| yamamura's profile-'๑'-.....MY FICTION.......PhotosBlogLists | Help |
-'๑'-.....MY FICTION....-'๑'-JH_LoveProject April 29 Love punish 94- 94 -
“นี่...ให้นายนะ” Hyde เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นอกกว้างพลางยื่นดอกไม้สีขาวในมือไปต่อหน้าชายหนุ่ม...คิ้วเรียวเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างงงงันแต่ก็ยอมรับมาแต่โดยดี “ฉันเจอมันบานอยู่ข้างทาง...ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวขนาดนี้...มันกลับยังเติบโตขึ้นมาได้” ร่างเล็กอธิบายขณะที่มองตามดอกไม้ในมือชายหนุ่มที่กำลังถูกเสียบลงในแก้วน้ำทรงสูงที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง
“แล้วนายเลยถือวิสาสะพรากมันมาจากต้น...ให้มันมาเหี่ยวแห้งตายอยู่ในแก้วน้ำเนี่ยน่ะเหรอ”
“เปล่านะ !!” Hyde รีบปฎิเสธ... แต่เมื่อลองคิดดูแล้วเพราะไม่ทันคิดเขาเลยไปเด็ดมันออกมาจากต้นโดยไม่รู้ว่ามันจะแข็งแกร่งต่อไปได้อีกนานแค่ไหน...ใบหน้างามสลดวูบลงทันทีเมื่อคิดไปถึงการกระทำของตนเอง
“เฮ้...ใจเย็นก็แค่แซวเล่น...ไม่คิดว่านายจะซีเรียสขนาดนี้” J โอบไหล่ร่างเล็กแนบแน่นขึ้นเพื่อปลอบใจ
“แต่ว่า....”
“เอาเถอะน่า...จะคิดมากไปทำไม...ดอกไม้สวย ๆ มันก็ต้องมีคนชื่นชมถึงจะถูก....” J ว่าพลางตบไหล่ร่างเล็กเบา ๆ เพื่อให้คลายความกังวล...รู้สึกว่าพักนี้อารมณ์ของ Hyde ดูจะเปราะบางเสียเหลือเกิน
“ว่าแต่นายเอาแค่ดอกไม้มาไถ่โทษที่แอบหนีออกไปโดยไม่บอกฉันเรื่องนี้มันออกจะไม่ถูกต้องอยู่นะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก...เมื่อตนเองคิดหาวิธีที่จะทำให้ Hyde ลืมเลือนทุกเรื่องราวออกไปจากใจให้หมดได้แล้ว
“ก็แล้วนายจะเอาอะไรล่ะ ?” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ
“อยากได้ความอบอุ่น” จบคำพูดพร้อมกับริมฝีปากผ่าวร้อนที่ก้มลงมาจู่โจมไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว...Hyde เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่าแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่พลิกกายมาทาบทับอยู่เบื้องบน
“เดี๋ยวก่อน !! นายไม่สบายอยู่นะ” ร่างเล็กร้องห้ามพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางปิดริมฝีปากซุกซนที่กำลังซุกไซร้อยู่ที่ข้างแก
้ม “เพราะไม่สบายไง...ถึงอยากได้ไออุ่นจะได้หายเร็ว ๆ”
“บ้า...เดี๋ยวได้ตายเร็วขึ้นพอดี” ใบหน้างามอมชมพูระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย...เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย... ร่างเล็กเบือนมองไปทางอื่นเมื่อรู้สึกว่าดวงตาเรียวรีกำลังจ้องมองมาอย่างสื่อความหมาย
...ฝ่ามือบางที่เคยปัดป้องเปลี่ยนเป็นโอบรอบแผ่นหลังชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น เมื่อริมฝีปากนั้นแนบสนิทลงมามอบความเร่าร้อนให้อีกครั้ง... ปลายลิ้นลุกไล่พัวพันปลุกกระตุ้นสัมผัสรัญจวนใจให้ยิ่งทวีความเร่าร้อนมากมายขึ้นทุกที
...มือของทั้งคู่ต่างช่วยกันปลดเปลื้องพันธนการทุกชิ้นให้หลุดพ้นไปจากร่างกาย...เพียงแค่วันเดียวที่หัวใจของพวกเขาถูกคุกคามให้แยกออกจากกัน...ไม่เคยคิดว่าร่างกายทุกอณูจะโหยหาสัมผัสของอีกฝ่ายจนแทบบ้าคลั่งมากมายปานนี้...ทุกสัมผัสที่กระทบต้องร่างเร่าร้อนเหมือนไฟที่มอดไหม้อยู่ในอก
...ร้อนจนแทบละลายแต่กลับอยากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความเร่าร้อนนั้น...
“จ...J....ด...เดี๋ยว...” Hyde เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหบพร่า...ลมหายใจกระชั้นถูกระบายออกมาเบา ๆ เมื่อตนเองรู้สึกได้ถึงบางอย่างจากร่างกายของชายหนุ่ม
“หืมม์” J ส่งเสียงขานรับออกมาอย่างไม่สนใจ เวลานี้อะไรก็มาทำให้เขาผละออกห่างจากร่างกายยั่วเย้าของอีกฝ่ายไม่ได้
“นายยังตัวร้อนอยู่เลยนะ...”
“ก็นายทำให้มันร้อนไง...” ชายหนุ่มยังคงมุ่งมั่นปลุกกระตุ้นร่างบอบบางในอ้อมแขน...คล้ายดั่งจะขับกล่อมให้ลืมเลือนเรื่องวุ่นวายไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะอะไรให้หมดไป
“นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ !!” Hyde เสียงแข็งขึ้นมาบ้างเมื่อความรู้สึกเป็นห่วงกำลังมีอำนาจเหนือกว่าอารมณ์รักที่กำลัง
ถูกปลุกเร้าอยู่ในขณะนี้…น้ำเสียงจริงจังที่แฝงแววห่วงใยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมแถมมันกำลังเป็นจะชนวนให้บางสิ่งที่กำลังกระตุ้นเร้าเมื่อครู่เลือนหายไป J เงยหน้าขึ้นมาจากผิวเนื้อนุ่มเนียนหอมกรุ่นนั่นอย่างนึกเสียดาย...ก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเซ็ง ๆ คงเพราะก่อนหน้านี้ Hyde ไม่ได้สังเกตเห็นอาการป่วยของเขาเลยอาจคิดไปว่าคงต้องเพิ่มการเอาใจใส่มากกว่านี้
‘...มาสังเกตอะไรเอาตอนนี้...’
“Haido…ไม่มีอะไรให้นายต้องกังวล...ฉันสบายดีถ้าเพราะเรื่องนี้จะทำให้ฉันอาการหนักจนตายล่ะก็...ฉันคงตายไปนานแล้ว” J พยายามปลอบใจให้ร่างเล็กคลายความกังวล...แต่ในใจก็อดนึกขำไม่ได้เมื่อแอบคิดไปว่า
‘…ฉันต่างหากที่ต้องกังวลว่านายจะไม่สบายไปอีกคน...’
“แต่ว่า....”
“ช่างมันเถอะน่า”
J บอกปัดเอาดื้อ ๆ โดยแนบริมฝีปากปิดกลีบปากบางที่ทำท่าจะเอ่ยพูดอะไรออกมาอีก...เพียงไม่นานเมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนเริ่มต้นทำงานของมันอย่างจริงจัง
...บางสิ่งบางอย่างที่เกือบมอดไหม้เลือนหายไปก็ถูกกระตุ้นให้ติดขึ้นมาอีกครั้ง... และคราวนี้ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ยินยอมแม้แต่จะเว้นจังหวะสักน้อยนิดให้ร่างเล็กข้างใต้ขบคิดสิ่งใดไปมากกว่าแสงสว่างของจุดหมายปลายทางที่เขากำลังจะพาไปถึง
... แก่นกายร้อนถูกแทรกเข้าไปอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายกำลังเมามายกับรสสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอให้...เสียงหอบครางเร่งเร้าดังหวานอยู่ข้างหู... ปลายเล็บที่จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังเป็นเครื่องหมายแห่งการลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างไปจน
หมดสิ้นแล้ว ...เวลานี้ในสมองของ Hyde มีแต่ม่านหมอกสีขาวกับเสียงหอบครางทุ้มต่ำที่เป็นเครื่องหมายนำทางไปให้ถึงที่สุดแห่
งอารมณ์... แขนเรียวโอบรั้งรอบคอชายหนุ่มให้มอบจุมพิตแสนหวานเมื่อตนเองกระหายริมฝีปากและปลายลิ้นของอีกฝ่าย...ระยะทางแห่งความสุขสมดูจะกระชั้นสั้นขึ้นทุกที... ‘…เร็วอีก... J พาฉันไป...’
เสียงเร่งเร้าที่ก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจดูจะสื่อให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ง่ายดาย... เมื่อใบหน้างามที่ผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อพลิกส่ายไปมาสลับกับเสียงหอบครางเครือที่กระชั้นถี่เร็วในจังหวะสุดท้ายของความสุข
“อ๊ะ...อาาาาา... J...อ๊าาาา” เสียงครางหวานสุดท้ายก่อนที่ปลายเท้าจะหยัดเกร็งลงกับพื้นผิวเตียง... สะโพกบางยกขึ้นตอบรับกับจังหวะแทรกกายสุดท้ายพร้อมกับหยาดของเหลวที่หลั่งรินหยาดหยดเข้ามาในร่างเศษซากความรักบางส่วนไหลเรื่อยออกมาจนรู้สึกว่าด้านหลังเปียกชื้น
Hyde หอบหายใจหนักหน่วงโอบกอดร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเอาไว้แนบแน่น...ลมหายใจร้อนรวยรินกรุ่นรดอยู่ที่ซอกคอก่อนที่ปลายจมูกและริมฝีปากจะขบเม้มเบา ๆ เพื่อหยอกเย้า
... ร่างเปลือยเปล่าภายใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงยังคงนิ่งเงียบดื่มด่ำกับรสรักที่ได้สัมผัสจากกันและกันเมื่อครู่... มีเพียงเสียงลมหายใจหอบแผ่วเบาปะปนกับสัมผัสของริมฝีปากที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันอย่างกระหาย...
...กลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวที่ Hyde เก็บมากรุ่นกลิ่นหอมยามค่ำคืนให้ขจรขจายอบอวลอยู่ภายในห้อง...ที่ยังหลงเหลือเศษซากของสะเก็ดไฟที่พร้อมจะติดประกายขึ้นมาใหม่...กลิ่นหอมยั่วเย้าราวกับจะให้ทั้งสองต้องมนต์เสน่ห์ของรสรักจนยากจะหักห้ามใจ
…ทุกอย่างรอบกายคล้ายดั่งพร่าเลือนไร้รูปทรงที่เห็นเด่นชัดดูจะมีแค่แววตาที่จะจ้องมองสบตากันและกันอย่างสื่อความหมาย...เมื่อต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกแน่ชัดอยู่ในจิตใจว่ายังดื่มด่ำกับรสรักไม่พอเพียง...ต้องการที่จะสัมผัสและถูกสัมผัสมากมายกว่านี้
...เพียงไม่นานประกายไฟที่ยังครุกรุ่นก็ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง... เมื่อร่างบอบบางข้างใต้บดเบียดสะโพกยั่วเย้าแสดงถึงความต้องการของตนเองอย่างแจ่มชัด
... ร่างเล็กถูกดึงรั้งให้นั่งคร่อมบนตักโดยมีวงแขนของทั้งสองฝ่ายโอบรอบแผ่นหลังของกันและกันเอาไว้แนบแน่น
... เส้นผมสีดำชื้นเหงื่อกรุยกรายอยู่เต็มใบหน้าเมื่อตนเองกำลังเป็นฝ่ายควบคุมความเร่าร้อนในเกมรักครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่... เสียงหอบครางกระชั้นถี่บ่งบอกได้ถึงความสุขสมที่กำลังจะดำเนินมาถึงปลายทางของความสุขอีกครั้ง
...รสรักที่ได้รับในเวลานี้ช่างสุขสมแสนหวานจนแทบลืมเลือนทุกเรื่องราวไปหมดสิ้น...สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองยังมีตัวตนอยู่ตรงนี้มีเพียงเสียงหอบคราง...กลิ่นกาย...สัมผัสผ่าวร้อนจากผิวเนื้อที่แนบชิดกัน...ความรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนใจที่กำลังได้รับ... ความสุขสมที่กำลังจะมาถึงและที่น่าแปลกคือในจังหวะที่ประสาทสัมผัสทุกอย่างดูเลือนรางแต่สิ่งหนึ่งที่กลับจดจำได้ชัดเจนในสติที่พร่าเลือน...
...คือกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบกาย...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
ในยามเช้าที่แสนหวานเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากแสงแดดที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก...ทั้ง ๆ ที่เป็นรุ่งเช้าที่มีเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน... แต่วันนี้กลับทำให้รู้สึกผิดแปลกไปจากทุกวันเมื่อตนเองรู้สึกคล้ายกับว่าบรรยากาศแบบ
นี้เลือนหายไปจากความทรงจำมาช่วงหนึ่ง ...หัวสมองหนักอึ้งคล้ายเพิ่งตื่นจากภาพความฝัน...เปลือกตาบางกระพริบถี่เมื่อแสงสว่างของวันใหม่กำลังทำให้รู้สึกระคายเคือง ไม่นานดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นอย่างเหม่อลอยคล้ายยังไม่อาจลำดับภาพได้ชัดเจน...ช่วงเวลาแห่งความสุขสมนั้นดูจะยาวนานจนเขาลืมเลือนวันเวลาทุกอย่างไปหมดสิ้น
…Hyde พลิกตะแคงใบหน้าเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังนอนคว่ำโดยมีศีรษะของ J ซุกซบอยู่ที่แผ่นหลังของตน...วงแขนแกร่งยังโอบรอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น
‘…นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ...’
Hyde คิดคำนึงถึงเรื่องเวลาขึ้นมาทันที...แสงแดดที่กำลังจะแผดกล้าขึ้นทุกขณะเป็นสัญญาว่ามันคงกำลังล่วงเข้าสู่เวลายามสาย...ทันทีที่ทดลองขยับกายความรู้สึกเมื่อยขบและเจ็บร้าวแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนร่างเล็กต้องนิ่วหน้าและยอมที่จะคว่ำหน้าอยู่กับหมอนนิ่ง ๆ อย่างนั้นอยู่เป็นครู่ใหญ่...
... ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงราวกับเขาใช้พละกำลังทั้งหมดไปกับสัมผัสเร่าร้อนรัญจวนใจเมื่อคืนจนหมดสิ้น...Hyde หอบหายใจเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจเพียงแค่คืนเดียวทำไมเขาถึงหมดแรงมากขนาดนี้
... ระหว่างที่พยายามคิดทบทวนเรื่องราวดวงตาคู่งามก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวที่จำได้ว่าตนเองเก็บมาตั้งแต่เมื่อคืน...กำลังเหี่ยวเฉาร่วงโรย..กลีบดอกบางส่วนร่วงหล่นลงบนพื้นห้อง...กลิ่นหอมประหลาดที่จดจำได้ว่าติดตรึงอยู่ในประสาทสัมผัสเลือนหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
...เมื่อดอกร่วงโรยกลิ่นก็จางหายไป...
Hyde ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนตอนที่ J ส่งมันลงไปอยู่ในแก้วน้ำทั้งกลีบดอกและกิ่งก้านยังดูแข็งแรงอย่างน้อย ๆ ในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาน่าจะได้ชื่นชมมันอีกวัน...
...แล้วทำไม ? ถึงโรยไปเร็วขนาดนี้...
เมื่อไม่อาจหาคำตอบที่ชัดเจนคงต้องโทษว่าเป็นเพราะความแข็งแกร่งงดงามนั้นมีอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น... ดวงตากลมโตละความสนใจจากเจ้าดอกไม้ปริศนาหันมาเหล่มองคนที่ยังหลับสนิทโดยซบอยู่แผ่นหลังของเขา
‘…J บ้า...มันหนักนะ...‘
Hyde คิดต่อว่าอีกฝ่ายในใจเมื่อทดลองขยับกายแล้วไม่เป็นผล...ชายหนุ่มดูท่าทางจะยังไม่รู้สึกตัวง่าย ๆ ดวงตาเหลือบมองหานาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มที่มักชอบถอดวางทิ้งไว้ที่หัวเตียง...ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขึ้นมาดูเวลาว่าสายมากแค่ไหนแล้ว
...9.30 am…
ตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดนาฬิกาไม่ได้ทำให้ร่างเล็กรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่...แต่เมื่อดวงตากลมเหลือบมาเห็นวันที่ที่อยู่ด้านข้าง...ดวงตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที...เมื่อมันกำลังแสดงวันที่หลังจากที่เขามาเยือนที่นี่ล่วงไปแล้วถึง 5 วัน
...Hyde รีบยกนิ้วขึ้นมาตรวจนับวันที่ตั้งแต่พวกเขาย่างก้าวมาถึงบ้านพัก...เช้าวันรุ่งขึ้นไปเล่นสกีเจอกับ Kiyoharu ตอนบ่ายและตอนกลางคืน...วันต่อมาที่ทะเลาะกับ J แต่ก็คืนดีกันได้ในค่ำคืนนั้น...แล้วเวลาอีกสองวันที่เหลือมันหายไปไหน ?
Hyde พรวดพราดยันกายลุกขึ้นนั่งโดยไม่สนว่าร่างกายจะหลงเหลือความเมื่อยขบและปวดร้าวมากแค่ไหน... ไม่สนแม้แต่ว่าคนที่ซุกซบอยู่บนแผ่นหลังจะร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นเตียงนุ่มจนชายหนุ่มผมทองต้องยอมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“ J !!” ร่างเล็กตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้ดูนาฬิกา... ในแวบแรกชายหนุ่มยังไม่สนใจเพียงแค่เหลือบมองเวลาเท่านั้นก่อนที่ใบหน้างามจะบุ้ยใบ้ให้ดูเลยไปถึงวันที่ที่แสดงอยู่บนนาฬิกาด้วย
...ดวงตาเรียวรีจ้องค้างอยู่เล็กน้อยเมื่อจำวันที่ทุกวันได้เป็นอย่างดี...และในค่ำคืนที่พวกเขาดื่มด่ำกับรสรักมันก็เป็นวันก่อนหน้านี้สองวัน
“นาฬิกานายเดินเร็วไปรึเปล่า ?” Hyde ถามคำถามขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นกระชั้น…คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดเมื่อนาฬิกาเลือนนี้ไม่เคยถูกตั้งเวลาใหม่และมีความทนทานและเที่ยงตรงชนิดที่เรียกว่าเป็นยี่ห้อที่ติดอันดับ Top 5
...หรือว่าจริง ๆ แล้วเวลามันผ่านไปแล้วจริง ๆ...
...ชายหนุ่มผมทองไม่ตอบคำถามแต่กลับยกหูโทรศัพท์เพื่อกดเบอร์ภายในของรีสอร์ทแทน...คำถามคำตอบที่ได้รับจากพนักงานของรีสอร์ทยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในสีหน้า...แต่สิ่งที่ได้รับการยืนยันคือนับจากวันนั้นผ่านเลยมาแล้ว 2 วันจริง ๆ
...ทันทีที่วางหูโทรศัพท์ทั้งใบหน้าของ Hyde และ J ต่างนิ่งคิดอย่างงงงัน...พวกเขาปรนเปรอความรักให้กันโดยลืมวันลืมคืนขนาดนี้เลยเหรอ...ในช่วงสองวันที่ผ่านมาสิ่งที่จดจำได้มีเพียงรสสัมผัสที่ตอบสนองต่อกันและกัน...เสียงครางหวาน...และกลิ่นกาย
...ดวงตาของทั้งคู่เหลือบมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น... เมื่อคิดไปเองว่าพวกเขาคงโหยหาและปล่อยใจปล่อยกายไปกับความต้องการของตนเองอย่างเต็มที่...เมื่อไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ในกรอบของช่วงเวลาที่เรียกว่าชีวิตประจำวัน...การมาเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้คงทำให้จิตใจได้ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด
“ J !! ทำไงดีล่ะ...” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาจนอีกฝ่ายตกอกตกใจ
“มีเรื่องอะไร ?”
“ก็นี่แสดงว่าผ่านมา 5 วันหมดเวลาเที่ยวของพวกเราแล้วน่ะสิ...ยังไม่ได้ไปไหนนอกจากเล่นสกีเลยนะ” Hyde โวยวายขึ้นมาอย่างนึกเสียดายเมื่อสถานที่เที่ยวที่พวกเขาเคยวางกันเอาไว้เป็นอันต้องพับเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปอย่างเสียไม่ได้
“เอาไว้ค่อยมาใหม่ก็ได้...หรือไม่จะให้ฉันลักพาตัวนายหนีไปไกล ๆ ไม่ให้พวกนั้นตามเจออีกดีมั้ย ?” J เอ่ยแซวเล่น ๆ พร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลายาวนานที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
“บ้า !! งานการไม่คิดจะทำเลยรึไง ?” Hyde แกล้งต่อว่าชายหนุ่มเล่น ๆ แต่เมื่อลองคิดดี ๆ เขาก็อยากมีเวลาสุขสงบได้พักผ่อนอยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพังสองคนยาวนานกว่านี้
“จริงสิ !!” ร่างเล็กร้องออกมาเมื่อนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้
“อะไรอีกล่ะ ?”
“ก็ตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่ได้แช่ออนเซ็นเลย...ได้แต่อาบน้ำในห้องน้ำ”
“งั้นเดี๋ยวไปแช่กันเลยก็ได้” J เอ่ยปากชวนเพราะบ้านพักที่แยกออกเป็นหลัง ๆ จะมีออนเซ็นเล็ก ๆ ส่วนตัวเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว…Hyde ตอบตกลงอย่างว่าง่ายถึงแม้มันยังเพิ่งจะเป็นเวลาสาย ๆ แต่เขาก็อยากแช่น้ำแร่ก่อนจะต้องเก็บของกลับในช่วงเย็นของวันนี้แล้ว
...ร่างเล็กบางนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับเขยื้อนทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มผมทองผุดลุกลงจากเตียงไปแล้ว...ครั้นพอ J หันกลับมามองก็เข้าใจความหมายได้ทันที
...ชายหนุ่มเดินตรงไปช้อนร่างเล็กขึ้นกระชับในอ้อมกอดพาเดินตรงไปยังบ่อน้ำแร่เล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังบ้าน... โดยไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่พวกเขาลืมเลือนไปอย่างหนึ่งในค่ำคืนยาวนานที่แสนเร่าร้อนนั้น
...กลิ่นดอกไม้ที่กรุ่นกลิ่นขจรขจายไปทั่วห้อง...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ L’Arc ~~~
ชายหนุ่มร่างสูงเดินผ่านประตูทางเข้ามาด้วยอาการคล้ายกับถูกบังคับ...ใบหน้าง่วง ๆ หันไปยิ้มรับคำทักทายจากประชาสัมพันธ์สาวตลอดจนเด็กทีมงานที่เดินผ่านสวนกันไปจนกระทั่งถึงชั้นที่หมายซึ่งวันนี้เขาต้องมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวัน... เสียงพูดคุยโทรศัพท์จากผู้ช่วยหนุ่มน้อยของผู้จัดการแว่วมาให้ได้ยิน ผู้มาใหม่เกือบจะเดินเลี่ยงออกไปตามมารยาทหากชื่อของเพื่อนสนิทไม่ลอยมากระทบหูเข้าเสียก่อน...
“เดี๋ยวครับ Tetsu-san...โธ่...” เสียงทอดถอนใจดังตามออกมาก่อนเจ้าตัวจะใช้มือข้างที่ถือโทรศัพท์ทุบลงบนศีรษะตัวเองอย่างโกรธ ๆ...
“Te-chan ทำไมเหรอ?...” สิ้นเสียงถามชายหนุ่มร่างผอมก็หันขวับมาเบิกตามองก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ออกไป...
“Ken-san...”
“ว่าไงล่ะ?...” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย... “แล้วนั่นโทรจากที่ไหน Osaka เหรอ...” เสียงถามต่อไปอีกเพราะตนเองก็ไม่รู้กำหนดการกลับที่แน่นอนของเพื่อนเช่นกัน...
“Tokyo นี่แหล่ะครับ กลับมาแล้วเมื่อเช้า ผมเป็นคนจัดการเรื่องตั๋วให้เองแล้วก็พอดีว่า...” คำบอกเล่ารวมความถึงการสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ฝ่ายนั้นลงจากเครื่องถูกถ่ายถอดออกมายาวยืดก่อนจะค่อย ๆ เงยขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ด้วยความรู้สึกผิด...
“เอาเถอะ...ยังไงก็เป็นเรื่องงานแล้วหมอนั่นก็เต็มใจมาอยู่แล้วด้วย...ฉันเองก็ผิดที่ไม่รีบเข้ามา...” Ken สรุปออกมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก...ฝ่ายนั้นยิ้มออกมาได้ทันทีเมื่อได้ยินก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวไปทำงานของตนเองต่อ... ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจพลางออกเดินไปตรงไปยังห้องด้านในทิ้งตัวลงบนโซฟาคว้าหนังสือใกล้มือขึ้นมาพลิกเปิดดูเพื่อฆ่าเวลารอคอยเพื่อนที่กำลังจะเดินทางมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ ห้อง Inoran ~~~
เจ้าของห้องร่างบางวางมือจากอาหารกลางวันง่าย ๆ ที่เพิ่งจะทำเสร็จพาตัวเองออกมาจากส่วนครัวเล็ก ๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวกุกกักที่ประตูหน้าห้องตามมาติด ๆ ด้วยเสียงร้องหง่าวพร้อมเพรียงหันอย่างยินดีจากเจ้าเหมียวสามตัว
...คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ เพราะชายหนุ่มที่มองเห็นหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับเข้ามานั้นบอกเอาไว้ก่อนจะออกไปว่าวันนี้อาจจะต้องไปขลุกอยู่ที่สตูดิโอทั้งวัน...
“ทำไมกลับมาเร็วล่ะ Ken...” Inoran ถามพลางขยับเข้าไปช่วยรับของจากมืออีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะใกล้ ๆ เห็นสีหน้าฝ่ายนั้นไม่ค่อยดีก็ยิ่งจ้องมองรอคอยคำตอบด้วยความกังวล...
“Te-chan กลับมาแล้วน่ะ...ก็เลยไล่ฉันกลับมา ส่วนพวกนี้ก็ของฝาก...ฝากให้ Sugi กับ Shinya ด้วย...” คนพูดลอบถอนใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้พลางทำจมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมของอาหารใกล้เข้าไปจนถึงผิวแก้มของอีกฝ่าย...
“หอมจัง...” เสียงอ้อน ๆ กับรอยยิ้มขี้เล่นนั้นเรียกรอยยิ้มออกมาจากหน้ายุ่ง ๆ จนได้...
“หุงข้าวไว้แล้ว...ทำกับเพิ่มอีกอย่างก็แล้วกัน...” Inoran บอกพลางเดินนำกลับเข้าไปในครัวเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนอีกฝ่ายก็รีบคว้าเอาไปจากมือพร้อมกับรุนหลังให้กลับไปนั่งคอยที่โต๊ะ
... เพียงไม่นานก็ได้ไข่ตุ๋นเห็ดหอมมาเพิ่มอีกอย่างแล้วมื้ออาหารระหว่างคนทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นโดยมี Inoran เป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยต่างจากทุกวันเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องไม่สบายใจปิดบังเอาไว้แน่...
“แล้ว Tetsu เป็นยังไงบ้างล่ะ...กลับไปเยี่ยมบ้าน...”
“ก็ดีนะ...เห็นเล่าหน้าบานว่าไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่...” Ken หยุดพูดพลางเหลือบตาขึ้นมอง...เห็นสายตาฝ่ายนั้นจ้องมองมาก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์จะปิดบัง... “แต่...ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปเองหรือเปล่านะ Ino ดูเขาร่าเริงจนผิดปกติ...แล้วตอนเรียกฉันไปเอาของที่รถก็เห็นกระเป๋าเสื้อผ้ายังอยู่เต็ม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นโทรคุยกับที่คนที่สตูฯ ไว้ว่าจะกลับเข้าบ้านก่อน...”
Inoran เป็นฝ่ายนิ่งไปบ้างเมื่อฟังจบ...เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายบอกเล่ามาก็ดูจะไม่ใช่ความกังวลที่เกินไปนัก...
“คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับ Ryu รึเปล่า?...”
Ken ถอนใจออกมาเบา ๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม...เป็นครู่กว่าจะพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ...
“ฉันก็คิดอย่างนั้น...เกือบจะถามออกไปแล้ว แต่ก็ไม่กล้า...Te-chan ยังไม่รู้ว่าฉันรู้เรื่องเขาแล้ว...เพราะงั้นบางที...”
“จะทำเป็นว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้น่ะเหรอ...” Inoran ถามแทรกขึ้นเบา ๆ เห็นชายหนุ่มตรงหน้าก้มหน้าลงแทนคำตอบก็เข้าใจได้ทันทีว่า Ken คงไม่อยากให้ Tetsu ต้องลำบากใจในการจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีกไม่ว่าตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นจะดำเนินไปใ
นทางร้ายหรือทางดีก็ตาม... “อยากให้ฉันถาม Ryu มั้ย?...ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”
“มันจะดีเหรอ Ino...” Ken ถามอย่างลังเล...
Inoran ยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นพลางขยับลุกขึ้นดึงมืออีกฝ่ายลากออกไปจากครัวด้วยกัน...
“ก็คงดีกว่ามานั่งเดากันไปเอง...” ร่างบางหันไปบอกก่อนจะดึงให้ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยกันพลางหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายไปยังเพื่อนของตนที่พูดถึงกันอยู่เมื่อครู่ทันที...สัญญาณตอบรับดังติดต่อกันยาวนานกว่าปกติกว่าที่เสียงใครคนหนึ่งจะดังมาจากปลายสาย...ทำเอาคนฟังขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ...
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ...ดิฉันเป็นแม่บ้าน...Kawamura-san หลับอยู่ค่ะ...”
“ป้าเหรอครับ...” Inoran รีบถามกลับไป... “ผม Ino นะ...ป้าจำผมได้ใช่มั้ย...”
“อ้อ...ค่ะ ๆ จำได้ค่ะ...” เสียงตอบกลับมาบอกถึงความยินดีและโล่งอกระคนกัน...
“Ryu ยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ...ป่านนี้แล้ว...”
“เอ่อ...ตอนเช้าตื่นมาแล้ว แต่...ดื่มเหล้าเข้าไปค่ะ ฟุบไปทั้งอย่างนั้นป้าคนเดียวจะพาขึ้นไปข้างบนก็ไม่ไหวเลยต้องปล่อยให้นอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น...”
“หืมม์...ดื่มแต่วันอย่างนี้เหรอครับ...Shinya กับ Sugi อยู่ด้วยรึเปล่าครับ...” Inoran ถามต่อไปอย่างใจเย็นทั้งที่เริ่มจะสบตากับชายหนุ่มข้างกายอย่างเป็นกังวล...
“เปล่าค่ะ...ดื่มคนเดียว ป้าเข้ามาถึงตอนสาย ๆ ก็เห็นนั่งดื่มอยู่แล้ว...เอากับแกล้มมาให้ก็แทบไม่ได้แตะ...”
“ไม่เป็นไรนะป้า ปล่อยให้นอนไปอย่างนั้นก่อน...” Inoran นิ่งไปเล็กน้อยเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง... “อืม...ป้ารู้จัก Tetsu ใช่มั้ยครับ...วันนี้เขาเข้าไปที่นั่นรึเปล่า?...”
“เข้ามาค่ะ...ป้ามาถึงตอนเขากำลังจะกลับพอดี เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมบ้านหอบของฝากมาเยอะแยะ...” ฟังมาถึงตรงนี้ Inoran ก็แทบจะแน่ใจแล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่แน่ ๆ บทสนทนายังคงดำเนินไปอีกเล็กน้อยก่อนร่างบางจะกดปิดสายพร้อมเสียงระบายลมหายใจยาว...
“เฮ้อ...เรื่องที่เรากังวลคงไม่ใช่คิดกันไปเองแล้วล่ะ Ken”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
บนโต๊ะกลางหน้าโซฟาหุ้มผ้าเนื้อนุ่มสีแดงเข้มยังคงเกลื่อนไปด้วยขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์นา ๆ ชนิด... ขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านซึ่งนอนเหยียดยาวหลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มาตลอดบ่ายเริ่มกระพริบตาขึ้นลงถี่ ๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมาพบกับความมืดมิดรอบตัวกับแสงสว่างราง ๆ จากช่อไฟดวงเล็กที่ผนัง
... ความปวดมึนหนักอึ้งในหัวจู่โจมเข้ามาทักทายหากนั่นก็ยังช้ากว่าความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้าเกาะกุมจิตใจจนต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพื่อปกป้องตัวเองจากความว่างเปล่ารอบกายที่ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเขาไม่มีใคร...
“หิวหรือเปล่า?...แม่บ้านนายทำข้าวต้มทิ้งไว้ให้ก่อนจะกลับไป...” เสียงที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมาเรียกอาการสะดุ้งนิด ๆ จากคนฟังก่อนเจ้าตัวจะรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว.. ริมฝีปากขยับเหมือนจะยิ้มออกมาแต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่ใส่ใจออกมาแทน...
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ Ino...”
“เย็น ๆ...” คำตอบสั้นแต่ไม่ถึงก็ห้วนพลางนั่งนิ่งมองดูฝ่ายนั้นค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ค่อยจะถนัดนัก...ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ใส่ใจแต่พอเห็นเพื่อนลุกยืนและพยายามจะออกเดินด้วยท่าทางเซ ๆ ก็อดขยับเข้าไปช่วยไม่ได้...เพื่อนสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มให้กันในที่สุด...
“จะไปไหน...”
“ก็ออกไปกินข้าวไง...” เสียงบอกเนือย ๆ พลางหันไปสบตากับเพื่อนข้างกายอีกครั้ง... “ว่าแต่...มาถึงนี่คงไม่ใช่แค่มานั่งเฝ้าฉันหลับใช่มั้ย...”
Inoran ปล่อยเสียงระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างไม่ปิดบังขณะพาเพื่อนเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทานอาหาร...
“กินข้าวซะก่อนแล้วค่อยพูดกัน...” Inoran ตัดบทลงง่าย ๆ จัดการตักข้าวต้มหอมกรุ่นจากหม้อเก็บความร้อนที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้มาวางลงตรงหน้าอีกฝ่ายตามด้วยชาร้อนสองที่สำหรับเพื่อนและตน
ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างเหม่อมองออกไปยังสวนที่เห็นเป็นเงาอยู่ภายนอกหน้าต่างฟังเสียงช้อนกระทบกับถ้วยกระเบื้องเคลือบเบา ๆ จนกระทั่งเสียงนั้นค่อย ๆ เงียบหายไป...
“เรื่อง Tetsu ใช่มั้ย?...” กลับเป็นฝ่าย Ryuichi ที่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างพอจะเดาออก...
