อไป
“ใช่...เราเป็นเพื่อนกันมานาน....” Kiyoharu พูดออกมาพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอยราวกับกำลังตัดสินใจที่จะพูดบางเรื่องที่เก็บไว้ในใจมานานออกไป
“แต่แล้ววันหนึ่งความเป็นเพื่อนก็แปรเปลี่ยนไป...และคนที่รู้ตัวก็คงมีแค่ฉันเพียงคนเดียว...Hyde ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนเดิมและไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของฉัน....”
“นายรัก Hyde…” คำตอบในหัวใจกลับโดนชายหนุ่มผมทองชิงพูดออกมาก่อน
“ใช่...เป็นอย่างที่นายพูด...แต่เพราะเห็นว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนของพวกเราดูจะเข้ากันได้ดีกว่า...ฉันจึงไม่อยากทำลายมัน...อีกอย่าง Hyde เองก็ไม่เคยแสดงออกว่าคิดกับฉันเกินเพื่อน.... หากพูดออกไปฉันกลัวว่าแทนที่จะได้ใกล้ชิดกลับยิ่งทำให้พวกเราต้องห่างออกไปจนไม่อาจย้อนกลับมาเหมือนเดิมได้อีก...แต่กลับกันหากต้องทนอยู่ข้าง ๆ ในฐานะเพื่อนต่อไป...ฉันก็กลัวว่าฉันจะเป็นคนทำลายความสัมพันธ์นั้นด้วยตัวเอง....ฉันเลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน...อยากเห็น Hyde มีความสุขเหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไป” คำพูดภายในจิตใจที่เก็บกดเอาไว้นานถูกระบายให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” ของ Hyde ได้ฟังอย่างละเอียด
“แล้วยังไง ? นายมาบอกฉันมันจะมีประโยชน์อะไร ? หากคนอื่นได้ฟังคำพูดของนาย... คงคิดว่ามันเป็นการเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักอย่างยิ่งใหญ่และคงยกย่องคิดว่ามันเป็นการกระทำที่สูงส่ง....” พูดมาถึงตรงนี้ J กลับใช้สายตาแข็งกระด้างจ้องมองกลับไปแน่วนิ่งก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไปช้า ๆ แต่ชัดเจน
“แต่สำหรับฉันนั่นมันก็แค่การกระทำของคนขี้ขลาด...นายกลัวตัวเองเจ็บปวดเลยไม่กล้าจะพูดความรู้สึกออกไป...กลัวว่าจะไม่ได้รับความรักนั้นตอบกลับมา...นายเลยคิดเอาเองว่าหากตนเองเสียสละ....เรื่องราวต่าง ๆ คงดีขึ้น....แต่พอมาวันนี้...วันที่นายรู้ว่า Hyde ไม่ได้มีความรักเหมือนคนปกติทั่วไป...นายก็เลยอยากจะมาแย่งชิงเอาสิ่งที่นายเคยเสียสละกลับไป...สุดท้ายนายก็ไม่ได้คิดจะเสียสละจริง ๆ“
คำพูดเชือดเฉือนที่ออกมาจากปากชายหนุ่มผมทอง...ถึงกลับทำให้ใบหน้าของ Kiyoharu ชาค้าง...ราวกับโดนสายน้ำเย็นเยียบสาดกระทบหน้าเข้าอย่างจัง...แต่แทนที่จะพูดโต้ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ Kiyoharu กลับควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าที่คิด...ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ J พูดถึงเขา
“นั่นสินะ...บางทีฉันอาจจะขี้ขลาดจริง ๆ ก็ได้...แต่เพราะได้มาเจอ Hyde อีกครั้งฉันถึงรู้ว่า...เรายังพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม...ทั้งเรื่องที่กลุ้มใจอยู่ตอนนี้....เรื่องอนาคต...ความฝัน....ครอบครัว...หรือสิ่งที่อยากจะทำต่อไป...ทุกเรื่องที่ Hyde พูดกับฉันเป็นเรื่องที่นายน่าจะได้รับรู้ทั้งนั้น “ Kiyoharu หยุดลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติบนใบหน้าของอีกฝ่าย...บางอย่างที่วูบไหวในแววตาของ J กำลังแสดงออกถึงความหวั่นไหว
‘…พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง...เรื่องอนาคต...ความฝัน...สิ่งที่อยากทำ...‘ คำพูดเหล่านี้วิ่งวนในหัวซ้ำไปซ้ำมา...ราวกับจะตอกย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรับรู้...Hyde ไม่เคยเอ่ยปากเล่าเรื่องราวแบบนี้ให้ฟัง...แล้วเขาที่ยืนอยู่ในฐานะคนรัก...สมควรที่จะได้รับฟังเรื่องไหนกันแน่ !!
“เฮ้ออ !! เอาเถอะ...” เสียงถอนหายใจของ Kiyoharu เรียกสติของ J ให้กลับมารับฟังเรื่องราวต่อไปอีกครั้ง
“ถึงฉันจะอยากแย่ง Hyde กลับมายังไง ? แต่เมื่อคืนฉันก็พยายามจะพูดความรู้สึกของฉันออกไป...แต่ท่าทาง Hyde จะไม่มีความคิดอย่างนั้น...เรื่องของพวกนายก็เป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...คืนดีกันซะเถอะนะ.....ถ้าไงฉันขอตัวก่อนเดี๋ยวพวกนั้นจะออกมาตาม...ไปล่ะ” พูดจบ Kiyoharu ก็ตบไหล่ของ J เบา ๆ ก่อนจะเดินห่างออกไป...ปล่อยให้ J ใช้ความคิดทบทวนกับตัวเองเพียงลำพัง...แต่ Kiyoharu ก็พอจะเดาได้ว่าคำพูดของตนคงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับใจของสองคนนี้ไม่มากก็น้อย
...ถือว่าเป็นการแก้แค้นเล็ก ๆ ของฉันที่นายมาแย่ง Hyde ไป...บางทีถ้าโชคดีฉันอาจได้ Hyde กลับมา....
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
...ชายหนุ่มผมทองเดินกลับมาที่บ้านพักช้า ๆ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอย...คล้ายกับขบคิดเรื่องราวใดไม่ตก...สิ่งที่ Kiyoharu บอกว่าพวกเขาผิดใจกันแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
...แต่นั่นกลับไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับ J ในเมื่อเรื่องราวที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” สมควรได้รับรู้...เขากลับไม่เคยได้รู้...เรื่องราวที่ควรได้รับฟังกลับไม่เคยได้รับฟัง...แต่ Hyde กลับเล่าทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นฟัง...เปิดเผยทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นรับรู้...
...ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นแล้วสิ !!...
...แต่ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือผลักประตูบ้านพักเข้าไป...ประตูนั้นกลับเปิดออกมาก่อนพร้อมกับใบหน้าของร่างเล็กที่โผล่ออกมาพอดี...
“อ๊ะ !! กลับมาแล้วเหรอ ?”
“อืม” J ตอบรับเบา ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะมองสบตากับอีกฝ่าย...แต่กลับเดินเบียดไหล่ร่างเล็กเข้าไปภายในทันที...เพียงแค่นั้น Hyde ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่ชายหนุ่มแสดงออก
...J คงโกรธที่เขาไม่กลับมาเมื่อคืน...
เมื่อคิดว่าเป็นความผิดของตนเองร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายที่จะสะกดกลั้นอารมณ์....หากเขาใช้อารมณ์โวยวายไม่พอใจที่ J มึนตึงต่อเขานั่นคงยิ่งทำให้พวกเขาคืนดีกันได้ยากเต็มที
“ออกไปไหนมา ? ฉันสั่งอาหารมากินที่ห้อง...เขาเพิ่งยกมาเมื่อกี้เอง...กำลังจะออกไปตาม.....”
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อคืนนายหายไปไหนมา ?!!! “ J ตะคอกถามเสียงแข็งจนร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือก...เมื่อได้เห็นอารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายว่ามันรุนแรงกว่าที่เขาคิด....
...J ผละหันหลังก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ใช้อารมณ์...แต่เขากำลังจะทำมันไม่ได้...อาการปวดแปลบในหัวเริ่มแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าอาการไข้เริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว....แต่ท่าทางมันกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีก...
“ไปอยู่กับใครที่ไหนมาทั้งคืน...นายเป็นคนรักของฉันไม่ใช่เหรอ ?!!!” ชายหนุ่มถามเสียงแข็งกลับไปอีกครั้งโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย
“แล้วไงล่ะ ?...เป็นคนรักต้องรายงานทุกอย่างด้วยเหรอ ?” คำพูดประชดประชันหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
...ปังง !!!!....
J ฟาดท่อนแขนกระแทกกับผนังเต็มแรงจนทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง...และยิ่งชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่ Hyde พูดออกมา...อารมณ์โกรธมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนยากจะควบคุม...เพราะอย่างนี้ก็เท่ากับตอกย้ำว่า
‘…เขาไม่สมควรได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ของ Hyde เลยใช่มั้ย ?...’
“ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้นายโกรธ....ฉันขอโทษ !! แต่ฉันไม่คิดว่าการที่ฉันจะไปคุยกับเพื่อนแล้วไม่ได้กลับมา...มันจะเป็นความผิดร้ายแรงอะไรมากมาย !!” Hyde เริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้างทั้ง ๆ ที่อยากจะพูดคุยกันดี ๆ แต่ท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่ายมันกลับยิ่งไปกระตุ้นให้โทสะของเขาบังเกิดขึ้นมาเช่นกัน
“ที่นายพูดก็ถูก...มันไม่ใช่ความผิด...งั้นเชิญนายไปคุยกับหมอนั่นให้พอใจเลยไป !! “
“ J !! นายมีเหตุผลหน่อยได้มั้ย ? Kiyoharu เป็นเพื่อนฉัน....มันก็เหมือนพวก Te-chan Ken-chan นายอย่าหึงไม่มีเหตุผลหน่อยเลย!!” Hyde โพล่งออกไปอย่างเหลืออด...เพราะการที่ J ฉุนเฉียวใส่เขาอย่างนี้ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากอารมณ์หึงหวง...ถึงแม้ลึก ๆ จะรู้สึกดีใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายแสดงความหวงแหนในตัวเขา...แต่ถ้ามากเกินไปมันจะกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายความสัมพันธ์เอาได้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนที่เขาเข้าใจผิดเรื่องของ J กับ Ino เพราะรักถึงได้หวงแหนอยากให้อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว
....ให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว ?....
คิดมาถึงตรงนี้ Hyde ก็เหมือนกับฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...ในเมื่อเขาก็เคยอยากให้ J ให้ความสำคัญกับเขาเพียงคนเดียว...ตอนนี้ J เองก็คงไม่ต่างกัน...การที่เมื่อคืนเขาเลือกที่จะไปกับ Kiyoharu คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ J ไม่พอใจ…และเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ร่างเล็กเลยยิ่งรู้ตัวว่าตนเองผิดพลาดไปแล้วที่ใช้อารมณ์โต้ตอบ...Hyde จึงขยับเข้าไปใกล้พยายามจะขอโทษพร้อมกับยื่นมือหมายจะแตะที่ท่อนแขนของชายหนุ่ม
“ J…ฉันขอโทษ...กับ Kiyoharu ฉันไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ หมอนั่นก็เป็นเหมือน....” Hyde ยังพูดไม่ทันจบความเสียงแข็งก็เอ่ยขัดขึ้นไว้ก่อน...พร้อมกับชายหนุ่มที่สะบัดท่อนแขนหนีไม่ยอมให้เขาแตะต้อง
“นายไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่...Kiyoharu คิดอะไรกับนาย...นายไม่รู้เหรอ !! “ เพียงแค่ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของ J ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ....เขาไม่คิดว่า J จะรู้เรื่องนี้....เพราะเมื่อคืน Kiyoharu เองก็พยายามจะบอกเขาเรื่องนี้เหมือนกัน
“น...นายรู้ได้ยังไง ?” เสียงตะกุกตะกักที่เอ่ยถาม...เรียกให้ดวงตาเรียวรีหันมาจ้องมองอย่างเย็นชา...ท่าทาง Hyde จะรับรู้ความรู้สึกของคนที่ตนเองเรียกว่าเพื่อนสนิทแล้ว....แถมทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันมานานความเข้าอกเข้าใจคงมีมากมายกว่าเขาหลายเท่านัก...หาก Hyde คิดจะเลือกอีกฝ่ายก็คงไม่แปลก....และตอนนี้เขาก็เหนื่อยทั้งกายและใจ...ความสุขของพวกเขาบางทีมันอาจจบลงตรงนี้ก็ได้
… J เบือนสายตาออกจากร่างเล็กตรงหน้า...ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว...ยิ่งได้รับรู้ก็ยิ่งปวดร้าวใจ....คำว่า “คนรัก” ฟังแล้วอาจดูเหมือนมีความสำคัญ....แต่ถ้าหากไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวที่ควรได้รับรู้ของคนที่อยู่เคียงข้าง...คำนั้นจะยังมีประโยชน์อะไร ? หรือว่ามีไว้แค่ปรนเปรอความใคร่เท่านั้น...บางทีมันอาจด้อยค่ากว่าคำว่า “เพื่อน” ด้วยซ้ำ....
“Hyde…ฉันเป็นอะไรกับนายกันแน่ ?” เสียงถามแผ่วเบาแหบโหยราวกับเหนื่อยล้าและไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะพยายามเค้นพละกำลังที่เหลืออยู่เอ่ยคำพูดต่อไป
“เป็นคนรักใช่มั้ย ? ถ้างั้นทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้...ความหม่นหมองในใจนี่มันคืออะไร ? บอกฉันทีได้มั้ย ?”
น้ำเสียงที่ฟังดูปวดร้าวอย่างแสนสาหัส...ทำให้ร่างเล็กนิ่งอึ้งไปทันที...ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็น J อ่อนแอ...แม้แต่ตอนที่ชายหนุ่มทอดทิ้งเขาจากไปไกล ๆ J ก็ไม่เคยแสดงความปวดร้าวใจให้เห็น... ....แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง ?....
หรืออาจเป็นตัวเขาที่หยิบยื่นความไม่สบายใจ ความหวาดหวั่น...ความท้อแท้ให้เกิดกับหัวใจของอีกฝ่ายโดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว....เพียงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเข้มแข็งพอ....จึงคิดเอาเองว่า
‘…ไม่เป็นไร....’
“...J…ฉ....ฉัน...” Hyde พยายามอย่างหนักคิดหาวิธีที่จะปรับความเข้าใจ...แต่คำพูดกลับถูกแทรกขึ้นมาก่อน
“Hyde…ขอโทษนะ....แต่...” คำขอโทษแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย...พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมทองที่เดินตรงไปเปิดประตูห้องนอนช้า ๆ
“...จ...J...” Hyde เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแหบพร่า...น้ำตามันกำลังจะไหลลงมา...เมื่อเริ่มรับรู้แล้วว่าเรื่องราวมันกำลังจะจบลงอย่างไม่สวยงาม...เสียงเรียกชื่อที่ได้ยินทำให้ J ชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป...
“…แต่....ฉันเหนื่อย....เหลือเกินแล้ว…” คำพูดแผ่วเบาโดยไม่ยอมหันไปมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังแม้เพียงแว่บเดียว....ก่อนที่บานประตูตรงหน้าจะถูกปิดลงช้า ๆ ราวกับจะขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่ให้ได้พบเจอกันอีกต่อไป
...ตอนนี้ J เหมือนจะได้คำตอบกับสิ่งที่ถาม Hyde ไปแล้วว่าความหม่นหมองใจนี้คืออะไร ? เพราะถ้าไม่ได้ครอบครองก็จะไม่รู้สึกโกรธไม่เป็นทุกข์...แต่เพราะครอบครองได้แล้วทั้งตัวและหัวใจ...เลยเริ่มสังหรณ์ว่ามันเป็นพรหมลิขิต...เมื่อมี
“การเริ่มต้น” ก็ต้องมี “การจบ”
...ดังนั้นจึงกลัวหากต้องสูญเสียอีกฝ่ายไป....
“ J!! “ น้ำตาใสหยาดหยดลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่ขาดสายเมื่อคำเรียกสุดท้ายไม่ได้รับการตอบสนอง
...ความรู้สึกที่งอกเงยจากการพบเจอกันที่โหดร้าย...ผ่านวันคืนที่เลวร้ายด้วยกันมา...ก่อตัวจากความผิดพลาดเล็ก ๆ จนเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ...ฝ่าฟันจนกลายเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่....ช่วงเวลาเกือบปีที่ความรู้สึกเริ่มพอกพูน...จนกระทั่งสมหวัง....
...กลับจะต้องสูญเสียไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ?....
...แล้วความสุขที่เคยได้รับมากมายก่อนหน้านี้มันหายไปไหน ?....
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ร้าน ### ~~~
ดวงตาคมเหม่อมองดูฟองเบียร์ขาวละเอียดที่กำลังเริ่มยุบตัวลงอย่างใจลอย เสียงดนตรีที่เคยชื่นขอบกลับฟังเพียงผ่านหู...โดยไม่อาจล่วงเข้าไปในห้วงความคิดคำนึงที่สับสน... เนินเนื้อนุ่มที่สัมผัสกับท่อนแขนแกร่งอย่างจงใจโดยหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งกำลังส่งเสียงออดอ้อนอยู่ข้างหู ณ. เวลานี้กลับทำให้รู้สึกรำคาญจนต้องแสร้งโน้มตัวไปหยิบของทานเล่นที่อยู่ไกลตัวที่สุดเพื่อให้พ้นจากการเกาะกุมนั้น...
“Ryu-san” เสียงทักทายหวานใสเรียกให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวันที่แสนน่าเบื่อนี้...
“Aris...” Ryuichi ลุกขึ้นยืนต้อนรับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกันอีกเป็นครั้งที่สองด้วยความประหลาดใจระคนยินดี... สาวสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างจึงรีบผุดลุกขึ้นยืนตามโดยไม่ลืมที่จะสอดแขนเกาะเกี่ยวชายหนุ่มข้างกายเอาไว้ด้วยทีท่าเป็นเจ้าของ...Ryuichi จึงหันไปมองก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือบางนั้นออกอย่างนุ่มนวล...
“ขอโทษนะครับ...คนที่ผมนัดไว้มาแล้ว...”
Arisa ยืนนิ่งมองดูหญิงสาวที่สะบัดหน้าใส่เธอพร้อมกับเดินจากไปอย่างงง ๆ เพราะไม่ได้ยินคำพูดที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกัน...
“เอ่อ...”
“ช่วยเพื่อนหน่อยคงไม่ถือใช่มั้ยครับ...” Ryuichi พูดแทรกขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม... คนฟังจึงเริ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเข้าใจ...ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเมื่อชายหนุ่มแสดงท่าทางเชื้อเชิญให้นั่งลงด้วยกัน...
“ไม่ถือค่ะ...ถ้าคืนนี้คุณเลี้ยง...” เสียงหัวเราะสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยขึ้นอย่างอารม
ณ์ดีเมื่ออีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มมาเรียบร้อย... “ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก...เมื่อวานก็ไม่ได้ขอที่ติดต่อไว้...”
“ค่ะ...ลืมไปเหมือนกัน...ฉันรู้จักร้านดี ๆ ไม่กี่ที่หรอกค่ะถ้าเมื่อวานคุณไม่พามา...คืนนี้ก็คงไม่รู้จะไปไหน...” มือบางยกคอกเทลสีหวานตรงหน้าขึ้นจิบนิด ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อน้ำสีสวยนั้นไหลล่วงผ่านลำคอแห้งผากลงไปทำให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย...
Ryuichi นั่งมองรอยแย้มยิ้มนั้นก่อนจะบอกกับตัวเองว่าแววตาโศกเศร้าและน้ำเสียงที่เหมือนเหนื่อยล้านั้นคงเป็นตัวเขาที่รู้สึกไปเอง...
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>> March 11 Love Punish 85- 85 -
- ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
J รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่รู้สึกว่าอากาศภายในบ้านพักหนาวเย็นมากกว่าเดิม...รอบด้านมืดสนิทบ่งบอกให้รู้ว่ากลางคืนเข้ามาเยือนแล้ว...
...พวกเขาหลับไปนานแค่ไหนกัน ?....
ครั้นพอเหลือบมองคนที่ยังนอนอยู่ในอ้อมกอด...ก็เห็นว่าร่างเล็กยังคงหลับสนิท...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่พวกเขาผล็อยหลับไป... เตาผิงมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นแล้วหลงเหลือเพียงเถ้าถ่านและควันคุกรุ่นที่ล่องลอยอยู่เพียงจาง ๆ ...
...มิน่าถึงได้รู้สึกหนาว....
J ค่อย ๆ ขยับเลื่อนให้ร่างเล็กที่นอนหนุนแขนของเขาลงไปนอนกับพื้นพรมอย่างแผ่วเบา...ราวกับกลัวว่าการกระทำนั้นจะเป็นการรบกวนนิทรารมย์ที่แสนสุขของเจ้าตัวเล็ก...ชายหนุ่มหันไปคว้าเอาเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่...ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนกายร่างเล็กบางขึ้นแนบอกช้า ๆ พาไปส่งถึงเตียงนอนหนานุ่มที่แสนอบอุ่น...บรรจงห่มผ้าให้อย่างแผ่วเบา....ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ไปตามโครงหน้างามอย่างทะนุถนอม...Hyde ขยับใบหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนรบกวน...แต่ก็ยังคงคร้านที่จะลืมตาตื่น....รอยยิ้มจาง ๆเกิดขึ้นทันที เมื่อได้เห็นท่าทางของอีกฝ่าย...ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเลี่ยงออกมาภายนอก...อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...
....ได้อาบน้ำอุ่น ๆ คงดีขึ้น....
เมื่อคิดได้อย่างนั้น J จึงตรงไปที่ห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นให้ไหลวนจนเต็มอ่าง...ระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าสายตาจึงเพิ่งเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนที่อยู่บนผนัง...ตีบอกเวลา 2 ทุ่มตรงแล้ว...พวกเขากลับถึงบ้านพักเกือบเย็นแล้ว...แถมยังหลับยาวจนมืดค่ำป่านนี้
...มิน่าถึงได้รู้สึกหิวมากขนาดนี้...
J ยกมือขึ้นลูบท้องตนเองเบา ๆ เมื่อเริ่มได้ยินเสียงแห่งความหิวโหยดังมาเป็นระยะ ๆ ตั้งใจว่าถ้าอาบน้ำเสร็จคงต้องหาของกินทันที..ร่างสูงใหญ่ทิ้งกายลงในอ่างน้ำอุ่น...พลางทอดกายลงนอนเหยียดยาว...พริ้มตาลงช้า ๆ ปล่อยให้กระแสน้ำวนช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากอาการปวดเมื่อยที่ท่าทางคงเกิดเพราะพิษไข้....
...พักสายตาและสมองให้ผ่อนคลายอยู่นาน....จนเมื่อรู้สึกแว่วได้ยินเสียงเรียกจากภายนอก...ชายหนุ่มผมทองจึงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ J !! …...J…อยู่ไหนน่ะ ? “ เสียงเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งตื่นกำลังร้องเรียกเขาอยู่ด้านนอก
“อยู่นี่ Hyde ในห้องน้ำ !!” J ตะโกนตอบออกไป...ก่อนจะใช้มือวักน้ำในอ่างขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น...
... เพียงไม่นานเสียงเปิดประตูบานเลื่อนของห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กในม้วนผ้าห่มนวมที่ท่าทางเจ้าตัวคงรีบร้อนเอาพันกายแล้วเดินออกมาหาเขา... J ได้แต่จ้องมองภาพนั้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าใบหน้างามนั้นบูดบึ้งมากแค่ไหน...ที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นเขา
“ทำไม ? ตื่นก่อนแล้วไม่ปลุกฉันล่ะ....ไม่เห็นต้องพาไปนอนต่อในห้อง” Hyde บ่นกระปอดกระแปดพร้อมกับเปลื้องเอาผ้าห่มที่คลุมกายออกไปวางไว้ตรงที่ที่ไม่เปียกน้ำ
....ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งในอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีร่างของ J นั่งอยู่ก่อน...
“ก็เห็นหลับเพลินท่าทางมีความสุข...ก็คิดว่านายจะหลับไปจนเช้า...เลยไม่อยากปลุก” J ตอบพร้อมกับเหล่มองใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามก็ยังเห็นว่ามีอาการงอนอยู่เล็กน้อย...แต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมา
“หิวมั้ย ? เดี๋ยวเราออกไปกินมื้อค่ำที่ห้องอาหารของรีสอร์ทกันนะ....” J เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงของกิน...เพราะพอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ต้องหิวมากกว่าเขาแน่ ๆ
“หิวมากกกก....” Hyde ลากเสียงยาวเน้นหนักว่าสาเหตุที่ตื่นขึ้นมาก็เพราะว่าความหิวมันจู่โจมนี่แหละ
“5555....หิวขนาดนี้...ห้องอาหารของรีสอร์ทจะพอเลี้ยงนายเหรอ ?” J แซวเล่นพร้อมเสียงหัวเราะ....เพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กนี่กระเพาะใหญ่ขนาดไหน แต่เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหายไป...น้ำอุ่น ๆ ก็สาดมากระทบใบหน้าชายหนุ่มเต็ม ๆ จนเสียงหัวเราะต้องชะงักค้างขาดหายไปทันที...แล้วไม่นานเสียงสาดซ่าของสายน้ำก็ดังระงมไม่ยอมหยุด...เมื่อสงครามเล็ก ๆ กำลังก่อตัวขึ้นในอ่างอาบน้ำ...พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่
….เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ทั้งคู่จึงได้ไปปรากฏกายที่ห้องอาหารของรีสอร์ท...รอยยิ้มและเสียงพูดคุยมีขึ้นตลอดทางจนไปถึงที่โต๊ะอาหารในมุมลับตา...เวลาที่ค่อนข้างดึกพอสมควรทำให้ห้องอาหารแห่งนี้มีผู้คนอยู่เพียงประปราย.... ทันทีทรุดลงนั่งบริกรก็ถือเมนูอาหารมาจัดวางเอาไว้ที่โต๊ะพร้อมกับเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง....แต่ขณะที่คนทั้งคู่กำลังกวาดตามองรายการอาหารบนเมนู เงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ ราวกับรอคอยการปรากฏตัวของทั้งคู่มาตลอด
“Haido-chan” เสียงเรียกชื่อที่ฟังดูคุ้นหูทำให้ทั้งสองคนต้องเหลือบตาขึ้นมองพร้อมกัน
“Kiyoharu !!” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนอย่างแปลกใจระคนยินดีเมื่อไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้...แต่ชายหนุ่มผมทองที่เหลือบตามองเช่นกันกลับไม่รู้สึกยินดีเช่นเดียวกับร่างเล็ก
...ท่าทางอาหารที่นี่คงไม่อร่อยซะแล้ว...
แต่ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจแต่ J ก็พยายามที่จะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกนั้น...กลับปั้นหน้าแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี...พร้อมกับกล่าวคำทักทายสั้น ๆ พอเป็นพิธี
“สวัสดี...”
“สวัสดี...” Kiyoharu ทักตอบสั้น ๆ เช่นกันก่อนจะละสายตาจากชายหนุ่มผมทองเปลี่ยนมาสนใจกลับคนที่เขาต้องการจะพบเจอมากกว่า
“เพิ่งออกมาทานข้าวกันเหรอ ? “
“อืม...ก็พอดีมัวแต่ยุ่ง ๆ มันก็เลยเลยเวลาอาหารเย็นมานิดหน่อย” Hyde ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม...การที่ได้พบเจอเพื่อนเก่าอีกครั้งเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย
“ไม่นิดล่ะมั้ง ? “ Kiyoharu พูดพร้อมรอยยิ้มพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู...” แต่ก็ดีเลยฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน...ถ้าไงให้ฉันร่วมโต๊ะด้วยได้มั้ย ?” สายตาคมจับจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทโดยไม่ได้ให้ความสนใจกับใครอีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน...แต่คำขอของ Kiyoharu กลับทำให้เกิดความลำบากใจบนใบหน้าของร่างเล็ก... ดวงตากลมโตเหลือบมองชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างลังเลที่จะเอ่ยคำอนุญาตออกมาทันที...และอาการนั้นดูจะสื่อให้ J รับรู้ได้ทันทีเช่นกัน
“ตามสบาย” คำอนุญาตห้วนสั้น...แม้จะแฝงด้วยความรู้สึกไม่พอใจ...แต่ก็ไม่อยากให้ Hyde คิดว่าการที่มาคบกับเขาแล้วจำเป็นต้องละทิ้งความสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น ๆ ไปหมด...
....ไม่อยากให้ Hyde รู้สึกว่าโดนกักขังอยู่ในกรงของความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “คนรัก”.... และทันทีที่ได้ยินคำอนุญาตรอยยิ้มอย่างยินดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของร่างเล็กทันที....Hyde เอ่ยคำเชื้อเชิญให้ Kiyoharu ร่วมโต๊ะอย่างร่าเริง...เพราะพักหลัง ๆ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับเพื่อนคนนี้มานานทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยทำเพลงและเล่น Live ด้วยกันอย่างสนุกสนาน
“ว่าแต่นายมาที่นี่ได้ยังไง ? ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก” Hyde ถามถึงเรื่องที่สงสัย...เพราะได้ยินว่าเพื่อนมาที่นี่เพื่อทำงาน
“ก็พอดีย้ายสถานที่ถ่ายทำ...แล้วได้ยินนายบอกเรื่องรีสอร์ทบนภูเขา...พวกฉันแล้วก็ทีมงานเลยเปลี่ยนใจมาพักที่นี่แทน”
...ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ยินคำอธิบาย...คำสนทนาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการทำงานจึงตามมาเป็นระยะ ๆ แต่ไม่มีคำพูดไหนที่จะให้ใครอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะนั้นได้เปิดโอกาสพูดคุยด้วยได้เลย...ดวงตาเรียวรีเหล่มองใบหน้าของ Kiyoharu พลางคิดว่า
‘…หมอนี่กำลังตั้งใจที่จะกันเขาออกไปจากการร่วมบทสนทนารึเปล่า ?... ’
หากแต่ความคิดก็ต้องหยุดลงเมื่อตนเองคิดหาทางขัดจังหวะการพูดคุยที่แสนสนิทสนมนั้นขึ้นมาได้...J กวักมือเรียกบริกรโดยไม่รอถามว่าใครต้องการจะสั่งอะไร ? แถมเจ้าตัวเล็กก็มัวแต่คุยจนลืมที่จะเลือกรายการอาหารที่ตัวเองอยากทาน
“เอา Mixed Sausage Grill กับ Caesar Salad...แล้วก็ไวน์....” ขณะที่สั่งมาถึงตรงนี้ J หันมามองคนทั้งคู่ว่าต้องการดื่มไวน์เช่นเดียวกันหรือไม่ ? ซึ่งทั้งสองคนต่างก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
“งั้นเอาไวน์ ROSE D' A N JOU ปี 90” สั่งจบ J ก็ยื่นเมนูส่งคืนบริกรเป็นสัญญาณว่าการสั่งของตนจบสิ้นลงแล้ว....ก่อนจะเหลือบมองร่างเล็กที่ยังคงกวาดตามองรายการอาหารอย่างเลือกไม่ถูก
“เอามานี่เดี๋ยวฉันสั่งให้” Kiyoharu แย่งเอาเมนูในมือ Hyde ไปพร้อมกับกวาดสายตามองเพียงไม่กี่นาทีก็เลือกรายการอาหารเอาไว้ในใจได้อย่างรวดเร็ว
“ของผมเอา Beef Rib Eye Steak แล้วก็เอา Beef Ravioli กับ consomme ให้เพื่อนตัวเล็กของผมคนนี้” รอยยิ้มล้อเลียนผุดขึ้นบนริมฝีปากได้รูปเมื่อตัวเองกำลังพูดถึงจุดด้อยที่ Hyde ไม่ชอบให้พูดถึง...ดวงตากลมโตค้อนขวับเข้าให้อย่างไม่พอใจ...ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับบริกรเมื่อตกลงเอาอาหารตามรายการที่เพื่อนสั่งให้...โดยไม่ได้สังเกตถึงความหงุดหงิดใจเล็ก ๆ บนใบหน้าของชายหนุ่มที่นั่งตรงข้าม “แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ? นายมีเวลาว่างด้วยเหรอ...ฉันนึกว่าโดน Tetsu ให้งานจนไม่มีเวลาเลยซะอีก”
“เปล่าซะหน่อย...แล้วตอนนี้ก็พอดีมีเวลาพักนิดหน่อยก่อนโปรโมทอัลบั้มใหม่...”
...เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วออกมาจากปากคนทั้งคู่ไม่ยอมหยุด...ทุกเรื่องที่เอ่ยถึงเป็นเรื่องที่ J ไม่เข้าใจและไม่เคยรับรู้...ชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งจิบไวน์เงียบ ๆ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจแต่ก็ไม่อยากจะไปยุติการสนทนาของคนทั้งคู่...
...ปวดหัว....
อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็กินยาแก้ไข้เข้าไปแล้ว...แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก...แถมยังต้องมานั่งฟังเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้เรื่องและไม่ได้มีส่วนร่วม...มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านช่างน่ารำคาญ !!
...ปลายนิ้วถูกยกขึ้นมาบีบนวดช้า ๆ บริเวณหัวคิ้ว...ริมฝีปากถูกข่มเอาไว้เบา ๆ ภาวนาให้อาหารถูกยกมาเสิร์ฟเร็ว ๆ เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยจะได้ลุกออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดและน่ารำคาญตรงนี้เสียที....
....และไม่นานคำภาวนานั้นก็เป็นผลเมื่ออาหารถูกยกมาเสิร์ฟ...คำสนทนาถูกขัดจังหวะทำให้เสียงของคนทั้งคู่นั้นเงียบลงชั่วคราว...ก่อนจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงมีดกระทบจานเพียงแผ่วเบา...จากที่ไม่เคยใส่ใจกับเสียงพวกนี้แต่เวลานี้ J กลับรู้สึกว่ามันทำให้รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด...
“เอ่อ...จริงสิ...นายมาได้กี่วันแล้ว...?” Kiyoharu เอ่ยปากพูดคุยขึ้นมาอีกครั้งขณะที่กำลังใช้ผ้าสีขาวสะอาดเช็ดปาก....ก่อนที่แก้วไวน์จะถูกยกขึ้นจิบพลางจ้องมองใบหน้า Hyde ขณะรอคอยคำตอบ
“ก็มาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ววันนี้ก็เพิ่งได้ออกไปเล่นสกี...”
“แล้วมีโปรแกรมจะไปเที่ยวที่ไหนอีกบ้างล่ะ ?”
“อ....เอ่อ...” พอโดนถามมาถึงเรื่องนี้...ดวงตากลมโตก็เหลือบมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่นั่งตรงข้ามอย่างต้องการคำตอบ...และคิดว่าบทสนทนานี้ J คงมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก
“คงต้องถาม J ก่อน...เพราะเราคงต้องไปด้วยกัน” Hyde โยนคำตอบมาให้ J ที่นั่งเงียบ ๆ มานานเอาดื้อ ๆ ดวงตาเรียวรีเหลือบขึ้นมองใบหน้า Kiyoharu แว่บหนึ่งพลางคิด
‘ จะอยากรู้ไปทำไม ? หรือว่านายคิดจะตามไป...‘
...แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดที่ถึงแม้จะอยากพูดออกไปใจแทบขาด...แต่ J ก็ต้องเก็บมันเอาไว้...ถึงจะไม่ชอบใจมากมายแค่ไหน ? แต่มารยาททางสังคมคงต้องมาก่อนล่ะมั้ง ?
“ก็ไม่รู้สิ...ยังไม่ได้วางอะไรไว้ล่วงหน้า...คงไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือล่ะมั้ง ? ฉันไม่ใช่คนแถวนี้ซะด้วย “ ถึงแม้จะคิดถึงมารยาทแต่ก็ไม่วายหลุดคำพูดยียวนออกไปจนได้
“ไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือเหรอ ? ฉันว่าไม่ดีหรอกมั้ง ? คนคงเยอะ...สู้ไปเที่ยวที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักดีกว่า”
“ถ้ามันไม่ดีเขาคงไม่เอามาลงในหนังสือให้หนังสือเขาขายไม่ได้หรอก...แล้วบังเอิญไอ้ที่ที่ไม่มีคนรู้จัก...ฉันเองก็ไม่รู้จัก...แล้วจะไปถูกได้ยังไง ?” J ค้านกับคำเสนอของ Kiyoharu แถมยังไม่วายใช้คำพูดยียวนอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ...บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผมทองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
“ถ้าพวกนายไม่รู้ฉันพาไปเที่ยวก็ได้” Kiyoharu ยังไม่ละความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในการไปเที่ยวกับคนทั้งคู่อย่างออกนอกหน้า
“อย่าเลย...นายต้องทำงานไม่ใช่เหรอ ? ถ้าเรื่องไปเที่ยวของพวกฉันมันทำให้นายลำบาก...ฉันว่าพวกเราอยู่ที่ห้องเฉย ๆ คงดีกว่า” พูดมาถึงตรงนี้ดวงตาเรียวรีก็เหลือบมองใบหน้าของ Hyde ที่คงกำลังรับรู้ถึงอารมณ์หงุดหงิดของเขาบ้างแล้ว....ร่างเล็กเลยได้แต่พยักหน้ารับเบา ๆ
“จริง ๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเท่าไหร่ ? ออกไปก็ต้องคอยระวังแฟนเพลงหรือพวกนักข่าว...ถึงจะอยู่ที่ห้องเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไร” Hyde ตอบรับและเห็นด้วยกับทุกคำพูดของ J แต่ก็ไม่วายยังโดนขัดเอาไว้ก่อน
“อยู่ที่ห้องเฉย ๆ น่าเบื่อแย่...มาเที่ยวพักผ่อนทั้งที...ก็น่าจะออกไปสนุกให้เต็มที่นะ” Kiyoharu ยังคงพยายามชักชวน
“อยู่ที่ห้องฉันก็ทำให้ Hyde สนุกได้...ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนให้วุ่นวาย “ J ดักคำพูด Kiyoharu เอาไว้ทันที...รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีชัยเหนือกว่า...พร้อมกับขยับกายจะลุกขึ้นยืน...เป็นสัญญาณว่าเวลาอาหารหมดลงแล้ว...ควรจะแยกย้ายกันไปทางใครทางมันเสียที...
...แต่พอ Hyde กำลังจะลุกขึ้นตามฝ่ามือแกร่งของเพื่อนสนิทกับฉุดรั้งข้อมือบางของร่างเล็กเอาไว้ก่อน...
“Haido อย่าเพิ่งไปสิ...เราไม่ได้เจอกันตั้งนานฉันยังมีเรื่องอยากพูดกับนายอีกเยอะแยะเลย...ถ้ายังไงเราไปคุยกันต่อที่ห้องฉันดีมั้ย ? เพื่อนฉันก็อยู่พวกนั้นคงดีใจที่ได้เจอนาย “ Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับพูดถึงเพื่อนร่วมวงที่ Hyde ก็พอจะรู้จัก
“อ...เอ่อ...แต่ว่า” Hyde ยังคงอึกอักและเริ่มลำบากใจขึ้นมาทันที... เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผมทองที่ได้ยินคำชวนเมื่อครู่กำลังสาวเท้าไกลออกไปจากโต๊ะและไม่มีทีท่าหันมาสนใจพวกเขาแม้แต่นิดเดียว...เพียงเท่านี้ Hyde ก็รู้ได้ทันทีว่า J กำลังไม่พอใจ
“ขอตัวก่อนนะ...” พูดจบร่างเล็กก็สะบัดมือหลุดออกจากการเกาะกุมพร้อมกับสาวเท้าเร็ว ๆ ตามหลัง J ไปทันที...ปล่อยให้เพื่อนเก่ายืนมองตามหลังพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เกิดขึ้นมาเพียงแว่บเดียว...จากนั้น Kiyoharu จึงก้าวเดินตามหลังคนทั้งสองไปช้า ๆ
“ J !! ...J…รอก่อน”
... เสียงร้องเรียกจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับยืนรอให้ร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้...
“ทำไมต้องทำอย่างนี้....นายทำหงุดหงิดเป็นเด็ก ๆ ไปได้...” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มเสียงแข็ง...ถึงแม้ว่า Kiyoharu จะมาขัดจังหวะการดินเนอร์ของพวกเขา...แต่ยังไงนั่นก็เพื่อนเขาทั้งคน...J ไม่ควรทำท่าทางและใช้คำพูดแบบนั้นกับเพื่อนของเขา
“ขอโทษที่ทำเป็นเด็ก ๆ ...” คำขอโทษห้วนสั้นและไม่แสดงถึงความรู้สึกผิดในน้ำเสียง...ยิ่งทำให้ Hyde รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างกับท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่าย
“ถ้านายอยากไปอยู่กับเพื่อนนายต่อก็ตามสบาย...แต่ฉันอยากกลับบ้านพักแล้ว” J เอ่ยคำพูดที่ทำให้ Hyde ต้องตัดสินใจ...เมื่อดวงตาเรียวรีเหลือบเห็นร่างของ Kiyoharu ที่กำลังเดินมาทางพวกเขาช้า ๆ
...ภาพที่เห็นและสถานการณ์ที่เป็นอยู่มันทำให้มึนหัวมากขึ้นทุกที...ความรู้สึกปวดหัวแล่นแปล๊บผ่านศีรษะไป...J รู้สึกเลื่อนลอยเบาหวิวราวกับตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ...ทิวทัศน์พร่าเลือนไร้รูปทรง...ชายหนุ่มสะบัดหัวที่กำลังมึนงงไปมาแรง ๆ ท่าทางอาการไข้ของเขาคงจะร้ายแรงมากขึ้นทุกที...
“J เป็นอะไรรึเปล่า ?” Hyde ที่เพิ่งจะสังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของ J เอ่ยถามขึ้น...พร้อมกับขยับจะเข้าไปแตะตัว...แต่เสียงร้องเรียกของเพื่อนก็ดังขึ้นมาขัดไว้ก่อน
“Haido…ว่าไงขออนุญาตเรียบร้อยแล้วรึยัง ?” Kiyoharu เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“เอ่อ...Kiyoharu…ฉันคง...” ขณะที่กำลังจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธพลางเลื่อนฝ่ามือบางหมายจะเกาะกุมอุ้งมือของ J เอาไว้...แต่ฝ่ามือแกร่งนั้นกลับผละออก...หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือ Hyde เอาไว้
...แม้จะไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง...แต่สิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกกำลังทำให้หัวใจของ Hyde เจ็บแปลบขึ้นมาทันที....ฝ่ามืออบอุ่นที่เคยเกาะกุมมือของเขาเอาไว้แนบแน่น...ถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันและกัน...บัดนี้ฝ่ามือนั้นกลับไม่ยอมเกาะกุมมือของเขาเอาไว้อีกแล้ว...
“Kiyoharu ฉันจะไปกับนาย...” ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะปฏิเสธ...แต่เพราะการกระทำของ J มันทำให้ร่างเล็กเริ่มรู้สึกอยากประชดอะไรโง่ ๆ ขึ้นมาบ้าง...และถ้าตอนนี้ J ตรงมากระชากเขากลับไป...และบอกว่า “ไม่ให้ไป” เขาจะยินยอมติดตามชายหนุ่มกลับไปทันที...
...เพียงแค่ J เอ่ยปากออกมาเท่านั้น...ไม่ว่าที่ไหนเขาก็พร้อมจะตามไป...
...ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ผละยืนหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้...รอคอยให้อีกฝ่ายห้ามปรามและมาดึงเขากลับไป...
“ตามใจนายแล้วกัน...ถ้างั้นฉันขอตัวก่อน” คำพูดเรียบเฉยเย็นชาไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ พร้อมกับภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ก้าวเท้าออกเดินห่างไปทุกที...ทั้งไม่สนใจและไม่ห้ามปราม...
...ราวกับไม่ต้องการเขาอีกแล้ว...
...Hyde จ้องมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา...ความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ในอก...แม้แต่เสียงที่จะเอ่ยเรียก J เอาไว้ก็ติดอยู่ที่ลำคอทำให้ไม่สามารถเปล่งเสียงเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ได้...
...น้ำตามันเหมือนจะไหล....
“Haido…ไปกันเถอะ...ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์...อีกอย่างหิมะเริ่มโปรยลงมาแล้ว...ไปที่บ้านพักกันดีกว่า” Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับยื่นมือหมายจะจูงมือ Hyde ให้เดินไปพร้อมกัน
“ไม่เป็นไร...ฉันเดินเองได้...นายนำทางไปเถอะ” Hyde ปัดมือออกหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้จับกุม....Kiyoharu อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหน้าไป....Hyde ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากำไว้แน่นพลางเหลียวมองด้านหลัง...ซึ่งเป็นทางที่ชายหนุ่มผมทองเดินจากไป... ฝ่ามือบางที่ไม่ได้สวมถุงมือแบออกรอรับสัมผัสเย็นยะเยียบที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้าที่มืดมิด...
...เย็นชาและหนาวเหน็บ...
