yamamura's profile-'๑'-.....MY FICTION.......PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 13

    Love punish 90

    - 90 -
    ~~~ โรมแรม ### ~~~
     
    “เลยเวลานานแล้วนะคะ...” เสียงกระซิบกระซาบที่ดังมาให้ได้ยินยิ่งมีผลให้หญิงสาวสวยในชุดแต่งกายกิโมโนงดงามต้องก้มหน้าต่ำลงอย่างอับอาย... ความรู้สึกภายในเดือดดาลพลุ่งพล่านจนแทบอยากลุกขึ้นมาอาละวาด
     
    ... หากที่ทำได้ก็คือก้มหน้านิ่งระบายความรู้สึกราวนั้นด้วยปลายเล็บที่ฝังลงกับผิวเนื้อสองมือที่ประสานกันอยู่บนตัก...
     
    ...เสียงคนพูดคุยรอบตัวเหมือนลอยห่างออกไปจนได้ยินเป็นเพียงเสียงที่จับความไม่ได้ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับไม่มีวันจบสิ้นกระทั่งมือแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งจับกระชับที่ต้นแขนบางพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยเสียงพูดอันอ่อนโยน...
     
    “พ่อขอโทษลูก...”
     
    ...หยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่ในหน่วยตามาตลอดไหลรินลงมาสองข้างแก้มส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เหมือนจะปฏิเสธคำขอโทษนั้นก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมวิ่งชนเข้ากับพนักงานสาวที่กำลังเลื่อนบานประตูเปิดออกเต็มแรง...
     
    “Arisa!!!”
     
    เสียงตะโกนเรียกที่ปนเปไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหากเจ้าของชื่อดูจะไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้ว... พ้นประตูห้องออกไปได้สองเท้าก็ออกวิ่งไปตามทางหลีกเลี่ยงส่วนที่มีคนพลุกพล่านอย่างคนเคยคุ้นกับสถานที่ไม่มีใครกล้าขวางหรือติดตามได้แต่นิ่งรอฟังคำสั่งจากผู้เป็นนาย...
     
    “ไม่ต้องตาม...”
     
    <<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>
     
    Ryuichi พาตนเองกลับมาถึงบ้านอีกครั้งหลังจากใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือด้วยการไปแวะ Sugizo และ Shinya เพื่อนร่วมวง การพูดคุยระหว่างเพื่อนฝูงยังเป็นไปอย่างสนุกสนานเช่นเคยจนแทบลืมเวลา...
     
    “คุณกลับมาพอดี...” เสียงทักทายจากแม่บ้านที่ยืนรออยู่ข้างรถทำให้คิ้วเรียวเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะโดยปกติเวลาเกือบห้าโมงเย็นเช่นนี้อีกฝ่ายมักจะกลับออกไปแล้วแต่นี่พูดเหมือนกำลังรอคอยเขาอยู่...
     
    “มีอะไรรึเปล่าครับ?..”
     
    “ดิฉันรอเอาของนี่ให้คุณน่ะค่ะ” คนพูดล้วงเอาของสิ่งหนึ่งห่ออยู่ในผ้าเนื้อนุ่มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... “คุณผู้หญิงที่มาเมื่อเช้าคงถอดแล้วลืมไว้ตอนเข้าไปล้างมือ...”
     
    ....แหวนทองคำขาวเนื้อบริสุทธิ์ดีไซน์เรียบวงเล็กปรากฏต่อสายตาทันทีที่รับมาคลี่ออกดู ชายหนุ่มจับวงแหวนพลิกดูสะดุดตากับตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษภายใน...
     
    “I.A...” Ryuichi พึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเงยขึ้นยิ้มให้กับหญิงวัยกลางคนตรงหน้า...
     
    “ขอบคุณมากครับป้า...”
     
    “ค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันลาเลยนะคะ...”
     
    “ครับ...” Ryuichi ตอบรับพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง... ดวงตาคมมองตามร่างที่เดินคล้อยหลังห่างออกไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองแหวนในมืออีกครั้งเริ่มจะคลับคล้ายคลับคลาขึ้นมาแล้วว่าเคยเห็นสวมติดนิ้วเรียวของหญิงสาวผู้นั้นมาตลอด... ความกังวลเกิดขึ้นทีละน้อยเพราะไม่รู้ว่าแหวนนี่มีความสำคัญกับอีกฝ่ายมากแค่ไหนที่สุดโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าก็ถูกดึงออกมาใช้งาน...
     
    ....เสียงสัญญาณดังติดต่อกันอยู่นานจนชายหนุ่มเกือบจะนึกเปลี่ยนใจ... หากชั่ววินาทีที่จะกดปิดสายเสียงสัญญาณว่างก็หายไปบ่งบอกให้รู้ว่ามีผู้กดรับแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องให้ต้องแปลกใจเมื่อปลายสายยังคงเงียบสนิทเจ้าตัวจึงเป็นฝ่ายเริ่มกรอกเสียงลงไปก่อน...
     
    “Aris ผม Ryu นะ...รบกวนคุณรึเปล่าพอดี...”
     
    “R...Ryu-san” น้ำเสียงปนสะอื้นที่ได้ยินแทรกขึ้นมากลืนคำพูดที่กำลังจะออกมาไปจนหมด ใจกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อคิดไปถึงว่าอะไรร้าย ๆ กำลังเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย...
     
    “Aris...คุณเป็นอะไร?...แล้วนั่นอยู่ที่ไหนครับ?...”
     
    “ช่วยพาฉันไปจากที่นี่... Ryu...ช่วย..ฮึก...”
     
    Ryuichi ไม่มีเวลาได้ซักถามอะไรอีก ทันทีที่อีกฝ่ายบอกสถานที่อยู่เวลานี้มาพร้อมกับเสียงสะอื้นอีกครั้งรถคันงามที่เพิ่
    งจะเคลื่อนเข้ามาจอดเมื่อครู่ก็กลับโลดแล่นไปบนท้องถนนอีกครั้ง... สภาพการจราจรช่วงเย็นช่างไม่เป็นใจกว่าชายหนุ่มจะพาตัวเองมาถึงสถานที่ที่ได้รับการบอกกล่าวก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง...
     
    ...ดวงตาคู่งามเงยขึ้นมองเขาช้า ๆ พร้อมกับหยาดน้ำใส ๆ ที่เริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง...ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเมื่อเขาขยับร่างเข้าไปใกล้...วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบอบบางนั้นเอาไว้... กลิ่นเครื่องหอมแบบสาวญี่ปุ่นโบราณเหมาะสมกับเครื่องแต่งกายงามวิจิตรรวยรินมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากลมหายใจ...
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
     
    “พอเถอะ Arisa” เสียงเจ้าของบ้านหนุ่มบอกหญิงสาวบอบบางในชุดคลุมอาบน้ำตรงหน้า...พลางคว้าแก้วเหล้าออกห่างจากมือเรียวนั้นด้วยความหนักใจในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย...
     
    ... ตั้งแต่พาตัวกลับมาที่บ้านด้วยกันเขาก็พาขึ้นไปส่งถึงห้องนอนของตัวเองก่อนจะลงมาจัดการกับงานที่ทำค้างเอาไว้ต่อกระทั่งได้ยินเสียงแก้วหล่นแตกพอออกมาดูก็พบว่าหญิงสาวที่ตนเองคิดว่าคงนอนหลับสบายไปแล้วแอบลงมาดื่มต่ออีก...
     
    “ม่าย...เอาแก้วคืนมา...” Arisa ออกคำสั่งอย่างขัดใจพลางไล่ไขว่คว้าเพื่อเอาสิ่งที่เธอคิดว่าสามารถทำให้ลืมเรื่องราวต่าง ๆ ได้กลับคืน... เสียงถอนใจออกมาจากชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเมื่อร่างกายที่แทบจะเรียกได้ว่าเปลือยเปล่าของฝ่ายนั้นกำลังเสียดสีเข้ามาหากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างของเขาแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม...
     
    “OK...หมดแก้วนี้แล้วพอตกลงนะ...” แก้วเหล้าในมือถูกส่งคืนให้อย่างไม่มีทางเลือก ฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่กลืนกินน้ำสีอำพันนั้นลงไปราวกับน้ำ... และทันทีที่แก้วตรงหน้าว่างเปล่าลงอีกครั้งมือบางก็ยื่นไปที่ขวดเหล้าที่ชายหนุ่มวางหลบเอาไว้อีกทางอย่างรวดเร็ว...
     