“มันเกิดอะไรขึ้น Ryu”
“ก็จบ...อย่างที่ใครหลายคนอยากให้จบ...เขาไม่ได้บอกนายรึ?...” Ryuichi ย้อนถามกลับไป...ทั้งน้ำเสียงและแววตายังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด...
“Tetsu ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันรู้เรื่องระหว่างนายกับเขา...” Inoran ยังคงบอกอย่างใจเย็น... “อีกอย่าง...ฉันไม่เคยอยากให้เรื่องของพวกนายจบนะ Ryu...ฉันอยากให้มันไม่ได้เริ่มขึ้นต่างหาก...”
“มาพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว Ino...”
“ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วนายมานั่งดื่มเหล้าเสียอกเสียใจทำไม Ryu...ในเมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์..ในเมื่อรู้ว่าจบ...จะต้องมานั่งอาลัยอาวรณ์อะไร...” คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ จ้องมองเพื่อนอย่างตรงหน้าถามเสียงช้าชัด... “ที่ทำแบบนี้...เพราะตัวนายเองก็ยอมรับไม่ได้ว่ามันจบไม่ใช่รึไง...”
“ฉันไม่ยอมรับแล้วทำไมล่ะ!!!...” Ryuichi กระชากเสียงใส่เพื่อนอย่างลืมตัว...ความปวดมึนเหมือนศีรษะจะระเบิดแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนต้องหยุดนิ่วหน้า... “มันเป็นปัญหาของฉันเอง...ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด...นายได้ยินมั้ย Ino!!!...เขาไม่ได้มาเดือนร้อนอะไรกับความรู้สึกของฉันเลย...”
“แล้วตัวนายเองเดือดร้อนกับความรู้สึกของเขาแค่ไหนกันล่ะ Ryu...ฉันอยากรู้จริง ๆ นายคงเดือนร้อนแทนเขามากสินะตอนที่พาเจ้าของชุดกิโมโนนั่นกลับมาที่นี่กับนายด้วย...” Inoran บอกสิ่งที่ตนเดาได้ราง ๆ หลังจากมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ออกไปจนได้
... ชุดที่แม่บ้านหอบหิ้วลงมาจากห้องนอนของเพื่อนเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี...แม้จะรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปเพราะได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเพื่อนในเวลานี้..แต่เขาก็อยากให้อีกฝ่ายได้สติรับรู้ขึ้นมาบ้างว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองที่เจ็บเป็น!!...
Ryuichi ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ เหมือนจะบอกให้เพื่อนรู้ว่าตัวเขาเองก็ไม่เคยให้อภัยตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป...
“ฉันรู้ Ino...ฉันรู้ว่าตัวเองทำผิด...แต่ Tetsu ไม่ได้ไปเพราะโกรธ..หรือ” เสียงขาดหายไปอีกครั้งเพราะไม่อาจหาคำมาอธิบายความรู้สึกของตนเองในวินาทีนั้น... “เขาไม่ได้แสดงออกเลยว่าฉันทำให้เขาเจ็บ...เขาบอกว่าฉันไม่ได้ทำผิดต่อเขาด้วยซ้ำ...เขาไม่ได้แคร์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น...มันเหมือนกับเราแค่ผิดข้อตกลงระหว่างกัน...แค่นั้นจริง ๆ เขารู้สึกกับฉันแค่นั้นจริง ๆ...”
Inoran ถอนใจยาวพลางส่ายหน้าไปมากับความคิดของเพื่อนอีกครั้ง...
“ใคร? Ryu...” เขาเลือกที่จะถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าจะต้องทุ่มเถียงกันอีกครั้งถึงเรื่องความคิดไม่เข้าท่าของอีกฝ่าย... “รู้มั้ยนายเคยทำให้ฉันแน่ใจว่านายเห็น Tetsu ต่างจากคนอื่น... เพราะนายพาเขามาที่นี่แต่ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพราะนายก็พาผู้หญิงคนนั้นมาเหมือนกัน...เธอเป็นใคร? Ryu...” เสียงถามย้ำออกไปอีกครั้งก่อนตนเองจะเป็นฝ่ายนิ่งไปเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้...
“Arisa ใช่มั้ย...”
Ryuichi ยกมือขึ้นกุมศีรษะก้มหน้าลงแทนคำตอบ... ร่างบางจึงได้แต่จ้องมองเพื่อนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโกรธกับความเห็นใจก่อนจะตัดสินใจได้ถึงสิ่งที่ตนเองควรจะทำได้ในนาทีนั้น...
“ฟังนะ Ryu ก่อนนายจะคิดทำอะไรต่อไป...ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก...ถามตัวเองว่านายจะเอายังไง แล้วที่ต้องหาคำตอบให้เร็วที่สุดคือคนที่นายต้องการคือใครกันแน่? อย่าให้สองคนนั้นต้องมาเจ็บไปพร้อมกันเพราะนายเลย...” เสียงพูดเนิบช้าเหมือนจะให้อีกฝ่ายจดจำทุกคำพูดเก็บไปคิดก่อนเจ้าของร่างจะขยับกายลุกขึ้นเดินจากไปเงียบ ๆ...
Ryuichi เงยหน้าขึ้นเหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอีกครั้ง...ความเข้าใจในคำพูดที่ได้ยินยังคงเลือนรางภายในหัวยังคงเต้นตุบ ๆ ขณะนั่งนิ่งฟังเสียงรถยนต์ค่อย ๆ แล่นห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด...เสียงของความเงียบ...ร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพาตนเองขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนได้ยังไง
...หากทันทีที่แสงไฟภายในห้องสว่างขึ้น ดวงตาคมก็แลปราดไปหยุดอยู่ที่พื้นข้างเตียงมองหาของสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว... ความว่างเปล่าที่มากระทบสายตายิ่งตอกย้ำว่าเส้นใยที่เชื่อมต่อระหว่างเขากับอีกฝ่ายมันได้จบสิ้นกันไปแล้วจริง ๆ...
...จะดื้อดึงไปทำไมในเมื่อฝ่ายนั้นก็ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่ามันจบ...
...มือแกร่งขยับขึ้นค้นหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้ออย่างเคยชิน...ยิ่งไม่เจอภายในใจก็ยิ่งหงุดหงิดก็สิ่งที่เผชิญจนแทบคุมสติไม่อยู่...ชายหนุ่มปราดไปที่โทรศัพท์บ้านที่ตั้งอยู่หัวเตียงอย่างรวดเร็ว...เขากำลังเดิมพันกับความรู้สึกของตนเอง...
...ไม่อยาก...ต้องทรมานแบบนี้อีกแล้ว...
“Moshi Moshi” เสียงหวานใสตอบกลับมาเป็นสำเนียงแปร่ง ๆ ทำให้มือที่ถือหูโทรศัพท์กระตุกเล็กน้อย...เขารู้ใจตัวเองว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงที่เขาอยากฟังที่สุด...รู้สึกละอายวูบขึ้นในใจเพราะเขาหวังจะใช้เธอเพื่อทำให้ลืมคน ๆ หนึ่ง...
“Ryu...นั่นคุณเหรอ...Ryu-san” มือแกร่งที่กำลังจะดึงหูโทรศัพท์ออกห่างจากตัวจบความคิดบ้า ๆ นี่ซะกลับต้องชะงักค้างชาวาบไปทั้งร่างเมื่อเสียงเรียกด้วยความยินดีของฝ่ายนั้นดังแทรกความคิดขึ้นมา...
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นผมล่ะ Aris” เสียงถามกลับไปเบาไม่ต่างจากกระซิบ...
“Aris นึกว่า...จะไม่ได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว...” เสียงสั่นเครือตอบกลับมาไม่ตรงคำถามนัก...หากมันกลับสร้างความรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาอย่างประหลาด...แม้ความรู้สึกที่เกิดจะไม่มากพอเพียงจะลบภาพใครคนหนึ่งออกไปก็ตาม...
“คิดอะไรอย่างนั้น...” ชายหนุ่มพูดเย้ากลับไปพร้อมเสียงหัวเราะ... “ผมยังมีวันพักอีก...ถ้าคุณว่างพรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะครับ...”
...Ryuichi หลับตาลงช้า ๆ อยากให้เสียงและคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านริมฝีปากเขาออกมา...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 93- 93 -
เวลาราวกับหยุดนิ่งอยู่กับที่..ช่วงวินาทีแสนนานก่อนที่ Ryuichi จะเหลียวกลับไปมองภาพที่เห็นเมื่อครู่ให้เต็มตาอีกครั้ง...ดวงตาที่สบกลับมาไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ใด ๆ นั่นคือความรู้สึกแรกที่ชายหนุ่มบอกกับตนเองก่อนจะเริ่มต้นออกเดินตรงไปยังรถคันงามที่จอดอยู่ทั้งที่ภายในหัวยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่บทสนทนาสักคำที่จะพอนึกออกมาได้ในเวลานี้...
...หากยังไม่ทันจะไปถึง...รถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เสียงเหยียบคันเร่งน้ำมันดังกระหึ่มขึ้นก่อนที่รถคันงามจะวิ่งสวนผ่านร่างเขาไป
... ชั่วขณะที่ความรู้สึกหวั่นไหววาบขึ้นในใจอย่างรุนแรงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป หากรถคันนั้นกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามโดยการชะลอความเร็วลงพร้อมกับแล่นเลี้ยวเข้าไปภายใน..ทิ้งความยินดีให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มก่อนจะก้าวยาว ๆ ตามกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว...
นัยน์ตากลมโตเหม่อมองภาพชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่กำลังเร่งฝีเท้าตามกลับเข้ามาจากเงาสะท้อนของกระจกมองหลัง... หากภาพที่กำลังวนเวียนอยู่ในหัวกลับเป็นภาพที่ได้เห็นโดยไม่คาดฝันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน... ร่างบางข่มตาหลับลงอย่างยากลำบากพร้อมกับบีบมือที่คลายออกจากพวงมาลัยเข้าหากันเพราะรับรู้ได้ว่ามันกำลังสั่น...
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่..Tetsu” ประโยคคำถามดังขึ้นข้างตัวหลังเสียงเปิดประตูรถเปิดเรียกอาการสะดุ้งนิด ๆ ก่อนเจ้าของร่างจะรีบลืมตาขึ้นพร้อมกับก้าวลงจากรถโดยไม่ได้หันไปมองและไม่ได้ตอบคำถาม
...เพราะกลัวว่าหากเปิดปากพูดออกมาตอนนี้จะต้องมีคำพูดโง่ ๆ พรั่งพรูออกไป...และ Ryuichi ก็รีบถอยห่างเปิดทางให้ทันทีเมื่อเห็น Tetsu ตั้งท่าจะขยับออกเดิน...
... แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูกแต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบเขาก็เก้อที่จะเป็นฝ่ายอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาก่อน...ชายหนุ่มจึงได้แต่ยืนนิ่งมองร่างบางที่เดินตรงไปยังท้ายรถก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินตามไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ
... เกือบจะยิ้มรับออกมาเมื่อฝ่ายนั้นยอมเงยหน้าขึ้นมองหลังจากถอนสายตามาจากถุงข้าวของมากมายหลายอย่างที่อัดแน่นมาเต็มท้ายรถพร้อมกับยื่นถุงในมือส่งให้...
“ของฝาก...” คำบอกกล่าวสั้น ๆ พาเอาข้อความไม่กี่บรรทัดในกระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำและแน่นอนดึงความรู้สึกอ้างว้างทรมานในช่วงสองวันที่ผ่านให้กลับมาด้วย... แต่เขาก็สลัดมันออกไปอย่างรวดเร็วพลางยื่นมือไปหมายจะช่วยอีกฝ่ายยกกระเป๋าหากฝ่ายนั้นกลับยื่นมือมากั้นเอาไว้...
“ไม่ต้อง...” บอกเสียงเรียบก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างกายโดยไม่หลบตาอีก... “ขออนุญาตเข้าไปเก็บของได้มั้ย...มีบางอย่างต้องใช้เรื่องงานแล้วก็...พวกเสื้อผ้าทิ้งเอาไว้จะรกห้องนายเปล่า ๆ...”
...ประโยคที่ได้ฟังไม่มีวี่แววของความประชดประชันแฝงอยู่แม้แต่น้อย...อีกฝ่ายพูดมันออกมาเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศกับคนรู้จัก...กระทั่งเสียงประตูท้ายรถยนต์ปิดลงเบา ๆ ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง...
“นายจะไปไหน...ยังเหลือวันหยุดอีกสองวัน...ไม่ใช่เหรอ?”
คิ้วเรียวเล็กของคนฟังขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว... ริมฝีปากบางทำท่าขยับจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่แล้วก็กลับเงียบพร้อมกับพาตัวเองเบี่ยงตัวหลบจากชายหนุ่มที่ยืนขวางก้าวเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่สนใจต่อเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบตามมาแม้แต่น้อย...
จนมาถึงห้องด้านในสุดที่เจ้าของบ้านใช้เป็นทั้งห้องทำงานและห้องพักผ่อนนั่งเล่นส่วนตัว Tetsu ก็เริ่มต้นเก็บสิ่งของเล็ก ๆ น้อยที่ตนหอบหิ้วมารวบรวมลงกระเป๋าใบเล็กออกไปวางไว้ที่โถงทางขึ้นบันไดก่อนจะพาตัวเองมุ่งตรงไปยังห้องนอนที่ชั้นสองโดยไม่สนใจต่อชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ตามติดมาแทบจะทุกฝีเท้าอยู่นั่นเอง...
“Tetsu...นี่มันอะไร...” Ryuichi เริ่มต้นถามอีกครั้งขณะเดินตามอีกฝ่ายขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบน... “นายไม่คิดจะถามอะไรฉันเลย...อยู่ ๆ ก็บอกว่าจะไป...ทำไม?..” มือแกร่งกระชากคว้าแขนร่างบางที่เพิ่งจะเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาเอาไว้อย่างลืมตัว
...ฝ่ายนั้นหันขวับมาจ้องมองด้วยดวงตาวาวโรจน์ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมสุดแรง...
“นาย...จะให้ฉันถามอะไร...” เสียงถามกลับออกไปช้าชัดบอกให้รู้ว่าคนพูดเพียรข่มอารมณ์ตนเองเพียงใด...
“แล้วนายจะตอบฉันว่าไง? นายจะบอกฉันว่าผู้หญิงคนนั้นแค่บังเอิญใส่ชุดของนาย...เธอแค่บังเอิญยื่นมือออกไปให้นายสวมแหวน...แค่การสวมกอดร่ำลาแต่พวกนายไม่มีได้อะไรกัน!! เธอไม่ได้เพิ่งออกไปจากห้องนี้!!! เอาสิ Ryu!!! ถ้านายกล้าปฏิเสธ...ฉันก็กล้าที่จะเชื่อ!!!”
Tetsu หายใจหอบจนไหล่บางสะท้านขึ้นลงจากการระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อครู่...สองตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าราวกับจะให้ทะลุไปถึงหัวใจภายใน...อาการเงียบงันของอีกฝ่าย... กรามที่กัดจนเป็นสันนูนบอกให้รู้ได้ว่าทุกอย่างที่เขาพูดออกไปเป็นความจริงและเขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่มีวันปฏิเสธ...ไม่มีวัน...
....ดวงตากลมโตแลเลยผ่านชายหนุ่มตรงหน้าไปยังชุดกิโมโนที่วางพาดอยู่บนโซฟาเบื้องหลัง...
“ขอบใจที่นายไม่โกหก...” Tetsu ยิ้มให้นิด ๆ เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง... “เพราะ...มันไม่จำเป็นเลย บางทีนายอาจจะลืมว่าฉันกับนาย...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน..ไม่ต้องรู้สึกผิดไม่ต้อง...รู้สึกอะไรทั้งนั้น...เรา...แค่นอนด้วยกัน...ข้อตกลงก็คือ ‘อย่ายุ่งกับคนอื่น’ เมื่อนายทำมันไม่ได้...ทุกอย่างก็จบ...”
“ไม่!!!” Ryuichi ขยับเข้าไปจนแทบจะชนกับเข้ากับร่างบางตรงหน้า...มือแกร่งรวบต้นแขนทั้งสองข้างเขย่ารุนแรงอย่างลืมตัว... “ฉันไม่ยอมให้จบได้ยินมั้ย!!!”
“นั่น...เป็นปัญหาของนาย Ryu” น้ำเสียงเรียบสงบไม่มีรอยหวั่นไหว...แม้แรงบีบที่ต้นแขนจะทวีขึ้นอีกเมื่อคำพูดจบลง...หากเขาไม่ใส่ใจสักนิดเพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน!!
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นจ้องมองพลางส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ราวกับไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน.... ความผิดในสิ่งที่ตนเองกระทำดูจะลางเลือนไกลห่างเหลือเพียงความรู้สึกทนทรมานที่คิดไปว่าตนเองต้องเป็นผู้แบกรับเพียงผู้เดียวในช่วงเวลาที่ต้องอยู่ไกลกัน...
“ฉันเป็นได้แค่นั้นเองใช่มั้ย?” แขนสองข้างคลายออกจากร่างบางตกลงข้างตัว...ภาวนา...ให้อีกฝ่ายปฏิเสธ...
“สำหรับนาย ฉันไม่เคยมีค่าอะไรอยู่แล้วใช่มั้ย?...Tetsu”
“นั่น...ก็แล้วแต่นายจะคิด...” ประโยคสุดท้ายที่รอฟังผ่านเข้ามาในห้วงความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า... แผ่นหลังกระทบเข้ากับชั้นหนังสือสูงแค่เอวซึ่งขนานไปตลอดแนวผนังกรุกระจกเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก...ทั้งที่เมื่อครู่เขายืนอยู่กลางห้องแท้ ๆ...
...เสียงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเหมือนยิ่งดึงภาพในความทรงจำที่เคยมีร่วมกันให้ผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ทำไมถึงรู้สึกเจ็บนักทั้งที่เขาเองก็เคยมีความคิดแบบที่ฝ่ายนั้นพูดมาตลอดแท้ ๆ ทำไม?...
ความคิดสะดุดหยุดลงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงและเพียงไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์แว่วมาจากลานจอดเบื้องล่าง... ดวงตาคมเหลียวมองตามรถยนต์คันงามที่กำลังแล่นห่างออกไปทุกทีก่อนจะจอดนิ่งที่ประตูรั้วเพื่อทักทายกับแม่บ้านที่เพิ่งมาถึง
... รอยแย้มยิ้มที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดแม้จะอยู่ในระยะไกลทำให้คนมองต้องรีบเบือนหน้าจากภาพที่เห็นย้อนกลับมามองดูความว่างเปล่าที่โอบล้อมอยู่รอบกายอีกครั้งกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาเป็นคนวางมันเอาไว้
... เจ้าของเสื้อคงรีบร้อนจะไปจากเขาให้เร็วที่สุดจนไม่แม้แต่จะเสียเวลากวาดตามองหาทั้งที่มันก็ไม่ได้ซ่อนอยู่ในที่ลับตา... มือแกร่งบิดกำแน่นเข้าหากันจนผ้าฝ้ายเนื้อบางเกิดรอยยับขึ้นทันตาก่อนจะเหวี่ยงมันไปพ้นจากสายตาเมื่อเสียง ๆ หนึ่งตะโกนดังขึ้นภายใน...
...ทรมานไม่ใช่เหรอเวลาที่นายอยู่กับเขา...แค่ไม่เห็นก็ทรมาน...แล้วนายจะทนอยู่กับความทรมานนั้นทำไม...จะทนทำไม!!! ...ทั้งที่เขาไม่ได้รู้สึกอย่างนายสักนิด...ไม่เคยรู้สึกทรมานอย่างนายสักนิด...ไม่เคยเลย!!!...
“จะกลับแล้วเหรอคะ ทำไมรีบกลับหรือว่ามานานแล้วคะ...” แม่บ้านทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันทีที่อีกฝ่ายชะลอรถพร้อมกับเลื่อนกระจกลงทักทายเช่นทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบหน้ากัน...
“โชคดีจังครับที่เจอป้า...” Tetsu ส่งยิ้มตอบกลับไปโดยเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามพลางหันไปคว้าถุงของฝากซึ่งบรรจุของทานเล่นขึ้นชื่อของ Osaka จากเบาะรถด้านข้างมายื่นส่งให้แม้ฝ่ายนั้นจะบอกปัดอย่างเกรงใจแต่เขาก็ยังรวบมือเธอบังคับให้ยอมรับของฝากไปจนได้
“ขอบคุณมากนะคะ...” กล่าวขอบคุณพลางเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเพราะสัมผัสจากฝ่ามือที่ชื้นเย็นเมื่อครู่ทำให้รู้สึกเหมือนคนตรงหน้ากำลังไม่สบาย... “ไม่สบายหรือเปล่าคะ หน้าซีด ๆ มือก็เย็น...”
“คง...เพราะอากาศน่ะครับ...ผมไปนะครับ...” Tetsu บอกลาอีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนจะเคลื่อนรถผ่านประตูรั้วออกไปช้า ๆ บังคับตัวเองอย่างยากลำบากไม่ให้หันหลังกลับไปมอง...ขอบตาร้อนผ่าวหากจนแล้วจนรอดก็ไม่มีน้ำตาไหลรินออกมา... ภาพทิวทัศน์สองข้างทางที่รถแล่นผ่านเห็นเป็นเพียงสีสันแต่งแต้มโดยไม่เห็นว่ามีรูปร่างเช่นใด...
....ปี๊นนน!!!!....เอี๊ยดดดด!!!....
เสียงบีบแตรยาวตามด้วยเสียงเหยียบห้ามล้อบดครูดกับถนนจนได้กลิ่นยางไหม้คละคลุ้ง...
“ไอ้บ้า!!!!...ขับรถดูทางบ้างสิโว้ย!!! อยากตายมากรึไง!!!”
เสียงด่าทอยังคงดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท... ดวงตากลมโตเบิกค้างมองต้นไม้ใหญ่ข้างทางซึ่งอยู่ห่างจากตัวรถไม่ถึงครึ่งฟุตอย่างตกตะลึง... ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือแผดก้องมาจากพรมรองเท้าที่พื้นเบื
้องล่างจากแรงเหวี่ยงของรถจากการเบรกในระยะกระชั้นชิดเมื่อครู่ ... มือถือเครื่องเล็กส่งเสียงเรียกอยู่ในมือบางสั่นระริกอยู่อีกเป็นครู่กว่าเจ้าของร่างจะบังคับให้นิ้วมือของตนเองเริ่มต้นทำงานได้อีกครั้ง...
“M..Moshi Moshi”
“เอ่อ Tetsu-san เป็นอะไรหรือเปล่าครับ...” เสียงถามมาจากปลายสายอย่างร้อนรนเพราะน้ำเสียงที่ได้ยินรวมกับระยะเวลาที่รอสาย...
“ปะ...เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร...” Tetsu สูดลมหายใจเข้าอีกครั้งเพื่อบังคับเสียงไม่ให้สั่น... “มีเรื่องอะไรรึเปล่า...กำลังขับรถอยู่...”
“อ้าว...เอ่อ...นั่นออกมาจากบ้านแล้วเหรอครับ” น้ำเสียงแสดงความตกใจ... “คือจะโทรมาบอกเรื่องที่นัดไว้น่ะครับ...คิดว่าอาจจะเลื่อนได้ เอาให้เลยวันพักของคุณไปก่อน...จะดีกว่ามั้ยครับ...”
“ไม่ต้องเลื่อน...ผมกำลังจะไปเดี๋ยวนี้...ไม่เกิน 20 นาที...” มือบางกดปุ่มปิดสายลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถามไถ่หรือเสนอความคิดอะไรอีก...ก่อนเสียงเครื่องยนต์จะดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเยาะ ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากด้วยความสมเพชความรู้สึกหมดอาลัยของตัวเองเมื่อไม่ถึงครึ่งนาทีก่อน...
...นายลืมสิ่งที่จะไม่มีวันทรยศต่อนายได้ยังไง Tetsuya...สิ่งเดียวที่จะไม่มีวันทรยศต่อนาย...สายรุ้งเส้นนั้น!!!
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
Hyde กุมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือแน่นเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนอนอย่างแผ่วเบา...ดวงตากลมโตเหลือบมองไปยังร่างที่หลับใหลอยู่บนเตียงตลอดเวลา...จนมาหยุดยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น...ลมหายใจถูกระบายออกมาอย่างแรงลังเลเหลือเกินที่จะรับโทรศัพท์ในมือ
“Moshi Moshi” ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจที่จะรับโทรศัพท์ไม่ว่าอีกฝ่ายจะโทรมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
“นึกว่านายจะไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉันซะแล้ว” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะตอบกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมา
“มีธุระอะไรรึเปล่า ?” Hyde ถามกลับโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดคุยอะไรเยิ่นเย้อ
“ฉันกลายเป็นคนที่ต้องมีธุระเท่านั้นถึงจะโทรหานายได้แล้วเหรอ ?”
“Kiyoharu !!” Hyde เสียงดังขึ้นเมื่อปลายสายยังคงยียวนไม่ยอมเข้าเรื่อง
“OK…ใจเย็น ๆ เจ้าชายของนายไม่อยู่เหรอ ?”
“อยู่ !! ถ้านายจะโทรมาถามเรื่องแค่นี้...ก็จะบอกให้รู้เอาไว้ว่าฉันกับ J เรายังเหมือนเดิม” ร่างเล็กตอบกลับไปอย่างฉุนเฉียวถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะคิดว่า Kiyoharu เป็นเพื่อนเหมือนเดิม...แต่ถ้าอีกฝ่ายยังตอแยไม่เลิก... เขาก็เลือกที่จะรักษาความสุขของตนเองเอาไว้มากกว่าจะรักษาสัมพันธ์กับคนที่จ้องจะทำลายมัน
“หมอนั่นก็เข้าใจอะไรง่ายเหมือนกันนะ”
“ถ้าไม่มีอะไรมากกว่านี้...ฉันจะวางสายแล้วนะ...” Hyde ยื่นคำขาดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญ
“เดี๋ยว ๆ ขอโทษที...แค่แกล้งนายเล่นเท่านั้นน่ะ...อย่าโกรธเลยนะ”
“แล้วมีธุระอะไรล่ะ ?”
“ออกมาเจอฉันหน่อยได้มั้ย ?”
คำขอร้องของเพื่อนพร้อมกับโทรศัพท์ที่ถูกปิดลง...ใบหน้าเรียวสวยเต็มไปด้วยความลำบากใจก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยล้า...สิ่งที่ Kiyoharu ร้องขอไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากแต่เพราะความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะหวนกลับมา
...เขาไม่แน่ใจว่ามันจะเปราะบางหรือแข็งแกร่งมากแค่ไหน ? ถึงแม้ต่างฝ่ายต่างสัญญาที่จะมั่นคงต่อความรู้สึก...แต่หากมีความเคลือบแคลงสงสัยเกิดขึ้นมาอีก...มันอาจเป็นชนวนไปสู่ความร้าวฉานในอนาคตก็เป็นได้
Hyde เดินกลับไปทรุดกายลงนั่งเคียงข้างชายหนุ่มบนเตียงอย่างแผ่วเบา...ฝ่ามือบางเอื้อมเข้าไปลูบไล้เส้นผมสีทองอย่างอ่อนโยนก่อนจะมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่หน้าผาก
... ร่างข้างใต้นิ่งเงียบไม่ไหวติงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณของการดำดิ่งเข้าสู่นิทรารมย์แสนหวานไปแล้ว
ร่างเล็กเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียงพร้อมกับยันกายลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปด้านนอก...ฉวยเอาเสื้อโค้ทตัวใหญ่ของ J ติดตัวไปด้วย
.... ทันทีที่เปิดประตูหน้าบ้านพักสายลมหนาวแหลมคมประดุจหอบหิ้วเข็มนับพันเล่มมาด้วยเสียดสีเข้าที่ข้างแก้มเย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...Hyde สวมเสื้อโค้ทของชายหนุ่มทับลงบนร่างก่อนจะโอบกอดตนเองเอาไว้แนบแน่น
... กลิ่นกายและไออุ่นของอีกฝ่ายอบอวลอยู่รอบกายราวกับจะช่วยประคับประคองไม่ให้ลมหนาวหรือสิ่งอื่นใดพัดผ่านเข้ามากระทบทั้งร่างกายและจิตใจ...
…Hyde แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีที่ปราศจากดวงจันทร์ ท้องนภายามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่จุดเดียวห้อยต่ำหนักอึ้งแยกไม่ออกว่าแจ่มใสหรือขุ่นมัว หากแต่ที่มืดมิดที่สุดยังไม่ใช่ท้องฟ้าหากแต่เป็นเส้นทางที่ตนกำลังจะก้าวไป
... เสียงเปิดและปิดประตูของบ้านพักดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่กำลังโอบล้อมอยู่รอบกาย...ร่างเล็กสาวเท้าออกเดินห่างไปจากบ้านพักช้า ๆ โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า
...ดวงตาเรียวรีที่ตนเองคิดว่าจะไม่เปิดขึ้นมาอีกแล้วในค่ำคืนนี้...กลับกำลังเปิดขึ้นช้า ๆ ทันทีที่เสียงปิดประตูบ้านพักแว่วมาให้ได้ยิน...ดวงตาคู่นั้นนิ่งค้างเหม่อมองเพดานที่มืดสนิท...ด้วยความรู้สึกไม่มั่นคง...ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในจิตใจอย่างเงียบเชียบ...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“Kiyoharu…” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนเมื่อเห็นเงาร่างที่กำลังยืนหันหลังให้เขาในสถานที่ที่พวกเขาพูดคุยกันเมื่อตอนเช้าของวัน ....ร่างสูงหันมาตามเสียงเรียกช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่เขากำลังรอคอย
“นายมีธุระอะไร ?” ร่างเล็กถามถึงธุระของอีกฝ่ายขณะที่สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ ไม่อยากประวิงเวลาให้ยืดยาวออกไปแม้แต่เพียงน้อยนิด
...Kiyoharu อมยิ้มมุมปากอย่างนึกขำกับท่าทีของคนที่เคยเรียกได้เต็มปากว่าเพื่อนสนิท...แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าทุกอย่างดูจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง...ถ้าเป็นไปได้ Hyde คงแทบไม่อยากเสวนากับเขาตามลำพังอีกแล้ว
“รีบขนาดนั้นเลยเหรอ ?...หมอนั่นกำหนดเวลาให้นายกี่นาทีกันแน่...ถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้” Kiyoharu สวนกลับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเสียใจเล็ก ๆ กับท่าทีเหินห่างของเพื่อนสนิท
“J ไม่ได้กำหนดเวลา...เขาไม่รู้เรื่องที่ฉันจะออกมาหานายด้วยซ้ำ...แต่ฉันอยากกลับไปก่อนที่เขาจะตื่น”
“หมอนั่นหลับแล้ว ?”
“ใช่...”
“เฮ้ออออ...” เสียงถอนหายใจยาวของพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด...ในสมองของ Kiyoharu กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่เข้าใจ
“หมอนั่นหลับไปก่อน...โดยปล่อยให้นายยังตื่นอยู่...หมอนั่นไว้ใจนายหรือไม่สนใจนายกันแน่…” ชายหนุ่มเบื้องหน้ายังคงพูดจายั่วยุเหมือนกับกำลังทดสอบความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ว่าความหนักแน่นมั่นคงที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน... เป็นเพียงฉากสวยหรูที่พยายามสร้างขึ้นมาปกปิดความเปราะบางที่เริ่มร้าวฉานของทั้งคู่กันแน่
...ทันทีที่ได้ยินคำพูดกระทบกระเทียบความสัมพันธ์ของตน...ฝ่ามือบางที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาชื้นเหงื่อขึ้นมาเล็กน้อย ร่างเล็กกำมือเอาไว้แนบแน่น
... เมื่อรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายกำลังสร้างความหวาดหวั่นให้ก่อตัวขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ...ท่าทางของ J ที่ยอมคืนดีกับเขาอย่างง่ายดายจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงเพื่อตัดความรำคาญใจของชายหนุ่มเองรึเปล่า ? Hyde หลับตากัดริมฝีปากแน่นเพื่อเรียกสติและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กลับคืนมา
...ดวงตากลมโตเปิดขึ้นจ้องมองไปยัง Kiyoharu ด้วยแววตามั่นคงและเปิดเผยปราศจากความกังวลใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นเพราะคำพูดของอีกฝ่าย
“J ไม่สบายไม่แปลกที่เขาจะต้องการพักผ่อน...แล้วฉันก็ไม่อยากเอาเรื่องอะไรไปทำให้เขาไม่สบายใจอีก” Hyde เน้นหนักในน้ำเสียงเพื่อแสดงให้ Kiyoharu เห็นว่าตนเองไม่ใส่ใจในคำพูดเชิงร้าวฉานที่อีกฝ่ายพยายามสร้างให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเขา
“หึ...” Kiyoharu หัวเราะเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ
“ขอโทษที...อย่าใส่ใจกับคำพูดของฉันเลยนะ....ที่เรียกนายออกมาก็แค่อยากเห็นว่านายยังสบายดี...เพราะพรุ่งนี้เช้าฉันก็จะกลับไปโตเกียวแล้ว...เลยอยากรู้ว่านายกำลังมีความสุขมากแค่ไหน ?” Kiyoharu เอ่ยขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเดินช้า ๆ ออกไปเบื้องหน้าก่อนจะหันมาเชื้อเชิญให้ Hyde เดินเป็นเพื่อนตน
“ฉันมีความสุขดี...ขอบคุณที่เป็นห่วง” ร่างเล็กตอบรับเบา ๆ ขณะที่เดินอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย
...ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่โรยด้วยก้อนกรวดสีขาว... แสงจากโคมไฟทรงกลมที่มีอยู่ตลอดทางทำให้เส้นทางเบื้องหน้าไม่มืดมิดแม้ในยามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงใด ๆ ในค่ำคืนนี้
... เส้นทางคดเคี้ยวของถนนก้อนกรวดดูมีมนต์ขลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกราวกับที่สุดของปลายสายที่ถนนนี้ทอดยาวไปมีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนอยู่...
“นี่...” Kiyoharu ส่งเสียงทักขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังรายล้อมอยู่รอบตัวของทั้งสอง
“หืมม์”
“สมมติว่าถ้าฉันแย่งนายมาได้สำเร็จ...นายคิดว่าหมอนั่นจะมาแย่งนายกลับไปมั้ย ?” คำถามตรงไปตรงมาของ Kiyoharu ทำให้ Hyde นิ่งค้างไปเล็กน้อย...ก่อนจะเงยหน้าขบคิดเพื่อเดาคำตอบของสิ่งที่เพื่อนกำลังถาม
“อืมม...คงไม่มั้ง…” ร่างเล็กครุ่นคิดเพียงเล็กน้อยแถมยังตอบกลับไปเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ...เพราะเมื่อย้อนคิดไปถึงการกระทำที่ผ่านมาของ J
...แรก ๆ อาจดูเหมือนว่าชายหนุ่มผมทองดื้อดึงอยากจะทำทุกวิถีทางที่จะเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้...แต่พอทุกอย่างเดินทางมาถึงจุด ๆ หนึ่ง J กลับยอมปล่อยมือจากเขาไปง่าย ๆ แถมยังทำมาแล้วถึง 2 ครั้ง...