...หากปล่อยให้มือนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ...ไม่นานมันคงจะโดนความเย็นของหิมะกัดจนรู้สึกเจ็บและด้านชา...บางทีมันอาจกัดกร่อนจนเจ็บปวดและด้านชาไปถึงหัวใจ....
….Hyde รีบปัดเอาหิมะที่ตกลงมาบนฝ่ามือออก...พร้อมกับซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ...เพื่อให้ความอบอุ่นอย่างรวดเร็ว... ทั้งไม่อยากให้มือโดนหิมะกัดจนเจ็บและไม่อยากให้หัวใจโดนความเย็นชานั้นกัดกร่อนจนด้านชา...
ความไม่เข้าใจกันที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...หากได้พูดคุยปรับความเข้าใจพวกเขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
...Hyde อมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง...พลางสาวเท้าเดินตามหลังเพื่อนไปติด ๆ ตั้งใจว่าจะพูดคุยและทักทายกับสมาชิกในวง Kuroyume เพียงไม่นาน...แล้วเขาจะรีบกลับไปหา J ทันที...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
... อีกด้านชายหนุ่มผมทองเดินกลับมาที่บ้านพักเพียงลำพังด้วยอารมณ์หงุดหงิดและปวดแปลบที่ศีรษะ... และเมื่อหันหลังกลับไปมองด้านหลังก็ว่างเปล่าปราศจากเงาร่างเล็กบางของใครบางคนที่ควรจะเดินตามเขามา...
“บ้าเอ๊ย !! “ J สบถออกมาเบา ๆ ปลายเท้าเตะเอาพื้นหิมะหน้าบ้านพักกระจุยกระจาย... เสียงประตูถูกกระชากออกและปิดลงดังโครมใหญ่แสดงถึงอารมณ์โกรธที่ดำเนินมาถึงขีดสุดแล้ว
...ชายหนุ่มผมทองถอดรองเท้าออกแล้วเดินตรงไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว...ที่เขารู้สึกหงุดหงิดคงเพราะอาการไข้และปวดหัว...หากได้กินยาและนอนพัก...อารมณ์ครุกรุ่นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ คงจางหายไป...J ฉวยเอายาแก้ไข้ขึ้นมากินและดื่มน้ำตามลงไปอย่างรวดเร็ว
...พลางค่อย ๆ เอนกายลงกับที่นอนหนานุ่มช้า ๆ ถ้าเขาใจเย็นลงกว่านี้...คงไม่มีใครมาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้...ถ้า Hyde กลับมาเมื่อไหร่เขาจะใจเย็นแล้วพูดคุยกันให้รู้เรื่อง...จะไม่ใช้อารมณ์กับอีกฝ่ายเด็ดขาด...J ตั้งใจเอาไว้อย่างนั้นก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยา...รอเพียงให้ใจสงบเขาจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปให้หมด...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
- รุ่งเช้าอีกวันที่บ้านของ Ryuichi -
ประตูห้องนอนค่อย ๆ เปิดแง้มออกอีกครั้งจากมือบางของใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดแต่งกายรัดกุมเหมือนเตรียมตัวจะเดินทางไกล…เสียงถอนใจเบา ๆ ด้วยความผิดหวังที่จนป่านนี้คนบนเตียงก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวลืมตาตื่น... ก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวลงข้างกายชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับสนิทจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืน...
“ฉันต้องไปแล้วนะ...Ryu” เสียงบอกแผ่วเบาพลางขยับผ้าห่มขึ้นคลุมร่างที่นอนหลับใหลอยู่ให้มิดชิดยิ่งขึ้นด้วยความห่วงใย...ก่อนจะตัดสินใจในเวลาที่เหลืออันน้อยนิดโดยหยิบกระดาษโน้ตเล็ก ๆ ที่โต๊ะข้างเตียงมาเขียนข้อความบางอย่างลงไป...ทั้งที่อยากจะปลุกเรียกให้ตื่นขึ้นมาบอกลา...หากความรู้สึกบางอย่างก็ยังขวางกั้นเอาไว้...
....อย่าทำตัวเหมือนผู้หญิงหน่อยเลย...ต้องปลุกให้คนนอนหลับขึ้นมาส่งด้วยรึไง...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
....ติ้ดๆๆ...ติ๊ดๆๆ...
Inoran เงยหน้าขึ้นจากหนังสืออ่านเล่นในมือมองไปยังโทรศัพท์มือถือสองเครื่องที่วางอยู่คู่กันด้วยความประหลาดใจ...ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้ามาดู... ต้นตอของเสียงมาจากโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่กำลังทำอาหารเช้าส่งกลิ่นหอมอบอวลออกมาจนถึงที่นี่นั่นเอง...
“Tetsu...” เสียงพึมพำถึงชื่อที่ปรากฏอยู่บนจอภาพก่อนจะรีบก้าวยาว ๆ ตรงเข้าไปในครัวยื่นโทรศัพท์ในมือให้ชายหนุ่มที่กำลังยืนปลดผ้ากันเปื้อนออก...ฝ่ายนั้นหันมาเลิกคิ้วถามก่อนจะยื่นมือออกมารับไปอย่างเซ็ง ๆ เห็นร่างบางตรงหน้ากำลังจะเดินกลับออกไปทันทีที่หมดธุระ...ลำแขนแกร่งจึงรีบโอบเอวบางดึงเข้ามากอดไว้ดื้อ ๆ ก่อนจะกดรับสายในที่สุด...
“Moshi Moshi”
“Ken-chan..นี่ฉันเอง...ทำไมรับช้านักล่ะ...เครื่องจะออกอยู่แล้วเนี่ย...” เสียงเล้ง?? ของเพื่อนรักทำให้เจ้าเหมียวต้องเอียงหน้าหลบวูบจากโทรศัพท์จนร่างในอ้อมแขนอดยิ้มออกมาไม่ได้กับท่าทางล้อเลียนนั้น...
“เอาน่า...ก็รับแล้วนี่ ว่าแต่จะขึ้นเครื่องไปไหน...” คำพูดที่ได้ยินทำให้ Inoran เงยหน้าขึ้นมองด้วยความใส่ใจกว่าเมื่อแรก...
“Osaka... จะกลับบ้านสองสามวัน...เมื่อวานพ่อกับแม่โทรตาม...อาทิตย์นี้ว่าง ๆ อยู่พอดีก็กลับซะเลยดีกว่า...” Tetsu บอกกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ร่าเริงนักเมื่อคิดไปถึงว่าช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับใครคนหนึ่งต้องน้อยลง...หากความคิดถึงบิดามารดาก็มีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
...อีกอย่างไปแค่สองสามวันกลับมาก็ยังมีวันพักเหลืออีก...
“อ้าว...ทำไมกะทันหันขนาดนั้น...น่าจะบอกล่วงหน้า..” เสียง Ken บ่นอุบ..
“ทำไม...บอกล่วงหน้าจะมาด้วยเหรอ...เอามั้ยล่ะเดี๋ยวฉันรอไปพร้อมนายพรุ่งนี้...” Tetsu รีบบอกอย่างรวดเร็ว...รู้ดีว่าเจ้าเหมียวไม่มีทางมาด้วยแน่เพราะตอนนี้ทุกลมหายใจเข้าออกคงจะมีแต่คนชื่อ Inoran... แล้วก็จริงอย่างที่คิดเมื่อมีเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ตอบกลับมาก่อนเจ้าตัวจะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว...
“อ่ะน่า...แล้วโทรมามีเรื่องอะไรรึเปล่า?....”
“ก็ว่าจะบอกให้เข้าไปดูที่สตูฯบ้าง...กลับบ้านทั้งทีก็อยากจะวางเรื่องงานจริง ๆ ถ้าผู้จัดการติดต่อฉันไม่ได้ก็คงจะโทรไปหานาย...เพราะงั้นฝากด้วยแล้วกันนะเพื่อน...555 บาย..”
“อ้าว...เฮ้ย...เดี๋ยว..” Ken ตะโกนเรียกเพื่อนผ่านหูโทรศัพท์อย่างเคือง ๆ เมื่อฝ่ายนั้นเล่นโยนระเบิด??ให้แล้วก็ปิดเครื่องหนีไปเฉย ๆ...
“Tetsu จะไปไหนเหรอ...” ใจคิดไปถึงเพื่อนร่วมวงของตน...รึว่าจะชวนกันไปเที่ยว...
“กลับบ้านที่ Osaka...” Ken ตอบพลางโอบเอวอีกฝ่ายพาเดินออกไปที่โถงนั่งเล่นก่อนจะดึงให้นั่งลงบนโซฟาด้วยกัน...
“เห็นบอกว่าพ่อกับแม่โทรมาเมื่อวาน...เฮ้อ..สองสามวันนี้คงได้วุ่นอีกแน่จะปิดโทรศัพท์ก็ปิดไม่ได้...Hyde กับ Yukky ก็ไม่ได้อยู่ในเมือง...ฉันคงตามตัวได้ง่ายที่สุด...” เสียงง๊องแง๊ง??ของเจ้าเหมียวตัวโตข้างกายพร้อมกับเริ่มซุก ๆ เข้าหาอีกฝ่ายอย่างออดอ้อนทำให้ร่างบางต้องยกแขนขึ้นกอดร่างนั้นเอาไว้อย่างเอาใจ...เพียงแค่นั้นริมฝีปากได้รูปก็คลี่ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...หากความคิดของ Inoran กลับไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น...แต่กำลังล่องลอยไปถึงเพื่อนคนหนึ่งของตน...เพื่อนที่เขารู้จักดีว่าเป็นยังไง...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
.......จะกลับบ้านที่ Osaka สองสามวัน...ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน....แล้วจะซื้อของมาฝาก...
Tetsu...
ดวงตาคมกวาดมองไปบนกระดาษโน้ตเล็ก ๆ หลายต่อหลายครั้ง...ความรู้สึกบางอย่างกำลังปะทุอยู่ภายในอย่างควบคุมไม่อยู่...นับจากลืมตาตื่นขึ้นมาเดียวดาย...ลุกเดินตามหาอีกฝ่ายด้วยความหวังว่าคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในบ้าน...กระทั่งพบว่ารถไม่ได้จอดอยู่ที่เดิม...ย้อนกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้งแล้วก็ได้พบกระดาษโน้ตในมือตอนนี้...
....แค่จะปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา...มันเสียเวลาอันมีค่าของนายมากนักรึไง!!!...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> Love Punish 84- 84 -
...โฮ่ง ๆๆ...งี๊ด ๆ..โฮ่ง...
“เดี๋ยว ๆ...ใจเย็น...” ร่างบางที่เพิ่งจะก้าวเท้าลงจากรถต้องรีบยื่นมือไปลูบหัวเจ้าสัตว์สี่ขาสามตัวที่วิ่งเข้ามาตะกุยตะกายล้อมหน้าล้อมหลังตนเองอย่างงง ๆ...ก่อนจะได้รับคำตอบในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา... เมื่อนัยน์ตาคู่งามกวาดมองไปพบกับความว่างเปล่าตรงที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเคยจอดรถเอาไว้เป็นประจำ...
“เจ้านายไม่อยู่นี่เอง...กินอาหารเย็นกันรึยังเนี่ย...หืมม์...” เสียงถามในลำคอก่อนจะเดินนำไปยังที่ใส่อาหารประจำของเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลาย... มีอาหารเหลืออยู่กว่าครึ่งแสดงว่าแม่บ้านคงจะจัดการให้เรียบร้อยแล้วก่อนจะกลับออกไป...
“ทำไมไม่กินให้หมดล่ะ...มากินมา” Tetsu ย่อตัวลงลูบหัวที่ปกคลุมไปด้วยปุยขนนุ่มอย่างอ่อนโยน...เจ้า Golden retriever ตัวใหญ่ยอมก้มหน้าก้มตาลงกินอีกครั้ง...หากเจ้าตัวเล็กอีกสองตัวกลับค่อย ๆ หมอบลงนอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ...มือบางจึงยื่นไปลูบหัวเจ้าสองตัวนั่นอีกครั้ง...
“เย็นป่านนี้แล้วไปไหนของเขานะ...”
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
....อีกด้านหลังจากที่ออกมาจากร้านขายของที่ระลึก....ทั้ง Hyde และ J ก้าวขึ้นไปในรถเช่าเงียบ ๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดขึ้นมาก่อน...จนรถเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ตามเส้นทางเพื่อกลับไปยังที่พัก...ความเงียบที่บังเกิดขึ้นเริ่มทำให้ Hyde รู้สึกอึดอัด ครั้นพอเหล่มองชายหนุ่มข้างกาย...J ก็ดูไม่มีทีท่าสนใจต่อสิ่งใดและที่สำคัญบรรยากาศสดใสในแววตาของชายหนุ่มก็ดูจะเลือนหายไปด้วย....
“ทำไม ? ไม่พูดอะไรเลย....เงียบ ๆ อย่างนี้ฉันไม่ชอบเลยนะ” ในที่สุดร่างเล็กก็เป็นฝ่ายเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ขึ้นมาก่อน...แต่แทนที่จะได้ยินอีกฝ่ายพูดคำใดออกมาบ้าง...J กลับยื่นมือไปเปิดวิทยุพลางเร่งเสียงให้ดังขึ้น...โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาเหมือนเดิม...แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ Hyde หงุดหงิดขึ้นมาทันที...
...ทำไม ? ถึงต้องทำท่ากวนอารมณ์อย่างนี้ด้วย....
“ที่ฉันบอกว่าไม่ชอบเงียบ ๆ !! ไม่ได้หมายความว่าให้นายเปิดวิทยุนะ !! “ Hyde เสียงดังใส่อย่างไม่สบอารมณ์หวังจะให้ J พูดอะไรโต้เถียงเขาบ้างก็ยังดี...ไม่ใช่เอาแต่นิ่งเฉยอยู่อย่างนี้...เพราะเขาก็เดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ออก...
...Hyde เอื้อมมือไปปิดวิทยุเอาดื้อ ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกเมินมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สบอารมณ์...แต่ความเงียบเกิดขึ้นเพียงไม่นานเสียงเพลงดังกระหึ่มก็ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...จากฝีมือชายหนุ่มผมทองที่อยู่เคียงข้างนั่นเอง...
...ร่างเล็กหันควับกลับมามองอย่างไม่พอใจ...พร้อมกับเอื้อมมือไปปิดสวิทช์อีกครั้ง...แต่เพียงละสายตามองออกไปนอกหน้าต่างไม่ทันไร...เสียงเพลงก็กลับดังขึ้นมาอีก...ครั้นพอเหล่มองคนข้างกาย....ใบหน้าคมเข้มก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น...
...Hyde จึงยื่นมือไปปิดวิทยุอีกครั้ง...ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่สวิทช์โดยไม่ยอมละสายตา...หากแต่ชายหนุ่มผมทองก็ยังคงยื่นมือเข้าไปเปิดวิทยุเหมือนเดิม...คราวนี้เลยเหมือนเกิดสงครามเล็ก ๆ ขึ้นภายในรถของคู่รักคู่นี้...เมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อแย่งกันที่จะเปิด – ปิด วิทยุกันอลหม่าน
...หาก Hyde ปิด J ก็จะเปิด....หาก J เปิด Hyde ก็จะปิด...เป็นอย่างนี้อยู่นาน...จนในที่สุดฝ่ามือแกร่งของชายหนุ่มก็ฉวยจับเอามือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายที่กำลังจะเอื้อมไปปิดวิทยุเอาไว้ได้ทัน...ร่างเล็กพยายามที่จะชักมือกลับแต่ก็โดนเกาะกุมเอาไว้แนบแน่น...ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบอารมณ์ในตอนแรกที่ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้....แต่ความอบอุ่นจากอุ้งมือของอีกฝ่ายที่กำลังถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...มันสื่อให้รับรู้ได้ทันทีว่า J กำลังง้อขอคืนดี...
...เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำหวานคำใดมาง้องอน... แค่ฝ่ามือนี้ยังยินยอมที่จะถ่ายทอดความอบอุ่นและเกาะกุมมือของเขาเอาไว้แนบแน่นอย่างนี้ก็เพียงพอแล้ว...
...แรงฝืนจากมือของร่างเล็กเริ่มลดน้อยลง...พลางบีบกระชับอุ้งมือตอบรับความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลือนหายไปจนหมดสิ้น...
...แค่ J ยังจับมือเขาเอาไว้ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ? เขาก็พร้อมจะฝ่าฟันไปพร้อมกับคน ๆ นี้….
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
…ทันทีที่มาถึงบ้านพัก J โอบไหล่ร่างเล็กพาเดินเข้ามานั่งพักภายในห้องรับแขก...อารมณ์ขุ่นมัวภายในจิตใจดูจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น...เวลานี้ความเชื่อใจดูเหมือนจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้คนทั้งคู่กลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง
....Hyde เดินมาจุดเตาผิงเพื่อคลายความหนาวอย่างตั้งอกตั้งใจ...ขณะที่ชายหนุ่มผมทองเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว.... มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตัวหนาหยิบเอายาแก้ไข้ที่เขาเพิ่งซื้อออกมาเลือกดู....และทานตามที่ระบุอยู่บนหน้าซอง...หลังจากที่ดื่มน้ำตามเข้าไปจนหมดแก้ว J หลับตาสูดลมหายใจลึกพลางใช้ปลายนิ้วนวดที่ขมับเบา ๆ เมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย...อาจเพราะเหนื่อยจากการไปเล่นสกีบนยอดเขาแถมเขายังนอนเล่นอยู่บนพื้นหิมะเป็นเวลานาน...จะทำให้อาการหนักขึ้นคงไม่แปลก...แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ใส่ใจ
... J เดินมาทรุดลงนั่งข้าง ๆ ร่างเล็กหลังจากที่ถอดเสื้อกันหนาวตัวหนาวางพาดไว้บนโซฟา....ถ้วยกาแฟอุ่น ๆ ถูกยื่นส่งไปให้ร่างเล็กที่กำลังนั่งจ้องมองเปลวไฟอย่างเพลิดเพลิน....
“ขอบคุณ” คำตอบรับเบา ๆ พร้อมกับมือที่ยื่นออกไปรับ...ถ้วยกาแฟถูกยกขึ้นเป่าเบา ๆ เพื่อลดความร้อน...ก่อนจะค่อย ๆ จิบช้า ๆ Hyde คลี่ยิ้มออกมาทันทีเมื่อรู้สึกว่าร่างของชายหนุ่มทรุดลงนั่งซ้อนอยู่เบื้องหลัง...วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางดึงรั้งให้เอนซบอยู่กับแผ่นอกกว้าง...ริมฝีปากได้รูปจุมพิตเบา ๆ บนเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยน....
...อบอุ่นและมีความสุขมากมายเหลือเกิน....
...ถ้วยกาแฟที่ยังดื่มไม่หมดถูกวางลงข้างกายช้า ๆ ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นจ้องมองสบตากับชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง...ริมฝีปากบางเขยิบขึ้นสัมผัสกับสันคางของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนที่ร่างเล็กในอ้อมกอดจะพริ้มตาลงช้า ๆ เมื่อความเร่าร้อนจากริมฝีปากได้รูปแนบชิดลงมา...ปลายลิ้นทั้งสองรุกไล่เวียนวน...ดื่มด่ำสัมผัสหอมหวานจากกันและกันอย่างไม่รู้เบื่อ....
…ร่างของทั้งคู่ค่อย ๆ เอนกายลงกับพื้นพรมเบื้องหน้าเตาผิงช้า ๆ จุมพิตที่อ่อนโยนอบอุ่นเริ่มทวีความเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ใบหน้างามแหงนเงยเปิดทางเมื่อริมฝีปากนั้นผละออกและลุกไล่ลงไปสัมผัสฝากฝังร่องรอยบนซอกคอขาว... ผิวเนื้ออ่อนบางภายใต้เสื้อสเวตเตอร์กำลังถูกฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้จนสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์...
...เสียงเปลวไฟลามเลียเนื้อไม้จากเตาผิงข้างกาย...ก็ไม่อาจเร่าร้อนเท่ากับสิ่งที่คนทั้งสองกำลังปรนเปรอให้แก่กันและกัน...เสื้อผ้าที่เป็นพันธนาการเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย...บัดนี้กลับกระจัดกระจายอยู่รอบด้านเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า...ที่โลมไล้กันอย่างแนบชิดทดแทนความอบอุ่นจากเสื้อผ้าที่ถูกปลดเปลื้องออกไป...
...เพลงรักเร่าร้อนถูกบรรเลงขึ้นอย่างดุดัน...ราวกับเปลวไฟร้อนแรงที่กำลังเผาไหม้เนื้อไม้ให้มอดไหม้ไป...โซฟาตัวยาวเบื้องหน้าเตาผิงสั่นไหว...เพราะอารมณ์รักที่กำลังเผาไหม้อยู่ในอกของคนทั้งคู่.... เสียงหอบครางดังแว่วแผ่วเบาอยู่ภายในบ้านพักบ่งบอกถึงอารมณ์แห่งความสุขที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กัน....
....ฝ่ามือบางจิกลงกับพื้นพรมแนบแน่น...เสียงครางหวานดูจะกระชั้นถี่เร็วมากขึ้นทุกที...จากบนโซฟาสู่แผ่นพื้นเบื้องล่าง... ความเร่าร้อนจากการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์รักที่กำลังลุกโชนอยู่ในอก...
“อะ...อาาาาา....J ฉันจะ...ม...ไม่ไหวแล้ว”
....เสียงครางหวานเร่งเร้าเมื่อตนเองใกล้พบความสุขสมแสนหวาน....อารมณ์รักได้รับการตอบสนองถึงขีดสุด... เมื่อชายหนุ่มผมทองเคลื่อนไหวกายกระชั้นถี่เร็วมอบสัมผัสเร่าร้อนดุดันให้อย่างเต็มท
ี่....เพียงไม่นานทำนบอารมณ์แห่งความทรมานก็พังทลาย...ความสุขสมทะลักทลายเข้ามาในกายอย่างเร่าร้อน....พร้อม ๆ กับที่ร่างเล็กก็ปลดปล่อยความสุขนั้นออกมามากมายเช่นกัน...ร่างสูงใหญ่โน้มกายลงประทับรอยจูบเน้นหนักที่แผ่นหลังบางจนเป็นรอยแดง...ก่อนที่ร่างเล็กที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพรมจะค่อย ๆ ทรุดกายลงหมอบราบกับพื้นโดยมีร่างของชายหนุ่มผมทองทาบทับอยู่เบื้องบน....
...ลาดไหล่เนียนบางถูกระดมจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรักใคร่....Hyde หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน...ก่อนจะค่อย ๆ พลิกกายขึ้นมานอนหงาย...ริมฝีปากบางเผยอออกเปิดทางให้ปลายลิ้นร้อนเข้ามากวาดชิมอย่างดูดดื่ม...เร่าร้อน...เนิ่นนาน...ก่อนที่สัมผัสจะค่อยๆ จางหายไป... J ขยับเอื้อมไปหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาที่วางพาดไว้เมื่อครู่มาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า...พร้อมกับโอบกอดร่างเล็กบางให้เข้ามาแนบอก...หวังให้ไออุ่นจากกายตนช่วยคลายความหนาวเย็นจากรอบด้าน
“อุ่นจัง” Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ ขณะที่ซุกซบอยู่กับแผ่นอกกว้าง...พลางเบียดกายแนบชิดโหยหาไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม...แม้อากาศภายนอกจะหนาวเย็น ร่างกายไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ ห่อหุ้ม...มีเพียงเสื้อกันหนาวตัวหนาที่ปกคลุมเอาไว้ลวก ๆ แต่ถึงกระนั้นไออุ่นจากกายอีกฝ่ายก็มากมายจนไม่รู้สึกถึงความเหน็บหนาวใด ๆ อีกเลย
...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย... พลางมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่หน้าผากมนของร่างเล็กที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอกของเขา...ใบหน้างามระบายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ บ่งบอกถึงความสุขที่มีมากมายในหัวใจ.... J โอบกระชับร่างเล็กบางแนบแน่นปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ปล่อยให้เสียงเปลวไฟลามเลียเนื้อไม้...ขับกล่อมให้เขาทั้งคู่มีความสุขกับนิทรารมย์ในอ้อมกอดของกันและกัน....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
... แสงไฟสลัวคละคลุ้งไปด้วยควันจางจากบุหรี่และเสียงเพลงเบาสบายจากอีกฟากฝั่งของมุมโลกกำลังดังขับกล่อมผู้คนที่มาหาความสุขให้ล่องลอยไปกับรสมึนเมาของเครื่องดื่มหลากสีหลายรส... ชายหนุ่มหญิงสาวที่เพิ่งพบกันไม่ถึงวันกำลังเอนอิงดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบกายและพูดคุยกันอย่างออกรส...หากบ่อยครั้งที่นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นดูโดยไม่รู้ตัว...เช่นเดียวกับดวงตาคมที่มักจะเวียนมาหยุดอยู่ที่โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะบ่อยครั้ง...
“Ryu คะ...กลับกันเถอะค่ะจะเที่ยงคืนแล้ว” เสียงหวาน ๆ จากคนข้างกายดึงความรู้สึกนึกคิดที่กำลังล่องลอยไปถึงใครคนหนึ่งให้กลับมาอีกครั้ง...ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนพูด...
“ครับ...” Ryuichi ตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนสองร่างจะลุกประคองกันออกมายังลานจอดรถด้านนอก...
“ขับไหวรึเปล่าคะ...” Arisa เอ่ยถามอย่างห่วงใย...เพราะตัวเธอเองแม้จะดื่มไปค่อนข้างมากหากก็ยังไม่ได้ครึ่งของชายหนุ่มข้างกาย...
“ไหวสิครับ...” Ryuichi บอกพลางเดินตามไปส่งอีกฝ่ายจนถึงรถ...ยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะจัดการปิดประตูรถให้...รอจนกระทั่งรถคันงามเคลื่อนตัวออกสองเท้าจึงค่อย ๆ ก้าวพาตัวเองไปที่รถ เสียงเครื่องยนต์ชั้นเยี่ยมดังกระหึ่มขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดก่อนรถคันงามจะเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนว่างเปล่ายามค่ำคืนราวกับจะโบยบิน...
....แกร๊ก...
มือแกร่งค่อยเปิดบานประตูเข้าไปภายในบ้านของตนเองหลังจากหยุดทักทายกับเจ้าสี่ขาแสนรู้เรียบร้อยแล้ว... แสงจากโคมไปภายในห้องนั่งเล่นทำให้ร่างที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนต้องหยุดชะงักเดินเข้าไปมอง.. รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างบางของใครคนหนึ่งนอนเอนอิงหลับไปบนโซฟาหนานุ่มทั้งที่ยังสวม Head phone เอาไว้...ในขณะที่บนโต๊ะกลางตรงหน้าก็เกลื่อนไปด้วยกองกระดาษและ MD อีกหลายแผ่น....
Ryuichi จรดฝีเท้าเข้าไปใกล้...จัดการถอดหูฟังที่สวมอยู่ออกให้อย่างเบามือ... ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนุ่มเนียนนั้นฟอดใหญ่ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมองอย่างงุนงง...จึงได้เห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของบ้านกำลังจะทิ้งกายลงนอนลงมาบนตักของตน...
“อ้าว...กลับมาตอนไหนไม่ได้ยินเสียงรถ...” Tetsu หลุดคำถามออกไปอย่างแปลกใจก่อนจะยิ้มเก้อ ๆ เมื่อเห็นหูฟังที่ตัวเองใส่เลือกเพลงอยู่จนเผลอหลับไปไม่รู้ตัวถูกวางกองเอาไว้บนโต๊ะตรงหน้า...มือบางยกขึ้นเสยเส้นผมบนใบหน้าของชายหนุ่มที่นอนหลับตาอยู่บนตักตนเองอย่างเบามือ... กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจและกลิ่นบุหรี่อบอวลบนเสื้อผ้าบอกให้รู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยถามว่าอีกฝ่ายหายไปไหนมาเกือบค่อนคืน...
“ขึ้นไปอาบน้ำนอนข้างบนไป...มาหลับตรงนี้เดี๋ยวก็ไม่สบาย...”
“เดินไม่หวายแล้ว...นอนตรงนี้แหละ...” เสียงอ้อแอ้ตอบกลับมาบ่งบอกว่ากำลังเมามายได้ที่จนคนฟังต้องถอนใจยาว...
“ไม่ได้...ลุกขึ้นเร็ว...” Tetsu บอกออกไปอย่างไม่ยอมตามพร้อมกันนั้นก็พยายามดันให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งจนสำเร็จ...ก่อนจะสอดแขนเข้าประคองร่างนั้นเอาไว้... มือบางอีกข้างจับลำแขนแกร่งให้พาดข้ามไหล่ตนเองก้าวพากันไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบนอย่างทุลักทุเล...หลายครั้งที่ต้องออกเสียงเรียกชื่ออย่างมีโมโห เมื่อร่างที่โอบประคองอยู่ดูจะไม่ช่วยออกแรงพยุงร่างตัวเองเลย...ซ้ำใบหน้าที่ซุกซบอยู่ตรงซอกคอก็เหมือนจะจงใจขยับซุกไซ้ไปมาจนอดหันขวับไปมองไม่ได้...
“เอ้า!!...ถึงแล้ว...อาบน้ำไม่ไหวก็นอนทั้งอย่างนี้แหละ...” เสียงบอกด้วยความหมั่นไส้ไม่ปิดบังเมื่อพาร่างชายหนุ่มมาถึงเตียงนอนอย่างที่ตั้งใจ... ความคิดเอาคืนที่ทำให้ต้องออกแรงเหนื่อยแล่นเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว...แขนเรียวบางที่โอบประคองไว้จึงค่อย ๆ คลายออกหวังจะผลักให้ล้มลงไปบนที่นอนนุ่มเต็มแรง... หากลำแขนแกร่งที่เลื่อนหลุดลงจากไหล่กลับตวัดรัดรอบเอวบางรั้งเอาไว้จนล้มลงไปกองบนเตียงด้วยกันทั้งคู่...
“โธ่...Ryu!!!” Tetsu กระแทกเสียงเรียกชื่ออีกฝ่าย...พลางขยับดันร่างที่ล้มทับมาบนร่างตัวเองออกอย่างโกรธ ๆ...
“ครับผม...เรียกทำไมเหรอ...” แม้จะมีกลิ่นแอลกอฮอล์รวยรินจากลมหายใจ...หากคำพูดที่ออกมากลับชัดเจนต่างกับที่พูดเมื่อก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด...ร่างบางจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง...รู้ทันทีว่าตัวเองโดนหลอก...
“นาย!!...หลอกฉันเหรอ...ถอย..อื้อ..อ..” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึงเมื่อริมฝีปากผ่าวร้อนจู่โจมเข้ามาหยุดคำพูดตนไว้โดยไม่ทันตั้งตัว... ปลายลิ้นอุ่นดุนดันผ่านริมฝีปากบางเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในอย่างไม่สนใจต่ออาการดิ้นรนของเจ้าของร่าง... รสชาติของแอลกอฮอล์ที่ส่งผ่านปลายลิ้นเข้ามาพัวพันชวนให้เคลิบเคลิ้มจนร่างข้างใต้หยุดอาการดิ้นรนและตอบสนองกลับคืนไปอย่างเร่าร้อน...
... การกระทำนั้นยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากแนบสนิททวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเบา ๆ ในลำคออย่างมัวเมากับสัมผัสที่ได้รับ...ก่อนที่แขนเรียวบางจะขยับยกขึ้นโอบรอบคออีกฝ่ายกดรั้งเข้าหาตัวเองอย่างลืมตัว... อารมณ์โกรธเมื่อครู่เลือนหายตรงข้ามกับอารมณ์รักที่กำลังถูกปลุกเร้าจนเลือดในกายเดือดพล่าน...
...เสียงลมหายใจหอบดังออกมาผสานกันเบา ๆ เมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน Tetsu ลืมตาขึ้นมองอย่างรวดเร็วเมื่ออารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงไปเมื่อครู่กำลังถูกรวบรวมกลับมาอีกครั้ง...หากชายหนุ่มก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาคิดนาน...ริมฝีปากได้รูปก็ประทับจูบลงไปอีกครั้ง...ก่อนจะเคลื่อนไปเคล้าเคลียอยู่ที่ผิวแก้ม...ฝากรอยเรื่อยไปซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวเนียน...
“อ่ะ...Ryu...พอ...แล้ว...” เจ้าของร่างบางส่งเสียงร้องห้ามออกมาเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ผิวกายเลื่อนขึ้นไปหยอกเย้ากับปลายยอดอก...มือเรียวบางที่ยกขึ้นยับยั้ง..กลับถูกอีกฝ่ายรวบตรึงไว้กับที่นอน...
“จะเลี่ยงทำไมล่ะ Tetsu...” ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมากระซิบถามที่ข้างหู... เมื่ออีกฝ่ายไม่มีคำตอบให้มือแกร่งก็เริ่มทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างบอบบางอย่างรวดเร็ว
... เจ้าของร่างได้แต่นอนหลับตาแน่นเพราะรู้ดีว่าส่วนลึกในใจของตนก็ไม่เคยปฏิเสธอ้อมกอดของคนตรงหน้าได้สักครั้ง...
“อ้า...อือ...”เสียงครางหวานหูดังออกมาไม่ได้หยุด...เมื่อปลายลิ้นและริมฝีปากของร่างเบื้องบนไล่สัมผัสไปทั่ว... ร่างกระตุกเยือกเมื่อมือแกร่งที่คลึงเคล้นอยู่ต้นขาขาวเคลื่อนเข้าครอบครองส่วนอ่อนไหวเบื้องล่าง...ขยับรุกเร้าอย่างชำนาญ... มือบางจิกขยุ้มเสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายสวมอยู่จนแทบจะขาดติดมือก่อนจะเบือนหน้าหลบไปอีกทางด้วยความอายเมื่อเห็นว่าร่างข้างบนกำลังจ้องมองตนไม่วางตา...
“Tetsu...ช่วยฉันถอดเสื้อหน่อยสิ...” เสียงบอกเบา ๆ ก่อนจะหยุดการเร่งเร้าเบื้องล่างลง... เสียงลมหายใจหอบสะท้านก่อนใบหน้าแดงก่ำจะพลิกกลับมาโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตาอยู่นั่นเอง
... มือบางสั่นระริกคลายออกจากเสื้อที่สาวยึดอยู่เมื่อครู่ก่อนจะเคลื่อนเข้าหาแผงกระดุมเสื้อช้า ๆ หากยังไม่ทันจะเริ่มต้นปลดกระดุม...ก็กลับต้องจับยึดเสื้อเชิ้ตตัวเดิมแน่นอีกครั้ง... เมื่อมือแกร่งเริ่มเคลื่อนไหวกอบกุมบีบเคล้นกล้ามเนื้อนุ่มพร้อมทั้งเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ...
“..อื้อ...อ๊าาา!!” เสียงกรีดร้องพร้อมกับปลดปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่... ชายหนุ่มอมยิ้มพลางโน้มตัวลงจูบกลีบปากบางของร่างที่นอนหายใจหอบอยู่ใต้ร่างของตนอย่างหลงใหล... ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานปลายนิ้วเรียวชุ่มโชกก็เริ่มเลื่อนลงสำรวจช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดอย่างใจเย็น...
“อื้อ...อ่ะ...อ๊า..Ryu...มาเถอะ...เร็ว...” เสียงเร่งเร้าออกมาอย่างลืมตัว...เมื่อชายหนุ่มเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปรุกเร้าจุดหมายภายใน...Ryuichi คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะรีบปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกอย่างรวดเร็ว...ก่อนจะทาบทับกายเปลือยเปล่าลงไปอีกครั้ง... แขนเรียวบางผวาเข้ากอดรัดร่างชายหนุ่มเอาไว้แน่นเมื่อความรุ่มร้อนกำลังแทรกกายเข้ามาแทนที่นิ้วมือเมื่อครู่... ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดเป็นจังหวะยิ่งเย้ายวนให้ชายหนุ่มเผลอตัวเคลื่อนกายเข้าไปจนสุด...
“อึก...ฮ้า..อ๊า...” ร่างบางหอบหายใจจนตัวโยน..ปลายนิ้วเรียวจิกลงไปบนไหล่กว้างเพื่อระบายความคับแน่นเบื้องล่าง...เสียงครางเครือผสานไปกับเสียงลมหายใจจนแยกไม่ออก...เมื่อชายหนุ่มเริ่มต้นขยับกายอย่างหนักหน่วงรุนแรง... เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วร่างเช่นเดียวกับอุณหภูมิภายในกายที่พุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดสุดยอดของอารมณ์...
“อ๊าาา...” เสียงกรีดร้องออกมาเมื่อร่างกายถูกนำพาไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง...สองแขนที่โอบกอดร่างเบื้องบนเลื่อนตกลงข้างกายอย่างอ่อนแรง..ใบหน้าแดงก่ำนอนหลับตานิ่ง...รู้สึกชัดว่าของเหลวบางอย่างกำลังหลั่งเข้ามาในกาย...ตามด้วยน้ำหนักกายของชายหนุ่มที่ทาบทับตามลงมา...สัมผัสเบา ๆ ที่เรียวปากบางพร้อมกับขยับถอนกายออกไปอย่างนุ่มนวลทำให้เจ้าของร่างยกแขนขึ้นโอบกอดร่างเบื้องบนเอาไว้อีกครั้ง...พร้อมกับเปิดเปลือกตาขึ้นมอง...คลี่ยิ้มออกมาเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มต้นพรมจูบเบา ๆ ไปทั่วใบหน้า...
“เจ็บรึเปล่า...เมื่อวานก็ตั้งหลายครั้ง...” เสียงกระซิบถามมาจากริมฝีปากได้รูปที่ซุกไซ้อยู่หลังใบหูเรียกเลือดร้อน ๆ ให้วิ่งขึ้นสู่ผิวหน้าอีกครั้ง...
“ทำแล้วจะถามทำไม...” เสียงบ่นอุบอิบออกมาก่อนจะพลิกกายหนีไปอีกทาง...ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอยมาเข้าหูก่อนร่างกายจะถูกรั้งเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นอีกครั้ง...แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบอยู่กับแผ่นอกกว้าง... ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมชื้นเหงื่อออกพ้นต้นคอขาวเนียนก่อนจะแนบริมฝีปากซุกไซ้ไปทั่วจนร่างบางหลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับรีบหดคอหนี...
“อื๊อ...พอแล้ว..นอนเถอะนะ..ดึกแล้ว...” เสียงบอกทอดยาวพลางคว้าข้อมือแกร่งที่เริ่มปัดป่ายไปทั่วร่างขึ้นมากอดไว้...ชายหนุ่มจึงแกล้งส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะเบียดร่างเข้ากอดรัดแนบแน่น...จูบหนัก ๆ ที่ลาดไหล่เนียนอีกครั้ง...ร่างบางแกล้งนอนนิ่งหากแอบยิ้มอยู่คนเดียวด้วยความสุขล้น...ความสุขและความอ่อนโยนที่ได้รับเกือบทำให้ลืมเลือนเรื่องสำคัญที่จะบอกกับอีกฝ่าย...หากพอนึกขึ้นได้เสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังมาให้ได้ยินเสียแล้ว... Tetsu ค่อย ๆ พลิกกายกลับไปมองเจ้าของอ้อมกอดที่โอบรัดตนอยู่ก่อนจะขยับขึ้นจูบที่ปลายคางแผ่วเบา...
“ราตรีสวัสดิ์...Ryu”
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 83- 83 -
“นี่ J เราขึ้นไปเล่นสกีข้างบนกันเถอะ” ร่างเล็กในชุดสกีสีน้ำเงินเข้มชี้มือไปยังกระเช้าลอยฟ้าที่เป็นพาหนะนำไปสู่ยอดเขาเบื้องบน...เช้าวันแรกของการมาเที่ยวพักผ่อนคือการเล่นสกี... ชายหนุ่มผมทองที่ตอนนี้สวมหมวกไหมพรมปิดบังเส้นผมเอาไว้มองตามไปยังจุดหมายปลายทางที่เจ้าตัวเล็กชี้...ก่อนจะยิ้มกว้างให้อย่างเอ็นดูพลางโอบไหล่พาไปตามที่ Hyde ต้องการ …บนยอดเขาที่พวกเขาขึ้นมามีหิมะตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย...อากาศไม่แจ่มใสเท่าที่ควร...แต่ก็ไม่ถึงขนาดถูกสั่งห้ามเล่น...ทั้ง J และ Hyde ต่างเล่นสโนว์บอร์ดกันอย่างสนุกสนาน...ก่อนที่จะเป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดแรงเล่นซะก่อน... J จึงได้แต่นั่งมองร่างเล็กไถลไปบนหิมะอย่างสนุกสนาน...หลายครั้งที่ Hyde หันมากวักมือเรียกเขาให้เข้าไปร่วมสนุก...แต่ J ก็ต้องส่ายหน้า...ปฏิเสธไปพร้อมรอยยิ้มเพราะเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับร่างกายยังไงชอบกล
...มันเหมือนจะมีไข้....
แต่ก็ไม่อยากให้ Hyde หมดสนุก เพราะต้องมาเป็นห่วงเขา J จึงต้องนั่งหนาวทนรอต่อไป...อีกอย่างเรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้เขาเป็นกังวลอะไรมากมาย...เมื่อก่อนก็เคยนั่งรอหน้าบ้าน Hyde ทั้ง ๆ ที่อากาศก็หนาวมาก...แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไม่สบายหนัก...เพราะฉะนั้นครั้งนี้...เขาจึงไม่ใส่ใจแค่คิดว่าพอกลับถึงบ้านพักได้พักผ่อนสักเล็กน้อยก็คงหาย...
...แต่ระหว่างที่นั่งเหม่อลอยเพราะอาการมึน ๆ ศีรษะ...ร่างเล็กที่ควรไถลเล่นสโนว์บอร์ดอยู่ในสายตาเขากลับหายไป...ชายหนุ่มผมทองชะเง้อมองไปยังกลุ่มคนที่มีขึ้นมาเล่นบนยอดเขาเพียงประปราย...แต่ก็ไม่พบว่ามีเงาร่างคุ้นตาของคนที่กำลังมองหาอยู่ในนั้น... J จึงผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...กึ่งร้อนใจกึ่งหงุดหงิดเล็ก ๆ เขารู้ว่า Hyde เป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่จำเป็นต้องดูแลประคบประหงมมากเป็นเด็ก ๆ ...แต่ที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดก็คือหาก Hyde ย้ายไปเล่นที่อื่นอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะตะโกนบอกเขาให้รับรู้ไม่ใช่หายไปอย่างนี้
...ไม่รู้รึไง ? ว่ามันทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง....
...แต่ก่อนที่จะสาวเท้าออกเดินเพื่อตามหา....พุ่มไม้ข้างกายที่เขานั่งพักเมื่อครู่ก็เกิดอาการสั่นไหว...พร้อม ๆ กับร่างใครบางคนที่โผเข้ามาหาเขาเต็มแรง...
“เฮ้ย !! “ ร้องออกมาอย่างตกใจได้คำเดียว J ก็ต้องล้มกลิ้งลงไปตามแรงกระแทกโดยมีร่างเล็ก ๆ กลิ้งทับไปตามกัน
“5555.... J นายจะไปไหนน่ะ ?” เสียงหัวเราะของคนที่กำลังนอนทับเขาอยู่ด้านบนดังออกมาอย่างสนุกสนาน...ที่ได้แกล้งเขาเล่น เกล็ดหิมะเกาะตามใบหน้าและเสื้อผ้าของคนทั้งคู่จนเปียกปอนไปหมด
“เจ้าเล่ห์นักนะ” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มพลางใช้ปลายนิ้วไล้ปัดเอาเศษหิมะที่ติดอยู่ตามใบหน้าและบนหมวกไหมพรมของอีกฝ่ายออกให้อย่างเบามือ...โดยที่ Hyde เองก็ช่วยทำให้ชายหนุ่มเช่นกัน
“เอาคืน...ที่เมื่อวานนายแกล้งฉันก่อน” Hyde กระตุกยิ้มมุมปากแอบสะใจเล็ก ๆ ที่ได้แกล้งอีกฝ่ายบ้าง...แล้วร่างเล็กบางก็นอนซบลงไปบนอกกว้างทั้งอย่างนั้น... J ยิ้มออกมากับท่าทางออดอ้อนของอีกฝ่าย... มือแกร่งภายใต้ถุงมือหนาที่ช่วยป้องกันความหนาวเย็นลูบแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปมาอย่างอ่อนโยน... ไม่มีหิมะโปรยปรายลงมาเหมือนเมื่อครู่แล้วดวงตาเรียวรีจึงสามารถมองท้องฟ้าสีหม่นเบื้องบนได้อย่างเพลิดเพลิน...
...เสียงร้องเพลงเบา ๆ แว่วมาให้ได้ยินจากร่างเล็ก ๆ บนอก... J นิ่งฟังไปยิ้ม ๆ โดยไม่ขัดคอ... กระทั่งเสียงเพลงเงียบลงใบหน้างามของอีกฝ่ายจึงค่อยผละจากอกอุ่นขึ้นมองชายหนุ่มอีกครั้ง...ดวงตากลมโตเหลียวมองซ้ายมองขวาก่อนจะส่งยิ้มซุกซนให้อีกฝ่าย...
