yamamura 的个人资料-'๑'-.....MY FICTION.......照片日志列表 工具 帮助

日志


4月12日

Love Punish 92

- 92 -

ร่างเล็กอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง...แถมยังกำบิดเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น...ด้วยความเขินอาย...จนชายหนุ่มผมทองต้องเหล่มองพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ค่อยเข้าใจกับท่าทีของ Hyde เท่าไหร่...ทั้งสองคนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงเนิ่นนาน...จนในที่สุด J ก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เป็นสาเหตุทำให้เขาคิดมากเรื่องของ Hyde
 
“นี่...”
 
“หืมม์”
 
“ตอนนี้นายมีเรื่องอะไรกลุ้มใจอยู่รึเปล่า ?” คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้ามองสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...ก่อนจะหลุบตาลงต่ำพร้อมกับเบียดร่างเข้าหาแผ่นอกกว้างมากกว่าเดิม
 
“ก็เรื่องของนาย...กลัวนายจะโกรธจนไม่ยอมคืนดี...กลัวว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น” Hyde เอ่ยตอบเสียงแผ่วเบาฝ่ามือบางที่เกาะกุมเสื้อชายหนุ่มเอาไว้สั่นระริกขึ้นเล็กน้อยพลางโอบกอดร่างสูงใหญ่แนบแน่นขึ้น
 
...เมื่อรู้สึกว่าน้ำตาพาลจะไหล...ทันทีที่ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้นวันที่ J ทอดทิ้งเขาไป...ซ้ำร้ายมันยังเกิดขึ้นมาถึง 2 ครั้ง....กลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3
 
J กระชับอ้อมกอดตอบรับความรู้สึกของร่างเล็กที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...ราวกับยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นมาอีก...ริมฝีปากได้รูปมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
 
“แล้วในอนาคตนายอยากทำอะไร ?” J ถามคำถามในสิ่งที่อยากรู้ขึ้นมาอีก...ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยได้สนใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้...แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกันสมควรจะได้รับรู้เอาไว้...ที่สำคัญไม่อยากให้ใครมาบอกว่ารู้จัก Hyde ดีกว่าเขา ร่างเล็กเงยหน้ามองอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ...ว่า J จะอยากรู้เรื่องราวพวกนี้ไปทำไม
 
“ก็อยากทำเพลงต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็....” Hyde ก้มหน้าซุกกับแผ่นอกกว้างอย่างเขินอาย...ก่อนจะพูดอุบอิบในประโยคต่อไป
 
“อยากอยู่กับนาย” J ยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้อยู่ในอนาคตที่อีกฝ่ายวางเอาไว้
 
“แล้วมีความฝันอะไรบ้างมั้ย ?”
 
“ก็ฝันอยากอยู่กับนายตลอดไป...ให้เรารักกันไปนาน ๆ”
 
“แล้วครอบครัว ?”
 
“นายก็เป็นเหมือนครอบครัวของฉันไง”
 
“เรื่องที่อยากทำต่อไปล่ะ ?”
 
“นี่ !! ทำไมฉันต้องมานั่งตอบคำถามนายด้วยนะ !!” Hyde โวยวายขึ้นมาบ้าง...เมื่อโดนตั้งคำถามไม่รู้จักจบสิ้นเสียที...ใบหน้างามเริ่มส่อแววไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย...แทนที่จะได้ทำอย่างอื่น J กลับมานั่งถามคำถามเหมือนพวกพิธีกรรายการทีวีไปได้
 
“ตอบก่อนสิ...เรื่องสำคัญสำหรับฉันเลยนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางโอบไหล่บางให้เข้ามาเอนซบอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง
 
“อยากทำทุกอย่างร่วมกับนาย...แค่มีนายอยู่...ไม่ว่าอะไรฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันยากลำบาก” Hyde ยอมตอบคำถามแต่โดยดี....ไม่ว่าเรื่องราวใดขอเพียงได้ฝ่าฟันไปพร้อมคน ๆ นี้...เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน ทุกคำตอบที่ได้รับ...ยิ่งทำให้หัวอิ่มเอม พองโต ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...เหมือนความสุขมันเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ...เมื่อตนเองอยู่ในทุกเสี้ยวความคิดคำนึงของ Hyde
 
...แล้วทำไมเขาต้องไปอิจฉาคนที่ทำได้เพียงรับฟังมันเอาไว้...แต่ไม่ได้อยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเหล่านั้น...
 