“ฉันก็ว่างั้น…” Kiyoharu แค่นเสียงตอบรับ...เมื่อพอจะเดาคำตอบกับท่าทางของ J ออกมาเหมือนกับคำตอบของ Hyde…แต่แล้วน้ำเสียงจริงจังของ Kiyoharu ก็ย้อนถามกลับไปอีกครั้ง
“หมายความว่าไง ? เพราะหมอนั่นไม่ได้ต้องการจริง ๆ เหรอ ? ถึงไม่มีนายหมอนั่นก็ยังอยู่ได้สบาย ๆ งั้นเหรอ ?”
...แต่คราวนี้กลับเป็นร่างเล็กที่อมยิ้มขึ้นมากับคำถามนั้นทันที...พลางสาวเท้าเดินนำหน้า Kiyoharu เพื่อเก็บเอาดอกไม้สีขาวข้างทางที่กำลังผลิบานท้าทายความเหน็บหนาวของฤดูกาล...ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
“สบาย ๆ เหรอ ? ไม่มีทางหรอก” Hyde หันกลับมาตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มซุกซน...ก่อนจะเริ่มอธิบายบางอย่างให้เพื่อนเข้าใจ
“ถึงฉันจะบอก J ว่าจะไปเป็นคนรักของนายแล้วออกจากชีวิตเขาไปวันนี้เลยก็ตาม เขาก็ไม่ตามไปแย่งคืนอยู่ดีแหละ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีเมื่อกำลังคิดถึงใบหน้าของใครบางคนที่อยู่ในหัวใจตลอดเวลา...Hyde ทิ้งช่วงการพูดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความความมั่นใจ
“แต่ไม่ได้อยู่อย่างสบาย ๆ หรอกนะ เพราะ J ขาดฉันไม่ได้”
…คำตอบที่ได้รับทำให้ Kiyoharu นิ่งค้างไปเล็กน้อย...เมื่อรู้ตะลึงงันกับคำตอบ...คนทั้งคู่ผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์และความรู้สึกแบบไหนกันแน่...
“มั่นใจจริงนะ แค่ได้ยินฉันยังอายเลย” Kiyoharu อมยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับสิ่งที่ออกมาจากปากร่างเล็ก...ความมั่นใจในคำพูดของตนเองของ Hyde ราวกับจะสื่อไปถึงความมั่นคงของจิตใจที่เจ้าตัวคงกำลังตอกย้ำให้เขารับรู้
“ไม่ใช่...” Hyde ปฏิเสธกับความคิดของเพื่อน... พลางก้มหน้าลงมองทางเดินเท้าที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดพลางคิดคำนึงไปถึงชายหนุ่มผมทองแล้วพูดต่อ
“จริง ๆ แล้ว J เป็นคนน่าสงสารนะ…เขามักจะเก็บเอาอะไรไปครุ่นคิดอยู่คนเดียว...น้อยครั้งที่จะแสดงออกให้เห็นถึงความปวดร้าวหรือความไม่สบายใจ....เขาเลือกที่จะซุกซ่อนความทรมานเอาไว้เพียงลำพัง...โดยไม่ยอมให้คนรอบข้างรับรู้...เพราะเขาเป็นคนแบบนี้แหละ ฉันถึงอยากอยู่ข้าง ๆ ตลอดไป”
Hyde หันกลับมามองหน้า Kiyoharu พร้อมรอยยิ้มที่ออกมาจากภายในจิตใจส่วนลึกจริง ๆ ว่าเขายินยอมอยู่เคียงข้างชายหนุ่มผมทองด้วยความเต็มใจ...อยากจะแบ่งเบาเอาความปวดร้าวที่ J พยายามซุกซ่อนมาไว้ที่ตัวเอง...แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
...ทั้งคู่เดินมาจนถึงทางแยกเบื้องหน้า...ถนนก้อนกรวดถูกแยกออกเป็นสองสาย...Hyde สาวเท้าเดินนำไปหยุดอยู่ที่ทาง ๆ หนึ่งก่อนจะหันมาหาเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้ม....
“ถ้าเป็นคนประเภทไม่ยอมฟังเหตุผลแถมตามแหลกถึงไหนถึงกันล่ะก็ ฉันหนีแน่ ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก” ร่างเล็กหันมาส่งเสียงบอกอย่างร่าเริง...เพราะพอจะเดาความคิดเป็นห่วงของเพื่อนได้
...Kiyoharu แย้มยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่มีสิ่งใดต้องกังวลในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อีก...เป็นเพราะเขารักและเป็นห่วง Hyde จึงอยากถามให้แน่ใจว่าเพื่อนของเขามีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่รึเปล่า ?
“ถ้างั้น...ฉันก็ขอให้นายความสุขมาก ๆ กับสิ่งที่นายเลือก...ดีใจด้วยนะที่นายได้เลือกคนที่รักและคน ๆ นั้นก็เลือกที่จะรักนายเช่นกัน...” Kiyoharu พูดในสิ่งที่วันนี้เขาพูดไม่ทันตอนที่ร่างเล็กหันหลังเดินจากไป
....เป็นความรู้สึกเข้าใจและยินดีด้วยจากใจจริง...ชายหนุ่มเดินไปหยุดเท้าที่เส้นทางอีกสาย...ก่อนจะหันมาทิ้งท้ายอะไรบางอย่าง
“แต่ถ้านายไม่อยากอยู่ข้างหมอนั่นเมื่อไหร่...ก็บอกฉันนะฉันจะไปรับ” Kiyoharu ยังคงทิ้งท้ายอย่างกวนอารมณ์ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้างามบูดบึ้งแถมแลบลิ้นใส่เขาอย่างกับจะบอกว่า
...วันนั้นไม่มีวันมาถึง...
Hyde โบกมือลาก่อนจะหันหลังก้าวเดินไปตามเส้นทางของตนเองช้า ๆ พลางคิดทบทวนถึงเรื่องราวหลากหลายที่เกิดตลอดช่วงเกือบปีที่ผ่านมา...ทรมานอย่างแสนสาหัส...เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว...แต่ก็มีความสุขมากล้นจนไม่อาจลืมเลือนได้
...หิมะโปรยปรายลงมาเบา ๆ ขณะที่ Hyde กำลังก้าวเดิน...ร่างเล็กแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิท...ก่อนจะแบมือข้างนึงออกรอรับสัมผัสเย็นเยียบที่ตกลงมาจากฟากฟ้า...ครั้นพอหันหลังกลับไปมองเงาร่างของเพื่อนก็กำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางของตนเองช้า ๆ แผ่นหลังนั้นค่อย ๆ จางหายไปกับความมืด
...เส้นทางที่เพื่อนของเขากำลังจะก้าวไปเป็นเส้นทางแบบไหนกันแน่นะ ?....
Hyde หันกลับมาก้าวเดินต่อไปพลางย้อนมาขบคิดถึงเรื่องราวของ Kiyoharu เขาไม่เคยรับรู้ว่าเพื่อนคนนี้มีความรักให้เขามากเกินกว่าความเป็นเพื่อน...และเพราะเหตุการณ์ที่ได้พบเจอกันโดยบังเอิญ...ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับ J ถูกเปิดเผย
...หมอนั่นจะรู้สึกเสียใจมากน้อยแค่ไหนกันนะ ?...
ร่างเล็กเหลียวกลับไปมองทางที่เพื่อนเดินไปอีกครั้ง...แต่ความมืดมิดก็กลืนกินทิวทัศน์เบื้องหน้าไปหมดสิ้นแล้ว...ถึงแม้จากจุดที่ตนเองยืนอยู่จะมองไม่เห็นเส้นทางที่เพื่อนกำลังจะก้าวไป...แต่เขาก็ยังเชื่อว่าหนทางของ Kiyoharu จะต้องมีแสงสว่างที่อบอุ่นรอคอยอยู่เช่นกัน
...Hyde อมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยดอกไม้สีขาวในมือถูกกำเอาไว้แน่นหวังว่าตนเองจะสามารถฝ่าฟันทุก
เรื่องราวยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวเหมือนดอกไม้ดอกนี้... ร่างเล็กเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนเปลี่ยนเป็นวิ่งฝ่าหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ...ตรงไปหาแสงสว่างที่อบอุ่นของตัวเอง... ...Hyde เปิดประตูบ้านพักเข้าไปอย่างแผ่วเบา...ภายในบ้านพักถูกปิดไฟมืดสนิทก่อนเขาจะออกไป... ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือแสงไฟที่ลอดผ่านช่องว่างด้านล่างของประตูออกมาจากห้องนอนที่เขาทิ้งใครบางคนให้นอนอยู่เพียงลำพัง...
... J ตื่นแล้วเหรอ ?...
Hyde แทบจะรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที... เมื่อไม่อาจเดาได้ว่าเบื้องหลังบานประตูจะเป็นพายุหิมะที่เย็นเยียบหรือแสงสว่างที่อบอุ่นอย่างที่เขาต้องการกันแน่...ร่างเล็กกลั้นใจปิดประตูหน้าบ้านลงช้า ๆ พลางสาวเท้าเดินไปตามเส้นทางที่มีแสงไฟนั้นลอดผ่าน...ทุกย่างก้าวกำลังสร้างความความหวาดหวั่นขึ้นมาทีละน้อย
...แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มที่นั่งดูทีวีอยู่บนเตียงเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อย...ภาพร่างเล็กก้มหน้านิ่งราวกับกลัวการเผชิญหน้ากำลังก้าวเข้ามาในห้องนอนช้า ๆ
“กลับมาแล้วเหรอ ?” เสียงทักทายพร้อมรอยยิ้มต้อนรับ...เรียกให้ใบหน้าเรียวสวยเงยหน้าขึ้นมอง...ความรู้สึกหวาดหวั่นลดลงไปอย่างมากมาย
“กลับมาแล้ว” Hyde ร้องบอกอย่างร่าเริงพร้อมกับรีบก้าวขึ้นไปบนเตียงสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ใบหน้างามซุกซบอยู่ที่แผ่นอกกว้างราวกับจะเรียกร้องหาไออุ่นอย่างที่ตนเองต้องการ...วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างเล็กตอบกลับไปพร้อมกับมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่เส้นผมอย่างอ่อนโยน
“ตื่นนานแล้วเหรอ ?” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามเพราะเขาคิดว่า J คงจะหลับสนิทไปจนเช้า
“ตั้งแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์” คำตอบที่ได้รับทำให้ Hyde รับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มคงจะรู้ว่าเขาจะออกไปหาใคร ?
“ล...แล้วทำไม ?”
“ทำไมถึงไม่ห้ามน่ะเหรอ ?”
Hyde พยักหน้ารับเบาๆ ขณะที่โอบกอดร่างชายหนุ่มแนบแน่นขึ้นไปอีก...เมื่อคำพูดของ Kiyoharu ที่ว่า “เพราะเชื่อใจหรือไม่สนใจกันแน่” กำลังวิ่งย้อนกลับเข้ามาในความคิด...
“อืมมม...คงเพราะไม่อยากให้นายรู้สึกว่าโดนกักขังล่ะมั้ง ?...แล้วอีกอย่างฉันก็เชื่อว่านายจะกลับมาหาฉันเองด้วยความเต็มใจของตัวเอง” J พูดพลางลูบไล้ไปที่เส้นผมอย่างอ่อนโยน
...แต่ Hyde กลับแอบยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยขณะที่ซบหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม...พลางแอบคิดคำนึงบางอย่างขึ้นมาภายในจิตใจ
‘…J ตั้งแต่รู้ตัวว่ารักนาย...ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตนเองถูกนายกักขัง...แต่เพราะนายเป็นแบบนี้แหละฉันถึงอยากอยู่ข้าง ๆ นาย...’
...อยู่ในกรงที่อ่อนนุ่มนี้ ข้างนายตลอดไป…
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
TBC. April 12 Love Punish 92- 92 -
ร่างเล็กอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง...แถมยังกำบิดเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น...ด้วยความเขินอาย...จนชายหนุ่มผมทองต้องเหล่มองพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ค่อยเข้าใจกับท่าทีของ Hyde เท่าไหร่...ทั้งสองคนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงเนิ่นนาน...จนในที่สุด J ก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เป็นสาเหตุทำให้เขาคิดมากเรื่องของ Hyde “นี่...”
“หืมม์”
“ตอนนี้นายมีเรื่องอะไรกลุ้มใจอยู่รึเปล่า ?” คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้ามองสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...ก่อนจะหลุบตาลงต่ำพร้อมกับเบียดร่างเข้าหาแผ่นอกกว้างมากกว่าเดิม
“ก็เรื่องของนาย...กลัวนายจะโกรธจนไม่ยอมคืนดี...กลัวว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น” Hyde เอ่ยตอบเสียงแผ่วเบาฝ่ามือบางที่เกาะกุมเสื้อชายหนุ่มเอาไว้สั่นระริกขึ้นเล็กน้อยพลางโอบกอดร่างสูงใหญ่แนบแน่นขึ้น
...เมื่อรู้สึกว่าน้ำตาพาลจะไหล...ทันทีที่ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้นวันที่ J ทอดทิ้งเขาไป...ซ้ำร้ายมันยังเกิดขึ้นมาถึง 2 ครั้ง....กลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3
J กระชับอ้อมกอดตอบรับความรู้สึกของร่างเล็กที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...ราวกับยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นมาอีก...ริมฝีปากได้รูปมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
“แล้วในอนาคตนายอยากทำอะไร ?” J ถามคำถามในสิ่งที่อยากรู้ขึ้นมาอีก...ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยได้สนใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้...แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกันสมควรจะได้รับรู้เอาไว้...ที่สำคัญไม่อยากให้ใครมาบอกว่ารู้จัก Hyde ดีกว่าเขา ร่างเล็กเงยหน้ามองอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ...ว่า J จะอยากรู้เรื่องราวพวกนี้ไปทำไม
“ก็อยากทำเพลงต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็....” Hyde ก้มหน้าซุกกับแผ่นอกกว้างอย่างเขินอาย...ก่อนจะพูดอุบอิบในประโยคต่อไป
“อยากอยู่กับนาย” J ยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้อยู่ในอนาคตที่อีกฝ่ายวางเอาไว้
“แล้วมีความฝันอะไรบ้างมั้ย ?”
“ก็ฝันอยากอยู่กับนายตลอดไป...ให้เรารักกันไปนาน ๆ”
“แล้วครอบครัว ?”
“นายก็เป็นเหมือนครอบครัวของฉันไง”
“เรื่องที่อยากทำต่อไปล่ะ ?”
“นี่ !! ทำไมฉันต้องมานั่งตอบคำถามนายด้วยนะ !!” Hyde โวยวายขึ้นมาบ้าง...เมื่อโดนตั้งคำถามไม่รู้จักจบสิ้นเสียที...ใบหน้างามเริ่มส่อแววไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย...แทนที่จะได้ทำอย่างอื่น J กลับมานั่งถามคำถามเหมือนพวกพิธีกรรายการทีวีไปได้
“ตอบก่อนสิ...เรื่องสำคัญสำหรับฉันเลยนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางโอบไหล่บางให้เข้ามาเอนซบอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง
“อยากทำทุกอย่างร่วมกับนาย...แค่มีนายอยู่...ไม่ว่าอะไรฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันยากลำบาก” Hyde ยอมตอบคำถามแต่โดยดี....ไม่ว่าเรื่องราวใดขอเพียงได้ฝ่าฟันไปพร้อมคน ๆ นี้...เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน ทุกคำตอบที่ได้รับ...ยิ่งทำให้หัวอิ่มเอม พองโต ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...เหมือนความสุขมันเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ...เมื่อตนเองอยู่ในทุกเสี้ยวความคิดคำนึงของ Hyde
...แล้วทำไมเขาต้องไปอิจฉาคนที่ทำได้เพียงรับฟังมันเอาไว้...แต่ไม่ได้อยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเหล่านั้น...
“แล้วทำไมฉันถึงอยู่ในความคิดนายเยอะจัง” J เอ่ยแซวออกมาเล่น ๆ อย่างนึกสนุกแต่ร่างเล็กกลับผละออกจากอ้อมกอดแถมยังจ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตา...ก่อนจะโวยวายอะไรขึ้นมาทันที
“ก็ฉันคิด ๆๆๆๆ ....คิดถึง....แต่เรื่องของนาย.....คิดจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว !!!....แล้วนายน่ะคิดถึงฉันบ้างรึเปล่า ?” Hyde โผกลับเข้าไปหาอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง...เมื่อเห็นรอยยิ้มกวนอารมณ์ที่มุมปากของอีกฝ่าย...ฝ่ามือบางฟาดผัวะไปที่แผ่นอกกว้างนั้นเบา ๆ พลางเบียดศีรษะแนบชิดกับตำแหน่งหัวใจของชายหนุ่ม...ราวกับจะแอบฟังว่าทุกจังหวะการเต้นของหัวใจมีเขาอยู่ในนั้นรึเปล่า ?
“ก็เพราะคิดแต่เรื่องของนายเหมือนกันไง....ฉันถึงได้คิดมากเรื่องคราวนี้...คิดไปว่าฉันไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของนาย...”
คำตอบที่ได้ยินทำให้ Hyde ต้องผละออกมาจากอ้อมกอด...ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...อะไรที่ทำให้ J มีความคิดแบบนั้น
“ทำไม ? นายถึงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ”
“ก็เพราะ...ฉันไม่เคยได้รับรู้ความคิดของนาย...แล้วพอมาได้ยินว่ามีคนที่รู้ในเรื่องที่ฉันควรจะรู้...แถมคน ๆ นั้นก็ยังรักนาย...ในเมื่อนายมีคนที่สามารถปรึกษาพูดคุยได้ทุกเรื่อง...ฉันก็เลยคิดว่าฉันคงไม่มีความจำเป็นกับนายแล้ว”
J ตอบทุกอย่างออกไปตามความจริงไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปิดบังหรือเก็บกดความรู้สึกของตนเองเอาไว้... เพราะหากเราสองคนได้พูดคุยกันเรื่องราวคงไม่บานปลายจนทุกอย่างที่สร้างกันมาเกือบสูญสลายแบบนี้
“ขอโทษ....ฉันผิดเอง” Hyde เอ่ยคำขอโทษออกมาเบา ๆ พร้อมกับเข้าไปโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น...เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คิดเอาเองว่าไม่จำเป็นต้องบอก...มันจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกัน
“อย่าโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองฝ่ายเดียว...ถ้าฉันหนักแน่นมากกว่านี้...เรื่องเลวร้ายมันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก”
“นายจำเป็นกับฉันแล้วก็สำคัญมากกว่าใคร ๆ อย่าคิดอีกนะว่านายไม่จำเป็นสำหรับฉันหรือคิดเอาเองว่าฉันไม่ต้องการนายน่ะ” Hyde เงยหน้าจ้องมองสบตาอย่างต้องการคำสัญญา...J อมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย...ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากผ่าวร้อนกับกลีบปากบางเป็นเครื่องหมายของคำสัญญา
“ฉันสัญญา Hyde…แต่เรื่องนึงที่ฉันอยากให้นายสัญญากับฉันเหมือนกัน” J เอ่ยปากตอกย้ำคำสัญญาหลังจากที่ผละริมฝีปากออกมา...ก่อนจะยื่นคำสัญญาให้อีกฝ่ายรักษาบ้าง
“อะไรล่ะ ?”
“ถ้าวันไหน...นายคิดว่าฉันไม่จำเป็นแล้ว...ฉันไม่มีความสำคัญกับนายอีกแล้ว...ขอให้นายพูดมันออกมาตรง ๆ ได้มั้ย ?...อย่าให้ฉันต้องคิดไปเอง...เพราะช่วงเวลาที่ฉันคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบ...นายไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน ?”
J เอ่ยเสียงแหบพร่า...ดวงตาเรียวรีเหม่อมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย...เมื่อย้อนคิดไปถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่รอให้ Hyde กลับมาเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ว่ามันจะจบลงหรือคงอยู่ต่อไป...มันช่างเป็นเวลาที่ทรมานจนเขาแทบทนไม่ไหว
...ทรมานแทบขาดใจ...
Hyde นิ่งค้างกับคำพูดของชายหนุ่ม...ช่วงเวลาที่เขามัวแต่คิดเรื่องของตัวเอง...เขาปล่อยให้ J ทุกข์ทรมานกับความรู้สึกนั้นมากมายแค่ไหน ? ร่างเล็กที่ฟุบหน้านิ่งอยู่กับแผ่นอกกว้างพยักหน้ารับต่อคำสัญญานั้นเบา ๆ
“แต่วันนั้นจะไม่มีวันมาถึง” Hyde เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ... รอยยิ้มกว้างและวงแขนแกร่งที่โอบกระชับร่างเล็กแนบแน่นราวกับจะตอบรับว่าตนเองก็จะไม่ยอมให้วันนั้นมาถึงเช่นกัน... ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเนิ่นนานท่ามกลางความหนาวเหน็บของอุณหภูมิภายนอก
...ความเงียบสงัดจากทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายราวกับว่าโลกทั้งโลกเหลือเพียงพวกเขาสองคน
...โลกที่มีเพียงแค่เรา...
....~~ จ๊อกกก ~~…
เสียงประหลาดที่ดังขึ้นมาทำลายความเงียบงันที่ทั้งคู่กำลังด่ำดิ่งสู่โลกที่มีเพียงกันและกัน... ความโรแมนติกถูกทำลายขึ้นมากะทันหันเมื่อใครคนหนึ่งทนต่อความต้องการอันดับหนึ่งของมนุษย์ไม่ไหว
“ J !!” Hyde แกล้งโวยออกมาทันทีเมื่อบรรยากาศแสนหวานถูกทำลาย...ร่างเล็กผละออกจากอ้อมกอด...ก่อนจะแกล้งทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ขอโทษ ๆๆ...พอดีไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อเช้าน่ะนะ...โอ๊ยย !!...” เสียงร้องออกมาเบา ๆ ทันทีที่ชายหนุ่มขยับกาย...ทำให้ Hyde ต้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง...เพราะดูเหมือนเขาจะลืมเลือนไปแล้วว่า J กำลังไม่สบาย
“เป็นอะไรรึเปล่า ?!!”
“เปล่า ๆ...” J ปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ...”แค่เมื่อยแล้วเหน็บมันกิน...นายตัวหนักขึ้นรึเปล่า ?” ชายหนุ่มกระเซ้าแหย่ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเหยียดแขนทั้งสองข้างออกช้า ๆ
“นายหาว่าฉันอ้วนเหรอ !!?” Hyde ร้องถามเสียงสูง...ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินคำถามเรื่องน้ำหนัก
“ไม่ได้ว่าอย่างนั้น....แต่ตอนที่หลับอยู่ฉันก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่หนักมากมาทับเอาไว้...คิดว่าต้องตายซะแล้ว…พอรู้สึกตัวถึงรู้ว่าเป็นนายนี่เองที่มาทับฉันเอาไว้” J ยังคงแซวเรื่องนี้ไม่เลิก...รอยยิ้มกวน ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก...เมื่อเริ่มสังเกตได้ว่าดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง...ริมฝีปากบางสวยเตรียมขยับจะโวยอะไรออกมาอีกรอบ...แต่มันก็ถูกปิดสนิทเอาไว้ก่อนด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม
“อื้ออ !!!” Hyde เตรียมที่จะใช้สองมือรัวทุบไปที่ไหล่หนาของอีกฝ่าย...ถ้าไม่ใช่เพราะ J รู้ทันจึงรีบผละริมฝีปากออกห่างพร้อมกับรวบเอาข้อมือบางนั้นเอาไว้ได้ทัน
“นี่ฉันเป็นคนป่วยนะ...มาทำร้ายร่างกายกันอย่างนี้ได้ยังไง ?”
“ก็ให้มันตายไปเลย !!” Hyde แกล้งโวยเสียงลั่นพร้อมกับบิดข้อมือหมายจะให้หลุดจากการจับกุม
“ฉันตายแล้วนายไม่เสียใจเหรอ ?” น้ำเสียงนุ่มนวลที่ถามกลับมาเหมือนจะแกล้งยั่วอารมณ์...
“หึ!!” ร่างเล็กสะบัดหน้าพรืดทำท่าเหมือนไม่อยากสนใจ...จน J ต้องยอมง้อแต่โดยดี...ค่อย ๆ โอบร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้หลวม ๆ
“นี่...ฉันหิวมากเลยน้า ~~...”
“จะกินอะไร?!!!” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นถามกลับมาทันที
“ได้ข้าวต้มร้อน ๆ สักชาม...ก็คงดี”
... หลังจากสั่งความถึงสิ่งที่ตนเองต้องการเรียบร้อยชายหนุ่มผมทองก็เอนร่างลงบนเตียงนอนอย่างมีความสุข...รอเวลาที่ข้าวต้มร้อน ๆ จะมาเสิร์ฟถึงที่พร้อมกับป้อนให้ถึงปาก...อาการไข้ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย...ถ้าได้พักผ่อนเต็มที่อีกสักคืนคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะหายสนิท...
“เสร็จแล้วเหรอ ?” J ผงกศีรษะขึ้นมาจากหมอนเมื่อเห็นว่า Hyde เพิ่งออกไปได้ไม่ถึง 5 นาทีก็กลับเข้ามาแล้ว
“ที่นี่มันบ้านพักของรีสอร์ทนะ...แล้วเมื่อวานที่เราไปเที่ยวในเมืองกันก็ไม่ได้ซื้อของสดหรืออาหารอะไรกลับมา...แล้วจะเอาอะไรทำล่ะ ? ฉันเลยออกไปโทรสั่ง....เดี๋ยวก็คงมาส่ง” Hyde อธิบายเพราะตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะลงมือทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้ J กินเอง...แต่พอสำรวจไปทั่วครัวที่ว่างเปล่า...ก็เลยต้องตัดสินใจโทรสั่งบริการรูมเซอร์วิสของรีสอร์ทแทน...
...ร่างเล็กเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ข้างเตียง...ก่อนที่จะเริ่มทำหน้าที่ตรวจดูอาการป่วยของชายหนุ่ม...ฝ่ามือบางวางแนบลงบนหน้าผากของ J โดยที่มืออีกข้างแนบสัมผัสกับหน้าผากตนเองเพื่อวัดอุณหภูมิ...
“นายป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ ?” Hyde ย้อนถามถึงเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับอาการป่วยของอีกฝ่าย...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาตั้งแต่มาถึงที่นี่...แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรให้เขาสังเกตได้แม้แต่น้อย
...หรือเพราะว่าตัวเขาไม่ได้เฉลียวใจเองกันแน่
“เช้าวันที่ไปเล่นสกี...ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วน่ะนะ”
“แล้วทำไมนายไม่รีบบอก!!” Hyde แทบจะตะโกนเมื่อจำได้ว่าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งรออยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บนานแค่ไหนแถมยังแกล้งชายหนุ่มเล่นด้วยการให้กลิ้งไปตามพื้นหิมะที่เย็นเยียบ...
“ฉันแค่อยากไม่ให้นายหมดสนุก...อีกอย่างเรากำลังมีความสุขมากขนาดนั้น...ฉันก็เลย...”
“บ้ารึเปล่า ?!! ถ้านายเป็นอะไรร้ายแรงฉันจะยังมีความสุขได้ยังไง ?!!” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
“ใจเย็นน่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงซะหน่อย”
“ก็แล้วถ้าเป็นล่ะ !!”
“ก็บอกว่าไม่เป็นไง”
“แล้วถ้าเป็น !!”
“ไม่เป็น...”
“เป็น !!”
“ไม่เป็น!!”
...ก๊อก...ก๊อก...
เสียงทุ่มเถียงกันของคนทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูจากภายนอก...ตามมาด้วยเสียงร้องบอกว่าเป็นรูมเซอร์วิส...Hyde จึงได้ละความสนใจจาก J หันไปตามเสียงเรียกที่แว่วมาจากด้านนอก
“อาหารคงมาส่งแล้ว” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนจะส่งสัญญาณให้ Hyde เป็นคนออกไปเอา... ร่างเล็กหันมาย่นจมูกใส่เมื่อยังอารมณ์ค้างกับเรื่องที่ทุ่มเถียงกันเมื่อครู่ไม่หาย
...แต่ก็ผุดลุกไปที่ประตูหน้าบ้านพักแต่โดยดี
...รออยู่เพียงไม่นานร่างเล็กพร้อมกับถาดอาหารก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง...Hyde จัดการวางถาดอาหารลงกับโต๊ะหัวเตียง...พร้อมกับชายหนุ่มผมทองที่ขยับเอนกายพิงหมอนใบนุ่ม...กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยยิ่งกระตุ้นให้น้ำย่อยทำงานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
J ถูมือไปมาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นอยากลิ้มชิมรสชาติของข้าวต้มหอมกรุ่นนี่ใจจะขาด...ดวงตาเรียวรีมองตามช้อนที่กำลังถูกนำลงไปตักข้าวต้ม...ก่อนจะมาจรดอยู่ที่ริมฝีปากบางสวยที่ช่วยเป่าเบา ๆ เพื่อลดความร้อน...ไม่นานช้อนพร้อมข้าวต้มก็ถูกยื่นมาจ่อตรงหน้า...J อ้าปากรอรับหวังจะได้สัมผัสถึงรสชาติของข้าวต้มที่แผ่ซ่านในปาก
“อ๊ะ !! เดี๋ยวก่อน” เสียงทักท้วงดังขึ้นพร้อมกับช้อนที่ถูกชักออกให้ห่างจากปากชายหนุ่ม...จน J ต้องอ้าปากนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นรสชาติของข้าวต้มก็ไม่ได้สัมผัส
“อะไรอีกล่ะ ?” J หันมาถามอย่างไม่เข้าใจ...แถมความหิวที่กำลังรุมเร้าก็ทำให้อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ
“นายต้องสัญญาก่อน...ว่าทีหลังถ้าไม่สบาย...นายต้องบอกให้ฉันรู้” Hyde ขุดเอาเรื่องที่เพิ่งจะทุ่มเถียงกันไปเมื่อครู่ขึ้นมาต่อรองอีกครั้ง...จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้กินข้าวช้าลงไปอีก
“OK...” J ตอบรับอย่างขอไปที...แต่คำสัญญาของชายหนุ่มก็ทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้างออกมาได้ทันที
“ดีมาก...แล้วก็...”
“นี่...ถ้านายจะสั่งอะไรก็สั่งไปตามสบาย...แต่เอาข้าวมาให้ฉันก่อนได้มั้ย ?” J ยันกายขึ้นนั่งพร้อมกับยื่นมือหมายจะเข้าไปแย่งเอาชามข้าวต้มมาไว้ที่ตัวเอง...แต่ Hyde ก็ไวพอที่จะฉวยยึดชามข้าวเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่ม
“เดี๋ยวฉันจะป้อน !!”
“ก็ป้อนสักทีสิครับ...ผมหิวจะตายอยู่แล้วครับ”
J แกล้งอ้อนวอนเสียงอ่อน...ไม่รู้ว่า Hyde นึกสนุกอยากเล่นบทพยาบาลดูแลคนไข้รึไงกัน ? ถึงดื้อดึงอยากจะป้อนข้าวต้มเขาขนาดนี้...คงเพราะเขาไม่เคยไม่สบายขนาดที่ต้องคอยให้อีกฝ่ายดูแลอย่างใกล้ชิด...Hyde ก็คงอยากจะดูแลเขากลับบ้าง...เพราะส่วนใหญ่คนที่ไม่สบายจะเป็นเจ้าตัวเล็กมากกว่า...
“นั่งดี ๆ สิ !!” Hyde หันกลับมาสั่งให้ชายหนุ่มเอนกายพิงหัวเตียงลงไปอีกครั้ง...ซึ่ง J ก็ต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย
“อ้ะ...” คราวนี้ช้อนพร้อมข้าวต้มถูกยื่นมาจ่อตรงหน้าจนแทบจะกระแทกเข้าที่ปาก....ชายหนุ่มค่อย ๆ อ้าปากรับช้า ๆ กลัวเหลือเกินว่ามันจะกระแทกไปจนถึงคอหอย... รสชาติข้าวต้มหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านในปากขณะที่เคี้ยวช่วยบรรเทาความหิวโหยลงไปได้มาก…แต่พอคำที่สองกำลังจะเข้ามาใกล้ J กลับฉวยยึดข้อมือบางนั้นเอาได้ทัน
“นี่จะป้อน...หรือจะเอาข้าวอุดปากฉันให้ตายกันแน่....อย่าใช้อารมณ์กับคนไข้สิ...นายเป็นพยาบาลที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ” J แกล้งบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะจับข้อมือบางให้หันมาที่ปากเขาช้า ๆ แล้วข้าวคำที่สองก็ถูกนำเข้าปากไปอย่างนุ่มนวล
“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องกิน !!” ร่างเล็กฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...เขาแค่อยากจะดูแล J บ้าง...ชดเชยกับที่เขาแกล้งให้ชายหนุ่มต้องนั่งหนาวทนรอตอนเล่นสกี...แถมยังทำให้ J ไม่สบายใจกับเรื่องของ Kiyoharu อีก...แต่ชายหนุ่มก็ยังกวนอารมณ์เขาไม่ยอมหยุด
“กิน ๆ...ป้อนต่อนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางอ้าปากรอรับข้าวต้มคำต่อไปอย่างว่าง่าย...และคราวนี้คนป้อนก็ดูเหมือนจะนุ่มนวลมากกว่าเดิม...ข้าวต้มถูกป้อนให้ชายหนุ่มกินจนหมดชาม
“แล้วนายไม่หิวเหรอ ?” J ถามกลับขณะที่รับยาลดไข้ที่ต้องทานหลังอาหารมาจากร่างเล็ก
“หิวสิ...นี่ไงฉันสั่งของฉันมาด้วย “ Hyde ยกถาดอาหารอีกถาดให้ดู...ก่อนจะนั่งกินส่วนของตนเองอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงนอนปล่อยให้ชายหนุ่มนอนพักผ่อนดูทีวีอยู่บนเตียง
...เพียงไม่นานหลังจากที่จัดการอาหารของตนเองเรียบร้อย...Hyde ก็จัดการยกถาดอาหารทั้งหมดออกไปไว้ที่ครัวด้านนอก...หอบหิ้วเอาอ่างน้ำและผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กกลับเข้ามาด้วย...ตั้งใจว่าจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่ม...แต่พอมาถึงเตียงจึงได้เห็นว่า J เคลิ้มหลับไปอีกแล้ว...ทั้ง ๆ ที่วันนี้ก็นอนมาทั้งวัน...คงเพราะฤทธิ์ยาลดไข้ที่เพิ่งให้กินเข้าไปเมื่อครู่
...Hyde ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพลางไล้มือไปตามโครงหน้าอย่างแผ่วเบา..ฝ่ามือบางเลื่อนขึ้นไปลูบไล้เส้นผมสีทองที่ผ่านการกัดย้อมจนอ่อนนุ่มเหมือนขนแมว... ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทำไมเขาถึงเรียกเจ้าเหมียวขนทองว่า “J”
...ร่างเล็กขยับเอาผ้าห่มนวมขึ้นมาห่มให้อย่างแผ่วเบา..นอนมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซุกซน...เพราะวันนี้เขานอนมาทั้งวันตอนนี้เลยยังไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย
...RRRR…RRRR….
เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดก้องขึ้นมากะทันหัน... ทำให้ร่างเล็กต้องรีบหันไปมองและควานหามันมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเสียงรบกวนจะไปทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมาจากนิทรารมย์...Hyde กวาดสายตามองไปที่ชื่อของสายเรียกเข้า...ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้น
“Kiyoharu !!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
Ryuichi ลืมตาจ้องมองร่างในอ้อมแขนอีกเป็นครั้งที่สองก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความมึนงงจากเสียงเต้นตุบ ๆ ในหัวอีกครั้ง... ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองมีใครนอนอยู่เคียงข้าง หากเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำสิ่งที่ผิด...
...เส้นผมนุ่มสลวยที่ลูบไล้อย่างมีความสุขก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมอง เขากำลังคิดถึงผมสีน้ำตาลนุ่มมือยาวระต้นคอขาวสะอาดของใครคนหนึ่งแต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รับรู้ถึงสัมผัสที่เปลี่ยนไป...
...มือที่ลูบไล้เส้นผมหยุดนิ่งลงโดยไม่รู้ตัว... ความทรงจำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มชัดเจนขึ้นในความทรงจำขณะเจ้าของร่างยังคงนอนนิ่งฟังเสียงนาฬิกาเรือนเล็กที่ตั้งอยู่หัวเตียง กระทั่งรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของร่างในอ้อมแขน...
“ผมจะลงไปเตรียมอาหารเช้าให้นะ...” คำพูดประโยคเดียวทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้น... ร่างบางที่นั่งก้มหน้าพันกายด้วยผ้าห่มหันมาสบตากับคนพูดเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
...กระทั่งชายหนุ่มข้างกายขยับเข้ามาใกล้กดศีรษะเธอให้ซบลงกับบ่าของเขาอย่างอ่อนโยน...ใบหน้าที่ซีดขาวจึงเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ พร้อมกับความรู้สึกอับอายในสิ่งที่เกิดขึ้นเบาบางลงจนแทบไม่เหลืออยู่...
Arisa มองตามแผ่นหลังกว้างไปจนกระทั่งลับสายตาจึงค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นจากเตียง อาการปวดมึนยังคงตามมารบกวนไม่ลดละแม้เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับสายน้ำอุ่น ๆ หากในความสับสนและความคิดหลายสิ่งหลายอย่างในหัวกลับไม่มีความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดเมื่อคืนปนอยู่เลย...
เสียงเปิดประตูห้องที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำหยุดชะงักหันไปมองพร้อมกับหลบตาไปทางอื่นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว... Ryuichi มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มนิด ๆ พลางกวาดตามองไปยังชุดกิโมโนที่พาดวางไว้ที่ปลายเตียง... เพียงเท่านั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงกำลังกลุ้มใจเรื่องเครื่องแต่งกายอยู่นั่นเอง...
“เสื้อในตู้เลือกได้ตามสบายนะครับ...” Ryuichi พูดมาจากหน้าประตูโดยไม่ขยับเขยื้อน... เสื้อผ้าที่คนพูดสวมใส่เข้ามาบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงไปอาบน้ำชำระร่างกายมาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน...
Arisa ยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าตามคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง... เสื้อขนาดค่อนข้างเล็กที่มุมหนึ่งของตู้ดูจะพอเข้ากับขนาดรูปร่างของตนมากที่สุดจึงถูกเลือกหยิบออกมายกขึ้นให้อีกฝ่ายดูเป็นการบอกกล่าวอีกครั้ง
... แววประหลาดใจปรากฏให้เห็นในดวงตาคู่งามเมื่อชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่มีอาการเหมือนชะงักไปชั่วครู่... ริมฝีปากได้รูปขยับคล้ายจะพูดอะไรออกมาแต่แล้วก็กลับเงียบพร้อมกับพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบอกเสียงอ่อนโยน...
“ข้างนอกยังเย็น ๆ ใส่เสื้อหนาหน่อยจะดีกว่านะครับ...”
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
...ติ้ดๆๆ...ติ้ดๆๆ...
“Moshi Moshi” ชายหนุ่มร่างบางสวมเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกดปุ่มรับสายโทรศัพท์มือถือพลางขยับแว่นกันแดดที่เลื่อนต่ำลงไปขณะยกกระเป๋าใบสุดท้ายลงใส่ท้ายรถให้กลับขึ้นมาเข้าที่อีกครั้ง...รอยยิ้มบาง ๆ ยังคงมีให้เห็นบนใบหน้าแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางเมื่อคิดไปถึงที่หมายที่ตนเองกำลังจะไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
“Tetsu-san...ดีใจจังที่ได้ยินเสียงคุณ เอ่อ ลงจากเครื่องแล้วใช่มั้ยครับ...” เสียงร้อนรนตามสายมาตรงเวลาราวกับมีญาณวิเศษ...คนฟังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตอบรับกลับไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง...
“ครับ...เพิ่งยกกระเป๋าขึ้นรถเสร็จ...เมื่อกี๊...” ปลายเสียงขึ้นสูงจนคนถามหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา...
“อ่า...คงเหนื่อยนะครับ...ความจริงก็ไม่อยากโทรมารบกวนเป็นช่วงพักแท้ ๆ แต่....”
Tetsu ยิ้มออกมาทันทีกับการเริ่มต้นประโยคแบบนี้ของฝ่ายตรงข้าม ปลอบใจตัวเองไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าวันนี้คงไม่มีเวลาว่างพออย่างที่คิดแล้ว...
“...ก็อย่างที่เล่ามาล่ะครับ...”
“ครับ...ผมเข้าใจ ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซักชั่วโมงแล้วจะเข้าไปครับ...” Tetsu จบบทสนทนาลงพร้อมเสียงถอนใจยาว...โทรศัพท์ถูกโยนไว้ที่เบาะข้างตัวหลังจากขึ้นนั่งประจำที่คนขับก่อนรถคันงามจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกเพื่อตรงไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก...
...แปลกที่ก่อนหน้านี้ความรู้สึกในใจดูจะรอคอยช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึงอย่างมีความสุข หากเมื่อเวลานั้นกำลังมารออยู่ตรงหน้าเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
...คงเพราะโทรศัพท์เมื่อกี๊มั้ง...เสียงบอกตัวเองในใจ...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
... อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับห้วงความคิดคำนึงของตนเอง...หลายครั้งที่ Arisa แอบเงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า...ดวงตาคมคู่นั้นเหมือนกำลังล่องลอยไปไกลแสนไกล... หากเพียงครู่เดียวที่เผลอจ้องมองดวงตาคู่เดียวกันนั้นก็จะตวัดกลับมามองพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าร้อนวูบจนต้องหลบตา...
“ต้อง...กลับแล้วค่ะ...” คนบอกทำท่าสนใจกับนาฬิกาข้อมือโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตา... “วันนี้ต้องเริ่มช่วยงานที่บ้านแล้ว...เลี่ยงมาตลอดตั้งแต่กลับมา...”
“ถ้างั้นก็ไปกันเลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมไปส่ง...”
“ไม่เป็นไรค่ะ...” Arisa เงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกขอบคุณ... “คุณพักผ่อนเถอะ Aris โทรให้ที่บ้านเอารถมาให้แล้ว...เดี๋ยวก็คง...” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาหยุดบทสนทนาไว้เพียงนั้น...
“อืม...เปลี่ยนเป็นผมไปส่งที่รถก็แล้วกัน...หวังว่าคงไม่ปฏิเสธนะ...” Arisa รับคำพูดนั้นด้วยเสียงหัวเราะ...
เจ้าของบ้านเบี่ยงตัวหลีกทางให้เธอเป็นฝ่ายเดินนำออกไป...Ryuichi มองเห็นชายวัยกลางคนที่เคยเห็นเมื่อครั้งก่อนยืนประสานมือรออยู่ที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับ Lamborghini สีเหลืองคันงาม... หลังจากส่งมอบกุญแจให้เป็นที่เรียบร้อยรถสีดำอีกคันที่จอดรออยู่ก็เคลื่อนเข้ามาจอดรับชายคนนั้นขึ้นนั่งพร้อมกับขับหายลับไปจากหัวมุมถนนอย่างรวดเร็ว...
“Ryu คะ...” Arisa เรียกชายหนุ่มตรงหน้าให้หันมามองเธออีกครั้ง... คำพูดที่คิดเอาไว้ว่าต้องบอกให้ได้..เอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก...
“ไปนะคะ...” ศีรษะคนพูดก้มลงให้ชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าทุกครั้ง...คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยกับภาพที่เห็น...ยิ้มรับออกมาเมื่ออีกฝ่ายยืดตัวตรงขึ้นอีกครั้งพลางขยับเปิดประตูรถให้... มือบางที่ยกขึ้นจับกรอบประตูรถขณะหันกลับมามองอีกครั้งทำให้คนเกือบจะร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญที่ลืมไปสนิท...
“Aris...รอตรงนี้นะครับ...มีของจะคืนให้คุณ...” สีหน้าประหลาดใจของหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับจะเอ่ยคำถามถูกห้ามไว้ด้วยฝ่ามืออบอุ่นที่สัมผัสลงบนผิวแก้มแผ่ว ๆ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวยาว ๆ กลับเข้าไปภายในบ้านและกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงนาที...
...ห่อผ้าเล็ก ๆ ในมือถูกคลี่ออกช้า ๆ ก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้า... เสียงอุทานออกมาด้วยความยินดีพลางขยับเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าอย่างลืมตัวพร้อมเสียงขอบคุณซ้ำ ๆ อีกหลายต่อหลายคำเป็นภาษาตะวันตกรัวเร็วจนแทบฟังไม่ทัน...
“เมื่อวานคุณลืมไว้ในห้องน้ำ...” Ryuichi บอกขณะรวบมือฝ่ายนั้นขึ้นมาสวมแหวนกลับคืนให้... “พอผมกลับมาแม่บ้านก็เอามาให้...ควรจะคืนตั้งแต่เมื่อวาน...”
“ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไร...” เสียงบอกปัดเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ยอมละสายตาจากแหวนบนนิ้วมือ...
“A คือ Arisa เหรอครับ...” ทันทีที่ได้ยินคำถามหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง... “A มีความหมายสองชื่อค่ะ Akiko คือชื่อเจ้าของคนแรกแล้วก็คนต่อมาคือ Aris คนที่ให้เราทั้งคู่...คุณพ่อน่ะค่ะ ท่านเคยบอกว่าดีจังที่ใช้ตัวอักษรเดียวกันจะได้ไม่ต้องทำสองวง...”
คำพูดติดตลกพร้อมกับเสียงหัวเราะก่อนจะพึมพำเรียก ‘แม่’ แผ่วเครือทำให้คนฟังเดาได้ทันทีว่าเจ้าของคนแรกของแหวนวงนี้คงไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว...ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้รั้งร่างอีกฝ่ายให้ซบลงกับไหล่อีกครั้ง...
“นึกว่าจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว...ขอบคุณมากน่ะคะ Aris ฝากขอบคุณแม่บ้านคุณด้วย...” Arisa บอกพลางผละออกจากอ้อมแขนนั้น... ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความอาวรณ์มากขึ้นทุกทีขณะก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับแม้จนรถเคลื่อนตัวออกไปสายตาก็ยังไม่ละจากกระจกมองหลัง...
...ดวงตาคมมองตามหลังรถไปจนกระทั่งลับสายตา รอยยิ้มบาง ๆ เลือนหายไป..ก่อนเสียงระบายลมหายใจแผ่ว ๆ จะตามออกมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก...ใบหน้าคมสะบัดไปมาเบา ๆ เหมือนจะไล่ความหนักอึ้งนั้นออกไปพลางหันหลังเพื่อจะกลับเข้าไปในบ้าน
...หากภาพรถคันหนึ่งที่เห็นจอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลในวินาทีเดียวกันนั้น...กลับทำให้เลือดทุกหยดในกายเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น...
“Tetsu!!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
tbc
ปล. thank หลาย ๆ สำหรับคนที่ยังตามอ่านอยู่ แบบว่าชอบลืมเข้ามาอัพทุกทีเลยอ่ะนะ ส่วนเรื่องรวมเล่มก็ยังไม่ลืมหรอก แต่มันยังไม่มีตังค์อ่ะนะ - -" ไว้มีเมื่อไหร่จะรีบทำเลย โย่วววววว Love Punish 91- 91 -
...หลังจากที่ยืนนิ่งกับภาพที่มองเพียงฉาบฉวย...ที่มันทำลายความมั่นใจให้หดหายไปกว่าครึ่ง...แต่พริบตาที่คิดว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว ดวงตากลมโตกลับสะดุดบางสิ่งที่ถูกผ้าห่มนวมหนาหนักทับอยู่... การเคลื่อนไหวขึ้นลงแผ่วเบาหากไม่จ้องสังเกตอย่างถี่ถ้วนคงนึกว่าเป็นหมอนข้างที่ถูกผ้าห่มทับไว้อีกชั้นหนึ่ง...เพราะมันถูกปิดทับอย่างมิดชิด …Hyde เดินเข้าไปใกล้เตียงนอนอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตจ้องมองความเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้ผืนผ้านั้นเขม็งนิ่ง ฝ่ามือบางวางลงสัมผัสกับผืนผ้าก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว น้ำตาที่เกือบหลั่งออกมาเพราะความเศร้าเสียใจถูกแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอีกครั้ง.... ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันแต่เพียงแค่ชายหนุ่มยังอยู่ที่นี่กับเขาก็เพียงพอแล้ว
...ร่างเล็กค่อย ๆ เลื่อนผ้านวมที่ถูกนำมาปิดไว้มิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เผยให้เห็นเส้นผมสีทองที่แสนคุ้นตาก่อนจะตามมาด้วยใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่าย
...เอาผ้ามาปิดมิดอย่างนี้แล้วจะหายใจออกได้ยังไง ?...
...Hyde คลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยนพลางไล้มือไปสัมผัสกับโครงหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา....อุณหภูมิร้อนรุ่มที่พุ่งขึ้นสูงจากร่างกายของชายหนุ่ม แทบทำให้รอยยิ้มเลือนหายไปทันที....ทั้งตกใจทั้งเป็นห่วง...ปะปนมาด้วยความน้อยใจเล็ก ๆ ที่ชายหนุ่มไม่ยอมบอกเขาว่าตนเองไม่สบาย
...แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องสังเกตได้เองไม่ใช่เหรอ ?...
ความรู้สึกน้อยใจเลือนหายไปทันที...แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเสียใจ...เพราะเคยแต่ถูกดูแล โอบอุ้มประคับประคอง...Hyde จึงได้ละเลยไม่ใส่ใจว่าคนที่คอยดูแล...ก็ต้องการการดูแลกลับเช่นกัน
Hyde ผุดลุกขึ้นยืนใช้ปลายนิ้วปาดเช็ดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาออก...ก่อนจะเดินเลี่ยงไปเอาผ้าและอ่างน้ำอุ่นกลับเข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง...
...ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กถูกชุบน้ำและบิดหมาด...พร้อมกับถูกนำมาเช็ดไปตามใบหน้าของชายหนุ่มช้า ๆ ก่อนจะสอดเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อภายใต้สเวตเตอร์ตัวหนาที่ J สวมใส่อยู่...ชายหนุ่มขยับกายเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงอืออาในลำคอโดยที่ยังไม่ยอมลืมตาตื่น...คงเพราะพิษไข้และฤทธิ์ยาที่ J กินไปก่อนที่เขาจะกลับมา
...Hyde หยุดมือลงเมื่อคิดว่าการกระทำของตนอาจเป็นการรบกวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย...ร่างเล็กจึงรีบจัดเสื้อผ้าของ J ให้เรียบร้อยห่มผ้าทับให้อีกชั้นหนึ่ง... แล้วจึงลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายอย่างมีความสุข...ปลายนิ้วจิ้มสัมผัสกับแก้มและสันจมูกอย่างซุกซนริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ อย่างสนุกสนาน
...เมื่อคิดไปถึงความทรงจำครั้งเก่าก่อนยามที่ได้นอนมองใบหน้าชายหนุ่มยามหลับใหล...Hyde แย้มริมฝีปากส่งเสียงหัวเราะคิกความทรงจำที่เลือนรางมักหวานฉ่ำเสมอ
แต่เพียงไม่นานรอยยิ้มก็นิ่งค้างเมื่อคิดถึงเรื่องความไม่เข้าใจกันก่อนหน้านี้...และตัวเขาก็ยังไม่ได้รับการให้อภัย...หากอีกฝ่ายตื่นขึ้นมา...แล้วฉุนเฉียวไม่ยอมฟังเหตุผล...หาก J ยังคงยืนกรานที่จะยุติความสัมพันธ์เขาจะทำยังไง ?
...ฝ่ามือบางยกมือของชายหนุ่มขึ้นมาเกาะกุมไว้แน่น..ก่อนจะมอบจุมพิตให้เบา ๆ ที่หลังมือ...ภาวนาอย่าให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่านี้ ขอเพียง J ยอมรับฟังคำพูดของเขาก็เพียงพอแล้ว...
...Hyde วางฝ่ามือแกร่งนั้นลงที่เดิมก่อนจะเขยิบขึ้นไปนั่งบนเตียง...พลางสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนเดียวกับชายหนุ่ม...เอนกายลงนอนเคียงข้างช้า ๆ เมื่อตัวเองรู้สึกง่วงงุนมากขึ้นทุกที...สาเหตุคงเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน... ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลในระยะประชิดพร้อมกับมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่ข้างแก้ม...ก่อนจะสวมกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น....ศีรษะซุกซบอยู่ที่แผ่นอกกว้าง...หวังให้ไออุ่นจากร่างกายจะช่วยรักษาเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจของ J ให้หายเป็นปกติเหมือนดังเดิม...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า...ชายหนุ่มผมทองจึงค่อย ๆ ขยับกายที่แสนหนักอึ้งและเมื่อยขบ...ดวงตาเรียวรีหรี่ปรือจ้องมองฝ่าความมืดที่เริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมรอบด้านอย่างงุนงง.... ...นี่มันใกล้เช้าหรือว่าใกล้มืดแล้วกันแน่ ?...
สมองที่พร่าเบลอเพราะฤทธิ์ยาลดไข้และยานอนหลับที่ตัวเองตั้งใจกินเข้าไปก่อนหน้า...ทำให้ไม่อาจประมวลผลออกมาได้ชัดเจนในทันที... เพราะหลังจากที่เขากลับมาที่บ้านพัก...ทุกคำพูดและการกระทำของ Kiyoharu กับ Hyde วิ่งวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า...หากยังปล่อยให้สมองขบคิดต่อไป...เขาคงไม่อาจสงบใจอยู่รอคอย ณ ที่นี้ต่อไปได้....ดังนั้นเขาจึงเลือกจะที่จะปิดผนึกความไม่มั่นคงอันไร้ตัวตนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นยามเผลอไผล...เพราะไม่อยากคิดอะไรให้วุ่นวายใจ...
J หลับตาลงอีกครั้งเมื่อยังรู้สึกว่าสมองยังพร่าเบลอ...และคล้ายดั่งลืมเลือนทุกเรื่องราวไปจนหมดสิ้น....ชายหนุ่มตั้งใจจะพลิกตัวนอนตะแคงเพื่อจะเข้าสู่นิทรารมย์อีกครั้ง... แต่แล้วความรู้สึกหนักอึ้งที่ทาบทับอยู่บนแผ่นอกกว้างก็ทำให้คิ้วเรียวเข้มต้องขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงง....
...ผ้าห่มมันหนักขนาดนี้เลยเหรอ ?....
J ออกแรงพลิกกายเต็มกำลังเหมือนกับจะต่อสู้กับความรู้สึกหนักอึ้งที่แสนอึดอัดที่ทาบทับอยู่บนอก....ทันทีที่พลิกกายมานอนตะแคงได้เสียงร้องเบา ๆ ก็แว่วมาให้ได้ยิน....พร้อม ๆ กับน้ำหนักที่ทาบทับอยู่บนตัวหายไป
“อุ๊บ...!!” Hyde สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีว่าตนเองร่วงหล่นลงมาจากแผ่นอกกว้างนั้น และใบหน้าของ J ที่หันตะแคงมาด้านข้างก็อยู่ใกล้ใบหน้าเขาในระยะประชิดจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นระอุที่เป่ารดผิวแก้ม....ถึงแม้ความมืดจะเริ่มโรยตัวเข้ามาปกคลุมบ้างแล้ว...แต่สายตาที่จ้องมองไปเบื้องหน้าก็รับรู้ได้ว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกำลังจะเปิดขึ้น
...หัวใจเต้นกระชั้นถี่เร็ว...ราวกับเพิ่งได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก....
ชายหนุ่มผมทองเปิดเปลือกตาขึ้นหลังจากที่มีเสียงประหลาดแว่วมาให้ได้ยิน....ดวงตาเรียวรีนิ่งค้างคล้ายอาการของคนเหม่อลอย...เมื่อยังไม่สามารถประมวลภาพได้ชัดเจนว่าตรงหน้าคือสิ่งใด ?
“...จ....J…” ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจที่จะส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายออกไปก่อน...เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบสนอง แต่เสียงที่ได้ยินก็ทำให้ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นมาทันที... J พรวดพราดผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อบางอย่างที่คิดว่าลืมเลือนไปหมดแล้วไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำที่เพิ่งจะลืมเลือนไปได้เพียงครู่เดียว
J เบือนมองไปทางอื่น...เมื่อไม่ต้องการให้ Hyde เห็นสีหน้า ท่าทางและแววตาของเขา...กลัวว่าจะแสดงความปวดร้าวใจให้เห็น...เวลาแห่งการรอคอยดูจะสิ้นสุดลงแล้ว...เหลือเพียงรอฟังคำยืนยันจากปากของร่างเล็กเท่านั้น...
...ว่าความสัมพันธ์นี้ควรจะจบลงในรูปแบบใด ?...
“ J ค่อยยังชั่วแล้วเหรอ ?” Hyde ผุดลุงขึ้นนั่งพลางถามถึงเรื่องอาการป่วย...ฝ่ามือบางเลื่อนเข้าสัมผัสกับต้นแขนของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา...แต่ทันทีที่สัมผัสถูก...ชายหนุ่มกลับดึงต้นแขนให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว.... ร่างเล็กนิ่งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่พยายามไม่ได้รับการตอบสนองแถมยังถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา
“ถ้านายมีเรื่องอะไรที่อยากพูด...ก็รีบพูดมาฉันอยากพักผ่อน” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมหันมามองหน้า...ราวกับอยากจะหลุดพ้นเรื่องราวที่ทำให้วุ่นวายใจอยู่ตรงนี้เสียเต็มประดา
Hyde กัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด...ฝ่ามือบางถูกกำจนแน่น...หากเขาไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างความสัมพันธ์นี้คงจบลงไม่ต่างกับเมื่อครึ่งปีก่อน...ช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวใจที่ทรมานแสนสาหัสจะย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ ?
“น...นายอยากให้ฉันพูดอะไร ?”
“ทำไมต้องถามฉัน...ในเมื่อมันเป็นเรื่องของนาย !!” J เสียงดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ...หากสุดท้ายต้องเจ็บปวดก็ไม่ควรยื้อเวลาให้นานมากไปกว่านี้....อย่าปล่อยให้หัวใจบาดเจ็บจนไม่อาจเยียวยารักษาได้อีกแล้ว
“หัวใจนายต้องการอะไร ? นายยังไม่รู้เหรอ ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาในประโยคสุดท้าย...เมื่อคิดไปว่าหากได้พบกับคนที่เข้าอกเข้าใจคงเป็นสิ่งที่ Hyde ต้องการมากกว่า...J เลิกผ้าห่มที่ปิดทับร่างกายท่อนล่างพร้อมกับทำท่าจะลุกลงจากเตียง...แต่ก่อนจะได้ลุกออกไป...ท่อนแขนกลับถูกกระชากเอาไว้อย่างแรงจนต้องทรุดนั่งลงที่เดิม
“แล้วนายต้องการอะไรล่ะ ?!!....นายรู้ใจตัวเองแล้วเหรอ ?” Hyde เสียงดังขึ้นมาบ้าง... ยิ่งได้เห็นท่าทางของชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดีทั้งๆ ที่บางอย่างเป็นเรื่องที่ J คิดไปเองฝ่ายเดียว
...นิสัยชอบคิดเองเออเองอย่างนี้เมื่อไหร่ถึงจะหายไปสักที...
แรกเริ่มของเหตุการณ์ลักพาตัวก็เพราะ J คิดทุกอย่างเอาเอง....คาดเดาทุกเรื่องไปเองทั้งนั้น....จนเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้นจนได้...และคราวนี้ดูแล้วก็คงไม่ต่างกัน...
“รู้สิ...” คำตอบลอดมาจากริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มเบา ๆ ตามมาด้วยความคิดภายในใจที่ไม่อาจเอ่ยออกไป
‘…รู้ว่ารักนายมากยังไงล่ะ....’
“แต่คราวนี้ฉันอยากรู้ความรู้สึกของนายก่อน...”
‘…เพราะไม่อยากบังคับให้นายต้องอยู่กับฉัน...ไม่อยากขังนายเอาไว้เพียงเพราะเพื่อความสุขของตัวเองอีกแล้ว...’
เสียงพูดราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นไหวในน้ำเสียง...ทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงฝืนต่อสู้กับหัวใจของตัวเองน่าดู...ตอนนี้ J คงหวาดกลัวคำตอบที่จะได้รับจากเขาใจแทบขาด....แต่ชายหนุ่มก็ยังต่อสู้กับความหวาดกลัวเพื่อจะรับฟังมัน
“ความรู้สึกของฉันเหรอ ? เราเผชิญอะไรต่อมิอะไรด้วยกันมามาก...ฉันนึกว่านายเข้าใจมันแล้วซะอีก !!”
“ฉันไม่เข้าใจ !!!...” J ตะคอกเสียงแข็งขึ้นมาจนร่างเล็กสะดุ้ง
“ในเมื่อนายไม่เคยบอกให้ฉันรับรู้ความคิดของนาย...ฉันไม่อยากคิดอะไรไปเองอีกแล้ว... Hyde ...รีบ ๆ ทำให้มันจบสักที...” เสียงแผ่วเบาอย่างเหนื่อยล้าในประโยคสุดท้าย.... พร้อมกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มองเบือนไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนแววตาปวดร้าวไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น
“งั้นก็เข้าใจสักที !!...ฉันรักนาย...ต้องการนายเข้าใจมั้ย ?!!....แล้วทำไมนายต้องทำท่าเหมือนไม่ต้องการฉันแล้วแบบนี้” Hyde ฟุบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม...ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นหลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย...สองมือรัวทุบไปที่แผ่นหลังนั้นเต็มแรงเหมือนต้องการระบายอารมณ์....ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำบิดเสื้อสเวตเตอร์ของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น
คำตอบที่ได้รับเหมือนกับหยดน้ำที่มาหล่อเลี้ยงหัวใจที่เกือบแห้งตายไปแล้ว...ให้กลับมาอีกครั้ง... รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากได้รูปขณะที่ยังปล่อยให้ร่างเล็กสะอึกสะอื้นอยู่กับแผ่นหลังเขาเป็นเวลานาน
...เขาสูญเสียความรู้สึกเชื่อใจต่ออีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?....
เมื่อย้อนมาคิด J แทบอยากฆ่าตัวเอง...ตลอดเวลาที่คบกัน Hyde แสดงออกให้รู้มากมายว่ารักเขามากแค่ไหน...แล้วทำไมเขาถึงไม่เชื่อมั่นในความรักที่อีกฝ่ายมีต่อเขา...
“นี่...” J ส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายเบา ๆ เมื่อเห็นว่า Hyde ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด...แถมยังดึงทึ้งเสื้อสเวตเตอร์ของเขาอย่างแรงแทนการระบายอารมณ์ของตนเอง
“นี่....เดี๋ยวเสื้อฉันก็ขาดพอดี” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างเล็กยังไม่ยอมสนใจต่อเสียงเรียกของเขา
“ก็ให้มันขาดไปเลย !!! นายคงอยากจะได้ตัวใหม่ใจจะขาดแล้วนี่ !!” Hyde ฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...ก่อนจะปล่อยมือจากเสื้อสเวตเตอร์แล้วผละออกห่างมาจากแผ่นหลังกว้างนั้นทันที...น้ำตายังไหลกลบดวงตาคู่สวยจนแดงช้ำ
“นายจะถักให้ฉันรึไง ?” เสียงถามพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า...อารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจแปรเปลี่ยนจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง...เมื่อความเข้าใจกลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง...แต่ท่าทาง Hyde จะอารมณ์เสียไปแล้ว
“ฉันไม่มีปัญญาหรอก !!“ ร่างเล็กตอบกลับเสียงแข็ง...เมื่อตนเองยังไม่หลุดจากอารมณ์ที่ทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ...คำพูดประชดประชันก็เลยหลุดไปอย่างไม่ตั้งใจ
“งั้นเดี๋ยวไปซื้อด้วยกันก็ได้...” J ว่าเสียงอ่อนพลางขยับเข้าไปโอบรอบเอวบางดึงรั้งให้ร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด...ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้คนที่โกรธยังเป็นเขาอยู่เลย...แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาง้องอนให้ Hyde หายโกรธแทน
“ใครจะไปกับนาย ?!!” ร่างเล็กยังย้อนถามอย่างหงุดหงิด...ก่อนจะเริ่มดิ้นขลุกขลักไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ในอ้อมกอดนั้น
“นายไม่อยากไป ?” J แกล้งถามกลับเสียงสูง...พลางทำท่าจะคลายอ้อมกอดเมื่อเห็นว่า Hyde ขัดขืนไม่อยากโดนกอด
“ไป !!” Hyde แทบจะตะโกนยืนยันคำพูดตนเอง...พร้อมกับโผเข้าไปหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นทันที...ยิ่งได้รู้ว่า J กำลังแกล้งยั่วอารมณ์เขา...Hyde จึงแกล้งพาลใส่อีกฝ่ายบ้าง...เสียงสะอึกสะอื้นยังมีแว่วมาให้ได้ยินจากร่างเล็กที่ฟุบหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้าง...เมื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงจนเจ้าตัวเองก็ปรับอารมณ์ไม่ทัน...แต่ความรู้สึกที่เด่นชัดอยู่ตอนนี้ก็คือความรู้สึกโล่งใจ...เมื่อรับรู้ได้ว่าพวกเขากลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง
...ฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังบางขึ้นลงเบา ๆ เพื่อปลอบโยน...จนเสียงสะอึกสะอื้นนั้นจางหายไป...ฝ่ามือนั้นจึงไล้เลื่อนขึ้นไปสัมผัสลูบไล้เส้นผมอย่างแผ่วเบา...ขยับกายเอนร่างพิงกับหัวเตียงโดยมีร่างเล็กบางเอนซบอยู่ในอ้อมกอด...
“ขอโทษนะ...คราวนี้ฉันผิดเองที่ไม่เชื่อใจนาย” J เอ่ยคำขอโทษออกมาจากใจ...เมื่อรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนที่สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายไป....แต่ Hyde กลับส่ายหน้าไปมาช้า ๆ
“ไม่ใช่ความผิดนายคนเดียว...ฉันก็คงทำอะไรให้นายคิดมากแน่ ๆ” ร่างเล็กตอบกลับอย่างเข้าใจสถานการณ์...เพราะเมื่อก่อนที่เขาเคยเข้าใจผิดเรื่องของ J กับ Inoran ก็เพราะชายหนุ่มมักมีพฤติกรรมที่ชวนให้เข้าใจผิดอยู่เรื่อย
...แต่เมื่อลองย้อนมาคิด Hyde ก็ยังคิดไม่ออกว่าตนเองทำอะไรลงไปถึงทำให้ J ไม่มั่นใจในตัวเขา... แต่ก็คร้านที่จะคิดหาสาเหตุในเมื่อตอนนี้พวกเขาเข้าใจกันแล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องไปขุดคุ้ยหาต้นตอของความไม่เข้าใจ...ให้มันกลับมาทำให้วุ่นวายใจอีก
J อมยิ้มให้กับร่างในอ้อมกอดน้อย ๆ พลางโอบกระชับวงแขนมากขึ้น...เมื่อรู้สึกได้ว่า Hyde เติบโตและแข็งแกร่งในเรื่องความรักมากกว่าเขา...ที่มักใช้อารมณ์มาตัดสินปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ไปเอง...
... ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงเมื่อเห็นว่าความมืดเข้ามาปกคลุมทุกอย่างภายในห้องจนมืดสนิทไปหมดแล้ว...ครั้นพอแสงไฟสว่างขึ้นส่องให้เห็น...ใบหน้างามที่มีแต่คราบน้ำตา...และดวงตากลมโตที่แดงช้ำ....J จึงอดไม่ได้ที่มอบจุมพิตให้เบา ๆ ที่หางตาอย่างอ่อนโยน
...ก่อนจะเลื่อนมามอบสัมผัสไปที่ข้างแก้มเนียน จนมาถึงกลีบปากบางนุ่มนิ่มอ่อนหวานแลกเปลี่ยนสัมผัสเร่าร้อนให้กันและกันอย่างดูดดื่ม...เนิ่นนาน...ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกห่างช้า ๆ Hyde รีบฟุบหน้าลงกับซอกคอของชายหนุ่มเมื่อรู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที...
‘...บ้า !! ทำไมต้องอายด้วยนะ....’
Hyde คิดต่อว่าตัวเองในใจ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาจูบกันมานับครั้งไม่ถ้วน...แต่อยู่ดี ๆ กลับรู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...คงเพราะ J สัมผัสเขาอย่างอ่อนโยน...เป็นความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านเข้าไปถึงจิตใจราวกับเป็นคำมั่นสัญญาว่า
...จะดูแลรักษาหัวใจซึ่งกันและกันตลอดไป...