“Chu~~” ริมฝีปากบางจู่โจมลงมาเบา ๆ...ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว...คิ้วเรียวยาวเลิกขึ้นมองนิด ๆ อย่างไม่คาด...ก่อนจะหรี่ตามองยิ้ม ๆ...ร่างข้างบนรีบเมินมองไปทางอื่นพลางทำท่าจะขยับลุกขึ้น...หากลำแขนแกร่งกลับตวัดรัดเอวบางเอาไว้พร้อมกับพลิกกาย...
…ทางลาดลงน้อย ๆ ทำให้ทั้งสองร่างกลิ้งลงม้วนไปกับพื้นหิมะสะอาดอีกหลายตลบ... เสียงหัวเราะสดใสดังลอดมาให้ได้ยินบ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับอย่างเต็มเปี่ยม...ร่างสองร่างกลิ้งม้วนทับกันมาจนมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่พื้นหิมะราบเรียบ...แต่เสียงหัวเราะจาก Hyde ยังดังออกมาไม่ยอมหยุด....
....ไม่เคยคิดเลยว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนจะมีความสุขมากมายขนาดนี้....
เสียงหัวเราะคิกคักดังอยู่ได้ไม่นาน...เมื่อสังเกตเห็นว่า J กำลังจะแนบริมฝีปากลงมาปิดเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วนั่น...Hyde กลับใช้มือข้างหนึ่งปิดริมฝีปากได้รูปเอาไว้ก่อน
“อย่า...เดี๋ยวคนอื่นเห็น...” ร่างเล็กยกมือดันร่างชายหนุ่มที่ทับตนเองออกห่าง...
“แล้วทีเมื่อกี๊ล่ะ....” เสียงเจ้าเล่ห์ถามกลับไปพลางโน้มหน้าลงมาใกล้อย่างไม่ใส่ใจ...ริมฝีปากแตะสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาก่อนจะแยกห่างเพียงเพื่อจ้องมองสบตากัน...ความสุขท่วมท้นอยู่ในแววตาของคนทั้งคู่...ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่งามจะค่อย ๆ พริ้มลงช้า ๆ ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อยเปิดทางให้สัมผัสผ่าวร้อนแนบชิดลงมา...ริมฝีปากและปลายลิ้นอุ่นแทรกผ่านเข้ามาพัวพันอย่างนุ่มนวลทั้งอ่อนหวาน...อบอุ่นและอ่อนโยน
...อบอุ่นจนแทบลืมเลือนความหนาวเย็นที่แผ่คลุมอยู่รอบด้าน...ราวกับความเร่าร้อนในกายชายหนุ่มได้ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...Hyde ตอบสนองปลายลิ้นนั่นกลับไปอย่างเร่าร้อน...สองแขนโอบรอบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ร่างกายที่โอบกอดกันอย่างแนบชิดถึงแม้จะมีเสื้อผ้าตัวหนาขวางกั้นแต่ Hyde ก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาสัมผัสได้...
....ร่างกาย J มันอุ่นจนร้อน....
...ทันทีที่ J ถอนริมฝีปากออก...เปลือกตาบางจึงค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตปรือปรอยจ้องมองสบตากับชายหนุ่มอย่างลุ่มหลงในรสสัมผัส...ผิวแก้มเนียนอมชมพูระเรื่อ...จน J อดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงไปสัมผัสเบา ๆ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างเขินอาย ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่า Hyde น่ารักมากมายเหลือเกิน...
...น่ารักจนอดไม่ได้...ที่จะมอบจุมพิตเร่าร้อนให้อีกสักครั้ง....
... J ปิดเปลือกตาลงค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาช้า ๆ หวังจะลิ้มรสสัมผัสหวานล้ำนั้นอีกครั้ง...แต่แทนที่จะได้สัมผัสกับกลีบปากนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย...ความเย็นยะเยียบของเกล็ดน้ำแข็งกลับสัมผัสเข้าใบหน้าของเขาอย่างจัง...จนทำให้ชายหนุ่มนิ่งค้างอย่างชนิดที่เรียกว่าคาดไม่ถึง...ว่าจะโดนเจ้าตัวเล็กแกล้งทั้ง ๆ ที่กำลังสวีทกันอยู่
“5555....เสร็จฉันล่ะ !! “ เสียงหัวเราะใสอย่างสะใจที่ได้แกล้งชายหนุ่ม...พร้อมกับร่างเล็กที่สะบัดตัวหลุดออกไปจากการทาบทับของอีกฝ่ายได้... Hyde กลิ้งตัวไปตามพื้นหิมะทั้งๆ ที่ยังหัวเราะไม่ยอมหยุด...และเมื่อเห็นว่าห่างพอควรร่างเล็กจึงผุดลุกขึ้นแล้วออกวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว...ปล่อยให้ชายหนุ่มผมทองที่กำลังหัวเสียเพราะโดนแกล้ง...รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไล่หลังตามไปทันที
“ถ้าจับได้ฉันไม่ปล่อยนายแน่ Hyde !! “ J คาดโทษร่างเล็กเอาไว้ทันที...จับได้เมื่อไหร่นายต้องโดนลงโทษให้เข็ด !!
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ บ้าน Ryuichi ~~~
“อย่ากลับเลย Tetsu...ยังไงเย็นนี้นายก็ต้องมาอยู่ดี...” ชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่ปลายเตียงเอ่ยกับร่างบางที่กำลังยืนติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายอยู่ตรงหน้ากระจกเงา... ฝ่ายนั้นหันมามองยิ้ม ๆ ก่อนจะแกล้งถอนหายใจเบา ๆ...
“ก็เพราะตอนเย็นต้องมาอีก...ตอนนี้ถึงต้องกลับไปดูที่บ้านบ้าง...ไม่ได้กลับตั้งสองวันแล้ว...”
“อย่างกับบ้านจะหายไปได้งั้นแหละ...ถ้างั้นฉันไปด้วย...วันนี้ไปนอนบ้านนายก็ได้...” Ryu ว่าพลางทำท่าจะขยับลุกขึ้นยืน...หากอีกฝ่ายกลับเดินเข้ามากดร่างนั้นไว้ให้นั่งลงตามเดิม...
“ฉันต้องไปหลายที่ Ryu...มื้อกลางวันนัดกับคุณยายข้างบ้านไว้ด้วย...อีกอย่างไปนอนบ้านฉันแล้วพวกลูก ๆ นายจะทำยังไง...ไว้เย็น ๆ เจอกันนะ...” พูดจบก็ก้มลงจูบแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ...แต่ตัวคนจูบเองกลับหน้าแดงขึ้นมาซะอย่างนั้น... ทำเอาคนมองอมยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะรีบคว้าข้อมือบางเอาไว้เมื่อเจ้าตัวทำท่าจะผละไปดื้อ ๆ...
“แค่จูบแก้ม...ทิ้งฉันไว้คนเดียวทั้งวัน...” เสียงบ่นพลางออกแรงกระตุกเบา ๆ ให้อีกฝ่ายนั่งลงบนตักก่อนจะชี้ที่ริมฝีปากตนเองโดยไม่ได้พูดอะไร...
...ท่าทางลังเลของอีกฝ่ายยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้น กระทั่งมือแกร่งเริ่มเคลื่อนไหวเข้าไปในชายเสื้อ...ใบหน้าแดงเรื่อของฝ่ายนั้นจึงรีบโน้มลงมาจูบแผ่ว ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะรีบดันตัวออกห่างพลางผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...
“ไปล่ะ...แล้วเจอกัน...” เสียงหัวเราะใสดังออกมาให้ได้ยินเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่เจ้าของร่างจะหายลับออกจากห
้องไป...ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง...ความเงียบที่โอบล้อมอยู่รอบตัวเริ่มทำให้รอยยิ้มที่มีเลือนหายไปทีละน้อย... ....ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน...ความรู้สึกบางอย่างในใจเหมือนได้รับการเติมเต็ม...ไม่คิดถึงอะไร...ไม่คิดถึงใคร...สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ใช่คำตอบที่เขาค้นหามานานรึเปล่า?....
Ryuichi หลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว... อะไรบางอย่างกระตุ้นเตือนตัวเอง เขาไม่ชอบการรอคอย ความคิดที่ไม่ได้รับการจัดระเบียบจะว้าวุ่นและมันน่าเบื่อที่สุดสำหรับคนเช่นเขา...
~~~ Sport club ~~~
“อ้าว...Kawamura-san... ว่างเหรอครับวันนี้...” เสียงต้อนรับดังมาให้ได้ยินตั้งแต่ย่างเท้าผ่านประตูกระจกเข้ามา...รอยยิ้มปรากฏขึ้นบาง ๆ เมื่อผู้จัดการหนุ่มวัยอ่อนกว่าเล็กน้อยเดินตรงเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย... กุญแจล็อคเกอร์ที่ใช้มีเป็นของส่วนตัวถูกนำออกมาให้โดยไม่ต้องเรียกหาก่อนตัวเจ้าของสถานที่จะเป็นผู้เดินนำไปด้านในอย่างรวดเร็ว...
“คุณไม่ได้มานาน...เรามีเครื่องสั่งเข้ามาใหม่เยอะเลยครับ...แล้ววันนี้จะทำอะไรก่อนดีครับ...ว่ายน้ำรึว่า...” เสียงเจรจาออกมาไม่หยุดปากในขณะที่คนฟังเพียงพยักหน้ารับรู้... กระทั่งชายหนุ่มเริ่มต้นจะถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายนั่นแหละอีกฝ่ายจึงยอมเอ่ยปากขอตัวไป...
“เฮ้อ...” เสียงถอนใจออกมาหนักหน่วงบอกไม่ถูกเลยว่าระหว่างต้องอยู่คนเดียวเงียบ ๆ กับการออกมาเผชิญกับเหตุการณ์อย่างเมื่อครู่เขาเบื่ออะไรมากกว่ากัน...
ดวงตาคมภายใต้แว่นกันแดดมองผืนน้ำสีฟ้าสดใสในสระตรงหน้าอย่างเหม่อ ๆ...ร่างสูงภายใต้เสื้อคลุมเอนกายอยู่บนเก้าอี้ยาวที่วางเรียงรายโดยรอบสระ... แม้จะไม่มีแสงแดดเพราะเป็นสระที่อยู่ในร่มหากชายหนุ่มก็ยังคงสวมแว่นปิดบังใบหน้าเอาไว้ด้วยความเคยชิน
...เด็กเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะร่าเริงมาจากสระอีกด้านหนึ่งเรียกให้เจ้าตัวหันไปมองได้มากกว่าสาวสวยในชุดว่ายน้ำที่พยายามเดินเฉียดกรายไปมาเสียอีก... ไม่นานเวลาที่รอคอยก็มาถึงผู้คนในสระเริ่มทยอยกันขึ้นเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน...
Club ที่รับเฉพาะสมาชิกอยู่แล้วจึงแทบจะว่างเปล่าไร้ผู้คนแม้จะยังมีให้เห็นก็บางตาเต็มที...Ryuichi ลุกขึ้นยืนถอดเสื้อคลุมพลางขยับกายเพื่ออบอุ่นร่างกายเบา ๆ...ก่อนจะเดินตรงไปยังสปริงบอร์ดอย่างนึกสนุก...
....ซู่ม....
“เย้...พี่คนนั้นเก่งจัง...แม่ดูสิครับ...” เสียงปรบมือและเสียงใส ๆ ของเด็กดังขึ้นมาต้อนรับทันทีที่ชายหนุ่มโผล่กายขึ้นมาเหนือผิวน้ำใสสะอาด... ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่กำลังนั่งคอยผู้เป็นพ่อและ
แม่เก็บข้องใช้ส่วนตัวอยู่ที่ขอบสระกำลังชี้มือชี้ไม้มาที่เขา.. แว่นกันน้ำที่สวมใส่อยู่ถูกขยับเบา ๆ ด้วยความเคยชินก่อนจะค่อย ๆ ลอยตัวปริ่มผิวน้ำปล่อยความคิดล่องลอยไปอย่างสบายอารมณ์... “แม่ครับ...พี่สาวคนนั้นดำน้ำนานจัง...ตั้งนานแล้วยังไม่เห็นขึ้นมาเลย...” มือเล็ก ๆ ชี้ไปที่กลางสระเรียกสายตาของชายหนุ่มให้มองตามไปอย่างไม่ใส่ใจนักในตอนแรก...ฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาบนผิวน้ำบอกให้รู้ได้ว่าตรงนั้นมีคนอยู่จริง ๆ ชายหนุ่มเพ่งตามองลงไปใต้น้ำก็เห็นชุดว่ายน้ำสีน้ำเงินครามอยู่ลาง ๆ
...ฟองอากาศผุดขึ้นมาอีกกลุ่มใหญ่ก่อนจะเลือนหายไปจนผืนน้ำสีฟ้าใสเรียบสนิท...จากที่ไม่สนใจ...ความกังวลกลับทวีขึ้นเพราะคำนวณจากเวลาที่เขากระโดดลงมา...
...นี่มันนานแค่ไหนแล้วกันแน่!!!...
Ryuichi สูดหายใจเอาอากาศเข้าไปจนเต็มปอดก่อนจะตัดสินใจดำดิ่งลงใต้ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว...ภาพที่เห็นเพียงลาง ๆ กลับชัดเจนขึ้น... ร่างกายบอบบางที่เหมือนกำลังจะจมลึกลงไปในความลึกไม่ต่ำกว่าสามเมตรของสระในขณะที่เป
ลือกตากำลังปิดสนิท... ทันทีที่เข้าถึงตัววงแขนแข็งแกร่งรีบโอบรัดร่างนั้นไว้ก่อนจะทะยานตัวขึ้นสู่ผิวน้ำอ ย่างรวดเร็ว.... “What!!!”
....เพี้ยะ!!!....
แม้จะเผื่อใจไว้แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปอาจเป็นความเข้าใจที่ผิด... หากความชาหนึบบนผิวหน้าที่สะบัดไปตามแรงฝาดจากฝ่ามือเรียวนั้นก็ออกจะเป็นเรื่องเกิน
ความคาดคิดพอสมควร...ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มออกมาพลางใช้ลิ้นดุนริมฝีปากด้านในเบา ๆ ออกจะแปลกใจที่ไม่มีรสเลือดออกมาอย่างที่คิด...ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้ากลับไปมองอีกครั้ง...
... ดวงหน้าเรียวสวยพราวไปด้วยหยดน้ำกำลังจ้องมองมาอย่างไม่พอใจด้วยนัยน์ตาสีประสวยประหลาด...ผิวขาวอมชมพูบ่งบอกถึงเชื้อชาติตะวันตกที่แฝงอยู่ในตัว...ริมฝีปากหยักจมูกโด่งคม...ทุกส่วนที่ประกอบรวมกันตรึงสายตาของชายหนุ่มให้หยุดนิ่ง...แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้จะไม่น่าประทับใจนักก็ตาม...
“Sorry” เปล่าประโยชน์จะอธิบาย...ชายหนุ่มกล่าวออกมาสั้น ๆ ก่อนจะขยับตัวออกว่ายน้ำตรงกลับไปที่ริมสระทันที...อารมณ์สนุกที่คิดว่าจะออกมาหาได้จากภายนอกบ้านจบลงอย่างรวดเร็ว... ของส่วนตัวสองสามชิ้นที่วางทิ้งไว้ริมสระถูกรวบขึ้นมาก่อนจะก้าวเท้าพาตนเองออกไปจากบริเวณสระน้ำนั้นทันที...
“แล้วมาอีกนะครับ...เสียดายจังที่ต้องรีบกลับแบบนี้...”
Ryuichi เงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับพนักงานที่ช่วยถือกระเป๋ามาส่งให้แทนที่จะยิ้มให้ผู้จัดการร่างเตี้ยที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ก่อนจะเอ่ยลาเบา ๆ พลางก้าวผ่านประตูกระจกใสออกไป...
“Hey!!..เอ่อ..ขอโทษค่ะ...คุณ..wait...” คำพูดและสำเนียงปะปนกันวุ่นของสองภาษาที่ดังไล่หลังมาเรียกให้ชายหนุ่มหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง... หญิงสาวในชุดผ้าพลิ้วไหวทั้งเสื้อและกางเกงขากว้างที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้าม
าหา... “...sorry...um..ขอโทษ..เรื่องเมื่อครู่...ที่สระน้ำ..everybody..um...บอกว่าคุณจะช่วย..” สำเนียงแปร่ง ๆ ปะปนกันระหว่างสองภาษาหากเจ้าตัวก็พยายามอย่างยิ่งที่จะพูดออกมา...พร้อมกับอาการค้อมศีรษะให้นั้นทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มออกมาได้ในที่สุด...
“ไม่เป็นไรครับ...คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...” ริมฝีปากได้รูปยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียบสวย...อีกฝ่ายจึงค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ...รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้านั้นดูน่ามองมากยิ่งขึ้นไปอีก...
“หน้าคุณ...เป็นสี...เจ็บมากมั้ยคะ...” มือข้างเดียวกับที่ฝากรอยแดงนั้นไว้เอื้อมมาแตะแผ่วเบา... สีหน้าและแววตาเป็นกังวลทำให้ชายหนุ่มรวบมือข้างนั้นลงมาพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธยิ้มๆ..
“ทำผมผิดหวังนะครับ..นึกว่าจะได้รสเลือด...แต่คุณออกแรงน้อยไปนิด...” คนพูดพยายามเบี่ยงเบนไปเป็นเรื่องตลก...แล้วก็ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...
“Aris ค่ะ...Arisa...แล้วคุณ?...” หญิงสาวแนะนำตัวเองด้วยชื่อที่เป็นได้ทั้งสองภาษาใกล้เคียงกัน..หากชายหนุ่มตรงหน้ากลับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกถาม...ก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป...
“Ryuichi...ครับ...เรียก Ryu ก็ได้...”
“Ryu..” เสียงทวนคำชื่อที่ได้ยินออกมา...ยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มพยักหน้าให้ว่าออกเสียงได้ถูก...ก่อนมือบางจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาดื้อ ๆ จนเจ้าของร่างต้องเลิกคิ้วขึ้นมอง...
“ให้ฉันเลี้ยงกาแฟเป็นการขอโทษนะคะ...ฉันเพิ่งกลับมาญี่ปุ่นไม่ถึงเดือนไม่ค่อยมีเพื่อนที่ไหน..ถ้าไม่รังเกียจ...”
“ได้ครับ...” เสียงตอบแทรกขึ้นทันที...ฝ่ายนั้นยิ้มออกมาได้อีกครั้งก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายไปยัง Coffee shop เล็กที่ทาง Club เปิดไว้ให้บริการเฉพาะสมาชิก...แว่นกันแดดที่เสียบไว้ตรงอกเสื้อจึงถูกนำขึ้นมาสวมใส่อีกครั้ง..
“ชอบใส่แว่นเหรอคะ...” Arisa เอ่ยถามอย่างแปลกใจ...เธอเองก็มีแว่นกันแดดติดตัวเป็นประจำแต่ในตัวอาคารแบบนี้...Ryuichi พยักหน้ารับยิ้ม ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไร...แน่ใจในตอนนั้นเองว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้จักแน่ว่าเขาเป็นใคร...และความรู้สึกนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
...กาแฟหอมกรุ่นสองถ้วยตรงหน้าหมดไปอย่างไม่ทันรู้ตัว...เสียงพูดคุยออกมาเรื่อย ๆ อย่างถูกคอกระทั่งเรื่องที่สนทนาดำเนินมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวแปลกตาแถบชานเมือง...หญิงสาวอธิบายถึงลักษณะและว่าเธอเคยมีโอกาสผ่านไปหากไม่เคยได้ลงไปเที่ยวสักครั้ง...Ryuichi ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...
“ไปกัน...วันนี้ผมพาคุณเที่ยวเอง...คุณขับรถนำไปก่อนเดี๋ยวตามเอง...ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อเยอะนะ...ไปฝากท้องมื้อกลางวันด้วยเลย...”
“เยี่ยมเลยค่ะ...” เสียงหัวเราะใสตอบกลับมาอย่างยินดีราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ...จากนั้นทั้งคู่ก็เดินตามกันออกมาที่ลานจอดรถอีกครั้ง...
“รถคุณจอดตรงไหนคะ...” Arisa เอ่ยถาม...ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นนิด ๆ เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าชี้บอกให้...
“Wow!!...” เสียงอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มยิ้ม ๆ... “เราสองคนคงมีเรื่องใหม่คุยกันอีกแล้ว...”
“หืมม์...” Ryuichi ทำเสียงถามในลำคอ...ก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมาอย่างเข้าใจเมื่อหญิงสาวตรงหน้าชี้มือไปที่รถของเธอ...Lamborghini สีเหลืองสด...ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะเล่นรถแรงขนาดนี้...
“Wow...” Ryuichi อุทานล้อเธอเบา ๆ ก่อนจะตรงไปยังรถของตัวเองหากอีกฝ่ายกลับเดินตามมาขวางหน้าไว้...
“เดี๋ยวค่ะ...จะว่าอะไรมั้ยคะ...ถ้า...” คำพูดหยุดลงแค่นั้นก่อนจะยื่นกุญแจในมือให้ชายหนุ่มตรงหน้า... Ryuichi เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอะไร...
“OK...” กุญแจรถในมือถูกยื่นให้อีกฝ่ายเช่นกัน... แม้แต่ตัวเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ที่ภายในใจไม่มีความเคลือบแคลงหรือระแวงสงสัยเลยสักนิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร...ประกายบางอย่างในดวงตาคู่นั้นสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้อย่างไม่เคยเป็น
...เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน...สำหรับคนโปรดปรานรถแค่ได้ฟังเสียงพวกนี้ adrenaline ในกายก็แทบจะเดือดพล่าน... Ferrari สีแดงสดเคลื่อนตัวออกไปโดยเจ้าของชั่วคราวตามติดด้วย Lamborghini สีเหลืองสดที่ควบคุมโดยชายหนุ่มพุ่งทะยานไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“ J เดี๋ยวแวะซื้อของที่ระลึกในเมืองก่อนนะ...ว่าจะหาอะไรไปฝากเจ้าพวกนั้นซะหน่อย....แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปหาอะไรกินกัน” ร่างเล็กบอกแผนการต่อไปคร่าว ๆ ให้ชายหนุ่มผมทองที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอย่างขะมักเขม้น...หลังจากเพิ่งเลิกจากการเล่นสกี
....เสียเวลาขับรถอยู่เพียงไม่นานก็มาถึงจุดหมายต่อไปที่ต้องการมาเยือน....นั่นคือตัวเมือง Sapporo ...คนทั้งคู่ต่างสวมแว่นกันแดดก่อนลงจากรถ...เพราะถึงที่นี่ไม่ใช่โตเกียว....แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนรู้จักพวกเขา...
“นายเข้าไปก่อนแล้วกัน...เดี๋ยวฉันจะแวะซื้อของแปปนึง” J บอกขณะที่กำลังจะพาเจ้าตัวเล็กเดินเข้าไปในร้านขายของที่ระลึก...Hyde หันกลับมาพยักหน้ารับรู้...ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเพียงลำพัง
....ของฝากของเมือง Sapporo วางเรียงรายกันมากมายอยู่บนชั้นวางของ...ทั้งของกินและของที่ระลึก...Hyde เดินเลือกของ 2-3 อย่างเพื่อจะนำไปฝากเพื่อน ๆ ในวงที่ท่าทางจะไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนไกล ๆ เหมือนพวกเขา....
…แต่ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อสิ่งของเพลิน ๆ จนไม่ได้สังเกตว่ามีร่างใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในร้านขายของที่ระลึกนี้เช่นกัน.... ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองลอดผ่านแว่นกันแดดสีชาของตนเองไปยังร่างเล็กบางที่ยืนเลือกของอยู่ที่ชั้นวาง...สายตาจับจ้องอยู่นานอย่างไม่แน่ใจ จนในที่สุดคน ๆ นั้นจึงตัดสินใจก้าวเดินเข้าไปใกล้ ๆ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของ Hyde ที่ยังคงไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน
“Haido-Chan”
“ห๊ะ !! “ ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวแต่ก็ยังไม่ยอมหันหลังกลับไปมองในทันที...Hyde นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่หากเป็นแฟนเพลงที่จดจำเขาได้...เขาควรหาวิธีปฎิเสธเช่นไร ? หลังจากที่คิดทบทวนอยู่เพียงไม่นานร่างเล็กจึงตัดสินใจหันกลับไปช้า ๆ จนเมื่อดวงตากลมโตสังเกตเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาทัก...ความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาทันที
“Kiyoharu !!” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา...คน ๆ นี้คือเพื่อนสนิทเก่าแก่ของเขา...แต่เพราะพักหลัง ๆ ต่างแยกย้ายกันทำงานจึงทำให้ห่างหายการติดต่อกันไปบ้าง...และเพื่อนของเขาคนนี้ก็เป็นนักร้องนำวง Kuroyume (SADS) ที่มีชื่อเสียง...ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันที่นี่
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน...นายมาทำอะไรที่นี่ !! “ Hyde ร้องถามพลางยิ้มกว้างให้อย่างยินดี
“ก็พอดีมาทำงาน...ทีมงานเลือก location ที่จะถ่าย PV ที่นี่...ว่าแต่นายเหอะมาทำอะไร ?“
“มาเที่ยวน่ะ...แล้วตอนนี้กำลังเลือกของฝากไปฝากพวก Te-Chan” Hyde ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม...การที่ได้มาพบเจอเพื่อนเก่าในสถานที่เช่นนี้หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน...ทำให้มีเรื่องสอบถามและพูดคุยถึงสารทุกข์สุขดิบกันเรื่อยเปื่อย...จนในที่สุดท่าทางว่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ Kiyoharu ที่เข้ามากวักมือเรียกนักร้องนำของตน....การพูดคุยจึงต้องจบลงกะทันหัน
“งั้นฉันไปก่อนนะ....ว่าแต่นายพักอยู่ที่ไหน ? เผื่อเราจะได้เจอกันอีก”
“พักอยู่รีสอร์ท ### บนภูเขาน่ะ...”
...Kiyoharu พยักหน้ารับรู้...ก่อนจะนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้....
“ว่าแต่นายมาเที่ยวคนเดียวเหรอ ? ” คำถามที่ได้ยินทำให้ Hyde อึกอักเล็กน้อย...คนที่รู้เรื่องของเขากับ J ก็มีแค่เพื่อน ๆ ในวงเท่านั้น...
“หรือว่า....” Kiyoharu เริ่มลองเดาอะไรเล่น ๆ จากท่าทีของเพื่อนตัวเล็กของเขา...”มากับแฟน ?”
...คำพูดที่เดาส่งมาเล่น ๆ แต่กลับทำให้ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที...จนแม้แต่คนเดาก็สังเกตได้...
“5555....นายนี่น่ารักจริง ๆ Haido เรื่องแค่นี้ก็ต้องหน้าแดงด้วย” Kiyoharu ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปจับหัวเจ้าตัวเล็กโยกไปมาเบา ๆ แต่สิ่งที่เขาได้รับการยืนยันจากท่าทางของอีกฝ่าย...คือ Hyde มาที่นี่กับคนรักของตนเองแน่นอน...ชั่วแว่บหนึ่งที่รอยยิ้มอย่างสนุกสนานเลือนหายไปจากริมฝีปากของ Kiyoharu
“ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ...ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก...” Kiyoharu กางวงแขนกว้างก่อนจะสวมกอดร่างเล็กบางของ Hyde เอาไว้หลวม ๆ ซึ่ง Hyde เองก็อมยิ้มเล็กน้อยพลางลูบหลังอีกฝ่ายตอบเบา ๆ
“Hyde… ” น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทองที่ปรากฏต่อสายตาของ Hyde ทำให้ร่างเล็กถึงกลับต้องรีบผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนอย่างรวดเร็ว...ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกันและไม่มีอะไรเกินเลย...แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากทำให้ J ไม่สบายใจ
...แต่ท่าทางของ Hyde ที่รีบผละออกห่างทันทีที่ได้ยินเสียง...นั่นกลับทำให้ Kiyoharu แปลกใจ...ชายหนุ่มจึงหันไปมองตามเสียงเรียกที่ได้ยินทางด้านหลัง...ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทอง...ใบหน้าคมเข้มนิ่งเฉย...แต่ Kiyoharu ก็รับรู้ได้ว่าดวงตาเรียวรีที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดสีชากำลังจับจ้องเขาอย่างไม่วางตา....
...ที่สำคัญหน้าตาและรูปร่างแบบนี้...คุ้นตาเขามาก...คน ๆ นี้มีชื่อเสียงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก...
...Onose J มือเบส Luna Sea…
...ทำไม ? ถึงมาทัก Hyde ....
…แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม...ท่าทีของร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เป็นฝ่ายให้คำตอบนั้นแทน...เมื่อ Hyde สาวเท้าเดินไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มผมทอง...ฝ่ามือบางสอดปลายนิ้วประสานกับฝ่ามือที่ตกอยู่ข้างลำตัวของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น....
“Kiyoharu ฉันมากับ J ...เอ่อ....J นี่ Kiyoharu เพื่อนเก่าฉันเอง...นายก็น่าจะรู้จักนักร้องนำวง Kuroyume (SADS) ไง” Hyde ผายมือข้างที่ว่างแนะนำเพื่อนเก่าให้ชายหนุ่มผมทองรู้จัก...
... J พยักหน้ารับรู้...เมื่อพอจะนึกออกแล้วว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่เป็นใคร...ฝ่ามือแกร่งอีกข้างที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตัวหนายื่นออกไปตรงหน้า...พลางเอ่ยคำทักทาย...โดยมืออีกข้างยังคงเกาะกุมมือบางของ Hyde เอาไว้แนบแน่น
“ยินดีที่ได้รู้จัก...“
“เช่นกัน...” ฝ่ามือแกร่งทั้งสองจับสัมผัสกันเพียงไม่นานก็แยกออก...และหลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผมทองอีก...
“ถ...ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ...Kiyoharu...ถ้าโชคดีคงได้เจอกันอีก” Hyde เอ่ยคำลาพลางโบกมือให้พร้อมรอยยิ้มก่อนจะเป็นฝ่ายจูงมือพา J ออกไปด้านนอก...ปล่อยให้ Kiyoharu ยืนมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองไปอย่างเลื่อนลอย...คำถามที่เขาถาม Hyde เมื่อครู่ไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับจะออกมาในรูปแบบนี้
…คนรักของ Hyde คือผู้ชาย....ที่ชื่อ Onose J คนนั้น...
ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อ...แต่ท่าทางสนิทสนมจากการแสดงออกของคนทั้งคู่...ทำให้เดาเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย...และ Hyde ก็ดูจะเอาใจใส่และแคร์ความรู้สึกของคน ๆ นั้นมาก...จนรับรู้ได้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากแค่ไหน ?
“ Hyde ทำไม ?...” เสียงครางเรียกชื่อเพื่อนร่างเล็กอย่างไม่เข้าใจ...ความรู้สึกพลุ่งพล่านในอกเมื่อรู้คำตอบว่า....เวลานี้ Hyde ถูกคนอื่นครอบครองไปเสียแล้ว...
...Kiyoharu เดินออกจากร้านขายของที่ระลึก...ตรงไปยังรถตู้ที่ทีมงานของเขาจอดรออยู่...ชายหนุ่มภายใต้แว่นกันแดดสีชาก้าวขึ้นไปนั่งเงียบ ๆ ภาพในความคิดมีเพียงภาพของ Hyde กับ J ที่เขาได้พบเจอเมื่อครู่....ทุก ๆ สิ่งที่คนทั้งคู่แสดงออกมันวนเวียนอยู่ในมโนสำนึกไม่ว่าจะพยายามสลัดมันออกไปเท่าใดก
็ไม่เป็นผล... ...หากคนที่ Hyde แนะนำให้รู้จักว่าเป็นคนรัก...เป็นผู้หญิง ความสับสนและว้าวุ่นใจคงไม่เกิดขึ้นมากมายปานนี้
“ฉันอยากเปลี่ยนที่พัก” Kiyoharu เอ่ยขึ้นกะทันหันจนทำให้ผู้จัดการและเพื่อนร่วมวงต้องหันมามองอย่างงง ๆ
“แต่เราจองที่พักไว้แล้ว...”
“ยกเลิกซะ...ฉันอยากไปพักที่รีสอร์ท ### บนภูเขา” คำสั่งสั้น ๆ ได้ใจความ...ถึงแม้หลายคนจะยังไม่เข้าใจแต่ก็ต้องยอมทำตามในสิ่งที่ Kiyoharu ต้องการ...ดังนั้นทีมงานทั้งหมดจึงจำเป็นต้องย้ายไปปักหลักที่รีสอร์ทบนภูเขาแทน
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 82- 82 -
“นี่ J “ Hyde เอ่ยปากเรียกชายหนุ่มผมทองที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเอนกายบนโซฟาตัวยาวอย่างสบายอารมณ
์ “หืมม์” เสียงขานรับเบา ๆ โดยที่เจ้าของเสียงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ...
“ J !! “ Hyde เรียกเสียงดังขึ้นพลางขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟาบ้างออกอาการงอนเล็ก ๆ เมื่อสิ่งที่เขากำลังจะพูดไม่ได้รับความสนใจ..หนังสือในมือ J ถูกดึงออกมาก่อนจะแทนที่ด้วยหนังสืออีกเล่มหนึ่ง...คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเวลาในการอ่านหนังสือถูกขัดจังหวะ...แถมยังงง ๆ เมื่อเห็นสิ่งที่ถูกแทนที่
“สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ?” J อ่านชื่อหนังสือที่ Hyde เอามาเปลี่ยนกับหนังสือของเขา... เมื่อเหลือบมองใบหน้าของร่างเล็กดวงตากลมโตเป็นประกายเปี่ยมด้วยความหวังและกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
“อะไร ?”
“นายลืมเหรอ ?!! “ เสียงแข็งแฝงแววไม่พอใจเต็มเปี่ยมก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นอย่างโมโห Hyde เดินเลี่ยงไปหยุดยืนอยู่ริมหน้าต่างใบหน้างามบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์...J ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย...เขารู้ว่าสิ่งที่ Hyde หมายถึงคืออะไร ? แต่เพราะว่าหลังจากกลับมาวันนั้นเขาก็ยังคงมีงานยุ่งตลอด...ผลัดวันประกันพรุ่งจนเกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้ทำตามสัญญา...แต่เพราะระหว่างนั้น Hyde เองก็งานยุ่งไม่แพ้กัน...ดังนั้นคำสัญญาจึงถูกละเลยมาตลอดจนถึงตอนนี้
...ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดรอบเอวบางเอาไว้หลวม ๆ เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้ Hyde มีเวลาพักจากงานช่วงหนึ่งก่อนเริ่มการโปรโมทอัลบั้ม...เจ้าตัวเล็กเลยเริ่มทวงสัญญาจากเขา
“ไม่เอาน่า Hyde นายโมโหเรื่องอะไรอีก ?” J ยังคงแกล้งลืมสัญญาแถมทำท่าไม่เข้าใจว่า Hyde โกรธเรื่องอะไร ?
“ช่างเถอะ !! ก็ในเมื่อนายลืมมันไปแล้ว !! “เจ้าตัวเล็กสะบัดตัวออกไปจากอ้อมกอด ท่าทางยังคงฉุนเฉียวไม่หาย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่ตนเองจะเอ่ยปากทวงสัญญาในเมื่อเจ้าของคำสัญญาลืมเลือนมันไปหมดแล้ว
“ไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไง ?”
“คำพูดตัวเองยังลืมได้....ฉันพูดอะไรไปเดี๋ยวนายก็ลืมมันอีก..ขี้เกียจพูด !! “ Hyde กระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด...ริมฝีปากถูกกัดจนช้ำก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น...พยายามอย่างมากที่จะสะกดกลั้นอารมณ์เพราะไม่อยากต้องมาทะเลาะกันอีก....
...ก็เพราะ J ทำเหมือนมันไม่สำคัญถึงได้ลืมเลือนมันได้ง่ายดายแบบนี้....ทั้ง ๆ ที่เขาจดจำมันได้ดีและเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด...การที่ J ลืมมันทำให้เขารู้สึกน้อยใจ....
...Hyde ยังคงยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหงุดหงิด....ฝ่ามือบางบีบต้นแขนตนเองแรงขึ้นเพื่อสงบสติอารมณ์...และยิ่งได้รับรู้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังว่ากำลังเดินห่างออกไป...ไม่ยอมเข้ามาง้อทั้ง ๆ ที่เป็นความผิดของ J เองที่จำสัญญาไม่ได้...ยิ่งทำให้แรงบีบของฝ่ามือแรงขึ้น....เกร็งจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“นี่...” J สะกิดไหล่ร่างเล็กเบา ๆ แต่สิ่งที่ได้รับคือการขยับตัวหนีห่างออกไป...ทั้งไม่ยอมพูดและไม่ยอมหันมามองหน้า...จนชายหนุ่มผมทองต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับความเจ้าแง่แสนงอนของเจ้าตัวเล็ก
“นี่....ฉันให้” J ขยับเดินตามเข้าไปใกล้พลางยื่นบางสิ่งไปตรงหน้า Hyde แต่เจ้าตัวก็ยังเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองสิ่งที่อยู่ในมือชายหนุ่ม...แต่ J ก็ยังไม่ละความพยายาม...ยื่นเจ้าสิ่งนั้นตามติดไปทุกครั้งที่ร่างเล็กเบือนหน้าหนี.... ดวงตากลมโตแอบเหล่มองเล็กน้อยด้วยความรำคาญก่อนจะเปลี่ยนเป็นหันกลับมาตั้งใจมองสิ่ง
ที่อยู่ในมือชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา ...ตั๋วเครื่องบินไป –กลับ ฮอกไกโด...
Hyde รีบหันกลับมามองหน้า J อย่างรวดเร็ว...ก่อนจะได้เห็นรอยยิ้มทะเล้น ๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย....ร่างเล็กจึงรู้ตัวว่ากำลังโดนแกล้งให้โกรธและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ J ไม่ได้ลืมสัญญา...
“ไปแอบจองไว้ตอนไหน ?” Hyde รับตั๋วมาจากมือชายหนุ่มช้า ๆ ใบหน้างามแอบมีรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเก็บซ่อนเอาไว้ไม่มิด
“ก็ตอนที่รู้ว่างานนายเริ่มน้อยลง....” J โอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอกช้า ๆ ลูบเส้นผมนุ่มเบา ๆ ปลอบประโลมให้หายโกรธ...แต่ท่าทาง Hyde จะหายงอนตั้งแต่เห็นตั๋วและรู้ว่า J จำได้...ดวงตากลมโตจับจ้องมองตั๋วในมืออย่างตั้งใจ...โดยไม่ได้สนใจว่า J ตั้งใจจะง้อมากแค่ไหน
“พรุ่งนี้เหรอ ?” Hyde ร้องถามขึ้นมาทันทีที่เห็นวันที่ออกเดินทางที่อยู่บนตั๋ว
“อืม...เราจะได้ไปเที่ยวกันตามลำพังแล้วนะดีใจมั้ย?” ชายหนุ่มทำท่าจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น...
“งั้นเดี๋ยวฉันต้องรีบไปเก็บของก่อน !! “ ร่างเล็กร้องบอกอย่างตกใจก่อนจะสะบัดตัวหลุดออกมาจากอ้อมกอดพร้อมกับวิ่งหายไปจัดการเก็บกระเป๋าตามที่เจ้าตัวบอกอย่างรวดเร็ว...ปล่อยให้ J ยืนค้างอ้อมกอดที่กำลังจะโอบรัดแน่นขึ้นอยู่อย่างนั้น....เพราะท่าทางการไปเที่ยวจะได้รับความสนใจมากกว่าเขาที่อยู่ตรงนี้ไปเสียแล้ว....
<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูฯ LUNA ~~~
“Ino!!...จะกลับแล้วเหรอ...”
“อืม...” Inoran หันกลับไปตอบรับเบา ๆ... พลางหยุดยืนรอหลังจากเห็นแล้วว่าเจ้าของเสียงที่ตะโกนถามไล่หลังมาไม่ใช่ใครหากเป็นนักร้องนำของวงเพื่อนคนหนึ่งของตนนั่นเอง...
“นายล่ะ?...” เสียงถามกลับไปสั้น ๆ ระหว่างเดินตรงไปยังลานจอดรถด้วยกัน....
“คงยัง...จริงสิ...นายกับ Ken ไม่ไปไหนเหรอว่างตั้งหลายวัน...” Ryuichi ชวนเพื่อนคุยเพราะหลังจากยุ่ง ๆ มาพักใหญ่เพิ่งจะมีอาทิตย์นี้ที่มีวันว่าง... และไม่ต้องบอกก็คงรู้กันดีว่าคู่ที่มีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนก่อนใครก็เห็นจะไม่พ้น J กับ Hyde...
“คงไม่...นอนอยู่ที่ห้องก็สบายดีอยู่แล้ว...” Ino ตอบเมื่อเดินกันมาถึงรถของตนพอดี...หลังโบกมือลากันเรียบร้อย Ryuichi ก็เดินเลยไปยังรถเฟอรารี่สีแดงของตนเองที่จอดอยู่อีกไม่ไกลนัก ใบหน้าขรึม ๆ ที่มองตามแผ่นหลังนั้นไปจึงเริ่มคลี่ยิ้มออกมานิด ๆ เพราะคำถามของเพื่อนไปเตือนความทรงจำให้คิดถึงใครคนหนึ่งที่มาอ้อนถามคำถามนี้กับเขา
มาเมื่อเช้า... .....ติ๊ด ๆๆ...ติ๊ด ๆๆ...
“Moshi Moshi”
“Ino...ออกมารึยัง...ถึงไหนแล้ว...” เสียงคุ้นหูดังมาเหมือนคนพูดกำลังตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างจนคนฟังอดยิ้มออกมาไม่ได้
“อยู่บนรถแล้ว...กำลังจะกลับ...”
“เดี๋ยว ๆ...อย่าเพิ่งกลับนะ...” Ken รีบบอกรัวเร็ว... “เพื่อนมันโทรมาเมื่อเช้า...จะเปิดร้านใหม่ที่โรงแรม ## เลยว่าจะแวะเอาของขวัญไปให้...ไม่อยู่ในงานหรอก...เราไปกินข้าวเย็นต่อกันเลย...ไปด้วยกันนะ Ino” เสียงพูดวางแผนโน้มน้าวยืดยาวไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวคงคิดมาถ้วนถี่แล้วแน่ ๆ ที่จะไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้...
“อืม...ครึ่งชั่วโมงเจอกัน...”
“ค๊าบ...ขับรถดี ๆ นะ...” เสียงบอกอย่างห่วงใยก่อนจะพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้อีกหลายคำกว่าจะยอมวางหูลงได้... มือบางค่อย ๆ วางมือถือลงบนเบาะที่นั่งข้างตัวก่อนจะมองเลยไปทางที่รถเพื่อนจอดอยู่เมื่อครู่ก็เห็นเพียงความว่างเปล่า... เฟอรารี่สีน้ำเงินคันงามจึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวมุ่งไปยังที่โรงแรมที่หมาย... ที่ตั้งของโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากทางที่มากจากสตูฯของ LUNA มากนักดังนั้นใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีดี รถคันงามก็เริ่มเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถเป็นที่เรียบร้อย...
…แว่นกันแดดที่เตรียมไว้ติดตัวเป็นประจำถูกหยิบขึ้นมาสวมเพื่อหลบเลี่ยงใบหน้าจากสายตาของผู้พบเห็น...แม้จะเห็นแล้วว่าที่นี่ดูเงียบสงบและออกจะเป็นส่วนตัวพอสมควรก็ตาม... ดวงตากลมใสมองซ้ายคว้าสำรวจของที่ต้องเอาติดตัวไปอีกครั้งพลางคว้าเสื้อโค้ทตัวสั้นมาสวมทับอีกชั้นก่อนจะก้าวลงจากรถ หากยังไม่มันจะก้าวพ้นลานจอดรถสายตาทั้งคู่ก็ไปสะดุดเข้ากับเฟอรารี่สีแดงเข้าเสียก่อน...
“Ryu...” เสียงพูดกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าฝ่ายนั้นคงจะมีนัดกับใครไว้ตามเคย...ร่างบางจึงก้าวเท้าผ่านรถคันงามมุ่งตรงไปยัง coffee shop เล็ก ๆ ภายในที่นัดกันเอาไว้โดยไม่ได้ติดใจอะไรอีก...
“ขอบคุณครับ...” เสียงบอกเบา ๆ เมื่อกาแฟหอมกรุ่นถูกวางลงตรงหน้า... Inoran กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวอย่างชื่นชอบในบรรยากาศเงียบสงบและการตกแต่งภายใน... ที่นั่งที่เลือกออกจะอยู่ในมุมส่วนตัวเพื่อไม่ให้เป็นทีสังเกตเจ้าของร่างจึงปล่อยความคิดล่องลอยไปกับความสวยงามของสวยญี่ปุ่นเล็ก ๆ ภายนอกอย่างเพลิดเพลิน...
“Tetsu...”
เสียงเรียกคุ้นหูจากด้านหลังทำให้ร่างบางที่กำลังเพลินอยู่ต้องเหลียวไปมอง...ดวงตากลมโตเบิกมองภาพที่เห็นจากระยะไม่ไกลนักด้วยอาการของคนไม่เชื่อสายตา...
