| yamamura 的个人资料-'๑'-.....MY FICTION.......照片日志列表 | 帮助 |
|
4月29日 Love punish 94- 94 -
“นี่...ให้นายนะ” Hyde เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นอกกว้างพลางยื่นดอกไม้สีขาวในมือไปต่อหน้าชายหนุ่ม...คิ้วเรียวเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างงงงันแต่ก็ยอมรับมาแต่โดยดี “ฉันเจอมันบานอยู่ข้างทาง...ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวขนาดนี้...มันกลับยังเติบโตขึ้นมาได้” ร่างเล็กอธิบายขณะที่มองตามดอกไม้ในมือชายหนุ่มที่กำลังถูกเสียบลงในแก้วน้ำทรงสูงที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง
“แล้วนายเลยถือวิสาสะพรากมันมาจากต้น...ให้มันมาเหี่ยวแห้งตายอยู่ในแก้วน้ำเนี่ยน่ะเหรอ”
“เปล่านะ !!” Hyde รีบปฎิเสธ... แต่เมื่อลองคิดดูแล้วเพราะไม่ทันคิดเขาเลยไปเด็ดมันออกมาจากต้นโดยไม่รู้ว่ามันจะแข็งแกร่งต่อไปได้อีกนานแค่ไหน...ใบหน้างามสลดวูบลงทันทีเมื่อคิดไปถึงการกระทำของตนเอง
“เฮ้...ใจเย็นก็แค่แซวเล่น...ไม่คิดว่านายจะซีเรียสขนาดนี้” J โอบไหล่ร่างเล็กแนบแน่นขึ้นเพื่อปลอบใจ
“แต่ว่า....”
“เอาเถอะน่า...จะคิดมากไปทำไม...ดอกไม้สวย ๆ มันก็ต้องมีคนชื่นชมถึงจะถูก....” J ว่าพลางตบไหล่ร่างเล็กเบา ๆ เพื่อให้คลายความกังวล...รู้สึกว่าพักนี้อารมณ์ของ Hyde ดูจะเปราะบางเสียเหลือเกิน
“ว่าแต่นายเอาแค่ดอกไม้มาไถ่โทษที่แอบหนีออกไปโดยไม่บอกฉันเรื่องนี้มันออกจะไม่ถูกต้องอยู่นะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก...เมื่อตนเองคิดหาวิธีที่จะทำให้ Hyde ลืมเลือนทุกเรื่องราวออกไปจากใจให้หมดได้แล้ว
“ก็แล้วนายจะเอาอะไรล่ะ ?” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ
“อยากได้ความอบอุ่น” จบคำพูดพร้อมกับริมฝีปากผ่าวร้อนที่ก้มลงมาจู่โจมไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว...Hyde เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่าแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่พลิกกายมาทาบทับอยู่เบื้องบน
“เดี๋ยวก่อน !! นายไม่สบายอยู่นะ” ร่างเล็กร้องห้ามพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางปิดริมฝีปากซุกซนที่กำลังซุกไซร้อยู่ที่ข้างแก
้ม “เพราะไม่สบายไง...ถึงอยากได้ไออุ่นจะได้หายเร็ว ๆ”
“บ้า...เดี๋ยวได้ตายเร็วขึ้นพอดี” ใบหน้างามอมชมพูระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย...เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย... ร่างเล็กเบือนมองไปทางอื่นเมื่อรู้สึกว่าดวงตาเรียวรีกำลังจ้องมองมาอย่างสื่อความหมาย
...ฝ่ามือบางที่เคยปัดป้องเปลี่ยนเป็นโอบรอบแผ่นหลังชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น เมื่อริมฝีปากนั้นแนบสนิทลงมามอบความเร่าร้อนให้อีกครั้ง... ปลายลิ้นลุกไล่พัวพันปลุกกระตุ้นสัมผัสรัญจวนใจให้ยิ่งทวีความเร่าร้อนมากมายขึ้นทุกที
...มือของทั้งคู่ต่างช่วยกันปลดเปลื้องพันธนการทุกชิ้นให้หลุดพ้นไปจากร่างกาย...เพียงแค่วันเดียวที่หัวใจของพวกเขาถูกคุกคามให้แยกออกจากกัน...ไม่เคยคิดว่าร่างกายทุกอณูจะโหยหาสัมผัสของอีกฝ่ายจนแทบบ้าคลั่งมากมายปานนี้...ทุกสัมผัสที่กระทบต้องร่างเร่าร้อนเหมือนไฟที่มอดไหม้อยู่ในอก
...ร้อนจนแทบละลายแต่กลับอยากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความเร่าร้อนนั้น...
“จ...J....ด...เดี๋ยว...” Hyde เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหบพร่า...ลมหายใจกระชั้นถูกระบายออกมาเบา ๆ เมื่อตนเองรู้สึกได้ถึงบางอย่างจากร่างกายของชายหนุ่ม
“หืมม์” J ส่งเสียงขานรับออกมาอย่างไม่สนใจ เวลานี้อะไรก็มาทำให้เขาผละออกห่างจากร่างกายยั่วเย้าของอีกฝ่ายไม่ได้
“นายยังตัวร้อนอยู่เลยนะ...”