TBC
March 13 Love punish 90- 90 -
~~~ โรมแรม ### ~~~
“เลยเวลานานแล้วนะคะ...” เสียงกระซิบกระซาบที่ดังมาให้ได้ยินยิ่งมีผลให้หญิงสาวสวยในชุดแต่งกายกิโมโนงดงามต้องก้มหน้าต่ำลงอย่างอับอาย... ความรู้สึกภายในเดือดดาลพลุ่งพล่านจนแทบอยากลุกขึ้นมาอาละวาด
... หากที่ทำได้ก็คือก้มหน้านิ่งระบายความรู้สึกราวนั้นด้วยปลายเล็บที่ฝังลงกับผิวเนื้อสองมือที่ประสานกันอยู่บนตัก...
...เสียงคนพูดคุยรอบตัวเหมือนลอยห่างออกไปจนได้ยินเป็นเพียงเสียงที่จับความไม่ได้ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับไม่มีวันจบสิ้นกระทั่งมือแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งจับกระชับที่ต้นแขนบางพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยเสียงพูดอันอ่อนโยน...
“พ่อขอโทษลูก...”
...หยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่ในหน่วยตามาตลอดไหลรินลงมาสองข้างแก้มส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เหมือนจะปฏิเสธคำขอโทษนั้นก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมวิ่งชนเข้ากับพนักงานสาวที่กำลังเลื่อนบานประตูเปิดออกเต็มแรง...
“Arisa!!!”
เสียงตะโกนเรียกที่ปนเปไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหากเจ้าของชื่อดูจะไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้ว... พ้นประตูห้องออกไปได้สองเท้าก็ออกวิ่งไปตามทางหลีกเลี่ยงส่วนที่มีคนพลุกพล่านอย่างคนเคยคุ้นกับสถานที่ไม่มีใครกล้าขวางหรือติดตามได้แต่นิ่งรอฟังคำสั่งจากผู้เป็นนาย...
“ไม่ต้องตาม...”
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>
Ryuichi พาตนเองกลับมาถึงบ้านอีกครั้งหลังจากใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือด้วยการไปแวะ Sugizo และ Shinya เพื่อนร่วมวง การพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูงยังเป็นไปอย่างสนุกสนานเช่นเคยจนแทบลืมเวลา...
“คุณกลับมาพอดี...” เสียงทักทายจากแม่บ้านที่ยืนรออยู่ข้างรถทำให้คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะโดยปกติเวลาเกือบห้าโมงเย็นเช่นนี้อีกฝ่ายมักจะกลับออกไปแล้วแต่นี่พูดเหมือนกำลังรอคอยเขาอยู่...
“มีอะไรรึเปล่าครับ?..”
“ดิฉันรอเอาของนี่ให้คุณน่ะค่ะ” คนพูดล้วงเอาของสิ่งหนึ่งห่ออยู่ในผ้าเนื้อนุ่มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... “คุณผู้หญิงที่มาเมื่อเช้าคงถอดแล้วลืมไว้ตอนเข้าไปล้างมือ...”
....แหวนทองคำขาวเนื้อบริสุทธิ์ดีไซน์เรียบวงเล็กปรากฏต่อสายตาทันทีที่รับมาคลี่ออกดู ชายหนุ่มจับวงแหวนพลิกดูสะดุดตากับตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษภายใน...
“I.A...” Ryuichi พึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเงยขึ้นยิ้มให้กับหญิงวัยกลางคนตรงหน้า...
“ขอบคุณมากครับป้า...”
“ค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันลาเลยนะคะ...”
“ครับ...” Ryuichi ตอบรับพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง... ดวงตาคมมองตามร่างที่เดินคล้อยหลังห่างออกไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองแหวนในมืออีกครั้งเริ่มจะคลับคล้ายคลับคลาขึ้นมาแล้วว่าเคยเห็นสวมติดนิ้วเรียวของหญิงสาวผู้นั้นมาตลอด... ความกังวลเกิดขึ้นทีละน้อยเพราะไม่รู้ว่าแหวนนี่มีความสำคัญกับอีกฝ่ายมากแค่ไหนที่สุดโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าก็ถูกดึงออกมาใช้งาน...
....เสียงสัญญาณดังติดต่อกันอยู่นานจนชายหนุ่มเกือบจะนึกเปลี่ยนใจ... หากชั่ววินาทีที่จะกดปิดสายเสียงสัญญาณว่างก็หายไปบ่งบอกให้รู้ว่ามีผู้กดรับแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องให้ต้องแปลกใจเมื่อปลายสายยังคงเงียบสนิทเจ้าตัวจึงเป็นฝ่ายเริ่มกรอกเสียงลงไปก่อน...
“Aris ผม Ryu นะ...รบกวนคุณรึเปล่าพอดี...”
“R...Ryu-san” น้ำเสียงปนสะอื้นที่ได้ยินแทรกขึ้นมากลืนคำพูดที่กำลังจะออกมาไปจนหมด ใจกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อคิดไปถึงว่าอะไรร้าย ๆ กำลังเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย...
“Aris...คุณเป็นอะไร?...แล้วนั่นอยู่ที่ไหนครับ?...”
“ช่วยพาฉันไปจากที่นี่... Ryu...ช่วย..ฮึก...”
Ryuichi ไม่มีเวลาได้ซักถามอะไรอีก ทันทีที่อีกฝ่ายบอกสถานที่อยู่เวลานี้มาพร้อมกับเสียงสะอื้นอีกครั้งรถคันงามที่เพิ่
งจะเคลื่อนเข้ามาจอดเมื่อครู่ก็กลับโลดแล่นไปบนท้องถนนอีกครั้ง... สภาพการจราจรช่วงเย็นช่างไม่เป็นใจกว่าชายหนุ่มจะพาตัวเองมาถึงสถานที่ที่ได้รับการบอกกล่าวก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง... ...ดวงตาคู่งามเงยขึ้นมองเขาช้า ๆ พร้อมกับหยาดน้ำใส ๆ ที่เริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง...ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเมื่อเขาขยับร่างเข้าไปใกล้...วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบอบบางนั้นเอาไว้... กลิ่นเครื่องหอมแบบสาวญี่ปุ่นโบราณเหมาะสมกับเครื่องแต่งกายงามวิจิตรรวยรินมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากลมหายใจ...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“พอเถอะ Arisa” เสียงเจ้าของบ้านหนุ่มบอกหญิงสาวบอบบางในชุดคลุมอาบน้ำตรงหน้า...พลางคว้าแก้วเหล้าออกห่างจากมือเรียวนั้นด้วยความหนักใจในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย...
... ตั้งแต่พาตัวกลับมาที่บ้านด้วยกันเขาก็พาขึ้นไปส่งถึงห้องนอนของตัวเองก่อนจะลงมาจัดการกับงานที่ทำค้างเอาไว้ต่อกระทั่งได้ยินเสียงแก้วหล่นแตกพอออกมาดูก็พบว่าหญิงสาวที่ตนเองคิดว่าคงนอนหลับสบายไปแล้วแอบลงมาดื่มต่ออีก...
“ม่าย...เอาแก้วคืนมา...” Arisa ออกคำสั่งอย่างขัดใจพลางไล่ไขว่คว้าเพื่อเอาสิ่งที่เธอคิดว่าสามารถทำให้ลืมเรื่องราวต่าง ๆ ได้กลับคืน... เสียงถอนใจออกมาจากชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเมื่อร่างกายที่แทบจะเรียกได้ว่าเปลือยเปล่าของฝ่ายนั้นกำลังเสียดสีเข้ามาหากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างของเขาแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม...
“OK...หมดแก้วนี้แล้วพอตกลงนะ...” แก้วเหล้าในมือถูกส่งคืนให้อย่างไม่มีทางเลือก ฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่กลืนกินน้ำสีอำพันนั้นลงไปราวกับน้ำ... และทันทีที่แก้วตรงหน้าว่างเปล่าลงอีกครั้งมือบางก็ยื่นไปที่ขวดเหล้าที่ชายหนุ่มวางหลบเอาไว้อีกทางอย่างรวดเร็ว...
“Arisa!!” น้ำเสียงเข้มงวดที่ใช้ทำให้คนฟังหยุดชะงักเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ดวงตาคมมองนิ่งเหมือนจะชั่งใจในปฏิกิริยาของอีกฝ่าย...
“ถ้าไม่มีเหล้าคุณก็คงเลิกดื่มได้ใช่มั้ย...” Ryuichi ถามเรียบ ๆ พลางคว้าขวดเหล้าที่เหลืออยู่กว่าครึ่งไป...
“อย่าทิ้งนะคะ... ให้ฉันดื่มเถอะ” Arisa วิงวอนออกมาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะนำไปเททิ้งแต่ Ryuichi รู้ดีว่าหากเขาทำเช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่มีทางยอมเลิกรา...
“ผมก็แค่อยากดื่มบ้างเท่านั้น...คุณคงไม่หวงใช่มั้ย...” แก้วว่างเปล่าตรงหน้าถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วจนล้นปริ่มจนเกือบถึงขอบแก้ว ชายหนุ่มยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดขณะจ้องมองใบหน้าตกตะลึงของอีกฝ่ายไม่วางตา แก้วที่สอง ที่สามตามมาติด ๆ ก่อนเหล้าในขวดจะว่างเปล่าลงสมใจ...ดวงตาคมหรี่ลงมองอีกฝ่ายพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าต้นแขนอีกฝ่ายบังคับให้ขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนด้วยกัน...
.... กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่บ่ายทำให้รู้สึกผะอืดผะอมจนอยากจะอาเจียนเมื่อพาร่างอีกฝ่ายมาจนถึงเตียงนอนได้สำเร็จ...
“นอนซะ...” เสียงช้า ๆ สั่งออกมาไม่ต่างจากคำสั่งจากสมอง...ฝ่ายหญิงสาวเองก็ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน... ความรู้สึกเหมือนพื้นใต้ฝ่าเท้ากำลังโคลงเคลงตลอดทางที่ขึ้นมาสู่ชั้นบนทำให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนไม่อาจทนนั่งอยู่ได้อีก ร่างบอบบางถลันผ่านร่างชายหนุ่มตรงไปยังห้องน้ำปลดปล่อยสิ่งที่หล่อเลี้ยงตัวเองมาตลอดบ่ายออกไปจนหมดไม่เหลือ...
“ไหวมั้ย...” Ryuichi ถามมาจากทางด้านหลังพลางมองดูอีกฝ่ายใช้สายน้ำชโลมใบหน้าเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น...ก่อนจะจัดการยื่นผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่คว้าติดมือมาส่งให้...
Arisa พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วหากร่างกายกลับไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำพูด... โชคดีที่ชายหนุ่มตรงหน้าระวังอยู่แล้วจึงขยับเข้าไปรวบร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนได้ทันก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น...
...ความใกล้ชิดแม้จะเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ หากลมหายใจที่กรุ่นรดใบหน้าและเลือดเนื้อในกายที่สัมผัสได้ก็นำพาให้ทุกสิ่งเกินเลยกว่าจะจะหยุดยั้ง ปลายจมูกไล้ลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มพราวไปด้วยหยดน้ำอย่างเผลอไผลก่อนจะเลื่อนลงมาครอบค
รองกลีบปากอิ่มเย้ายวน... ร่างในอ้อมแขนสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับสัมผัสที่ได้รับ...สองแขนยกขึ้นปัดป้องตัวเองจากแรงรุกเร้าโดยสัญชาติญาณ...หากเพียงไม่นานมือคู่เดียวกันนั้นกลับยกขึ้นโอบรัดร่างอีกฝ่ายแนบแน่น ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเบื้องล่างเมื่อไหร่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้หวนคิดถึง...
หากทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นเยียบของสิ่งรองรับเบื้องล่าง กายร้อนผ่าวของใครคนหนึ่งก็ทาบทับตามลงมาพัวพัน รุกไล่ จนแนบสนิทเป็นเนื้อเดียว...ร้อนเหมือนเปลวไฟลามเลียไปทั่วผิวกาย...ไฟที่ไม่อาจหยุดยั้งจนกว่ามันจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนมอดไหม้...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
….Hyde เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนมาหยุดยืนที่หน้าบ้านพัก...ลมหายใจหอบที่ถูกระบายออกจากปากกลายเป็นไอสีขาวเย็นยะเยือก ร่างเล็กกำมือที่ชาด้วยความหนาวขึ้นป้องริมฝีปากขณะพ่นลมหายใจ...Ha…Ha…ใส่มือ....
ความหนาวค่อย ๆ รุมเร้าขึ้นทีละน้อย ใบหูที่แข็งทื่อเจ็บปวดราวถูกเข็มทิ่มแทงเมื่อต้องลมหนาวที่พัดกระโชก Hyde รีบเปิดประตูเพื่อหลบให้พ้นจากสายลมเย็น
...ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในบ้านพัก...ทุกอย่างยังคงสงัดเงียบ... เตาผิงที่มอดไหม้หมดไฟไม่ได้ถูกจุดขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่เมื่อคืนทิ้งไว้แต่เพียงเศษเถ้าสีซีดจางแลดูหมองมัว...หากมองเผิน ๆ คงรู้สึกว่าภายในบ้านไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง...ร่างเล็กรีบหันกลับไปมองบานประตูที่เขาเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อครู่...พลางย้อนคิดทบทวน
‘…ตอนไปเขาปิดประตูเอาไว้ด้วยเหรอ ?....’
…ความรู้สึกคลางแคลงใจเกิดขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าคนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเผชิญหน้ากับเขาเมื่อครู่...ออกมาจากห้องหลังจากที่เขาออกไป...Hyde เดินตรงเข้าไปสำรวจตรงส่วนพื้นที่ทำครัว....ถาดอาหารที่พนักงานยกมาก่อนหน้าที่ J จะกลับมายังไม่ได้ถูกแตะต้อง...
แต่บนเคาท์เตอร์เครื่องดื่มกลับปรากฏแก้วน้ำแก้วหนึ่งวางอยู่...ปริมาณน้ำเหลือเพียงค่อนแก้ว...ครั้นพอเอื้อมมือไปแตะ...แก้วและน้ำยังอุ่นอยู่เล็กน้อย...และนั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเมื่อครู่ J ได้ออกมาจากห้อง...
...แล้วตอนนี้ J ไปไหน ?....
...Hyde ว้าวุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อความคิดในทางร้ายก่อตัวขึ้นมาภายในจิตใจ....J หนีกลับไปแล้วโดยทิ้งเขาเอาไว้...ไม่ยอมแม้แต่จะรอฟังคำขอโทษหรือจะปรับความเข้าใจกันใหม่...
...หรือว่าเขาจะกลับมาหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นไม่ทันแล้ว...
ตึงง !!
... ร่างเล็กผลุนผันวิ่งออกมาจากส่วนพื้นที่ทำครัวโดยไม่ได้ระวังว่าจะสะดุดเข้ากับถังขยะที่วางอยู่ที่พื้น...ถังขยะใบกะทัดรัดล้มกลิ้งกระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า... ถึงแม้จะรู้สึกรุ่มร้อนใจแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กระจัดกระจายออกมาจากภายในถังขยะ...
...ซองยาและแผงยาที่ถูกกินไปจนหมดแล้ว...
...Hyde ทรุดกายลงนั่งกับพื้นห้องช้า ๆ หยิบเอาซองยาที่กระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมาพิจารณา...ทุกอย่างล้วนเป็นยาลดไข้...คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันเมื่อไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร...แต่ไม่นานก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นี่มีเพียงแค่เขากับ J เท่านั้นที่อยู่ด้วยกัน...ในเมื่อเขาไม่ได้ป่วย ถ้าอย่างนั้นคนที่ไม่สบายก็คงเป็นคนที่อยู่ในห้อง....
...เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?...
ร่างเล็กคิดทบทวนถึงช่วงวันและคืนที่ผ่านมา... ความรู้สึกอุ่นร้อนที่ได้รับถ่ายทอดมาจากร่างกายอีกฝ่ายที่เขาคิดว่าเป็นอุณหภูมิร่างกายปกติ...
แต่ถ้าคิดในทางกลับกันอากาศที่นี่หนาวมากกว่าโตเกียวหลายเท่า...อากาศที่เย็นเยียบขนาดนี้ร่างกายที่อุ่นจนร้อนขนาดนั้นก็คงไม่ปกติแล้ว....ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนที่อีกฝ่ายนั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจา...แล้วยังท่าทางหงุดหงิดแบบไม่มีเหตุผล...รวมถึงอาการที่ดูไม่ค่อยดีก่อนที่เขาจะตัดสินใจไปกับ Kiyoharu
...ทำไม ? เขาถึงไม่สังเกตให้เร็วกว่านี้...
ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนไม่สบายอยู่เพียงลำพังทั้งคืนโดยที่ไม่ได้อยู่ดูแล...แถมตอนเช้า J ยังต้องออกไปตามหาเขาที่ไม่ได้กลับมาทั้งคืน...ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทันทีที่ J เห็นหน้าเขาถึงได้ฉุนเฉียวใส่ขนาดนั้น.... ทั้งไม่สบายใจไม่สบายกายแถมยังต้องไปรับฟังเรื่องราวที่ทำให้ตนเองทั้งว้าวุ่นกังวลใจ...ไม่แปลกที่ J จะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา...
...ร่างเล็กเงยหน้ามองไปที่บานประตูห้องนอนอย่างรวดเร็ว...ความรู้สึกเสียใจและหวาดหวั่นรุมเร้าขึ้นมาทีละน้อย...หากเปิดประตูไปแล้วพบเจอแต่ความว่างเปล่า...
...มันคือสัญญาณแห่งการสิ้นสุดของความรักครั้งนี้แล้วใช่มั้ย ?...
...Hyde ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้บานประตูช้า ๆ ถ้าประตูยังคงล็อคอยู่เหมือนก่อนที่เขาจะออกไป...ก็แสดงว่า J ยังอยู่...แต่ถ้าไม่...เขาจะทำยังไง ? ...
ฝ่ามือบางที่กำลังจะเอื้อมแตะลูกบิดประตูสั่นระริกด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองเลยก็ปาน....ร่างเล็กหลับตาแน่นก่อนจะออกแรงบิดลูกบิดช้า ๆ
...แกร๊ก....
เสียงลูกบิดเคลื่อนไหวแผ่วเบาบานประตูหลุดออกจากสลักง่ายดาย...แต่หัวใจกลับวูบไหวยิ่งกว่าเมื่อมันคือลางร้ายของจุดจบระหว่างเขากับ J ไม่กล้าแม้แต่จะผลุนผันเปิดเข้าไปดู...เพราะกลัวว่าลางร้ายจะเป็นจริง
…Hyde ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวนั้นอีกครั้ง....เมื่อยังเชื่อในคำสัญญาที่อีกฝ่ายเคยให้ไว้...
...จะไม่ทอดทิ้งเขาไปไหน...โดยไม่บอกกล่าว...
บานประตูเปิดออกกว้างตามแรงผลัก...ทุกเสี้ยววินาทีที่มันค่อย ๆ แง้มออกกว้างขึ้นหัวใจก็เต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะกระดอนออกมาข้างนอก... แล้วในที่สุดสิ่งปรากฏสู่สายตาคือภาพภายในห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้เงาร่างของคนที่อยากพบมากที่สุด....
หัวใจกระตุกวูบชาค้างไปทันที...Hyde ยกมือขึ้นมาเกาะกุมอกเสื้อด้านซ้ายเอาไว้แน่น...หัวใจเจ็บแปลบราวกับโดนมีดเฉือน... ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดเมื่อสิ่งที่ช่วยสูบฉีดให้พละกำลังกับร่างกายโดนทำร้ายจนไม่อาจจะเยียวยารักษาได้อีกต่อไปแล้ว...
...เขามาไม่ทันจริง ๆ เหรอ ?....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 89- 89 -
เปลือกตาบางกระพริบขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะเปิดออกกว้างในที่สุด... ความรู้สึกที่เหมือนถูกสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ทำให้เจ้าของร่างเริ่มต้นขยับตัวเพื่อจะหันไปมองแล้วก็พบว่าคนมองก็คือเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดอยู่รอบกายนั่นเอง... “นอนต่ออีกหน่อยก็ได้...ยังเช้าอยู่เลย...” เสียงที่ได้ยินบอกให้รู้ว่าคนพูดกำลังยิ้มกว้างอยู่แน่ ๆ... “คนมานอนจ้องหน้าใครจะหลับลง...” “ก็ตอนหลับยังน่ารักเลยนี่...” ...ผัวะ!!... “ยังไม่เลิก...” Ino บอกเสียงเย็น... ร้อนวูบที่ผิวแก้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนในขณะที่คนโดนซัดไปหยก “ก็น่ารักจริง ๆ จะให้โกหกว่าไม่น่ารักได้ไงล่ะ...” Ken โอบร่างที่ขืนตัวออกห่างมาแนบอกอีกครั้งพลางลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน...รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางช้า ๆ ก่อนจะหลับตาซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> Ryuichi มองภาพหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง... เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนแลเห็นเป็นประกายสวยงามภายใต้แสงแดดอบอุ่นยามเช้า... เสียงสุนัขเห่าเบา ๆ สลับไปกับเสียงหัวเราะจากทั้งเจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือน... สองฝ่ายยืนอยู่ทิ้งระยะห่างอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจีล่อนเครื่องเล่นพลาสติกในมือไปมาให้เจ้าตูบสี่ขาทั้งสามตัววิ่งไล่ส่งเสียงเห่ากันอย่างสนุกสนานจนแทบจะลืมเวลา... “Aris พักก่อนดีกว่า จะได้กินอาหารเช้าด้วย” Ryuichi เอ่ยชวนขึ้นเมื่อเห็นผิวแก้มแดงเรื่อเพราะไอแดดของอีกฝ่าย อากาศยังคงแห้งอยู่มาก... แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดให้ความอบอุ่นแต่เวลาออกแรงก็ทำให้หายใจลำบากและเหนื่อยง่าย Arisa พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพลางเดินไปทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ร่มสนามคันใหญ่โดยมีเจ้าตัวยุ่งวิ่งตามเป็นพรวน... “เมื่อคืนนอนดึก ตื่นแต่เช้าแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ...” Ryuichi ถามด้วยความห่วงใยเพราะเมื่อคืนกว่าจะพากันออกจากร้านแยกย้ายกันไปก็ล่วงเข้าวันใหม่แล้ว...พลางจัดการรินน้ำชาอุ่น ๆ ที่แม่บ้านนำมาวางเตรียมไว้ให้เมื่อครู่ยื่นส่งให้... “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่จริงก็ชอบตื่นเช้า ๆ ยิ่งถ้ามีที่ให้ไปล่ะก็” เสียงตอบกลับมาก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นหมุนเบา ๆ พลางมองไปที่ชายหนุ่มยิ้ม ๆ คนถูกมองทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนไปเที่ยวเคยสอ “ยังมีที่เที่ยวอีกตั้งเยอะที่น่าสนใจ...” เสียงเปรยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายช่างจำ...และสนใจที่จะดูสถานที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เก่า ๆ “อืม...เดี๋ยวกินอาหารเข้าแล้วไปลุยกันอีกวันก็ได้นะ ผมว่าง ๆ อยู่ไม่ได้ไปไหน...” Ryuichi เสนอตัวขึ้นอย่างจริงใจในขณะที่ฝ่ายนั้นตาเป็นประกายขึ้นมาราวกับได้ของขวัญถูกใจ... “จริงเหรอคะ...” เสียงขาดไปเหมือนเจ้าตัวเพิ่งนึกอะไรได้... “เอ่อ...แต่คงออกนอกเมืองไม่ได้...ตอนบ่ายมีธุระน่ะค่ะ...” “OK...ตกลงตามนี้...งั้นเริ่มกันที่.... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> “Ino...ดูนี่สิ..” Ken ส่งเสียงเรียกร่างบางที่นั่งจดจ่ออยู่กับรายการโปรดหลังเสร็จจากมื้ออาหาร... Inoran เหลียวไปมองด้วยความประหลาดใจ...ฝ่ายนั้นจึงรีบขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าในมือ... “ผู้หญิงคนนี้...ใช่ที่ไปกับ Ryu เมื่อคืนรึเปล่า? Aris น่ะ...” ชื่อที่ออกมาจากปากดึงความทรงจำเมื่อคืนให้ย้อนกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวลูกครึ่งยิ้มง่าย ร่าเริงคนนั้น... คล้ายกันราวกับเป็นคนเดียวกับบุคคลในหน้าธุรกิจของหนังสือพิมพ์... “ภาพไม่ชัดเท่าไหร่...แต่คล้าย...” Inoran ตอบกลาง ๆ พลางไล่สายตาไปตามตัวหนังสือใต้ภาพ เพราะจากที่เห็นบุคคลที่เป็นข่าวตัวจริงน่าจะเป็นชายวัยห้าสิบเศษที่อยู่กึ่งกลางภาพมากกว่า... ....Imonoyama Kouro... ประธานบริษัทนำเข้ารถยนต์รายใหญ่.... สองคนเงยหน้าขึ้นสบตากันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ต่างจากคำถามที่ผุดขึ้นในใจของคนทั้งคู่... ...ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร??... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>> ~~~ บ้าน Ogawa ~~~ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากกรงไม้เล็ก ๆ สร้างความสุขให้เจ้าของบ้านสูงวัยได้เป็นอย่างดีระหว่างรอคอยเวลาอาหารเช้าที่ผู้เป็นภรรยากำลังจัดเตรียม... กลิ่นหอมของอาหารลอยลมมาให้ได้กลิ่นเรียกรอยยิ้มออกเพราะรู้ดีว่าอีกไม่ถึงอึดใจจะต้ “ทานข้าวได้แล้วค่ะคุณ...” เสียงบอกอ่อนโยนพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งช้า ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำพอได้ยินถึงลูกชายคนเดียวทันทีที่ผู้เป็นสามีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ กัน... “ไม่รู้ไปเดินเที่ยวถึงไหนป่านนี้ยังไม่กลับเข้ามา...” “หืม...ตื่นแล้วรึ ไม่เห็นแต่เช้านึกว่ายังนอนหลับอยู่...” “ตื่นนานแล้วค่ะ...จะขอออกไปเดินเล่นแต่เช้าเคี่ยวเข็ญอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมกินข้าวจนหมด แล้วดูสิสายป่านนี้ก็ยังไม่กลับ นาน ๆ จะกลับมาบ้านสักทีก็ไม่อยู่ให้เห็นหน้าเห็นตา” จบคำพูดเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังออกมาจากผู้เป็นสามีเหมือนจะปลอบใจทั้งตัวเองและภรรยาไปด้วยในตัว...เสียงพูดคุยกันเบา ๆ พร้อมกับเริ่มมื้ออาหารไปได้ไม่กี่คำ เจ้าของหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ก็เดินผ่านประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มและถุงข้าวของพะรุงพะรังในมือ... “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่...” “มาพอดี...” ผู้เป็นพ่อทักสั้น ๆ ส่งยิ้มนิด ๆ ให้พลางพยักพเยิดให้ลูกรู้ว่าควรจัดการอะไรสักอย่างกับผู้หญิงคนเดียวในบ้านที่กำลังทำท่าไม่สนใจว่าใครจะมาใครจะไปอยู่ตอนนี้...ลูกชายก็ส่งยิ้มกลับคืนไปให้อย่างรู้กัน... “แม่คร๊าบ...ผมซื้อทาโกะยากิร้านประจำมาให้แม่ด้วย... ไปรอตั้งแต่เขายังไม่เปิดร้านแน่ะ...” Tetsu ลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างยื่นหน้าเข้าไปส่งยิ้มจนใบหน้าที่ทำเป็นไม่ใส่ใจอยู่เมื่อครู่ยอมคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งจนได้... “ทำไมตื่นเช้านักล่ะ เมื่อคืนพ่อเห็นตีสามยังเปิดไฟในห้องอยู่เลย...” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้... “อ่อ...พอดีคนโทรมาคุยเรื่องงานนิดหน่อยครับแล้วก็ง่วง ๆ เลยลืมปิดไฟ...” Tetsu บอกโดยไม่ยอมสบตา... จะบอกได้ยังไงว่าเหตุผลที่ทำให้เขานอนกระสับกระส่ายหลับไม่ลงจนรุ่งสางเพราะรอโทรศัพท์จากใครคนหนึ่ง... “งานมีปัญหาเหรอลูก...” เสียงถามจากผู้เป็นแม่ดึงความคิดที่ล่องลอยให้กลับมาอีกครั้ง... Tetsu ยิ้มให้ท่านทั้งสองอีกครั้งก่อนจะบอกให้หายกังวล... “ไม่มีอะไรหรอกครับ...ก็ยุ่ง ๆ กันนิดหน่อย...” Tetsu พยายามฝืนยิ้มพร้อมทำท่าว่าไม่มีอะไร หากนั่นยิ่งทำให้ทั้งพ่อและแม่มองสบตากันอย่างเป็นกังวล... “ถ้ามีเรื่องด่วนก็กลับไปเถอะลูก...” จบคำพูดที่ได้ยินดวงตาคู่งามก็เบิกกว้างขึ้นมองคนพูดอย่างตกตะลึงยังไม่ทันจะถามย้ำให้แน่ใจเสียงจากผู้เป็นแม่ก็ดังเสริมขึ้นมาอีก... “เป็นกังวลมากก็กลับเถอะลูก...เอาไว้มีเวลาค่อยมาอีกก็ได้...ตั๋วรถไฟคงหาได้ง่ายกว่าเดี๋ยวแม่จะขึ้นไปช่วยเก็บของ..” Tetsu มองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมา... รู้ดีว่าท่านทั้งสองต้องฝืนใจแค่ไหนที่จะพูดคำเหล่านั้นออกมาแต่ท่านก็ยอมทำเพราะเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่อย่างกระวนกระวายใจ... “ไม่ได้รีบขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วพรุ่งนี้เช้า..วันนี้จะอยู่กวนพ่อกับแม่ทั้งวัน...อย่าบ่นรำคาญผมซะก่อนก็แล้วกัน...555” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาผสานกันอย่างมีความสุข ภาพของใครคนหนึ่งที่รบกวนจิตใจมาตลอดดูจะลอยห่างออกไปถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นในครอบครัวที่ห่างหายมานาน... ....ก็แค่วันอีกวันเดียว... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Ryuichi กดปุ่มหยุดเสียงเพลงที่เปิดคลอไว้เบา ๆ ในรถเป็นเหตุให้หญิงสาวที่นั่งหลับตาเอนกายอยู่บนเบาะที่นั่งข้างคนขับเปิดเปลือกตาขึ้นมองช้า ๆ... “สงสัยจะมาแล้วครับรถที่มารับ...” เสียงบอกพลางชี้มือไปออกไปนอกเงาร่มไม้... ....รถยุโรปคันยาวแล่นเข้ามาจอด... คนขับชายวัยกลางคนในชุดแต่งกายเรียบร้อยก้าวเท้าลงมาพร้อมกับกวาดตามองไปทั่วบริเวณเหมือนจะหาใครคนหนึ่ง กระทั่งมาสะดุดตาเข้ากับรถสีแดงคันงามที่จอดรออยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ไม่ต้องเสียเวลาให้ม “ใช่ค่ะ...” Arisa ลอบถอนใจยาวออกมาก่อนจะเงยขึ้นส่งยิ้มให้... “วันนี้สนุกมากจริง ๆ ขอบคุณมากนะคะ Ryu-san” “ไม่เป็นไรครับ... คุณก็ทำให้ผมสนุกเหมือนกัน...” Ryuichi ตอบกลับไปตามความรู้สึก... สะดุดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผิวแก้มอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นก่อนจะรีบเอ่ยลาพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถไป... กริยาที่คนขับรถสูงวัยกว่าค้อมตัวให้อย่างนอบน้อมบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นธรรมเนียนปฏิบัติในตระกูลเก่า... ....คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออกช้า ๆ จะแปลกอะไรหากคนสองคนจะคบหากันโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของอีกฝ่าย...เป็นโชคดีเสียอีกที่ความเป็นเพื่อนเริ่มต้นจากจุดนี้... <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> ในมุมลับตาของสวนด้านหลังรีสอร์ทร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu เป็นเวลานาน...ถึงแม้อีกฝ่ายจะอ่อนโยนและมีความเข้าใจในตัวเขามากมายแค่ไหน...แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนไปได้มากกว่าคำว่า “เพื่อน” เพราะ Hyde รู้ใจของตัวเองว่าแท้จริงตนเองมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของใครกันแน่...ร่างเล็กยกสองมือขึ้นดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่างช้า ๆ “Kiyoharu ขอบคุณนะ...“ Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ พลางก้มหน้านิ่ง แต่ชายหนุ่มกลับเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างไม่เข้าใจความหมาย “ฉันดีใจที่มีนายเป็นเพื่อน....มีนายที่คอยเข้าอกเข้าใจ...แต่ว่าคนที่ฉันรักกลับไม่ใช่นาย....” “ทำไม ? Hyde ถ้านายยังรักหมอนั่นก็มีแต่จะต้องเสียใจ....ในเมื่อแค่ความเชื่อใจหมอนั่นยังไม่มีให้นายเลย...ไม่เกี่ยวว่าเพราะฉันโผล่มาแล้วทำให้พวกนายต้องทะเลาะกันหรอก...” Kiyoharu บีบไหล่บางแนบแน่นพร้อมกับบังคับให้ร่างเล็กเงยหน้ามองสบตากับเขา “ถ้าเพียงหมอนั่นมีความเชื่อมั่น...นายคงไม่ต้องเสียน้ำตา...แล้วอย่างนี้พวกนายจะมีอนาคตร่วมกันได้ยังไง...หากต่อไปมีคนอย่างฉันเข้าไปพัวพันกับชีวิตของพวกนายอีก...จุดจบของเรื่องคงไม่ต่างกับวันนี้...ฉันคงทนเห็นนายโดนทำร้ายจิตใจจนเป็นแบบนี้ไม่ได้...ถึงแม้วันนี้นายจะไม่เลือกฉัน...แต่ก็ต้องไม่ใช่หมอนั่น...!!” Kiyoharu อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง...เขาเป็นห่วง Hyde ทั้งในฐานะเพื่อนและคนที่ตัวเองรัก...ไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว “โดนทำร้ายเหรอ ?” Hyde รำพึงออกมาเบา ๆ พลางเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย “ฉันเคยโดนทำร้ายมากกว่านี้อีก...ความสัมพันธ์ของฉันกับ J ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นมาง่าย ๆ เพียงแค่มองสบตาหรือเดินผ่านกันแล้วถูกใจหรอกนะ...เราฝ่าฟันเรื่องเลวร้ายด้วยกันมามาก...และฉันเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนนี้ J ถึงไม่มีความเชื่อมั่น...เพราะ J กำลังกลัว...กลัวที่จะสูญเสียฉันไป....และตอนนี้เขาคงกำลังหวาดกลัวอยู่คนเดียว....แล้วนายจะให้ฉันทอดทิ้งเขา...โดยวิ่งไปหาความสุขกับคนอื่นได้ยังไง!!” Hyde ย้อนถามเสียงแข็งกลับไปพลางสะบัดตัวให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเริ่มคิดได้ว่า... ...เขากำลังมายืนทำอะไรอยู่ที่นี่ เวลานี้เขาควรจะอยู่เคียงข้าง J ไม่ใช่เหรอ ?... ร่างเล็กหันหลังให้กับ Kiyoharu ช้า ๆ เมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาสอบถามเรื่องราวที่เป็นเพียงปลายเหตุของเหตุการณ์เล เหตุการณ์เมื่อคืนที่ J หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือเขาเอาไว้...มันทำให้เขาไม่มั่นใจจนทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง...หากย้อนกลับไปเวลานั้นอีกครั้ง...ไม่ว่า J จะผละมือออกยังไง...เขาก็จะตามไปจับมือนั้นเอาไว้ให้มั่น...จะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด...แล้วเวลานี้เขาจะกลับไปหาอุ้งมือที่อบอุ่นนั้นทันหรือเปล่า ? “Hyde !!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเสียงลั่นเมื่อเห็นว่า Hyde กำลังเดินห่างออกจากเขาไปทุกที...ร่างเล็กหยุดเท้าลงชั่วครู่ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยน...น้ำตาใสปริ่มลงมาอาบแก้มช้า ๆ “ขอโทษนะ Kiyoharu ...ฉันรัก J จริง ๆ ...ฉันไม่กลัวที่จะโดนเขาทำร้าย...แต่กลัวว่าตัวเองต่างหากที่จะทำร้ายตัวเองจนเจ็บปวด...ไม่ใช่แค่นั้นมันยังทำร้ายไปถึงคนที่ฉันรักด้วย...สาเหตุที่ทุกอย่างมันเลวร้ายไม่ใช่เพราะนายแล้วก็ไม่ใช่เพราะ J แต่เป็นเพราะหัวใจฉันเองที่สั่นคลอนไปตามอารมณ์ที่ถูกชักนำ…แล้วตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าที่แห่งความสุขของฉันอยู่ที่ไหน...” Hyde อธิบายพร้อมรอยยิ้มถึงแม้มันจะถูกกลบทับด้วยหยาดน้ำตา...แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่งดงามมองดูแล้วสงบสบายใจเพราะมันอิ่มเอมไปด้วยความสุข....เมื่อหัวใจค้นพบแล้วว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้อยู่เคียงข้างกับคนรัก...ได้ฝ่าฟันทุกอย่างไปพร้อมกัน “ลาก่อน Kiyoharu ฉันไม่เคยรังเกียจที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย...และยังคิดเสมอว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป” ...ร่างเล็กหันหลังให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง...พลางก้าวเดินต่อไปช้า ๆ แต่มั่นคง...ไหล่บางที่ห่อตัวเพราะความหนาวเย็นกลับยืดออกด้วยความรู้สึกภาคภูมิ...เมื่อพบเป้าหมายของหนทางที่จะก้าวเดินต่อไปได้แล้ว... ...Kiyoharu ได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกต่าง ๆ ที่ประดังประเดเข้ามา...แต่หนึ่งในความรู้สึกนั้นคือความยินดีที่ออกมาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ เขาควรยินดีที่เพื่อนเขาได้พบกับความสุขที่ตนเองต้องการ... แถมยังรู้สึกโกรธตัวเองไม่หายที่มีความคิดอยากไปพรากเอาความสุขนั้นมาครอบครองโดยปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้ว่า Hyde จะมีความสุขจริง ๆ หรือไม่ ? หากมาอยู่เคียงข้างเขา...เวลานี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ Hyde อย่าไปสายเกินไป... ...จนความสุขนั้นจางหายไปหมดแล้ว... คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ต้องกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถตะโกนให้กำลังใจเพื่อนรักของเขาได้...เมื่อภาพของร่างเล็กเดินห่างออกไปจนพ้นสายตา... ...ขอให้นายมีความสุข Hyde …. <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 88- 88 -
Ken ตรงไปยังห้องนอนที่อีกฝ่ายหายเข้าไปเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อน...ลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือสัมผัสกับลูกบิด มันไม่ได้ล็อค..นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกตัวว่ากระทำเรื่องที่น่าอายต่ออีกฝ่ายมากขั้นทุกที ใช้อารมณ์...ทั้งที่เรื่องราวทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของ Inoran สักนิด... ...สายน้ำอุ่น ๆ พัดพาฟองครีมขาวสะอาดออกจากเส้นผมสีน้ำตาลลงสู่พื้นเบื้องล่างจนเส้นผมเปียกลู่ไปกับศีรษะ... ถ้อยคำทะเลาะทุ่มเถียงยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่ได้สนใจต่อเสียงความเคลื่อนไหวที่ใกล้เข้ามา... กระทั่งร่างกายถูกสวมกอดเอาไว้ทั้งตัวจากด้านหลังร่างบอบบางเปลือยเปล่าจึงสะดุ้งนิดๆ หันขวับกลับไปมอง...