...คงไม่แปลกหากเขาจะเห็น Ryuichi... ไม่แปลกถ้าเขาจะเห็นว่าเจ้าของชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นคนเดียวกับ Tetsu หัวหน้าวง L’Arc...ถ้าเพียงแต่คนคู่นั้นไม่ได้อยู่ด้วยกัน...
“รอนานรึเปล่า...” Tetsu เอ่ยถามชายหนุ่มผมดำที่รออยู่...กำลังจะทรุดตัวลงนั่งเพราะเหนื่อยจากการรีบเร่งมา หากอีกฝ่ายกลับวางเงินค่าเครื่องดื่มลงบนโต๊ะพร้อมกับลุกขึ้นยืนคว้ามือเรียวขึ้นไปจูบเสียเฉย ๆ ทำเอาดวงตากลมภายใต้แว่นกันแดดสีชาต้องรีบมองไปรอบ ๆ ตัวเพราะเกรงว่าจะมีใครเห็นเข้า...
“ไม่นานหรอก...มาถึงเมื่อกี๊เอง...” เสียงกลั้วหัวเราะตอบไปอย่างอารมณ์ดีทั้งที่เพิ่งโดนอีกฝ่ายสะบัดมือออกอย่างโกรธ ๆ จากการกระทำเมื่อครู่...
“แล้วนัดมาที่นี่ทำไม...”
“ไปคุยที่ห้องดีกว่า...นะ..” เสียงบอกก่อนจะรวบข้อมือบางเดินออกไปด้วยกันทันทีทิ้งให้ใครคนหนึ่งที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่ตลอดต้องมองตามไปอย่างพูดอะไรไม่ออก...
.....ที่ร้านอาหาร.....
“Ino...เป็นอะไรรึเปล่า...ไม่เห็นกินอะไรเลย...คิดอะไรอยู่...” เสียงถามอย่างห่วงใยจากคนตรงหน้าพร้อมกับสัมผัสที่แนบลงมาบนหลังมืออย่างอ่อนโยนทำให้เจ้าของร่างดึงตัวเองให้กลับมาสนใจกับอาหารบนโต๊ะได้อีกครั้ง
“เปล่า...ไม่มีอะไร...” มือเรียวพลิกขึ้นบีบมือที่วางทาบอยู่เบา ๆ ที่นั่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวกับแสงน้อยที่ค่อนข้างน้อยของการตกแต่งร้านทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเห็น...
“อร่อยรึเปล่า...ลองดูเมนูอื่นมั้ย...”
“พอแล้วล่ะ...” Ino รีบปฏิเสธ...ก่อนจะเริ่มต้นจัดการกับอาหารตรงหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ... เสียงชวนพูดคุยไปอีกพักใหญ่กระทั่งของหวานหลังอาหารมาพร้อมอยู่บนโต๊ะร่างบางจึงเอ่ยถามบางอย่างออกมา...
“อืม...พักก่อนนายว่า Tetsu ซึม ๆ ไป...ตอนนี้เป็นเขาเป็นยังไงบ้าง...”
“ก็...ไม่มีอะไรแล้วนะ....คงเครียด ๆ สองสามอาทิตย์มานี่ก็ดูไม่ซึมแล้ว...กลับมาบ่นเก่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ...” Ken ได้ช่องกัดหัวหน้าวงเพื่อนสนิทตัวเองซะอย่างนั้น... Inoran ได้แต่พยักหน้ารับรู้เบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกครั้งเมื่อฝ่ายนั้นเตือนให้ทานมาก ๆ
....Ryu กับ Tetsu...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
....ติ๊ด ๆๆ...ติ๊ดๆๆ...
Ryuichi ลืมตาขึ้นมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความง่วงงุน... ก่อนจะเริ่มขยับควานหาต้นตอของเสียงนั้น...ร่างในอ้อมแขนที่ซุกซบอยู่นิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะพลิกกายหนีเสียงนั้นไปอีกทาง ชายหนุ่มยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะรีบขยับกายขึ้นพิงหัวเตียงพลางเอื้อมคว้าโทรศัพท์มากดรับอย่างรวดเร็ว...
“moshi moshi”
“Ryu...ฉันเอง Ino”
“หืมม์...Ino” เสียงทวนคำอย่างงุนงงก่อนจะรีบคว้านาฬิกาข้อมือของตนที่ถอดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู...
“6 โมงเช้า...ฉันตาฝาดหรือว่าหูฝาดกันแน่ที่ได้ยินเสียงนายแต่เช้าแบบนี้...” Ryu พูดแซวเพื่อนกลับไปอย่างงง ๆ ดวงตาคมทอดมองไปยังร่างบอบบางที่นอนตะแคงหันหลังให้อีกครั้ง...มือแกร่งไล้ลงไปเบา ๆ บนต้นแขนเปล่าเปลือยที่พ้นจากผ้าห่มออกมา... สัมผัสนุ่มเนียนเย้ายวนจนต้องแนบจูบลงไปอีกครั้งทั้งที่เพิ่งห่างจากผิวเนื้อเนียนนั้นมาไม่ถึงครึ่งนาที...
“ขอคุยได้รึเปล่า?...” Ino ถามกลับไปพร้อมกับค่อย ๆ ขยับกายออกจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างตัวเองอยู่...ใบหน้ายามหลับเหมือนกำลังอมยิ้มน้อย ๆ มือบางแตะลงที่แก้มของฝ่ายนั้นเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมเดินออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบกริบ...
“ได้สิ...มีอะไรเหรอ?...”
“เมื่อเย็น...ฉันไปที่โรงแรม ### “ Ino เริ่มเรื่องอย่างยากลำบาก...ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาภายในห้องรับแขก...
“ฉันเห็นนาย...กับ Tetsu”
Ryuichi นิ่งไปเล็กน้อย...ไม่ใช่เพราะตกใจ...หากยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคิดยังไงกับเรื่องนี้...
“ใช่...ฉันกับ Tetsu ไปที่นั่น...แล้วตอนนี้เราก็ยังอยู่ด้วยกัน...”
“Ryu...” Ino ครางเรียกชื่อเพื่อนออกมาอย่างหนักใจ... “นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร...แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน...คราว J ก็ทีแล้ว...กว่าเรื่องจะจบ...แล้วเรื่องของนาย...ฉันพูดตรง ๆ ถ้าไม่คิดจริงจังอย่ายุ่งกับเขา...”
“แล้วสมมติว่าฉันเกิดคิดจริงจังล่ะ...นาย...จะว่ายังไง ?...”
“คำตอบไม่ได้อยู่ที่ฉัน...มันอยู่ที่นายต่างหากว่าจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ เพราะหลายครั้งที่นายเคยคิดจะจริงจังแต่สุดท้าย...นายก็ยังเป็นนายมาจนทุกวันนี้...ไม่มีอะไรเปลี่ยน....Ryu ถ้าจะเล่น ๆ ฉันขอล่ะ...ความสัมพันธ์ของพวกเรากับพวกเขามันไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมวงการอีกต่อไปแล้ว...นายอย่าทำให้กลายเป็นเรื่องที่มองหน้ากันไม่ติดจะดีกว่า คน ๆ นั้นไม่เหมาะจะเป็นหมากในเกมของนาย.....หวังว่านายคงเข้าใจ.....บาย...”
Ryuichi วางโทรศัพท์กลับลงที่เดิมอีกครั้ง...คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหนักใจ....คำพูดที่บอกไปแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
...คิดจะจริงจัง....
มันมาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ หรือเพียงแค่อารมณ์นึกสนุกเท่านั้น….คำสัญญาที่เคยให้ไว้เขาจะรักษามันได้นานแค่ไหนกัน ?...
...ชายหนุ่มไล้มือลงบนผิวกายนุ่มเนียนข้างกายอย่างเบามือ...ก่อนจะขยับกายลงนอนเคียงข้าง...ลำแขนแกร่งโอบรอบเอวบางรั้งเข้ามาแนบชิด...ริมฝีปากได้รูปจุมพิตลงไปบนเนินไหล่ขาวสะอาด...
...ร่างในอ้อมแขนขยับกายน้อย ๆ ก่อนมือบางจะวางทาบลงบนท่อนแขนแข็งแกร่งดึงให้โอบรัดตนเองแน่นขึ้นอีก...
“Ryu...u”
…เสียงเรียกชื่อของตนที่ได้ยินจากปากอีกฝ่าย...กลับยิ่งทำให้ความคิดสับสนภายในจิตใจก่อเกิดมากมายขึ้นทุกที...คำถามผุดขึ้นมาในความคิดอย่างเลื่อนลอย...
...คนอย่างเขาพร้อมที่จะจริงจังกับใครรึยัง ?...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
....สนามบิน Chitose เมือง Sapporo….
...ทันทีที่ลงจากเครื่องและจัดการกับสัมภาระทุกอย่างเรียบร้อย... รถเช่าถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการท่องเที่ยวของพวกเขาครั้งนี้เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว... สถานที่พักเป็นรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งที่มักใช้ต้อนรับบรรดาผู้มีชื่อเสียงดังนั้นมันจึงมีความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษตรงตามที่ทั้งคู่ต้องการ...
…บ้านพักแต่ละหลังถูกแยกออกห่างจากกันอย่างเป็นสัดส่วน...มองจากภายนอกทำจากท่อนซุงขนาดใหญ่มัดรวมกัน....มีออนเซ็นกลางแจ้งเล็ก ๆ เป็นของตัวเองไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร และภายในบ้านพักยังถูกตกแต่งอย่างมีสไตล์... มีส่วนห้องนั่งเล่นที่มีเตาผิงไฟให้ความอบอุ่นและส่วนของห้องนอนแยกเป็นอีกห้องหนึ่ง
....แถมด้วยส่วนของพื้นที่ทำครัวอีกเล็กน้อย
...Hyde ทิ้งกายลงนั่งบนโซฟาหน้าเตาผิงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้านิดหน่อยกับการเดินทาง...แต่เพียงแค่คิดว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งนี้...ความสุขก็เข้ามาแทนที่จนแทบทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
... ชายหนุ่มผมทองเดินออกมาจากห้องนอนหลังจากที่ขนสัมภาระทุกอย่างเข้าไปเก็บเรียบร้อยแล้ว...รอยยิ้มขำ ๆ ปรากฏขึ้นทันทีที่สังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กกำลังง่วนอยู่กับการทดลองจุดเตาผิงไฟสไตล์ฝรั่งที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
“เปิดฮีตเตอร์เอาก็ได้...จะลำบากจุดเตาผิงทำไม ?” J เอ่ยถามขณะที่ทรุดลงนั่งเคียงข้าง...มือหนึ่งก็แย่งเอาไม้ขีดไฟในมือ Hyde มาซะดื้อ ๆ เพราะส่วนใหญ่เตาผิงก็เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับเท่านั้น...ถึงแม้มันจะใช้งานได้จริงก็ตาม...
“ก็ฉันอยากจุด...โรแมนติคดีออก...เอาไม้ขีดมานี่นะ !! “ Hyde ยังคงดื้อรั้นแถมยังฉวยแย่งไม้ขีดไฟกลับไปได้ทันที... J เลยต้องปล่อยให้ร่างเล็กสนุกอยู่กับการจุดเตาผิง...ก่อนที่ตัวเองจะเดินมานั่งพักที่โซฟาเงียบ ๆ
...เสียงเปลวไฟเผาไหม้กับไม้ฟืนดังขึ้นเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าการจุดเตาผิงของ Hyde เป็นผลสำเร็จเรียบร้อยดีแล้ว...ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนรอยยิ้มแห่งความภูมิใจปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบางเล็กน้อย...พลางหลับตาสูดเอากลิ่นควันจาง ๆ ของไฟที่กำลังเผาไหม้เนื้อไม้...มันช่างเข้ากับบรรยากาศการตกแต่งบ้านพักหลังนี้เหลือเกิน...
…Hyde หลับตาดื่มด่ำกับบรรยากาศเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกถึงสายตาคมที่กำลังจ้องมองมาทางตนเอง...ร่างเล็กเหล่มองคนที่นั่งจ้องหน้าเขาเขม็งนิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่... ก่อนจะแสร้งเชิดหน้าขึ้นทำท่าเหมือนไม่สนใจสายตาที่กำลังจ้องมองมาพลางสาวเท้าเดินเฉียดผ่านหน้าชายหนุ่มตั้งใจจะไปจัดข้าวของในห้องนอนบ้าง....
...แต่พอ Hyde กำลังจะเดินพ้นไปอุ้งมือแกร่งก็ฉวยจับข้อมือบางเอาไว้แนบแน่น... พร้อมกับฉุดรั้งให้ล้มตัวนอนลงบนโซฟาโดยมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทาบทับอยู่เบื้องบน...
“เดี๋ยวนี้....ดื้อนักนะ....พูดอะไรไม่ยอมฟัง...” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากสองมือยังคงบีบข้อมือบางของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น...เมื่อ Hyde เริ่มดิ้นรนพลางบิดข้อมือหมายจะให้หลุดจากการจับกุมของเขาไม่ยอมหยุด
“ปล่อยนะ !! ฉันไม่ได้ดื้อสักหน่อย...”
“ยังจะเถียงอีก...นายตอนนี้น่ะทั้งดื้อ...ทั้งเอาแต่ใจ...แถมยังขี้ใจน้อยอีกต่างหาก” คำพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างมีชัยเหนือกว่าของชายหนุ่มผมทอง ยิ่งทำให้ร่างข้างใต้ดื้อรั้นจะเอาชนะ Hyde ออกแรงบิดข้อมือและขืนตัวออกห่างมากขึ้น...ดวงตากลมโตถลึงจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่พอใจเมื่อตนเองฝืนสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้...เพราะโดน J กดล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนา
“ลืมไปแล้วเหรอ ? ว่านายต้องฟังคำสั่งของฉันเท่านั้น....เวลาที่ฉันพูดอะไร...นายทำได้อย่างเดียวคือตอบรับและทำตามที่ฉันบอก...ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน !! “ เสียงแข็งเข้มในประโยคสุดท้ายพร้อมกับอุ้งมือแกร่งกดตรึงข้อมือบางติดกับพื้นโซฟาเอาไว้อย่างแน่นหนา...รอยยิ้มเยาะมุมปากพร้อมกับดวงตาที่แฝงแววดุดัน....ทำให้ร่างเล็กคิดไปถึงความทรงจำเมื่อครั้งเก่าก่อน...และตอนนั้นเขาก็กลัวแววตาและท่าทางแบบนี้ของ J
...เขากลัวมันจากส่วนลึกของหัวใจ....กลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...
...แต่เวลานี้มันกลับต่างกัน....เขาไม่ได้อยู่กับ J เพราะโดนบังคับ....และ J ก็ไม่ได้อยู่กับเขาเพราะต้องการแก้แค้นอีกต่อไปแล้ว....สิ่งที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพวกเขาต่างเปลี่ยนไป...
...เปลี่ยนเป็นอยู่ด้วยกันและเชื่อมโยงกันด้วยหัวใจ....
“กล้าขู่ฉันเหรอ !! นายนั่นแหละที่จะหาว่าไม่เตือน...ถ้าไม่รีบปล่อย...เราจะได้เห็นดีกัน !! “ ร่างเล็กยังคงตะเบ็งเสียงเถียงกลับไปดังลั่น...แถมยังออกแรงดิ้นปัด ๆ ไม่ยอมหยุดอีก
“นายจะทำอะไรได้ ?!! “ J ย้อนถามไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“ก็ปล่อยก่อนสิ !! “
“ไม่ปล่อย !! ฉันจะลงโทษนาย...ที่กล้าขัดคำสั่งฉัน !!”
“นายจะทำอะ...ไ... ?!!! …..อึ๊ !! “ เสียงตะคอกถามยังไม่ทันได้หลุดออกมาหมด...ริมฝีปากผ่าวร้อนของชายหนุ่มก็จัดการลงโทษริมฝีปากบางที่ส่งเสียงเถียงเขาแจ๋ว ๆ เมื่อครู่ซะสนิท...ปลายลิ้นอุ่นซอกซอนเข้าไปกวาดชิมอย่างเร่าร้อน...จนเมื่อรู้สึกว่าปลายลิ้นอีกฝ่ายเริ่มเข้ามาพัวพันตอบสนอง...
...J จึงยิ่งแนบริมฝีปากบดขยี้ลงไปให้เร่าร้อนรุนแรงมากกว่าเดิม....ความหอมหวานจากริมฝีปากของ Hyde ไม่เคยจางหายไป...และเขาก็ชอบที่จะลิ้มรสมันอย่างไม่รู้เบื่อ....ริมฝีปากแนบสนิทอยู่เนิ่นนาน...ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกช้า ๆ อย่างนึกเสียดาย
...ทันทีที่ริมฝีปากแยกออกจากกัน...เสียงหัวเราะจากคนทั้งคู่ก็แว่วมาให้ได้ยินทันที...สถานการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นกันเท่านั้นและ Hyde ก็รับรู้มันได้ตั้งแต่ต้น.....จึงไม่รู้สึกโกรธเคือง J แม้แต่น้อย
…ชายหนุ่มผละลุกขึ้นจากการทาบทับร่างเล็ก...พร้อมกับขยับเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยมีร่างเล็กบางตามเข้ามาเอนซบอยู่ในอ้อมกอด วงแขนแกร่งโอบกอดร่างบอบบางเอาไว้แนบแน่น...
....ความสุขที่ได้รับในเวลานี้….มันมากมายเหลือเกิน...มากจนกลัวว่าวันหนึ่งหากความสุขนี้จางหายไป...เขาจะทนรับมันได้รึเปล่า ?...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 81- 81 -
“เมี๊ยว...เมี๊ยว~~~”
เปลือกตาบางที่เพิ่งจะปิดสนิทลงไปได้ไม่นานกลับต้องเปิดขึ้นอีกครั้งเพราะเสียงร้องเรียกของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ จากอีกด้านหนึ่งของประตู... Inoran สะบัดผ้าห่มออกจากตัวอย่างงัวเงีย...ร่างบางในชุดนอนผ้าสำลีเนื้อนุ่มเพ่งตามองนาฬิกาเรือนเล็กข้างเตียง...เกือบ 4 นาฬิกาของวันใหม่แล้ว...
‘ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...จะรอจนกว่านายจะยอมออกมา...จะรอจนกว่านายจะหายโกรธ...’ คำพูดที่ได้ฟังเมื่อกว่าชั่วโมงก่อนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง...เมื่อเจ้าของห้องร่างบางจรดฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ
...ยอมเปิดเพราะแมวมันร้องเรียกต่างหาก....
เสียงบอกกับตัวเองในใจก่อนจะค่อย ๆ เปิดบานประตูที่ปิดสนิทออก...นัยน์ตากลมโตเบิกมองภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาก่อนจะส่ายหัวไปมายิ้ม ๆ จ้องมองเจ้าเหมียวตัวยุ่งที่กำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากอ้อมกอดของใครคนห
นึ่งที่นั่งเอนกายพิงหลับอยู่กับผนังทางเดินแคบ ๆ ตรงปากประตูห้อง... “Ken...Ken ปล่อย...” Inoran ส่งเสียงเรียกพลางย่อตัวลงพยายามจะดึงร่างของเจ้าแมวออกมาจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย...เจ้าเหมียวอีกตัวที่เดินวนเวียนอยู่ห่าง ๆ จึงรีบเดินเข้ามาเมียงมองเจ้านายทั้งสองของพวกมันอย่างสนใจ...
“อือ...อ้าว...Ino!!” Ken ร้องเรียกเสียงลั่นออกมาด้วยความยินดี... สองแขนรีบคลายออกจากร่างเจ้าเหมียวโดยอัตโนมัติเพื่อให้อีกฝ่ายดึงตัวเอาไปได้อย่างที่ต้องการ...และทันทีที่ร่างบางตรงหน้าขยับลุกขึ้นยืนอีกครั้ง...ชายหนุ่มก็รีบขยับลุกตามพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้อย่างเอาใจ...
“หายโกรธแล้วใช่ม้า~~...ฉันขอโทษนะ...”
“เรื่องอะไร?...” เสียงถามขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่หันไปมอง...เพราะเจ้าตัวยังสนใจอยู่กับการสำรวจร่างกายของเจ้าเหมียวในอ้อมแขน... เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็เริ่มคลี่ยิ้มหยอกล้อกับมันต่อโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเช่นเดิม...
“ก็...” Ken ลากเสียงยาวเหมือนจะดึงให้อีกฝ่ายอยากรู้... “เรื่องที่ฉันเข้าใจผิด...แล้วก็เรื่องที่นายบอกว่า...”
“ช่างมันเถอะ...” Ino พูดขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว... จากที่ยืนหันข้างให้ในตอนแรกกลับกลายเป็นยืนหันหลังให้อีกฝ่ายเต็มตัวเมื่อรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าขึ้นมาอีกครั้ง...
Ken ยืนอมยิ้มมองร่างบางที่ยืนหันหลังให้อย่างรู้ทัน...ความรู้สึกอยากแกล้งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วร่างกายก็ตอบสนองต่อความคิดนั้นทันที...
“ถ้าช่างมันก็หันหน้ามาคุยกันดี ๆ สิ...หันหลังให้แบบนี้ก็แสดงว่ายังโกรธอยู่น่ะสิ...” คนพูดแกล้งขยับเข้าไปจนชิด...
“ตี 4 แล้วจะคุยอะไรอีก...จะกลับก็ไปได้แล้ว...” Ino หันมาพูดกับชายหนุ่มอีกครั้ง...จึงได้เห็นรอยยิ้มแปลก ๆ บนริมฝีปากของอีกฝ่าย...คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันทันทีด้วยความไม่พอใจ...หากยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมา Ken ก็ยื่นมือมาคว้าเจ้าเหมียวไปจากอ้อมแขนก่อนจะโยนตุ้บ??ลงไปบนพื้นท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตกใจของทั้งคนทั้งแมว ก่อนจะรั้งตัวอีกฝ่ายลากกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง...
“อะไรของนาย...โยนไปแบบนั้นมันเจ็บนะ...” Ino ปัดแขนชายหนุ่มที่กำลังจัดการปิดประตูห้องให้พ้นไปจากร่างของตนอย่างโกรธ ๆ...
“ไม่เจ็บหรอก...ฉันระวังอยู่แล้ว...มันลงไปยืนปลอดภัยนายก็เห็นไม่ใช่เหรอ...” Ken รีบบอกพลางฉวยข้อมืออีกฝ่ายทำท่าจะจูงไปคุยกันที่เตียง...
“ฉันเดินเองได้...” Ino บอก...พลางดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม...ชายหนุ่มหันกลับมามองยิ้ม ๆ อีกครั้งก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังรุนร่างอีกฝ่ายให้เดินนำหน้าไปแทน...
“รู้ว่าเดินเองได้...อย่าเพิ่งโกรธสิ...” เสียงกระซิบบอกเบา ๆ ที่ข้างหูพร้อมกับปลายจมูกที่เฉียดผิวแก้มไปอย่างจงใจทำให้ร่างบางหันขวับไปมองพร้อมกับขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินต่อ...
“นายจะเข้ามาในนี้ทำไม...ไหนบอกว่าจะกลับไม่ใช่เหรอ...ก็ไปสิ...” Ino ว่าพลางขยับตัวให้พ้นจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้นทุกที...
“ไล่อีกคำเดียวจะกลับไปเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ที่นี่เลย...” เจ้าเหมียวยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับไปทำเอาคนฟังชะงักไปชั่วครู่เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายพาร่างบางไปนั่งด้วยกันที่เตียงได้สำเร็จ...
“Ino~~~...” เสียงเรียกหวานหูแทนที่จะทำให้เจ้าของชื่อรีบหันมาหากลับกลายเป็นขยับตัวห่างออกไปอีกโดยอัตโนมัติ... คนเรียกจึงได้แต่ยกมือเกาหัวตัวเองแก้เก้อก่อนจะเขยิบตามเข้าไปจนชิดอีกครั้ง...
“ขอโทษอีกครั้งเรื่อง Eli นะ...” Ken บอกพลางโอบร่างอีกฝ่ายเข้าหาตัวเองช้า ๆ...รู้สึกถึงแรงฝืนนิด ๆ จึงใช้แขนทั้งสองข้างรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้ทั้งตัว... Ino เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง... ดวงตาเรียวรีที่มองมาอย่างวิงวอนทำให้เจ้าของร่างยอมซบหน้าลงกับอกกว้างตามแรงกอดรัดนั้น...กลิ่นบุหรี่อบอวลอยู่ในเนื้อผ้า...สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้เส้นผม...ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เคยคุ้นโดยไม่รู้ตัว...
“ฉันรักนาย...”
“ใครถาม?...”
“ไม่ต้องมีใครถามก็อยากบอก... อยากตะโกนบอกทุกคนในโลกนี้ให้รู้ด้วยซ้ำว่าฉัน...Kitamura Ken... คนนี้รัก Inoue Kiyonobu คร๊าบบบ..” เสียงตะโกนยืดยาวของชายหนุ่มเรียกให้ร่างบางที่พยายามทำท่าไม่สนใจต้องออกแรงทุบลงไป
บนท่อนแขนแข็งแกร่งนั้นจนได้... “ทำแบบนั้นก็คนบ้าแล้ว...” เสียงว่าดังออกมาจากริมฝีปากบาง... หากใบหน้าที่ซุกซบอยู่กลับก้มต่ำลงมากยิ่งขึ้นเพื่อปิดบังผิวแก้มที่แดงระเรื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังอาย...เสียงหัวเราะแว่วมาให้ได้ยินเบา ๆ บ่งบอกถึงความสุขเปี่ยมล้นไม่ปิดบัง...
“ฉันดีใจจัง ตอนที่ได้ยินนายบอก มันเหมือน...ปมที่อยู่ในใจมาตลอดมันหายไป...รู้มั้ยที่ผ่านมาถึงจะบอกตัวเองมาตลอดว่า...เรารู้สึกตรงกัน...แต่ฉันก็ไม่เคยแน่ใจ...ไม่เคยเลย...” เสียงพูดขาดหายไป...หากอ้อมกอดกลับยิ่งรัดแน่น...
“มันสำคัญนักเหรอ...แค่คำพูด...” แขนที่วางนิ่งอยู่ข้างตัวขยับยกขึ้นโอบรอบกายอีกฝ่าย
“สำคัญทุกอย่างถ้ามาจากนาย...” อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างอยู่ค่อยคลายออกเพื่อมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด...
“Ino...เรารักกันใช่มั้ย...” คนถามจ้องหน้าอย่างต้องการคำตอบ...หากคนฟังกลับหลบตาวูบ...เลือดร้อน ๆ วิ่งขึ้นสู่ผิวแก้มขบริมฝีปากตนเองเอาไว้แน่น... อาการทุกอย่างไม่อาจลอดพ้นสายตาของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้จนลมหายใจกรุ่นรดกัน...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว...มือแกร่งขยับขึ้นสัมผัสแก้มนุ่มเนียนอย่างอ่อนโยน...
“คงไม่ต้องตอบแล้วมั้ง...หน้านายฟ้องหมดแล้ว...” คนพูดรวบตัวเจ้าของใบหน้าแดงก่ำเข้ามาในอ้อมกอด...ไซ้จมูกลงไปบนผิวแก้มร้อนผ่าว...เรื่อยลงไปจนถึงซอกคอขาวสะอาด...ในขณะที่เจ้าของร่างเริ่มขืนตัวออกห่าง...
“K..Ken...” เสียงเรียกแผ่วเบาตรงข้ามกับหัวใจภายในที่เต้นรัวเร็วขึ้นทุกที...สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเผื่อใจไปคิดถึง...
“หอมจัง...” เจ้าของฝ่ามืออุ่นที่กำลังลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังส่งเสียงบอกออกมาทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ละจากซอกคอ...ไรหนวดอ่อน ๆ สัมผัสไปทั่วผิวเนื้อจนเจ้าของร่างต้องยกมือขึ้นดันแผ่นอกกว้างเพื่อให้พ้นจากการรุกรานนั้น...
“ปล่อย...K...อื้อ...” ริมฝีปากถูกปิดแนบสนิทลงมาอย่างไม่ให้ตั้งตัว...มือแกร่งเลื่อนขึ้นกดรั้งท้ายทอยบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างเร่าร้อน... เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าลึกเข้าไปพัวพันตามติดบังคับให้อีกฝ่ายตอบสนองจนกระทั่งเสียงประท้วงในลำคอเงียบลงในที่สุด...
“อื้ม...ม...” ร่างบางส่งเสียงครางในลำคอออกมาเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงจุดสิ้นสุดของลมหายใจ... เปลือกตาบางที่ปิดสนิทเปิดกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างกายถูกบังคับให้เอนกายราบลงกับที่นอนหนานุ่ม... มือแกร่งที่ลูบไล้แผ่นหลังเลื่อนมาสำรวจอยู่ที่ผิวอ่อนบางช่วงเอว...เจ้าของร่างจึงออกแรงดิ้นรนมากขึ้นเพื่อห้ามการกระทำของอีกฝ่าย...
“อื้อ...อย่า...Ken” ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ...เสียงร้องห้ามก็แทรกขึ้นมา... ใบหน้างามเบี่ยงหลบริมฝีปากและปลายจมูกของร่างเบื้องบนในขณะที่มือเรียวก็พยายามห้ามมือแกร่งที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวกระดุมเสื้อให้หยุดการกระทำนั้น...
“Ken!! ฉันบอกให้หยุด!!...” เสื้อนอนที่สวมใส่อยู่ถูกทึ้งออกจากร่างไปแล้วขณะที่รวบรวมกำลังห้ามเสียงแข็งออกมาอ
ีกครั้ง...หากชายหนุ่มก็ยังโถมกายทาบทับตามลงมาอีกครั้งอย่างไม่ฟังเสียง...ซอกคอขาวสะอาดถูกฝากรอยขบเม้มจนแดงระเรื่อไม่เหลือที่ว่าง... “ไม่...อื้อ...อย่า...” เสียงที่ออกมาเริ่มสั่นจนบังคับไม่ได้...ใบหน้างามพลิกซบแนบลงกับหมอนใบนุ่ม...ฝืนดิ้นรนจนสุดแรงเมื่อพันธนาการที่เหลือกำลังถูกเปลื้องออกจากร่าง...แม้จะไม่ปฏิเสธว่าชอบ...แต่เขาไม่เคยคิดไกลถึงเรื่องนี้...การเป็นฝ่ายถูกกอด...
“Ino...มองฉัน...” ชายหนุ่มที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยคำพูดแรกออกมา...มือแกร่งจับปลายคางเรียวให้หันกลับมามองตน...เมื่อไม่อาจทนกระทำเรื่องฝืนใจอีกฝ่ายต่อไปได้...หากวินาทีนี้จะให้เขาถอยหลังอีกก็ไม่ได้เช่นกัน...
“ฉันไม่อยาก...ต้องกอดคนอื่นโดยจินตนาการว่าเป็นนายอีกแล้ว...” ดวงตาเรียวรีจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งเหมือนจะบอกว่าคน ๆ นี้ต่างหากที่เขาอยากได้มาอยู่ในอ้อมแขนมากที่สุด... Inoran เบิกตามมองคนพูดอย่างตกตะลึง... ริมฝีปากบางขยับจะเอ่ยคำพูด...หากจนแล้วจนรอดเขาก็ไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้ง...คำพูดที่ตรงกันกับสิ่งที่เคยผ่านเข้ามาในความคิด...อ้อมกอดที่ไม่ว่าใครก็แทนที่ไม่ได้...
“Ken...ฉัน...” ริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงมาเหมือนจะยืนกรานในสิ่งที่ตนเองบอก...เรียวลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปพัวพันอย่างเร่าร้อนเอาแต่ใจ เปลือกตาบางข่มแน่นลงอีกครั้งเมื่อไม่อาจต้านทานแรงรุกเร้าของอีกฝ่ายได้... ริมฝีปากผละจากกันอีกครั้งเพื่อปลดเปลื้องพันธนาการของตนออกไป...
... ดวงตาเรียวรีจ้องมองร่างข้างใต้ที่นอนหายใจหอบอย่างหลงใหลก่อนจะโถมกายทาบทับลงมาแนบสนิทพัวพันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว...ฝ่ามือร้อน ๆ ไล่สัมผัสไปทั่ว...ผิวกายเปลือยเปล่าเสียดสีปลุกเร้าอารมณ์รักจนกระเจิดกระเจิงยากแก่การควบคุม...
“อ่ะ...อ๊า...K..Ken” เสียงครางเรียกชื่อดังออกมาไม่ขาดปาก เมื่อชายหนุ่มเลื่อนกายครอบครองส่วนอ่อนไหวเบื้องล่าง...เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพราย... ปลายนิ้วเรียวจิกขยุ้มผ้าปูที่นอนเกร็งแน่นเมื่อชายหนุ่มเร่งจังหวะเร่าร้อนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์... ร่างบางหยัดกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมา...
...Ken กลืนกินส่วนที่ตามมาลงไปก่อนจะเลื่อนกายขึ้นจูบที่กลีบปากบางอย่างอ่อนโยน... เปลือกตาบางปรือขึ้นมอง ลมหายใจหอบสะท้านเบือนหน้าหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว...เมื่อรู้สึกถึงรสชาติของตัวเองที่ส่งผ่านปลายลิ้นอุ่นมา เสียงหัวเราะเบา ๆ ลอยมาเข้าหู... แก้มนุ่มเนียน...ซอกคอขาวสะอาดถูกฝังจูบซุกไซ้ปลุกเร้าอารมณ์รักขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว... เปลือกตาบางข่มแน่นอีกครั้ง...กลัวจนแทบลืมหายใจเมื่อเรียวขาขาวถูกบังคับให้แยกออกโดยร่างที่ทาบทับอยู่...
“Ino...ไม่ต้องกลัว...ฉันจะทำช้า ๆ นะ...อย่าเกร็ง...”
“อ๊ะ...” ร่างบางกระตุกเยือกส่งเสียงออกมาเบา ๆ ทันทีที่ร่างกายถูกรุกล้ำจากปลายนิ้วเรียวชุ่มโชก...เจ็บจนต้องนิ่วหน้าเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับเพิ่มจำนวนนิ้วมากขึ้น...ลมหายใจขาดห้วงร่างกายฝืนเกร็งจนอีกฝ่ายรู้สึกได้...
“Ino...” Ken โน้มกายลงจูบที่กลีบปากบางอีกครั้ง... “อย่ากลั้นหายใจ...ปล่อยมันออกมา...ไม่มีอะไรต้องกลัว...” เสียงนุ่ม ๆ เวียนบอกซ้ำอยู่เช่นนั้นพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากที่ไปทั่วใบหน้า...แก้มและคาง...เสียงครางเบา ๆ ลอยมาเข้าหูเรียกรอยยิ้มจากคนฟังก่อนจะค่อย ๆ ถอนนิ้วของตนเองออกมา...แทนที่ด้วยสิ่งที่รุ่มร้อนกว่าอย่างรวดเร็ว...
“อ่ะ...จ..เจ็บ...Ken...อ๊า..” เสียงกรีดร้องพร้อมกับช่องทางที่บีบรัดเข้ามา จนชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากข่มอารมณ์ของตนเองไว้เพียงนั้น...ริมปากได้รูปประกบจูบร้อนแรงลงไปอีกครั้ง...มือแกร่งสอดนิ้วล็อคมือบางที่ผลักไสกดตรึงไว้กับที่นอน...ก่อนจะเริ่มขยับกายช้า ๆ...
“อ้า...อา...” เสียงหอบครางลอดผ่านริมฝีปากที่เป็นอิสระออกมาอีกครั้ง...ใบหน้างามพลิกสะบัดนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดตามจังหวะแทรกกาย... ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดเป็นจังหวะยิ่งเร่งให้ชายหนุ่มเร่งความเร็วอยากเป็นเจ้าของอีก
ฝ่ายเร็วไว... “อะ...อ๊าาาา...” เสียงกรีดร้องสุดท้ายออกมาเมื่อร่างกายถูกนำพาไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง...มือบางที่สาวยุดผ้าปูที่นอนเริ่มคลายออกช้า ๆ รับรู้ถึงของเหลวอุ่นวาบเข้ามาในกาย... เสียงลมหายใจหอบผสานกันจนแยกไม่ออก... รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากได้รูปอย่างอิ่มเอมก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกลงนอนเคียงข้างลำแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบางเอาไว้แนบแน่น...จูบเบา ๆ ที่โคนผมเรื่อยลงมาตามผิวแก้มเนียน...
“ฉันรักนาย...” คำบอกย้ำเหมือนจะแทนในส่วนที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดออกมา...ร่างบางปรือตาขึ้นมองช้า ๆ ความสุขที่ปรากฏให้เห็นจากใบหน้าของอีกฝ่ายเรียกรอยยิ้มน้อย ๆ จากริมฝีปากบางได้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ...ความเจ็บปวดที่ได้รับเหมือนจะจางหายจนแทบไม่เหลืออยู่ในความทรงจำ...
...Inoran ขยับพลิกกายซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของอบอุ่นนั้น... เป็นภาษากายที่อยากสื่อไปถึงว่าความรู้สึกที่เขามีให้ก็ไม่ต่างจากที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเป็นคำพูด...ความเย็นจากเครื่องปรับอาการค่อย ๆ แผ่เข้ามาให้ได้รู้สึก... นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมรุ่ยร่ายบนใบหน้างามให้อย่างอ่อนโยนพร้อมกับแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากแผ่ว ๆ ไม่ถึงนาทีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังออกมาให้ได้ยิน มือแกร่งที่กำลังขยับลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดหยุดชะงักลงช้า ๆ เสียงบ่นพึมพำกับตนเอง...
“ชักจะหึงเจ้า Morpheus* แล้วนะเนี่ย...นอนเก่งแบบนี้...เจ้านั่นก็ได้อยู่กับนายมากกว่าฉันอีก...แง๊ว
ps. * เทพแห่งความฝัน...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูฯ L’Arc ~~~
“อ้าว...Yukihiro-san”
Yukky หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์เอาไว้พร้อมกับหันมามองเจ้าของเสียงเรียก...เด็กทีมงานคนหนึ่งในสตูฯนั่นเอง..
“ว่าไง...ไม่เจอตั้งหลายวัน...”
“สบายดีครับ...ทำไมมาตอนนี้ล่ะครับ...วันนี้ไม่ได้...”
“พอดีต้องอยู่เฝ้าไข้น้องน่ะ...เลยสายไปหน่อย...ต้องรีบขึ้นล่ะเดี๋ยวโดนบ่นหูชา...ไว้คุยกันใหม่นะ...” Yukky ยื่นมือไปตบไหล่อีกฝ่ายเป็นการขอโทษเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์ไปปล่อยให้อีกฝ่ายเกาหัวแกร่ก ๆ ด้วยความงง...
“วันนี้ Tetsu-san สั่งงดซ้อมนี่นา...จะรีบทำไมอ่ะ...”
....แกร๊ก...แอด...
“มาแล้วจ้า...ขอโทษที่มา....สาย....” ดวงตาเรียวเล็กเบิกขึ้นมองความว่างเปล่าภายในห้องซ้อมอย่างมึน ๆ...รึจะติดไข้น้อง...เจ้าตัวจัดการยกมือขึ้นขยี้ตาก่อนจะลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง...
(music).......เหมือนกำแพงถูกเขาปล่อยร้าง...เหมือนคนสร้าง...ไม่ได้ตั้งใจ....bla ๆๆๆ (-- ----“)
“ไปไหนกันหมดอ่ะ...แค่มาสายแค่นี้ถึงกับหนีกลับบ้านกันเลยเหรอ...เค้ารีบมาแล้วนะ...แง๊!!!~~~”
<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
March 02 sorryโทษทีเพิ่งแวะมา พอดีเอาไฟล์ใน แฮนดี้ไดร์ฟออกหมด เวลามาเล่นเนตมันเลยไม่มีจะลงอ่ะนะ
แล้วก็ลืมเซฟมาใหม่ทุกที -*- โทดทีนะ แต่พอดีวุ่น ๆ อยู่ด้วย
ไว้จะมาต่อให้ ส่วนเรื่องตอบใน guboard เปนเมมเบอร์ก่อนถูกแล้ว (กว่าจะมาตอบคงโพสต์กันเปนแล้วมั้ง - -")
ก็คลิกที่คำว่า "reply topic" นี่แหละ (มันจะอยู่ด้านบนอ่ะนะ)
February 11 Love punish 80- 80 -
“J!!...ก...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” Hyde ร้องถามไปอย่างร้อนรนพร้อมกับผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว...ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านไปจนถึงใบหู...ไม่กล้ามองสบตาชายหนุ่มแม้แต่น้อย....สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่ J คงเห็นมันจนเต็มสองตา “นายทำอะไรอยู่ ?” ชายหนุ่มผมทองอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมกับทรุดนั่งลงเคียงข้าง Hyde บนเตียงนอน...ไม่ยอมแม้จะตอบสิ่งที่ร่างเล็กถามไปเมื่อครู่...และเมื่อเห็นว่า J นั่งลงเคียงข้างกลับเป็น Hyde เองที่กระเถิบกายถอยหนีออกไปเล็กน้อย
“ม...ไม่ได้ทำ...” ร่างเล็กตะกุกตะกักตอบทั้ง ๆ ที่รู้ว่า J คงเห็นเต็มสองตาแล้วว่าเขากำลังทำอะไร
“จริงเหรอ” ชายหนุ่มกระซิบถามพร้อมขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ามือแกร่งยื่นไปสัมผัสที่โคนขาบาง...ก่อนจะเอ่ยปากถามต่อพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วนี่อะไร ?” คราบของเหลวสีขาวขุ่นกำลังไหลเรื่อยอยู่บนปลายนิ้วของชายหนุ่ม...เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะมัดตัว Hyde ว่ากำลังทำอะไร ?...คำถามและหลักฐานที่อยู่บนปลายนิ้วของ J ยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมหันรีหันขวางหมายจะหาสิ่งใดมาช่วยแก้ต่างกับสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นเมื่อครู่...แต่เมื่อไร้หนทาง Hyde เลยแกล้งทำหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ซะอย่างนั้นโทษฐานที่โผล่มาแล้วเห็นความลับของเขา...
...ความลับที่น่าอับอาย...
“จะทำอะไรเล่า !!! เห็นแล้วยังจะมาถามอีก !!” Hyde ทำเสียงดังใส่กลบเกลื่อนความเขินอายพร้อมกับทำท่าจะผุดลุกลงจากเตียง...หนีหน้าไปซะดื้อ ๆ แต่อุ้งมือแกร่งก็ไวกว่าฉวยจับเอาทั้งตัวคนและหลักฐานเอาไว้ได้ทัน...พร้อมกับออกแรงดันร่างเล็กบางให้ไปติดกับหัวเตียง...พลางขยับตัวให้เข้าไปอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของ Hyde ...
... ใบหน้าคมโน้มลงจนแนบชิดกับต้นขาบางที่ยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบแห่งความสุขสมที่เจ้าตัวเพิ่งจะปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่...แต่ยังไม่ทันที่ Hyde จะเอ่ยคำพูดใด ๆออกมา...ปลายลิ้นร้อน ๆ ก็แนบสัมผัสโคนขาจนร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ..!! “ คำอุทานที่หลุดลอดออกมาเบา ๆ เพราะปลายลิ้นเร่าร้อนกำลังเคลื่อนไหวไล้เลียคราบของเหลว...จากต้นขาเรื่อยมาจนหน้าท้อง...แผ่นอกเนียนบาง...และสุดท้ายที่ริมฝีปากอิ่มสวย... ชายหนุ่มมอบจุมพิตแนบสนิทพร้อมกับแทรกปลายลิ้นเข้าไปพัวพันให้ร่างเล็กได้ลิ้มรสชาติความสุขสมที่หลั่งรินออกมาจากกายตน...
...ปลายเท้าถูกยกขึ้นพาดบ่าร่างสูงเอาไว้...เมื่อ J ผละริมฝีปากออกและเคลื่อนกายไล่จุมพิตต่ำลงมาเรื่อย ๆ จากริมฝีปาก...ซอกคอ ...แผ่นอกบาง...จุมพิตไล่วนนัวเนียอยู่ที่หน้าท้องแบนราบครู่ใหญ่...จน Hyde ต้องแขม่วท้องเกร็งตัวด้วยความรู้สึกปั่นป่วนซาบซ่าน...ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะปลดปล่อยด้วยตนเองเมื่อครู่แต่บัดนี้อารมณ์รักกลับก่อเกิดเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี...เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในจินตนาการกำลังสนองต่อสิ่งที่เขาต้องการ
... ริมฝีปากและปลายลิ้นผ่าวร้อนของชายหนุ่มกำลังจะเคลื่อนลงสัมผัสแก่นกายบางที่ร่ำร้องเรียกหาเขาเมื่อครู่....Hyde พริ้มตาลงช้า ๆ ปล่อยกายและใจไปกับสิ่งที่ J กำลังจะปรนเปรอให้
...~~ เมี้ยว ~~...