    “Arisa!!” น้ำเสียงเข้มงวดที่ใช้ทำให้คนฟังหยุดชะงักเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ดวงตาคมมองนิ่งเหมือนจะชั่งใจในปฏิกิริยาของอีกฝ่าย...
     
    “ถ้าไม่มีเหล้าคุณก็คงเลิกดื่มได้ใช่มั้ย...” Ryuichi ถามเรียบ ๆ พลางคว้าขวดเหล้าที่เหลืออยู่กว่าครึ่งไป...
     
    “อย่าทิ้งนะคะ... ให้ฉันดื่มเถอะ” Arisa วิงวอนออกมาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะนำไปเททิ้งแต่ Ryuichi รู้ดีว่าหากเขาทำเช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่มีทางยอมเลิกรา...
     
    “ผมก็แค่อยากดื่มบ้างเท่านั้น...คุณคงไม่หวงใช่มั้ย...” แก้วว่างเปล่าตรงหน้าถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วจนล้นปริ่มจนเกือบถึงขอบแก้ว ชายหนุ่มยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดขณะจ้องมองใบหน้าตกตะลึงของอีกฝ่ายไม่วางตา แก้วที่สอง ที่สามตามมาติด ๆ ก่อนเหล้าในขวดจะว่างเปล่าลงสมใจ...ดวงตาคมหรี่ลงมองอีกฝ่ายพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าต้นแขนอีกฝ่ายบังคับให้ขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนด้วยกัน...
     
    .... กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่บ่ายทำให้รู้สึกผะอืดผะอมจนอยากจะอาเจียนเมื่อพาร่างอีกฝ่ายมาจนถึงเตียงนอนได้สำเร็จ...
     
    “นอนซะ...” เสียงช้า ๆ สั่งออกมาไม่ต่างจากคำสั่งจากสมอง...ฝ่ายหญิงสาวเองก็ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน... ความรู้สึกเหมือนพื้นใต้ฝ่าเท้ากำลังโคลงเคลงตลอดทางที่ขึ้นมาสู่ชั้นบนทำให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนไม่อาจทนนั่งอยู่ได้อีก ร่างบอบบางถลันผ่านร่างชายหนุ่มตรงไปยังห้องน้ำปลดปล่อยสิ่งที่หล่อเลี้ยงตัวเองมาตลอดบ่ายออกไปจนหมดไม่เหลือ...
     
    “ไหวมั้ย...” Ryuichi ถามมาจากทางด้านหลังพลางมองดูอีกฝ่ายใช้สายน้ำชโลมใบหน้าเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น...ก่อนจะจัดการยื่นผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่คว้าติดมือมาส่งให้...
     
    Arisa พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วหากร่างกายกลับไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำพูด... โชคดีที่ชายหนุ่มตรงหน้าระวังอยู่แล้วจึงขยับเข้าไปรวบร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนได้ทันก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น...
     
    ...ความใกล้ชิดแม้จะเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ หากลมหายใจที่กรุ่นรดใบหน้าและเลือดเนื้อในกายที่สัมผัสได้ก็นำพาให้ทุกสิ่งเกินเลยกว่าจะจะหยุดยั้ง ปลายจมูกไล้ลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มพราวไปด้วยหยดน้ำอย่างเผลอไผลก่อนจะเลื่อนลงมาครอบค
    รองกลีบปากอิ่มเย้ายวน...
     
    ร่างในอ้อมแขนสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับสัมผัสที่ได้รับ...สองแขนยกขึ้นปัดป้องตัวเองจากแรงรุกเร้าโดยสัญชาติญาณ...หากเพียงไม่นานมือคู่เดียวกันนั้นกลับยกขึ้นโอบรัดร่างอีกฝ่ายแนบแน่น ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเบื้องล่างเมื่อไหร่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้หวนคิดถึง...
     
    หากทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นเยียบของสิ่งรองรับเบื้องล่าง กายร้อนผ่าวของใครคนหนึ่งก็ทาบทับตามลงมาพัวพัน รุกไล่ จนแนบสนิทเป็นเนื้อเดียว...ร้อนเหมือนเปลวไฟลามเลียไปทั่วผิวกาย...ไฟที่ไม่อาจหยุดยั้งจนกว่ามันจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนมอดไหม้...
     
    <<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ….Hyde เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนมาหยุดยืนที่หน้าบ้านพัก...ลมหายใจหอบที่ถูกระบายออกจากปากกลายเป็นไอสีขาวเย็นยะเยือก ร่างเล็กกำมือที่ชาด้วยความหนาวขึ้นป้องริมฝีปากขณะพ่นลมหายใจ...Ha…Ha…ใส่มือ....
     
    ความหนาวค่อย ๆ รุมเร้าขึ้นทีละน้อย ใบหูที่แข็งทื่อเจ็บปวดราวถูกเข็มทิ่มแทงเมื่อต้องลมหนาวที่พัดกระโชก Hyde รีบเปิดประตูเพื่อหลบให้พ้นจากสายลมเย็น
     
    ...ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในบ้านพัก...ทุกอย่างยังคงสงัดเงียบ... เตาผิงที่มอดไหม้หมดไฟไม่ได้ถูกจุดขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่เมื่อคืนทิ้งไว้แต่เพียงเศษเถ้าสีซีดจางแลดูหมองมัว...หากมองเผิน ๆ คงรู้สึกว่าภายในบ้านไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง...ร่างเล็กรีบหันกลับไปมองบานประตูที่เขาเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อครู่...พลางย้อนคิดทบทวน
     
    ‘…ตอนไปเขาปิดประตูเอาไว้ด้วยเหรอ ?....’
     
    …ความรู้สึกคลางแคลงใจเกิดขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าคนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเผชิญหน้ากับเขาเมื่อครู่...ออกมาจากห้องหลังจากที่เขาออกไป...Hyde เดินตรงเข้าไปสำรวจตรงส่วนพื้นที่ทำครัว....ถาดอาหารที่พนักงานยกมาก่อนหน้าที่ J จะกลับมายังไม่ได้ถูกแตะต้อง...
     
    แต่บนเคาท์เตอร์เครื่องดื่มกลับปรากฏแก้วน้ำแก้วหนึ่งวางอยู่...ปริมาณน้ำเหลือเพียงค่อนแก้ว...ครั้นพอเอื้อมมือไปแตะ...แก้วและน้ำยังอุ่นอยู่เล็กน้อย...และนั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเมื่อครู่ J ได้ออกมาจากห้อง...
     
    ...แล้วตอนนี้ J ไปไหน ?....
     
    ...Hyde ว้าวุ่นใจขึ้นมาทันทีเมื่อความคิดในทางร้ายก่อตัวขึ้นมาภายในจิตใจ....J หนีกลับไปแล้วโดยทิ้งเขาเอาไว้...ไม่ยอมแม้แต่จะรอฟังคำขอโทษหรือจะปรับความเข้าใจกันใหม่...
     
    ...หรือว่าเขาจะกลับมาหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้นไม่ทันแล้ว...
     
    ตึงง !!
     
    ... ร่างเล็กผลุนผันวิ่งออกมาจากส่วนพื้นที่ทำครัวโดยไม่ได้ระวังว่าจะสะดุดเข้ากับถังขยะที่วางอยู่ที่พื้น...ถังขยะใบกะทัดรัดล้มกลิ้งกระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า... ถึงแม้จะรู้สึกรุ่มร้อนใจแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กระจัดกระจายออกมาจากภายในถังขยะ...
     
    ...ซองยาและแผงยาที่ถูกกินไปจนหมดแล้ว...
     
    ...Hyde ทรุดกายลงนั่งกับพื้นห้องช้า ๆ หยิบเอาซองยาที่กระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมาพิจารณา...ทุกอย่างล้วนเป็นยาลดไข้...คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันเมื่อไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร...แต่ไม่นานก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นี่มีเพียงแค่เขากับ J เท่านั้นที่อยู่ด้วยกัน...ในเมื่อเขาไม่ได้ป่วย ถ้าอย่างนั้นคนที่ไม่สบายก็คงเป็นคนที่อยู่ในห้อง....
     
    ...เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?...
     
    ร่างเล็กคิดทบทวนถึงช่วงวันและคืนที่ผ่านมา... ความรู้สึกอุ่นร้อนที่ได้รับถ่ายทอดมาจากร่างกายอีกฝ่ายที่เขาคิดว่าเป็นอุณหภูมิร่างกายปกติ...
     