“ทำอะไร...เปียกหมดแล้ว...” เสียงบอกตามออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดที่กลับมาจากข้างนอกแล้วเวลานี้ก็เปียกไปแทบจะทั้งตัวเพราะสายน้ำ...มือบางเอื้อมออกหมายจะปิดน้ำให้ก็ถูกอีกฝ่ายคว้ามือห้ามเอาไว้...
“ช่างมันเถอะ...” ใบหน้าคนพูดซบลงกับไหล่เปลือยเปล่า...เส้นผมหยักศกเริ่มเปียกปอนลู่ไปกับสายน้ำขณะอ้อมแขนกอดรัดร่างบางแน่นขึ้น...
“ฉันไม่อยากพูดคำนี้บ่อย ๆ เลย...เพราะมันหมายถึงฉันทำผิดต่อนายอีกแล้ว...ขอโทษนะ Ino”
Inoran หลับตาลงช้า ๆ เพื่อซึมซับคำพูดนั้นลงไป...สายน้ำอุ่นที่เหมือนจะสาดซัดจนบาดเนื้อเมื่อก่อนหน้ากลับกลายอบอุ่นอ่อนโยน...
....คำขอโทษที่ได้มาไม่ใช่เพื่อลบล้างความโกรธขึ้ง...หากเพื่อลบเลือนความเสียใจ...ถ้อยคำรุนแรงที่ออกจากปากไม่ได้ล่วงหล่นรายเรี่ยตามทาง...หากมันจะเข้าไปทำความเจ็บปวดในใจของใครคนหนึ่งเสมอ...
“ช่างเถอะ...” คำพูดเหมือนกันกับที่อีกฝ่ายใช้เมื่อครู่...มือบางยกขึ้นปาดสายน้ำออกไปจากใบหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา...
“ฉันก็ต้องขอโทษเหมือนกัน...แต่ฉันอยากให้นายเชื่อ ไม่ว่า J หรือ Ryu... จะไม่มีวันตั้งใจทำร้ายคนที่พวกเขารักแน่...”
“พอเถอะ Ino” Ken คลายอ้อมแขนพลิกร่างบางให้หันกลับมา... “ฉันเข้าใจแล้ว...ฉันเชื่อคำพูดนาย แล้วฉันเองก็จะทำให้ได้เหมือนกัน...จะไม่ทำให้นายเสียใจ” ดวงตาเรียวรีมองสบดวงตาคู่งามตรงหน้านิ่ง..หยาดน้ำเกาะพราวที่ใบหน้าไม่เว้นแม้แต่ที่เรียวปากบาง...สวยงามราวกับภาพวาด...ริมฝีปากได้รูปแนบจูบลงไปบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน...กลิ่นครีมอาบน้ำหอมกรุ่น สัมผัสนุ่มลื่นบนผิวแก้มก่อนรั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอดกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู...
“Ino...อย่าบอกว่าเราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก...ฉันจะไม่มีวันยอมให้ระหว่างเราเป็นแบบนั้น...” Ken คลายอ้อมแขนออกอีกครั้ง...สองมือเลื่อนขึ้นประคองใบหน้างามที่ขยับขึ้นลงรับคำพูดของตนเอาไว้อย่างอ่อนโยน...ริมฝีปากอุ่นแนบจูบลงไปช้า ๆ ร่างบางปิดเปลือกตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ... ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปทั่วผิวกายเปียกลื่นในขณะที่ปลายลิ้นก็ยังคงวนเวียนดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากอิ่มอย่างไม่รู้เบื่อ..เสียงครางเบา ๆ ในลำคอพร้อม ๆ กับอุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนไม่ต่างจากสายน้ำที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...
“อ่ะ...Ken...จะทำในนี้เหรอ...” เสียงลมหายใจติดขัดออกเมื่อร่างกายถูกซุกไซ้เบียดชิดกับผนังกระเบื้องเคลือบ...ไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่ายหากริมฝีปากอุ่นที่เริ่มขบเบา ๆ ไปทั่วแผ่นอกเรื่อยลงไปไล้วนอยู่ที่หน้าท้องแบนราบก็เป็นคำตอบได้อย่างดีอยู่แล้ว... ร่างบางหอบหายใจถี่กระชั้นรัวเร็วยิ่งขึ้นเมื่อส่วนอ่อนไหวกำลังถูกมอบสัมผัสหยอกเย้าและเร่งเร้าสลับกันไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่...
“อื้อ..อ...K...Ken...อ๊า...” ร่างบางกรีดร้องปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาพร้อมกับหอบหายใจจนแผ่นอกสะท้อนขึ้นลง
... ชายหนุ่มกลืนกินสิ่งที่ตามมาลงไปก่อนจะเลื่อนกายขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้นอีกครั้ง...ผิวแก้มแดงระเรื่อ ซบลงบนบ่าของชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่ฝ่ายนั้นถอนริมฝีปากออก...ลำแขนแกร่งสอดประคองร่างนั้นไว้คลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“Ino...น่ารักจัง...” คำชมที่มาจากความรู้สึกภายในกลับไปกระทบความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ในใจจนเสี
ยงเรียบ ๆ เอ่ยขัดขึ้นมาทันที... “น่ารักเหรอ...น่ารักยังไงฉันก็เป็นผู้ชายนะ...ถ้านายลืมฉันจะช่วยเตือนความจำให้...”
Ken เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดที่ได้ยิน...อึ้งไปอีกครู่จึงเริ่มจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำอยู่แน่ ๆ...
“เอ่อ...Ino...คือว่า...”
“เงียบ...แล้วอยู่เฉย ๆ...” คนพูดยกแขนขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะไล้มือลงไปเบา ๆ บนใบหน้าลากผ่านลำคอลงไปที่เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มโชกพร้อมกับเริ่มต้นปลดกระดุมออก...เจ้าของร่างรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มนิด ๆ เอาไว้เมื่อพอ
จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะพิสูจน์ด้วยวิธีไหน...
Inoran เงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งขณะดึงเสื้อให้พ้นออกไปจากไหล่กว้าง ก่อนจะขยับร่างเข้าไปใกล้ ลำแขนแกร่งรีบยกขึ้นโอบเอวบางไว้หลวม ๆ เมื่อฝ่ายนั้นเริ่มต้นจูบแผ่ว ๆ ที่ริมฝีปากเรื่อยลงมาถึงปลายคาง...ใบหน้าคมเงยเปิดทางให้เมื่อริมฝีปากบางสวยลากผ่านลำคอไปจนถึงแผ่นอก...มือบางแตะอยู่ที่เอวหนาสั่นนิด ๆ จนเจ้าของร่างรู้สึกหากทำเป็นไม่รับรู้...ก่อนจะจับมือบางนั้นเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงยีนส์สีเข้ม...
Ken อมยิ้มมองร่างบางที่เริ่มทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าพร้อมกับมือบางที่เริ่มขยับปลดกระดุมกางเกงออกอย่างเชื่องช้า...ทุกสัมผัสเหมือนจะท้าทายและหลีกหนีไปพร้อมกัน...ปลายลิ้นสัมผัสแผ่วเบาที่ส่วนปลายก่อนริมฝีปากจะเข้าครอบครอง... กางเกงเลื่อนลงมาอยู่ที่สะโพกขณะมือแกร่งเริ่มแทรกเข้าไปในเรือนผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความร้อนรุ่มในกาย...
“พอเถอะ Ino” มือแกร่งจับกระชับต้นแขนบางแทบจะกระชากขึ้นมาตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า...แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดกับผนังเรียบลื่นอีกครั้ง... ใบหน้าแดงเรื่อก้มต่ำไม่ยอมสบตายิ่งเป็นสีเข้มขึ้นอีกเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่า
ที่ข้างหู... “ฉันอยากเข้าไปในตัวนายมากกว่า...” ร่างกระตุกเฮือกหลุดเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อท่อนขาแข็งแกร่งภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนาแทรกสอดเข้ามารุกเร้าส่วนอ่อนไหวอย่างจงใจ...ริมฝีปากได้รูปประทับจูบหนักหน่วงร้อนแรงเรื่อยลงมาซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวสะอาด...ก่อนจะสอดแขนรั้งขาเรียวบางให้เปิดทาง...มือแกร่งละจากส่วนนั้นเข้าหาช่องทางอ่อนนุ่มอย่างไม่รอช้า...
“อ่ะ...” ร่างบางสะดุ้งผวาเข้ากอดชายหนุ่มแนบแน่นเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มแทรกกายเข้ามาแทนที่นิ้วมือเรียกเสียงครางออกมาในทุกจังหวะการแทรกกายที่เร่าร้อนรุนแรง...เปลือกตาบางข่มแน่นเมื่อความหฤหรรษ์ถาโถมไปทั่วร่าง...
“อื้อ...อะ...อ๊าาา...”
“อ่า...” ใบหน้าคมสะบัดแหงนเงยพร้อมกับหลั่งเข้าไปในกายอีกฝ่ายจนหมด...รู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่หน้าท้อง ร่างในอ้อมแขนซบหน้าลงกับซอกไหล่อีกครั้ง เสียงหอบหายใจดังผสานกันจากทั้งสองร่าง.... มือแกร่งเลื่อนลงกระชับที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกมาอย่างนุ่มนวล... โอบกอดร่างในอ้อมแขนเอาไว้พร้อมกับปลดเปลื้องพันธนาการที่ยังค้างคาอยู่ออกไปก่อนสายน้ำอุ่นจะรดลงชโลมร่างทั้งสองร่างอีกครั้ง...
“ยังไงก็น่ารักอยู่ดี...” เสียงเจ้าเหมียวที่กอดรัดคลอเคลียไม่ห่างดังอยู่ข้างหูทำเอาคนฟังหน้าตึงดันตัวออกห่างทันที...เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะช้อนอุ้มร่างนั้นขึ้นมาในอ้อมแขนพาเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว...
“พิสูจน์หลาย ๆ ครั้งอาจจะยอมเปลี่ยนคำพูดนะ...” แมวเจ้าเล่ห์คายแผนในใจออกมาจนได้ก่อนจะโถมกายลงทาบทับอีกฝ่ายแนบสนิทอีกครั้ง... ร่างข้างใต้ดิ้นรนขัดขืนได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนไปอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
....ขอเพียงซื่อสัตย์ต่อหัวใจเราเอง...มีหรือจะค้นไม่เจอความสุข...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
- ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
ร่างเล็กยืนสะอึกสะอื้นทั้งน้ำตา...ร้องไห้ออกมามากมายยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ...เมื่อก่อนไม่ว่าจะพบเจอเรื่องราวเลวร้ายใด ๆ หลายครั้งที่ชายหนุ่มผมทองทำร้ายร่างกายและจิตใจเขา...ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากมายเท่าครั้งนี้...เพราะคราวนี้เขาทำร้ายอีกฝ่ายให้เจ็บปวด...ตัวเองเลยต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า...เมื่อทุกอย่างที่ร่วมสร้างกันมากำลังพังทลายลง...ด้วยมือของเขาเอง
... เสียงร่ำไห้อย่างปวดร้าวใจดังแว่วไปให้คนที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้านของประตูห้องนอนภายในได้ยินชัดเจน... J หลับตากัดริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดในใจเวลานี้คงไม่ต่างกัน....
...เขาควรทำยังไง ? กับความสัมพันธ์นี้...เมื่อก่อนเขาเคยเอาแต่ใจดื้อดึงบังคับอีกฝ่ายให้อยู่ร่วมกับเขา...ผลสุดท้ายก็มีแต่ความเจ็บปวด...จนต้องตัดสินใจทอดทิ้งหนีหายไป...เพราะคิดว่าเวลาคงช่วยให้เขาได้ลืมเลือน...
...แต่เมื่อเวลาไม่ช่วยให้ลืมเลือน...ความทรงจำต่าง ๆ ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจ...แต่ก็เพราะไม่ยอมลืมเลือน...เลยทำให้โอกาสกลับมาอีกครั้ง...ทั้งๆ ที่คิดว่าหากยังจดจำเรื่องเลวร้ายในอดีตที่สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันมา....คงไม่มีสิ่งใดมาแยกเราจากกันได้...ทั้ง ๆ ที่เชื่อเช่นนั้น...
...แต่แล้วทำไม ?...
J ทรุดกายลงนั่งพิงบานประตูก้มหน้าขบคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ อย่างละเอียด...เขารัก Hyde นี่เป็นเรื่องจริง...แล้วที่ผ่านมาเขาก็รับรู้มาตลอดว่า Hyde เองก็รักเขาเช่นกัน...แล้วเวลานี้ความรักของเขาลดน้อยลงแล้วเหรอ ?...
‘ไม่ !!...‘ เสียงเถียงในใจย้อนกลับมาทันที...เขาไม่ได้รัก Hyde น้อยลง...แล้วทำไมถึงเลิกที่จะเชื่อมั่นในความรักของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย ?....
...ก็เพราะรักมากน่ะสิ !!...
...ยิ่งผ่านไปนานวันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ...ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บปวดมากหากต้องแยกจากกัน...และตัวเขาเองเริ่มไม่แน่ใจว่า Hyde จะยิ่งรักเขามากขึ้นเหมือนกับที่เขารู้สึกหรือว่ามันจะลดน้อยลง....หาก Hyde ได้พบเจอกับคนที่เข้าอกเข้าใจตนเองได้ดีกว่าเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้...
….ปังงง !!!....
“J…!!...เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ !!” เสียงทุบอย่างแรงตามมาด้วยเสียงร้องไห้และโวยวายของร่างเล็กที่อยู่ภายนอก...ยิ่งทำให้ชายหนุ่มปวดแปลบในหัวใจ
...อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกผิด...ที่เฉยเมยต่อนาย...ในเมื่อก่อนหน้านี้นายเป็นฝ่ายเฉยเมยต่อความรู้สึกของฉันก่อน....
“J…!! ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง !!” Hyde แทบจะร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง...ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องราวใดก็ทำให้จิตใจสงบลงไม่ได้แล้ว...เพราะรู้ดีว่าถ้าตนเองไม่ทำอะไรสักอย่าง...เวลาที่ J จะไปจากเขาคงใกล้เข้ามาทุกที
...แต่ไม่ว่าเขาจะโวยวายมากแค่ไหน ? สองมือรัวทุบประตูจนแดงช้ำ...แต่คนที่อยู่ภายในยังคงนิ่งเงียบ...เฉยเมยและเย็นชาราวกับเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้....
“J !!....ได้โปรด....ฮึก.....ฮ....” ร่างเล็กซบหน้าลงกับประตูสะอึกสะอื้นอย่างหนักออกมาอีกหน...เฝ้ารอเวลาให้ J ใจอ่อนยอมออกมาพูดปรับความเข้าใจกับเขา....แต่ไม่ว่าจะรอนานเท่าไหร่....บุคคลภายในยังคงนิ่งเฉย...ไม่แม้สักนิดที่จะส่งเสียงตอบกลับมา...Hyde ปาดเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้มแรง ๆ เมื่อคิดไปถึงคนที่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายนี้เกิดขึ้น
...Kiyoharu !!....
“Kiyoharu พูดอะไรกับนายใช่มั้ย ?” เสียงถามแผ่วเบาที่ลดผ่านบานประตูไป...ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งพิงประตูอยู่อีกฝั่ง...ต้องเงยหน้าขึ้นมาทันที
“J หมอนั่นพูดอะไรกับนายกันแน่ ?!!” Hyde ตะคอกถามกลับไปอีกครั้ง...แต่เมื่อภายในยังคงนิ่งเงียบ..ร่างเล็กจึงต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพราะเมื่อหาคำตอบกับ J ไม่ได้...อีกคนที่จะตอบได้คือ Kiyoharu…
“ถ้านายไม่ตอบฉันจะไปถามหมอนั่นเอง !!”
ทันทีที่ได้ยินคำประกาศชัดเจน...J ต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ....ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งพลางครุ่นคิดตัดสินใจอย่างเอาเป็นเอาตาย...เมื่อหัวใจเริ่มสับสันมากขึ้นทุกที...
...ถ้าปล่อยให้ Hyde ไปคราวนี้...แล้วคำปลอบโยนของ Kiyoharu ทำให้หัวใจของ Hyde เปลี่ยนแปลง....เขาอาจต้องสูญเสียอีกฝ่ายไปตลอดกาล....
...ปึงง !! ....
เสียงวิ่งตึงตังพร้อมกับประตูที่ถูกกระชากออกอย่างแรง...ทำให้ J รับรู้ได้ทันทีว่า...Hyde คงจะไปหา Kiyoharu ตามที่เจ้าตัวประกาศไว้เมื่อครู่
“โธ่เว้ย !!!” J สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อไม่อาจห้ามปรามหัวใจไม่ให้เป็นห่วงอีกฝ่ายได้...
“Hyde !!” ชายหนุ่มผลุนผันเปิดประตูห้องนอนออกมาอย่างรีบร้อน...แต่ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่า...ครั้นพอเหลือบมองไปที่ประตูจึงเห็นว่าประตูยังคงถูกเปิดค้างเอาไว้...คงเพราะ Hyde รีบร้อนออกไป...J ยืนลังเลอย่างใช้ความคิดหากเขาตามไปจะอยู่ในฐานะอะไร ?เมื่อตอนนี้ความรู้สึกของคำว่า “คนรัก” สำหรับเขามันด้วยค่าลงทุกที
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
ด้าน Hyde ที่วิ่งผลุนผันออกมาจากบ้านพักโดยลืมแม้แต่จะหยิบเอาเสื้อโค้ทตัวหนาติดมาด้วย... ร่างเล็กปาดเช็ดน้ำตาออกไปจากใบหน้าขณะที่เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อให้พบเจอกับคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนสนิท...และไม่เคยคิดว่าการที่ได้พบเจอกับเพื่อนโดยบังเอิญจะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับ J เลวร้ายลงไปทันที
“Kiyoharu !!” Hyde ตะโกนเรียกอีกฝ่ายเสียงลั่น...ก่อนจะหอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน...เมื่อเขาวิ่งตามหาอีกฝ่ายไปทั่ว
ทันทีที่เหลือบมาเห็นร่างเล็ก Kiyoharu จึงหันไปสั่งความอะไรบางอย่างกับทีมงาน ก่อนจะปลีกตัวออกมา ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ไง...ฉันนึกว่านายจะอยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนแล้วซะอีกนะวันนี้”
“ก็เพราะนาย !!! เพราะนายคนเดียว !!” Hyde ตะคอกใส่หน้าเพื่อนรักเสียงลั่น...จนทีมงานที่ยืนเตรียมงานอยู่ไกล ๆ ต้องหันมามอง...
“มาทางนี้ก่อนซิ...” Kiyoharu ดึงแขนอีกฝ่ายให้ตามไปในสวนอีกด้านของรีสอร์ทที่ค่อนข้างลับตาคน...เพราะพอจะเดาอะไร ๆ ได้เลา ๆ จากท่าทางและอารมณ์ของอีกฝ่าย...ที่สำคัญดวงตาของ Hyde ยังแดงช้ำเหมือนกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก...ถึงแม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วแต่มันยังคงทิ้งร่องรอย
“ปล่อย !!“ Hyde สะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่อยู่ในสายตาของใครอีกแล้ว
“นายไปพูดอะไร ? กับ J กันแน่ !!...เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ !! ...เมื่อคืนฉันก็บอกนายชัดเจนไปแล้ว...อย่าให้ระหว่างพวกเราไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน !!” Hyde รัวถามพลางตะคอกใส่ Kiyoharu ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“ใจเย็น ๆ Haido....เรื่องที่ฉันคุยกับหมอนั่น...ก็แค่ได้บอกความรู้สึกตัวเองออกไป...”
“แล้วนายจะบอกทำไม ?!! นายไม่รู้หรอกว่า...คำพูดนายกำลังทำร้ายฉัน...นายมีความสุขเหรอที่เห็นฉันเจ็บปวด !!” Hyde ยังคงโวยวายใส่ Kiyoharu อย่างรุนแรง...ความรู้สึกเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ราวกับดำเนินมาถึงขีดสุด...ไม่อาจแม้แต่จะควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้อีกแล้ว
“Hyde !! นี่ฟังก่อนได้มั้ย ? ฉันไม่มีทางมีความสุขที่นายเจ็บปวด....แต่ถ้าแค่คำพูดของฉันมันทำให้หมอนั่น...ทำให้นายเสียใจได้ขนาดนี้ หมอนั่นก็ไม่มีวันทำให้นายมีความสุขเหมือนกัน !!” Kiyoharu เริ่มใช้เสียงดังขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ยอมรับฟังสิ่งใดของร่างเล็ก
“ไม่จริง !! ฉันมีความสุขอยู่ดี ๆ นายก็มาทำลายมัน !! นายไม่เข้าใจ.....นายไม่เข้าใจ!! ฉันรัก J นะ....ฮึก....ฮ...” Hyde โวยวายพลางตรงเข้าไปกระชากเสื้ออีกฝ่ายอย่างหัวเสีย...น้ำตาที่เพิ่งปาดเช็ดไปเมื่อครู่...ไหลออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น...
...ทั้งโวยวาย...ทั้งร้องไห้....ทั้งร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง....เป็นสิ่งที่ Kiyoharu ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็น...
...หมอนั่นทำให้นายเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ...Hyde ?...
Kiyoharu กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ....ยิ่งได้รู้ว่า Hyde รัก J มากแค่ไหน...เขาก็ยิ่งอยากแย่งชิงมา...เพราะไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
“Hyde !!!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเพื่อเรียกสติ... สองแขนก็พยายามรวบเอาร่างเล็กที่กำลังโวยวายใส่เขาไม่ยอมหยุดตอนนี้ให้สงบสติอารมณ์ให้ได้...ชายหนุ่มรวบเอาร่างเล็กมากอดไว้แนบอก...โอบรัดวงแขนแนบแน่นเพื่อให้ Hyde เลิกโวยวาย
“Hyde…ฉันรักนายนะ !! รักมาก่อนหมอนั่นด้วยซ้ำ...ยิ่งเห็นนายบ้าคลั่งเพราะเรื่องของหมอนั่นมากขนาดนี้...ฉันยิ่งทนไม่ได้!! อยู่กับหมอนั่นนายมีแต่จะโดนทำร้าย...เชื่อฉันเถอะฉันจะทำให้นายมีความสุขมากกว่าอยู่กับหมอนั่นแน่ ๆ” Kiyoharu เผยความรู้สึกในใจออกไปอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ Hyde มาอยู่เคียงข้างตน...เขาอยากปกป้องร่างเล็กนี้ด้วยอ้อมกอดของเขา...
...ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเพื่อน Hyde หยุดการดิ้นรน...เลิกร้องตะโกนโวยวาย...ก่อนจะยืนนิ่ง ๆ อยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu ฝ่ามือแกร่งที่ไล้ลูบอยู่บนเส้นผมเพื่อปลอบโยน...ทำให้ Hyde สงบลงได้มาก...ความรักที่อีกฝ่ายมีต่อเขาราวกับจะถ่ายทอดมาสู่หัวใจช้า ๆ
...แต่ภาพร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu กลับอยู่ในสายตาของใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจ...ทุกถ้อยคำที่ต่างฝ่ายต่างพูดออกมา...ชายหนุ่มผมทองล้วนได้ยินมันหมดสิ้น...
….พายุกำลังพัดถล่มหัวใจเขา....
ดวงตาเรียวรีนิ่งค้างราวกับเบื้องหน้ามีแต่ความว่างเปล่า...บางทีเขาอาจไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับรู้...ความรู้สึกของคนทั้งคู่
....ถ้าไม่ได้รับรู้ก็คงจะไม่เจ็บปวด...
...J หันหลังให้กับคนทั้งสอง...พลางก้าวเดินออกไปช้า ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะหันหลังกลับมามองแม้แต่เพียงแว่บเดียว...ก่อนจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น...จนกลายเป็นวิ่งเต็มกำลัง...
...ต้องออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...ไปให้ไกล ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวที่จะทำร้ายจิตใจมากไปกว่านี้...เพราะรู้ดีว่า Hyde คงไม่กลับมาหาเขาอีกแล้ว...
J วิ่งสุดฝีเท้ากลับมาที่บ้านพัก...ก่อนจะหอบเหนื่อยจนตัวโยนเมื่อก้าวเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนโซฟา...ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับการหายใจ...หัวใจเต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะตอกย้ำว่าเวลานี้...เขาไม่อาจสงบใจได้อีกแล้ว...เมื่อลางสังหรณ์แห่งการพังทลายใกล้เข้ามาทุกที...แล้วสิ่งที่เขาทำได้มีแค่รอเวลาให้ Hyde กลับมายืนยันจุดจบของความสัมพันธ์นี้เท่านั้นน่ะเหรอ ?
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
love Punish 87- 87 -
“Ino...ฉันไม่รู้จักจริง ๆ อยู่ ๆ ก็เข้ามาทักเองอ่ะ...” เจ้าของชื่อยังคงเดินดุ่ม ๆ ไม่สนใจต่อเสียงแก้ตัวเป็นพัลวันของชายหนุ่มที่เดินตามมา... ....ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์จะออกมาหาอะไรดื่มเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก... หากทันทีที่ก้าวลงจากรถเจ้าเหมียวตัวดีก็หันไปส่งยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถคันข้าง ๆ...คงไม่กระไรนักหนาถ้าฝ่ายนั้นไม่ได้ร้องเรียกเสียงดังฟังชัดว่า...‘Ken-chan~n’
“Ino...” Ken เพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้าวตามเข้ามาจนถึงภายในร้าน...เสียงเพลงดังกระหึ่มและบรรยากาศสลัว ๆ ของการตกแต่งร้านทำให้ต้องเอื้อมมือไปคว้าแขนคนข้างหน้าเอาไว้เพราะกลัวว่าฝ่ายนั้นจะหนีหายไปก่อนจะพูดกันรู้เรื่อง...
“จะแก้ตัวอีกนานมั้ย...” Inoran หันขวับกลับมาถามเสียงห้วน...คนอ้าปากค้างกลืนคำพูดที่กำลังจะตามออกมาเป็นพรวนลงไป...หากแทนที่จะรู้สึกแย่กลับแอบดีใจเสียอีก...
....อาการอย่างนี้มาน...^^
“ไม่นานจ้า...เข้าใจกันแล้วก็ไปหาที่นั่งกันเถอะ...” สรุปเอาเองอย่างรวดเร็วพร้อมส่งยิ้มหน้าระรื่นไปให้จนอีกฝ่ายต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงง ๆ...ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหลุดยิ้มตามออกมา...หากเดินไปอีกไม่ถึงสองก้าวเสียงเรียกก็ดังมาอีก...
“Ino...”
“ยังไม่เลิกใช่มั้ย...” Inoran หันกลับมาถามเสียงเข้มอีกครั้ง...
“ไม่ใช่ ๆ...จะบอกว่า Ryuichi นั่งอยู่นั่น...ใช่รึเปล่า...” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายบอกก็เห็นเพื่อนตนเองกำลังนั่งร่วมโต๊ะพูดคุยอยู่กับหญิงสาวลูกครึ่งคนหนึ่งด้วยท่าทางสนิทสนม...
“ไม่ต้องหาที่นั่งแล้ว...” Inoran บอกสั้น ๆ ก่อนจะออกเดินนำชายหนุ่มตรงไปที่โต๊ะนั้น... ร่างบางหยุดยืนนิ่งเล็กน้อยจนชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับยิ้มออกมา...
“อ้าว...มาเหมือนกันเหรอ...นั่งด้วยกันสิ...” Ryuichi เอ่ยทักทายเพื่อนและชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาอย่างยินดีพลางหันไปทาง Arisa เพื่อแนะนำให้รู้จักกับผู้ที่มาใหม่...จากนั้นเจ้าเหมียวก็เริ่มต้นชวนคุยตามประสาคนอัธยาศัยดีไปตามเรื่อง...ในขณะที่ Inoran นั่งฟังการสนทนาทุกอย่างด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์อย่างเคย...
“ตกลงได้คำตอบแล้วใช่มั้ย...” เสียงถามเบา ๆ จากเพื่อนข้างตัวเรียกให้ Ryuichi หันไปมองอย่างงง ๆ...
“คำตอบ?...คำตอบอะไร...Ino...”
Inoran เหลียวไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกข้างของตัวเอง...พูดอะไรด้วยสองสามคำก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนสั้น ๆ...
“รอที่เดิม...”
Ryuichi มองตามหลังเพื่อนที่ลุกออกจากโต๊ะไปอย่างพอจะเดาอะไรออกราง ๆ... เสียงพูดคุยต่อไปอีกสองสามคำเพื่อทอดเวลาออกไปอีกเล็กน้อยก่อนแก้วเบียร์สดบนโต๊ะถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว...
“ขอตัวเดี๋ยวนะ...” Ryuichi หันไปบอกกับเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคน...ก่อนจะลุกตาม Inoran ออกไปยังที่ประจำซึ่งรู้กันดี...มุมสุดด้านหนึ่งของบาร์เครื่องดื่ม...
“มาแล้ว...” Ryuichi ทรุดตัวลงนั่งที่ติดกันก่อนจะยกขวดเบียร์ที่ฝ่ายนั้นสั่งรอไว้ขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว...
“ท่าทางอย่างนี้คงรู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันหมายถึงคำตอบอะไร...”
“รู้...แต่...ตอนนี้คำตอบมันอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวแล้วก็ได้...Ino...”
“Tetsu ไปไม่ถึงวันนายก็กลับมาทำตัวแบบเดิมแล้วยังมีอะไรต้องคิดมากอีก Ryu” เสียงติดประชดนิด ๆ หากคนฟังกลับไม่ได้ใส่ใจมากไปกว่าประโยคแรกที่ได้ยิน...
“นายรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่อยู่...” คำถามที่ได้ยินเริ่มทำให้ Inoran เฉลียวใจอะไรบางอย่างจึงเลี่ยงที่จะตอบโดยการย้อนถามกลับไป...
“ถ้าอยู่นายจะออกมารึ”
Ryuichi นิ่งมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ...
“ก็ถูกของนาย...เขาไม่อยู่...ไป Osaka”
“แล้วไง?...”
“ก็ไม่ไง...แค่ทิ้งโน้ตไว้แผ่นเดียว...ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกัน...” เสียงขาดหายไปเล็กน้อยก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้อีกครั้ง...
“บางทีเขาอาจเห็นฉันเป็นแค่...”