เสียงร้องของเจ้าเหมียวขนทองที่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับร่างของเจ้าแมวหนุ่มที่มุดออกมาจากผ้าห่ม...ทำให้การกระทำทุกอย่างหยุดชะงักค้างลงไปทันที...Hyde รีบคว้าเอาผ้าห่มที่เจ้าเหมียวเพิ่งจะมุดออกมาคลุมปิดร่างตนเองรวมถึงร่างชายหนุ่มไป
พร้อมกัน...หลังจากตกใจอยู่เพียงครู่เสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนที่โดนผ้าห่มคลุมเอาไว้ก็ดังแว่วออกมาให้ได้ยิน “555...นายอายแมวด้วยเหรอ ?”
“บ้า !! เปล่าสักหน่อย...ต...แต่ไม่อยากให้เจ้า J มันเห็น” ฝ่ามือบางฟาดผัวะไปที่ร่างชายหนุ่ม...ก่อนจะพูดอุบอิบในประโยคสุดท้าย
“แล้วเมื่อกี้ทำอะไร ? ไม่เห็นอายมันเลย” J กระเซ้าแหย่ถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาเข้ามาพบเจอ...ยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงซ่านมากขึ้นกว่าเดิม
“ก็เมื่อกี้มันนอนอยู่ในผ้าห่ม !! ” Hyde เถียงตอบกลับไปข้าง ๆ คู ๆ จริง ๆ แล้วเมื่อกี้เขาลืมไปซะสนิทว่าเอาเจ้า J ขึ้นมาเล่นบนที่นอนตอนที่คุยโทรศัพท์อยู่
“เอ้า !! ออกไปก่อนไปเจ้าตัวยุ่ง...แกนี่มันไอ้ตัวขัดจังหวะจริง ๆ “ J พูดพร้อมกับฉวยจับเอาตัวเจ้าเหมียวโยนไปที่หน้าประตูห้องที่เปิดแง้มเอาไว้ยังไม่ทันได้ปิดเมื่อครู่...เจ้าเหมียวขนทองหันมาส่งเสียงร้องเบา ๆ เมื่อเวลานี้ตนเองไม่ได้รับความสนใจแถมโดนไล่ให้ออกไปข้างนอกอีกต่างหาก...แต่มันก็ยอมเดินออกนอกประตูไปโดยดี...เหมือนรู้ว่าเจ้านายสองคนของมันกำลังจะทำอะไร ??
“เฮ่ออ !! “ ชายหนุ่มผมทองถอนหายใจยาว...โอบรัดวงแขนรอบเอวบางแนบแน่นขึ้น..พลางซบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของอีกฝ่ายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? แล้วแทนที่จะบอกให้ฉันรู้...นายกลับย่องกลับมาเงียบ ๆ อย่างนี้” บทสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากที่กิจกรรมถูกขัดจังหวะ... เพราะหลังจากที่เจอหน้ากันเมื่อครู่ยังไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องราวของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ก็พอดีงานเสร็จก่อนกำหนด...ฉันเลยบินกลับเลย...ตั้งใจว่าจะมา Surprise นาย......แต่ว่า....” J เงียบเสียงลงก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าร่างเล็กพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่คิดว่าฉันจะเจอเรื่อง Surprise กว่า….โอ๊ยย !!” Hyde ฟาดไปที่บ่าของชายหนุ่มเต็มแรงเมื่อโดนแซวเรื่องนี้ขึ้นมาอีก...และท่าทาง J คงจะเก็บเอาเรื่องนี้มาล้อเขาอีกนาน.... อุ้งมือแข็งแรงจับยึดข้อมือบางที่ฟาดมาที่ไหล่เอาไว้แน่นก่อนจะดึงรั้งเข้ามามอบจุมพิตอ่อนโยนให้ที่หลังมือบาง
“คิดถึงฉันมากเหรอ ?” J กระซิบถามเสียงแผ่วเบา...พร้อมกับดวงตาเรียวรีที่จ้องมองสบตากับร่างเล็กอย่างต้องการคำตอบ
“รู้แล้ว...ยังจะถามอีก” Hyde เบือนหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตนเองเอาไว้... ชายหนุ่มผมทองอมยิ้มให้กับคำตอบที่ได้ยินก่อนจะดันร่างเล็กให้ล้มตัวลงนอนโดยมีร่างสูงใหญ่ของตนเองทาบทับอยู่เบื้องบน
“ฉันเองก็คิดถึงนายมากเลยรู้มั้ย ?” เสียงกระซิบข้างหูพร้อมกับริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน...Hyde คล้องแขนโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ริมฝีปากบางมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่สันคาง...ก่อนจะกระซิบตอบที่ข้างใบหู
“ฉันก็เหมือนกัน”
...ภายใต้แสงไฟสลัวร่างของคนทั้งสองจ้องมองสบตากันเนิ่นนาน...รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอย่างอิ่มเอม...มีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน...
...หลายวันที่ผ่านมา Hyde พบเจอกับชายหนุ่มได้แค่เพียงในจินตนาการเท่านั้น... ความสุขสมที่ได้รับเป็นเขาที่สร้างมันขึ้นมาเองแต่ในเวลานี้คนที่จะมอบความสุขสมให้เขาอย่างแท้จริงกลับมาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
... ชายหนุ่มผมทองประทับริมฝีปากลงอย่างเร่าร้อนระยะเวลาที่อยู่ห่างจากกันไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่คิดถึงทุกสัมผัสที่สนองต่อกันในทุกค่ำคืน... ความรักที่ก่อเกิดขึ้นภายในหัวใจนับจากวันนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...และเมื่อความรักได้รับการตอบสนองมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี...
... ปลายลิ้นโลมไล้เกี่ยวกระหวัดราวกับจะถ่ายทอดความคิดถึงที่ร่ำร้องอยู่ในอกไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ฝ่ามือบางไล่เลื่อนลงมาลูบคลำที่แผ่นอกกว้างค่อย ๆ บรรจงปลดเปลื้องพันธนาการที่ปกคลุมร่างชายหนุ่มให้พ้นไปจากร่างกาย... ผิวสัมผัสเปล่าเปลือยที่แนบสนิทมีเลือดเนื้อและไออุ่นยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่ามันไม่ใช่จินตนาการ...
“อืออ....อะ...อาาาาาา” เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาเบา ๆ ทันทีที่ริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นผละออกและลากไล่สัมผัสตั้งแต่ซอกคอขาว ขบเม้มจนเป็นรอยแดงจาง ๆ โลมไล้เรื่อยมาจนถึงปลายยอดอกหยอกเย้าแผ่วเบาอยู่เนิ่นนานจนร่างเล็กบิดเร่าจากสัมผัสเร่าร้อนที่ชายหนุ่มมอบให้และทันทีที่ริมฝีปากนั้นเคลื่อนต่ำครอบครองแก่นกายบาง Hyde สะดุ้งเฮือกแอ่นกายขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว...ปลายนิ้วสอดเข้าใต้เรือนผมสีทองออกแรงบังคับให้ร่างสูงเร่งเร้าหนักหน่วงขึ้น
“อ้ะ....อาาาาา...J….” เสียงครางเรียกชื่อชายหนุ่มทันทีที่รู้สึกว่าปลายลิ้นร้อนนั้นผละออกและกำลังถูกแทนท
ี่ด้วยความแข็งแกร่งที่เขาโหยหามันมาตลอด...เพียงจินตนาการที่สร้างขึ้นไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่กำลังได้สัมผัส...รุ่มร้อน...ดุดัน...จนทำให้เขาแทบขาดใจ “จ...J…อื้ออ....ร.....แรง....อิก....” น้ำเสียงขาดห้วงเอ่ยปากขอร้องให้ชายหนุ่มมอบความสุขสมให้ตนเองมากมายยิ่งขึ้น...อยากจะถูกความเร่าร้อนนั้นเผาไหม้ให้ขาดใจอยู่ในอ้อมกอดนี้... วงแขนบางไขว่คว้าดึงรั้งร่างสูงให้โน้มตัวลงมามอบจุมพิตให้กลีบปากบางอย่างเร่าร้อนเมื่อรู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่เคลื่อนไหวในกายตนเองถาโถมหนักหน่วง...ดุดัน...ตามคำร้องขอ
...ปลายเท้าหยัดเกร็งกับพื้นเตียง...ยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อให้ความแข็งแกร่งนั้นเคลื่อนกายเข้ามาได้อย่างลึกล้ำ...ปลายเล็บจิกลงกับไหล่หนาเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์รักกำลังจะดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด...ความสุขสมอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“อ๊ะ...อ๊าาาาา....... J….”
“อาาา....”
เสียงครางสุดท้ายที่ดังประสานกันพร้อมกับความเร่าร้อนของชายหนุ่มที่วาบเข้ามาในร่างและที่ตนเองปลดปล่อยออกมา...ชายหนุ่มฟุบกายลงกับซอกคอร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกมาช้า ๆ Hyde หอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน...เป็นครั้งแรกที่เขาขอให้ J เร่าร้อน...ดุดัน...มากขนาดนี้...
...มันเหนื่อยจนแทบขาดใจ...
“อีกรอบนะ” เสียงกระซิบพร้อมร่างของ J ที่ยันกายขึ้นอีกครั้งเตรียมพร้อมที่จะดำดิ่งเข้าไปความสุขสมจากกายร่างเล็กอีกครั้ง
“ด...เดี๋ยว...” Hyde ร้องบอกอย่างตกใจพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางดันไหล่ร่างสูงที่กำลังจะส่งความเร่าร้อนกลับเข้ามา “หืมม์”
“ J ....ฉันเหนื่อยแล้ว...พ..พักก่อนนะ” Hyde พยายามต่อรองอย่างสุดความสามารถ...ถึงแม้เมื่อครู่จะเป็นเขาเองที่เร่งเร้าให้ชายหนุ่มเร่าร้อน...แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยจนแทบขาดใจ...เริ่มรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่เอ่ยปากขอร้องเรื่องนั้น....แถมตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกอีกต่างหาก
“แต่ฉันยังไม่เหนื่อยเลย....อีกรอบเถอะนะ...แล้วเมื่อกี้นายก็เร่าร้อนมาก...” คำพูดและสายตาที่สื่อความหมายถึงท่าทางของร่างเล็กเมื่อครู่ที่ทำให้เขาแทบคลั่งอยากจะกกกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยยิ่งเห็น Hyde มีความสุขกับสิ่งที่เขามอบให้ก็ยิ่งอยากจะทำให้มีความสุขมากขึ้นไปอีก...โดยไม่รีรอให้ Hyde เอ่ยคำใดออกมาชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายพลิกกายดึงรั้งให้ร่างเล็กขึ้นนั่งทาบทับอยู่เบื้องบน...ต้องการให้ Hyde ควบคุมความเร่าร้อนนั้นด้วยตนเอง
...J เอนกายพิงหัวเตียงช้า ๆ ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองท่าทางของร่างเล็กไม่วางตา... ฝ่ามือแกร่งเคลื่อนไหวลูบคลำและบีบเคล้นสะโพกมนหนักหน่วงบ่งบอกความหมายว่าต้องการให้ Hyde เริ่มต้นความเร่าร้อนนั้นเสียที
...ร่างเล็กที่นั่งหอบหายใจอยู่เบื้องบนยังคงอึกอักที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้น...เพราะความเร่าร้อน ดุดัน เมื่อครู่ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณสะโพกขึ้นมานิด ๆ
"เร็วสิ" เสียงกระซิบเร่งจากร่างที่อยู่ข้างใต้...ยิ่งทำให้ร่างเล็กเก้ ๆ กัง ๆ ที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม...ริมฝีปากถูกกัดเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นช้า ๆ เขาไม่เคยปฏิเสธความต้องการของ J ได้เลยสักครั้ง...หากครั้งนี้เขาไม่ยอมเริ่มยังไงชายหนุ่มก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มอยู่ดี...
...แต่ถึงกระนั้นสะโพกที่เจ็บอยู่นิด ๆ ก็ทำให้ร่างเล็กไม่กล้าที่จะเข้าครอบครองความแข็งแกร่งนั้นในทันที... จนฝ่ามือแกร่งของชายหนุ่มที่ลูบไล้อยู่สะโพกมนอย่างแผ่วเบาต้องเป็นฝ่ายออกแรงรั้งกดให้ช่องทางอ่อนนุ่มเปิดให้ความแข็งแกร่งนั้นดำดิ่งเข้าไปอย่างลึกล้ำ...
"อ๊ะ !!..." ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกผวาเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตาคู่สวยขึ้นมาทันที
"มันเจ็บนะ !! " ็Hyde โวยออกมาเบา ๆ พร้อมกับฝ่ามือบางที่ฟาดไปที่ไหล่หนาของ J เต็มแรง แต่ชายหนุ่มกลับอมยิ้มมุมปากพร้อมขยับขึ้นมอบจุมพิตที่หางตาเบา ๆ
...แทนคำขอโทษที่เขาดึงดันและรุนแรง...
"ขยับสิ...เดี๋ยวก็หาย" J กระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหู...เพราะช่องทางอ่อนนุ่มที่เขาเข้าไป...มันกำลังบีบรัดจนเขาแทบคลั่ง ถึงจะมีอาการงอนอยู่น้อย ๆ แต่ Hyde ก็เริ่มเคลื่อนไหวกายช้า ๆ ตามคำแนะนำของ J ฝ่ามือบางเกาะกุมหัวไหล่ของร่างสูงเอาไว้แนบแน่นพร้อมกับปลายเล็บที่จิกลงไปเบา ๆ เมื่อความปั่นป่วนกำลังก่อเกิดขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ ความเร่าร้อนที่ตนเองเป็นฝ่ายควบคุมยิ่งทำให้อารมณ์รักครุกรุ่นจนยากที่จะดับไฟปราถนาที่สุมไหม้อยู่ในอก...
...เสียงครวญครางดังประสานบ่งบอกถึงความสุขสมที่คนทั้งคู่ต่างได้รับจากกันและกัน...มากมายและอิ่มเอมจนล้นอยู่ในหัวใจ...
....Hyde นอนหอบหายใจหนักหน่วงขณะที่ซบอยู่กับอกกว้างของ J กิจกรรมบนเตียงที่เร่าร้อนดำเนินมายาวนานจนใกล้รุ่งสาง...ความสุขสมครั้งสุดท้ายเพิ่งได้รับการปลดปล่อยเมื่อครู่...
"ม....ไม่เอาแล้วนะ....อยากนอน" Hyde รีบปรามชายหนุ่มทันที...เมื่อรู้สึกฝ่ามือของอีกฝ่ายเริ่มวุ่นวายอยู่ที่สะโพกของตนอีกแล้ว...
"OK..." ๋ J ยอมรับปากง่าย ๆ พร้อมกับเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาลูบสัมผัสที่หัวไหล่เนียนเบา ๆ กล่อมให้ร่างเล็กสู่นิทรารมย์แสนหวานอย่างสบายใจ....ก่อนที่ตนเองจะพริ้มตาหลับลงช้า ๆ เช่นกัน
....RRRRRRR.......RRRRRRRR.......
เสียงโทรศัพท์ยามเช้าที่ดังขึ้นขัดจังหวะการนอนทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงุนงงเหลือบมองนาฬิกาที่ติดผนังเพิ่งจะเห็นว่า 8 โมงเช้าและพวกเขาเพิ่งจะได้นอนไปแค่ 3ชม.เท่านั้น...ทันทีที่ J ขยับตัวร่างเล็กที่ยังคงนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดก็พลิกกายไปอีกด้าน... คิ้วเรียวเล็กขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจที่มีเสียงมารบกวนขณะที่กำลังหลับอย่างเป็นสุข...แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมา...
... J มองภาพนั้นอย่างขำ ๆ ก่อนจะควานหาต้นตอของเสียง...และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่มาจากมือถือของตน... J จึงรู้ได้ทันทีว่าคงเป็นของ Hyde ฝ่ามือแกร่งจึงเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างเตียงเมื่อคืนขึ้นมารับ
"Moshi Moshi"
"นาย...!! ๋J เหรอ ?" น้ำเสียงตกใจเดากลับมาทันที...เมื่อเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เจ้าตัวเล็กเจ้าของโทรศัพท์
"ใช่...Tetsu ใช่มั้ย? Hyde ยังนอนอยู่...ขอโทษทีแต่วันนี้คงไม่เข้าไปสตู ฯ "
"อ...อืม...ไม่เป็นไร...เพราะฉันก็จะโทรมาบอกว่าไม่ได้ไปเหมือนกัน...ว่าแต่นายกลับมาเมื่อไหร่ ?" Tetsu ถามกลับอย่างแปลกใจเพราะถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนเขาเพิ่งจะเห็น Hyde จอจ่ออยู่กับการรอรับโทรศัพท์ทางไกลจากอีกฝ่าย
"เมื่อคืนนี้นั่นแหละ..." J ตอบสั้น ๆ ก่อนการสนทนาจะดำเนินต่อไปอีกนิดหน่อยแล้ววางสายไป...สายตาเหลือบมองร่างเล็กบางที่นอนหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้...ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปโอบกอดจากด้านหลังแนบแน่น...จุมพิตเบา ๆ ที่ไหล่เนียนอย่างรักใคร่...แอบคิดแผนการเล่น ๆ ที่จะทำกับ Hyde ตลอดทั้งวัน...ไหน ๆ ก็ได้หยุดงานทั้งที...
...โดยที่ร่างเล็กไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนลางานให้เรียบร้อยไปแล้ว....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
ย้อนกลับมาที่ร้านเหล้า...
“Ino...Ino ตื่นเถอะ...กลับกันได้แล้ว...“ Ken ส่งเสียงเรียกร่างบางที่เอนซบหลับอยู่กับไหล่ตนเองอย่างขำ ๆ นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ชวนคุยไปหลายคำแล้วไม่มีเสียงตอบกลับมา...
“หืม...กี่โมงแล้ว?” Ino เปิดเปลือกตาขึ้นถามด้วยความง่วงงุน...ยังไม่ยอมแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง ๆ จนคนข้างกายต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะนั้นเบา ๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา...
“เกือบตี 1 แล้ว...กลับเถอะเดี๋ยวขับรถให้... ค้างด้วยได้รึเปล่า...” Ken เอ่ยถามพลางโบกมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน...
“อืม...แล้วรถนายล่ะ...”
“ไม่เป็นไร... ทิ้งไว้นี่ก็ได้” Ken ตอบกลับไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด... เครดิตการ์ดถูกเก็บใส่กลับลงกระเป๋าเรียบร้อยทั้งสองร่างจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟายาวที่นั่งกินเหล้าพูดคุยกันมาจนเกือบค่อนคืน...Inoran เดินนำหน้าไปเล็กน้อยโดยมี Ken เดินตามหลังไปเพราะจำนวนคนที่ยังหนาตาอยู่มาก...ร่างบางที่เดินนำชะลอฝีเท้าหันมามองชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อใกล้จะถึงประตูทางออก... แต่แล้วก็กลับต้องหยุดชะงักเหลียวมองไปรอบตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อต้นของตนเองอย่างคุ้นเคยดังออกมาจากกลุ่มคนที่นั่งกันอยู่แถวนั้น...
“Kiyo...Ino คะ...” ทันทีที่เจ้าของชื่อหยุดชะงักกวาดตามอง... หญิงสาวที่นั่งดื่มอยู่เพียงลำพังที่มุมใกล้ทางออกเจ้าของเสียงเรียกนั้นก็รีบลุกขึ้นจากโต๊ะปราดเข้ามาจับแขนข้างหนึ่งของ Inoran เอาไว้ด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี...
“คุณจริง ๆ ด้วย Kiyo”
“Eli...” เสียงครางเรียกชื่อออกมาเบา ๆ ด้วยความประหลาดใจระคนยินดี...ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็วในวินาทีถัดมา... ทำให้ชายหนุ่มที่หยุดยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอดรู้สึกบางอย่างวูบขึ้นมาในใจอย่างประหลาด...
“โชคดีจังที่มานั่งร้านนี้...มานานรึยังคะเนี่ย...”
“ตั้งแต่หัวค่ำ...กำลังจะกลับอยู่แล้ว...” Inoran ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี สายตาทั้งคู่มองสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงของคนตรงหน้าคล้ายกับอาการของคนห่างไกลที่ไม่ได้พบเจอกันมาแรมปี...
“อย่าเพิ่งน้า...ไม่เอา...มานั่งคุยกันก่อน...” Eli กอดแขนอีกฝ่ายเอาไว้ทำท่าจะลากกลับไปที่โต๊ะของเธอทันทีที่พูดจบ...แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็น Inoran หันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก...Eli ดูเหมือนจะทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าทั้งสองคงมาด้วยกัน...ใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มไว้ด้วยสีสันอ่อน ๆ บนเปลือกตาและผิวแก้มจึงส่งยิ้มกว้างทักทายพร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้าชายหนุ่มผู้นั้นทันที...
“Eli ค่ะ...คุณ?..”
“Ken ครับ...” Ken ยิ้มตอบพลางยื่นมือไปสัมผัสกับอีกฝ่ายเช่นกัน...
...ผู้หญิงคนนี้สวย...
Ken ลงความเห็นกับตนเองเบา ๆ หากดวงตาเรียวรีกลับไม่ได้หยุดมองดูความงดงามของใบหน้านั้น... แต่กลับมองเลยไปที่แขนเรียวบางอีกข้างของหญิงสาวตรงหน้าที่เวลานี้เลื่อนไปโอบอยู่ที่เอวของคนข้าง ๆ แทนการกอดแขนแบบเมื่อครู่...ภาพที่เห็นจึงยิ่งบอกให้คนมองรู้ถึงความสนิทสนมคุ้นเคยของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี...
“อย่าเพิ่งกลับกันเลยนะคะ...นะ Kiyo” คำสุดท้ายหันไปพูดกับเจ้าของชื่ออีกครั้ง...ทุกการเคลื่อนไหวที่แสดงออกดูเป็นธรรมชาติไม่เสกสรรปั้นแต่ง...
“ได้สิครับ...ไม่ได้รีบไปไหนต่อ...” Ken รีบตอบรับออกมาเสียเอง... อาจเพราะไม่อยากได้ยินใครคนหนึ่งตอบรับคำชักชวนนั้นด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดีก็เป็นได
้... Inoran พยักหน้ารับพลางส่งยิ้มให้คนพูดนิดหนึ่งก่อนทั้งสามคนจะเดินตามกันไปที่โต๊ะของหญิงสาว...ไม่ถึงอึดใจเบียร์เย็น ๆ สองขวดก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างรู้ใจ...
“กลับมาญี่ปุ่นเมื่อไหร่ Eli” Inoran เปิดฉากถามขึ้นก่อน... ทำให้ชายหนุ่มอีกคนในที่นั้นได้รับคำตอบทันทีว่าเหตุใดจึงไม่เคยเห็นหญิงสาวคนนี้มาก่อนเลย...ทั้งที่การแสดงออกของทั้งคู่...ไม่ว่าใครก็คงดูออกว่าไม่ใช่แค่ผู้ที่คบหากันเพียงผิวเผินแน่...
“เกือบอาทิตย์แล้ว...เชื่อมั้ยยังตะเวนไปบ้านญาติไม่ครบเลย...เหนื่อยจัง...” หญิงสาวนัยน์ตาโตผมตรงยาวสลวยเอ่ยตอบยิ้ม ๆ หากดวงตาทั้งคู่กลับดูไม่สดใส...แตกต่างจากเมื่อนาทีก่อนอย่างเห็นได้ชัด...
“จริงสิ...คุณย้ายที่อยู่เหรอ Kiyo” เสียงเอ่ยถามเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้... “กลับมาถึงว่าจะไป Surprise ซะหน่อยกลายเป็นใครออกมาเปิดประตูก็ไม่รู้...”
“อ่า...โทษทีนะที่ไม่ได้ติดต่อไป...ย้ายได้ปีกว่าแล้วล่ะ...ใกล้แล้วก็เงียบดีด้วย...”
“อืม...นี่คิดไว้ว่าอีกสองสามวันจะเข้าไปติดต่อที่สตูฯ อยู่เหมือนกัน...ยังกลัวว่าเขาจะไม่ให้พบเลย...จริงสิ...แล้วเจ้าเหมียวสองตัวยังอยู่ดีรึเปล่า...แล้ว.....”
Ken นั่งฟังการสนทนาของทั้งสองคนไปเงียบ ๆ นาน ๆ ครั้งจึงจะขยับยกเบียร์ขึ้นดื่ม...ส่งเสียงหัวเราะออกมาในระหว่างการพูดคุยเพื่อให้ทั้งสองคนรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม...ทั้งที่จริงในใจมันตรงกันข้าม...
“Ken-san เงียบจัง...เบื่อรึเปล่าคะ Eli พูดมากอยู่คนเดียว...”
Ken ส่งยิ้มกลับคืนไปให้นิด ๆ โดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ...
“เป็นนักดนตรีเหมือน Kiyo รึเปล่าคะ...” หญิงสาวเอ่ยถามต่อไปอีก...นึกสนใจฝ่ายนั้นขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าเพื่อนที่นั่งคุยอยู่กับตัวเองคอยมองไปที่ชายหนุ่มคนนี้แทบจะตลอดเวลา...ซึ่งมันไม่ใช่นิสัยของเจ้าตัวเลย...
“ใช่ครับ...”
“เดาไม่ยากหรอกค่ะ...Kiyo น่ะคบแต่คนที่สนใจดนตรีด้วยกันแทบจะทั้งนั้น... แต่ไม่รู้มาคบกับ Eli ได้ยังไงเพราะเรื่องดนตรีนี่อยู่คนละขั้วเลย...”
“Ken เล่นกีตาร์เหมือนฉัน...วง L’Arc” Inoran บอกเล่าให้ฟัง...เหลียวมองไปที่เจ้าเหมียวอีกครั้ง...ออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่ออีกฝ่ายดูจะเงียบไปจนผิดปกติ...
“Laruku...รู้จัก ๆ Luna sea กับ L’Arc งั้นเหรอ...โชคดีจังเลยวันนี้...” Eli บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง...
“Eli...มาคราวนี้จะอยู่นานมั้ย...” Inoran เริ่มคำถามใหม่ขึ้นอีกครั้ง...
“นานสิ...คราวนี้จะกลับมาอยู่เลย...” เสียงตอบเรื่อย ๆ ในขณะที่นิ้วมือเรียวเล็กเริ่มหมุนวนไปมาเบา ๆ บนแก้วทรงสูงที่มีคอกเทลสีมรกตเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแก้ว...
“ก็ดีน่ะสิ...เขาได้ย้ายกลับมาญี่ปุ่นแล้วเหรอ...”
“เปล่าหรอก...” เสียงปฏิเสธกลับมาเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาอีกครั้ง... “เราแยกทางกันแล้ว...Eli กลับมาคนเดียว ขอย้ายกลับมา...”
คำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับมีผลทำให้คนถามนิ่งอึ้งไปพักใหญ่...แม้กระทั่งตัว Ken เองซึ่งไม่เคยรู้เรื่องอะไรก่อนหน้านี้แต่ถ้อยคำที่ได้ยินก็พอจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่า ‘เขา’ ที่พูดถึง...คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่ชีวิตของหญิงสาวตรงหน้านี่เอง...
....แยกทางกันแล้ว...
ถ้อยคำและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทำให้รู้สึกสะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูก...แต่นั่นก็ยังไม่มากเท่ากับภาพที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้าเวลานี้... Inoran ยื่นมือไปกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้...บีบเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้...ไม่มีคำพูดแต่ทุกการกระทำอ่อนโยน... ให้กำลังใจจนคนรับคลี่ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...
“แล้วตอนนี้พักที่ไหน...หาที่อยู่ได้รึยัง?...” เสียงถามต่อด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง...
“ยังเลย...อยู่โรงแรมน่ะ...แล้วก็ตามบ้านญาติ ๆ เดี๋ยวตะเวนเยี่ยมครบค่อยหาจริงจัง...ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ...”
“Eli...ถ้ามีอะไรให้ช่วย...โทรหาฉันได้ตลอดเวลานะ...อย่าเกรงใจ...”
“ขอบคุณมาก...พูดเองแบบนี้...ไม่เกรงใจจริง ๆ นะเอ้า...” เสียงเย้ากลับมาอย่างอารมณ์ดี...เสียงพูดคุยกันดังต่อเนื่องไปได้อีกสองสามคำ..หญิงสาวก็เริ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู...ก่อนจะส่งเสียงถอนใจออกมาเบา ๆ
“เฮ้อ...เร็วจริง ๆ เกือบตี 2 แล้ว...ต้องกลับแล้วล่ะ...พรุ่งนี้ต้องไปไซตามะแต่เช้าเดี๋ยวจะตื่นไม่ไหว...ราตรีสวัสดิ์นะคะ Ken-san” ท้ายประโยคหันมาพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อย...
“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” Ken ก้มหัวตอบกลับไปนิด ๆ เช่นกัน...
...ตี้ด ๆๆ...
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้เจ้าของเครื่องถึงกับยิ้มเนือย ๆ ออกมา...เพราะวิธีที่จะขอปลีกตัวออกไปดูจะมาถึงช้ากว่าที่ควรจะเป็นไปนานทีเดียว...
“ฉันไปรอที่รถนะ Ino” Ken หันไปบอกก่อนจะลุกเดินออกไปจากโต๊ะทันทีพร้อมกับโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในมือ...เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้ร่ำลากันเป็นส่วนตัว...
“Ken-san คุยด้วยยากจัง...เวลาอยู่ด้วยกันไม่เงียบแย่เหรอ...คุณก็ไม่ค่อยพูด...” Eli เอ่ยถามตรง ๆ อย่างคนคุ้นเคย..
Ino ละสายตาจากแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินลับหายออกจากประตูไปก่อนจะหันมามองคู่สนทนาอีกครั้ง...อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อฟังคำพูดประโยคท้าย ๆ ได้ถนัด...เพราะรู้ดีอยู่ว่าตัวเองแทบไม่เคยได้รู้จักความเงียบเลยเมื่ออยู่ร่วมกับ Ken...แต่ Ino ก็ไม่ได้ค้านอะไรออกไปเพราะรู้สึกด้วยเช่นกันว่าเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา...ฝ่ายนั้นดูจะเงียบไปจริง ๆ...
“รู้จักกันมานานรึยัง?...” เสียงถามต่อไปอีก...
“เกือบครึ่งปีแล้ว...”
Eli นั่งมองดูใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความเอาใจใส่มากกว่าทุกครั้ง...คำตอบธรรมดา ๆ แต่ทั้งสีหน้าและแววตาของคนพูดดูจะมีความสุขจนฟังอดยิ้มออกมาไม่ได้ พร้อมกันนั้นความแปลกใจก็ตามมา...
“Kiyo...ยังอยู่คนเดียวเหรอ...คุณมีใครรึยัง?..”
Inoran นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มนิด ๆ...ยิ้ม...เพราะคนตรงหน้าเคยได้รับความรักจากเขาโดยที่เจ้าตัวเองไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ด้วยซ้ำ...หากวันนั้นอีกฝ่ายถามคำถามนี้กับเขาแทนการบอกข่าวเรื่องการแต่งงาน...เขาคงไม่มีโอกาสได้พบกับ Ken...
“ตอนนี้ยังอยู่คนเดียว...เป็นบางวัน...”
Eli เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง...คำพูดล้อเล่นที่ได้ฟัง...ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไปมากหากเทียบกับครั้งสุดท้ายที่พบกัน... และมันเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น...
...ที่ด้านนอกร้าน...
“อืม...ตกลงพรุ่งนี้ไม่เข้าสตูฯนะ OK ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันบอก Te-chan ให้... ขอให้น้องหายไว ๆ นะ..Yukky บายแล้วเจอกันเพื่อน...” Ken บอกลาเพื่อนพลางกดปิดสายโทรศัพท์ลงอย่างเหม่อ ๆ ร่างสูงยืนเอนอิงแผ่นหลังอยู่กับรถเฟอรารี่คันงามเพื่อรอคอยเจ้าของรถที่คาดว่ากำลังจะตามออกมาในไม่ช้า....
..ภาพผู้คนที่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวผ่านพ้นประตูทางออกมาไม่ได้เรียกให้ดวงตาเรียวรีมีปฏิกิริยาอื่นใด...กระทั่งร่างของใครคนหนึ่งผ่านพ้นออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่เดินเคียงข้างนั่นแหละ... Ken จึงเริ่มต้นขยับกายอีกครั้งด้วยความยินดี...
...คนทั้งคู่หยุดยืนพูดคุยกันอีกสองสามคำก่อนที่ Inoran จะเป็นฝ่ายชี้มือมาทางที่รถจอดอยู่...หญิงสาวข้างกายจึงยกมือขึ้นบอกลาเพื่อนใหม่อีกครั้ง...แล้วก็ได้รับการโบกมือกลับคืนไปให้อย่างมีไมตรี...
“บายนะ Kiyo”
“อืม...ดูแลตัวเองนะ Eli” Inoran บอกกำชับด้วยความห่วงใย...พลางยกมือลูบเส้นผมนุ่มสลวยของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน...จนฝ่ายนั้นถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมองด้วยความแปลกใจอีกครั้ง...
...ความอ่อนโยนในตัวคน ๆ นี้ไม่ใช่ไม่เคยสัมผัส แต่ที่ได้รับวันนี้มันแปลกไป Inoran คนเงียบขรึม...ที่ผ่านมาเหมือนไม่รู้วิธีจะแสดงออกถึงความรู้สึกในใจมากนัก...มาวันนี้กลับ...
“ยิ้มอะไร?” อดถามออกมาด้วยความแปลกใจไม่ได้...เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ยืนจ้องมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เลิก...
“Kiyo ดีใจจังที่ได้พบคุณวันนี้...” Eli บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง...ขยับเข้าสวมกอดอีกฝ่ายก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกระซิบบอกอะไรบางอย่าง...
“Eli อวยพร...ให้คนที่ได้อยู่ด้วยกันแค่บางวันได้มาอยู่ด้วยกันทุกวันเร็ว ๆ นะ...See you..” จบคำพูดหญิงสาวก็โบกไม้โบกมือให้พร้อมกับผละจากไปจนเห็นเพียงหลังไว ๆ ทิ้งให้คนฟังยืนอึ้งกับคำอวยพรที่ไม่คาดคิดอยู่อย่างนั้น...
....ให้ได้อยู่ด้วยกันทุกวันเร็ว ๆ งั้นเหรอ...
เสียงหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้าไปมากับตัวเองเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้... Inoran หันหน้ากลับมายังทิศทางที่รถจอดอยู่อีกครั้ง... ภาพชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ตรงนั้นทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ... การได้มีใครสักคนอยู่เคียงข้างกลายเป็นความรู้สึกคุ้นชินมากขึ้นทุกทีนับแต่รู้จักกับอีกฝ่าย..
...ไม่ได้ต้องการมากกว่านี้...แค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีมากแล้ว...
“โทรศัพท์มา..มีธุระด่วนรึเปล่า?..” Inoran ถามขึ้นเมื่อจำได้ว่าฝ่ายนั้นมีสายเข้ามา...ดึกป่านนี้อาจเป็นเรื่องด่วนก็ได้...
“Yukky น่ะ...โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องอยู่ดูน้องอีกวัน...” Ken บอกพลางขยับเปิดประตูรถด้านข้างคนขับที่ตนเองยืนขวางอยู่ออกกว้างเพื่อให้อีกฝ่ายขึ้นไปนั่ง...รอจนคนฟังพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ชายหนุ่มจึงจัดการปิดประตูรถลงพร้อมกับเดินอ้อมไปประจำที่คนขับ...
...ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนปกติ แต่ในความรู้สึกกลับว่างเปล่า ในหัวเต็มไปด้วยภาพการร่ำลากันของคนทั้งคู่...สวมกอด...เสียงกระซิบที่ข้างหู...จบลงที่รอยยิ้มของคนที่นั่งอยู่ข้างกายในเวลานี้...
Inoran ละสายตาจากภาพแสงไฟและทิวทัศน์ยามค่ำคืนสองข้างทางเหลียวมามองชายหนุ่มข้างกายด้วยความประหลาดใจ...ตลอดระยะทางที่ผ่านมาภายในรถมีแต่ความเงียบ... ผิดจากทุกครั้งที่อีกฝ่ายจะมักจะมีเรื่องราวหรือเอ่ยคำพูดชวนคุยจนเขาเหนื่อยที่จะตอบคำถามทุกคำให้ทันด้วยซ้ำไป...
...ความรู้สึกหงุดหงิดจึงเริ่มก่อตัวขึ้นภายในมากขึ้นทุกที.. กระทั่งรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ในลานจอดรถ...เสียงที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงเท่านั้น...Inoran จึงรีบก้าวลงจากรถเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับขึ้นสู่ห้องพักโดยไม่ยอมที่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเช่นกัน...
“ฉันกลับเลยนะ...” Ken เอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาอยู่ในห้องได้พักใหญ่...พร้อมกับทักทายเจ้าเหมียว 2 ตัวที่เข้ามาพัวพันอยู่เป็นที่เรียบร้อย... คำพูดนั้นทำให้เจ้าของห้องที่กำลังวุ่นอยู่กับถ้วยชาสองใบเพราะเคยชินกับการดื่มอะไรอุ่น ๆ ก่อนนอนต้องหยุดชะงักหันไปมองอย่างรวดเร็ว...
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่ที่ร้าน...จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาส่ง...” น้ำเสียงและคำพูดที่ได้ยินเรียกให้ชายหนุ่มที่กำลังขยับลุกยืนหันไปมองคนพูดทันทีเช่นกัน... ชั่วแวบเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจาก
ใบหน้าของอีกฝ่าย... “Ino...” เสียงเรียกชื่ออย่างอ่อนโยนดังมาจากทางด้านหลัง...ในขณะที่เจ้าของชื่อยังคงยืนนิ่งแสดงความสนใจกับเครื่องดื่มร้อน ๆ ในมือต่อไป...
“ฉันไม่เคยคิดว่าทุกอย่างที่ทำให้นายเป็นเรื่องเสียเวลา...”
คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ ก่อนเจ้าของร่างจะค่อย ๆ หลับตาลงทันทีที่ฟังคำพูดประโยคนั้นจบ...ร่างกายถูกสวมกอดเบา ๆ จากทางด้านหลัง...โอบรัดจนแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง...ใกล้...จนได้ยินเสียงหัวใจ...
“นายทำให้ฉันหงุดหงิด...” Inoran บอกความรู้สึกของตัวเองออกไป...
“ฉันทำอะไร?”
“ทุกอย่าง...นายเป็นอะไร Ken” เครื่องดื่มในมือถูกวางลงก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย...ทรมานอย่างบอกไม่ถูกกับความนิ่งเฉยที่ได้รับ...นึกว่าจะได้รับคำตอบ...หากหัวใจกลับต้องกระตุกวูบขึ้นมาอีกเมื่อเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของคนตรงหน้า พร้อม ๆ กับอ้อมแขนที่โอบเอวอยู่เริ่มคลายออกช้า ๆ...
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร... Ino บางทีตัวนายเองต่างหากที่เป็น...” Ken หลุดความรู้สึกที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจออกไปจนได้... ภาพที่เห็นมาเกือบตลอดชั่วโมงก่อนหน้านี้รวมกับคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มยอมรับกับตัวเองในที่สุดว่า...หญิงสาวคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา...
....ถึงจะเคยแต่งงาน...แต่ตอนนี้เธอก็เป็นอิสระแล้ว...
“ฉัน?...” เสียงย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจยิ่งขึ้นไปอีก... “ฉันทำไม?...บอกสิว่าฉันเป็นอะไร... Ken”
“Eli...ถ้าเป็นเธอ...คงไม่ทำให้นายหงุดหงิดสินะ...”
Inoran ยืนนิ่งอึ้งฟังคำตอบที่ได้รับอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักในตอนแรก...อารมณ์กรุ่น ๆ เริ่มจางหายไปทีละน้อย...เมื่อสมองกำลังคิดทบทวนถึงจุดเริ่มต้นของท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย มันเริ่มจากวินาทีที่พวกเขาพบกับ Eli นั่นเอง ใบหน้างามเมินมองไปทางอื่นก่อนจะหันหลังให้ชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองอยู่อีกครั้ง...เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา...เมื่อเจ้าตัวสามารถหาคำตอบให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด...
“ทำไมไม่ตอบล่ะ?...Ino..นายชอบ Eli ใช่มั้ย?...” Ken จ้องมองแผ่นหลังของคนตรงหน้านิ่งอย่างต้องการคำตอบ...คำตอบที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเลยว่าพร้อมจะรับฟังมัน...
“ใช่...ฉันชอบ Eli...ชอบ...จนถึงเมื่อครึ่งปีก่อน...” จบคำพูดร่างบางก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกครั้ง...
...ใบหน้างงงันไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินของอีกฝ่าย...หรือเข้าใจแต่ไม่อยากจะเชื่อก็สุดรู้นั่น...ทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่สงบราบเรียบลงเมื่อครู่เริ่มจะก่อตัวขึ้นมาอีก...
“ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบเธอแล้ว...ถ้าพูดขนาดนี้นายยังไม่เข้าใจอีกล่ะก็...อยากจะไปไหนก็ไป” จบคำพูด Inoran ก็หันหลังให้คนตรงหน้าเดินจ้ำอ้าวตรงมุ่งตรงไปยังห้องนอนภายในอย่างรวดเร็ว... ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนนิ่งตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่อย่างนั้น...
....ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ตลอดว่าระหว่างเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ในฐานะคนรัก...แต่ไม่เคยสักครั้งที่อีกฝ่ายจะบอกความรู้สึกในใจออกมาให้รับรู้...หรือแม้กระทั่งจะยอมรับฟังความรู้สึกของเขาก็ยังยาก...แต่คราวนี้...
“Ino!!” เสียงเรียกชื่อที่ผสมปนเประหว่างความยินดีและความตกตะลึงดังออกมาจากปาก...ก่อนร่างกายจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง...สองขาเริ่มก้าวยาว ๆ จนกลายเป็นออกแรงวิ่งเพื่อไปให้ถึงตัวอีกฝ่ายจนทันในที่สุด... มือแกร่งเอื้อมคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัวจนร่างบางที่ไม่ทันตั้งหลักถึงกับเซไปเล็กน้อย..ต้นแขนทั้งสองข้างถูกรวบเอาไว้ให้หันกลับมาเผชิญหน้า....
....คำพูดที่กำลังจะออกมากลับติดอยู่แค่ริมฝีปาก ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างมองดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ตรงหน้านิ่งงัน...
...ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นคนตรงหน้ามีน้ำตาสักครั้ง...แล้วทำไม...
“Ino...”
“ปล่อย!!!” เสียงสั่งสั่นเครือทำให้คนฟังคลายมือออกจากจากร่างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว... ชั่วแวบหนึ่งหากว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไปเขาเห็นผิวแก้มเนียนบ่มสีเลือดขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะหายลับเข้าห้องนอนไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่นตามมา...
“Ino!!..เดี๋ยว...” Ken เอื้อมมือออกคว้าลูกบิดประตูพร้อมกับระดมเคาะเรียกชื่ออีกฝ่ายรัวเร็ว... “Ino...ฉันเสียใจ...ขอโทษ ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...Ino”
“อย่าเรียกนะ!!! ห้ามเคาะด้วย...กลับบ้านนายไปซะ...” เสียงตะโกนที่ดังออกมาจากภายในหยุดการเคลื่อนไหวของคนข้างนอกได้ชะงัดนัก...Ken ได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความโมโหตัวเองที่เป็นคนสร้างเรื่องบ้า ๆ นี้ขึ้นมาเพราะความระแวงไม่เข้าท่าแท้ ๆ... มือแกร่งที่กำลังจะทุบลงบนบานประตูจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ผนังด้านข้างอย่างแรงด้วยความรู้สึกผิด...
“Ino...ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...จะรอจนกว่านายจะยอมออกมา...จะรอจนกว่านายจะหายโกรธ...”
Inoran นั่งอยู่บนเตียงฟังคำพูดที่ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของบานประตูนิ่ง...ดวงตาทั้งคู่จับจ้องไปยังภาพถ่ายคู่กันกับใครคนหนึ่งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง...
....อารมณ์โกรธ อารมณ์เสียใจไม่มีเหลืออยู่แล้ว...หากกำลังอายในสิ่งที่พูดโพล่งออกไปต่างหาก...
“ไอ้บ้า!!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
tbc love punish 79- 79 -
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างโปร่งบางเข้ามาภายในห้องนอน.... บนเตียงนอนหนานุ่มหลงเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่ปกคลุมด้วยผ้าห่มนวมของเจ้าของบ้านเพียงลำพัง...Ryuichi ขยับกายเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าแสงแดดนั้นกำลังปลุกเขาให้ตื่นจากนิทรารมย์แสนหวานเมื่อคืน...ท่อนแขนแกร่งควานหาร่างใครบางคนที่มั่นใจว่าอยู่ข้างกายเขามาตลอดคืน...คนที่เขาโอบกอดเอาไว้แนบอก... ...แต่ทุกอย่างกลับว่างเปล่าราวกับมันเป็นเพียงภาพความฝันแสนหวาน....ที่มีขึ้นเพียงในมโนสำนึกเท่านั้น...สัมผัสของร่างกายบอบบางอบอุ่นและมีเลือดเนื้อ....บัดนี้กลับเหลือเพียงผิวสัมผัสของพื้นเตียงที่กระด้างเย็นชา
...Ryuichi เปิดเปลือกตาตนเองขึ้นช้า ๆ เหม่อมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในใจอย่างบอกไม่ถูก...สัมผัสเมื่อครู่บอกให้เขารับรู้ว่า...บัดนี้ไม่มีคนข้างกายอยู่อีกต่อไปแล้ว...ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองกลัวว่ามันจะยิ่งตอกย้ำว่า....ไม่มีใครอยู่ ณ ที่ตรงนั้นอีกแล้ว
...รอยยิ้มมุมปากราวกับจะหัวเราะเยาะความโง่เขลาของตนเอง...หัวใจมันเหมือนจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเหลือเพียงความว่างเปล่าทุกอย่างจบลงไม่ต่างจากค่ำคืนนั้น...