    แต่ถ้าคิดในทางกลับกันอากาศที่นี่หนาวมากกว่าโตเกียวหลายเท่า...อากาศที่เย็นเยียบขนาดนี้ร่างกายที่อุ่นจนร้อนขนาดนั้นก็คงไม่ปกติแล้ว....ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนที่อีกฝ่ายนั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจา...แล้วยังท่าทางหงุดหงิดแบบไม่มีเหตุผล...รวมถึงอาการที่ดูไม่ค่อยดีก่อนที่เขาจะตัดสินใจไปกับ Kiyoharu
     
    ...ทำไม ? เขาถึงไม่สังเกตให้เร็วกว่านี้...
     
    ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนไม่สบายอยู่เพียงลำพังทั้งคืนโดยที่ไม่ได้อยู่ดูแล...แถมตอนเช้า J ยังต้องออกไปตามหาเขาที่ไม่ได้กลับมาทั้งคืน...ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทันทีที่ J เห็นหน้าเขาถึงได้ฉุนเฉียวใส่ขนาดนั้น.... ทั้งไม่สบายใจไม่สบายกายแถมยังต้องไปรับฟังเรื่องราวที่ทำให้ตนเองทั้งว้าวุ่นกังวลใจ...ไม่แปลกที่ J จะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา...
     
    ...ร่างเล็กเงยหน้ามองไปที่บานประตูห้องนอนอย่างรวดเร็ว...ความรู้สึกเสียใจและหวาดหวั่นรุมเร้าขึ้นมาทีละน้อย...หากเปิดประตูไปแล้วพบเจอแต่ความว่างเปล่า...
     
    ...มันคือสัญญาณแห่งการสิ้นสุดของความรักครั้งนี้แล้วใช่มั้ย ?...
     
    ...Hyde ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้บานประตูช้า ๆ ถ้าประตูยังคงล็อคอยู่เหมือนก่อนที่เขาจะออกไป...ก็แสดงว่า J ยังอยู่...แต่ถ้าไม่...เขาจะทำยังไง ? ...
     
    ฝ่ามือบางที่กำลังจะเอื้อมแตะลูกบิดประตูสั่นระริกด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองเลยก็ปาน....ร่างเล็กหลับตาแน่นก่อนจะออกแรงบิดลูกบิดช้า ๆ
     
    ...แกร๊ก....
     
    เสียงลูกบิดเคลื่อนไหวแผ่วเบาบานประตูหลุดออกจากสลักง่ายดาย...แต่หัวใจกลับวูบไหวยิ่งกว่าเมื่อมันคือลางร้ายของจุดจบระหว่างเขากับ J ไม่กล้าแม้แต่จะผลุนผันเปิดเข้าไปดู...เพราะกลัวว่าลางร้ายจะเป็นจริง
     
    …Hyde ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวนั้นอีกครั้ง....เมื่อยังเชื่อในคำสัญญาที่อีกฝ่ายเคยให้ไว้...
     
    ...จะไม่ทอดทิ้งเขาไปไหน...โดยไม่บอกกล่าว...
     
    บานประตูเปิดออกกว้างตามแรงผลัก...ทุกเสี้ยววินาทีที่มันค่อย ๆ แง้มออกกว้างขึ้นหัวใจก็เต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะกระดอนออกมาข้างนอก... แล้วในที่สุดสิ่งปรากฏสู่สายตาคือภาพภายในห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้เงาร่างของคนที่อยากพบมากที่สุด....
     
    หัวใจกระตุกวูบชาค้างไปทันที...Hyde ยกมือขึ้นมาเกาะกุมอกเสื้อด้านซ้ายเอาไว้แน่น...หัวใจเจ็บแปลบราวกับโดนมีดเฉือน... ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดเมื่อสิ่งที่ช่วยสูบฉีดให้พละกำลังกับร่างกายโดนทำร้ายจนไม่อาจจะเยียวยารักษาได้อีกต่อไปแล้ว...
     
    ...เขามาไม่ทันจริง ๆ เหรอ ?....
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 89

    - 89 -


    ~~~ ห้อง Inoran ~~~

     

    เปลือกตาบางกระพริบขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะเปิดออกกว้างในที่สุด... ความรู้สึกที่เหมือนถูกสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ทำให้เจ้าของร่างเริ่มต้นขยับตัวเพื่อจะหันไปมองแล้วก็พบว่าคนมองก็คือเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดอยู่รอบกายนั่นเอง...

    “นอนต่ออีกหน่อยก็ได้...ยังเช้าอยู่เลย...” เสียงที่ได้ยินบอกให้รู้ว่าคนพูดกำลังยิ้มกว้างอยู่แน่ ๆ...

    “คนมานอนจ้องหน้าใครจะหลับลง...”

    “ก็ตอนหลับยังน่ารักเลยนี่...”

    ...ผัวะ!!...

    “ยังไม่เลิก...” Ino บอกเสียงเย็น... ร้อนวูบที่ผิวแก้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนในขณะที่คนโดนซัดไปหยก
    ๆ กลับนอนหัวเราะอย่างชอบใจไม่ได้รู้สึกสลดสักนิด...

    “ก็น่ารักจริง ๆ จะให้โกหกว่าไม่น่ารักได้ไงล่ะ...” Ken โอบร่างที่ขืนตัวออกห่างมาแนบอกอีกครั้งพลางลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน...รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางช้า ๆ ก่อนจะหลับตาซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง...

    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>

    Ryuichi มองภาพหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง... เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนแลเห็นเป็นประกายสวยงามภายใต้แสงแดดอบอุ่นยามเช้า...

    เสียงสุนัขเห่าเบา ๆ สลับไปกับเสียงหัวเราะจากทั้งเจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือน... สองฝ่ายยืนอยู่ทิ้งระยะห่างอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจีล่อนเครื่องเล่นพลาสติกในมือไปมาให้เจ้าตูบสี่ขาทั้งสามตัววิ่งไล่ส่งเสียงเห่ากันอย่างสนุกสนานจนแทบจะลืมเวลา...

    “Aris พักก่อนดีกว่า จะได้กินอาหารเช้าด้วย” Ryuichi เอ่ยชวนขึ้นเมื่อเห็นผิวแก้มแดงเรื่อเพราะไอแดดของอีกฝ่าย อากาศยังคงแห้งอยู่มาก... แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดให้ความอบอุ่นแต่เวลาออกแรงก็ทำให้หายใจลำบากและเหนื่อยง่าย
     

    Arisa พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพลางเดินไปทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ร่มสนามคันใหญ่โดยมีเจ้าตัวยุ่งวิ่งตามเป็นพรวน...

    “เมื่อคืนนอนดึก ตื่นแต่เช้าแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ...” Ryuichi ถามด้วยความห่วงใยเพราะเมื่อคืนกว่าจะพากันออกจากร้านแยกย้ายกันไปก็ล่วงเข้าวันใหม่แล้ว...พลางจัดการรินน้ำชาอุ่น ๆ ที่แม่บ้านนำมาวางเตรียมไว้ให้เมื่อครู่ยื่นส่งให้...

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่จริงก็ชอบตื่นเช้า ๆ ยิ่งถ้ามีที่ให้ไปล่ะก็” เสียงตอบกลับมาก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นหมุนเบา ๆ พลางมองไปที่ชายหนุ่มยิ้ม ๆ คนถูกมองทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนไปเที่ยวเคยสอ
    นให้ฝ่ายนั้นรู้วิธีดื่มชาตามธรรมเนียมญี่ปุ่น...

    “ยังมีที่เที่ยวอีกตั้งเยอะที่น่าสนใจ...” เสียงเปรยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายช่างจำ...และสนใจที่จะดูสถานที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เก่า ๆ

    “อืม...เดี๋ยวกินอาหารเข้าแล้วไปลุยกันอีกวันก็ได้นะ ผมว่าง ๆ อยู่ไม่ได้ไปไหน...” Ryuichi เสนอตัวขึ้นอย่างจริงใจในขณะที่ฝ่ายนั้นตาเป็นประกายขึ้นมาราวกับได้ของขวัญถูกใจ...

    “จริงเหรอคะ...” เสียงขาดไปเหมือนเจ้าตัวเพิ่งนึกอะไรได้... “เอ่อ...แต่คงออกนอกเมืองไม่ได้...ตอนบ่ายมีธุระน่ะค่ะ...”

    “OK...ตกลงตามนี้...งั้นเริ่มกันที่....