“ก็นายทำให้มันร้อนไง...” ชายหนุ่มยังคงมุ่งมั่นปลุกกระตุ้นร่างบอบบางในอ้อมแขน...คล้ายดั่งจะขับกล่อมให้ลืมเลือนเรื่องวุ่นวายไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะอะไรให้หมดไป
“นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ !!” Hyde เสียงแข็งขึ้นมาบ้างเมื่อความรู้สึกเป็นห่วงกำลังมีอำนาจเหนือกว่าอารมณ์รักที่กำลัง
ถูกปลุกเร้าอยู่ในขณะนี้…น้ำเสียงจริงจังที่แฝงแววห่วงใยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมแถมมันกำลังเป็นจะชนวนให้บางสิ่งที่กำลังกระตุ้นเร้าเมื่อครู่เลือนหายไป J เงยหน้าขึ้นมาจากผิวเนื้อนุ่มเนียนหอมกรุ่นนั่นอย่างนึกเสียดาย...ก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเซ็ง ๆ คงเพราะก่อนหน้านี้ Hyde ไม่ได้สังเกตเห็นอาการป่วยของเขาเลยอาจคิดไปว่าคงต้องเพิ่มการเอาใจใส่มากกว่านี้
‘...มาสังเกตอะไรเอาตอนนี้...’
“Haido…ไม่มีอะไรให้นายต้องกังวล...ฉันสบายดีถ้าเพราะเรื่องนี้จะทำให้ฉันอาการหนักจนตายล่ะก็...ฉันคงตายไปนานแล้ว” J พยายามปลอบใจให้ร่างเล็กคลายความกังวล...แต่ในใจก็อดนึกขำไม่ได้เมื่อแอบคิดไปว่า
‘…ฉันต่างหากที่ต้องกังวลว่านายจะไม่สบายไปอีกคน...’
“แต่ว่า....”
“ช่างมันเถอะน่า”
J บอกปัดเอาดื้อ ๆ โดยแนบริมฝีปากปิดกลีบปากบางที่ทำท่าจะเอ่ยพูดอะไรออกมาอีก...เพียงไม่นานเมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนเริ่มต้นทำงานของมันอย่างจริงจัง
...บางสิ่งบางอย่างที่เกือบมอดไหม้เลือนหายไปก็ถูกกระตุ้นให้ติดขึ้นมาอีกครั้ง... และคราวนี้ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ยินยอมแม้แต่จะเว้นจังหวะสักน้อยนิดให้ร่างเล็กข้างใต้ขบคิดสิ่งใดไปมากกว่าแสงสว่างของจุดหมายปลายทางที่เขากำลังจะพาไปถึง
... แก่นกายร้อนถูกแทรกเข้าไปอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายกำลังเมามายกับรสสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอให้...เสียงหอบครางเร่งเร้าดังหวานอยู่ข้างหู... ปลายเล็บที่จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังเป็นเครื่องหมายแห่งการลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างไปจน
หมดสิ้นแล้ว ...เวลานี้ในสมองของ Hyde มีแต่ม่านหมอกสีขาวกับเสียงหอบครางทุ้มต่ำที่เป็นเครื่องหมายนำทางไปให้ถึงที่สุดแห่
งอารมณ์... แขนเรียวโอบรั้งรอบคอชายหนุ่มให้มอบจุมพิตแสนหวานเมื่อตนเองกระหายริมฝีปากและปลายลิ้นของอีกฝ่าย...ระยะทางแห่งความสุขสมดูจะกระชั้นสั้นขึ้นทุกที... ‘…เร็วอีก... J พาฉันไป...’
เสียงเร่งเร้าที่ก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจดูจะสื่อให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ง่ายดาย... เมื่อใบหน้างามที่ผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อพลิกส่ายไปมาสลับกับเสียงหอบครางเครือที่กระชั้นถี่เร็วในจังหวะสุดท้ายของความสุข
“อ๊ะ...อาาาาา... J...อ๊าาาา” เสียงครางหวานสุดท้ายก่อนที่ปลายเท้าจะหยัดเกร็งลงกับพื้นผิวเตียง... สะโพกบางยกขึ้นตอบรับกับจังหวะแทรกกายสุดท้ายพร้อมกับหยาดของเหลวที่หลั่งรินหยาดหยดเข้ามาในร่างเศษซากความรักบางส่วนไหลเรื่อยออกมาจนรู้สึกว่าด้านหลังเปียกชื้น
Hyde หอบหายใจหนักหน่วงโอบกอดร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเอาไว้แนบแน่น...ลมหายใจร้อนรวยรินกรุ่นรดอยู่ที่ซอกคอก่อนที่ปลายจมูกและริมฝีปากจะขบเม้มเบา ๆ เพื่อหยอกเย้า
... ร่างเปลือยเปล่าภายใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงยังคงนิ่งเงียบดื่มด่ำกับรสรักที่ได้สัมผัสจากกันและกันเมื่อครู่... มีเพียงเสียงลมหายใจหอบแผ่วเบาปะปนกับสัมผัสของริมฝีปากที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันอย่างกระหาย...
...กลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวที่ Hyde เก็บมากรุ่นกลิ่นหอมยามค่ำคืนให้ขจรขจายอบอวลอยู่ภายในห้อง...ที่ยังหลงเหลือเศษซากของสะเก็ดไฟที่พร้อมจะติดประกายขึ้นมาใหม่...กลิ่นหอมยั่วเย้าราวกับจะให้ทั้งสองต้องมนต์เสน่ห์ของรสรักจนยากจะหักห้ามใจ
…ทุกอย่างรอบกายคล้ายดั่งพร่าเลือนไร้รูปทรงที่เห็นเด่นชัดดูจะมีแค่แววตาที่จะจ้องมองสบตากันและกันอย่างสื่อความหมาย...เมื่อต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกแน่ชัดอยู่ในจิตใจว่ายังดื่มด่ำกับรสรักไม่พอเพียง...ต้องการที่จะสัมผัสและถูกสัมผัสมากมายกว่านี้
...เพียงไม่นานประกายไฟที่ยังครุกรุ่นก็ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง... เมื่อร่างบอบบางข้างใต้บดเบียดสะโพกยั่วเย้าแสดงถึงความต้องการของตนเองอย่างแจ่มชัด
... ร่างเล็กถูกดึงรั้งให้นั่งคร่อมบนตักโดยมีวงแขนของทั้งสองฝ่ายโอบรอบแผ่นหลังของกันและกันเอาไว้แนบแน่น
... เส้นผมสีดำชื้นเหงื่อกรุยกรายอยู่เต็มใบหน้าเมื่อตนเองกำลังเป็นฝ่ายควบคุมความเร่าร้อนในเกมรักครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่... เสียงหอบครางกระชั้นถี่บ่งบอกได้ถึงความสุขสมที่กำลังจะดำเนินมาถึงปลายทางของความสุขอีกครั้ง
...รสรักที่ได้รับในเวลานี้ช่างสุขสมแสนหวานจนแทบลืมเลือนทุกเรื่องราวไปหมดสิ้น...สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองยังมีตัวตนอยู่ตรงนี้มีเพียงเสียงหอบคราง...กลิ่นกาย...สัมผัสผ่าวร้อนจากผิวเนื้อที่แนบชิดกัน...ความรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนใจที่กำลังได้รับ... ความสุขสมที่กำลังจะมาถึงและที่น่าแปลกคือในจังหวะที่ประสาทสัมผัสทุกอย่างดูเลือนรางแต่สิ่งหนึ่งที่กลับจดจำได้ชัดเจนในสติที่พร่าเลือน...
...คือกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบกาย...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
ในยามเช้าที่แสนหวานเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากแสงแดดที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก...ทั้ง ๆ ที่เป็นรุ่งเช้าที่มีเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน... แต่วันนี้กลับทำให้รู้สึกผิดแปลกไปจากทุกวันเมื่อตนเองรู้สึกคล้ายกับว่าบรรยากาศแบบ
นี้เลือนหายไปจากความทรงจำมาช่วงหนึ่ง ...หัวสมองหนักอึ้งคล้ายเพิ่งตื่นจากภาพความฝัน...เปลือกตาบางกระพริบถี่เมื่อแสงสว่างของวันใหม่กำลังทำให้รู้สึกระคายเคือง ไม่นานดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นอย่างเหม่อลอยคล้ายยังไม่อาจลำดับภาพได้ชัดเจน...ช่วงเวลาแห่งความสุขสมนั้นดูจะยาวนานจนเขาลืมเลือนวันเวลาทุกอย่างไปหมดสิ้น
…Hyde พลิกตะแคงใบหน้าเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังนอนคว่ำโดยมีศีรษะของ J ซุกซบอยู่ที่แผ่นหลังของตน...วงแขนแกร่งยังโอบรอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น
‘…นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ...’
Hyde คิดคำนึงถึงเรื่องเวลาขึ้นมาทันที...แสงแดดที่กำลังจะแผดกล้าขึ้นทุกขณะเป็นสัญญาว่ามันคงกำลังล่วงเข้าสู่เวลายามสาย...ทันทีที่ทดลองขยับกายความรู้สึกเมื่อยขบและเจ็บร้าวแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนร่างเล็กต้องนิ่วหน้าและยอมที่จะคว่ำหน้าอยู่กับหมอนนิ่ง ๆ อย่างนั้นอยู่เป็นครู่ใหญ่...
... ร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงราวกับเขาใช้พละกำลังทั้งหมดไปกับสัมผัสเร่าร้อนรัญจวนใจเมื่อคืนจนหมดสิ้น...Hyde หอบหายใจเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจเพียงแค่คืนเดียวทำไมเขาถึงหมดแรงมากขนาดนี้
... ระหว่างที่พยายามคิดทบทวนเรื่องราวดวงตาคู่งามก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวที่จำได้ว่าตนเองเก็บมาตั้งแต่เมื่อคืน...กำลังเหี่ยวเฉาร่วงโรย..กลีบดอกบางส่วนร่วงหล่นลงบนพื้นห้อง...กลิ่นหอมประหลาดที่จดจำได้ว่าติดตรึงอยู่ในประสาทสัมผัสเลือนหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
...เมื่อดอกร่วงโรยกลิ่นก็จางหายไป...
Hyde ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนตอนที่ J ส่งมันลงไปอยู่ในแก้วน้ำทั้งกลีบดอกและกิ่งก้านยังดูแข็งแรงอย่างน้อย ๆ ในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาน่าจะได้ชื่นชมมันอีกวัน...
...แล้วทำไม ? ถึงโรยไปเร็วขนาดนี้...