...นายจะเอายังไง ? กับฉันกันแน่ Tetsu ...
...ตั้งคำถามให้กับตนเองเพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่าง...พร้อมกับผุดลุกขึ้นคว้าเอาเสื้อคลุมมาสวมใส่...เรื่องราวที่เขาต้องทำในแต่ละวันยังมีอีกมากมายนัก...ไม่มีประโยชน์ที่จะมายึดติดกับอะไรให้มากเกินไป...ก็แค่ใช้ชีวิตไปตามทางที่มันเคยเป็นมาเหมือนกับที่เคยบอกกับ J ว่าเขายังไม่รีบ...ก็แค่ความสุขทางกายที่ผ่านเข้ามาและจางหายไปไม่ต่างจากใครหลาย ๆ คนที่เขาเคยพบเจอ
‘ ทำตัวแบบนี้เมื่อไหร่นายถึงจะเจอคนที่พร้อมจะจริงจังด้วยสักที ‘ คำถามที่เคยได้ยินจากปากเพื่อนร่วมวงหัวทองดังแทรกขึ้นมาในความคิด....จน Ryuichi หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ
“มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก J “
แต่ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าตรงไปยังห้องน้ำดังเช่นกิจวัตรที่ทำมาตลอด...สองขาก็กลับต้องหยุดชะงักเมื่อหูแว่วเสียงน้ำไหลจากฝักบัวมาให้ได้ยินเพียงแผ่วเบา...ก่อนจะดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้...รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เมื่อแน่ใจแล้วว่าเสียงน้ำที่ได้ยินไม่ใช่เสียงที่จินตนาการขึ้นมาเอง...และไม่ใช่เพราะเขาเปิดมันทิ้งเอาไว้ แต่...เป็นเพราะภายในมีใครบางคนอยู่ต่างหาก...
Ryuichi หยุดยืนนิ่ง...บางสิ่งที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนกลับถูกยับยั้งเอาไว้อีกครั้ง...ถ้าจะลองจดจำมันต่อไปอีกสักเล็กน้อย บางทีมันอาจแปรเปลี่ยนเป็นไม่อาจลืมเลือนได้ตลอดกาล...
…Tetsu ลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากฟองแชมพูสุดท้ายถูกชะล้างไปพร้อมกับสายน้ำอุ่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเปียกชุ่มโชกถูกสะบัดไปมาอย่างรุนแรงเหมือนจะไล่ทั้งความเปียกชื้นและความคิดที่วิ่งวกวนไปมาให้ออกไปพร้อม ๆ กัน...
....คำถามเมื่อคืนได้รับคำตอบแล้ว... ทั้งที่คิดว่ารู้แล้วจะหลุดพ้นจากทรมาน...หากทุกอย่างกลับตรงกันข้าม...
ร่างบางหยุดชะงักเล็กน้อย เมื่อสายตาไปสะดุดกับเสื้อคลุมอาบน้ำสีน้ำตาลเล่นขอบด้วยลวดลายเกลียวเชือกสีเหลืองสวยงามขณะก้าวเท้าออกมาจากหลังฝ้ากระจกลายสลักที่กั้นละอองน้ำไม่ให้เลยไปยังส่วนแห้งที่แบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วน... มือเรียวแตะไปบนเสื้อคลุมเบา ๆ พลางกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตนที่จำได้ว่าตัวเองหอบหิ้วเข้ามาวางไว้พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนกว้างที่ถือวิสาสะหยิบเอามาจากชั้นวาง...ผ้าเช็ดตัวยังวางอยู่ที่เดิมแต่เสื้อผ้ากลับหายไปหมดทุกชิ้น...
...คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้อง...
เสื้อคลุมอาบน้ำถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ปกปิดร่างกายอย่างไม่มีทางเลือก...นึกโกรธตัวเองอยู่ในใจที่ตัดสินใจเข้ามาอาบน้ำ ทั้งที่ควรจะกลับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด...
“อาบเสร็จแล้วเหรอ...” เสียงถามจากเบื้องหลังบานประตูห้องนอนที่เพิ่งจะถูกเปิดออกทำเอาร่างบางสะดุ้งหันขวับไปมอง... เจ้าของบ้านยืนส่งยิ้มให้มาโดยไม่มีท่าทีว่าจะก้าวเท้าเข้ามาภายใน... ดวงตาคมที่กวาดมองไปทั่วร่างทำให้คนถูกมองต้องหลบสายตาไปทางอื่นโดยไม่ยอมตอบคำถาม...
“ตามสบายนะ...เสื้อผ้าของนายฉันให้แม่บ้านเอาไปซักแล้ว... ชุดเปลี่ยนวางไว้ให้ที่ชั้นนั่น ถ้าไม่รังเกียจ แต่...” เสียงลากยาวทำให้คนฟังต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งด้วยความความประหลาดใจ... รอยยิ้มที่เห็นครั้งใดก็ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมากำลังปรากฏอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย...
“ถ้านายจะลงไปดื่มกาแฟทั้งชุดนี้...ฉันก็ไม่เกี่ยงนะ....” พูดจบประตูห้องนอนก็ถูกดึงปิดสนิทลงอีกครั้งโดยไม่ได้เปิดโอกาสให้คนข้างในเอ่ยปากโต้ตอบอะไรได้... Tetsu ยืนกัดริมฝีปากด้วยความโกรธตรงกันข้ามกับผิวหน้าที่กำลังอมชมพูระเรื่อด้วยความอาย...
…Ryuichi เงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟควันหอมกรุ่นตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวลงบันไดมา... เสื้อผ้าที่ออกจะผิดขนาดไปซักหน่อยยิ่งทำให้ร่างที่บอบบางอยู่แล้วดูจะปลิวลมยิ่งขึ้นไปอีก...ทั้งที่เคยเห็นผ่านกระจกเงาบนร่างกายของตนอยู่หลายครั้ง แต่..เมื่อไปสวมใส่อยู่บนร่างกายของคนตรงหน้ากลับทำให้เขาจ้องมอง ‘เสื้อผ้า’ ชุดนั้นอย่างลืมตัว...กระทั่งอีกฝ่ายทำท่าจะเดินตรงออกไปจากบ้าน ชายหนุ่มจึงรีบปราดเข้าไปขวางหน้าไว้อย่างงุนงง...
“เดี๋ยว...จะรีบไปไหนล่ะ...”
“กลับ” คำตอบสั้น ๆ ที่ได้รับยิ่งทำให้คิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ...ทั้ง ๆ ที่คิดว่า Tetsu จะเลิกทำตัวเฉยชากับเขาหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...แต่ดูท่าว่าร่างบางจะยังคงไม่ยอมเปลี่ยนท่าที...เสียงระบายลมหายใจยาวจากชายหนุ่มคนเดิมก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันคิดว่าเราเข้าใจกันแล้วซะอีก....ไม่นึกว่าเช้ามานายก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน...ทำราวกับว่าเรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น...หรือว่าจริง ๆ แล้วนายต้องการอย่างนั้นตั้งแต่แรก” คำพูดที่ได้ยินยิ่งทำให้ภายในอกของ Tetsu ปั่นป่วนราวกับมีคลื่นแห่งความสับสนตีกันอยู่ภายใน...
...อะไรล่ะ ? คือความเข้าใจกันที่ Ryuichi ว่า...
“นายอยากให้ฉันทำยังไงกันแน่ Tetsu ถ้านายไม่พูดออกมา...ฉันก็จะไม่มีวันเข้าใจ”
“บอกไปนายก็ทำมันไม่ได้!!....แล้วมันยังจะมีประโยชน์อะไร ?” ร่างบางแทบจะตะโกนสวนตอบคำพูดของชายหนุ่มไปทันที...
“แล้วนายอยากให้ฉันทำอะไร ?...” Ryuichi ถามกลับพลางจ้องมองสบตากับอีกฝ่ายแน่วนิ่ง...สายตาคาดคั้นค้นหาคำตอบในสิ่งที่ Tetsu ต้องการ
‘ อยากให้นายเป็นของฉันคนเดียว...เลิกยุ่งกับคนอื่น....ความอ่อนโยนนั่นให้ฉันได้ครอบครองมันเอาไว้เพียงคนเดียว…‘
สิ่งที่คิดอยู่ภายในใจเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป...เพราะกลัวว่าจะได้รับการปฏิเสธ...ว่าเป็นไปไม่ได้ “ไม่ต้อง...มันก็แค่เรื่องฆ่าเวลา...นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่านี้” คำตอบที่ออกมาช้าชัด...แม้ไม่ตรงกับใจสักคำเดียว...แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตนเองจึงพูดออกไปเช่นนั้น...
Tetsu ขบเม้มริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บทันทีที่พูดจบ...พลางเบือนสายตามองไปทางอื่นทันที...กลัวว่าสายตาคู่นั้นที่มองมาจะล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วใจเขาคิดอย่างไร ?
“อ้อ....” เสียงตอบรับเบา ๆ พร้อมกับชายหนุ่มที่พยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ...
“ทั้ง ๆ ที่เป็นครั้งแรกของนาย....ฉันควรจะดีใจมั้ย?...ที่นายยอมเลือกฉันให้เป็นตัวช่วยฆ่าเวลา...” Ryuichi เอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก...เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั่นไม่ใช่ครั้งแรก...แต่ความสัมพันธ์ก่อนหน้านั้น....ใช่...เพราะเขารับรู้ได้ว่า Tetsu ไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนสวมกอด...
“นาย !! “ ร่างบางเสียงดังขึ้นมาทันที...แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรไปได้มากกว่านั้นเพราะทุกอย่างที่ Ryuichi พูดเป็นเรื่องจริง...ใบหน้าเรียวสวยที่จ้องมองอีกฝ่ายจึงแดงระเรื่อทั้งด้วยความโกรธและความอาย...ภาพที่ได้เห็นยิ่งทำให้คนมองยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
“อย่าเพิ่งโกรธสิ...ฉันว่าเราน่าจะมีเวลาคุยกันอีกสักหน่อยนะ...” Ryuichi พูดพลางเอื้อมมือเข้าไปแตะข้อมืออีกฝ่ายเบา ๆ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอาการขัดขืน ชายหนุ่มจึงจูงมือร่างบางให้มาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้...ก่อนจะค่อย ๆ รินกาแฟยามเช้าหอมกรุ่นใส่ถ้วยแล้วยื่นไปให้ตรงหน้า
“Tetsu...บอกฉันได้มั้ย?...ว่าจริง ๆ นายต้องการอะไร ?” Ryuichi ถามย้ำคำถามเดิมไปอีกครั้ง...จากความรู้สึกที่บอกกับตัวเอง...แม้เขาจะพอรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า Tetsu ต้องการอะไร ? แต่เขาก็ยังอยากได้ยินมันออกมาจากปากของ Tetsu เองมากกว่า... และหากมันตรงกันกับความรู้สึกของเขา... เขาก็จะยินยอมจะทำตามทุกอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ....เพราะรู้ดีว่าหากคิดจะสานต่อเรื่องราวต่อจากนี้ให้จริงจัง
...คนที่ต้องเปลี่ยนตัวเองคงจะต้องเป็นเขา...
“อ...อย่า” คำพูดตะกุกตะกักไม่เป็นคำพร้อม ๆ กับใบหน้าที่แดงระเรื่อมากขึ้นกว่าเดิม
“หืมม์ ?”
“อย่าไปยุ่งกับคนอื่น !!! “ Tetsu หลับหูหลับตาบอกสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของตนเองออกไปทันที...หากทุกอย่างจะพังทลายก็ควรให้มันพังทลายลงตรงนี้...ยังทันที่เขาจะถอนตัวออกมาจากเสน่ห์ที่ชวนลุ่มหลงนั่น...มันอาจจะเจ็บปวดในตอนแรกแต่ไม่นานทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...ขอแค่ได้ยินคำปฏิเสธนั้นอย่างชัดเจนแล้วเขาจะตัดใจจริง ๆ เสียที
“OK” คำตอบรับสั้น ๆ ที่ได้ยินทำให้ Tetsu ต้องลืมตาแล้วหันกลับไปมองคนพูดอย่างรวดเร็ว....คำตอบที่คิดว่าจะเป็นคำปฏิเสธกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด
“ไม่จริง...” เสียงพึมพำที่ลอดออกมาเบา ๆ ทำให้ Ryuichi ต้องหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง...
“จริง...ฉันจะไม่ไปยุ่งกับคนอื่น...ตราบใดที่นายยังอยากให้ฉันเป็นตัวช่วยฆ่าเวลา....ตกลงมั้ย ? “ Ryuichi ตบไหล่ร่างบางเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม...พลางผุดลุกขึ้นยืน
“ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน...แล้วฉันจะไปส่ง...อย่าหนีกลับไปก่อนล่ะ...” ชายหนุ่มพูดพลางก้าวยาว ๆ เดินกลับขึ้นไปยังห้องนอน ก่อนจะหันมาพูดต่อ
“อ้อ...แล้วเมื่อไหร่นายไม่อยากฆ่าเวลาแล้ว...ก็บอกฉันแล้วกัน....ฉันจะได้ไปช่วยคนอื่น....”
“ไม่มีทางยอมให้นายไปช่วยคนอื่นเด็ดขาด” เสียงพึมพำเบา ๆ จากร่างบางที่นั่งอยู่ที่เดิม...พร้อมกับดวงตาที่มองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไป...ก่อนจะหันมาสนใจกับถ้วยกาแฟตรงหน้าที่ชายหนุ่มรินให้เมื่อครู่....
....รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากบางน้อย ๆ เมื่อสิ่งที่เขาต้องการได้รับการตอบสนอง...ถึงแม้ภายหน้ามันอาจจะจืดจางหรือจบลง....แค่ตอนนี้เท่านั้นที่อยากดื่มด่ำกับความสุขนั้นให้มากที่สุด ถ้วยกาแฟในมือถูกยกขึ้นสูดกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟก่อนจะถูกจิบเบา ๆ
‘ หวาน ?....‘ คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจในรสชาติ....
‘ แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ? หวาน ๆ ก็อร่อยดี...‘ ถ้วยกาแฟในมือถูกยกขึ้นดื่มจนหมด....มันช่างเป็นยามเช้าที่แสนหวานเสียนี่กระไร
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
....อีกมุมหนึ่งภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ตนเป็นคนกำหนดมันขึ้นมาเอง...แต่กลับไม่ยอมที่จะอยู่ร่วมงานจนจบ...แม้ใจหนึ่งจะยังอดเป็นห่วง Tetsu ที่ท่าทางจะมีเรื่องไม่สบายใจไม่ได้...แต่อีกใจหนึ่งที่ดูจะมีอิทธิพลมากกว่ากำลังจะส่งเสียงมาจากที่ไกลแสนไกล...และ Hyde ก็เลือกที่จะมีความสุขอยู่กับอย่างหลังมากกว่า
...รถมินิคูเปอร์สีขาวสะอาดค่อย ๆ เลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของคอนโดหรูช้า ๆ แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท... เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ที่เบาะด้านข้างก็แผดเสียงก้องออกมาจนเจ้าของรถตกใจไม่น้อย... Hyde รีบดับเครื่องยนต์พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู..เพียงแค่เห็นสายเรียกเข้า...รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางอย่างยินดี...
“ทำไม ? โทรมาช้าจัง...” น้ำเสียงแสดงถึงอาการเง้างอนของเจ้าของโทรศัพท์...ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งของปลายสายต้องหลุดรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ขอโทษที...พอดีอยู่ตรงช่วงอับสัญญาณน่ะ....แล้วทำอะไรอยู่ ? เมื่อกี้บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ ? แล้วนี่ยังอยู่ที่ร้านรึเปล่า ?” J ย้อนถามถึงเรื่องที่ได้ยินเพราะก่อนหน้านี้ที่เขาโทรมาเมื่อครู่...Hyde บอกว่ากำลังอยู่ที่ร้านเพราะนัดสังสรรค์กัน
“เปล่า....ไม่ได้อยู่แล้ว...ก็กลัวว่าเราจะคุยกันไม่สะดวก....ฉันเลยกลับมาก่อน..........................................”
...เสียงพูดคุยโทรศัพท์เจื้อยแจ้วไปตลอดทางที่ร่างเล็กเดินเข้ามาในคอนโด....สู่ตัวลิฟต์....และจนตลอดทางเดินที่นำไปสู่ห้องของชายหนุ่มผมทอง...เสื้อโค้ทตัวยาวถูกถอดแขวนไว้ที่ราวข้างประตู...ก่อนที่ Hyde จะเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียง...โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหู เสียงหัวเราะและรอยยิ้มมีมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ เพียงแค่เสียงที่ส่งผ่านมา.... บอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่ห่างไกลกันก็ทำให้เขามีความสุขมากกว่าการออกไปเที่ยวเป็นไหน ๆ
...เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังขึ้นตลอดตั้งแต่ Hyde กลับเข้ามาในห้อง...เจ้าเหมียวขนทองกระโดดขึ้นมายืนเมียงมองเจ้านายร่างเล็กของตน...ก่อนที่จะโดนวงแขนโอบรัดเอาเจ้าเหมียวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด...ปลายนิ้วเรียวบางลูบไล้ขนสีทองละเอียดเล่นเบา ๆ ไปตลอดการสนทนา
...นาฬิกาติดผนังที่อยู่ภายในห้องพักของ J ตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว....และนั่นเพิ่งทำให้ร่างเล็กรู้ตัวว่าเขาคุยโทรศัพท์ยาวนานเกือบสองชั่วโมงแล้ว... สายชาร์ตโทรศัพท์ถูกเสียบติดอยู่กับเครื่องเพราะกลัวว่าถ้าแบตหมดเขาจะเสียอรรถรสในการคุย...
...Hyde หันไปเหลือบมองนาฬิกาช้า ๆ ก่อนจะนึกถึงคำสัญญาก่อนหน้านั้นของ J ว่าจะกลับมาในอีกสองวัน....ผ่านพ้นวันนี้ไปแล้วก็เหลือเพียงแค่พรุ่งนี้อีกวันเดียวเท่านั้น...ที่อ้อมกอด...ริมฝีปาก...เส้นผม...น้ำเสียง...ทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง
“ J กลับมาเร็ว ๆ นะ” น้ำเสียงออดอ้อนที่ส่งผ่านปลายสายไปหาชายหนุ่มที่อยู่ไกลแสนไกล
“รู้แล้ว...อีกไม่นานหรอกฉันก็จะกลับไปแล้ว...เราเคยห่างกันมาได้ตั้งนาน...ทนอีกนิดเดียวจะเป็นไรไป”
“แต่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ” Hyde ตอบกลับไปอย่างเอาแต่ใจ...พอได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งเขาก็แทบทนไม่ได้ที่ต้องปล่อยให้ J ไปอยู่ที่ไหนที่ไม่มีเขาอยู่ข้างกาย...คำพูดที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เข้าใจกัน...เป็น Hyde เองที่แทบจะทำทุกทางเพื่อจะหลบหน้าเขา...แต่เวลานี้กลับต้องการเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“อีกไม่นานแล้ว Hyde…รอฉันก่อนนะ”
“อืมม...ก็ได้” เสียงตอบรับกลับไปเบา ๆ แม้จะไม่พอใจแต่เพียงแค่นี้เขาต้องทนให้ได้
“เป็นอะไรไป ? ง่วงนอนแล้วเหรอ ?...หรือว่างอนอีกแล้ว” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะถามกลับมาเพราะรู้ดีว่าเวลานี้ดึกดื่นมากแค่ไหนแล้ว
“เปล่าสักหน่อย...!!” Hyde เถียงกลับไปทันทีพร้อมกับพยายามทำน้ำเสียงให้รู้ว่าตนเองไม่ได้มีอาการง่วงนอนแต่อย่างใด...ก่อนจะพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง
“ J พูดอีกสิ...ฉันอยากได้ยินเสียงนาย”
“555...นี่ก็พูดไม่ได้หยุดแล้วนะ” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ...ตลอด 2 ชั่วโมงที่คุยกันเขาก็พูดไม่ได้หยุด...จนรู้สึกว่ามันอาจจะมากกว่าเวลาที่พวกเขาเจอหน้าและอยู่ใกล้กันเสียอีก
“ก็พูดอีกสิ” เสียงออดอ้อนเอ่ยปากขอมาอีกครั้ง
“OK ...อืมมม....พูดอะไรดี...เล่านิทานให้ฟังก่อนนอนดีมั้ย ?.......................”
...ร่างเล็กพริ้มตาลงช้า ๆ เปิดประสาทสัมผัสที่ใช้ในการรับฟังให้มากที่สุดเพื่อจะดื่มด่ำกับน้ำเสียงของอีกฝ่าย
....จินตนาการบรรเจิดว่าเจ้าของร่างอยู่ใกล้ชิดตนเองมากแค่ไหน....อยากได้ยินน้ำเสียงนี้ไปอีกนาน ๆ
....แต่จะดีแค่ไหน ? ถ้าเปลี่ยนจากเพียงเสียงเป็นทั้งเสียงและร่างกายของชายหนุ่ม...อ้อมกอด...ริมฝีปาก...ทุกอย่างที่เคยทำให้เขามีความสุขในทุกค่ำคืน....
...ขณะที่พาตนเองดื่มด่ำกับน้ำเสียงของอีกฝ่าย...อารมณ์บางอย่างกลับยิ่งรู้สึกพลุ่งพล่านในอก...ยิ่งได้ฟังเสียงนั้นมากมายเท่าไหร่ร่างกายก็เหมือนจะไม่อาจควบคุม...จิตใจพร่ำเพ้ออยากโดนอ้อมกอดนั้นสัมผัส...จนแทบขาดใจ...Hyde เปลี่ยนจากการใช้โทรศัพท์แนบกับหูมาเป็นใช้สมอล์ทอร์คแทน....
...เมื่อความรู้สึกบางอย่างอัดอั้นจนแทบทนไม่ไหว...ถ้าเขาไม่ได้ปลดปล่อยก็กลัวว่าตนเองจะต้องทรมาน....เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มผมทองดังมาให้ได้ยินตลอดเวลา....เสียงนั้นราวกับโอบล้อมอยู่รอบกาย...เหมือนกับ J กำลังสัมผัสเขา...ฝ่ามือบางไล้เลื่อนเข้าลูบไล้ผิวกายอ่อนนุ่มใต้เสื้อเชิ้ตตัวบางอย่างแผ่วเบา... ริมฝีปากถูกขบเม้มไว้แนบแน่นเพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าเขากำลังเกิดความต้องการเพราะน้ำเสียงของอีกฝ่าย
“Hyde ?” J ส่งเสียงเรียกไปอย่างแปลกใจ...เมื่อสิ่งที่เขาพูดไปยาวเหยียดกลับไม่มีเสียงใด ๆ ตอบสนองกลับมา
“อืม....พูดต่ออย่าหยุดสิ J…” เสียงกระซิบแหบพร่าตอบกลับไป...ถึงแม้จะเป็นแค่เสียงแต่เขาก็ยังอยากได้ยิน...ขณะที่ฝ่ามือบางเริ่มไล้เลื่อนลงมาคลึงเคล้นอยู่ที่โคนขา...กางเกงขายาวถูกรูดลงไปกองอยู่แทบเท้า...ก่อนที่แก่นกายบางจะถูกหยอกเย้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา....ริมฝีปากบางเปิดอ้าออกแต่ร่างเล็กก็ควบคุมมันเอาไว้ไม่ให้เสียงใด ๆ ลอดผ่านออกมา
“ J “
“หืมม์” ชายหนุ่มส่งเสียงตอบรับไปเบา ๆ
“ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่ ?” Hyde กระซิบถามเสียงแหบพร่า....อยากรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม
“กำลังเดินอยู่”
“อืม....เหรอ” เสียงตอบรับเบา ๆ เหมือนไม่ได้สนใจจะจริงจังกับคำตอบของคำถามที่ถามไป....แต่อุ้งมือกลับกำลังบีบเคล้นตนเองหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“Hyde ฉันว่านายคงง่วงนอนแล้วนะ....ถ้ายังไงวันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน....”
“อื้อ...” เสียงตอบรับไปอย่างไม่ตั้งใจ....เพราะตอนนี้ร่างเล็กรู้ตัวเองดีว่าไม่อาจควบคุมสติของตนเองได้อีกต่อไป...
“งั้นฝันดีนะ....แล้วเจอกัน...” ชายหนุ่มทิ้งท้ายคำลาเอาไว้สั้น ๆ ก่อนจะปิดโทรศัพท์ของตนเองลง...รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ทันทีที่โทรศัพท์ถูกวางสาย.... J สาวเท้าออกเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ตนเองกำลังตั้งใจจะไป...ให้เร็วขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
…อีกด้านของปลายสายเสียงสัญญาณจากชายหนุ่มผมทองตัดขาดไปแล้ว....แต่ Hyde กลับมีความสุขอยู่กับจินตนาการแสนสุขของตนเองว่า J กำลังอยู่ในกายเขา...มอบสัมผัสหยอกเย้าให้อย่างอ่อนโยน....โอบกอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
“อ้ะ...จ....J….อืมมมม” ร่างเล็กครางเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแผ่วเบา.... เปลือกตาบางหลับพริ้มลงเพื่อให้ภาพเงาร่างของชายหนุ่มผมทองปรากฏอยู่ในสายตาเขาอย่างชัดเจน....อุ้งมือและปลายนิ้วเร่งเร้าตนเองหนักหน่วงมากขึ้นทุกที...
.. โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าร่างของใครบางคนที่ตนเองกำลังคิดถึงอยู่เต็มหัวใจได้ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องพักหรูหราแห่งนี้แล้ว...จากกำหนดการเดินทางที่เคยบอกไว้ว่าอีกสองวันแต่ J กลับเลื่อนกำหนดกลับได้เร็วขึ้น....และตั้งใจว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็น Surprise เล็ก ๆ ให้กับ Hyde
... เสียงเปิดประตูห้องพักอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่ามันจะเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในรู้ตัวเสียก่อน...J วางกระเป๋าเดินทางไว้ตรงข้างประตู...ค่อย ๆ ถอดรองเท้าช้า ๆ ระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ ...ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปตามทางเดินที่ตรงไปยังห้องนอนของตน...เพราะรู้ดีว่า Hyde คงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง....
...รอยยิ้มบนริมฝีปากได้รูปปรากฏขึ้นไปตลอดทางที่มุ่งตรงไปยังห้องนอน...อยากรู้ว่า Hyde จะดีใจแค่ไหน ? ที่ได้เห็นตัวเขาจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่เสียงตามสาย...เพราะตอนที่โทรเข้ามาหา Hyde ครั้งแรกเมื่อตอนหัวค่ำเป็นตอนที่เขาอยู่บนเครื่องกำลังจะถึงจุดหมายปลายทางในอีกไม่กี่ชม.ข้างหน้า....หลังจากนั้นพอลงจากเครื่องเขาก็คุยโทรศัพท์มาตลอดทาง...แอบซ่อนไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาอยู่ใกล้มากแค่ไหน ?
...ชายหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสลูกบิดประตูเบา ๆ แต่ก่อนที่จะเปิดเข้าไป...เสียงบางอย่างกลับลอดผ่านมาให้ได้ยิน...จน J ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง....ก่อนจะแนบหูลงกับผนังประตูช้า ๆ และเขาไม่ได้ฟังผิดเสียงนั้นเล็ดลอดออกมาจากภายในห้องอย่างแผ่วเบา...ฝ่ามือแกร่งเคลื่อนไปบิดลูกบิดประตูช้า ๆ และเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อาาาาาา.....อื้ออ....J….J…..” เสียงครางหวานหูที่แสนคุ้นเคยดังชัดเจนขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป...ดวงตาเรียวรีกวาดมองฝ่าความมืดไปยังร่างเล็กบางที่เคลื่อนไหวแผ่วเบาอยู่บนเตียง...โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าคนที่ตนส่งเสียงเรียกบัดนี้ได้กลับมายืนอยู่ภายในห้องนี้แล้ว...และกำลังเห็นการกระทำนั้นเต็มสองตา...
...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาทันที...พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ เมื่อรับรู้แล้วว่า Hyde คิดถึงและต้องการเขามากแค่ไหน ? และต่อจากนี้ไปเขาจะพยายามไม่ให้มีเรื่องราวใดมาทำให้พวกเขาสองคนต้องห่างกันอีก....
...ปลายเท้าค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนช้า ๆ โดยที่ร่างเล็กที่อยู่บนเตียงไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย...เพราะเปลือกตาบางที่ปิดสนิท...และอารมณ์ตอนนี้ก็ไม่อาจจะขบคิดสิ่งใดได้อีกแล้ว... J ค่อยทรุดกายลงนั่งกับพื้นข้างเตียงช้า ๆ พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ตนเองหลุดเสียงใด ๆ ออกไป...
...อยากเห็นเวลาที่ Hyde คิดถึงและต้องการเขามากกว่าใคร...
“ J….J….อ้ะ....อาาาาา.... J “ เสียงเรียกชื่อราวกับต้องการให้เจ้าของชื่อตอบสนองต่อเสียงเรียกเหมือนดังเช่นที่เคย
ทำ...ทุกครั้งที่เขาเรียก...ชายหนุ่มจะต้องเรียกชื่อเขาตอบกลับมา...เป็นเครื่องหมายว่าเรามีกันและกัน....อุ้งมือบางเร่งเร้าตนเองหนักหน่วงมากขึ้นทุกทีเมื่อทำนบอารมณ์ใกล้พังทลายเต็มทน....ความสุขสมแสนหวานกำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม... “Hyde…” แว่วเสียงกระซิบราวกับเกิดจากจินตนาการของตนเอง...ยิ่งทำให้ร่างเล็กสนองตอบความต้องการของตนเองเร่าร้อนขึ้นทันที
“อาาา....อ้าาาาา.......J……อ๊าาาาาาา....” เสียงกรีดร้องสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความสุขสมพร้อม ๆ กับ... ความเร่าร้อนจากกายที่หลั่งรินหยาดหยดออกมาจนเต็มอุ้งมือและไหลเรื่อยอยู่บนหน้าขาของตนเอง...
...ร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกลับมาอีกครั้ง...น้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ชัดเจนราวกับว่ามันอยู่ข้างกายเขานี่เอง...
....ข้างกายภายในห้องนี้....
...Hyde ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ แผ่นอกยังคงสะท้อนขึ้นลงเพราะความเหนื่อยอ่อน...แต่ถึงกระนั้นภาพใครบางคนที่อยู่ในจินตนาการเมื่อครู่....กลับปรากฏชัดเจนอยู่ในสายตาทันที
“ J…!!! “
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
tbc Love Punish 78- 78 -
“ Te–Chan” เสียงเรียกชื่อหัวหน้าวงดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเดินเข้าไปใกล้....แต่คนถูกเรียกยังคงนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อน้ำเสียงนั้น...ในขณะที่ดวงตาคู่สวยก็ยังคงเหม่อมองออกไปภายนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าไร้จุดหมาย...
“Te-Chan !! “ เสียงเรียกที่ดังมากกว่าขึ้นเดิม... มีผลให้ร่างบางสะดุ้งเฮือกหลุดจากภวังค์หันขวับกลับมามองเจ้าของเสียงที่ร้องเรียกชื่อเขาอย่างรวดเร็ว...ออกจะแปลกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนเข้ามายืนอยู่ในระยะใกล้แค่ไหน....
“มีอะไร ? เรียกซะตกใจหมดเลย”
“ก็เรียกเบา ๆ หลายครั้งแล้วไม่ได้ยินเองนี่นา....” Hyde ตอบพลางเขม้นมองอีกฝ่ายแน่วนิ่ง... ท่าทางของเพื่อนที่ดูแปลกไปจากแต่ก่อนและเป็นอาการที่มีต่อเนื่องมานานจนพวกเขาทั้งหมดอดสงสัยไม่ได้...จนต้องเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ ถึงสาเหตุ...เพราะทุกครั้งที่เอ่ยปากถามคำตอบที่ได้รับก็คือการปฏิเสธ...และพวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรต่อไปได้...ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมเปิดปากออกมา...
“Te-chan นายเป็นอะไรกันแน่ ? ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาฉันได้นะ...” Hyde ว่าพลางทรุดนั่งลงเคียงข้าง...เพราะอาการของ Tetsu ไม่ใช่แค่เพียงเหม่อลอยแต่ยังโหมทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนกับพยายามจะทำตัวให้
ยุ่งอยู่ตลอด...คล้ายกับพยายามจะลืมเลือนเรื่องราวใดที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจ... ....อาการร้อนใจทวีมากขึ้นเพราะทุกสิ่งที่ Tetsu กำลังทำมันเหมือนกับที่เขาเคยทำมาก่อน...
“ไม่มีอะไรหรอกแค่เหนื่อย ๆ ก็นั่งพักสายตาเท่านั้น” Tetsu ยังคงปฏิเสธไม่ต้องการให้ใครสักคนรับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น...เรื่องราววันนั้นมันก็แค่ความสะเพร่า...ใจง่ายของตัวเองที่ยินยอมให้เรื่องราวนั้นเกิดขึ้น...ไม่มีประโยชน์ที่จะเล่าเรื่องน่าอายนี้ให้ใครฟัง
“ถ้าเหนื่อยแล้วโหมทำงานหนักทำไม ? นายเหมือนทำงานเพื่อจะได้ลืม ๆ อะไรไปซะ....” Hyde ยังคงคาดคั้นเพื่อต้องการคำตอบ...หากคราวนี้อีกฝ่ายกลับยิ่งปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว... Hyde จึงต้องเป็นฝ่ายถอยพูดเสียงอ่อนลงอีกครั้ง...
“OK...ถ้างั้นคืนนี้ไปหาที่เที่ยวกัน...เดี๋ยวชวน Ken-Chan กับ Yukky ไปด้วย...ไปนั่งดื่มบรรยากาศดี ๆ เผื่อนายจะได้หายเหนื่อยด้วยนะ” ร่างเล็กพยายามหาเหตุผลมาอ้าง...ได้แต่หวังว่าการชวน Tetsu ไปเปลี่ยนบรรยากาศอาจทำให้เจ้าตัวอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างก็ได้...
“เอางั้นก็ได้...ตามใจนาย” หลังจากที่นิ่งไปเล็กน้อยในที่สุด Tetsu ก็ยอมตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้...เพราะไม่อยากทำให้เพื่อนรู้สึกเป็นห่วงเขามากไปกว่านี้...อีกอย่างการออกไปเปิดหูเปิดตาพักผ่อนซะบ้าง...บางทีอาจช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นอยู่ตอนนี้สงบลงบ้าง...
“งั้นเดี๋ยวฉันไปบอก Ken-chan กับ Yukky ก่อนนะ”
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
….ร้าน ###.....
“อ้าว !! Te-chan ทางนี้ ๆ” เสียงเรียกของเพื่อนร่วมวงที่ดังฝ่าเสียงเพลงกระหึ่มพร้อมกับเจ้าตัวที่ลุกขึ้นยืนโบกไม้โบกมือเพื่อให้เพื่อนสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ เรียกรอยยิ้มจากร่างบางเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้แต่พอเห็นคนที่นั่งอยู่ท
ี่โต๊ะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น...คิ้วเรียวยาวก็ขยับเข้าหากันอดถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้.... “Hyde กับ Yukky ล่ะ” Tetsu เอ่ยปากถามพลางผงกหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายกับใครอีกคนที่นั่งอยู่เคียงข้างกับ Ken ...ซึ่ง Inoran ก็ยิ้มทักทายตอบไปตามอัธยาศัย
“Yukky โทรมาบอกน้องไม่สบายไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนมันก็เลยต้องกลับไปเฝ้า...ส่วน Hyde มาแล้วแต่ท่าทางคงไม่อยากจะอยู่เที่ยวแล้วล่ะ “ Ken ตอบพร้อมอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ทำไม ?”
“ก็เมื่อกี้ J โทรมาจากอเมริกา...หมอนั่นขอตัวออกไปข้างนอกยังไม่กลับเข้ามาเลย” Ken อธิบายพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กบางที่เพิ่งเอ่ยถึงอยู่เมื่อครู่เดินกลับเข้ามาที่โต๊ะ
“มาแล้วเหรอ ?” เสียงทักที่ดังขึ้นเรียกให้สายตาของ Tetsu หันกลับไปมองทันทีจึงได้เห็นว่า Hyde ไม่ได้เดินมาเพียงลำพังแต่มีใครบางคนที่เขาเคยมีโอกาส ‘สนิทสนม’ ด้วยในค่ำคืนหนึ่งตามติดมาด้วย...
“หวัดดี Ryu…แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ” Ken เอ่ยปากถามถึงคนที่เหลือเพราะคืนนี้ที่นัดเที่ยวด้วยกันไม่ได้มีแต่พวกเขาเท่านั้น
“ไม่รู้สิ...คงจะตามมาทีหลังล่ะมั้ง ? หรือไม่ก็ไม่มาเพราะตอนที่ Ino โทรไปชวนยังไม่มีใครรับปากสักคน” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับใครอีกคนที่นั่งร่วมวงอยู่ด้วย
“ Hyde นั่งนี่สิ” Tetsu เอ่ยปากเรียกเพื่อนร่างเล็กให้ไปนั่งข้าง ๆ สายตาทั้งคู่มองตรงไปที่ Hyde เหมือนกับว่าไม่เห็นใครอื่นยืนอยู่ในที่นั้นอีก...ท่าทางที่แสดงออกอย่างจงใจของ Tetsu เรียกรอยยิ้มมุมปากจากชายหนุ่มผมดำได้เล็กน้อย...เมื่อบอกกับตัวเองว่า..
....ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่...อีกฝ่ายก็ไม่เคยเปลี่ยนท่าทีที่แสดงออกต่อเขา...
“อืม...ฉันว่า...ฉันขอตัวก่อนดีกว่า” Ryuichi เอ่ยขึ้นพลางทำท่าจะผละจากไปทันที...
“ไม่นั่งด้วยกันเหรอ Ryu” เสียงเรียบ ๆ ของเพื่อนสนิทดังแทรกขึ้นมาจนทำให้ต้องชะงักฝีเท้าไว้เล็กน้อย
“เดี๋ยวจะมานั่ง...แต่ตอนนี้มีอะไรให้ทำเยอะเลย” คำตอบแม้ไม่ชัดเจนแต่ก็ทำให้ Inoran รับรู้ได้ว่ามันคืออะไร ? เวลามาเที่ยวสถานที่แบบนี้เพื่อนเขามักจะสนุกสนานกับการสรรหาใครสักคนมานั่งดื่มเป็นเพื่อนและมันมักจะไม่ได้จบลงแค่การนั่งดื่มอย่างเดียว
“ตามใจ....” คำตอบรับพร้อมรอยยิ้มอย่างรู้เท่าทันของ Inoran ทำให้ไม่มีใครคิดที่รั้งให้ Ryuichi นั่งอยู่ร่วมโต๊ะอีก...จนเมื่อชายหนุ่มผมดำเดินปะปนเข้าไปในกลุ่มผู้คน...เสียงพูดจึงดังแทรกขึ้นมา
“Ryu นี่ท่าทางเจ้าชู้น่าดู...พวกข่าวลือที่เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ท่าทางจะเป็นเรื่องจริง” Ken เปรยขึ้นพลางหันหน้าไปมองคนข้างกายอย่างต้องการคำตอบ
“ก็แล้วมีใครบอกว่าไม่จริงล่ะ ? “ Inoran ตอบรับสั้น ๆ เรื่องนิสัยของ Ryuichi พวกเขารู้กันดี...เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจจะปิดบังความจริงในข้อนี้แต่อย่างใด...
...คำพูดคุยระหว่าง Inoran กับ Ken ถึงจะดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจ...แต่ใครบางคนในที่นั้นก็ได้ยินและรับรู้อยู่ตลอด...แก้วเหล้าในมือถูกบีบจนสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว...
...ทำไม ? ถึงรู้สึกหงุดหงิดนัก....
Tetsu สะบัดหัวไล่ความคิดบางอย่างออกไป...ก่อนจะหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มาตลอดตั้งแต่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับ Ryuichi ท่าทางของ Hyde เหมือนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย...แต่กลับจ้องมองสิ่งของที่อยู่ในมือเพียงอย่างเดียว
“Hyde...ดูอะไร ?” ร่างบางเอ่ยปากถามพลางขยับยื่นหน้าเข้าไปมองสิ่งที่ Hyde กำลังดูอยู่...จึงเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเอาแต่นั่งจ้องมองโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว
“อ...เอ่อ...เปล่า...” Hyde ทำท่าจะปฏิเสธแต่พอเห็นสายตาคาดคั้นของเพื่อนร่วมวง...เจ้าตัวก็ยิ้มเก้อ ๆ ออกมาก่อนจะยอมให้คำตอบ
“พอดีเมื่อกี้ J โทรเข้ามาแล้วสายมันหลุดไป....ฉ...ฉันก็รอดูว่าเมื่อไหร่จะโทรเข้ามาอีก “
“5555....ท่าทางนายจะอยากคุยโทรศัพท์มากกว่าเที่ยวซะแล้วนะ...ถ้างั้นทำไม ? ไม่กลับไปรอที่บ้านล่ะ...หมอนั่นโทรมาจะได้คุยกันยันเช้าไปเลยไม่ต้องกลัวว่าแบตจะหมดด้วย” Ken เอ่ยปากแซวติดประชดไปนิด ๆ พร้อมกับหัวเราะไม่ยอมหยุด...กับคู่ข้าวใหม่ปลามันที่มีเหตุให้ต้องห่างกันทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นาน
“Ken-Chan !! “ Hyde เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่น...ใบหน้าเรียวอมชมพูระเรื่อขึ้นมาทันที...แต่เพราะคำพูดของเพื่อนหน้าแมวก็ทำให้ Hyde เหมือนกับจะคิดบางอย่างได้...ถ้าไปคุยโทรศัพท์ที่บ้านก็ดีจะได้ไม่ต้องมีเสียงรบกวนแถมไม่มีใครมากวนอีกต่างหาก...พวกเขาอยากจะทำอะไรโดยใช้สายโทรศัพท์เป็นสื่อก็ไม่มีใครเห็น...ดังนั้นแล้วความคิดนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
“ความคิดดีมาก Ken-Chan งั้นฉันกลับเลยดีกว่า...ฝาก Te-chan ด้วยนะ....Te-chan อยู่สนุกให้เต็มที่ก่อนเผื่อเรื่องที่ไม่สบายใจจะหายไปบ้าง...ฉันไปก่อนล่ะ...” Hyde เอ่ยปากลาเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกัน...ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็วไม่ยอมให้ใครสักคนมาเอ่ยปากรั้งเอาไว้...ความสุขจากเสียงปลายสายที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูจะสำคัญยิ่งกว่าเรื่องไหน ๆ ในเวลานี้แล้ว
“เดี๋ยว Hyde !!! ….เฮ่ออ.....” Tetsu ตะโกนฝ่าเสียงเพลงดังกระหึ่มตามหลังไป...ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาทันทีเมื่อเจ้าตัวเล็กไม่ยอมหยุดรอแม้แต่จะรับฟัง
“ปล่อยไปเหอะ Te-chan ต้องเข้าใจหน่อย...เพิ่งดีกันใหม่ ๆ ก็อย่างนี้แหละ...ไม่ต้องสนใจหรอก...นายอยู่ดื่มกับพวกฉันก็ได้” Ken เอ่ยปากชวนพร้อมกับรินเหล้าลงไปในแก้วที่ว่างเปล่าของ Tetsu
…ร่างบางรับขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหันเหความสนใจไปที่ผู้คนรอบข้างบ้าง... แต่แล้วสายตาที่เหมือนกับกวาดผ่านไปอย่างไม่มีจุดหมายกลับสะดุดหยุดอยู่ที่ร่างของใครบางคนที่เพิ่งจะเดินออกไปจากโต๊ะเมื่อครู่....ร่างของชายหนุ่มผมดำ..กำลังยืนคุยกับสาวสวยที่มุมลับตามุมหนึ่งของผับแห่งนี้...อาจเป็นเพราะไม่อยากให้สะดุดตาใคร...แต่ภาพนั้นกำลังตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งโดยที่เจ้าของร่างไม่ได้ตั้งใจ...
...ยิ่งได้เห็นรอยยิ้ม สีหน้า ท่าทาง ความอ่อนโยน ความเป็นกันเอง ทุกอย่างที่ชายหนุ่มกำลังแสดงออกกับผู้หญิงคนนั้น...แรงบีบที่ถ่ายทอดไปสู่แก้วเหล้าในมือก็ดูจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นทุกที...