“ก่อนจะพูดอะไรออกมา...ถามตัวเองรึยังว่าเคยแสดงอะไรให้เขารู้..ให้เขามั่นใจบ้างรึเปล่าว่าสำหรับนายเขาก็ไม่ได้เป็นแค่...” Inoran หยุดคำพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเพื่อให้เพื่อนทำความเข้าใจเอาเอง... ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปเป็นครู่กว่าเสียงถอนใจจะดังออกมาพร้อมกับมือบางที่วางลงบนไหล่เพื่อนคล้ายจะปลอบใจ...
“ยังไงฉันก็ดีใจที่ได้ยินนายพูดแบบนี้นะ Ryu...เพราะถ้านายรู้สึกอย่างนี้ได้ก็หมายความว่านายจริงจังกับเรื่องนี้อย่างน้อย ๆ ก็มากกว่าครั้งอื่น ๆ...” ค่าเครื่องดื่มถูกวางลงข้างแก้วที่ว่างเปล่าก่อน Inoran จะลุกเดินตรงไปยังทางออกปล่อยให้เพื่อนได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ...
.... เพียงโบกมือขึ้นเล็กน้อยเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่จะช่วยให้ความสับสนว้าวุ่นในใจคลายลงก็ถูกวางลงตรงหน้า...หากยังไม่ทันจะได้ลิ้มรสไหล่กว้างก็ถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือของใครคนหนึ่งอีกครั้ง...
“Ryu...ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ...แล้ว...เห็น Ino มั้ยฉันไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ...” Ken บอกพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยสีหน้าเป็นกังวลจนคนมองอดรู้สึกยินดีกับเพื่อนไม่ได้...
...Inoran โชคดีที่มีคนเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้...
“คงอยู่ที่รถแล้ว...เมื่อกี้เพิ่งจะออกไป...”
“อ้าว...ถ้างั้นฉันกลับล่ะนะ...ฝากลา Aris ด้วย...” ดวงตาคมมองตามชายหนุ่มที่กำลังจะผละจากไปอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจส่งเสียงเรียกไว้...
“เดี๋ยว Ken...เอ่อ...ฉัน..เรื่อง Tetsu...” Ryuichi อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกำลังคิดจะทำอะไร...อยู่ ๆ ก็อยากรู้เรื่องราวของคน ๆ นั้นให้มากที่สุด...แต่อีกใจก็ลังเลเกินกว่าจะเริ่มต้นถามคำถามใดออกไป...อีกอย่างเขาก็ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะรู้เรื่องระหว่างเขากับ Tetsu จาก Inoran หรือยัง...
“ทำไมเหรอ...” Ken รีบหันกลับไปถามอย่างแปลกใจ...ทั้งยังร้อนใจอยากจะรีบตามใครคนหนึ่งออกไปด้วย...
“ไม่...ไม่มีอะไร...นายรีบไปเถอะ...ไว้คราวหน้านัดกันอีกนะ...”
“OK...ส่วนเรื่อง Te-chan ถ้ามีธุระกับเขาก็รออีกสองสามวันนะ...เพิ่งกลับ Osaka ไป...โทรมาโยนระเบิดให้ฉันแต่เข้าเลย...ไปล่ะ...” จบคำพูดชายหนุ่มร่างสูงก็รีบเร่งตรงไปยังทางออกจึงไม่มีโอกาสได้เห็นดวงตาคมที่ฉายแววอ่อนลงเมื่อครู่กลับเป็นประกายวับวาวขึ้นมาอีกครั้ง... เสียงหัวเราะขึ้นจมูกเหมือนกำลังสมเพชต่ออะไรสักอย่างก่อนน้ำสีอำพันสดสวยตรงหน้าจะไหลล่วงผ่านลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว...
....เสียงฝีเท้าดังให้ได้ยินจากไกล ๆ ก่อนจะชะลอลงจนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า...ร่างบางที่ยืนรออยู่จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง...
“ทำไมรีบออกมาล่ะ...มีอะไรรึเปล่า Ino...หรือว่า...ยังไม่หายโกรธ...” เสียงถามเร็วด้วยสีหน้าไม่สบายใจทำให้คนฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธไปมาอย่างรวดเร็ว...ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกนิด ๆ ให้อีกฝ่ายวางใจทั้งที่ตัวเองรู้สึกกังวลจนบอกไม่ถูก...
“เริ่มมึน ๆ น่ะ...กลับกันเถอะ...ไว้วันหลังค่อยมาใหม่”
...เมื่อเจ้าตัวบอกเช่นนั้นชายหนุ่มก็ทำได้แค่ยอมตาม...ทั้งที่รู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่าจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ๆ... และความเงียบที่เกิดขึ้นในรถตอนการเดินทางก็เป็นตัวเร่งให้ความสงสัยของชายหนุ่มเพิ่มเป็นทวีคูณ... เมื่อเสียงชวนคุยไปไม่หยุดกลับได้รับคำตอบกลับมาแทบจะนับคำได้... Inoran เป็นคนเงียบก็จริง...แต่คราวนี้มันผิดไป...
...ที่สุดเมื่อกลับมาถึงห้อง...ชายหนุ่มก็ตัดสินใจพยายามดูอีกครั้ง...
“Ino...นายไม่สบายใจเรื่องอะไรรึเปล่า...บอกฉันได้มั้ย...” Ken ดึงตัวอีกฝ่ายลงนั่งคุยกันด้วยน้ำเสียงจริงจังคาดคั้นกว่าทุกครั้ง...
“ทะเลาะกับ Ryu เหรอ...” เสียงเดาออกมาอีกเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นก็ดูแปลก ๆ ไปเช่นกัน...อยู่ ๆ ก็หายออกไปจากโต๊ะกันแล้วคนตรงหน้าก็รีบกลับมาที่ห้องแบบนี้...
“ไม่มีอะไร Ken...ก็แค่...”
“นายไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ Ino” Ken พูดขัดขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหาคำมาปฏิเสธ...พลางหันหน้าหนีไปอีกทางย้อนคิดไปถึงท่าทางอ้ำอึ้งของ Ryuichi ที่ร้านเมื่อครู่...ก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลก...ทำไมสองคนจะต้องลุกออกไปพูดกันที่อื่นหรือเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องกับเขา...
“Tetsu...” Ken พึมพำออกมาเบา ๆ หันไปมองร่างบางอีกครั้ง...ภายในหัวพยายามอย่างยิ่งที่จะปะติดปะต่อเรื่องราว...หากจนแล้วจนรอดก็เดาไม่ออก...
“Ryu ทำท่าจะถามอะไรเกี่ยวกับ Te-chan มันเรื่องอะไรกัน Ino...”
“ถามเรื่อง Tetsu” คนฟังย้อนถามกลับมาอย่างแปลกใจในสิ่งที่ได้ยินไม่แพ้กัน...
“ใช่...ทำท่าทางเหมือนจะถามอะไร...แต่พอฉันหันไปถามกลับบอกว่าไม่มีอะไร...” Ken มองท่าทางสนใจของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดไปเรื่อย ๆ เริ่มคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว...
“แค่นั้นเหรอ...”
“อืม...ฉันเลยบอกไปถ้ามีธุระก็ให้รอสองสามวัน เพราะ Te-chan ไม่อยู่...เพิ่งโทรมาบอกเมื่อเช้า” ฟังมาถึงตรงนี้ร่างบางก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดไปอีกแล้ว...และท่าทางนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองอยู่ตลอดได้...
“คราวนี้นายคงไม่บอกว่าไม่มีอะไรอีกนะ Ino เพราะฉันจะไม่เชื่อ...”
“Ken...ฉัน...” ร่างบางเอนกายลงกับพนักโซฟาอย่างแรง...จะบอกได้ยังไงก็ในเมื่อตอนนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นดูมันจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม...
.. เวลาเกือบสิบปีที่รู้จักสนิทสนมกันมาทำให้รู้ถึงนิสัยของเพื่อนทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเขาคนนี้กับใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิตต้องจบลงเพียงเพราะอีกฝ่ายละเลยต่อบางสิ่งบางอย่าง..หรือไม่สามารถเติมเต็มความต้องการที่โหยหาได้...
“ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่...แต่...” Inoran ตัดสินใจเริ่มเรื่องพลางหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า... “จำได้มั้ยที่นายชวนฉันไปกินมื้อค่ำที่โรงแรมเมื่อหลายวันก่อน...”
“ได้สิ...ทำไม?..” Ken ถามกลับไปก่อนจะย้อนคิดขึ้นได้ว่า...วันนั้นคนตรงหน้าก็มีอาการผิดปกติคล้าย ๆ แบบนี้เช่นกัน...
“ฉันเห็น Ryu กับ Tetsu ไปที่นั่น...เขาสองคนไม่ใช่แค่เพื่อน...”
“ไม่ใช่เพื่อน....กับ Ryu นี่หมายความว่า...” ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ...
“ใช่...ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ จนโทรไปพูดกับ Ryu เจ้านั่นก็ไม่ได้ปฏิเสธ...”
“ไม่ปฏิเสธ!!...ไม่ปฏิเสธอะไรก็ในเมื่อวันนี้หมอนั่นยังไปเที่ยวกับ...” Ken กระชากเสียงถามอย่างลืมตัว...
“ใจเย็น ๆ...ก่อนสิ Ke...” ร่างบางพยายามจะบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นลง...หากฝ่ายนั้นกลับพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยอมรับฟัง...
“ท่าทางสนิทสนมกันขนาดนั้น...นี่เพื่อนนายต้องการอะไรกันแน่!!...” Ken จ้องตาอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น...นัยน์ตากลมใสเริ่มมองมาด้วยสายตาสงบนิ่ง.. ริมฝีปากบางเหมือนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนเจ้าของร่างจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว...Ino...ทำไมตั้งหลายวันนายถึงไม่บอกฉัน...” มือแกร่งคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ก่อนจะขยับลุกขึ้นยืนตาม...
“ทำไม?...นายก็รู้ว่า Te-chan เป็นเพื่อนฉัน...แล้ว...อีกอย่างนายก็น่าจะรู้นิสัยเพื่อนนายดี...นายเคยบอกเองด้วยซ้ำว่าหมอนั่นเจ้าชู้...แล้วทำไมนายยังปล่อยให้พวกเขา...”
"ก็เพราะฉันรู้น่ะสิว่าเพื่อนฉันมันเป็นยังไง ?!! ฉันก็พยายามจะเตือนให้หมอนั่นเลิกก่อนเรื่องจะบานปลาย...ที่ไม่อยากให้พวกนายได้รับรู้ก็เพราะไม่อยากให้พวกนายเกลียด Ryu!!..." Inoran พยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก...หาก Ryu ยอมเลิกราความรู้สึกตะขิดตะขวงใจคงจะไม่เกิดหากทั้งสองวงต้องพบเจอกัน
"Ino !! ถึงนายอยากจะปกป้องเพื่อนแค่ไหน ? แต่ก็ควรรู้ว่าหมอนั่นกำลังทำร้ายเพื่อนฉันนะ !!"
Inoran ยกแขนข้างที่ถูกรวบไว้ขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องตาอีกฝ่ายแน่วนิ่ง...
“ฉันเข้าใจล่ะ...Tetsu เพื่อนนาย... Ryu เพื่อนฉัน...ที่ผ่านมาฉันคิดว่าสองคนนั้นเป็น ‘เพื่อนเรา’ ซะอีก...ก็ OK นะ...ถ้านายจะแบ่งข้างกันพูดแบบนี้...เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว...” แขนเรียวบางสะบัดออกจากการเกาะกุมก่อนเจ้าของร่างจะเดินลับหายเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวทิ้งให้ชายหนุ่มยืนตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่อย่างนั้น...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ บ้าน Ogawa ~~~
“ยังไม่นอนอีกเหรอลูก...” เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาเรียกให้ชายหนุ่มร่างบางที่นั่งเหม่อมองออกไปยังสวนเล็ก
ๆ นอกระเบียงเหลียวไปมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง... “นั่งตรงนี้แล้วเพลินดีครับ...” Tetsu ตอบพลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือข้างกายหลบไปไว้ทางด้านหลัง...ผู้เป็นแม่ทรุดตัวลงนั่งข้างลูกชาย ไหล่บางห่อเข้าหากันนิด ๆ ด้วยความหนาวเย็น...หากมือทั้งสองข้างกลับขยับดึงผ้าคลุมไหล่ที่ติดตัวมาคลุมให้ลูกขายด้วยความห่วงใย
“ผมไม่หนาวหรอกครับแม่...รวมยูกาตะนี่ก็สามชั้นเข้าไปแล้ว...” เสียงบอกหน้ายิ้มระรื่น...
“คลุมไว้อีกชั้นเถอะ...เดี๋ยวไม่สบายไปจะมาบ่นว่ากลับมาบ้านแล้วป่วย...” มารดาอดประชดยิ้ม ๆ ไม่ได้...ในขณะที่ลูกชายก็ทำหน้าเหรอหราไม่รู้ไม่ชี้...รู้ดีว่าหากพูดต่อไปคงต้องดึงไปเรื่องให้พักอยู่นี่นาน ๆ...
“งั้น...ไปนอนกันดีกว่าครับ...ผมเริ่มง่วงแล้ว...” Tetsu รีบขยับตัวประคองร่างมารดาลุกขึ้นก่อนจะกอดเอวเอาไว้อย่างประจบ... เสียงหัวเราะจากผู้เป็นมารดาเมื่อบุตรชายรุนหลังให้เดินตรงไปยังห้องนอนทั้งที่โดยไม
่ยอมคลายอ้อมแขนออก.. “นอนหลับฝันดีนะครับแม่...”
“จ้า...ลูกก็เหมือนกันนะ...”
Tetsu ส่งยิ้มให้จนตาหยี...รอจนบานประตูตรงหน้าปิดสนิทลงจึงค่อย ๆ เดินย้อนกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางแอบไว้ขึ้นมาดู...เสียงถอนใจเบา ๆ เมื่อสิ่งเดียวที่คิดว่าสามารถเชื่อมต่อกับใครคนหนึ่งได้ยังคงเงียบกริบ...
....และทุกครั้งเขาทำได้เพียงแค่...รอคอย...
... ทางเดินมืดสนิททอดยาวไปยังห้องนอนของตนหากความเคยชินทำให้ร่างบางสามารถเดินไปได้โดยอาศัยเพียงแสงสว่างจากช่อไฟดวงเล็กที่เปิดไว้ตลอดคืนเท่านั้น...เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หัวใจก็เต้นระทึกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อรับรู้ถึงอาการสั่นไหวของโทรศัพท์เล็กจิ๋วในมือ...
“Moshi Moshi”
“นึกว่านายจะปิดเครื่องซะอีก...” รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับความรู้สึกผิดหวังแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ...เป็นครู่กว่าจะกรอกเสียงตอบกลับไป...
“คนกำลังหลับสบาย...โทรมาทำไมป่านนี้ Ken-chan” Tetsu พูดปดออกไปพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเซ็ง ๆ ทันทีที่เข้ามาในห้องส่วนตัว...
“หลับเหรอ...แต่ฉันว่าเสียงตอนแรกน่ะดีใจอย่างกับ...รอให้ใครโทรมา...” Ken ยังไม่กล้าพอเข่นกันที่บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงสิ่งที่เขาได้รู้... Tetsu ส่งเสียงหัวเราะฝืน ๆ กลับไปก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง...
“แล้วตกลงมีเรื่องอะไรรึเปล่า...คงไม่ใช่ทะเลาะกับ Ino นะถึงไม่หลับไม่นอน...” คำพูดเดาเล่น ๆ ของเพื่อนแต่กลับตรงกับความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าทำเอาคนฟังออกอาการเซ็งไปเช่นกัน...
“ปล่าวว...” เสียงบอกปัดทอดยาวเหยียด... “ก็แค่คิดถึง...พักนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลย...นายมีความสุขดีรึเปล่า Te-chan...”
“อะไรของนาย...” Tetsu พึมพำกลับไปงง ๆ...ใจคิดไปถึงว่าเพื่อนคงจะห่วงเรื่องที่เขากลับมาบ้าน...
“ฉันสบายดี...ขอบใจที่เป็นห่วงนะ...ว่าแต่นายเหอะเป็นอะไรรึเปล่าพูดจาแปลก ๆ...”
“ปล่าว...ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็น...”
“แล้วมานั่งอยู่ทำไม...ไปนอนซะสิ...”
“น่า...บ่นเป็นคนแก่ไปได้...”
“อ้าว...ไอ้นี่...ก็หัดทำตัวให้มันดีหน่อยเซ่ ฉันไปนอนล่ะ..แล้วไม่ต้องโทรมากวนแล้วนะ...หาเรื่องเองก็ง้อเองเถอะอ้าปากมาก็เห็นไปถึงไหนแล้ว...ไปปากแมว??อะไรให้เขาโกรธอีกล่ะสิรีบไปง้อไปจะได้รีบนอน...บาย ๆ...”
“เออ...บายก็ได้...” Ken บอกงอน ๆ พลางกดปิดสายลงช้า ๆ ทั้งที่ตั้งใจจะถามให้รู้เรื่องรวมไปถึงเรื่องวันนี้ที่จะบอกให้เพื่อนได้รับรู้...หากพอคิดว่าฝ่ายนั้นจะต้องเสียใจเขาก็พูดอะไรไม่ออก...เสียงถอนใจยาวออกมาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าเมื่อพอจะเข้าใจถึงความลำบากใจที่ Inoran ต้องเผชิญมาคนเดียวในช่วงเวลาสองสามวันที่ผ่านมา
....ยังไงก็เพื่อนเราทั้งนั้น....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>> Love Punish 86- 86 -
…แสงแดดยามเช้าของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะกำลังปลุกให้ชายหนุ่มมผมทองที่นอนหลับสนิทตั้งแต่เมื่อคืนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้ายังคงพร่าเลือน...ต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อปรับสายตา...อาการปวดมึนศีรษะลดน้อยลงการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่คงช่วยได้มาก …J พลิกกายขึ้นมานอนหงายจ้องมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย...ค่อย ๆ ไล่อาการง่วงงุนยามเช้าออกไปช้า ๆ และเมื่อสติทุกอย่างกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง...ดวงตาเรียวรีก็หันขวับกลับไปมองที่นอนข้างกายอย่างรวดเร็ว...ภาพที่นอนข้างกายว่างเปล่าและเย็นเยียบราวกับไม่มีใครนอนมาตั้งแต่เมื่อคืน
….J ผุดลุกลงจากเตียงไปทันที...สาวเท้ายาว ๆ เมื่อคิดว่าบ้างที Hyde อาจจะอยู่ข้างนอก...บริเวณห้องนั่งเล่นว่างเปล่ารวมไปถึงห้องครัว ชายหนุ่มผลุนผลันไปเปิดประตูห้องน้ำ...แต่ภาพที่พบกลับว่างเปล่าพื้นห้องน้ำยังคงแห้งสนิทไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาใช้
...Hyde ไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน...
อารมณ์หงุดหงิดที่คิดว่าจะหายไปตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาครุกรุ่นอยู่ในอกอีกครั้ง...แถมคราวนี้ยังมีความเป็นห่วงเพิ่มเข้ามาอีก...J ตรงไปที่อ่างล้างหน้า...ใช้น้ำอุ่น ๆ ลูบไล้ใบหน้าแรง ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดอะไรฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้
...ออกไปตามแล้วพากลับมาก็สิ้นเรื่อง...
พอคิดได้อย่างนั้น J ก็คว้าเอาเสื้อกันหนาวตัวหนาขึ้นมาสวมพร้อมกับก้าวออกไปจากบ้านพักอย่างรวดเร็ว...ถึงอาการป่วยจะยังไม่หายเป็นปลิดทิ้ง...แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเมื่อวาน...ที่สำคัญอาการร้อนใจมันมีมากกว่าหลายเท่านัก
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“Kiyoharu !! “ J ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพลางหอบหายใจเบา ๆ เมื่อตนเองเดินตามหา Kiyoharu อยู่นาน...ภาพที่เห็นคือ Kiyoharu ที่กำลังอยู่กับทีมงาน...คาดว่าคงกำลังเตรียมตัวทำงานกันตั้งแต่เช้า...และที่สำคัญไม่มี Hyde ยืนอยู่ตรงมุมไหนในกลุ่มคนเหล่านั้น...
...เสียงเรียกนักร้องนำของตนที่ดังลั่นทำให้ทีมงานทั้งหมดต้องหันไปมองอย่างสนใจ...ก่อนที่นักร้องนำเจ้าของชื่อจะสาวเท้าออกไปหาบุคคลที่เรียกตนเมื่อครู่...ใบหน้ายังคงระบายรอยยิ้มน้อย ๆ
“อรุณสวัสดิ์...”
“Hyde อยู่ที่ไหน ?!!” เสียงแข็งเอ่ยถามแทนคำทักทายตามมารยาท...คิ้วเรียวยาวของ Kiyoharu เลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินคำถามจากคนตรงหน้า
“กลับไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...Hyde แวะมาคุยกับทีมงานได้ไม่นานก็ขอตัวกลับไป...นายไม่เจอเหรอ ? คงสวนทางกันมากกว่า...อ้อ...ขอโทษทีนะที่เมื่อคืนรั้ง Hyde เอาไว้จนไม่ได้กลับไป...พอดีคุยกันเพลินไปหน่อย” Kiyoharu อธิบายสิ่งที่คิดว่าคงจะรบกวนอยู่ในจิตใจชายหนุ่มผมทองตอนนี้ให้ฟัง
J ได้แต่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...ก่อนจะหันหลังหมายจะเดินกลับบ้านพักไปทันที...ถ้าไม่เพราะเสียงของ Kiyoharu เอ่ยออกมาดักเอาไว้ทำให้ต้องชะงักฝีเท้าลง
“นายไม่อยากรู้เหรอว่าฉันคุยอะไรกับ Hyde”
คำพูดที่ได้ยินทำให้ J ต้องหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่อย่างไม่เข้าใจ....ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาใส่ใจ...แต่คำพูดและน้ำเสียงของอีกฝ่ายมันก็ทำให้เขาอดสนใจขึ้นมาไม่ได้...Kiyoharu เดินเลี่ยงไปอีกทางพร้อมกับส่งสัญญาณให้ J เดินตามมา
“ถ้านายอยากจะพูดอะไรกับฉันก็พูดมา....ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา” J เอ่ยดักขึ้นพลางหยุดเท้าที่กำลังก้าวตามไปลงทันที...ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องโดนอีกฝ่ายชักจูงอารมณ์ให้คิดไปไกลถึงไหนต่อไหน...โดยไม่ได้รับฟังความจริง
“เมื่อคืนเรื่องที่ฉันได้คุยกับ Hyde มีหลายเรื่อง...เรื่องเก่า ๆ หรือเรื่องที่พวกเราต่างไปพบเจอระหว่างที่ไม่ได้ติดต่อกัน...รู้สึกว่าเราสองคนยังคุยกันถูกคอเหมือนเดิม...แต่หนึ่งในหลายเรื่องที่เราคุยกัน....ก็คือเรื่องของนาย....ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเริ่มรู้จักและมาคบหากันได้ยังไง...เพราะไม่ว่าจะถามยังไง Hyde ก็ไม่ยอมเล่า...บอกแค่เพียงว่าตอนนี้เขากับนายคบกันอยู่...” Kiyoharu อารัมภบทยืดยาวก่อนจะหยุดลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตท่าทางของอีกฝ่าย
“แล้วยังไง ?”
“ก็ไม่ยังไง...แค่เมื่อคืน Hyde ท่าทางจะคิดมากเรื่องของนาย...ก็เลยปรึกษาฉันว่านายคงจะไม่พอใจ...กับการปรากฏตัวของฉัน...ทั้ง ๆ ที่ฉันกับ Hyde เป็นแค่เพื่อนกัน....” Kiyoharu หยุดคำพูดลงอีกครั้งพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่ยังคงนิ่งเงียบรอฟังเรื่องราวที่เขากำลังจะบอกต่อไป
“ใช่...เราเป็นเพื่อนกันมานาน....” Kiyoharu พูดออกมาพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอยราวกับกำลังตัดสินใจที่จะพูดบางเรื่องที่เก็บไว้ในใจมานานออกไป
“แต่แล้ววันหนึ่งความเป็นเพื่อนก็แปรเปลี่ยนไป...และคนที่รู้ตัวก็คงมีแค่ฉันเพียงคนเดียว...Hyde ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนเดิมและไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของฉัน....”
“นายรัก Hyde…” คำตอบในหัวใจกลับโดนชายหนุ่มผมทองชิงพูดออกมาก่อน
“ใช่...เป็นอย่างที่นายพูด...แต่เพราะเห็นว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนของพวกเราดูจะเข้ากันได้ดีกว่า...ฉันจึงไม่อยากทำลายมัน...อีกอย่าง Hyde เองก็ไม่เคยแสดงออกว่าคิดกับฉันเกินเพื่อน.... หากพูดออกไปฉันกลัวว่าแทนที่จะได้ใกล้ชิดกลับยิ่งทำให้พวกเราต้องห่างออกไปจนไม่อาจย้อนกลับมาเหมือนเดิมได้อีก...แต่กลับกันหากต้องทนอยู่ข้าง ๆ ในฐานะเพื่อนต่อไป...ฉันก็กลัวว่าฉันจะเป็นคนทำลายความสัมพันธ์นั้นด้วยตัวเอง....ฉันเลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน...อยากเห็น Hyde มีความสุขเหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไป” คำพูดภายในจิตใจที่เก็บกดเอาไว้นานถูกระบายให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” ของ Hyde ได้ฟังอย่างละเอียด
“แล้วยังไง ? นายมาบอกฉันมันจะมีประโยชน์อะไร ? หากคนอื่นได้ฟังคำพูดของนาย... คงคิดว่ามันเป็นการเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักอย่างยิ่งใหญ่และคงยกย่องคิดว่ามันเป็นการกระทำที่สูงส่ง....” พูดมาถึงตรงนี้ J กลับใช้สายตาแข็งกระด้างจ้องมองกลับไปแน่วนิ่งก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไปช้า ๆ แต่ชัดเจน
“แต่สำหรับฉันนั่นมันก็แค่การกระทำของคนขี้ขลาด...นายกลัวตัวเองเจ็บปวดเลยไม่กล้าจะพูดความรู้สึกออกไป...กลัวว่าจะไม่ได้รับความรักนั้นตอบกลับมา...นายเลยคิดเอาเองว่าหากตนเองเสียสละ....เรื่องราวต่าง ๆ คงดีขึ้น....แต่พอมาวันนี้...วันที่นายรู้ว่า Hyde ไม่ได้มีความรักเหมือนคนปกติทั่วไป...นายก็เลยอยากจะมาแย่งชิงเอาสิ่งที่นายเคยเสียสละกลับไป...สุดท้ายนายก็ไม่ได้คิดจะเสียสละจริง ๆ“
คำพูดเชือดเฉือนที่ออกมาจากปากชายหนุ่มผมทอง...ถึงกลับทำให้ใบหน้าของ Kiyoharu ชาค้าง...ราวกับโดนสายน้ำเย็นเยียบสาดกระทบหน้าเข้าอย่างจัง...แต่แทนที่จะพูดโต้ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ Kiyoharu กลับควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าที่คิด...ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ J พูดถึงเขา
“นั่นสินะ...บางทีฉันอาจจะขี้ขลาดจริง ๆ ก็ได้...แต่เพราะได้มาเจอ Hyde อีกครั้งฉันถึงรู้ว่า...เรายังพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม...ทั้งเรื่องที่กลุ้มใจอยู่ตอนนี้....เรื่องอนาคต...ความฝัน....ครอบครัว...หรือสิ่งที่อยากจะทำต่อไป...ทุกเรื่องที่ Hyde พูดกับฉันเป็นเรื่องที่นายน่าจะได้รับรู้ทั้งนั้น “ Kiyoharu หยุดลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติบนใบหน้าของอีกฝ่าย...บางอย่างที่วูบไหวในแววตาของ J กำลังแสดงออกถึงความหวั่นไหว
‘…พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง...เรื่องอนาคต...ความฝัน...สิ่งที่อยากทำ...‘ คำพูดเหล่านี้วิ่งวนในหัวซ้ำไปซ้ำมา...ราวกับจะตอกย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรับรู้...Hyde ไม่เคยเอ่ยปากเล่าเรื่องราวแบบนี้ให้ฟัง...แล้วเขาที่ยืนอยู่ในฐานะคนรัก...สมควรที่จะได้รับฟังเรื่องไหนกันแน่ !!
“เฮ้ออ !! เอาเถอะ...” เสียงถอนหายใจของ Kiyoharu เรียกสติของ J ให้กลับมารับฟังเรื่องราวต่อไปอีกครั้ง
“ถึงฉันจะอยากแย่ง Hyde กลับมายังไง ? แต่เมื่อคืนฉันก็พยายามจะพูดความรู้สึกของฉันออกไป...แต่ท่าทาง Hyde จะไม่มีความคิดอย่างนั้น...เรื่องของพวกนายก็เป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...คืนดีกันซะเถอะนะ.....ถ้าไงฉันขอตัวก่อนเดี๋ยวพวกนั้นจะออกมาตาม...ไปล่ะ” พูดจบ Kiyoharu ก็ตบไหล่ของ J เบา ๆ ก่อนจะเดินห่างออกไป...ปล่อยให้ J ใช้ความคิดทบทวนกับตัวเองเพียงลำพัง...แต่ Kiyoharu ก็พอจะเดาได้ว่าคำพูดของตนคงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับใจของสองคนนี้ไม่มากก็น้อย
...ถือว่าเป็นการแก้แค้นเล็ก ๆ ของฉันที่นายมาแย่ง Hyde ไป...บางทีถ้าโชคดีฉันอาจได้ Hyde กลับมา....
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
...ชายหนุ่มผมทองเดินกลับมาที่บ้านพักช้า ๆ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอย...คล้ายกับขบคิดเรื่องราวใดไม่ตก...สิ่งที่ Kiyoharu บอกว่าพวกเขาผิดใจกันแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
...แต่นั่นกลับไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับ J ในเมื่อเรื่องราวที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” สมควรได้รับรู้...เขากลับไม่เคยได้รู้...เรื่องราวที่ควรได้รับฟังกลับไม่เคยได้รับฟัง...แต่ Hyde กลับเล่าทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นฟัง...เปิดเผยทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นรับรู้...
...ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นแล้วสิ !!...
...แต่ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือผลักประตูบ้านพักเข้าไป...ประตูนั้นกลับเปิดออกมาก่อนพร้อมกับใบหน้าของร่างเล็กที่โผล่ออกมาพอดี...
“อ๊ะ !! กลับมาแล้วเหรอ ?”
“อืม” J ตอบรับเบา ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะมองสบตากับอีกฝ่าย...แต่กลับเดินเบียดไหล่ร่างเล็กเข้าไปภายในทันที...เพียงแค่นั้น Hyde ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่ชายหนุ่มแสดงออก
...J คงโกรธที่เขาไม่กลับมาเมื่อคืน...
เมื่อคิดว่าเป็นความผิดของตนเองร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายที่จะสะกดกลั้นอารมณ์....หากเขาใช้อารมณ์โวยวายไม่พอใจที่ J มึนตึงต่อเขานั่นคงยิ่งทำให้พวกเขาคืนดีกันได้ยากเต็มที
“ออกไปไหนมา ? ฉันสั่งอาหารมากินที่ห้อง...เขาเพิ่งยกมาเมื่อกี้เอง...กำลังจะออกไปตาม.....”
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อคืนนายหายไปไหนมา ?!!! “ J ตะคอกถามเสียงแข็งจนร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือก...เมื่อได้เห็นอารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายว่ามันรุนแรงกว่าที่เขาคิด....
...J ผละหันหลังก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ใช้อารมณ์...แต่เขากำลังจะทำมันไม่ได้...อาการปวดแปลบในหัวเริ่มแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าอาการไข้เริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว....แต่ท่าทางมันกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีก...
“ไปอยู่กับใครที่ไหนมาทั้งคืน...นายเป็นคนรักของฉันไม่ใช่เหรอ ?!!!” ชายหนุ่มถามเสียงแข็งกลับไปอีกครั้งโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย
“แล้วไงล่ะ ?...เป็นคนรักต้องรายงานทุกอย่างด้วยเหรอ ?” คำพูดประชดประชันหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
...ปังง !!!!....
J ฟาดท่อนแขนกระแทกกับผนังเต็มแรงจนทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง...และยิ่งชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่ Hyde พูดออกมา...อารมณ์โกรธมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนยากจะควบคุม...เพราะอย่างนี้ก็เท่ากับตอกย้ำว่า
‘…เขาไม่สมควรได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ของ Hyde เลยใช่มั้ย ?...’
“ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้นายโกรธ....ฉันขอโทษ !! แต่ฉันไม่คิดว่าการที่ฉันจะไปคุยกับเพื่อนแล้วไม่ได้กลับมา...มันจะเป็นความผิดร้ายแรงอะไรมากมาย !!” Hyde เริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้างทั้ง ๆ ที่อยากจะพูดคุยกันดี ๆ แต่ท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่ายมันกลับยิ่งไปกระตุ้นให้โทสะของเขาบังเกิดขึ้นมาเช่นกัน
“ที่นายพูดก็ถูก...มันไม่ใช่ความผิด...งั้นเชิญนายไปคุยกับหมอนั่นให้พอใจเลยไป !! “
“ J !! นายมีเหตุผลหน่อยได้มั้ย ? Kiyoharu เป็นเพื่อนฉัน....มันก็เหมือนพวก Te-chan Ken-chan นายอย่าหึงไม่มีเหตุผลหน่อยเลย!!” Hyde โพล่งออกไปอย่างเหลืออด...เพราะการที่ J ฉุนเฉียวใส่เขาอย่างนี้ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากอารมณ์หึงหวง...ถึงแม้ลึก ๆ จะรู้สึกดีใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายแสดงความหวงแหนในตัวเขา...แต่ถ้ามากเกินไปมันจะกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายความสัมพันธ์เอาได้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนที่เขาเข้าใจผิดเรื่องของ J กับ Ino เพราะรักถึงได้หวงแหนอยากให้อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว
....ให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว ?....