เมื่อไม่อาจหาคำตอบที่ชัดเจนคงต้องโทษว่าเป็นเพราะความแข็งแกร่งงดงามนั้นมีอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น... ดวงตากลมโตละความสนใจจากเจ้าดอกไม้ปริศนาหันมาเหล่มองคนที่ยังหลับสนิทโดยซบอยู่แผ่นหลังของเขา
‘…J บ้า...มันหนักนะ...‘
Hyde คิดต่อว่าอีกฝ่ายในใจเมื่อทดลองขยับกายแล้วไม่เป็นผล...ชายหนุ่มดูท่าทางจะยังไม่รู้สึกตัวง่าย ๆ ดวงตาเหลือบมองหานาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มที่มักชอบถอดวางทิ้งไว้ที่หัวเตียง...ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขึ้นมาดูเวลาว่าสายมากแค่ไหนแล้ว
...9.30 am…
ตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดนาฬิกาไม่ได้ทำให้ร่างเล็กรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่...แต่เมื่อดวงตากลมเหลือบมาเห็นวันที่ที่อยู่ด้านข้าง...ดวงตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที...เมื่อมันกำลังแสดงวันที่หลังจากที่เขามาเยือนที่นี่ล่วงไปแล้วถึง 5 วัน
...Hyde รีบยกนิ้วขึ้นมาตรวจนับวันที่ตั้งแต่พวกเขาย่างก้าวมาถึงบ้านพัก...เช้าวันรุ่งขึ้นไปเล่นสกีเจอกับ Kiyoharu ตอนบ่ายและตอนกลางคืน...วันต่อมาที่ทะเลาะกับ J แต่ก็คืนดีกันได้ในค่ำคืนนั้น...แล้วเวลาอีกสองวันที่เหลือมันหายไปไหน ?
Hyde พรวดพราดยันกายลุกขึ้นนั่งโดยไม่สนว่าร่างกายจะหลงเหลือความเมื่อยขบและปวดร้าวมากแค่ไหน... ไม่สนแม้แต่ว่าคนที่ซุกซบอยู่บนแผ่นหลังจะร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นเตียงนุ่มจนชายหนุ่มผมทองต้องยอมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“ J !!” ร่างเล็กตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้ดูนาฬิกา... ในแวบแรกชายหนุ่มยังไม่สนใจเพียงแค่เหลือบมองเวลาเท่านั้นก่อนที่ใบหน้างามจะบุ้ยใบ้ให้ดูเลยไปถึงวันที่ที่แสดงอยู่บนนาฬิกาด้วย
...ดวงตาเรียวรีจ้องค้างอยู่เล็กน้อยเมื่อจำวันที่ทุกวันได้เป็นอย่างดี...และในค่ำคืนที่พวกเขาดื่มด่ำกับรสรักมันก็เป็นวันก่อนหน้านี้สองวัน
“นาฬิกานายเดินเร็วไปรึเปล่า ?” Hyde ถามคำถามขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นกระชั้น…คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดเมื่อนาฬิกาเลือนนี้ไม่เคยถูกตั้งเวลาใหม่และมีความทนทานและเที่ยงตรงชนิดที่เรียกว่าเป็นยี่ห้อที่ติดอันดับ Top 5
...หรือว่าจริง ๆ แล้วเวลามันผ่านไปแล้วจริง ๆ...
...ชายหนุ่มผมทองไม่ตอบคำถามแต่กลับยกหูโทรศัพท์เพื่อกดเบอร์ภายในของรีสอร์ทแทน...คำถามคำตอบที่ได้รับจากพนักงานของรีสอร์ทยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในสีหน้า...แต่สิ่งที่ได้รับการยืนยันคือนับจากวันนั้นผ่านเลยมาแล้ว 2 วันจริง ๆ
...ทันทีที่วางหูโทรศัพท์ทั้งใบหน้าของ Hyde และ J ต่างนิ่งคิดอย่างงงงัน...พวกเขาปรนเปรอความรักให้กันโดยลืมวันลืมคืนขนาดนี้เลยเหรอ...ในช่วงสองวันที่ผ่านมาสิ่งที่จดจำได้มีเพียงรสสัมผัสที่ตอบสนองต่อกันและกัน...เสียงครางหวาน...และกลิ่นกาย
...ดวงตาของทั้งคู่เหลือบมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น... เมื่อคิดไปเองว่าพวกเขาคงโหยหาและปล่อยใจปล่อยกายไปกับความต้องการของตนเองอย่างเต็มที่...เมื่อไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ในกรอบของช่วงเวลาที่เรียกว่าชีวิตประจำวัน...การมาเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้คงทำให้จิตใจได้ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด
“ J !! ทำไงดีล่ะ...” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาจนอีกฝ่ายตกอกตกใจ
“มีเรื่องอะไร ?”
“ก็นี่แสดงว่าผ่านมา 5 วันหมดเวลาเที่ยวของพวกเราแล้วน่ะสิ...ยังไม่ได้ไปไหนนอกจากเล่นสกีเลยนะ” Hyde โวยวายขึ้นมาอย่างนึกเสียดายเมื่อสถานที่เที่ยวที่พวกเขาเคยวางกันเอาไว้เป็นอันต้องพับเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปอย่างเสียไม่ได้
“เอาไว้ค่อยมาใหม่ก็ได้...หรือไม่จะให้ฉันลักพาตัวนายหนีไปไกล ๆ ไม่ให้พวกนั้นตามเจออีกดีมั้ย ?” J เอ่ยแซวเล่น ๆ พร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลายาวนานที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
“บ้า !! งานการไม่คิดจะทำเลยรึไง ?” Hyde แกล้งต่อว่าชายหนุ่มเล่น ๆ แต่เมื่อลองคิดดี ๆ เขาก็อยากมีเวลาสุขสงบได้พักผ่อนอยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพังสองคนยาวนานกว่านี้
“จริงสิ !!” ร่างเล็กร้องออกมาเมื่อนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้
“อะไรอีกล่ะ ?”