    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>

    “Ino...ดูนี่สิ..” Ken ส่งเสียงเรียกร่างบางที่นั่งจดจ่ออยู่กับรายการโปรดหลังเสร็จจากมื้ออาหาร... Inoran เหลียวไปมองด้วยความประหลาดใจ...ฝ่ายนั้นจึงรีบขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าในมือ...

    “ผู้หญิงคนนี้...ใช่ที่ไปกับ Ryu เมื่อคืนรึเปล่า? Aris น่ะ...” ชื่อที่ออกมาจากปากดึงความทรงจำเมื่อคืนให้ย้อนกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวลูกครึ่งยิ้มง่าย ร่าเริงคนนั้น... คล้ายกันราวกับเป็นคนเดียวกับบุคคลในหน้าธุรกิจของหนังสือพิมพ์...

    “ภาพไม่ชัดเท่าไหร่...แต่คล้าย...” Inoran ตอบกลาง ๆ พลางไล่สายตาไปตามตัวหนังสือใต้ภาพ เพราะจากที่เห็นบุคคลที่เป็นข่าวตัวจริงน่าจะเป็นชายวัยห้าสิบเศษที่อยู่กึ่งกลางภาพมากกว่า...

    ....Imonoyama Kouro... ประธานบริษัทนำเข้ารถยนต์รายใหญ่....

    สองคนเงยหน้าขึ้นสบตากันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ต่างจากคำถามที่ผุดขึ้นในใจของคนทั้งคู่...

    ...ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร??...

    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>

    ~~~ บ้าน Ogawa ~~~

    เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากกรงไม้เล็ก ๆ สร้างความสุขให้เจ้าของบ้านสูงวัยได้เป็นอย่างดีระหว่างรอคอยเวลาอาหารเช้าที่ผู้เป็นภรรยากำลังจัดเตรียม... กลิ่นหอมของอาหารลอยลมมาให้ได้กลิ่นเรียกรอยยิ้มออกเพราะรู้ดีว่าอีกไม่ถึงอึดใจจะต้
    องมีเสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากเบื้องหลังเหมือนเช่นทุกวัน...

    “ทานข้าวได้แล้วค่ะคุณ...” เสียงบอกอ่อนโยนพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งช้า ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำพอได้ยินถึงลูกชายคนเดียวทันทีที่ผู้เป็นสามีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ กัน... “ไม่รู้ไปเดินเที่ยวถึงไหนป่านนี้ยังไม่กลับเข้ามา...”

    “หืม...ตื่นแล้วรึ ไม่เห็นแต่เช้านึกว่ายังนอนหลับอยู่...”

    “ตื่นนานแล้วค่ะ...จะขอออกไปเดินเล่นแต่เช้าเคี่ยวเข็ญอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมกินข้าวจนหมด แล้วดูสิสายป่านนี้ก็ยังไม่กลับ นาน ๆ จะกลับมาบ้านสักทีก็ไม่อยู่ให้เห็นหน้าเห็นตา”

    จบคำพูดเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังออกมาจากผู้เป็นสามีเหมือนจะปลอบใจทั้งตัวเองและภรรยาไปด้วยในตัว...เสียงพูดคุยกันเบา ๆ พร้อมกับเริ่มมื้ออาหารไปได้ไม่กี่คำ เจ้าของหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ก็เดินผ่านประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มและถุงข้าวของพะรุงพะรังในมือ...

    “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อคุณแม่...”

    “มาพอดี...” ผู้เป็นพ่อทักสั้น ๆ ส่งยิ้มนิด ๆ ให้พลางพยักพเยิดให้ลูกรู้ว่าควรจัดการอะไรสักอย่างกับผู้หญิงคนเดียวในบ้านที่กำลังทำท่าไม่สนใจว่าใครจะมาใครจะไปอยู่ตอนนี้...ลูกชายก็ส่งยิ้มกลับคืนไปให้อย่างรู้กัน...

    “แม่คร๊าบ...ผมซื้อทาโกะยากิร้านประจำมาให้แม่ด้วย... ไปรอตั้งแต่เขายังไม่เปิดร้านแน่ะ...” Tetsu ลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างยื่นหน้าเข้าไปส่งยิ้มจนใบหน้าที่ทำเป็นไม่ใส่ใจอยู่เมื่อครู่ยอมคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งจนได้...

    “ทำไมตื่นเช้านักล่ะ เมื่อคืนพ่อเห็นตีสามยังเปิดไฟในห้องอยู่เลย...” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้...

    “อ่อ...พอดีคนโทรมาคุยเรื่องงานนิดหน่อยครับแล้วก็ง่วง ๆ เลยลืมปิดไฟ...” Tetsu บอกโดยไม่ยอมสบตา... จะบอกได้ยังไงว่าเหตุผลที่ทำให้เขานอนกระสับกระส่ายหลับไม่ลงจนรุ่งสางเพราะรอโทรศัพท์จากใครคนหนึ่ง...

    “งานมีปัญหาเหรอลูก...” เสียงถามจากผู้เป็นแม่ดึงความคิดที่ล่องลอยให้กลับมาอีกครั้ง... Tetsu ยิ้มให้ท่านทั้งสองอีกครั้งก่อนจะบอกให้หายกังวล...

    “ไม่มีอะไรหรอกครับ...ก็ยุ่ง ๆ กันนิดหน่อย...” Tetsu พยายามฝืนยิ้มพร้อมทำท่าว่าไม่มีอะไร หากนั่นยิ่งทำให้ทั้งพ่อและแม่มองสบตากันอย่างเป็นกังวล...

    “ถ้ามีเรื่องด่วนก็กลับไปเถอะลูก...” จบคำพูดที่ได้ยินดวงตาคู่งามก็เบิกกว้างขึ้นมองคนพูดอย่างตกตะลึงยังไม่ทันจะถามย้ำให้แน่ใจเสียงจากผู้เป็นแม่ก็ดังเสริมขึ้นมาอีก...

    “เป็นกังวลมากก็กลับเถอะลูก...เอาไว้มีเวลาค่อยมาอีกก็ได้...ตั๋วรถไฟคงหาได้ง่ายกว่าเดี๋ยวแม่จะขึ้นไปช่วยเก็บของ..”

    Tetsu มองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมา... รู้ดีว่าท่านทั้งสองต้องฝืนใจแค่ไหนที่จะพูดคำเหล่านั้นออกมาแต่ท่านก็ยอมทำเพราะเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่อย่างกระวนกระวายใจ...

    “ไม่ได้รีบขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วพรุ่งนี้เช้า..วันนี้จะอยู่กวนพ่อกับแม่ทั้งวัน...อย่าบ่นรำคาญผมซะก่อนก็แล้วกัน...555” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาผสานกันอย่างมีความสุข ภาพของใครคนหนึ่งที่รบกวนจิตใจมาตลอดดูจะลอยห่างออกไปถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นในครอบครัวที่ห่างหายมานาน...

    ....ก็แค่วันอีกวันเดียว...

    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Ryuichi กดปุ่มหยุดเสียงเพลงที่เปิดคลอไว้เบา ๆ ในรถเป็นเหตุให้หญิงสาวที่นั่งหลับตาเอนกายอยู่บนเบาะที่นั่งข้างคนขับเปิดเปลือกตาขึ้นมองช้า ๆ...

    “สงสัยจะมาแล้วครับรถที่มารับ...” เสียงบอกพลางชี้มือไปออกไปนอกเงาร่มไม้...

    ....รถยุโรปคันยาวแล่นเข้ามาจอด... คนขับชายวัยกลางคนในชุดแต่งกายเรียบร้อยก้าวเท้าลงมาพร้อมกับกวาดตามองไปทั่วบริเวณเหมือนจะหาใครคนหนึ่ง กระทั่งมาสะดุดตาเข้ากับรถสีแดงคันงามที่จอดรออยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ไม่ต้องเสียเวลาให้ม
    ากความก็เดินตรงเข้าไปหาทันที เพราะแถบชานเมืองเช่นนี้คงจะหารถที่มีลักษณะซ้ำกันได้ยาก...

    “ใช่ค่ะ...” Arisa ลอบถอนใจยาวออกมาก่อนจะเงยขึ้นส่งยิ้มให้... “วันนี้สนุกมากจริง ๆ ขอบคุณมากนะคะ Ryu-san”

    “ไม่เป็นไรครับ... คุณก็ทำให้ผมสนุกเหมือนกัน...” Ryuichi ตอบกลับไปตามความรู้สึก... สะดุดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผิวแก้มอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นก่อนจะรีบเอ่ยลาพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถไป... กริยาที่คนขับรถสูงวัยกว่าค้อมตัวให้อย่างนอบน้อมบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นธรรมเนียนปฏิบัติในตระกูลเก่า...