คิดมาถึงตรงนี้ Hyde ก็เหมือนกับฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...ในเมื่อเขาก็เคยอยากให้ J ให้ความสำคัญกับเขาเพียงคนเดียว...ตอนนี้ J เองก็คงไม่ต่างกัน...การที่เมื่อคืนเขาเลือกที่จะไปกับ Kiyoharu คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ J ไม่พอใจ…และเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ร่างเล็กเลยยิ่งรู้ตัวว่าตนเองผิดพลาดไปแล้วที่ใช้อารมณ์โต้ตอบ...Hyde จึงขยับเข้าไปใกล้พยายามจะขอโทษพร้อมกับยื่นมือหมายจะแตะที่ท่อนแขนของชายหนุ่ม
“ J…ฉันขอโทษ...กับ Kiyoharu ฉันไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ หมอนั่นก็เป็นเหมือน....” Hyde ยังพูดไม่ทันจบความเสียงแข็งก็เอ่ยขัดขึ้นไว้ก่อน...พร้อมกับชายหนุ่มที่สะบัดท่อนแขนหนีไม่ยอมให้เขาแตะต้อง
“นายไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่...Kiyoharu คิดอะไรกับนาย...นายไม่รู้เหรอ !! “ เพียงแค่ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของ J ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ....เขาไม่คิดว่า J จะรู้เรื่องนี้....เพราะเมื่อคืน Kiyoharu เองก็พยายามจะบอกเขาเรื่องนี้เหมือนกัน
“น...นายรู้ได้ยังไง ?” เสียงตะกุกตะกักที่เอ่ยถาม...เรียกให้ดวงตาเรียวรีหันมาจ้องมองอย่างเย็นชา...ท่าทาง Hyde จะรับรู้ความรู้สึกของคนที่ตนเองเรียกว่าเพื่อนสนิทแล้ว....แถมทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันมานานความเข้าอกเข้าใจคงมีมากมายกว่าเขาหลายเท่านัก...หาก Hyde คิดจะเลือกอีกฝ่ายก็คงไม่แปลก....และตอนนี้เขาก็เหนื่อยทั้งกายและใจ...ความสุขของพวกเขาบางทีมันอาจจบลงตรงนี้ก็ได้
… J เบือนสายตาออกจากร่างเล็กตรงหน้า...ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว...ยิ่งได้รับรู้ก็ยิ่งปวดร้าวใจ....คำว่า “คนรัก” ฟังแล้วอาจดูเหมือนมีความสำคัญ....แต่ถ้าหากไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวที่ควรได้รับรู้ของคนที่อยู่เคียงข้าง...คำนั้นจะยังมีประโยชน์อะไร ? หรือว่ามีไว้แค่ปรนเปรอความใคร่เท่านั้น...บางทีมันอาจด้อยค่ากว่าคำว่า “เพื่อน” ด้วยซ้ำ....
“Hyde…ฉันเป็นอะไรกับนายกันแน่ ?” เสียงถามแผ่วเบาแหบโหยราวกับเหนื่อยล้าและไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะพยายามเค้นพละกำลังที่เหลืออยู่เอ่ยคำพูดต่อไป
“เป็นคนรักใช่มั้ย ? ถ้างั้นทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้...ความหม่นหมองในใจนี่มันคืออะไร ? บอกฉันทีได้มั้ย ?”
น้ำเสียงที่ฟังดูปวดร้าวอย่างแสนสาหัส...ทำให้ร่างเล็กนิ่งอึ้งไปทันที...ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็น J อ่อนแอ...แม้แต่ตอนที่ชายหนุ่มทอดทิ้งเขาจากไปไกล ๆ J ก็ไม่เคยแสดงความปวดร้าวใจให้เห็น... ....แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง ?....
หรืออาจเป็นตัวเขาที่หยิบยื่นความไม่สบายใจ ความหวาดหวั่น...ความท้อแท้ให้เกิดกับหัวใจของอีกฝ่ายโดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว....เพียงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเข้มแข็งพอ....จึงคิดเอาเองว่า
‘…ไม่เป็นไร....’
“...J…ฉ....ฉัน...” Hyde พยายามอย่างหนักคิดหาวิธีที่จะปรับความเข้าใจ...แต่คำพูดกลับถูกแทรกขึ้นมาก่อน
“Hyde…ขอโทษนะ....แต่...” คำขอโทษแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย...พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมทองที่เดินตรงไปเปิดประตูห้องนอนช้า ๆ
“...จ...J...” Hyde เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแหบพร่า...น้ำตามันกำลังจะไหลลงมา...เมื่อเริ่มรับรู้แล้วว่าเรื่องราวมันกำลังจะจบลงอย่างไม่สวยงาม...เสียงเรียกชื่อที่ได้ยินทำให้ J ชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป...
“…แต่....ฉันเหนื่อย....เหลือเกินแล้ว…” คำพูดแผ่วเบาโดยไม่ยอมหันไปมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังแม้เพียงแว่บเดียว....ก่อนที่บานประตูตรงหน้าจะถูกปิดลงช้า ๆ ราวกับจะขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่ให้ได้พบเจอกันอีกต่อไป
...ตอนนี้ J เหมือนจะได้คำตอบกับสิ่งที่ถาม Hyde ไปแล้วว่าความหม่นหมองใจนี้คืออะไร ? เพราะถ้าไม่ได้ครอบครองก็จะไม่รู้สึกโกรธไม่เป็นทุกข์...แต่เพราะครอบครองได้แล้วทั้งตัวและหัวใจ...เลยเริ่มสังหรณ์ว่ามันเป็นพรหมลิขิต...เมื่อมี
“การเริ่มต้น” ก็ต้องมี “การจบ”
...ดังนั้นจึงกลัวหากต้องสูญเสียอีกฝ่ายไป....
“ J!! “ น้ำตาใสหยาดหยดลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่ขาดสายเมื่อคำเรียกสุดท้ายไม่ได้รับการตอบสนอง
...ความรู้สึกที่งอกเงยจากการพบเจอกันที่โหดร้าย...ผ่านวันคืนที่เลวร้ายด้วยกันมา...ก่อตัวจากความผิดพลาดเล็ก ๆ จนเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ...ฝ่าฟันจนกลายเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่....ช่วงเวลาเกือบปีที่ความรู้สึกเริ่มพอกพูน...จนกระทั่งสมหวัง....
...กลับจะต้องสูญเสียไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ?....
...แล้วความสุขที่เคยได้รับมากมายก่อนหน้านี้มันหายไปไหน ?....
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ร้าน ### ~~~
ดวงตาคมเหม่อมองดูฟองเบียร์ขาวละเอียดที่กำลังเริ่มยุบตัวลงอย่างใจลอย เสียงดนตรีที่เคยชื่นขอบกลับฟังเพียงผ่านหู...โดยไม่อาจล่วงเข้าไปในห้วงความคิดคำนึงที่สับสน... เนินเนื้อนุ่มที่สัมผัสกับท่อนแขนแกร่งอย่างจงใจโดยหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งกำลังส่งเสียงออดอ้อนอยู่ข้างหู ณ. เวลานี้กลับทำให้รู้สึกรำคาญจนต้องแสร้งโน้มตัวไปหยิบของทานเล่นที่อยู่ไกลตัวที่สุดเพื่อให้พ้นจากการเกาะกุมนั้น...
“Ryu-san” เสียงทักทายหวานใสเรียกให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวันที่แสนน่าเบื่อนี้...
“Aris...” Ryuichi ลุกขึ้นยืนต้อนรับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกันอีกเป็นครั้งที่สองด้วยความประหลาดใจระคนยินดี... สาวสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างจึงรีบผุดลุกขึ้นยืนตามโดยไม่ลืมที่จะสอดแขนเกาะเกี่ยวชายหนุ่มข้างกายเอาไว้ด้วยทีท่าเป็นเจ้าของ...Ryuichi จึงหันไปมองก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือบางนั้นออกอย่างนุ่มนวล...
“ขอโทษนะครับ...คนที่ผมนัดไว้มาแล้ว...”
Arisa ยืนนิ่งมองดูหญิงสาวที่สะบัดหน้าใส่เธอพร้อมกับเดินจากไปอย่างงง ๆ เพราะไม่ได้ยินคำพูดที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกัน...
“เอ่อ...”
“ช่วยเพื่อนหน่อยคงไม่ถือใช่มั้ยครับ...” Ryuichi พูดแทรกขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม... คนฟังจึงเริ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเข้าใจ...ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเมื่อชายหนุ่มแสดงท่าทางเชื้อเชิญให้นั่งลงด้วยกัน...
“ไม่ถือค่ะ...ถ้าคืนนี้คุณเลี้ยง...” เสียงหัวเราะสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยขึ้นอย่างอารม
ณ์ดีเมื่ออีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มมาเรียบร้อย... “ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก...เมื่อวานก็ไม่ได้ขอที่ติดต่อไว้...”
“ค่ะ...ลืมไปเหมือนกัน...ฉันรู้จักร้านดี ๆ ไม่กี่ที่หรอกค่ะถ้าเมื่อวานคุณไม่พามา...คืนนี้ก็คงไม่รู้จะไปไหน...” มือบางยกคอกเทลสีหวานตรงหน้าขึ้นจิบนิด ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อน้ำสีสวยนั้นไหลล่วงผ่านลำคอแห้งผากลงไปทำให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย...
Ryuichi นั่งมองรอยแย้มยิ้มนั้นก่อนจะบอกกับตัวเองว่าแววตาโศกเศร้าและน้ำเสียงที่เหมือนเหนื่อยล้านั้นคงเป็นตัวเขาที่รู้สึกไปเอง...
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>> March 11 Love Punish 85- 85 -
- ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
J รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่รู้สึกว่าอากาศภายในบ้านพักหนาวเย็นมากกว่าเดิม...รอบด้านมืดสนิทบ่งบอกให้รู้ว่ากลางคืนเข้ามาเยือนแล้ว...
...พวกเขาหลับไปนานแค่ไหนกัน ?....
ครั้นพอเหลือบมองคนที่ยังนอนอยู่ในอ้อมกอด...ก็เห็นว่าร่างเล็กยังคงหลับสนิท...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่พวกเขาผล็อยหลับไป... เตาผิงมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นแล้วหลงเหลือเพียงเถ้าถ่านและควันคุกรุ่นที่ล่องลอยอยู่เพียงจาง ๆ ...
...มิน่าถึงได้รู้สึกหนาว....
J ค่อย ๆ ขยับเลื่อนให้ร่างเล็กที่นอนหนุนแขนของเขาลงไปนอนกับพื้นพรมอย่างแผ่วเบา...ราวกับกลัวว่าการกระทำนั้นจะเป็นการรบกวนนิทรารมย์ที่แสนสุขของเจ้าตัวเล็ก...ชายหนุ่มหันไปคว้าเอาเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่...ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนกายร่างเล็กบางขึ้นแนบอกช้า ๆ พาไปส่งถึงเตียงนอนหนานุ่มที่แสนอบอุ่น...บรรจงห่มผ้าให้อย่างแผ่วเบา....ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ไปตามโครงหน้างามอย่างทะนุถนอม...Hyde ขยับใบหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนรบกวน...แต่ก็ยังคงคร้านที่จะลืมตาตื่น....รอยยิ้มจาง ๆเกิดขึ้นทันที เมื่อได้เห็นท่าทางของอีกฝ่าย...ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเลี่ยงออกมาภายนอก...อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...
....ได้อาบน้ำอุ่น ๆ คงดีขึ้น....
เมื่อคิดได้อย่างนั้น J จึงตรงไปที่ห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นให้ไหลวนจนเต็มอ่าง...ระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าสายตาจึงเพิ่งเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนที่อยู่บนผนัง...ตีบอกเวลา 2 ทุ่มตรงแล้ว...พวกเขากลับถึงบ้านพักเกือบเย็นแล้ว...แถมยังหลับยาวจนมืดค่ำป่านนี้
...มิน่าถึงได้รู้สึกหิวมากขนาดนี้...
J ยกมือขึ้นลูบท้องตนเองเบา ๆ เมื่อเริ่มได้ยินเสียงแห่งความหิวโหยดังมาเป็นระยะ ๆ ตั้งใจว่าถ้าอาบน้ำเสร็จคงต้องหาของกินทันที..ร่างสูงใหญ่ทิ้งกายลงในอ่างน้ำอุ่น...พลางทอดกายลงนอนเหยียดยาว...พริ้มตาลงช้า ๆ ปล่อยให้กระแสน้ำวนช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากอาการปวดเมื่อยที่ท่าทางคงเกิดเพราะพิษไข้....
...พักสายตาและสมองให้ผ่อนคลายอยู่นาน....จนเมื่อรู้สึกแว่วได้ยินเสียงเรียกจากภายนอก...ชายหนุ่มผมทองจึงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ J !! …...J…อยู่ไหนน่ะ ? “ เสียงเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งตื่นกำลังร้องเรียกเขาอยู่ด้านนอก
“อยู่นี่ Hyde ในห้องน้ำ !!” J ตะโกนตอบออกไป...ก่อนจะใช้มือวักน้ำในอ่างขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น...
... เพียงไม่นานเสียงเปิดประตูบานเลื่อนของห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กในม้วนผ้าห่มนวมที่ท่าทางเจ้าตัวคงรีบร้อนเอาพันกายแล้วเดินออกมาหาเขา... J ได้แต่จ้องมองภาพนั้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าใบหน้างามนั้นบูดบึ้งมากแค่ไหน...ที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นเขา
“ทำไม ? ตื่นก่อนแล้วไม่ปลุกฉันล่ะ....ไม่เห็นต้องพาไปนอนต่อในห้อง” Hyde บ่นกระปอดกระแปดพร้อมกับเปลื้องเอาผ้าห่มที่คลุมกายออกไปวางไว้ตรงที่ที่ไม่เปียกน้ำ
....ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งในอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีร่างของ J นั่งอยู่ก่อน...
“ก็เห็นหลับเพลินท่าทางมีความสุข...ก็คิดว่านายจะหลับไปจนเช้า...เลยไม่อยากปลุก” J ตอบพร้อมกับเหล่มองใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามก็ยังเห็นว่ามีอาการงอนอยู่เล็กน้อย...แต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมา
“หิวมั้ย ? เดี๋ยวเราออกไปกินมื้อค่ำที่ห้องอาหารของรีสอร์ทกันนะ....” J เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงของกิน...เพราะพอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ต้องหิวมากกว่าเขาแน่ ๆ
“หิวมากกกก....” Hyde ลากเสียงยาวเน้นหนักว่าสาเหตุที่ตื่นขึ้นมาก็เพราะว่าความหิวมันจู่โจมนี่แหละ
“5555....หิวขนาดนี้...ห้องอาหารของรีสอร์ทจะพอเลี้ยงนายเหรอ ?” J แซวเล่นพร้อมเสียงหัวเราะ....เพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กนี่กระเพาะใหญ่ขนาดไหน แต่เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหายไป...น้ำอุ่น ๆ ก็สาดมากระทบใบหน้าชายหนุ่มเต็ม ๆ จนเสียงหัวเราะต้องชะงักค้างขาดหายไปทันที...แล้วไม่นานเสียงสาดซ่าของสายน้ำก็ดังระงมไม่ยอมหยุด...เมื่อสงครามเล็ก ๆ กำลังก่อตัวขึ้นในอ่างอาบน้ำ...พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่
….เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ทั้งคู่จึงได้ไปปรากฏกายที่ห้องอาหารของรีสอร์ท...รอยยิ้มและเสียงพูดคุยมีขึ้นตลอดทางจนไปถึงที่โต๊ะอาหารในมุมลับตา...เวลาที่ค่อนข้างดึกพอสมควรทำให้ห้องอาหารแห่งนี้มีผู้คนอยู่เพียงประปราย.... ทันทีทรุดลงนั่งบริกรก็ถือเมนูอาหารมาจัดวางเอาไว้ที่โต๊ะพร้อมกับเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง....แต่ขณะที่คนทั้งคู่กำลังกวาดตามองรายการอาหารบนเมนู เงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ ราวกับรอคอยการปรากฏตัวของทั้งคู่มาตลอด
“Haido-chan” เสียงเรียกชื่อที่ฟังดูคุ้นหูทำให้ทั้งสองคนต้องเหลือบตาขึ้นมองพร้อมกัน
“Kiyoharu !!” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนอย่างแปลกใจระคนยินดีเมื่อไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้...แต่ชายหนุ่มผมทองที่เหลือบตามองเช่นกันกลับไม่รู้สึกยินดีเช่นเดียวกับร่างเล็ก
...ท่าทางอาหารที่นี่คงไม่อร่อยซะแล้ว...
แต่ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจแต่ J ก็พยายามที่จะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกนั้น...กลับปั้นหน้าแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี...พร้อมกับกล่าวคำทักทายสั้น ๆ พอเป็นพิธี
“สวัสดี...”
“สวัสดี...” Kiyoharu ทักตอบสั้น ๆ เช่นกันก่อนจะละสายตาจากชายหนุ่มผมทองเปลี่ยนมาสนใจกลับคนที่เขาต้องการจะพบเจอมากกว่า
“เพิ่งออกมาทานข้าวกันเหรอ ? “
“อืม...ก็พอดีมัวแต่ยุ่ง ๆ มันก็เลยเลยเวลาอาหารเย็นมานิดหน่อย” Hyde ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม...การที่ได้พบเจอเพื่อนเก่าอีกครั้งเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย
“ไม่นิดล่ะมั้ง ? “ Kiyoharu พูดพร้อมรอยยิ้มพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู...” แต่ก็ดีเลยฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน...ถ้าไงให้ฉันร่วมโต๊ะด้วยได้มั้ย ?” สายตาคมจับจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทโดยไม่ได้ให้ความสนใจกับใครอีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน...แต่คำขอของ Kiyoharu กลับทำให้เกิดความลำบากใจบนใบหน้าของร่างเล็ก... ดวงตากลมโตเหลือบมองชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างลังเลที่จะเอ่ยคำอนุญาตออกมาทันที...และอาการนั้นดูจะสื่อให้ J รับรู้ได้ทันทีเช่นกัน
“ตามสบาย” คำอนุญาตห้วนสั้น...แม้จะแฝงด้วยความรู้สึกไม่พอใจ...แต่ก็ไม่อยากให้ Hyde คิดว่าการที่มาคบกับเขาแล้วจำเป็นต้องละทิ้งความสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น ๆ ไปหมด...
....ไม่อยากให้ Hyde รู้สึกว่าโดนกักขังอยู่ในกรงของความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “คนรัก”.... และทันทีที่ได้ยินคำอนุญาตรอยยิ้มอย่างยินดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของร่างเล็กทันที....Hyde เอ่ยคำเชื้อเชิญให้ Kiyoharu ร่วมโต๊ะอย่างร่าเริง...เพราะพักหลัง ๆ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับเพื่อนคนนี้มานานทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยทำเพลงและเล่น Live ด้วยกันอย่างสนุกสนาน
“ว่าแต่นายมาที่นี่ได้ยังไง ? ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก” Hyde ถามถึงเรื่องที่สงสัย...เพราะได้ยินว่าเพื่อนมาที่นี่เพื่อทำงาน
“ก็พอดีย้ายสถานที่ถ่ายทำ...แล้วได้ยินนายบอกเรื่องรีสอร์ทบนภูเขา...พวกฉันแล้วก็ทีมงานเลยเปลี่ยนใจมาพักที่นี่แทน”
...ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ยินคำอธิบาย...คำสนทนาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการทำงานจึงตามมาเป็นระยะ ๆ แต่ไม่มีคำพูดไหนที่จะให้ใครอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะนั้นได้เปิดโอกาสพูดคุยด้วยได้เลย...ดวงตาเรียวรีเหล่มองใบหน้าของ Kiyoharu พลางคิดว่า
‘…หมอนี่กำลังตั้งใจที่จะกันเขาออกไปจากการร่วมบทสนทนารึเปล่า ?... ’
หากแต่ความคิดก็ต้องหยุดลงเมื่อตนเองคิดหาทางขัดจังหวะการพูดคุยที่แสนสนิทสนมนั้นขึ้นมาได้...J กวักมือเรียกบริกรโดยไม่รอถามว่าใครต้องการจะสั่งอะไร ? แถมเจ้าตัวเล็กก็มัวแต่คุยจนลืมที่จะเลือกรายการอาหารที่ตัวเองอยากทาน
“เอา Mixed Sausage Grill กับ Caesar Salad...แล้วก็ไวน์....” ขณะที่สั่งมาถึงตรงนี้ J หันมามองคนทั้งคู่ว่าต้องการดื่มไวน์เช่นเดียวกันหรือไม่ ? ซึ่งทั้งสองคนต่างก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
“งั้นเอาไวน์ ROSE D' A N JOU ปี 90” สั่งจบ J ก็ยื่นเมนูส่งคืนบริกรเป็นสัญญาณว่าการสั่งของตนจบสิ้นลงแล้ว....ก่อนจะเหลือบมองร่างเล็กที่ยังคงกวาดตามองรายการอาหารอย่างเลือกไม่ถูก
“เอามานี่เดี๋ยวฉันสั่งให้” Kiyoharu แย่งเอาเมนูในมือ Hyde ไปพร้อมกับกวาดสายตามองเพียงไม่กี่นาทีก็เลือกรายการอาหารเอาไว้ในใจได้อย่างรวดเร็ว
“ของผมเอา Beef Rib Eye Steak แล้วก็เอา Beef Ravioli กับ consomme ให้เพื่อนตัวเล็กของผมคนนี้” รอยยิ้มล้อเลียนผุดขึ้นบนริมฝีปากได้รูปเมื่อตัวเองกำลังพูดถึงจุดด้อยที่ Hyde ไม่ชอบให้พูดถึง...ดวงตากลมโตค้อนขวับเข้าให้อย่างไม่พอใจ...ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับบริกรเมื่อตกลงเอาอาหารตามรายการที่เพื่อนสั่งให้...โดยไม่ได้สังเกตถึงความหงุดหงิดใจเล็ก ๆ บนใบหน้าของชายหนุ่มที่นั่งตรงข้าม “แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ? นายมีเวลาว่างด้วยเหรอ...ฉันนึกว่าโดน Tetsu ให้งานจนไม่มีเวลาเลยซะอีก”
“เปล่าซะหน่อย...แล้วตอนนี้ก็พอดีมีเวลาพักนิดหน่อยก่อนโปรโมทอัลบั้มใหม่...”
...เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วออกมาจากปากคนทั้งคู่ไม่ยอมหยุด...ทุกเรื่องที่เอ่ยถึงเป็นเรื่องที่ J ไม่เข้าใจและไม่เคยรับรู้...ชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งจิบไวน์เงียบ ๆ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจแต่ก็ไม่อยากจะไปยุติการสนทนาของคนทั้งคู่...
...ปวดหัว....
อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็กินยาแก้ไข้เข้าไปแล้ว...แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก...แถมยังต้องมานั่งฟังเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้เรื่องและไม่ได้มีส่วนร่วม...มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านช่างน่ารำคาญ !!
...ปลายนิ้วถูกยกขึ้นมาบีบนวดช้า ๆ บริเวณหัวคิ้ว...ริมฝีปากถูกข่มเอาไว้เบา ๆ ภาวนาให้อาหารถูกยกมาเสิร์ฟเร็ว ๆ เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยจะได้ลุกออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดและน่ารำคาญตรงนี้เสียที....
....และไม่นานคำภาวนานั้นก็เป็นผลเมื่ออาหารถูกยกมาเสิร์ฟ...คำสนทนาถูกขัดจังหวะทำให้เสียงของคนทั้งคู่นั้นเงียบลงชั่วคราว...ก่อนจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงมีดกระทบจานเพียงแผ่วเบา...จากที่ไม่เคยใส่ใจกับเสียงพวกนี้แต่เวลานี้ J กลับรู้สึกว่ามันทำให้รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด...
“เอ่อ...จริงสิ...นายมาได้กี่วันแล้ว...?” Kiyoharu เอ่ยปากพูดคุยขึ้นมาอีกครั้งขณะที่กำลังใช้ผ้าสีขาวสะอาดเช็ดปาก....ก่อนที่แก้วไวน์จะถูกยกขึ้นจิบพลางจ้องมองใบหน้า Hyde ขณะรอคอยคำตอบ
“ก็มาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ววันนี้ก็เพิ่งได้ออกไปเล่นสกี...”
“แล้วมีโปรแกรมจะไปเที่ยวที่ไหนอีกบ้างล่ะ ?”
“อ....เอ่อ...” พอโดนถามมาถึงเรื่องนี้...ดวงตากลมโตก็เหลือบมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่นั่งตรงข้ามอย่างต้องการคำตอบ...และคิดว่าบทสนทนานี้ J คงมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก
“คงต้องถาม J ก่อน...เพราะเราคงต้องไปด้วยกัน” Hyde โยนคำตอบมาให้ J ที่นั่งเงียบ ๆ มานานเอาดื้อ ๆ ดวงตาเรียวรีเหลือบขึ้นมองใบหน้า Kiyoharu แว่บหนึ่งพลางคิด
‘ จะอยากรู้ไปทำไม ? หรือว่านายคิดจะตามไป...‘
...แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดที่ถึงแม้จะอยากพูดออกไปใจแทบขาด...แต่ J ก็ต้องเก็บมันเอาไว้...ถึงจะไม่ชอบใจมากมายแค่ไหน ? แต่มารยาททางสังคมคงต้องมาก่อนล่ะมั้ง ?
“ก็ไม่รู้สิ...ยังไม่ได้วางอะไรไว้ล่วงหน้า...คงไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือล่ะมั้ง ? ฉันไม่ใช่คนแถวนี้ซะด้วย “ ถึงแม้จะคิดถึงมารยาทแต่ก็ไม่วายหลุดคำพูดยียวนออกไปจนได้
“ไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือเหรอ ? ฉันว่าไม่ดีหรอกมั้ง ? คนคงเยอะ...สู้ไปเที่ยวที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักดีกว่า”
“ถ้ามันไม่ดีเขาคงไม่เอามาลงในหนังสือให้หนังสือเขาขายไม่ได้หรอก...แล้วบังเอิญไอ้ที่ที่ไม่มีคนรู้จัก...ฉันเองก็ไม่รู้จัก...แล้วจะไปถูกได้ยังไง ?” J ค้านกับคำเสนอของ Kiyoharu แถมยังไม่วายใช้คำพูดยียวนอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ...บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผมทองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
“ถ้าพวกนายไม่รู้ฉันพาไปเที่ยวก็ได้” Kiyoharu ยังไม่ละความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในการไปเที่ยวกับคนทั้งคู่อย่างออกนอกหน้า
“อย่าเลย...นายต้องทำงานไม่ใช่เหรอ ? ถ้าเรื่องไปเที่ยวของพวกฉันมันทำให้นายลำบาก...ฉันว่าพวกเราอยู่ที่ห้องเฉย ๆ คงดีกว่า” พูดมาถึงตรงนี้ดวงตาเรียวรีก็เหลือบมองใบหน้าของ Hyde ที่คงกำลังรับรู้ถึงอารมณ์หงุดหงิดของเขาบ้างแล้ว....ร่างเล็กเลยได้แต่พยักหน้ารับเบา ๆ
“จริง ๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเท่าไหร่ ? ออกไปก็ต้องคอยระวังแฟนเพลงหรือพวกนักข่าว...ถึงจะอยู่ที่ห้องเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไร” Hyde ตอบรับและเห็นด้วยกับทุกคำพูดของ J แต่ก็ไม่วายยังโดนขัดเอาไว้ก่อน
“อยู่ที่ห้องเฉย ๆ น่าเบื่อแย่...มาเที่ยวพักผ่อนทั้งที...ก็น่าจะออกไปสนุกให้เต็มที่นะ” Kiyoharu ยังคงพยายามชักชวน
“อยู่ที่ห้องฉันก็ทำให้ Hyde สนุกได้...ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนให้วุ่นวาย “ J ดักคำพูด Kiyoharu เอาไว้ทันที...รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีชัยเหนือกว่า...พร้อมกับขยับกายจะลุกขึ้นยืน...เป็นสัญญาณว่าเวลาอาหารหมดลงแล้ว...ควรจะแยกย้ายกันไปทางใครทางมันเสียที...
...แต่พอ Hyde กำลังจะลุกขึ้นตามฝ่ามือแกร่งของเพื่อนสนิทกับฉุดรั้งข้อมือบางของร่างเล็กเอาไว้ก่อน...
“Haido อย่าเพิ่งไปสิ...เราไม่ได้เจอกันตั้งนานฉันยังมีเรื่องอยากพูดกับนายอีกเยอะแยะเลย...ถ้ายังไงเราไปคุยกันต่อที่ห้องฉันดีมั้ย ? เพื่อนฉันก็อยู่พวกนั้นคงดีใจที่ได้เจอนาย “ Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับพูดถึงเพื่อนร่วมวงที่ Hyde ก็พอจะรู้จัก
“อ...เอ่อ...แต่ว่า” Hyde ยังคงอึกอักและเริ่มลำบากใจขึ้นมาทันที... เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผมทองที่ได้ยินคำชวนเมื่อครู่กำลังสาวเท้าไกลออกไปจากโต๊ะและไม่มีทีท่าหันมาสนใจพวกเขาแม้แต่นิดเดียว...เพียงเท่านี้ Hyde ก็รู้ได้ทันทีว่า J กำลังไม่พอใจ
“ขอตัวก่อนนะ...” พูดจบร่างเล็กก็สะบัดมือหลุดออกจากการเกาะกุมพร้อมกับสาวเท้าเร็ว ๆ ตามหลัง J ไปทันที...ปล่อยให้เพื่อนเก่ายืนมองตามหลังพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เกิดขึ้นมาเพียงแว่บเดียว...จากนั้น Kiyoharu จึงก้าวเดินตามหลังคนทั้งสองไปช้า ๆ
“ J !! ...J…รอก่อน”
... เสียงร้องเรียกจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับยืนรอให้ร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้...
“ทำไมต้องทำอย่างนี้....นายทำหงุดหงิดเป็นเด็ก ๆ ไปได้...” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มเสียงแข็ง...ถึงแม้ว่า Kiyoharu จะมาขัดจังหวะการดินเนอร์ของพวกเขา...แต่ยังไงนั่นก็เพื่อนเขาทั้งคน...J ไม่ควรทำท่าทางและใช้คำพูดแบบนั้นกับเพื่อนของเขา
“ขอโทษที่ทำเป็นเด็ก ๆ ...” คำขอโทษห้วนสั้นและไม่แสดงถึงความรู้สึกผิดในน้ำเสียง...ยิ่งทำให้ Hyde รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างกับท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่าย
“ถ้านายอยากไปอยู่กับเพื่อนนายต่อก็ตามสบาย...แต่ฉันอยากกลับบ้านพักแล้ว” J เอ่ยคำพูดที่ทำให้ Hyde ต้องตัดสินใจ...เมื่อดวงตาเรียวรีเหลือบเห็นร่างของ Kiyoharu ที่กำลังเดินมาทางพวกเขาช้า ๆ
...ภาพที่เห็นและสถานการณ์ที่เป็นอยู่มันทำให้มึนหัวมากขึ้นทุกที...ความรู้สึกปวดหัวแล่นแปล๊บผ่านศีรษะไป...J รู้สึกเลื่อนลอยเบาหวิวราวกับตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ...ทิวทัศน์พร่าเลือนไร้รูปทรง...ชายหนุ่มสะบัดหัวที่กำลังมึนงงไปมาแรง ๆ ท่าทางอาการไข้ของเขาคงจะร้ายแรงมากขึ้นทุกที...
“J เป็นอะไรรึเปล่า ?” Hyde ที่เพิ่งจะสังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของ J เอ่ยถามขึ้น...พร้อมกับขยับจะเข้าไปแตะตัว...แต่เสียงร้องเรียกของเพื่อนก็ดังขึ้นมาขัดไว้ก่อน
“Haido…ว่าไงขออนุญาตเรียบร้อยแล้วรึยัง ?” Kiyoharu เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“เอ่อ...Kiyoharu…ฉันคง...” ขณะที่กำลังจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธพลางเลื่อนฝ่ามือบางหมายจะเกาะกุมอุ้งมือของ J เอาไว้...แต่ฝ่ามือแกร่งนั้นกลับผละออก...หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือ Hyde เอาไว้
...แม้จะไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง...แต่สิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกกำลังทำให้หัวใจของ Hyde เจ็บแปลบขึ้นมาทันที....ฝ่ามืออบอุ่นที่เคยเกาะกุมมือของเขาเอาไว้แนบแน่น...ถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันและกัน...บัดนี้ฝ่ามือนั้นกลับไม่ยอมเกาะกุมมือของเขาเอาไว้อีกแล้ว...
“Kiyoharu ฉันจะไปกับนาย...” ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะปฏิเสธ...แต่เพราะการกระทำของ J มันทำให้ร่างเล็กเริ่มรู้สึกอยากประชดอะไรโง่ ๆ ขึ้นมาบ้าง...และถ้าตอนนี้ J ตรงมากระชากเขากลับไป...และบอกว่า “ไม่ให้ไป” เขาจะยินยอมติดตามชายหนุ่มกลับไปทันที...
...เพียงแค่ J เอ่ยปากออกมาเท่านั้น...ไม่ว่าที่ไหนเขาก็พร้อมจะตามไป...
...ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ผละยืนหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้...รอคอยให้อีกฝ่ายห้ามปรามและมาดึงเขากลับไป...
“ตามใจนายแล้วกัน...ถ้างั้นฉันขอตัวก่อน” คำพูดเรียบเฉยเย็นชาไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ พร้อมกับภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ก้าวเท้าออกเดินห่างไปทุกที...ทั้งไม่สนใจและไม่ห้ามปราม...
...ราวกับไม่ต้องการเขาอีกแล้ว...
...Hyde จ้องมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา...ความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ในอก...แม้แต่เสียงที่จะเอ่ยเรียก J เอาไว้ก็ติดอยู่ที่ลำคอทำให้ไม่สามารถเปล่งเสียงเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ได้...
...น้ำตามันเหมือนจะไหล....
“Haido…ไปกันเถอะ...ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์...อีกอย่างหิมะเริ่มโปรยลงมาแล้ว...ไปที่บ้านพักกันดีกว่า” Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับยื่นมือหมายจะจูงมือ Hyde ให้เดินไปพร้อมกัน
“ไม่เป็นไร...ฉันเดินเองได้...นายนำทางไปเถอะ” Hyde ปัดมือออกหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้จับกุม....Kiyoharu อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหน้าไป....Hyde ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากำไว้แน่นพลางเหลียวมองด้านหลัง...ซึ่งเป็นทางที่ชายหนุ่มผมทองเดินจากไป... ฝ่ามือบางที่ไม่ได้สวมถุงมือแบออกรอรับสัมผัสเย็นยะเยียบที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้าที่มืดมิด...
...เย็นชาและหนาวเหน็บ...
...หากปล่อยให้มือนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ...ไม่นานมันคงจะโดนความเย็นของหิมะกัดจนรู้สึกเจ็บและด้านชา...บางทีมันอาจกัดกร่อนจนเจ็บปวดและด้านชาไปถึงหัวใจ....
….Hyde รีบปัดเอาหิมะที่ตกลงมาบนฝ่ามือออก...พร้อมกับซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ...เพื่อให้ความอบอุ่นอย่างรวดเร็ว... ทั้งไม่อยากให้มือโดนหิมะกัดจนเจ็บและไม่อยากให้หัวใจโดนความเย็นชานั้นกัดกร่อนจนด้านชา...
ความไม่เข้าใจกันที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...หากได้พูดคุยปรับความเข้าใจพวกเขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
...Hyde อมยิ้ | |||