“ก็ตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่ได้แช่ออนเซ็นเลย...ได้แต่อาบน้ำในห้องน้ำ”
“งั้นเดี๋ยวไปแช่กันเลยก็ได้” J เอ่ยปากชวนเพราะบ้านพักที่แยกออกเป็นหลัง ๆ จะมีออนเซ็นเล็ก ๆ ส่วนตัวเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว…Hyde ตอบตกลงอย่างว่าง่ายถึงแม้มันยังเพิ่งจะเป็นเวลาสาย ๆ แต่เขาก็อยากแช่น้ำแร่ก่อนจะต้องเก็บของกลับในช่วงเย็นของวันนี้แล้ว
...ร่างเล็กบางนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับเขยื้อนทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มผมทองผุดลุกลงจากเตียงไปแล้ว...ครั้นพอ J หันกลับมามองก็เข้าใจความหมายได้ทันที
...ชายหนุ่มเดินตรงไปช้อนร่างเล็กขึ้นกระชับในอ้อมกอดพาเดินตรงไปยังบ่อน้ำแร่เล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังบ้าน... โดยไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่พวกเขาลืมเลือนไปอย่างหนึ่งในค่ำคืนยาวนานที่แสนเร่าร้อนนั้น
...กลิ่นดอกไม้ที่กรุ่นกลิ่นขจรขจายไปทั่วห้อง...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ L’Arc ~~~
ชายหนุ่มร่างสูงเดินผ่านประตูทางเข้ามาด้วยอาการคล้ายกับถูกบังคับ...ใบหน้าง่วง ๆ หันไปยิ้มรับคำทักทายจากประชาสัมพันธ์สาวตลอดจนเด็กทีมงานที่เดินผ่านสวนกันไปจนกระทั่งถึงชั้นที่หมายซึ่งวันนี้เขาต้องมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวัน... เสียงพูดคุยโทรศัพท์จากผู้ช่วยหนุ่มน้อยของผู้จัดการแว่วมาให้ได้ยิน ผู้มาใหม่เกือบจะเดินเลี่ยงออกไปตามมารยาทหากชื่อของเพื่อนสนิทไม่ลอยมากระทบหูเข้าเสียก่อน...
“เดี๋ยวครับ Tetsu-san...โธ่...” เสียงทอดถอนใจดังตามออกมาก่อนเจ้าตัวจะใช้มือข้างที่ถือโทรศัพท์ทุบลงบนศีรษะตัวเองอย่างโกรธ ๆ...
“Te-chan ทำไมเหรอ?...” สิ้นเสียงถามชายหนุ่มร่างผอมก็หันขวับมาเบิกตามองก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ออกไป...
“Ken-san...”
“ว่าไงล่ะ?...” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย... “แล้วนั่นโทรจากที่ไหน Osaka เหรอ...” เสียงถามต่อไปอีกเพราะตนเองก็ไม่รู้กำหนดการกลับที่แน่นอนของเพื่อนเช่นกัน...
“Tokyo นี่แหล่ะครับ กลับมาแล้วเมื่อเช้า ผมเป็นคนจัดการเรื่องตั๋วให้เองแล้วก็พอดีว่า...” คำบอกเล่ารวมความถึงการสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ฝ่ายนั้นลงจากเครื่องถูกถ่ายถอดออกมายาวยืดก่อนจะค่อย ๆ เงยขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ด้วยความรู้สึกผิด...
“เอาเถอะ...ยังไงก็เป็นเรื่องงานแล้วหมอนั่นก็เต็มใจมาอยู่แล้วด้วย...ฉันเองก็ผิดที่ไม่รีบเข้ามา...” Ken สรุปออกมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก...ฝ่ายนั้นยิ้มออกมาได้ทันทีเมื่อได้ยินก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวไปทำงานของตนเองต่อ... ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจพลางออกเดินไปตรงไปยังห้องด้านในทิ้งตัวลงบนโซฟาคว้าหนังสือใกล้มือขึ้นมาพลิกเปิดดูเพื่อฆ่าเวลารอคอยเพื่อนที่กำลังจะเดินทางมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ ห้อง Inoran ~~~
เจ้าของห้องร่างบางวางมือจากอาหารกลางวันง่าย ๆ ที่เพิ่งจะทำเสร็จพาตัวเองออกมาจากส่วนครัวเล็ก ๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวกุกกักที่ประตูหน้าห้องตามมาติด ๆ ด้วยเสียงร้องหง่าวพร้อมเพรียงหันอย่างยินดีจากเจ้าเหมียวสามตัว
...คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ เพราะชายหนุ่มที่มองเห็นหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับเข้ามานั้นบอกเอาไว้ก่อนจะออกไปว่าวันนี้อาจจะต้องไปขลุกอยู่ที่สตูดิโอทั้งวัน...
“ทำไมกลับมาเร็วล่ะ Ken...” Inoran ถามพลางขยับเข้าไปช่วยรับของจากมืออีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะใกล้ ๆ เห็นสีหน้าฝ่ายนั้นไม่ค่อยดีก็ยิ่งจ้องมองรอคอยคำตอบด้วยความกังวล...
“Te-chan กลับมาแล้วน่ะ...ก็เลยไล่ฉันกลับมา ส่วนพวกนี้ก็ของฝาก...ฝากให้ Sugi กับ Shinya ด้วย...” คนพูดลอบถอนใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้พลางทำจมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมของอาหารใกล้เข้าไปจนถึงผิวแก้มของอีกฝ่าย...
“หอมจัง...” เสียงอ้อน ๆ กับรอยยิ้มขี้เล่นนั้นเรียกรอยยิ้มออกมาจากหน้ายุ่ง ๆ จนได้...