    ....คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออกช้า ๆ จะแปลกอะไรหากคนสองคนจะคบหากันโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของอีกฝ่าย...เป็นโชคดีเสียอีกที่ความเป็นเพื่อนเริ่มต้นจากจุดนี้...

    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    ในมุมลับตาของสวนด้านหลังรีสอร์ทร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu เป็นเวลานาน...ถึงแม้อีกฝ่ายจะอ่อนโยนและมีความเข้าใจในตัวเขามากมายแค่ไหน...แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนไปได้มากกว่าคำว่า “เพื่อน” เพราะ Hyde รู้ใจของตัวเองว่าแท้จริงตนเองมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของใครกันแน่...ร่างเล็กยกสองมือขึ้นดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่างช้า ๆ

    “Kiyoharu ขอบคุณนะ...“ Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ พลางก้มหน้านิ่ง แต่ชายหนุ่มกลับเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างไม่เข้าใจความหมาย

    “ฉันดีใจที่มีนายเป็นเพื่อน....มีนายที่คอยเข้าอกเข้าใจ...แต่ว่าคนที่ฉันรักกลับไม่ใช่นาย....”

    “ทำไม ? Hyde ถ้านายยังรักหมอนั่นก็มีแต่จะต้องเสียใจ....ในเมื่อแค่ความเชื่อใจหมอนั่นยังไม่มีให้นายเลย...ไม่เกี่ยวว่าเพราะฉันโผล่มาแล้วทำให้พวกนายต้องทะเลาะกันหรอก...” Kiyoharu บีบไหล่บางแนบแน่นพร้อมกับบังคับให้ร่างเล็กเงยหน้ามองสบตากับเขา

    “ถ้าเพียงหมอนั่นมีความเชื่อมั่น...นายคงไม่ต้องเสียน้ำตา...แล้วอย่างนี้พวกนายจะมีอนาคตร่วมกันได้ยังไง...หากต่อไปมีคนอย่างฉันเข้าไปพัวพันกับชีวิตของพวกนายอีก...จุดจบของเรื่องคงไม่ต่างกับวันนี้...ฉันคงทนเห็นนายโดนทำร้ายจิตใจจนเป็นแบบนี้ไม่ได้...ถึงแม้วันนี้นายจะไม่เลือกฉัน...แต่ก็ต้องไม่ใช่หมอนั่น...!!”

    Kiyoharu อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง...เขาเป็นห่วง Hyde ทั้งในฐานะเพื่อนและคนที่ตัวเองรัก...ไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว

    “โดนทำร้ายเหรอ ?” Hyde รำพึงออกมาเบา ๆ พลางเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย

    “ฉันเคยโดนทำร้ายมากกว่านี้อีก...ความสัมพันธ์ของฉันกับ J ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นมาง่าย ๆ เพียงแค่มองสบตาหรือเดินผ่านกันแล้วถูกใจหรอกนะ...เราฝ่าฟันเรื่องเลวร้ายด้วยกันมามาก...และฉันเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนนี้ J ถึงไม่มีความเชื่อมั่น...เพราะ J กำลังกลัว...กลัวที่จะสูญเสียฉันไป....และตอนนี้เขาคงกำลังหวาดกลัวอยู่คนเดียว....แล้วนายจะให้ฉันทอดทิ้งเขา...โดยวิ่งไปหาความสุขกับคนอื่นได้ยังไง!!” Hyde ย้อนถามเสียงแข็งกลับไปพลางสะบัดตัวให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเริ่มคิดได้ว่า...

    ...เขากำลังมายืนทำอะไรอยู่ที่นี่ เวลานี้เขาควรจะอยู่เคียงข้าง J ไม่ใช่เหรอ ?...

    ร่างเล็กหันหลังให้กับ Kiyoharu ช้า ๆ เมื่อรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาสอบถามเรื่องราวที่เป็นเพียงปลายเหตุของเหตุการณ์เล
    วร้ายในครั้งนี้...เพราะต้นเหตุสำคัญมันอยู่ที่ตัวเขา...ถ้าเพียงเขาไม่หวั่นไหวไม่ว่าจะพบเจอเรื่องราวใด...แค่มั่นใจต่อความรู้สึกของตนเองก็เพียงพอแล้ว...

    เหตุการณ์เมื่อคืนที่ J หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือเขาเอาไว้...มันทำให้เขาไม่มั่นใจจนทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง...หากย้อนกลับไปเวลานั้นอีกครั้ง...ไม่ว่า J จะผละมือออกยังไง...เขาก็จะตามไปจับมือนั้นเอาไว้ให้มั่น...จะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด...แล้วเวลานี้เขาจะกลับไปหาอุ้งมือที่อบอุ่นนั้นทันหรือเปล่า ?

    “Hyde !!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเสียงลั่นเมื่อเห็นว่า Hyde กำลังเดินห่างออกจากเขาไปทุกที...ร่างเล็กหยุดเท้าลงชั่วครู่ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยน...น้ำตาใสปริ่มลงมาอาบแก้มช้า ๆ

    “ขอโทษนะ Kiyoharu ...ฉันรัก J จริง ๆ ...ฉันไม่กลัวที่จะโดนเขาทำร้าย...แต่กลัวว่าตัวเองต่างหากที่จะทำร้ายตัวเองจนเจ็บปวด...ไม่ใช่แค่นั้นมันยังทำร้ายไปถึงคนที่ฉันรักด้วย...สาเหตุที่ทุกอย่างมันเลวร้ายไม่ใช่เพราะนายแล้วก็ไม่ใช่เพราะ J แต่เป็นเพราะหัวใจฉันเองที่สั่นคลอนไปตามอารมณ์ที่ถูกชักนำ…แล้วตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าที่แห่งความสุขของฉันอยู่ที่ไหน...”

    Hyde อธิบายพร้อมรอยยิ้มถึงแม้มันจะถูกกลบทับด้วยหยาดน้ำตา...แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่งดงามมองดูแล้วสงบสบายใจเพราะมันอิ่มเอมไปด้วยความสุข....เมื่อหัวใจค้นพบแล้วว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้อยู่เคียงข้างกับคนรัก...ได้ฝ่าฟันทุกอย่างไปพร้อมกัน

    “ลาก่อน Kiyoharu ฉันไม่เคยรังเกียจที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย...และยังคิดเสมอว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป”

    ...ร่างเล็กหันหลังให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง...พลางก้าวเดินต่อไปช้า ๆ แต่มั่นคง...ไหล่บางที่ห่อตัวเพราะความหนาวเย็นกลับยืดออกด้วยความรู้สึกภาคภูมิ...เมื่อพบเป้าหมายของหนทางที่จะก้าวเดินต่อไปได้แล้ว...

    ...Kiyoharu ได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกต่าง ๆ ที่ประดังประเดเข้ามา...แต่หนึ่งในความรู้สึกนั้นคือความยินดีที่ออกมาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ เขาควรยินดีที่เพื่อนเขาได้พบกับความสุขที่ตนเองต้องการ... แถมยังรู้สึกโกรธตัวเองไม่หายที่มีความคิดอยากไปพรากเอาความสุขนั้นมาครอบครองโดยปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้ว่า Hyde จะมีความสุขจริง ๆ หรือไม่ ? หากมาอยู่เคียงข้างเขา...เวลานี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ Hyde อย่าไปสายเกินไป...

    ...จนความสุขนั้นจางหายไปหมดแล้ว...

    คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ต้องกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถตะโกนให้กำลังใจเพื่อนรักของเขาได้...เมื่อภาพของร่างเล็กเดินห่างออกไปจนพ้นสายตา...

    ...ขอให้นายมีความสุข Hyde ….

    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 88

    - 88 -

    Ken ตรงไปยังห้องนอนที่อีกฝ่ายหายเข้าไปเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อน...ลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือสัมผัสกับลูกบิด มันไม่ได้ล็อค..นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกตัวว่ากระทำเรื่องที่น่าอายต่ออีกฝ่ายมากขั้นทุกที ใช้อารมณ์...ทั้งที่เรื่องราวทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของ Inoran สักนิด...
     