“แล้วทำไมฉันถึงอยู่ในความคิดนายเยอะจัง” J เอ่ยแซวออกมาเล่น ๆ อย่างนึกสนุกแต่ร่างเล็กกลับผละออกจากอ้อมกอดแถมยังจ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตา...ก่อนจะโวยวายอะไรขึ้นมาทันที
 
“ก็ฉันคิด ๆๆๆๆ ....คิดถึง....แต่เรื่องของนาย.....คิดจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว !!!....แล้วนายน่ะคิดถึงฉันบ้างรึเปล่า ?” Hyde โผกลับเข้าไปหาอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง...เมื่อเห็นรอยยิ้มกวนอารมณ์ที่มุมปากของอีกฝ่าย...ฝ่ามือบางฟาดผัวะไปที่แผ่นอกกว้างนั้นเบา ๆ พลางเบียดศีรษะแนบชิดกับตำแหน่งหัวใจของชายหนุ่ม...ราวกับจะแอบฟังว่าทุกจังหวะการเต้นของหัวใจมีเขาอยู่ในนั้นรึเปล่า ?
 
“ก็เพราะคิดแต่เรื่องของนายเหมือนกันไง....ฉันถึงได้คิดมากเรื่องคราวนี้...คิดไปว่าฉันไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของนาย...”
คำตอบที่ได้ยินทำให้ Hyde ต้องผละออกมาจากอ้อมกอด...ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...อะไรที่ทำให้ J มีความคิดแบบนั้น
 
“ทำไม ? นายถึงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ”
 
“ก็เพราะ...ฉันไม่เคยได้รับรู้ความคิดของนาย...แล้วพอมาได้ยินว่ามีคนที่รู้ในเรื่องที่ฉันควรจะรู้...แถมคน ๆ นั้นก็ยังรักนาย...ในเมื่อนายมีคนที่สามารถปรึกษาพูดคุยได้ทุกเรื่อง...ฉันก็เลยคิดว่าฉันคงไม่มีความจำเป็นกับนายแล้ว”
 
J ตอบทุกอย่างออกไปตามความจริงไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปิดบังหรือเก็บกดความรู้สึกของตนเองเอาไว้... เพราะหากเราสองคนได้พูดคุยกันเรื่องราวคงไม่บานปลายจนทุกอย่างที่สร้างกันมาเกือบสูญสลายแบบนี้
 
“ขอโทษ....ฉันผิดเอง” Hyde เอ่ยคำขอโทษออกมาเบา ๆ พร้อมกับเข้าไปโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น...เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คิดเอาเองว่าไม่จำเป็นต้องบอก...มันจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกัน
 
“อย่าโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองฝ่ายเดียว...ถ้าฉันหนักแน่นมากกว่านี้...เรื่องเลวร้ายมันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก”
 
“นายจำเป็นกับฉันแล้วก็สำคัญมากกว่าใคร ๆ อย่าคิดอีกนะว่านายไม่จำเป็นสำหรับฉันหรือคิดเอาเองว่าฉันไม่ต้องการนายน่ะ” Hyde เงยหน้าจ้องมองสบตาอย่างต้องการคำสัญญา...J อมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย...ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากผ่าวร้อนกับกลีบปากบางเป็นเครื่องหมายของคำสัญญา
 
“ฉันสัญญา Hyde…แต่เรื่องนึงที่ฉันอยากให้นายสัญญากับฉันเหมือนกัน” J เอ่ยปากตอกย้ำคำสัญญาหลังจากที่ผละริมฝีปากออกมา...ก่อนจะยื่นคำสัญญาให้อีกฝ่ายรักษาบ้าง
 
“อะไรล่ะ ?”
 
“ถ้าวันไหน...นายคิดว่าฉันไม่จำเป็นแล้ว...ฉันไม่มีความสำคัญกับนายอีกแล้ว...ขอให้นายพูดมันออกมาตรง ๆ ได้มั้ย ?...อย่าให้ฉันต้องคิดไปเอง...เพราะช่วงเวลาที่ฉันคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบ...นายไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน ?”
J เอ่ยเสียงแหบพร่า...ดวงตาเรียวรีเหม่อมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย...เมื่อย้อนคิดไปถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่รอให้ Hyde กลับมาเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ว่ามันจะจบลงหรือคงอยู่ต่อไป...มันช่างเป็นเวลาที่ทรมานจนเขาแทบทนไม่ไหว
 
...ทรมานแทบขาดใจ...
 
Hyde นิ่งค้างกับคำพูดของชายหนุ่ม...ช่วงเวลาที่เขามัวแต่คิดเรื่องของตัวเอง...เขาปล่อยให้ J ทุกข์ทรมานกับความรู้สึกนั้นมากมายแค่ไหน ? ร่างเล็กที่ฟุบหน้านิ่งอยู่กับแผ่นอกกว้างพยักหน้ารับต่อคำสัญญานั้นเบา ๆ
 
“แต่วันนั้นจะไม่มีวันมาถึง” Hyde เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ... รอยยิ้มกว้างและวงแขนแกร่งที่โอบกระชับร่างเล็กแนบแน่นราวกับจะตอบรับว่าตนเองก็จะไม่ยอมให้วันนั้นมาถึงเช่นกัน... ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเนิ่นนานท่ามกลางความหนาวเหน็บของอุณหภูมิภายนอก
...ความเงียบสงัดจากทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายราวกับว่าโลกทั้งโลกเหลือเพียงพวกเขาสองคน
 
...โลกที่มีเพียงแค่เรา...
 