...ทุกอย่างที่เกิดกับเขาในค่ำคืนนั้น...ก็คงเคยเกิดกับใครต่อใครนับไม่ถ้วน...ความอ่อนโยนที่เขาเคยได้รับ...คนอื่น ๆ ก็คงเคยได้รับไม่ต่างกัน...
...ทำไม ? ถึงยิ่งรู้สึกหงุดหงิด...เมื่อรู้ว่าใครต่อใครก็ได้รับความอ่อนโยนนั้น....
...แต่ก่อนที่แก้วเหล้าจะถูกบีบจนแตกคามือ...Tetsu ก็เบนสายตาจากภาพที่เห็นพร้อมกับรีบยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด...
...รีบ ๆ ลืมมันไปซะ...จะมาคิดมากให้มันได้อะไรขึ้นมา ? ในเมื่อมีแค่เขาที่เอาแต่ครุ่นคิดอยู่ฝ่ายเดียว...
…Tetsu คว้าขวดเหล้าขึ้นมารินใส่แก้วตัวเองอย่างหงุดหงิด...และเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนของตนกับ Inoran ที่นั่งคุยกันอยู่...ภาพการเคลื่อนไหวธรรมดานั้นกลับทำให้สายตาของ Tetsu หยุดมองอย่างไม่รู้ตัว...คนทั้งคู่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพูดคุยกัน...ไม่มีจับมือ...ไม่มีโอบไหล่...ไม่มีท่าทางที่แสดงออกว่าเป็นคนรักกัน....
...แต่ทำไม ? ภาพนั้นกลับให้ความรู้สึกอบอุ่น...มากกว่าท่าทางพลอดรักที่คู่รักหลาย ๆ คู่ในที่นี้กำลังกระทำกันอยู่...
...เรื่องที่คนทั้งคู่คุยกันเขาไม่ได้ยิน... เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มและเสียงพูดคุยที่จ้อกแจ้กจอแจจนจับใจความสำคัญอะไรไม่ได้...ปกติถ้าไม่ตะเบ็งเสียงก็แทบไม่ได้ยิน...แต่ทำไม ? คนคู่นี้ถึงทำเหมือนทุกอย่างรอบกายเงียบสนิท...ทุกคำพูดของ Inoran ที่ Tetsu เห็นมีเพียงแค่ริมฝีปากบางที่ขยับเคลื่อนไหว...ลักษณะการพูดก็ไม่ใช่ตะโกน...ไม่ต้องกระซิบข้างหู...แต่ Ken กลับรับรู้และเข้าใจได้ทันที...ส่วน Inoran ก็ดูเหมือนจะรับรู้ในทุก ๆ คำพูดของ Ken เช่นกัน
…Ken กับ Inoran ใช้สิ่งใดพูดและใช้สิ่งใดฟังกันแน่ ? ....ทำไม ? ทั้งคู่ถึงดูเข้าอกเข้าใจกันมากมายขนาดนี้....
...ภาพที่เห็นหยุดสายตาของ Tetsu ให้จ้องมองนิ่งนานอย่างลืมตัว...ราวกับมันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะสังเกตท่าทางของคนทั้งสอง...เป็นการกระทำที่น่าทึ่งจริงๆ ในสายตาของเขา...และพอจ้องมองนานเข้ากลับมีเรื่องราวสนุกสนานให้เห็นจนได้...เมื่อรู้สึกว่า Ken จะโดนโกรธและเจ้าเพื่อนหน้าแมวของเขาก็กำลังพยายามที่จะต่อรองอย่างสุดความสามารถ...
...ท่าทางที่เข้าอกเข้าใจกันของคนทั้งคู่...เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเองจริง ๆ สักครั้ง...
“นั่งจ้องสองคนนั่นทำไม ?” เสียงคุ้นหูของใครบางคนที่จงใจก้มลงมากระซิบที่ข้างหู...ถึงกับทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว...ครั้นพอจะหันกลับไปมอง...เจ้าของเสียงก็เดินอ้อมมาทรุดกายนั่งลงข้างเขาเรียบร้อยแล้ว... Ryuichi พยักหน้าทักทาย Inoran อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเพื่อนเงยหน้าหันมาเห็น...หากไม่ได้เอ่ยปากชวนคุยแต่อย่างใด...เพราะรู้ว่าเพื่อนของตนเองคงกำลังมีเรื่องต้องคุยกับคนข้าง ๆ อีกมาก...
“แล้วนายกลับมาที่นี่ทำไม ?” เสียงแข็ง ๆ เอ่ยถามขึ้นทันที...พร้อมกับแก้วเหล้าในมือที่ถูกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“ก็เห็นนายนั่งคนเดียวคงจะเหงา...สองคนนั้นดูท่าทางจะเข้าโลกส่วนตัวไปแล้ว”
“ใครบอกว่าฉันเหงา !! ฉันอยู่คนเดียวได้ !! “ ความร้อนรุ่มที่เก็บซ่อนอยู่ภายในทำขึ้นเสียงตะคอกดังขึ้นอย่างลืมตัว...และเสียงนั้นก็เรียกสายตาของ Ken กับ Inoran ให้หันกลับมามองทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ?
“ไม่มีอะไรหรอก...พอดีฉันไม่ค่อยได้ยินเลยถาม Tetsu หลายครั้งไปหน่อย...หมอนี่ก็เลยหงุดหงิด” Ryuichi รีบหันไปอธิบาย
“5555…ระวังหน่อยสิ...Tetsu น่ะ...ชอบจู้จี้กับคนอื่น...แต่ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้กับตัวเอง...พอไปถามย้ำ ๆ หลายทีหมอนี่จะพาลหงุดหงิดเอาได้ง่าย ๆ “ Ken หัวเราะชอบใจแถมพลั้งปากขายเพื่อนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจไปอีก...จน Tetsu ต้องหันไปจ้องตาเขียวเจ้าตัวจึงสงบปากคำลงได้
“อ่ะเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย...” Ryuichi อมยิ้มให้กับคำตอบที่ได้รับ...ก่อนจะหันไปพูดกับคนข้างกายต่อ
“แต่เท่าที่ผ่านมาฉันก็ไม่ได้จู้จี้กับนายมากนี่นา...แต่ทำไมนายชอบทำท่าทางหงุดหงิดใส่ฉันจัง”
“มันเรื่องของฉัน !!” น้ำเสียงยังคงแข็งกระด้างเช่นเดิม...แก้วน้ำสีอำพันในมือถูกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดอีกครั้ง
“คอแข็งจังนะ...คราวที่แล้วก็เห็นนายดื่มไม่หยุดอย่างนี้เหมือนกัน” Ryuichi พูดพร้อมรอยยิ้มที่สื่อไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการดื่มของ Tetsu อย่างจงใจ...ทำให้ร่างบางรับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มยังคงไม่ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น
...แล้วทำไม ? ถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....
...คำถามที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้รับคำตอบทันทีเช่นกันว่า...เขาคงไม่ต่างไปจากคนอื่น ๆ ที่ชายหนุ่มเคยใช้ค่ำคืนแบบนั้นร่วมด้วย...
...นั่นสินะ...แล้วตัวเขากำลังคาดหวังอยากจะให้มันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นกันแน่ ?...
Tetsu ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง....ไม่มีประโยชน์ที่จะขบคิดหาคำตอบให้กับเรื่องนี้...เพราะตัวเขาเองก็ทำเหมือนไม่ต้องการให้มีอะไรสานต่อจากเหตุการณ์คืนนั้น...การที่ Ryuichi ทำเหมือนเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น...มันก็ตรงกับความต้องการของเขาแล้วไม่ใช่รึ!!!
“ฉันกลับล่ะ...ขอตัวก่อน” Tetsu เอ่ยลาพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืนทันที...
“อ้าว...จะกลับแล้วเหรอ...รอไปพร้อมกันสิ...เดี๋ยวฉันไปส่ง...”
“กลับกันเลยก็ได้...” Inoran ที่นั่งมองอยู่ทำท่าจะขยับตัวเช่นกัน...
“ไม่ต้องหรอก Ken-Chan Ino...พวกนายอยู่กันต่อเถอะ...ฉันกลับเองได้นะ” Tetsu รีบปฏิเสธ...เพราะการจะไปทำให้คนอื่น ๆ ต้องมาหมดสนุกไปเพราะตนเองคงเป็นเรื่องไม่ดีนัก...พูดจบ Tetsu ก็สาวเท้าออกเดินไปอย่างรวดเร็ว... โดยไม่ได้หันมามองว่าใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างกายเมื่อครู่ก็กำลังผุดลุกขึ้นยืนเช่นกัน...
“Ryu นายก็จะกลับด้วยเหรอ ?” Inoran ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนตนเองทำท่าจะลุกออกไปจากโต๊ะ
“อืม....ไม่อยากรบกวนนายสองคน...อีกอย่างตอนนี้มีเรื่องน่าสนใจให้ทำอีกแล้ว” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปบ้าง...
...Tetsu เดินไปเรื่อย ๆ ไปบนบาทวิถีตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากร้าน... วันนี้เขาไม่ได้เอารถมาเพราะตั้งใจว่าจะเมาให้เต็มที่แล้วอาศัยรถเพื่อนสักคนไปส่งแต่ท้ายที่สุดต้องมาลงเอยแบบนี้...ความอ้างว้างโดดเดี่ยวเหมือนจะแย่งชิงกันแล่นเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ... หนาวเหน็บจนกระทั่งอุณหภูมิปลายฤดูหนาวที่ล้อมรอบกายดูจะอ่อนกำลังจนไม่สามารถทำให้เ
จ้าของร่างไปใส่ใจกับมันได้อีก... ...ภาพคู่รักที่เดินอิงแอบแนบชิดราวกับจะถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันและกัน...เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย...รอยยิ้มที่ราวกับเย้ยหยันตัวเองที่ต้องเดินอยู่เพียงลำพัง... สองเท้าก้าวไปตามทางเดินอย่างไม่เร่งรีบพยายามปล่อยใจให้ว่างเปล่าไม่ขบคิดเรื่องราวใดให้ฟุ้งซ่าน...แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังใจเพราะความคิด...ดูจะยึดติดอยู่กับค่ำคืนหนึ่งที่อบอุ่นยิ่งกว่าคืนไหน ๆ นั้นไม่ลืม..Tetsu หลับตาลงพลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ ทั้ง ๆที่อยากจะลืมแต่ทำไมถึงจดจำมันได้อย่างชัดเจน....
...นี่ตัวเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ? …
...ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้าช้า ๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ให้ออกไปจากใจ...พลางสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อจะข้ามถนนไปเรียกแท็กซี่อีกฝั่ง...แต่ทันทีที่เท้าข้างหนึ่งแตะกับพื้นถนน Tetsu กลับต้องชะงักแล้วดึงตัวเองกลับขึ้นมายืนบนบาทวิถีอย่างรวดเร็ว...เพราะเสียงรถที่แล่นมาด้วยความเร็วและแสงไฟที่สาดมากระทบ....แต่แล้วรถคันนั้นกลับมาจอดนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า...เฟอรารี่สีแดงคันงามที่ไม่คุ้นตาทำให้คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย... แต่ไม่นานความสงสัยนั้นก็จางหายไปเมื่อกระจกหน้าต่างถูกเลื่อนลงเผยให้เห็นชายหนุ่มผมดำที่อยู่ด้านใน
“ขึ้นมาสิฉันจะไปส่ง...” น้ำเสียงเรียบ ๆ พร้อมรอยยิ้มเอ่ยชวน...ถึงแม้จะอยากปฏิเสธแล้วทำเป็นไม่สนใจแต่ Tetsu กลับยินยอมที่จะก้าวขึ้นรถไปง่าย ๆ เพียงแค่อยากหาคำตอบให้กับตัวเองว่า...สิ่งผิดปกติที่ทำให้จิตใจรู้สึกไม่สงบ...สาเหตุมันมาจากคน ๆ นี้ใช่รึเปล่า ?
…เฟอรารี่สีแดงเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วมากขึ้นเมื่อออกสู่ถนน...ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ไปตลอดทางไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากคนทั้งคู่... ร่างบางที่นั่งเคียงข้างเหม่อมองออกไปนอกกระจกอย่างไร้จุดหมาย...แสงไฟจากข้างถนนแลดูเป็นเส้นสายทุกครั้งที่รถเคลื่อนตัวผ่าน...Ryuichi เหล่มองคนข้างกายเล็กน้อยถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจที่ Tetsu ยอมมากับเขาทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาร่างบางไม่เคยมีท่าทีที่เป็นมิตร...
...จะยกเว้นก็แต่...ค่ำคืนนั้น... คิดมาถึงตรงนี้ Ryuichi ก็คล้ายจะเฉลียวใจอะไรได้บางอย่าง...
....หรือบางที Tetsu อาจคิดว่าคืนนี้คงเหมือนคืนนั้น...ดังนั้นจึงยินยอมที่จะขึ้นรถมากับเขา...
“จะไปไหน ?” เสียงถามดังขึ้นมาจากคนที่นั่งเงียบมาตลอดทางอย่างแปลกใจ...ทันทีที่รู้สึกว่าเส้นทางเดินรถเปลี่ยนไป...จากที่ควรเป็นเส้นทางไปยังบ้านของเขา แต่เวลานี้ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนเป็นเส้นทางอื่น
“เดี๋ยวก็รู้” คำตอบสั้น ๆ ที่ได้รับยิ่งทำให้คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันมากกว่าเดิม... แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเฟอรารี่คันงามก็เคลื่อนเข้าจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านเดี่ยวหรูหราแห่งหนึ่ง
“บ้านใคร ?”
“บ้านฉัน” จบคำตอบประตูรั้วก็ถูกเปิดออกอย่างอัตโนมัติด้วยรีโมทที่อยู่ในมือชายหนุ่ม
“ลงมาสิ” Ryuichi เดินอ้อมไปเปิดประตูรถพลางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายลงมาเยือนบ้านของตน...ถึงแม้จะยังสงสัยแต่ Tetsu ก็ยินยอมก้าวลงมาและเดินตามชายหนุ่มผมดำเข้าไปในตัวบ้านอย่างเชื่องช้า...
....ความสับสนในจิตใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ตัวเองดีว่า...ยิ่งก้าวเดินต่อไป...เรื่องราวคงจบลงไม่ต่างจากในค่ำคืนนั้น....
...แล้วทำไม ? เขาถึงยังยอมที่จะตามอีกฝ่ายเข้ามา...ทั้ง ๆ ที่ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ดี... เพียงแค่ต้องการคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจทุกครั้งที่พบเจอกับชายคนนี้เท่านั้นน่ะเหรอ....
“โฮ่ง !!! “ เสียงเห่าที่ได้ยินทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย...และเหมือนตื่นจากภวังค์ความคิดต่าง ๆ เมื่อครู่นี้
“ไง...” เสียงทักทายอย่างเป็นกันเองพร้อมกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ทรุดตัวลงทักทายกับเจ้าสุนัขที่พากันออกมาต้อนรับ...และไม่ใช่แค่ตัวเดียวแต่มีมากถึงสามตัว...แถมหนึ่งในจำนวนนั้นก็เดินมาหยุดกระดิกหางอยู่ตรงหน้า Tetsu ...ร่างบางจึงค่อย ๆ เอื้อมมือเข้าไปลูบหัวเจ้าโกลเดนรีทรีฟเวอร์เบา ๆ ซึ่งมันก็กระดิกหางตอบรับอย่างยินดี
“ชอบมั้ย ?” เสียงกระซิบถามแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้ม... แต่กลับทำให้ใบหน้าเรียวแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อคิดตีความคำพูดนั้นไปเป็นอย่างอื่น
“อะไร ?” คำถามห้วนสั้นย้อนถามกลับมาพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“หมาไง ? ท่าทางนายดูคุ้นเคยกับมันดี”
“ก...ก็ไม่ได้เกลียด...แต่ฉันไม่ได้เลี้ยงสัตว์อะไรเป็นพิเศษ...ส่วนใหญ่ก็แค่รับฝากแมวจาก Ken มาดูแลบ้างก็เท่านั้น” Tetsu ตอบคำถามพลางกัดริมฝีปากเบา ๆ นึกโกรธตัวเองขึ้นมานิด ๆ ที่คิดฟุ้งซ่านไปกับพูดของอีกฝ่าย
“นั่งก่อนสิ” Ryuichi เอ่ยปากชวนก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มช้า ๆ ร่างบางยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ...มือแกร่งจึงยกขึ้นรวบข้อมือเรียวนั้นเบา ๆ เพื่อจะดึงให้นั่งลงพูดคุยกัน... แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งทำให้ร่างบางที่สับสนอยู่แล้วมาถึงจุดที่ทนรับไม่ไหวอีกครั้ง..ข้อมือเรียวบางจึงถูกกระชากออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มทันที...
“ไม่!! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ? ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว...ฉันอยากจะกลับบ้าน !! “ คำพูดโวยวายที่ออกมากะทันหัน...ทำให้คนฟังอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้...กับท่าทางของ Tetsu ที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะสับสนอยู่ไม่น้อย
“ใจเย็น ๆ Tetsu “ Ryuichi เอ่ยปลอบพลางลุกขึ้นยืน...พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะข้อศอกอีกฝ่ายเบา ๆ...เมื่อไม่มีอาการแสดงออกรุนแรงใด ๆ อีกมือแกร่งจึงเคลื่อนไปรวบข้อมือบางนั้นอีกครั้ง...ออกแรงบังคับนิด ๆ ให้ร่างบอบบางทรุดลงนั่งใกล้ ๆ กัน...
“ท่าทางนายดูสับสนนะ...” ชายหนุ่มเอ่ยนำออกมาหลังจากนิ่งกันไปครู่ใหญ่...พร้อมกับยื่นมือไปลูบเส้นผมอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา...
“ทั้งหมดก็เพราะนาย !! ถ้าไม่เพราะ....” Tetsu กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เขากำลังจะพูดอะไรออกไป ? แค่เพราะเรื่องคืนนั้นอย่างนั้นเหรอถึงทำให้จิตใจของเขาว้าวุ้นอยู่อย่างนี้...ทำไมถึงไม่ลืมมันสักที...
“ไม่...ไม่ใช่เพราะนาย...” เสียงพึมพำที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเบา ๆ ราวกับจะตอกย้ำตัวเองว่า...สาเหตุที่ทำให้จิตใจของเขาสับสนอยู่ในเวลานี้ไม่ได้เกิดจากการกระทำของอีกฝ่าย
“Tetsu !! “ Ryuichi เรียกอีกฝ่ายเสียงดังขึ้นเหมือนจะเรียกเพื่อเตือนสติ...ท่าทางสับสนและว้าวุ่นใจของร่างบางเขารับรู้มันได้...เจ้าของชื่อหันหน้ามามองชายหนุ่มข้างกายช้า ๆ ยิ่งได้สบกับดวงตาสีดำขลับคู่นั้น...เขาก็ดูเหมือนจะไม่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นทุกที
“ฉันไม่เป็นอะไร “ Tetsu ตอบพลางสูดลมหายใจลึก...เพื่อเรียกความสงบเยือกเย็นของเขาให้กลับคืนมา...บอกตัวเองว่าท่าทางที่แสดงออกไปเมื่อครู่...คงเป็นเพราะเหล้าที่ดื่มเข้าไปหลายต่อหลายแก้วตอนที่อยู่ในผับเมื่อกี้
“นายอยากให้ฉันทำยังไง ? บอกฉัน Tetsu….” Ryuichi เอ่ยปากวิงวอนเสียงแผ่วเบา...ท่าทางสับสนว้าวุ่นของ Tetsu เมื่อกี้มันทำให้เขาไม่สบายใจ...และไม่ใช่แค่เรื่องนี้...หลายครั้งที่พวกเขาสองคนพบเจอกัน...ความไม่เข้าใจก่อเกิดขึ้นในจิตใจเสมอ...ว่าทำไม ? Tetsu ถึงมักชอบทำท่าทางเย็นชาใส่เขา...ถึงแม้จะไม่อยากใส่ใจ....แต่ในส่วนลึกมันก็ยังอดคิดกังวลไม่ได้...ว่าพวกเขาจะไม่มีทางผูกสัมพันธ์กันด้วยดีได้เลยเหรอ....
...คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างบางเงยหน้ามองชายหนุ่มช้า ๆ สิ่งที่เขาต้องการคืออะไรกันแน่ ? อารมณ์หงุดหงิด โมโห ไม่พอใจทุกครั้งที่เห็น Ryuichi อยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...และยิ่งรู้ว่าความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมี...มันไม่ใช่เพื่อเขาเพียงคนเดียว...นั่นเป็นสิ่งที่เขารู้สึกไม่ชอบใจ...แค่เพราะคืนนั้นเขายอมนอนกับ Ryuichi เท่านั้นน่ะเหรอ ? ถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้
“กอดฉัน...” คำตอบเพียงแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปาก...ทำให้ชายหนุ่มผมดำต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ...ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน...
...Tetsu จ้องมองสบตากับดวงตาคมคู่นั้นแน่วนิ่ง...สิ่งที่พูดออกไปไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือความมึนเมาอย่างไร้สติ....หากแต่ร่างบางคิดทบทวนดีแล้วจึงเลือกที่จะเอ่ยมันออกมา...เพราะเขาทนไม่ได้กับความไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย...ทนไม่ได้เมื่อเขารู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็น Ryuichi ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน...คำพูดที่พูดออกไปอาจจะดูเหมือนขาดสติใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล...
....แต่แท้จริงแล้วเขาแค่อยากพิสูจน์ว่า...เขารู้สึกอย่างไร ? กับ Ryuichi กันแน่...มันเป็นแค่เพียงความลุ่มหลงเผลอใจเพราะเสน่ห์ของอีกฝ่าย...หรือว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น ?
…เพียงไม่นานหลังจากที่จ้องมองสบตากัน...กลับเป็นฝ่าย Ryuichi ที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ สิ่งที่ Tetsu ร้องขอไม่ใช่สิ่งที่กระทำให้ไม่ได้...แต่ถ้ายอมให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอีก...มันจะดีกับพวกเขาทั้งสองคนจริง ๆ น่ะเหรอ ?...
“นายเมาแล้ว Tetsu…ฉันว่า....”
“ฉันไม่ได้เมา !!! แต่ถ้ามันทำให้นายลำบากใจ....” Tetsu หยุดคำพูดตนเองไว้แค่นั้น...ริมฝีปากถูกกัดจนเจ็บ... พยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดกลั้นความรู้สึกปวดแปลบและอับอายเมื่อสิ่งที่เขาร้องขอได้รับการปฏิเสธ....
...ทำไม ? น้ำตามันเหมือนจะไหลออกมา...ทันทีที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่เหมือนกับไม่ต้องการเขา....
...เพราะไม่ต้องการ...ก็เลยไม่อยากทำสินะ....
ร่างบางขยับกายลุกพรวดพราดขึ้นอย่างรวดเร็วหมายจะออกไปจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด...ไม่ต้องการแม้แต่จะยืนอยู่ในที่แห่งเดียวกับ Ryuichi อีกต่อไป...ถ้าเมื่อกี้เขาไม่ได้พูดคำนั้นออกไปก็ดี...หากยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไปอุ้งมือแกร่งก็ฉวยคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้ทัน..ก่อนจะรวบต้นแขนทั้งสองข้างดึงรั้งให้ร่างบางหันมาเผชิญหน้า...
“ฉันไม่ได้ลำบากใจ Tetsu ...แต่เป็นห่วงความรู้สึกนายต่างหาก....ไม่อยากให้นายคิดว่านายเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่ฉันต้องการแค่ความสุขเพียงชั่วข้ามคืน....” Ryuichi อธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...ถ้าพวกเขาเริ่มความสัมพันธ์จากแค่ความสุขทางกาย...ต่อไปในอนาคตความสัมพันธ์นั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขา...หากต่างฝ่ายต่างพบเจอกับคนที่ต้องการ...สิ่งที่เกิดก็จะเป็นแค่ความสุขสมที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดในภายภาคหน้า....
“มันจะต่างกันยังไง ? ในเมื่อนายเองก็เคยพาใครต่อใครมาบ้านหลังนี้...อย่ามาทำเป็นพูดว่าห่วงความรู้สึกของฉัน !! ในเมื่อตั้งแต่แรกนายก็ไม่คิดว่าฉันต่างจากใครต่อใครที่นายพาไปนอนด้วย !! “
“แต่ฉันไม่เคยพาใครมาที่นี่” น้ำเสียงราบเรียบที่ดังขึ้นต่อท้ายคำพูดของอีกฝ่ายพร้อมกับดวงตาคมที่จ้องมองแน่วนิ่งคล้ายกับจะยืนยันสิ่งที่ตนเองพูดออกไป....
...ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินดังซ้ำไปซ้ำมาในหัว...ภาพที่เขาเคยเห็น Ryuichi อยู่กับคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง..ถูกนำมาลบล้างสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่า...มันไม่จริง…อย่าเชื่อ.... ถ้าแม้สิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริงแค่พาเขามาที่บ้านไม่ได้หมายความว่าเขาพิเศษกว่าคนอื่น ๆ แค่สถานที่ต่างกันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นอะไรมากไปกว่าคู่นอนของ Ryuichi...
“แล้วไง ? ฉันไม่เห็นว่ามันจะพิเศษกว่าใครตรงไหน ? แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้ว...ขอตัว” พูดจบ Tetsu ก็ทำท่าจะผละจากไปทันที....ความรู้สึกปวดแปลบภายในอกราวกับจะทิ่มแทงออกมาภายนอก...หากว่าเขายังคงยืนอยู่ที่นี่...กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้เห็น
...ร่างบางสาวเท้าออกไปได้ไม่ไกล...เสียงฝีเท้าที่ตามติดมาพร้อมกับอุ้งมือแกร่งที่ดึงรั้งข้อมือบางให้กลับมาเผชิญหน้า...ถึงแม้หลายครั้งที่พบเจอกันสิ่งที่ Ryuichi แสดงออก...คือไม่ใส่ใจ...ทำราวกับเรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น...แต่ภายในส่วนลึกของหัวใจแล้ว...กลับปฎิเสธไม่ได้ว่าตัวเขาเองรู้สึกว่า Tetsu เป็นอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ การที่ไม่ยอมทำตามสิ่งที่ร่างบางร้องขอ....เพราะอยากจะเปลี่ยนแค่ความสุขทางกายให้เป็นอะไรที่เพิ่มมากขึ้นกว่านั้น...แต่ดูท่า Tetsu กลับไม่ยอมเข้าใจ....
“ถ้านายไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ...แต่เรื่องที่พูดเมื่อกี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...ในเมื่อยอมตามฉันมาถึงบ้าน...ถ้าคนอย่างฉันยอมให้กลับไปง่าย ๆ บอกใครก็คงไม่มีใครเชื่ออีกสินะ.." พูบจบ Ryuichi ออกแรงกระชากข้อมือบางให้ก้าวตามขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว...ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะออกแรงฝืนเอาไว้มากแค่ไหน...แค่ทำตามสิ่งที่ Tetsu ต้องการตั้งแต่แรกก็พอแล้ว
“จะทำอะไร ? ปล่อย !!! ฉันจะกลับ” เสียงโวยวายดังตามมาทันทีที่ตนเองถูกลากให้เข้ามาในห้องนอนของอีกฝ่าย...และเมื่อถูกดึงให้เข้าไปใกล้เตียงนอนมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกกลัวก็เริ่มมีมากขึ้นทุกที.... เพราะความอ่อนโยนที่เคยได้รับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างจนไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่เคยกอดเขาอย่างอ่อนโยน
...Ryuichi ไม่ยอมตอบคำถามแต่กลับออกแรงกระชากร่างบางให้เข้าไปในอ้อมกอดพลางโอบรัดไว้อย่างแน่น
หนา...ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพยายามดิ้นรนมากแค่ไหน ? ในเมื่อเขากำลังจะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ....ริมฝีปากผ่าวร้อนประทับลงอย่างแนบสนิทเมื่อเห็นว่า Tetsu กำลังจะโวยวายออกมาอีกครั้ง...ร่างบางเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเพราะไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะใช้กำลัง.... ภาพพจน์ของชายหนุ่มที่เขาเคยรับรู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและรู้สึกอบอุ่นเวลาที่อยู่ใกล้...เพราะเคยสัมผัสถึงรู้ว่า Ryuichi อ่อนโยนมากแค่ไหน แต่เวลานี้กับต่างไปเหมือนไม่ใช่ Ryuichi ที่เขารู้จัก...ไม่ใช่คนที่ถ่ายทอดความอบอุ่นอ่อนโยนให้ในค่ำคืนนั้น “Ryu !!! ปล่อย !! “ Tetsu ตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มเสียงลั่น...เมื่อตนผละหนีริมฝีปากกระด้างเย็นชานั้นออกมาได้....มันเย็นชาราวกับจะแช่แข็งเขาให้หนาวเหน็บไปทั้งร่าง....
...ความอบอุ่นอ่อนโยนที่เคยได้รับมันหายไปไหน ?....
“Tetsu เป็นนายต้องการมันเอง....แล้วตอนนี้จะมาปฎิเสธ...ฉันว่ามันสายเกินไปแล้ว...” น้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับดวงตาสีดำคู่นั้นจ้องมองร่างข้างใต้แน่วนิ่ง...เย็นชา...และไร้ความรู้สึก...นี่เป็น Ryuichi ที่เขาไม่รู้จัก...ดวงตาคู่สวยของร่างบางที่จ้องมองกลับมาเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง....เขาไม่ต้องการให้คน ๆ นี้กอดอีกแล้ว...แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเป็นเขาที่เอ่ยปากร้องขอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
...ข้อมือบางที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นเตียงนุ่มเริ่มไม่ออกแรงต้านอีกต่อไป...ร่างข้างใต้นิ่งเฉยราวกับรอคอยให้เหตุการณ์เลวร้ายนี่จบลงเสียที เพียงเท่านี้ก็รับรู้ได้แล้วว่า...เขาควรจะทำอย่างไรกับใจตัวเองที่เคยว้าวุ่นทุกครั้งที่พบเจออีกฝ่าย.... ในเมื่อคำตอบที่ได้รับคือการลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่างไปให้หมดและนั่นก็คงเป็นสิ่งที่ Ryuichi ต้องการ....ความสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายที่กระด้างเย็นชาจะปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดระหว่างพวกเขา....
.... ร่างกายเปลือยเปล่าที่แนบชิดกันจนไร้ระยะห่างกลับไม่มีความอบอุ่นถ่ายทอดสู่กันและกัน.... แม้จะใกล้กันมากแค่ไหนแต่มันก็เหมือนกับมีช่องว่างที่มีสายลมเย็นยะเยียบพัดผ่านจนรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง....บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่ Ryuichi ใช้เพื่อยุติเรื่องราวกับใครหลายคนก่อนหน้านี้... เพราะคนที่เคยได้รับความอบอุ่นอ่อนโยนมีใครบ้างที่จะเป็นฝ่ายทอดทิ้งและหนีหายไปจากความอบอุ่นนั้น นอกเสียจากว่าความอบอุ่นนั่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เขากำลังได้รับอยู่ในขณะนี้....
“ฮึก....” เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเพียงแผ่วเบาพร้อมกับริมฝีปากบางที่ถูกขบเอาไว้จนแน่น...ไม่ได้ตั้งใจจะให้เสียงนั้นลอดผ่านออกไป....ไม่อยากจะใช้น้ำตาเรียกร้องความอ่อนโยนเมื่อชายหนุ่มไม่คิดจะมอบให้เขาตั้งแต่แรก
...แต่เสียงนั้นถึงแม้จะแผ่วเบามากแค่ไหน....แต่ชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่เบื้องบนก็ได้ยิน...Ryuichi หยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะยันกายขึ้นมองคนตรงหน้า...ร่างข้างใต้ที่หลับตาแน่นเหมือนไม่อยากจะรับรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น...หยาดน้ำใสที่ไหลลอดเปลือกตาบางที่ปิดสนิทพร้อมกับร่างบางที่สั่นไหวน้อย ๆ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดมากขึ้นทุกที....
...Ryuichi ขยับเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้พร้อมกับริมฝีปากได้รูปที่แนบสนิทกับหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
... เป็นการกระทำที่แปรเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่เพราะครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนกับที่เขาเคยได้รับก่อนหน้านี้
“ขอโทษ...แต่ฉันไม่อยากให้นายเกลียดฉันมากไปกว่านี้....เรื่องที่ทำไปเมื่อกี้และทุกอย่างที่ฉันเคยทำกับนายลืมมันไปซะให้หมดนะ....ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นมาอีก...เพราะฉะนั้นนายเลิกอคติต่อฉันสักที....เรามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่า” คำพูดปลอบใจอย่างอ่อนโยนพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมดำที่พลิกกายลงนอนเคียงข้างหันหลั
งให้กับร่างบางที่อยู่ข้างกาย.... …Ryuichi ไม่ยอมที่จะสานต่อเรื่องราวต่อไปจนสิ้นสุดเพราะรู้ดีหากเขาทำอย่างนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาคงมีแต่จะเลวร้ายลงกว่าเดิม...เป็นไม่ได้แม้แต่เพื่อน...Tetsu คงจะเกลียดเขามากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...และนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น...อยากให้ระหว่างพวกเขาสองคนหลงเหลือความรู้สึกดีๆ ต่อกันแม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี
...Tetsu เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ทันทีที่คำพูดของชายหนุ่มจบลง... ความอบอุ่นอ่อนโยนหรือแม้แต่ความกระด้างเย็นชาที่ได้รับเมื่อครู่ต่างมลายหายไปหมดสิ้น....ไม่หลงเหลือสัมผัสใดให้เขาอีกแล้ว...ดวงตาคู่สวยเหม่อมองเพดานห้องที่มืดสนิทอย่างว่างเปล่า...โคมไฟหัวเตียงถูกดับลงด้วยมือของชายหนุ่มเมื่อครู่...หลงเหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่าหนาวเย็นที่มืดมิดไร้แล้วซึ่งแสงสว่างใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากรอบกายหรือแม้ภายในจิตใจของตนเองก็ตาม
...หัวใจกระตุกวูบหวั่นไหวและหวาดกลัว...เมื่อรู้สึกว่าตนเองเหมือนคนตาบอดที่มองไม่เห็นหนทางเบื้องหน้า...ถ้ายินยอมลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่างเหมือนที่ Ryuichi ต้องการ....เขายังจะเหลืออะไร ? เมื่อคำตอบทุกอย่างเพิ่งกระจ่างชัดในจิตใจเมื่อครู่ตอนที่ความว่างเปล่าหนาวเย็นเข้ามาเยือนว่า...
...เขาต้องการ Ryuichi ....
....แต่ที่ทำท่ากระด้างเย็นชาหรือหงุดหงิดใส่เวลาที่พบเจอกัน...เพราะเขาต้องการเป็นอะไรที่พิเศษ....มากกว่าคนอื่น ๆ ที่ชายหนุ่มพบเจอ....พิเศษสำหรับ Ryuichi เพียงคนเดียว...
...Tetsu ป่ายมือไปยังที่นอนข้างกายควานหาร่างของใครบางคนที่นอนเคียงข้าง...เพราะเมื่อหาคำตอบให้กับใจของตัว
เองได้ว่าเขาต้องการชายหนุ่มมากแค่ไหน...เขาจึงไม่อยากให้สูญเสียอีกฝ่ายไป...เมื่อต้องการเขาก็อยากได้มาครอบครองเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
...ทันทีที่สัมผัสโดนแผ่นหลังกว้างของ Ryuichi ร่างบางจึงเป็นฝ่ายเขยิบกายเข้าไปหาไออุ่นนั้น...ท่อนแขนบางโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่นพลางซบหน้าลงแผ่นหลังของชายหนุ่ม
“นายไม่อยากกอดฉันแล้วใช่มั้ย ?” คำถามที่ได้ยินยิ่งทำให้คิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ...Ryuichi แปลกใจตั้งแต่ Tetsu เป็นฝ่ายเข้ามาโอบกอดเขาเอาไว้
“Tetsu..ฉัน....” คำพูดยังไม่ทันจบความเสียงแผ่วเบาแหบพร่าก็ดังถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
“นายอยากกอดฉันมั้ย?” คำถามพร้อมอ้อมแขนที่โอบร่างชายหนุ่มแนบแน่นขึ้นคล้ายกับต้องการให้ความอบอุ่นจากกาย
อีกฝ่ายถ่ายทอดมาสู่ตัวเขาอีกสักครั้ง….Ryuichi พลิกกายหันกลับมาหาพลางไล้ฝ่ามือลูบไล้โครงหน้าอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาอ่อนโยนราวกับกลัวว่าร่างบอบบางนี้จะบุบสลาย “ฉันอยากกอดนาย Tetsu ...แต่ฉันไม่อยากให้....”
“กอดฉัน Ryu…” คำขอร้องแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปากบางออกมา เพราะเวลานี้เขาต้องการความอบอุ่นจากกายของชายหนุ่ม...เขาไม่สนใจว่าต่อไปภายภาคหน้าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร....ขอแค่ได้สัมผัสไออุ่นนั้นอีกสักครั้งก็เพียงพอ
...ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก Ryuichi อีกต่อไป...เมื่อริมฝีปากผ่าวร้อนประกบจูบแนบสนิทอย่างอ่อนโยน...ความคิดที่จะหยุดยั้งความสัมพันธ์นี้ราวกับมลายหายไปสิ้นจากใจ....เมื่อหัวใจร่ำร้องอยากโอบกอดอีกฝ่ายเช่นกัน...
…Tetsu พริ้มตาลงช้า ๆ ทุกประสาทสัมผัสเปิดรับไออุ่นที่ชายหนุ่มกำลังมอบให้....อบอุ่นอ่อนโยน... จนเขาไม่รู้สึกหวาดกลัวพร้อมที่จะปล่อยกายและใจให้ดำเนินไปตามความต้องการของหัวใจโดยมี Ryuichi เป็นผู้นำทาง
เสียงครางหวานหูดังลอดผ่านริมฝีปากบางสวยออกมาเบา ๆ เมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนลากไล่สัมผัสจากปลายยอดอกลงสู่หน้าท้องแบนราบอย่างอ่อนโยน
“อ่ะ....Ryu” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าความฉ่ำชื้นกำลังเข้าครอบครองแก่นกายบางช้า ๆ กลิ่นอายของชายหนุ่มอบอวลอยู่รอบกายราวกับจะโอบล้อมให้เขายิ่งลุ่มหลง....
“R…Ryu…พ...พอก่อน” Tetsu เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหบพร่าพลางดึงรั้งร่างสูงที่เกือบจะพาเขาไปพบกับความสุข
แสนหวานนั้นเพียงลำพัง... “มีอะไร? Tetsu “ Ryuichi ขยับเคลื่อนกายขึ้นมาตามแรงดึงของอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบเบา ๆ ข้างใบหู...ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เขากำลังจะพาอีกฝ่ายไปพบจุดหมายปลายทางที่แสนหวาน
“พาฉันไปพร้อมกับนาย” คำตอบที่ได้ยินเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากได้รูปขึ้นมาได้ทันที...Ryuichi มอบจุมพิตแผ่วเบาแทนคำตอบของตนเอง... ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ลงไปสัมผัสสะโพกมนและโคนขาของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนก่อนจะออกแรงรั้ง
ให้ท่อนขานั้นแยกออกเล็กน้อย ....แต่ทันทีที่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งนั้นกำลังจะแทรกกายผ่านเข้ามา...กลับเป็น Tetsu เองที่มีอาการเกร็งและหวาดหวั่นขึ้นมาทันที...ความเจ็บปวดที่ได้รับเมื่อครั้งก่อนเขายังจดจำมันได้ขึ้นใจ....
“ใจเย็น ๆ ไม่ต้องกลัวนะ...ฉันจะอ่อนโยน” เสียงกระซิบปลอบใจที่ข้างใบหูอย่างอ่อนโยนเพราะ Ryuichi เองก็สังเกตได้ถึงท่าทางของอีกฝ่าย... ท่อนแขนบางยกขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่นคล้ายดั่งจะบอกว่าตนเองพร้อมแล้วสำหร
ับทุกสิ่งที่ Ryuichi กำลังจะมอบให้...ริมฝีปากได้รูปประทับจูบแนบสนิทลงไปอีกครั้งเพื่อให้ร่างบางรู้สึกผ่อนคลาย...ก่อนที่เขาจะนำพาความแข็งแกร่งแทรกกายดำดิ่งเข้าไปช้า ๆ แต่ถึงแม้จะอ่อนโยนมากแค่ไหน...แต่ดวงตาคู่สวยของ Tetsu ก็ยังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส... ริมฝีปากที่ผละออกมาถูกขบเม้มเอาไว้แนบแน่นไม่ยอมให้เสียงแห่งความเจ็บปวดลอดผ่านออกไป...เพราะกลัวว่าความสุขนี้จะจบลง “เจ็บมากมั้ย?” Ryuichi กระซิบถามอย่างอ่อนโยนริมฝีปากได้รูปไล่วนเคล้าคลึงอยู่ที่แก้มเนียนหมายจะปลอบใจให้
หายจากความเจ็บปวด...พลางขยับขึ้นไปจูบซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ...Tetsu ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ถึงจะรู้สึกเจ็บแต่ก็ยังน้อยกว่าคราวที่แล้ว...อีกทั้งความอ่อนโยนที่ได้รับกลับยิ่งทำให้ลืมเลือนความรู้สึกเจ็บปวดไปได้ทันที...ให้คงเหลือไว้แค่ความสุขสมจากกันและกันก็เพียงพอแล้ว
“อ้ะ....อาาาา....” ทันทีที่ร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเริ่มเคลื่อนไหว... เสียงครางหวานที่แทนอารมณ์ความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นในเวลานี้ก็ดังลอดผ่านมาให้ได้ยินตอบสนองอารมณ์รักที่กำลังครุกรุ่นมอดไหม้อยู่ในอก
...ความสุขที่ได้รับ Tetsu รู้ดีว่ามันจะทำให้เขายิ่งลุ่มหลง...และต้องการชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่ความสัมพันธ์นี้ไม่มีสิ่งใดมาเป็นหลักให้ยึดเหนี่ยวว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป....ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ....มันเกิดขึ้นเร็วและอาจจบลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน...เขาจะใช้วิธีไหนเพื่อเหนี่ยวรั้งและแปรเปลี่ยนให้มันมั่นคงตลอดกาล....อยากให้ Ryuichi หยุดทุกอย่างลงที่เขา...แค่เขาเพียงคนเดียว...หลายครั้งที่อยากถามว่า...
....เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไปได้มั้ย ? แต่ก็กลัวคำตอบ...ว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้....
“อื้อ....อะ....อาาาาา” ความคิดทุกอย่างจางหายไปทันที....เมื่ออารมณ์และความรู้สึกกำลังจะดำเนินไปถึงจุดหมายปลายทางที่แสนหวาน...ปลายเล็บจิกลงกับท่อนแขนแกร่งจนเป็นรอยแดง...เมื่อรู้สึกว่าร่างเบื้องบนเคลื่อนไหวกายเร่าร้อน ดุดันมากขึ้นทุกที...เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามโคนผมและใบหน้า...เมื่อทำนบอารมณ์ของทั้งคู่ใกล้พังทลายลง
“อ่าาาา....อ๊าาาาาา....Ryu”
“อาาาา....”
เสียงครางสุดท้ายที่ดังประสานกัน...ราวกับท่วงทำนองดนตรีที่น่าพิศวง....ความเร่าร้อนทะลักทลายเข้าไปในกายร่างบางจนหมดสิ้น...ลมหายใจหอบเหนื่อยพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ฟุบลงกับซอกคอของอีกฝ่าย....
...ริมฝีปากได้รูปมอบจุมพิตให้ที่ซอกคอและข้างแก้มอย่างอ่อนโยน...ก่อนที่ชายหนุ่มจะพลิกกายลงนอนเคียงข้างพร้อมกับดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาในอ้อมกอด...ไม่มีคำพูดใด ๆ ระหว่างกัน เมื่อต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ...หลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจที่ดังประสานกันไปจนรุ่งเช้า
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC Lovue Punish 77- 77 -
ผ่านไปจนเกือบ 5 วันแล้วที่ Hyde ต้องอาศัยอยู่ในห้องพักหรูหราของชายหนุ่มผมทองเพียงลำพัง...โดยที่ไม่มีสัญญาณการติดต่อมาจาก J เลยแม้แต่ครั้งเดียว... อาจเป็นเพราะว่าก่อนจากกันเขาทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลไม่ยอมทำความเข้าใจชายหนุ่มจนวินาทีสุดท้าย....และ J ก็คงจะพาลไม่พอใจเขาอยู่เหมือนกัน...นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่ยอมติดต่อกลับมา ...ร่างเล็กบางนั่งจ้องมองโทรศัพท์อยู่บนเตียงอย่างหงุดหงิด...ครั้นจะเป็นฝ่ายติดต่อไปหาก่อน...ทิฐิก็ยังมีมากเหลือเกิน...เรื่องอะไรเขาจะต้องเป็นฝ่ายง้อก่อนในเมื่อ J เห็นงานดีกว่าเขา...แถมยังคิดพาลหาเรื่องมาหงุดหงิดอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม...เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมติดต่อมาจนป่านนี้แล้ว...