    ...สายน้ำอุ่น ๆ พัดพาฟองครีมขาวสะอาดออกจากเส้นผมสีน้ำตาลลงสู่พื้นเบื้องล่างจนเส้นผมเปียกลู่ไปกับศีรษะ... ถ้อยคำทะเลาะทุ่มเถียงยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่ได้สนใจต่อเสียงความเคลื่อนไหวที่ใกล้เข้ามา... กระทั่งร่างกายถูกสวมกอดเอาไว้ทั้งตัวจากด้านหลังร่างบอบบางเปลือยเปล่าจึงสะดุ้งนิดๆ หันขวับกลับไปมอง...
     
    “ทำอะไร...เปียกหมดแล้ว...” เสียงบอกตามออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังอยู่ในชุดที่กลับมาจากข้างนอกแล้วเวลานี้ก็เปียกไปแทบจะทั้งตัวเพราะสายน้ำ...มือบางเอื้อมออกหมายจะปิดน้ำให้ก็ถูกอีกฝ่ายคว้ามือห้ามเอาไว้...
     
    “ช่างมันเถอะ...” ใบหน้าคนพูดซบลงกับไหล่เปลือยเปล่า...เส้นผมหยักศกเริ่มเปียกปอนลู่ไปกับสายน้ำขณะอ้อมแขนกอดรัดร่างบางแน่นขึ้น...
     
    “ฉันไม่อยากพูดคำนี้บ่อย ๆ เลย...เพราะมันหมายถึงฉันทำผิดต่อนายอีกแล้ว...ขอโทษนะ Ino”
    Inoran หลับตาลงช้า ๆ เพื่อซึมซับคำพูดนั้นลงไป...สายน้ำอุ่นที่เหมือนจะสาดซัดจนบาดเนื้อเมื่อก่อนหน้ากลับกลายอบอุ่นอ่อนโยน...
     
    ....คำขอโทษที่ได้มาไม่ใช่เพื่อลบล้างความโกรธขึ้ง...หากเพื่อลบเลือนความเสียใจ...ถ้อยคำรุนแรงที่ออกจากปากไม่ได้ล่วงหล่นรายเรี่ยตามทาง...หากมันจะเข้าไปทำความเจ็บปวดในใจของใครคนหนึ่งเสมอ...
     
    “ช่างเถอะ...” คำพูดเหมือนกันกับที่อีกฝ่ายใช้เมื่อครู่...มือบางยกขึ้นปาดสายน้ำออกไปจากใบหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา...
     
    “ฉันก็ต้องขอโทษเหมือนกัน...แต่ฉันอยากให้นายเชื่อ ไม่ว่า J หรือ Ryu... จะไม่มีวันตั้งใจทำร้ายคนที่พวกเขารักแน่...”
     
    “พอเถอะ Ino” Ken คลายอ้อมแขนพลิกร่างบางให้หันกลับมา... “ฉันเข้าใจแล้ว...ฉันเชื่อคำพูดนาย แล้วฉันเองก็จะทำให้ได้เหมือนกัน...จะไม่ทำให้นายเสียใจ” ดวงตาเรียวรีมองสบดวงตาคู่งามตรงหน้านิ่ง..หยาดน้ำเกาะพราวที่ใบหน้าไม่เว้นแม้แต่ที่เรียวปากบาง...สวยงามราวกับภาพวาด...ริมฝีปากได้รูปแนบจูบลงไปบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน...กลิ่นครีมอาบน้ำหอมกรุ่น สัมผัสนุ่มลื่นบนผิวแก้มก่อนรั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอดกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู...
     
    “Ino...อย่าบอกว่าเราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก...ฉันจะไม่มีวันยอมให้ระหว่างเราเป็นแบบนั้น...” Ken คลายอ้อมแขนออกอีกครั้ง...สองมือเลื่อนขึ้นประคองใบหน้างามที่ขยับขึ้นลงรับคำพูดของตนเอาไว้อย่างอ่อนโยน...ริมฝีปากอุ่นแนบจูบลงไปช้า ๆ ร่างบางปิดเปลือกตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ... ฝ่ามืออุ่นลูบไล้ไปทั่วผิวกายเปียกลื่นในขณะที่ปลายลิ้นก็ยังคงวนเวียนดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากอิ่มอย่างไม่รู้เบื่อ..เสียงครางเบา ๆ ในลำคอพร้อม ๆ กับอุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนไม่ต่างจากสายน้ำที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...
     
    “อ่ะ...Ken...จะทำในนี้เหรอ...” เสียงลมหายใจติดขัดออกเมื่อร่างกายถูกซุกไซ้เบียดชิดกับผนังกระเบื้องเคลือบ...ไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่ายหากริมฝีปากอุ่นที่เริ่มขบเบา ๆ ไปทั่วแผ่นอกเรื่อยลงไปไล้วนอยู่ที่หน้าท้องแบนราบก็เป็นคำตอบได้อย่างดีอยู่แล้ว... ร่างบางหอบหายใจถี่กระชั้นรัวเร็วยิ่งขึ้นเมื่อส่วนอ่อนไหวกำลังถูกมอบสัมผัสหยอกเย้าและเร่งเร้าสลับกันไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่...
     
    “อื้อ..อ...K...Ken...อ๊า...” ร่างบางกรีดร้องปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาพร้อมกับหอบหายใจจนแผ่นอกสะท้อนขึ้นลง
    ... ชายหนุ่มกลืนกินสิ่งที่ตามมาลงไปก่อนจะเลื่อนกายขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้นอีกครั้ง...ผิวแก้มแดงระเรื่อ ซบลงบนบ่าของชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่ฝ่ายนั้นถอนริมฝีปากออก...ลำแขนแกร่งสอดประคองร่างนั้นไว้คลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
     
    “Ino...น่ารักจัง...” คำชมที่มาจากความรู้สึกภายในกลับไปกระทบความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ในใจจนเสี
    ยงเรียบ ๆ เอ่ยขัดขึ้นมาทันที...
     
    “น่ารักเหรอ...น่ารักยังไงฉันก็เป็นผู้ชายนะ...ถ้านายลืมฉันจะช่วยเตือนความจำให้...”
    Ken เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดที่ได้ยิน...อึ้งไปอีกครู่จึงเริ่มจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำอยู่แน่ ๆ...
     
    “เอ่อ...Ino...คือว่า...”
     
    “เงียบ...แล้วอยู่เฉย ๆ...” คนพูดยกแขนขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะไล้มือลงไปเบา ๆ บนใบหน้าลากผ่านลำคอลงไปที่เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มโชกพร้อมกับเริ่มต้นปลดกระดุมออก...เจ้าของร่างรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มนิด ๆ เอาไว้เมื่อพอ
    จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะพิสูจน์ด้วยวิธีไหน...
     
    Inoran เงยขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งขณะดึงเสื้อให้พ้นออกไปจากไหล่กว้าง ก่อนจะขยับร่างเข้าไปใกล้ ลำแขนแกร่งรีบยกขึ้นโอบเอวบางไว้หลวม ๆ เมื่อฝ่ายนั้นเริ่มต้นจูบแผ่ว ๆ ที่ริมฝีปากเรื่อยลงมาถึงปลายคาง...ใบหน้าคมเงยเปิดทางให้เมื่อริมฝีปากบางสวยลากผ่านลำคอไปจนถึงแผ่นอก...มือบางแตะอยู่ที่เอวหนาสั่นนิด ๆ จนเจ้าของร่างรู้สึกหากทำเป็นไม่รับรู้...ก่อนจะจับมือบางนั้นเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงยีนส์สีเข้ม...
     
    Ken อมยิ้มมองร่างบางที่เริ่มทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าพร้อมกับมือบางที่เริ่มขยับปลดกระดุมกางเกงออกอย่างเชื่องช้า...ทุกสัมผัสเหมือนจะท้าทายและหลีกหนีไปพร้อมกัน...ปลายลิ้นสัมผัสแผ่วเบาที่ส่วนปลายก่อนริมฝีปากจะเข้าครอบครอง... กางเกงเลื่อนลงมาอยู่ที่สะโพกขณะมือแกร่งเริ่มแทรกเข้าไปในเรือนผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความร้อนรุ่มในกาย...
     
    “พอเถอะ Ino” มือแกร่งจับกระชับต้นแขนบางแทบจะกระชากขึ้นมาตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า...แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดกับผนังเรียบลื่นอีกครั้ง... ใบหน้าแดงเรื่อก้มต่ำไม่ยอมสบตายิ่งเป็นสีเข้มขึ้นอีกเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่า
    ที่ข้างหู...
     