....~~ จ๊อกกก ~~…
 
เสียงประหลาดที่ดังขึ้นมาทำลายความเงียบงันที่ทั้งคู่กำลังด่ำดิ่งสู่โลกที่มีเพียงกันและกัน... ความโรแมนติกถูกทำลายขึ้นมากะทันหันเมื่อใครคนหนึ่งทนต่อความต้องการอันดับหนึ่งของมนุษย์ไม่ไหว
 
“ J !!” Hyde แกล้งโวยออกมาทันทีเมื่อบรรยากาศแสนหวานถูกทำลาย...ร่างเล็กผละออกจากอ้อมกอด...ก่อนจะแกล้งทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
 
“ขอโทษ ๆๆ...พอดีไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อเช้าน่ะนะ...โอ๊ยย !!...” เสียงร้องออกมาเบา ๆ ทันทีที่ชายหนุ่มขยับกาย...ทำให้ Hyde ต้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง...เพราะดูเหมือนเขาจะลืมเลือนไปแล้วว่า J กำลังไม่สบาย
 
“เป็นอะไรรึเปล่า ?!!”
 
“เปล่า ๆ...” J ปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ...”แค่เมื่อยแล้วเหน็บมันกิน...นายตัวหนักขึ้นรึเปล่า ?” ชายหนุ่มกระเซ้าแหย่ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเหยียดแขนทั้งสองข้างออกช้า ๆ
 
“นายหาว่าฉันอ้วนเหรอ !!?” Hyde ร้องถามเสียงสูง...ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินคำถามเรื่องน้ำหนัก
 
“ไม่ได้ว่าอย่างนั้น....แต่ตอนที่หลับอยู่ฉันก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่หนักมากมาทับเอาไว้...คิดว่าต้องตายซะแล้ว…พอรู้สึกตัวถึงรู้ว่าเป็นนายนี่เองที่มาทับฉันเอาไว้” J ยังคงแซวเรื่องนี้ไม่เลิก...รอยยิ้มกวน ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก...เมื่อเริ่มสังเกตได้ว่าดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง...ริมฝีปากบางสวยเตรียมขยับจะโวยอะไรออกมาอีกรอบ...แต่มันก็ถูกปิดสนิทเอาไว้ก่อนด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม
 
“อื้ออ !!!” Hyde เตรียมที่จะใช้สองมือรัวทุบไปที่ไหล่หนาของอีกฝ่าย...ถ้าไม่ใช่เพราะ J รู้ทันจึงรีบผละริมฝีปากออกห่างพร้อมกับรวบเอาข้อมือบางนั้นเอาไว้ได้ทัน
 
“นี่ฉันเป็นคนป่วยนะ...มาทำร้ายร่างกายกันอย่างนี้ได้ยังไง ?”
 
“ก็ให้มันตายไปเลย !!” Hyde แกล้งโวยเสียงลั่นพร้อมกับบิดข้อมือหมายจะให้หลุดจากการจับกุม
 
“ฉันตายแล้วนายไม่เสียใจเหรอ ?” น้ำเสียงนุ่มนวลที่ถามกลับมาเหมือนจะแกล้งยั่วอารมณ์...
 
“หึ!!” ร่างเล็กสะบัดหน้าพรืดทำท่าเหมือนไม่อยากสนใจ...จน J ต้องยอมง้อแต่โดยดี...ค่อย ๆ โอบร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้หลวม ๆ
 
“นี่...ฉันหิวมากเลยน้า ~~...”
 
“จะกินอะไร?!!!” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นถามกลับมาทันที
 
“ได้ข้าวต้มร้อน ๆ สักชาม...ก็คงดี”
 
... หลังจากสั่งความถึงสิ่งที่ตนเองต้องการเรียบร้อยชายหนุ่มผมทองก็เอนร่างลงบนเตียงนอนอย่างมีความสุข...รอเวลาที่ข้าวต้มร้อน ๆ จะมาเสิร์ฟถึงที่พร้อมกับป้อนให้ถึงปาก...อาการไข้ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย...ถ้าได้พักผ่อนเต็มที่อีกสักคืนคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะหายสนิท...
 
“เสร็จแล้วเหรอ ?” J ผงกศีรษะขึ้นมาจากหมอนเมื่อเห็นว่า Hyde เพิ่งออกไปได้ไม่ถึง 5 นาทีก็กลับเข้ามาแล้ว
 
“ที่นี่มันบ้านพักของรีสอร์ทนะ...แล้วเมื่อวานที่เราไปเที่ยวในเมืองกันก็ไม่ได้ซื้อของสดหรืออาหารอะไรกลับมา...แล้วจะเอาอะไรทำล่ะ ? ฉันเลยออกไปโทรสั่ง....เดี๋ยวก็คงมาส่ง” Hyde อธิบายเพราะตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะลงมือทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้ J กินเอง...แต่พอสำรวจไปทั่วครัวที่ว่างเปล่า...ก็เลยต้องตัดสินใจโทรสั่งบริการรูมเซอร์วิสของรีสอร์ทแทน...
 