…Hyde ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างหงุดหงิด...ความเงียบเหงาว้าเหว่ที่ต้องนอนคนเดียวมาตั้งหลายวัน...ยิ่งทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย...ร่างเล็กพริ้มตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย...ฝ่ามือบางลูบไล้ที่นอนข้างกายอย่างแผ่วเบา... ทุกครั้งที่ควานหาจะต้องพบเจอร่างใครบางคนที่พร้อมจะโอบกอดเขาเพื่อถ่ายทอดไออุ่นให้
แก่กันและกัน...แต่วินาทีนี้กลับว่างเปล่าหนาวเย็นไม่มีแม้แต่ไออุ่นของคน ๆ นั้นหลงเหลือให้สัมผัสแม้แต่น้อย... ....ร่างเล็กขยับกายเขยิบตัวเพื่อเข้าไปหนุนหมอนใบที่ J ใช้หนุนนอน...กลิ่นกายของอีกฝ่ายยังติดอยู่บนนั้นจาง ๆ ที่นี่เป็นห้องพักของ J ไม่แปลกที่ทุกซอกทุกมุมของห้องนี้จะหลงเหลือกลิ่นอายของเจ้าของห้องอยู่จาง ๆ ...ภาพจินตนาการในความคิดจึงปรากฏเป็นภาพของ J ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในห้องนี้...ทุกที่ ๆ ชายหนุ่มสัมผัสปรากฏเป็นภาพเด่นชัดอยู่ในจินตนาการ
...ฝ่ามือบางเลื่อนเข้าลูบไล้ผิวกายนุ่มเนียนใต้ร่มผ้าของตนเองอย่างเบามือ...เมื่อตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชายหนุ่มสัมผัส...ทุกที่ที่ฝ่ามืออุ่นร้อนของ J ลากผ่าน...ฝ่ามือบางเองก็ลากไล่ไปตามทางที่ชายหนุ่มเคยกระทำ...
...และทุกที่ที่ริมฝีปากผ่าวร้อนเคยสัมผัสและฝากร่องรอยไว้บนร่างกายเขา...Hyde ใช้ปลายนิ้วลากไล่สัมผัสรัญจวนใจไปยังจุดที่ตอบสนองต่อริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นอย่างแผ่วเบา...
“อ...อาาา... J “ ริมฝีปากบางสวยครางเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเบา ๆ เมื่อจินตนาการตอนนี้เต็มไปด้วยภาพของ J ที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายของเขา....
กางเกงนอนเนื้อนุ่มถูกรูดลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า...กระดุมเสื้อหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนที่เคยปรากฏร่องรอยความเร่าร้อนที่ J เคยฝากเอาไว้ก่อนจากไป...ปลายนิ้วเรียวไล้เลื่อนสัมผัสที่ปลายยอดอกอย่างแผ่วเบา...ทุกการกระทำที่ตัวเองเป็นคนควบคุมยิ่งเร่งเร้าให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงมากขึ้นทุกที
...ฝ่ามือบางเคล้นคลึงอยู่ที่โคนขา...ก่อนจะเลื่อนเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวของตนเอง...ที่ปลายลิ้นอุ่นชื้นของ J เคยลากไล่สัมผัส...อุ้งมือร้อนสัมผัสหยอกเย้าอย่างแผ่วเบาก่อนจะเร่งเร้ารุนแรงมากขึ้น...ตามความปรารถนาที่ร่ำร้องอยู่ในอก
“อื้ออ..~~ J ...อ่ะ....อาาาา” เสียงครางหวานครวญเรียกชื่อคนรักอย่างแผ่วเบา... ปลายนิ้วเรียวของมือข้างที่เหลือเลื่อนสัมผัสและดำดิ่งเข้าไปแทนที่ความแข็งแกร่งที่เคยได้รับ....จินตนาการบรรเจิดถึงชายหนุ่มผมทองว่ากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกายเขาอย่างเร่าร้อน
“ J….J….ฉ...ฉันอยากได้ของนาย....อาาาา.....อื้ออ....ฮะ....” ปลายนิ้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแทนที่สิ่งที่เคยสนองความสุขจนแทบสำลักครั้งแล้วครั้งเล่า.... อุ้งมือบางกอบกุมบีบเคล้นหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่าอารมณ์รักที่กำลังบรรเจิดใกล้จะพังทลายและพบกับความสุขสมแสนหวานที่ตัวเองเป็นคนกระทำขึ้นมาเอง...ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเสียใจ
“อ้ะ....อื้อ....อ....อ๊าาาาา ~~~....J….”
…RRR….RRR….
เสียงกรีดร้องสุดท้ายดังแว่วมาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์หัวเตียงที่ดังขึ้นมากะทันหัน...จนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก...ฝ่ามือบางรับรู้ถึงอุ่นไอร้อนผ่าวที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาจนเต็มอุ้งมือของตนเอง...ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...เมื่อสติกลับมาอีกครั้งและรับรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ?
...ความเขินอายเกิดขึ้นมาทันที...ที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาบนเตียงนอนของชายหนุ่ม...โดยที่ความสุขสมนั้นเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีเจ้าของเตียงเป็นผู้กระทำให้มันเกิดขึ้น...
...RRRR….RRR….RRRR….
ระหว่างที่ร่างเล็กยังคงนอนตั้งสติและเขินอายกับสิ่งที่ตัวเองทำ...เสียงร้องก้องของโทรศัพท์ก็ยังคงดังไม่ยอมหยุด...จนในที่สุด Hyde ก็เอื้อมมือที่ยังคงสั่นระริกเพราะการกระทำเมื่อครู่ไปรับมันขึ้นมา...ลมหายใจยังปะปนไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ฮะ...แฮ่ก....Moshi Moshi”
“Hyde…” เสียงปลายสายที่แสนคุ้นเคยและคิดถึงมาตลอดดังมาให้ได้ยิน...ราวกับเป็นเสียงแห่งความสุขที่เขารอคอยมาตลอด...ร่างเล็กผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
“ J !!…”
“สบายดีรึเปล่า ? ทำอะไรอยู่เสียงแปลก ๆ ร้องไห้อีกแล้วเหรอ ? ขี้แยจริง ๆ เลยนะ” ชายหนุ่มย้อนถามไปพลางเดินเลี่ยงมาหยุดยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอที่ใช้บันทึกเสียง...ริมฝีปากได้รูปอดที่จะอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้...เมื่อคิดไปเองว่าเจ้าตัวเล็กคงร้องไห้เพราะคิดถึงเขา
“ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย !! “เสียงแข็งเถียงกลับไปทันที... แต่ปลายนิ้วเรียวเล็กกลับรีบยกขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่ม
“OK…ไม่ร้องก็ไม่ร้อง...ว่าแต่หายโกรธรึยัง ? ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อไปเลย...เพราะพอมาถึงฉันก็ตรงเข้าสตู ฯ ทันที...ตั้งใจว่าจะทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด...เลยไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมาทำให้เสียสมาธิ...” J อธิบายถึงสาเหตุที่เขาไม่ได้โทรติดต่อไปตั้งแต่มาถึง....จวบจนมาถึงวันนี้ก็ล่วงผ่านมา 5 วันแล้ว...เพราะรู้ใจตัวเองดีว่าถ้าเขาติดต่อมา...แล้วได้ยินเสียงที่แสดงถึงความเศร้าเสียใจของอีกฝ่าย...เขาคงจะต้องทิ้งงานแล้วรีบบินกลับมาปลอบใจแน่ ๆ
“แล้วทำงานเสร็จรึยัง ?” Hyde ย้อนถามไปอย่างเป็นห่วง...ยิ่งรู้ว่า J โหมทำงานหนักเพื่อเขา...ก็กลัวว่าชายหนุ่มจะไม่สบายไปก่อน
“เรียบร้อยแล้ว...ถึงโทรมาหานายไง...เหลือแค่เคลียร์อะไรอีกเล็กน้อย...อีกสองวันฉันจะกลับไปแล้ว...” J บอกกำหนดการเดินทางกลับให้ Hyde รับรู้...เพราะจากที่เขาเคยบอกก่อนมา...ว่าอาจต้องอยู่ถึงสองอาทิตย์...แต่เพราะความเป็นห่วงเลยทำให้เร่งงานจนทุกอย่างลงตัวและเสร็จในอาทิตย์เดียว
“จริงเหรอ !!...” Hyde ร้องถามไปอย่างยินดี...เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานชายหนุ่มผมทองจะกลับมาแล้ว
“จริงสิ...แล้วพอฉันกลับไปแล้ว....เราไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนกันสักแห่งนะ....ช่วงนี้นายก็เคลียร์ ๆ งานเอาไว้อย่าให้มันยุ่งเกินไป...แล้วลองคุยกับ Tetsu ดู...เราจะได้ไปเที่ยวกันสองคน” J บอกเรื่องที่วางแผนเอาใจร่างเล็กด้วยการพาไปเที่ยว...เป็นการเอาใจที่เหมือนกับการพาไปฮันนีมูนสวีท ??
“ได้...ฉันอยู่ทางนี้จะรีบเคลียร์งานรอนายกลับมานะ...”
“อืม...งั้นแค่นี้ก่อนนะ...ฉันจะได้ไปทำงานต่อ” J เอ่ยปากลาพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข...การคุยโทรศัพท์กันครั้งแรกในช่วงระยะเวลาที่จากมาก็ดีกว่าที่คิด...เพราะร่างเล็กไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดเพราะความโมโหอีกแล้ว
“เดี๋ยว !! “ แต่ยังไม่ทันได้วางสาย Hyde ก็เอ่ยขัดเอาไว้ก่อน
“มีอะไร ?”
“อ...เอ่อ...ก็...” ร่างเล็กตะกุกตะกัก...ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“หืมม?”
“จ...จูบก่อนสิ...” Hyde ตัดสินใจบอกออกไปในที่สุด...
“หา ?!!” J ร้องถามไปอย่างตกใจ...เพราะตอนนี้เขาอยู่อเมริกาจะให้ทำอย่างนั้นได้ยังไง ? แถมตอนนี้ยังอยู่ในสตู ฯ ที่มีพวกสตาฟชาวต่างชาติอยู่กันเต็มไปหมด...และสายตาทุกคู่ก็เริ่มหันมาสนใจเขาเพราะเสียงร้องเมื่อครู่
“เร็วสิ !! ก็ตอนไปยังไม่ได้จูบลาเลยนะ...” Hyde เอ่ยปากเร่งอย่างออดอ้อนและเอาแต่ใจ...ทั้ง ๆ ที่เป็นตัวเขาเองที่ไม่ยอมรับจูบลาจากอีกฝ่าย...แต่ตอนนี้กลับอยากได้มันใจจะขาด
“เอ่อ...รอเดี๋ยวนะ” J เอ่ยขึ้นก่อนจะรีบหันหลังให้พวกเพื่อน ๆ ที่เริ่มมองมาที่เขาอย่างสนใจ
“CHU..!!!” เสียงกระซิบรอยจูบที่ผ่านทางสายโทรศัพท์ทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดี...ที่ J ยอมทำตามที่เขาขอร้อง...แต่ทางชายหนุ่มกลับอายจนหน้าแดงไปจนถึงใบหู...เมื่อเพื่อนและสตาฟทั้งสตู ฯ ต่างพากันมองและหัวเราะกับท่าทางของเขา
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ...ฝันดี” J เอ่ยปากลาพร้อมกับเอ่ยราตรสวัสดิ์เพราะรู้ว่าทางโน้นเวลานี้คงดึกดื่นมากแล้ว
“อืม...” Hyde ตอบรับเบา ๆ วางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเอนกายลงนอนด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...แต่ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลง... ร่างเล็กเอื้อมมือไปคว้ากระดาษทิชชู่ที่อยู่ตรงหัวเตียงมาจัดการกับความสุขสมที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ซะให้เรียบร้อย...จัดการสวมเสื้อผ้าและพริ้มตาลงอย่างมีความสุข....
...ถึงแม้ในค่ำคืนนี้เขาจะอยู่คนเดียวเพียงลำพัง...แต่หัวใจกลับไม่รู้สึกเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวอีกแล้ว...เมื่อหัวใจรับรู้ได้ว่ายังมีใครบางคนอยู่เคียงข้างตลอดเวลา....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC love punish 76- 76 -
“Hi !!” เสียงใสทักทายเพื่อนร่วมวงอย่างเป็นกันเอง..หลังจากที่หายไปทั้งอาทิตย์เพิ่งจะโผล่หน้าเข้าสตู ฯ มาก็วันนี้...Hyde ก้าวเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ หลังจากที่แอบโผล่หน้าเข้ามามองบรรยากาศภายในแค่เพียงหน้าประตู ...กลัวเหลือเกินว่าจะได้ยินเสียงบ่นล้งเล้งถึงเรื่องที่เขาหนีงานหายไปเป็นอาทิตย์...แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงอย่างที่คาดเดา...ร่างเล็กจึงกล้าที่จะเปิดประตูเข้ามา
“มาแล้วเหรอ...หายดีแล้วใช่มั้ย ? งานเข้ามาเยอะเลย...ตอนที่นายไม่อยู่...นั่งลงสิ...เราจะได้ประชุมกันว่าต้องเริ่มจากอะไร ?” น้ำเสียงราบเรียบของหัวหน้าวง...ยิ่งทำให้ Hyde รับรู้ได้ว่าบรรยากาศกำลังตึงเครียดอย่างถึงที่สุด...ทั้ง Ken และ Yukky ต่างไม่มีใครพูดอะไรกันออกมามากมาย...ทำแค่เพียงนั่งลงประจำที่เพื่อรับฟังสิ่งที่หัวหน้าวงจะแจกแจงให้ฟัง...
…Hyde ทรุดกายลงนั่งช้า ๆ เหลือบมองใบหน้าของ Ken และ Yukky เมื่ออยากรู้ว่าช่วงที่เขาไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงสายตาที่ไม่ให้ร่างเล็กเอ่ยปากพูดอะไรออกมาตอนนี้
“เมื่อราว 3-4 วันก่อนมีงาน...............................................” Tetsu แจกแจงรายละเอียดของงานให้นักร้องนำประจำวงฟังอย่างละเอียดทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น....ไม่มีคำล้อเล่นหลุดออกให้ได้ยินเหมือนแต่ก่อน...บรรยากาศจึงดูเป็นทางการและตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น....
....หลังจากจบการประชุมหัวหน้าวงร่างบางก็ผละลุกออกไปด้านนอกทันที....เหลือเพียงสมาชิกทั้ง 3 ที่ได้แต่นั่งมองหน้ากันไปมาอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น...ยิ่ง Hyde ด้วยแล้วยิ่งไม่รู้เลยว่าช่วงที่เขาไม่อยู่เกิดอะไร ?
...หรือว่า Tetsu จะโกรธที่เขาไม่มาทำงานเป็นอาทิตย์....
“ Ken-Chan เกิดอะไรขึ้น ? ” Hyde ร้องถามสิ่งที่สงสัยไปทันที....แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงถอนหายใจ...และอาการส่ายหัวอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวของ Ken
“ฉันก็ไม่รู้....เมื่อวานซืนยิ่งกว่านี้อีก...หน้าบูดมาแต่เช้า...ถามอะไรก็ไม่ตอบ...พอเห็นว่าฉันไปถามเซ้าซี้มาก ๆ เลยพาลโยนงานใส่ฉันเต็ม ๆ เลย...ตอนแรกคิดว่าโกรธเรื่องที่ไม่ได้ไปงานเป็นเพื่อน...แต่นี่มันหลายวันแล้วไม่เห็นหายสักที...ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ?” Ken อธิบายยืดยาวพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ไม่ต้องหันมาถามฉัน...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” Yukky รีบดักคอเมื่อเห็นว่า Hyde กำลังจะหันมาถามตน
“ว่าแต่นายหายไปไหนมา ? ฉันนึกว่า J มันฉุดนายไปอยู่เกาะแล้วซะอีก...หายหัวไปทั้งสองคน...แม้แต่ Ino ยังเดาไม่ออกว่า... J หายไปทำอะไร ?” Ken เอ่ยปากถามถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่าของคนคู่นี้....
“ใช่...แล้วคืนดีกันรึยัง ? หรือว่าที่หายกันไปเพราะต่างคนต่างหนีหน้ากันไปอีก” Yukky ถามซ้ำมาอีกครั้ง
“ฉันไม่บอก !! งานที่ Tet-chan ให้ยังไม่รีบไปทำเดี๋ยวก็โดนว้ากหรอก !!” Hyde รีบโบ้ยเข้าเรื่องอื่นพลางลุกหนีไปสนใจกับงานในมือทันที แต่ใบหน้าเรียวสวยกลับอมสีชมพูจาง ๆ ไม่กล้าบอกว่าดีกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว...และที่ไม่ได้มาทำงานเพราะ J ไม่ยอมให้เขาไปไหนเลยตั้งแต่วันนั้น...
....แต่สิ่งที่ร่างเล็กแสดงออกก็ทำให้เพื่อน ๆ ที่เหลือ...ต้องอมยิ้มขึ้นมาอย่างรู้เท่าทัน...ตอนนี้ความรักของ Hyde คงกำลังผลิบานอย่างสวยงาม...หลังจากที่เจ้าตัวปล่อยให้จิตใจแห้งแล้งเหี่ยวเฉามาเป็นเวลานาน....
“ Tet-chan “ Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเบา ๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ Tetsu มักจะใช้พักผ่อนเวลาอยู่ที่สตู ฯ ร่างบางเปิดเปลือกตาขึ้นมองคนที่เข้ามาเยือนเล็กน้อย...หลังจากที่นั่งพักสายตาขบคิดเรื่องราวบางอย่างอยู่เพียงลำพัง
“มีอะไรรึเปล่า ?” Tetsu ถามขึ้นพลางขยับกายนั่งตัวตรงเพื่อจะฟังสิ่งที่ร่างเล็กกำลังจะบอก Hyde นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองควรจะเริ่มถามจากตรงไหน ? ถึงสาเหตุของผิดปกติของเพื่อน...เพราะในเมื่อคนอื่น ๆ พยายามจะถามแล้วแต่ไม่เกิดผล...ภาระนี้จึงตกมาอยู่ที่เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อ...เอ่อ...พอดีเห็นนายท่าทางไม่สบายใจ...ฉันก็เลย...”
“ไม่มีอะไร!!!” เสียงแข็งเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่ Hyde จะพูดจบประโยคทำเอาร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย...เพราะน้อยครั้งที่จะเห็น Tetsu หงุดหงิดมากมายขนาดนี้
“Tet-Chan….” Hyde เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วเบา...เพราะไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของ Tetsu ร่างเล็กเลยเริ่มรู้สึกกังวล
“ไม่มีอะไรจริง ๆ Hyde ฉันแค่เครียด ๆ เรื่องงาน...มันเลยพาลหงุดหงิดง่ายน่ะ...ว่าแต่ที่นายหายไป...ไปไหนมากันแน่บอกมาซะดี ๆ นะ” Tetsu ยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเมื่อพยายามจะเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปที่เจ้าตัวเล็กแทน
....แต่ถึง Tetsu จะพยายามทำร่าเริงแต่ Hyde ก็รับรู้ได้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ฝืนกระทำมันขึ้นมา
“ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย....ก็อยู่ที่บ้านตลอด...ค..แค่...เอ่อ...ฉันไปทำงานก่อนดีกว่า....” Hyde เลี่ยงที่จะพูดถึงสาเหตุที่ตนเองหายหน้าไปเป็นอาทิตย์...ก่อนที่จะรีบปลีกตัวออกจากห้องไปทันที...ทิ้งให้ Tetsu มองตามหลังอย่างงง ๆ ร่างบางทอดถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า....พลางหลับตาเอนกายลงกับเก้าอี้
...ก็แค่ความสุขในค่ำคืนเดียวแล้วทำไมเขาถึงลืมมันไม่ได้สักที...
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
ตกเย็นของวันนั้นทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ Hyde ก็รีบกุลีกุจอเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ...ดูก็รู้ว่าเตรียมพร้อมที่จะเลิกทำงานทุกอย่างสำหรับวันนี้แน่นอนแล้ว...ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ถ้างานยังไม่เรียบร้อย Hyde มักจะอยู่ทำจนเสร็จหรือไม่อย่างน้อยก็ต้องทำให้ได้มากที่สุด...แต่นี่ดูแล้วคล้ายกับพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป...ที่พอได้เวลาเลิกงานก็จะรีบกลับบ้านทันที...โดยที่เจ้าตัวบอกเพียงว่าจะมาทำต่อพรุ่งนี้...ปล่อยให้เพื่อน ๆ นั่งมองท่าทางรีบร้อนของร่างเล็กอย่างงง ๆ
“ฉันกลับก่อนนะ” Hyde หันมาบอกสั้น ๆ พร้อมกับรีบร้อนเปิดประตูห้องออกไปอย่างรวดเร็ว....โดยไม่หันมาเสียเวลาเอ่ยลาอะไรให้มากความ...และทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง..3 คนที่เหลือก็มองหน้ากันอย่างเห็นพ้องต้องกันทันที
“ตาม !!”
“ทำไม ? มาเร็วนักล่ะ” Hyde เอ่ยปากถามใครบางคนที่กำลังยืนพิงประตูรถไวเปอร์คันงามอยู่ในมุมหนึ่งของลานจอดรถที่
ค่อนข้างลับตาคน “ก็คิดถึง...อยากเห็นหน้าเร็ว ๆ ไม่ได้เหรอ” เสียงตอบยียวนพร้อมรอยยิ้มทะเล้น ๆ ของชายหนุ่ม...ยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวสวยอมชมพูระเรื่อขึ้นมาน้อย ๆ
“บ้า !!! ...เน่าสนิทจริง ๆ”
“เอาเถอะน่า...เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้กันเลยไม่ใช่เหรอ...ว่าแต่ว่าวันนี้ไปห้องฉันนะ........” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยปากชวนพร้อมกับอาศัยจังหวะที่รอบข้างไม่มีคน...โอบรอบเอวบางของเจ้าตัวเล็กดึงรั้งให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างแสนคิดถึงทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้าก็เพิ่งจะออกจากบ้านมาพร้อมกัน
“แต่เดี๋ยวต้องไปเอาของก่อนนะ....แล้วก็เอาเจ้า J ไปด้วย....ไม่งั้นเดี๋ยวใครจะเอาอะไรให้มันกิน…..แล้วก็.........” Hyde บอกสิ่งที่จะต้องทำก่อนจะย้ายไปอยู่กับ J ออกมายืดยาว....ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าหงึกหงัก...ตกลงทำตามที่ร่างเล็กต้องการทุกอย่าง...
“อืมมม....จะเอาอะไรไป...จะย้ายอะไรมา...ก็ตามใจนายแล้วกัน” J รับฟังอย่างไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่...เมื่อปลายจมูกคมวุ่นวายอยู่แต่จะสัมผัสที่ผิวแก้มนุ่มเนียนนั่นไม่ยอมหยุด.....เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดได้เป็นระยะ ๆ
“อะ..แฮ่มมม !! “ เสียงกระแอมไออย่างตั้งใจของใครบางคนทำให้... Hyde สะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างรวดเร็ว ถึงได้เห็นว่าเป็นเจ้าเพื่อนร่วมงานทั้ง 3 และเสียงกระแอมก็เป็นของ Ken โดยมี Tetsu กับ Yukky ยืนยิ้มขำ ๆ อยู่ข้าง ๆ
“นี่รึเปล่า ? ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายไม่มาทำงานเป็นอาทิตย์...แถมพอตกเย็นก็รีบเลิกงานทันที....เพราะต้องรีบไปเตรียมอาหารเย็น” เสียงชายหนุ่มหน้าแมวดังล้อเลียนจนทำให้ร่างเล็กหน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหู
“Ken-chan !! “ Hyde เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนเสียงเขียว...ดวงตากลมโตค้อนควับเข้าให้อย่างไม่พอใจ
“อิจฉารึไง ?” น้ำเสียงกวน ๆ ของคนที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ดังขัดขึ้นมาทันควันเช่นกันก่อนจะเอ่ยต่อไป “ วันนี้ฉันเพิ่งเจอ Ino ฝากมาบอกนายว่าวันนี้จะเลิกดึก...ให้หาข้าวเย็นกินเอง”
“เฮ้ย !! จริงเหรอ” Ken ร้องถามไปอย่างตกใจในสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่เชื่อโทรไปหามันดิ” J บอกพร้อมรอยยิ้มมุมปาก...พลางโอบไหล่ร่างเล็กให้เข้าไปในรถ...
“ไปก่อนนะ...เพราะฉันเริ่มอยากกินอาหารเย็นเต็มทีแล้ว” ชายหนุ่มผมทองหันมาเอ่ยลาขณะที่ก้าวเข้าไปในรถเรียบร้อยแล้ว...ไม่รอช้าไวเปอร์สีน้ำเงินคันงามก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...ทิ้งให้คนที่ไม่มีเพื่อนกินข้าวเย็นยืนมองตามไฟท้ายไปอย่างแค้น ๆ
“แต่ก็ดีแล้วนะที่สองคนนั้นเข้าใจกันได้สักที” Yukky เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม...เมื่อเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Hyde ดูมีความสุขมากขนาดไหนกับการได้อยู่เคียงข้างชายหนุ่มผมทอง
“นั่นสินะ” เสียงตอบรับเบา ๆ จากหัวหน้าวงที่เริ่มมีอาการเหม่อลอยขึ้นมาอีกครั้ง...
...การที่มีใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง...มันจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ ?.....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“อ้ะ....อาาาาา.....อื้อ....ฮะ....ฮ่าาาา” เสียงครางหวานปะปนกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับร่างเล็กที่คร่อมอยู่เบื้องบนฟุบหน้าลงกับซอกคอของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องล่าง...หลังอาหารเย็นที่คอนโดหรูจบลง...กิจกรรมบางอย่างก็เริ่มขึ้นแทนที่และเป็นครั้งที่ 3 แล้วสำหรับค่ำคืนหนาวเย็นคืนนี้...
....ร่างสองร่างตระกองกอดแลกเปลี่ยนไออุ่นจากกันและกันไม่ยอมหยุด...จนมาถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์เมื่อครู่...ฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา...ช่องทางอ่อนนุ่มที่บีบรัดจนเขาเพิ่งปลดปล่อยไม่เมื่อครู่...ยังคงเย้ายวนจน J ยังไม่ยินยอมถอนกายออกมาและไม่ยอมให้ร่างเล็กลุกออกไป... ความแข็งแกร่งที่อยู่ในกายแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเริ่มบทต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด...
...แต่ถึงกระนั้นในแววตาของชายหนุ่มผมทองยังคงแฝงไว้ซึ่งแววของความกังวล...ถึงแม้ภายใต้แสงไฟสลัวจะไม่ทำให้ร่างเล็กสังเกตเห็น....แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจและเป็นสิ่งที่ J ไม่กล้าเอ่ยออกไป....
...แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่บอกไม่ได้...ชายหนุ่มผมทองจึงชั่งใจอยู่นานก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมด...ส่งเสียงออกไป
“อ...เอ่อ Hyde”
“หืม?” เสียงตอบรับเบา ๆ ในลำคอลอดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
“ Hyde “ J เอ่ยเรียกชื่อร่างเล็กอีกครั้ง... คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อขบคิดอย่างหนักว่าจะหาคำพูดสวยหรูคำไหนมาบอกให้Hyde เข้าใจ
“อะไร ?”
“อ...เอ่อ...นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย ?” สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...และวินาทีนี้เขาถึงเพิ่งรับรู้ถึงสีหน้าลำบากใจของอีกฝ่าย...ความคิดในทางร้าย ๆ เริ่มเกิดขึ้นมาในจิตใจทีละน้อย...
...มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นอีก ? ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเพิ่งจะมีความสุขอยู่ด้วยกัน...แค่อาทิตย์เดียว....
“นายหมายความว่ายังไง ?” Hyde ร้องถามไปอย่างร้อนรน...พลางจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มอย่างคาดคั้น… J ระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างลำบากใจในการที่จะเอ่ยสิ่งที่เขาต้องบอกให้ Hyde ได้รับรู้...เพราะไม่รู้ว่าร่างเล็กจะยอมเข้าใจรึเปล่า ?
“ขอโทษนะ....ฉันก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้....อยากจะอยู่กับนายทุกวัน..ทุกคืน...แต่....”
“แต่อะไร ?!! ทำไม ? นายจะไปไหนอีก !! “ เสียงแข็งรัวถามไปอย่างไม่ยั้ง...หัวใจเริ่มหวั่นไหวมากขึ้นทุกที...ภาวนาว่าอย่าให้เป็นเรื่องอะไรที่ทำร้ายจิตใจเขาอีกเลย....เพราะหัวใจไม่อาจต้านทานความปวดร้าวใด ๆ ได้อีกแล้ว
“เอ่อ...ป...ไปอเมริกา”
“ไปทำไม ?!!!” คำตอบที่ได้รับทำให้หัวใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที...กลัวการต้องแยกจากกัน...กลัวที่จะไม่มีไออุ่นของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ
“ไปทำงาน...พอดีทางโน้นติดต่อมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว...มีเรื่องต้องไปเคลียร์อีกนิดหน่อย....แล้วพอดีได้คืนดีกับนายทำให้ฉันลืมมันไปซะสนิท...เพิ่งได้รับโทรศัพท์ตามตัวก็วันนี้...” J พยายามอย่างมากที่จะอธิบายให้ร่างเล็กเข้าใจ...แต่ท่าทางที่นิ่งอึ้งไปของ Hyde ก็ทำให้ชายหนุ่มผมทองออกอาการร้อนรนขึ้นมาทันที...เมื่อร่างเล็กทำท่านิ่งเฉยเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว...
...ทำไม ? ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้ใกล้ชิดกันเพียงไม่นาน...และยิ่งเวลานี้ยิ่งใกล้ชิดมากกว่าเวลาไหน ๆ ทั้งที่ J ยังอยู่ในกายเขา...แล้วทำไม ? ถึงต้องมารับรู้เรื่องที่จะต้องทำให้ห่างไกลกันเวลานี้ด้วย.....
“Hyde แค่สองอาทิตย์เท่านั้น....แค่ไปเคลียร์งานให้เรียบร้อย...แล้วฉันจะรีบกลับมานะ” J อธิบายต่อไปด้วยความร้อนรนกลัวว่า Hyde จะโวยวายหรือไม่ก็โกรธจนไม่ยอมพูดกับเขา...แต่ระยะเวลาที่ได้ยินก็ทำให้ร่างเล็กต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก...เพราะนึกว่าจะไปเป็นปีเป็นเดือนเหมือนเมื่อคราวก่อนอีก...
...แต่ถึงมันจะแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เขาก็ไม่อยากให้ J ไปไหน ?...
“จะไปเมื่อไหร่ ?”
“พรุ่งนี้เช้า...”
“อะไรนะ ?!!!....ทั้ง ๆ ที่ฉันเพิ่งมาอยู่บ้านนายวันนี้แต่พรุ่งนี้นายกลับจะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว...!!” Hyde ตวาดเสียงลั่นพร้อมกับขยับลุกออกไปจากร่างชายหนุ่มทันที...มันกะทันหันเกินไป...แล้ว J ก็เพิ่งจะมาบอกเอาวินาทีสุดท้ายก่อนจะออกเดินทางในตอนเช้าแถมนี่มันยังเข้าสู่วันใหม
่มา 2 ชม.แล้วด้วย “Hyde ขอโทษ...อย่าโกรธเลยนะ....ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด” J ว่าเสียงอ่อนพลางโอบกอดร่างเล็กที่พลิกนอนตะแคงหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้ให้เข้ามาในอ้อมกอด...พยายามอย่างมากที่จะง้อให้ร่างเล็กหายโกรธ
“ไม่ให้ไป..!! “ เสียงแข็งของคนที่นอนหันหลังดังขัดมาจนชายหนุ่มผมทองต้องชะงักนิ่งไปทันที...เพราะสิ่งที่ Hyde ต้องการเป็นสิ่งที่เขาทำให้ไม่ได้...เรื่องงานสำหรับเขาแล้วเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร...จะให้เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยยอมให้เกิดขึ้น
“Hyde ฉันไม่ไปไม่ได้...ฉันทำงานกับทีมงานที่อเมริกา...นายคงไม่อยากให้ฉันเสียชื่อแล้วก็เสียงานใช่มั้ย ?” J พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้ร่างเล็กเข้าใจ...แต่ดูเหมือนว่า...เพราะความรัก...ความเข้าใจ....ความสุขทุกอย่างที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...การที่ต้องแยกห่างจากกันไปตอนนี้...คงไม่ต่างไปจากคู่ข้าวใหม่ปลามัน??ที่สามีมีงานกะทันหันแล้วต้องทิ้งภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใหม่เอาไว้คนเดียว??
….Hyde กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า J จะไปทำงานสำคัญ...ไม่ได้ทิ้งเขาไปเที่ยวเล่นเฉย ๆ แต่ความคับแค้นต่อสถานการณ์ที่มาพรากพวกเขาจากกันมีมากกว่า...จนทำให้ Hyde คล้ายกับจะปิดหูปิดตาไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น...
“นายเสียชื่อเสียงาน...แล้วฉันไม่เสียใจเลยรึไง ?!!” Hyde เอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ...แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ J ไปไหนไกลจากเขาในเวลานี้...จะว่าเห็นแก่ตัว...ดื้อรั้นหรือไม่ยอมเข้าใจเหตุผล....แต่การต้องแยกห่างจากชายหนุ่มในเวลานี้เป็นเรื่องที่เขายังรับมันไม่ทัน
“Hyde นายพูดอย่างนี้ได้ยังไง ? นี่เป็นเรื่องสำคัญของฉันนะ...เป็นงานเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบ...ถ้างั้นนายก็ไม่ต้องทำงานแล้วไปอเมริกากับฉัน...อย่างนี้ตกลงมั้ย ?”
“จะทำงั้นได้ไงเล่า !!! ถ้าฉันไป Tet-Chan ได้ฆ่าฉันตายแน่....” Hyde เถียงออกมาทันควันแค่วันนี้โผล่หน้าเข้าไปที่สตู ฯ วันแรกงานที่เข้ามาในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็มากจนทำทั้งเดือนก็ยังไม่เสร็จเลย
“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ? ถ้าฉันไม่ไปฉันก็ตายเหมือนกัน...”
“ไม่รู้ !!! เรื่องของนาย....แต่ฉันไม่ให้ไป” Hyde ยังคงยืนยันคำเดิมอย่างเอาแต่ใจ
“แต่ฉันยังไม่อยากตาย...” J เอ่ยขัดอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมทำตามเช่นกัน....ชายหนุ่มผมทองพลิกกายนอนหันหลังให้ร่างเล็กพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ....ทั้ง ๆ ที่คิดว่าเข้าใจกันดีแล้วแต่กลับมามีเรื่องที่ต้องทำให้ผิดใจกันอีก...Hyde หันกลับมาเหล่มองแผ่นหลังกว้างที่หันใส่เขาเล็กน้อย...ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปอย่างไม่ยอมเข้าใจเหมือนเดิม...
.... แล้วในที่สุดคู่รักที่เพิ่งคืนดีกันได้ไม่นานก็ต่างคนต่างนอนหันหลังให้กันอย่างเย็นชา...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่นานทั้งคู่ยังแลกเปลี่ยนความเร่าร้อนให้แก่กันและกันอย่างมีความสุข
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ฉันจะไปแล้วนะ” J หันมาเอ่ยปากลาร่างเล็กที่ยืนอุ้มเจ้าเหมียวขนทองหน้าหงิกส่งเขาอยู่ที่หน้าประตูห้อง...ถึงแม้เมื่อคืน Hyde จะแสดงความเอาแต่ใจและพาลหงุดหงิดเย็นชาใส่เขา....แต่พอตอนเช้า Hyde กลับรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจะมายืนรอส่ง J ที่หน้าห้องพัก
...เพราะกลัวว่าถ้าตามไปส่งที่สนามบินเขาคงอดใจไม่ได้...ที่จะยอมให้ Tetsu ฆ่าแล้วหนีงานไปอเมริกากับ J
“นี่....ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ....ฉันไปไม่นานหรอกน่า...จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด...เพราะฉะนั้นทำหน้าดี ๆ ส่งฉันหน่อย...ไม่ใช่ยืนหน้าบูดอยู่อย่างนี้” J ว่าเสียงอ่อนยอมที่จะเอ่ยปากง้อขึ้นมาก่อน...อยากเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ยิ้มแย้มส่งเขาก่อนออกจากบ้าน แค่เพียงให้หัวใจรู้สึกอิ่มเอมก่อนออกเดินทางสักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
“น่า....ยิ้มหน่อยสิ..” J เอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหู...พลางประทับริมฝีปากลงบนผิวแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน...แต่พอริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นจะเลื่อนมาประทับที่ริมฝีปากบางของคนที่ยืนหน้างออยู่....Hyde กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วไม่ยอมให้ชายหนุ่มผมทองประทับจูบก่อนจากเอาไว้...และการกระทำนั้นก็ทำให้ J รู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย...เมื่อในวินาทีสุดท้าย Hyde ก็ยังไม่ยอมเข้าใจ...
“งั้นก็ตามใจ !!....ฉันไปล่ะ....” J เอ่ยเสียงแข็งเมื่อเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว...ชายหนุ่มผมทองหันหลังเปิดประตูออกไปอย่างเย็นชา...ไม่หันกลับมามองคนที่ยืนส่งอยู่ภายในอีก...แม้แต่เพียงแว่บเดียว....ร่างเล็กบางที่ยืนนิ่งอยู่กับที่...มีอาการสั่นไหวขึ้นมาน้อย ๆ ริมฝีปากบางถูกขบเอาไว้จนแทบห้อเลือด...และเมื่อแน่ใจว่าชายหนุ่มไม่ยอมย้อนกลับมาอีกแน่นอน...เสียงเกรี้ยวกราดก็ดังตามมาทันที
“ J บ้า !!! ทำไม ?ไม่ยอมเข้าใจ !! ….บ้า ๆๆๆ....“ Hyde ตะโกนด่าไล่หลังชายหนุ่มไปอย่างหัวเสีย...สองมือก็ยกเอาตัวเจ้าเหมียวขนทองในอ้อมกอดเขย่า ๆ ซะเจ้า J หัวสั่นหัวคลอน....จนเจ้าเหมียวหนุ่มต้องสะบัดตัวให้หลุดจากแรงเขย่าแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในครัวทันที...
...ไม่เข้าใจว่าเจ้านายร่างเล็กของตนเป็นอะไร ? แล้วทำไม ? ต้องมาลงที่มัน....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ไม่คิดว่านายจะมาส่งฉันด้วย” เสียงชายหนุ่มผมทองเอ่ยปากทักทันทีที่เห็นหน้า 1 ในเพื่อนร่วมวงปรากฏกายอยู่ที่สนามบิน
“บังเอิญต่างหาก...พอดีฉันเองก็มาส่งเพื่อนกลับประเทศเหมือนกัน....แล้วได้ยินจาก Ino ว่านายจะไปอเมริกาวันนี้...ก็เลยอยู่รอส่งนายด้วยอีกคน” Ryuichi ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม
“เพื่อน ?” J ย้อนถามเสียงสูงรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากน้อย ๆ อย่างรู้เท่าทันก่อนจะพูดต่อ “ เพื่อนหรืออะไรกันแน่ ? ถึงขนาดที่ทำให้นายยอมเสี่ยงพวกนักข่าวมาส่งถึงสนามบินด้วยตัวเอง” เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เจ้านักร้องนำจอมเจ้าชู้กำลังคั่วอยู่กับนางแบบสาวชาวต่างชาติอยู่คนนึง....เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก....ซึ่งนั่นเป็นนิสัยของ Ryuichi ที่เพื่อน ๆ ในวงต่างรู้เรื่องกันเป็นอย่างดี
“ก็ถ้าฉันไม่ยอมมาส่ง....เธอก็จะไม่ยอมกลับ...ก็เลยต้องยอม ๆ ไป...”
“สลัดหลุดแล้วสิ....หล่อนถึงยอมกลับไปแบบนี้...”
“ก็แล้วแต่จะคิด...” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้ม...ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวที่เขาไม่คิดจะจริงจัง
“ทำตัวแบบนี้เมื่อไหร่นายถึงจะเจอคนที่พร้อมจะจริงจังด้วยสักที” J เอ่ยปากถามพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย... นิสัยเจ้าชู้ของ Ryuichi เป็นมานานแล้วและเจ้าตัวก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะคิดจริงจังกับใคร...อาจด้วยนิสัยที่เป็นคนชอบเอาใจใส่กับผู้อื่นจึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบ...
....แต่ในขณะเดียวกันเจ้าตัวเองก็ต้องการให้คนอื่นเอาใจใส่กับตัวเองเต็มที่เช่นกัน....และถ้าหากอีกฝ่ายไม่สามารถเติมเต็มความต้องการนั้นได้...เจ้าตัวก็จะเลิกจริงจังใส่ใจ...ทุกครั้งความสัมพันธ์ที่ทำท่าจะพัฒนาไปจึงหยุดลงเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ เป็นได้ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเท่านั้น
“เหมือนกับที่นายเจอน่ะเหรอ....” Ryuichi ย้อนถามกลับเพราะพอจะรู้เรื่องที่ J คืนดีกับ Hyde แล้ว....
“ก็แล้วแต่จะคิด” J ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อคิดไปถึงความสัมพันธ์ของตนเองกับ Hyde ... การที่รักใครสักคนแล้วได้ความรักนั้นตอบกลับมาเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้...
....ความสุขจากส่วนลึกของหัวใจ....
“ไม่เป็นไรฉันยังไม่รีบ” Ryuichi เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจเพราะตัวเขาเองก็ยังไม่ได้คิดจะไขว่คว้าหาความรักที่ยิ่งใหญ่
อะไรตอนนี้ “เออนี่...เจอนายก็ดีแล้ว....ก่อนฉันออกมา...ทะเลาะกับ Hyde ยกใหญ่...เรื่องที่ฉันจะไปทำงาน...ถ้ายังไงนายช่วยไปบอก Tetsu หรือใครก็ได้ให้ช่วยดูแล Hyde ให้ที...ฉันเป็นห่วงกลัวว่าจะหงุดหงิดจนไม่เป็นอันทำงาน” J เอ่ยปากฝากฝังเรื่องที่นึกขึ้นมาได้...แต่ชื่อของใครบางคนที่ชายหนุ่มผมดำเกือบจะลืมเลือนไปแล้วตั้งแต่ค่ำคืนนั้น...
....ก็ย้อนกลับมาทำให้สมองลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาได้ช้า ๆ เพราะในเช้าวันนั้นแค่เพียงเขาตื่นมาแล้วไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง...ไม่มีแม้โน้ตหรืออะไรฝากเอาไว้...เขาก็คิดไปเองทันทีว่ามันก็คงจะเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน...ไม่มีอะไรที่จะต้องผูกมัดหรือสานต่อความสัมพันธ์ให้ยืดยาวต่อไป
“โอเค...แล้วจะจัดการให้...” Ryuichi ตอบตกลงพร้อมอมยิ้มขึ้นมานิด ๆ สมองเริ่มลำดับภาพเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาช้า ๆ จากที่เลือนลางในคราแรกก็กลับเด่นชัดมากขึ้นทุกที
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ขอโทษค่ะ....ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ ?” เสียงประชาสัมพันธ์สาวเอ่ยปากทักพร้อมกับลุกขึ้นยืนเมื่อมีบุคคลแปลกหน้ากำลังจะเดินผ่านหน้าตนไปโดยไม่ยอมบอกจุดประสงค์ของการมาเยือนที่เป็นกฎของที่นี่ให้หล่อนรับรู้...ชายหนุ่มชุดดำชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาหาพร้อมรอยยิ้ม
“ขอโทษที...แต่ฉันอยากมาพบใครบางคนน่ะ....พอดีรีบ ๆ ก็เลยลืมเรื่องกฎของที่นี่ไปซะสนิท...ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ?” เสียงทุ้มนุ่มนวลกระแสเสียงที่แสดงถึงความอ่อนโยน...และไม่รู้ว่า Ryuichi ใช้วิธีนี้บ่อยแค่ไหน...เวลาที่ต้องการให้สาว ๆ ยอมอ่อนข้อให้เขา...และครั้งนี้เองก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล... ใบหน้าหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังและเห็นชัดเจนว่าคนที่กำลังพูดอยู่เป็นใคร...
“แล้วจะมาพบใครล่ะคะ ?”
“อืมมม....สมาชิกของ Larc ใครก็ได้...ว่าแต่ว่ามีคนมากันรึยัง ?” Ryuichi นิ่งคิดไปครู่...ก่อนจะถามต่อเพราะตอนนี้ก็ยังเช้าพอดู...และธุระของเขาก็เป็นเพียงเรื่องที่เพื่อนฝากให้มาบอก...จะเป็นใครก็ได้ที่จะรับรู้
“ค่ะ...มีมาแล้วค่ะ...เชิญที่ลิฟต์ตัวในสุด...ด้านขวามือ”
“ขอบคุณมากนะ” Ryuichi เอ่ยปากขอบคุณพร้อมกับมอบรอยยิ้มหวานให้เป็นรางวัลที่หญิงสาวไม่เรื่องมากในการที่เขาจะเข้าไปพบสมาชิกของวงร็อคชื่อด | |||