“หุงข้าวไว้แล้ว...ทำกับเพิ่มอีกอย่างก็แล้วกัน...” Inoran บอกพลางเดินนำกลับเข้าไปในครัวเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนอีกฝ่ายก็รีบคว้าเอาไปจากมือพร้อมกับรุนหลังให้กลับไปนั่งคอยที่โต๊ะ
... เพียงไม่นานก็ได้ไข่ตุ๋นเห็ดหอมมาเพิ่มอีกอย่างแล้วมื้ออาหารระหว่างคนทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นโดยมี Inoran เป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยต่างจากทุกวันเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องไม่สบายใจปิดบังเอาไว้แน่...
“แล้ว Tetsu เป็นยังไงบ้างล่ะ...กลับไปเยี่ยมบ้าน...”
“ก็ดีนะ...เห็นเล่าหน้าบานว่าไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่...” Ken หยุดพูดพลางเหลือบตาขึ้นมอง...เห็นสายตาฝ่ายนั้นจ้องมองมาก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์จะปิดบัง... “แต่...ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปเองหรือเปล่านะ Ino ดูเขาร่าเริงจนผิดปกติ...แล้วตอนเรียกฉันไปเอาของที่รถก็เห็นกระเป๋าเสื้อผ้ายังอยู่เต็ม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นโทรคุยกับที่คนที่สตูฯ ไว้ว่าจะกลับเข้าบ้านก่อน...”
Inoran เป็นฝ่ายนิ่งไปบ้างเมื่อฟังจบ...เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายบอกเล่ามาก็ดูจะไม่ใช่ความกังวลที่เกินไปนัก...
“คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับ Ryu รึเปล่า?...”
Ken ถอนใจออกมาเบา ๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม...เป็นครู่กว่าจะพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ...
“ฉันก็คิดอย่างนั้น...เกือบจะถามออกไปแล้ว แต่ก็ไม่กล้า...Te-chan ยังไม่รู้ว่าฉันรู้เรื่องเขาแล้ว...เพราะงั้นบางที...”
“จะทำเป็นว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้น่ะเหรอ...” Inoran ถามแทรกขึ้นเบา ๆ เห็นชายหนุ่มตรงหน้าก้มหน้าลงแทนคำตอบก็เข้าใจได้ทันทีว่า Ken คงไม่อยากให้ Tetsu ต้องลำบากใจในการจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีกไม่ว่าตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นจะดำเนินไปใ
นทางร้ายหรือทางดีก็ตาม... “อยากให้ฉันถาม Ryu มั้ย?...ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”
“มันจะดีเหรอ Ino...” Ken ถามอย่างลังเล...
Inoran ยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นพลางขยับลุกขึ้นดึงมืออีกฝ่ายลากออกไปจากครัวด้วยกัน...
“ก็คงดีกว่ามานั่งเดากันไปเอง...” ร่างบางหันไปบอกก่อนจะดึงให้ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยกันพลางหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายไปยังเพื่อนของตนที่พูดถึงกันอยู่เมื่อครู่ทันที...สัญญาณตอบรับดังติดต่อกันยาวนานกว่าปกติกว่าที่เสียงใครคนหนึ่งจะดังมาจากปลายสาย...ทำเอาคนฟังขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ...
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ...ดิฉันเป็นแม่บ้าน...Kawamura-san หลับอยู่ค่ะ...”
“ป้าเหรอครับ...” Inoran รีบถามกลับไป... “ผม Ino นะ...ป้าจำผมได้ใช่มั้ย...”
“อ้อ...ค่ะ ๆ จำได้ค่ะ...” เสียงตอบกลับมาบอกถึงความยินดีและโล่งอกระคนกัน...
“Ryu ยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ...ป่านนี้แล้ว...”
“เอ่อ...ตอนเช้าตื่นมาแล้ว แต่...ดื่มเหล้าเข้าไปค่ะ ฟุบไปทั้งอย่างนั้นป้าคนเดียวจะพาขึ้นไปข้างบนก็ไม่ไหวเลยต้องปล่อยให้นอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น...”
“หืมม์...ดื่มแต่วันอย่างนี้เหรอครับ...Shinya กับ Sugi อยู่ด้วยรึเปล่าครับ...” Inoran ถามต่อไปอย่างใจเย็นทั้งที่เริ่มจะสบตากับชายหนุ่มข้างกายอย่างเป็นกังวล...
“เปล่าค่ะ...ดื่มคนเดียว ป้าเข้ามาถึงตอนสาย ๆ ก็เห็นนั่งดื่มอยู่แล้ว...เอากับแกล้มมาให้ก็แทบไม่ได้แตะ...”
“ไม่เป็นไรนะป้า ปล่อยให้นอนไปอย่างนั้นก่อน...” Inoran นิ่งไปเล็กน้อยเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง... “อืม...ป้ารู้จัก Tetsu ใช่มั้ยครับ...วันนี้เขาเข้าไปที่นั่นรึเปล่า?...”
“เข้ามาค่ะ...ป้ามาถึงตอนเขากำลังจะกลับพอดี เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมบ้านหอบของฝากมาเยอะแยะ...” ฟังมาถึงตรงนี้ Inoran ก็แทบจะแน่ใจแล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่แน่ ๆ บทสนทนายังคงดำเนินไปอีกเล็กน้อยก่อนร่างบางจะกดปิดสายพร้อมเสียงระบายลมหายใจยาว...