...ร่างเล็กเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ข้างเตียง...ก่อนที่จะเริ่มทำหน้าที่ตรวจดูอาการป่วยของชายหนุ่ม...ฝ่ามือบางวางแนบลงบนหน้าผากของ J โดยที่มืออีกข้างแนบสัมผัสกับหน้าผากตนเองเพื่อวัดอุณหภูมิ...
 
“นายป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ ?” Hyde ย้อนถามถึงเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับอาการป่วยของอีกฝ่าย...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาตั้งแต่มาถึงที่นี่...แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรให้เขาสังเกตได้แม้แต่น้อย
 
...หรือเพราะว่าตัวเขาไม่ได้เฉลียวใจเองกันแน่
 
“เช้าวันที่ไปเล่นสกี...ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วน่ะนะ”
 
“แล้วทำไมนายไม่รีบบอก!!” Hyde แทบจะตะโกนเมื่อจำได้ว่าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งรออยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บนานแค่ไหนแถมยังแกล้งชายหนุ่มเล่นด้วยการให้กลิ้งไปตามพื้นหิมะที่เย็นเยียบ...
 
“ฉันแค่อยากไม่ให้นายหมดสนุก...อีกอย่างเรากำลังมีความสุขมากขนาดนั้น...ฉันก็เลย...”
 
“บ้ารึเปล่า ?!! ถ้านายเป็นอะไรร้ายแรงฉันจะยังมีความสุขได้ยังไง ?!!” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
 
“ใจเย็นน่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงซะหน่อย”
 
“ก็แล้วถ้าเป็นล่ะ !!”
 
“ก็บอกว่าไม่เป็นไง”
 
“แล้วถ้าเป็น !!”
 
“ไม่เป็น...”
 
“เป็น !!”
 
“ไม่เป็น!!”
 
...ก๊อก...ก๊อก...
 
เสียงทุ่มเถียงกันของคนทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูจากภายนอก...ตามมาด้วยเสียงร้องบอกว่าเป็นรูมเซอร์วิส...Hyde จึงได้ละความสนใจจาก J หันไปตามเสียงเรียกที่แว่วมาจากด้านนอก
 
“อาหารคงมาส่งแล้ว” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนจะส่งสัญญาณให้ Hyde เป็นคนออกไปเอา... ร่างเล็กหันมาย่นจมูกใส่เมื่อยังอารมณ์ค้างกับเรื่องที่ทุ่มเถียงกันเมื่อครู่ไม่หาย
...แต่ก็ผุดลุกไปที่ประตูหน้าบ้านพักแต่โดยดี
 
...รออยู่เพียงไม่นานร่างเล็กพร้อมกับถาดอาหารก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนอีกครั้ง...Hyde จัดการวางถาดอาหารลงกับโต๊ะหัวเตียง...พร้อมกับชายหนุ่มผมทองที่ขยับเอนกายพิงหมอนใบนุ่ม...กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยยิ่งกระตุ้นให้น้ำย่อยทำงานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
 
J ถูมือไปมาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นอยากลิ้มชิมรสชาติของข้าวต้มหอมกรุ่นนี่ใจจะขาด...ดวงตาเรียวรีมองตามช้อนที่กำลังถูกนำลงไปตักข้าวต้ม...ก่อนจะมาจรดอยู่ที่ริมฝีปากบางสวยที่ช่วยเป่าเบา ๆ เพื่อลดความร้อน...ไม่นานช้อนพร้อมข้าวต้มก็ถูกยื่นมาจ่อตรงหน้า...J อ้าปากรอรับหวังจะได้สัมผัสถึงรสชาติของข้าวต้มที่แผ่ซ่านในปาก
 
“อ๊ะ !! เดี๋ยวก่อน” เสียงทักท้วงดังขึ้นพร้อมกับช้อนที่ถูกชักออกให้ห่างจากปากชายหนุ่ม...จน J ต้องอ้าปากนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นรสชาติของข้าวต้มก็ไม่ได้สัมผัส
 
“อะไรอีกล่ะ ?” J หันมาถามอย่างไม่เข้าใจ...แถมความหิวที่กำลังรุมเร้าก็ทำให้อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ
 
“นายต้องสัญญาก่อน...ว่าทีหลังถ้าไม่สบาย...นายต้องบอกให้ฉันรู้” Hyde ขุดเอาเรื่องที่เพิ่งจะทุ่มเถียงกันไปเมื่อครู่ขึ้นมาต่อรองอีกครั้ง...จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้กินข้าวช้าลงไปอีก
 
“OK...” J ตอบรับอย่างขอไปที...แต่คำสัญญาของชายหนุ่มก็ทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้างออกมาได้ทันที
 
“ดีมาก...แล้วก็...”
 