    “ฉันอยากเข้าไปในตัวนายมากกว่า...” ร่างกระตุกเฮือกหลุดเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อท่อนขาแข็งแกร่งภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนาแทรกสอดเข้ามารุกเร้าส่วนอ่อนไหวอย่างจงใจ...ริมฝีปากได้รูปประทับจูบหนักหน่วงร้อนแรงเรื่อยลงมาซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวสะอาด...ก่อนจะสอดแขนรั้งขาเรียวบางให้เปิดทาง...มือแกร่งละจากส่วนนั้นเข้าหาช่องทางอ่อนนุ่มอย่างไม่รอช้า...
     
    “อ่ะ...” ร่างบางสะดุ้งผวาเข้ากอดชายหนุ่มแนบแน่นเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มแทรกกายเข้ามาแทนที่นิ้วมือเรียกเสียงครางออกมาในทุกจังหวะการแทรกกายที่เร่าร้อนรุนแรง...เปลือกตาบางข่มแน่นเมื่อความหฤหรรษ์ถาโถมไปทั่วร่าง...
     
    “อื้อ...อะ...อ๊าาา...”
     
    “อ่า...” ใบหน้าคมสะบัดแหงนเงยพร้อมกับหลั่งเข้าไปในกายอีกฝ่ายจนหมด...รู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่หน้าท้อง ร่างในอ้อมแขนซบหน้าลงกับซอกไหล่อีกครั้ง เสียงหอบหายใจดังผสานกันจากทั้งสองร่าง.... มือแกร่งเลื่อนลงกระชับที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกมาอย่างนุ่มนวล... โอบกอดร่างในอ้อมแขนเอาไว้พร้อมกับปลดเปลื้องพันธนาการที่ยังค้างคาอยู่ออกไปก่อนสายน้ำอุ่นจะรดลงชโลมร่างทั้งสองร่างอีกครั้ง...
     
    “ยังไงก็น่ารักอยู่ดี...” เสียงเจ้าเหมียวที่กอดรัดคลอเคลียไม่ห่างดังอยู่ข้างหูทำเอาคนฟังหน้าตึงดันตัวออกห่างทันที...เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะช้อนอุ้มร่างนั้นขึ้นมาในอ้อมแขนพาเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว...
     
    “พิสูจน์หลาย ๆ ครั้งอาจจะยอมเปลี่ยนคำพูดนะ...” แมวเจ้าเล่ห์คายแผนในใจออกมาจนได้ก่อนจะโถมกายลงทาบทับอีกฝ่ายแนบสนิทอีกครั้ง... ร่างข้างใต้ดิ้นรนขัดขืนได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนไปอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
     
    ....ขอเพียงซื่อสัตย์ต่อหัวใจเราเอง...มีหรือจะค้นไม่เจอความสุข...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    - ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
     
    ร่างเล็กยืนสะอึกสะอื้นทั้งน้ำตา...ร้องไห้ออกมามากมายยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ...เมื่อก่อนไม่ว่าจะพบเจอเรื่องราวเลวร้ายใด ๆ หลายครั้งที่ชายหนุ่มผมทองทำร้ายร่างกายและจิตใจเขา...ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากมายเท่าครั้งนี้...เพราะคราวนี้เขาทำร้ายอีกฝ่ายให้เจ็บปวด...ตัวเองเลยต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า...เมื่อทุกอย่างที่ร่วมสร้างกันมากำลังพังทลายลง...ด้วยมือของเขาเอง
     
    ... เสียงร่ำไห้อย่างปวดร้าวใจดังแว่วไปให้คนที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้านของประตูห้องนอนภายในได้ยินชัดเจน... J หลับตากัดริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดในใจเวลานี้คงไม่ต่างกัน....
     
    ...เขาควรทำยังไง ? กับความสัมพันธ์นี้...เมื่อก่อนเขาเคยเอาแต่ใจดื้อดึงบังคับอีกฝ่ายให้อยู่ร่วมกับเขา...ผลสุดท้ายก็มีแต่ความเจ็บปวด...จนต้องตัดสินใจทอดทิ้งหนีหายไป...เพราะคิดว่าเวลาคงช่วยให้เขาได้ลืมเลือน...
     
    ...แต่เมื่อเวลาไม่ช่วยให้ลืมเลือน...ความทรงจำต่าง ๆ ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจ...แต่ก็เพราะไม่ยอมลืมเลือน...เลยทำให้โอกาสกลับมาอีกครั้ง...ทั้งๆ ที่คิดว่าหากยังจดจำเรื่องเลวร้ายในอดีตที่สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันมา....คงไม่มีสิ่งใดมาแยกเราจากกันได้...ทั้ง ๆ ที่เชื่อเช่นนั้น...
     
    ...แต่แล้วทำไม ?...
     
    J ทรุดกายลงนั่งพิงบานประตูก้มหน้าขบคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ อย่างละเอียด...เขารัก Hyde นี่เป็นเรื่องจริง...แล้วที่ผ่านมาเขาก็รับรู้มาตลอดว่า Hyde เองก็รักเขาเช่นกัน...แล้วเวลานี้ความรักของเขาลดน้อยลงแล้วเหรอ ?...
     
    ‘ไม่ !!...‘ เสียงเถียงในใจย้อนกลับมาทันที...เขาไม่ได้รัก Hyde น้อยลง...แล้วทำไมถึงเลิกที่จะเชื่อมั่นในความรักของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย ?....
     
    ...ก็เพราะรักมากน่ะสิ !!...
     
    ...ยิ่งผ่านไปนานวันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ...ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บปวดมากหากต้องแยกจากกัน...และตัวเขาเองเริ่มไม่แน่ใจว่า Hyde จะยิ่งรักเขามากขึ้นเหมือนกับที่เขารู้สึกหรือว่ามันจะลดน้อยลง....หาก Hyde ได้พบเจอกับคนที่เข้าอกเข้าใจตนเองได้ดีกว่าเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้...
     
    ….ปังงง !!!....
     
    “J…!!...เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ !!” เสียงทุบอย่างแรงตามมาด้วยเสียงร้องไห้และโวยวายของร่างเล็กที่อยู่ภายนอก...ยิ่งทำให้ชายหนุ่มปวดแปลบในหัวใจ
     
    ...อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกผิด...ที่เฉยเมยต่อนาย...ในเมื่อก่อนหน้านี้นายเป็นฝ่ายเฉยเมยต่อความรู้สึกของฉันก่อน....
     
    “J…!! ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง !!” Hyde แทบจะร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง...ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องราวใดก็ทำให้จิตใจสงบลงไม่ได้แล้ว...เพราะรู้ดีว่าถ้าตนเองไม่ทำอะไรสักอย่าง...เวลาที่ J จะไปจากเขาคงใกล้เข้ามาทุกที
     
    ...แต่ไม่ว่าเขาจะโวยวายมากแค่ไหน ? สองมือรัวทุบประตูจนแดงช้ำ...แต่คนที่อยู่ภายในยังคงนิ่งเงียบ...เฉยเมยและเย็นชาราวกับเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้....
     
    “J !!....ได้โปรด....ฮึก.....ฮ....” ร่างเล็กซบหน้าลงกับประตูสะอึกสะอื้นอย่างหนักออกมาอีกหน...เฝ้ารอเวลาให้ J ใจอ่อนยอมออกมาพูดปรับความเข้าใจกับเขา....แต่ไม่ว่าจะรอนานเท่าไหร่....บุคคลภายในยังคงนิ่งเฉย...ไม่แม้สักนิดที่จะส่งเสียงตอบกลับมา...Hyde ปาดเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้มแรง ๆ เมื่อคิดไปถึงคนที่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายนี้เกิดขึ้น
     
    ...Kiyoharu !!....
     
    “Kiyoharu พูดอะไรกับนายใช่มั้ย ?” เสียงถามแผ่วเบาที่ลดผ่านบานประตูไป...ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งพิงประตูอยู่อีกฝั่ง...ต้องเงยหน้าขึ้นมาทันที
     
    “J หมอนั่นพูดอะไรกับนายกันแน่ ?!!” Hyde ตะคอกถามกลับไปอีกครั้ง...แต่เมื่อภายในยังคงนิ่งเงียบ..ร่างเล็กจึงต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพราะเมื่อหาคำตอบกับ J ไม่ได้...อีกคนที่จะตอบได้คือ Kiyoharu…
     
    “ถ้านายไม่ตอบฉันจะไปถามหมอนั่นเอง !!”
     