“เฮ้อ...เรื่องที่เรากังวลคงไม่ใช่คิดกันไปเองแล้วล่ะ Ken”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
บนโต๊ะกลางหน้าโซฟาหุ้มผ้าเนื้อนุ่มสีแดงเข้มยังคงเกลื่อนไปด้วยขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์นา ๆ ชนิด... ขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านซึ่งนอนเหยียดยาวหลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มาตลอดบ่ายเริ่มกระพริบตาขึ้นลงถี่ ๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมาพบกับความมืดมิดรอบตัวกับแสงสว่างราง ๆ จากช่อไฟดวงเล็กที่ผนัง
... ความปวดมึนหนักอึ้งในหัวจู่โจมเข้ามาทักทายหากนั่นก็ยังช้ากว่าความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้าเกาะกุมจิตใจจนต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพื่อปกป้องตัวเองจากความว่างเปล่ารอบกายที่ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเขาไม่มีใคร...
“หิวหรือเปล่า?...แม่บ้านนายทำข้าวต้มทิ้งไว้ให้ก่อนจะกลับไป...” เสียงที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมาเรียกอาการสะดุ้งนิด ๆ จากคนฟังก่อนเจ้าตัวจะรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว.. ริมฝีปากขยับเหมือนจะยิ้มออกมาแต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่ใส่ใจออกมาแทน...
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ Ino...”
“เย็น ๆ...” คำตอบสั้นแต่ไม่ถึงก็ห้วนพลางนั่งนิ่งมองดูฝ่ายนั้นค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ค่อยจะถนัดนัก...ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ใส่ใจแต่พอเห็นเพื่อนลุกยืนและพยายามจะออกเดินด้วยท่าทางเซ ๆ ก็อดขยับเข้าไปช่วยไม่ได้...เพื่อนสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มให้กันในที่สุด...
“จะไปไหน...”
“ก็ออกไปกินข้าวไง...” เสียงบอกเนือย ๆ พลางหันไปสบตากับเพื่อนข้างกายอีกครั้ง... “ว่าแต่...มาถึงนี่คงไม่ใช่แค่มานั่งเฝ้าฉันหลับใช่มั้ย...”
Inoran ปล่อยเสียงระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างไม่ปิดบังขณะพาเพื่อนเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทานอาหาร...
“กินข้าวซะก่อนแล้วค่อยพูดกัน...” Inoran ตัดบทลงง่าย ๆ จัดการตักข้าวต้มหอมกรุ่นจากหม้อเก็บความร้อนที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้มาวางลงตรงหน้าอีกฝ่ายตามด้วยชาร้อนสองที่สำหรับเพื่อนและตน
ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างเหม่อมองออกไปยังสวนที่เห็นเป็นเงาอยู่ภายนอกหน้าต่างฟังเสียงช้อนกระทบกับถ้วยกระเบื้องเคลือบเบา ๆ จนกระทั่งเสียงนั้นค่อย ๆ เงียบหายไป...
“เรื่อง Tetsu ใช่มั้ย?...” กลับเป็นฝ่าย Ryuichi ที่เอ่ยถามขึ้นมาอย่างพอจะเดาออก...
“มันเกิดอะไรขึ้น Ryu”
“ก็จบ...อย่างที่ใครหลายคนอยากให้จบ...เขาไม่ได้บอกนายรึ?...” Ryuichi ย้อนถามกลับไป...ทั้งน้ำเสียงและแววตายังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด...
“Tetsu ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันรู้เรื่องระหว่างนายกับเขา...” Inoran ยังคงบอกอย่างใจเย็น... “อีกอย่าง...ฉันไม่เคยอยากให้เรื่องของพวกนายจบนะ Ryu...ฉันอยากให้มันไม่ได้เริ่มขึ้นต่างหาก...”
“มาพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว Ino...”
“ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วนายมานั่งดื่มเหล้าเสียอกเสียใจทำไม Ryu...ในเมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์..ในเมื่อรู้ว่าจบ...จะต้องมานั่งอาลัยอาวรณ์อะไร...” คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ จ้องมองเพื่อนอย่างตรงหน้าถามเสียงช้าชัด... “ที่ทำแบบนี้...เพราะตัวนายเองก็ยอมรับไม่ได้ว่ามันจบไม่ใช่รึไง...”
“ฉันไม่ยอมรับแล้วทำไมล่ะ!!!...” Ryuichi กระชากเสียงใส่เพื่อนอย่างลืมตัว...ความปวดมึนเหมือนศีรษะจะระเบิดแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ จนต้องหยุดนิ่วหน้า... “มันเป็นปัญหาของฉันเอง...ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด...นายได้ยินมั้ย Ino!!!...เขาไม่ได้มาเดือนร้อนอะไรกับความรู้สึกของฉันเลย...”
“แล้วตัวนายเองเดือดร้อนกับความรู้สึกของเขาแค่ไหนกันล่ะ Ryu...ฉันอยากรู้จริง ๆ นายคงเดือนร้อนแทนเขามากสินะตอนที่พาเจ้าของชุดกิโมโนนั่นกลับมาที่นี่กับนายด้วย...” Inoran บอกสิ่งที่ตนเดาได้ราง ๆ หลังจากมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ออกไปจนได้
... ชุดที่แม่บ้านหอบหิ้วลงมาจากห้องนอนของเพื่อนเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี...แม้จะรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปเพราะได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเพื่อนในเวลานี้..แต่เขาก็อยากให้อีกฝ่ายได้สติรับรู้ขึ้นมาบ้างว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองที่เจ็บเป็น!!...
Ryuichi ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ เหมือนจะบอกให้เพื่อนรู้ว่าตัวเขาเองก็ไม่เคยให้อภัยตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป...