“นี่...ถ้านายจะสั่งอะไรก็สั่งไปตามสบาย...แต่เอาข้าวมาให้ฉันก่อนได้มั้ย ?” J ยันกายขึ้นนั่งพร้อมกับยื่นมือหมายจะเข้าไปแย่งเอาชามข้าวต้มมาไว้ที่ตัวเอง...แต่ Hyde ก็ไวพอที่จะฉวยยึดชามข้าวเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่ม
 
“เดี๋ยวฉันจะป้อน !!”
 
“ก็ป้อนสักทีสิครับ...ผมหิวจะตายอยู่แล้วครับ”
 
J แกล้งอ้อนวอนเสียงอ่อน...ไม่รู้ว่า Hyde นึกสนุกอยากเล่นบทพยาบาลดูแลคนไข้รึไงกัน ? ถึงดื้อดึงอยากจะป้อนข้าวต้มเขาขนาดนี้...คงเพราะเขาไม่เคยไม่สบายขนาดที่ต้องคอยให้อีกฝ่ายดูแลอย่างใกล้ชิด...Hyde ก็คงอยากจะดูแลเขากลับบ้าง...เพราะส่วนใหญ่คนที่ไม่สบายจะเป็นเจ้าตัวเล็กมากกว่า...
 
“นั่งดี ๆ สิ !!” Hyde หันกลับมาสั่งให้ชายหนุ่มเอนกายพิงหัวเตียงลงไปอีกครั้ง...ซึ่ง J ก็ต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย
 
“อ้ะ...” คราวนี้ช้อนพร้อมข้าวต้มถูกยื่นมาจ่อตรงหน้าจนแทบจะกระแทกเข้าที่ปาก....ชายหนุ่มค่อย ๆ อ้าปากรับช้า ๆ กลัวเหลือเกินว่ามันจะกระแทกไปจนถึงคอหอย... รสชาติข้าวต้มหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านในปากขณะที่เคี้ยวช่วยบรรเทาความหิวโหยลงไปได้มาก…แต่พอคำที่สองกำลังจะเข้ามาใกล้ J กลับฉวยยึดข้อมือบางนั้นเอาได้ทัน
 
“นี่จะป้อน...หรือจะเอาข้าวอุดปากฉันให้ตายกันแน่....อย่าใช้อารมณ์กับคนไข้สิ...นายเป็นพยาบาลที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ” J แกล้งบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะจับข้อมือบางให้หันมาที่ปากเขาช้า ๆ แล้วข้าวคำที่สองก็ถูกนำเข้าปากไปอย่างนุ่มนวล
 
“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องกิน !!” ร่างเล็กฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...เขาแค่อยากจะดูแล J บ้าง...ชดเชยกับที่เขาแกล้งให้ชายหนุ่มต้องนั่งหนาวทนรอตอนเล่นสกี...แถมยังทำให้ J ไม่สบายใจกับเรื่องของ Kiyoharu อีก...แต่ชายหนุ่มก็ยังกวนอารมณ์เขาไม่ยอมหยุด
 
“กิน ๆ...ป้อนต่อนะ” J ว่าเสียงอ่อนพลางอ้าปากรอรับข้าวต้มคำต่อไปอย่างว่าง่าย...และคราวนี้คนป้อนก็ดูเหมือนจะนุ่มนวลมากกว่าเดิม...ข้าวต้มถูกป้อนให้ชายหนุ่มกินจนหมดชาม
 
“แล้วนายไม่หิวเหรอ ?” J ถามกลับขณะที่รับยาลดไข้ที่ต้องทานหลังอาหารมาจากร่างเล็ก
 
“หิวสิ...นี่ไงฉันสั่งของฉันมาด้วย “ Hyde ยกถาดอาหารอีกถาดให้ดู...ก่อนจะนั่งกินส่วนของตนเองอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงนอนปล่อยให้ชายหนุ่มนอนพักผ่อนดูทีวีอยู่บนเตียง
 
...เพียงไม่นานหลังจากที่จัดการอาหารของตนเองเรียบร้อย...Hyde ก็จัดการยกถาดอาหารทั้งหมดออกไปไว้ที่ครัวด้านนอก...หอบหิ้วเอาอ่างน้ำและผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กกลับเข้ามาด้วย...ตั้งใจว่าจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่ม...แต่พอมาถึงเตียงจึงได้เห็นว่า J เคลิ้มหลับไปอีกแล้ว...ทั้ง ๆ ที่วันนี้ก็นอนมาทั้งวัน...คงเพราะฤทธิ์ยาลดไข้ที่เพิ่งให้กินเข้าไปเมื่อครู่
 
...Hyde ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพลางไล้มือไปตามโครงหน้าอย่างแผ่วเบา..ฝ่ามือบางเลื่อนขึ้นไปลูบไล้เส้นผมสีทองที่ผ่านการกัดย้อมจนอ่อนนุ่มเหมือนขนแมว... ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทำไมเขาถึงเรียกเจ้าเหมียวขนทองว่า “J”
 
...ร่างเล็กขยับเอาผ้าห่มนวมขึ้นมาห่มให้อย่างแผ่วเบา..นอนมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซุกซน...เพราะวันนี้เขานอนมาทั้งวันตอนนี้เลยยังไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย
 
...RRRR…RRRR….
 
เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดก้องขึ้นมากะทันหัน... ทำให้ร่างเล็กต้องรีบหันไปมองและควานหามันมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเสียงรบกวนจะไปทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมาจากนิทรารมย์...Hyde กวาดสายตามองไปที่ชื่อของสายเรียกเข้า...ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้น
 
“Kiyoharu !!”
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
 
Ryuichi ลืมตาจ้องมองร่างในอ้อมแขนอีกเป็นครั้งที่สองก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความมึนงงจากเสียงเต้นตุบ ๆ ในหัวอีกครั้ง... ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองมีใครนอนอยู่เคียงข้าง หากเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำสิ่งที่ผิด...
 
...เส้นผมนุ่มสลวยที่ลูบไล้อย่างมีความสุขก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมอง เขากำลังคิดถึงผมสีน้ำตาลนุ่มมือยาวระต้นคอขาวสะอาดของใครคนหนึ่งแต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รับรู้ถึงสัมผัสที่เปลี่ยนไป...
 
...มือที่ลูบไล้เส้นผมหยุดนิ่งลงโดยไม่รู้ตัว... ความทรงจำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มชัดเจนขึ้นในความทรงจำขณะเจ้าของร่างยังคงนอนนิ่งฟังเสียงนาฬิกาเรือนเล็กที่ตั้งอยู่หัวเตียง กระทั่งรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของร่างในอ้อมแขน...
 
“ผมจะลงไปเตรียมอาหารเช้าให้นะ...” คำพูดประโยคเดียวทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้น... ร่างบางที่นั่งก้มหน้าพันกายด้วยผ้าห่มหันมาสบตากับคนพูดเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
 
...กระทั่งชายหนุ่มข้างกายขยับเข้ามาใกล้กดศีรษะเธอให้ซบลงกับบ่าของเขาอย่างอ่อนโยน...ใบหน้าที่ซีดขาวจึงเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ พร้อมกับความรู้สึกอับอายในสิ่งที่เกิดขึ้นเบาบางลงจนแทบไม่เหลืออยู่...
 
Arisa มองตามแผ่นหลังกว้างไปจนกระทั่งลับสายตาจึงค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นจากเตียง อาการปวดมึนยังคงตามมารบกวนไม่ลดละแม้เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับสายน้ำอุ่น ๆ หากในความสับสนและความคิดหลายสิ่งหลายอย่างในหัวกลับไม่มีความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดเมื่อคืนปนอยู่เลย...
 
เสียงเปิดประตูห้องที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำหยุดชะงักหันไปมองพร้อมกับหลบตาไปทางอื่นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว... Ryuichi มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มนิด ๆ พลางกวาดตามองไปยังชุดกิโมโนที่พาดวางไว้ที่ปลายเตียง... เพียงเท่านั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงกำลังกลุ้มใจเรื่องเครื่องแต่งกายอยู่นั่นเอง...
 
“เสื้อในตู้เลือกได้ตามสบายนะครับ...” Ryuichi พูดมาจากหน้าประตูโดยไม่ขยับเขยื้อน... เสื้อผ้าที่คนพูดสวมใส่เข้ามาบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงไปอาบน้ำชำระร่างกายมาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน...
 
Arisa ยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าตามคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง... เสื้อขนาดค่อนข้างเล็กที่มุมหนึ่งของตู้ดูจะพอเข้ากับขนาดรูปร่างของตนมากที่สุดจึงถูกเลือกหยิบออกมายกขึ้นให้อีกฝ่ายดูเป็นการบอกกล่าวอีกครั้ง
 
... แววประหลาดใจปรากฏให้เห็นในดวงตาคู่งามเมื่อชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่มีอาการเหมือนชะงักไปชั่วครู่... ริมฝีปากได้รูปขยับคล้ายจะพูดอะไรออกมาแต่แล้วก็กลับเงียบพร้อมกับพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบอกเสียงอ่อนโยน...
 
“ข้างนอกยังเย็น ๆ ใส่เสื้อหนาหน่อยจะดีกว่านะครับ...”
 
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
 
...ติ้ดๆๆ...ติ้ดๆๆ...
 