“ฉันรู้ Ino...ฉันรู้ว่าตัวเองทำผิด...แต่ Tetsu ไม่ได้ไปเพราะโกรธ..หรือ” เสียงขาดหายไปอีกครั้งเพราะไม่อาจหาคำมาอธิบายความรู้สึกของตนเองในวินาทีนั้น... “เขาไม่ได้แสดงออกเลยว่าฉันทำให้เขาเจ็บ...เขาบอกว่าฉันไม่ได้ทำผิดต่อเขาด้วยซ้ำ...เขาไม่ได้แคร์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น...มันเหมือนกับเราแค่ผิดข้อตกลงระหว่างกัน...แค่นั้นจริง ๆ เขารู้สึกกับฉันแค่นั้นจริง ๆ...”
Inoran ถอนใจยาวพลางส่ายหน้าไปมากับความคิดของเพื่อนอีกครั้ง...
“ใคร? Ryu...” เขาเลือกที่จะถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าจะต้องทุ่มเถียงกันอีกครั้งถึงเรื่องความคิดไม่เข้าท่าของอีกฝ่าย... “รู้มั้ยนายเคยทำให้ฉันแน่ใจว่านายเห็น Tetsu ต่างจากคนอื่น... เพราะนายพาเขามาที่นี่แต่ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพราะนายก็พาผู้หญิงคนนั้นมาเหมือนกัน...เธอเป็นใคร? Ryu...” เสียงถามย้ำออกไปอีกครั้งก่อนตนเองจะเป็นฝ่ายนิ่งไปเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้...
“Arisa ใช่มั้ย...”
Ryuichi ยกมือขึ้นกุมศีรษะก้มหน้าลงแทนคำตอบ... ร่างบางจึงได้แต่จ้องมองเพื่อนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโกรธกับความเห็นใจก่อนจะตัดสินใจได้ถึงสิ่งที่ตนเองควรจะทำได้ในนาทีนั้น...
“ฟังนะ Ryu ก่อนนายจะคิดทำอะไรต่อไป...ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก...ถามตัวเองว่านายจะเอายังไง แล้วที่ต้องหาคำตอบให้เร็วที่สุดคือคนที่นายต้องการคือใครกันแน่? อย่าให้สองคนนั้นต้องมาเจ็บไปพร้อมกันเพราะนายเลย...” เสียงพูดเนิบช้าเหมือนจะให้อีกฝ่ายจดจำทุกคำพูดเก็บไปคิดก่อนเจ้าของร่างจะขยับกายลุกขึ้นเดินจากไปเงียบ ๆ...
Ryuichi เงยหน้าขึ้นเหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอีกครั้ง...ความเข้าใจในคำพูดที่ได้ยินยังคงเลือนรางภายในหัวยังคงเต้นตุบ ๆ ขณะนั่งนิ่งฟังเสียงรถยนต์ค่อย ๆ แล่นห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด...เสียงของความเงียบ...ร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพาตนเองขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนได้ยังไง
...หากทันทีที่แสงไฟภายในห้องสว่างขึ้น ดวงตาคมก็แลปราดไปหยุดอยู่ที่พื้นข้างเตียงมองหาของสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว... ความว่างเปล่าที่มากระทบสายตายิ่งตอกย้ำว่าเส้นใยที่เชื่อมต่อระหว่างเขากับอีกฝ่ายมันได้จบสิ้นกันไปแล้วจริง ๆ...
...จะดื้อดึงไปทำไมในเมื่อฝ่ายนั้นก็ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่ามันจบ...
...มือแกร่งขยับขึ้นค้นหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้ออย่างเคยชิน...ยิ่งไม่เจอภายในใจก็ยิ่งหงุดหงิดก็สิ่งที่เผชิญจนแทบคุมสติไม่อยู่...ชายหนุ่มปราดไปที่โทรศัพท์บ้านที่ตั้งอยู่หัวเตียงอย่างรวดเร็ว...เขากำลังเดิมพันกับความรู้สึกของตนเอง...
...ไม่อยาก...ต้องทรมานแบบนี้อีกแล้ว...
“Moshi Moshi” เสียงหวานใสตอบกลับมาเป็นสำเนียงแปร่ง ๆ ทำให้มือที่ถือหูโทรศัพท์กระตุกเล็กน้อย...เขารู้ใจตัวเองว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงที่เขาอยากฟังที่สุด...รู้สึกละอายวูบขึ้นในใจเพราะเขาหวังจะใช้เธอเพื่อทำให้ลืมคน ๆ หนึ่ง...
“Ryu...นั่นคุณเหรอ...Ryu-san” มือแกร่งที่กำลังจะดึงหูโทรศัพท์ออกห่างจากตัวจบความคิดบ้า ๆ นี่ซะกลับต้องชะงักค้างชาวาบไปทั้งร่างเมื่อเสียงเรียกด้วยความยินดีของฝ่ายนั้นดังแทรกความคิดขึ้นมา...
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นผมล่ะ Aris” เสียงถามกลับไปเบาไม่ต่างจากกระซิบ...
“Aris นึกว่า...จะไม่ได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว...” เสียงสั่นเครือตอบกลับมาไม่ตรงคำถามนัก...หากมันกลับสร้างความรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาอย่างประหลาด...แม้ความรู้สึกที่เกิดจะไม่มากพอเพียงจะลบภาพใครคนหนึ่งออกไปก็ตาม...
“คิดอะไรอย่างนั้น...” ชายหนุ่มพูดเย้ากลับไปพร้อมเสียงหัวเราะ... “ผมยังมีวันพักอีก...ถ้าคุณว่างพรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะครับ...”
...Ryuichi หลับตาลงช้า ๆ อยากให้เสียงและคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านริมฝีปากเขาออกมา...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. 评论 (1)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://virusring.spaces.live.com/blog/cns!4C4D948983D0D19A!268.trak 引用此项的网络日志
|
|
|