“Moshi Moshi” ชายหนุ่มร่างบางสวมเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกดปุ่มรับสายโทรศัพท์มือถือพลางขยับแว่นกันแดดที่เลื่อนต่ำลงไปขณะยกกระเป๋าใบสุดท้ายลงใส่ท้ายรถให้กลับขึ้นมาเข้าที่อีกครั้ง...รอยยิ้มบาง ๆ ยังคงมีให้เห็นบนใบหน้าแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางเมื่อคิดไปถึงที่หมายที่ตนเองกำลังจะไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
 
“Tetsu-san...ดีใจจังที่ได้ยินเสียงคุณ เอ่อ ลงจากเครื่องแล้วใช่มั้ยครับ...” เสียงร้อนรนตามสายมาตรงเวลาราวกับมีญาณวิเศษ...คนฟังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตอบรับกลับไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง...
 
“ครับ...เพิ่งยกกระเป๋าขึ้นรถเสร็จ...เมื่อกี๊...” ปลายเสียงขึ้นสูงจนคนถามหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา...
 
“อ่า...คงเหนื่อยนะครับ...ความจริงก็ไม่อยากโทรมารบกวนเป็นช่วงพักแท้ ๆ แต่....”
 
Tetsu ยิ้มออกมาทันทีกับการเริ่มต้นประโยคแบบนี้ของฝ่ายตรงข้าม ปลอบใจตัวเองไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าวันนี้คงไม่มีเวลาว่างพออย่างที่คิดแล้ว...
 
“...ก็อย่างที่เล่ามาล่ะครับ...”
 
“ครับ...ผมเข้าใจ ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซักชั่วโมงแล้วจะเข้าไปครับ...” Tetsu จบบทสนทนาลงพร้อมเสียงถอนใจยาว...โทรศัพท์ถูกโยนไว้ที่เบาะข้างตัวหลังจากขึ้นนั่งประจำที่คนขับก่อนรถคันงามจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกเพื่อตรงไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก...
 
...แปลกที่ก่อนหน้านี้ความรู้สึกในใจดูจะรอคอยช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึงอย่างมีความสุข หากเมื่อเวลานั้นกำลังมารออยู่ตรงหน้าเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
 
...คงเพราะโทรศัพท์เมื่อกี๊มั้ง...เสียงบอกตัวเองในใจ...
 
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
 
... อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับห้วงความคิดคำนึงของตนเอง...หลายครั้งที่ Arisa แอบเงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า...ดวงตาคมคู่นั้นเหมือนกำลังล่องลอยไปไกลแสนไกล... หากเพียงครู่เดียวที่เผลอจ้องมองดวงตาคู่เดียวกันนั้นก็จะตวัดกลับมามองพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าร้อนวูบจนต้องหลบตา...
 
“ต้อง...กลับแล้วค่ะ...” คนบอกทำท่าสนใจกับนาฬิกาข้อมือโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตา... “วันนี้ต้องเริ่มช่วยงานที่บ้านแล้ว...เลี่ยงมาตลอดตั้งแต่กลับมา...”
 
“ถ้างั้นก็ไปกันเลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมไปส่ง...”
 
“ไม่เป็นไรค่ะ...” Arisa เงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกขอบคุณ... “คุณพักผ่อนเถอะ Aris โทรให้ที่บ้านเอารถมาให้แล้ว...เดี๋ยวก็คง...” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาหยุดบทสนทนาไว้เพียงนั้น...
 
“อืม...เปลี่ยนเป็นผมไปส่งที่รถก็แล้วกัน...หวังว่าคงไม่ปฏิเสธนะ...” Arisa รับคำพูดนั้นด้วยเสียงหัวเราะ...
เจ้าของบ้านเบี่ยงตัวหลีกทางให้เธอเป็นฝ่ายเดินนำออกไป...Ryuichi มองเห็นชายวัยกลางคนที่เคยเห็นเมื่อครั้งก่อนยืนประสานมือรออยู่ที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับ Lamborghini สีเหลืองคันงาม... หลังจากส่งมอบกุญแจให้เป็นที่เรียบร้อยรถสีดำอีกคันที่จอดรออยู่ก็เคลื่อนเข้ามาจอดรับชายคนนั้นขึ้นนั่งพร้อมกับขับหายลับไปจากหัวมุมถนนอย่างรวดเร็ว...
 
“Ryu คะ...” Arisa เรียกชายหนุ่มตรงหน้าให้หันมามองเธออีกครั้ง... คำพูดที่คิดเอาไว้ว่าต้องบอกให้ได้..เอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก...
 
“ไปนะคะ...” ศีรษะคนพูดก้มลงให้ชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าทุกครั้ง...คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยกับภาพที่เห็น...ยิ้มรับออกมาเมื่ออีกฝ่ายยืดตัวตรงขึ้นอีกครั้งพลางขยับเปิดประตูรถให้... มือบางที่ยกขึ้นจับกรอบประตูรถขณะหันกลับมามองอีกครั้งทำให้คนเกือบจะร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญที่ลืมไปสนิท...
 
“Aris...รอตรงนี้นะครับ...มีของจะคืนให้คุณ...” สีหน้าประหลาดใจของหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับจะเอ่ยคำถามถูกห้ามไว้ด้วยฝ่ามืออบอุ่นที่สัมผัสลงบนผิวแก้มแผ่ว ๆ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวยาว ๆ กลับเข้าไปภายในบ้านและกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงนาที...
 
...ห่อผ้าเล็ก ๆ ในมือถูกคลี่ออกช้า ๆ ก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้า... เสียงอุทานออกมาด้วยความยินดีพลางขยับเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าอย่างลืมตัวพร้อมเสียงขอบคุณซ้ำ ๆ อีกหลายต่อหลายคำเป็นภาษาตะวันตกรัวเร็วจนแทบฟังไม่ทัน...
 
“เมื่อวานคุณลืมไว้ในห้องน้ำ...” Ryuichi บอกขณะรวบมือฝ่ายนั้นขึ้นมาสวมแหวนกลับคืนให้... “พอผมกลับมาแม่บ้านก็เอามาให้...ควรจะคืนตั้งแต่เมื่อวาน...”
 
“ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไร...” เสียงบอกปัดเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่ยอมละสายตาจากแหวนบนนิ้วมือ...
 
“A คือ Arisa เหรอครับ...” ทันทีที่ได้ยินคำถามหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง... “A มีความหมายสองชื่อค่ะ Akiko คือชื่อเจ้าของคนแรกแล้วก็คนต่อมาคือ Aris คนที่ให้เราทั้งคู่...คุณพ่อน่ะค่ะ ท่านเคยบอกว่าดีจังที่ใช้ตัวอักษรเดียวกันจะได้ไม่ต้องทำสองวง...”
 
คำพูดติดตลกพร้อมกับเสียงหัวเราะก่อนจะพึมพำเรียก ‘แม่’ แผ่วเครือทำให้คนฟังเดาได้ทันทีว่าเจ้าของคนแรกของแหวนวงนี้คงไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว...ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้รั้งร่างอีกฝ่ายให้ซบลงกับไหล่อีกครั้ง...
 
“นึกว่าจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว...ขอบคุณมากน่ะคะ Aris ฝากขอบคุณแม่บ้านคุณด้วย...” Arisa บอกพลางผละออกจากอ้อมแขนนั้น... ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความอาวรณ์มากขึ้นทุกทีขณะก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับแม้จนรถเคลื่อนตัวออกไปสายตาก็ยังไม่ละจากกระจกมองหลัง...
 
...ดวงตาคมมองตามหลังรถไปจนกระทั่งลับสายตา รอยยิ้มบาง ๆ เลือนหายไป..ก่อนเสียงระบายลมหายใจแผ่ว ๆ จะตามออกมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก...ใบหน้าคมสะบัดไปมาเบา ๆ เหมือนจะไล่ความหนักอึ้งนั้นออกไปพลางหันหลังเพื่อจะกลับเข้าไปในบ้าน
 
...หากภาพรถคันหนึ่งที่เห็นจอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลในวินาทีเดียวกันนั้น...กลับทำให้เลือดทุกหยดในกายเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น...
 
“Tetsu!!”
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
 
tbc
 
 
ปล. thank หลาย ๆ สำหรับคนที่ยังตามอ่านอยู่ แบบว่าชอบลืมเข้ามาอัพทุกทีเลยอ่ะนะ ส่วนเรื่องรวมเล่มก็ยังไม่ลืมหรอก แต่มันยังไม่มีตังค์อ่ะนะ - -" ไว้มีเมื่อไหร่จะรีบทำเลย โย่วววววว

评论 (2)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

make a wish!发表:
พี่ริงค่า ยุ้ยอยากไปงาน วันที่ 14มากๆๆๆๆ เลย แต่ไปไม่ถูก พี่ริงช่วยหน่อยได้ไหมค่า
4 月 23 日
make a wish!发表:
ในที่สุดก็กลับมาแล้วนะค่ะ ยินดีตอนรับกลับค่ะ แหะแหะ
 
ความมจริงก็ตามไปถึง Gubroad อ่ะแหละนะค่ะ แต่ว่า ไม่กลับเมนท์อ่ะ
 
ไม่เก่งคอม รู้สึกว่า เวลาเมนท์มันต้องใส่อะไรอีกเยอะแยะเลยรึเปล่า แบบ
 
กลัวใส่อะไรผิด  แต่ถึงยังงั้นก็ไม่เป็นไรหรอกแค่ได้อ่าน ได้ไป ก็พอแล้วอ่ะค่ะ
 
-'ด'- ^ ^ -'ด'-
4 月 13 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://virusring.spaces.live.com/blog/cns!4C4D948983D0D19A!262.trak
引用此项的网络日志