    ทันทีที่ได้ยินคำประกาศชัดเจน...J ต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ....ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้งพลางครุ่นคิดตัดสินใจอย่างเอาเป็นเอาตาย...เมื่อหัวใจเริ่มสับสันมากขึ้นทุกที...
     
    ...ถ้าปล่อยให้ Hyde ไปคราวนี้...แล้วคำปลอบโยนของ Kiyoharu ทำให้หัวใจของ Hyde เปลี่ยนแปลง....เขาอาจต้องสูญเสียอีกฝ่ายไปตลอดกาล....
     
    ...ปึงง !! ....
     
    เสียงวิ่งตึงตังพร้อมกับประตูที่ถูกกระชากออกอย่างแรง...ทำให้ J รับรู้ได้ทันทีว่า...Hyde คงจะไปหา Kiyoharu ตามที่เจ้าตัวประกาศไว้เมื่อครู่
     
    “โธ่เว้ย !!!” J สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อไม่อาจห้ามปรามหัวใจไม่ให้เป็นห่วงอีกฝ่ายได้...
     
    “Hyde !!” ชายหนุ่มผลุนผันเปิดประตูห้องนอนออกมาอย่างรีบร้อน...แต่ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่า...ครั้นพอเหลือบมองไปที่ประตูจึงเห็นว่าประตูยังคงถูกเปิดค้างเอาไว้...คงเพราะ Hyde รีบร้อนออกไป...J ยืนลังเลอย่างใช้ความคิดหากเขาตามไปจะอยู่ในฐานะอะไร ?เมื่อตอนนี้ความรู้สึกของคำว่า “คนรัก” สำหรับเขามันด้วยค่าลงทุกที
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ด้าน Hyde ที่วิ่งผลุนผันออกมาจากบ้านพักโดยลืมแม้แต่จะหยิบเอาเสื้อโค้ทตัวหนาติดมาด้วย... ร่างเล็กปาดเช็ดน้ำตาออกไปจากใบหน้าขณะที่เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อให้พบเจอกับคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนสนิท...และไม่เคยคิดว่าการที่ได้พบเจอกับเพื่อนโดยบังเอิญจะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับ J เลวร้ายลงไปทันที
     
    “Kiyoharu !!” Hyde ตะโกนเรียกอีกฝ่ายเสียงลั่น...ก่อนจะหอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน...เมื่อเขาวิ่งตามหาอีกฝ่ายไปทั่ว
    ทันทีที่เหลือบมาเห็นร่างเล็ก Kiyoharu จึงหันไปสั่งความอะไรบางอย่างกับทีมงาน ก่อนจะปลีกตัวออกมา ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
     
    “ไง...ฉันนึกว่านายจะอยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนแล้วซะอีกนะวันนี้”
     
    “ก็เพราะนาย !!! เพราะนายคนเดียว !!” Hyde ตะคอกใส่หน้าเพื่อนรักเสียงลั่น...จนทีมงานที่ยืนเตรียมงานอยู่ไกล ๆ ต้องหันมามอง...
     
    “มาทางนี้ก่อนซิ...” Kiyoharu ดึงแขนอีกฝ่ายให้ตามไปในสวนอีกด้านของรีสอร์ทที่ค่อนข้างลับตาคน...เพราะพอจะเดาอะไร ๆ ได้เลา ๆ จากท่าทางและอารมณ์ของอีกฝ่าย...ที่สำคัญดวงตาของ Hyde ยังแดงช้ำเหมือนกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก...ถึงแม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วแต่มันยังคงทิ้งร่องรอย
     
    “ปล่อย !!“ Hyde สะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุม...เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่อยู่ในสายตาของใครอีกแล้ว
     
    “นายไปพูดอะไร ? กับ J กันแน่ !!...เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ !! ...เมื่อคืนฉันก็บอกนายชัดเจนไปแล้ว...อย่าให้ระหว่างพวกเราไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน !!” Hyde รัวถามพลางตะคอกใส่ Kiyoharu ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
     
    “ใจเย็น ๆ Haido....เรื่องที่ฉันคุยกับหมอนั่น...ก็แค่ได้บอกความรู้สึกตัวเองออกไป...”
     
    “แล้วนายจะบอกทำไม ?!! นายไม่รู้หรอกว่า...คำพูดนายกำลังทำร้ายฉัน...นายมีความสุขเหรอที่เห็นฉันเจ็บปวด !!” Hyde ยังคงโวยวายใส่ Kiyoharu อย่างรุนแรง...ความรู้สึกเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ราวกับดำเนินมาถึงขีดสุด...ไม่อาจแม้แต่จะควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้อีกแล้ว
     
    “Hyde !! นี่ฟังก่อนได้มั้ย ? ฉันไม่มีทางมีความสุขที่นายเจ็บปวด....แต่ถ้าแค่คำพูดของฉันมันทำให้หมอนั่น...ทำให้นายเสียใจได้ขนาดนี้ หมอนั่นก็ไม่มีวันทำให้นายมีความสุขเหมือนกัน !!” Kiyoharu เริ่มใช้เสียงดังขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ยอมรับฟังสิ่งใดของร่างเล็ก
     
    “ไม่จริง !! ฉันมีความสุขอยู่ดี ๆ นายก็มาทำลายมัน !! นายไม่เข้าใจ.....นายไม่เข้าใจ!! ฉันรัก J นะ....ฮึก....ฮ...” Hyde โวยวายพลางตรงเข้าไปกระชากเสื้ออีกฝ่ายอย่างหัวเสีย...น้ำตาที่เพิ่งปาดเช็ดไปเมื่อครู่...ไหลออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น...
     
    ...ทั้งโวยวาย...ทั้งร้องไห้....ทั้งร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง....เป็นสิ่งที่ Kiyoharu ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็น...
     
    ...หมอนั่นทำให้นายเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ...Hyde ?...
     
    Kiyoharu กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ....ยิ่งได้รู้ว่า Hyde รัก J มากแค่ไหน...เขาก็ยิ่งอยากแย่งชิงมา...เพราะไม่อยากเห็น Hyde บ้าคลั่งเพราะผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
     
    “Hyde !!!...” Kiyoharu ตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กเพื่อเรียกสติ... สองแขนก็พยายามรวบเอาร่างเล็กที่กำลังโวยวายใส่เขาไม่ยอมหยุดตอนนี้ให้สงบสติอารมณ์ให้ได้...ชายหนุ่มรวบเอาร่างเล็กมากอดไว้แนบอก...โอบรัดวงแขนแนบแน่นเพื่อให้ Hyde เลิกโวยวาย
     
    “Hyde…ฉันรักนายนะ !! รักมาก่อนหมอนั่นด้วยซ้ำ...ยิ่งเห็นนายบ้าคลั่งเพราะเรื่องของหมอนั่นมากขนาดนี้...ฉันยิ่งทนไม่ได้!! อยู่กับหมอนั่นนายมีแต่จะโดนทำร้าย...เชื่อฉันเถอะฉันจะทำให้นายมีความสุขมากกว่าอยู่กับหมอนั่นแน่ ๆ” Kiyoharu เผยความรู้สึกในใจออกไปอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ Hyde มาอยู่เคียงข้างตน...เขาอยากปกป้องร่างเล็กนี้ด้วยอ้อมกอดของเขา...
     
    ...ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเพื่อน Hyde หยุดการดิ้นรน...เลิกร้องตะโกนโวยวาย...ก่อนจะยืนนิ่ง ๆ อยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu ฝ่ามือแกร่งที่ไล้ลูบอยู่บนเส้นผมเพื่อปลอบโยน...ทำให้ Hyde สงบลงได้มาก...ความรักที่อีกฝ่ายมีต่อเขาราวกับจะถ่ายทอดมาสู่หัวใจช้า ๆ
     
    ...แต่ภาพร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของ Kiyoharu กลับอยู่ในสายตาของใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจ...ทุกถ้อยคำที่ต่างฝ่ายต่างพูดออกมา...ชายหนุ่มผมทองล้วนได้ยินมันหมดสิ้น...
     
    ….พายุกำลังพัดถล่มหัวใจเขา....
     
    ดวงตาเรียวรีนิ่งค้างราวกับเบื้องหน้ามีแต่ความว่างเปล่า...บางทีเขาอาจไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับรู้...ความรู้สึกของคนทั้งคู่
     
    ....ถ้าไม่ได้รับรู้ก็คงจะไม่เจ็บปวด...
     
    ...J หันหลังให้กับคนทั้งสอง...พลางก้าวเดินออกไปช้า ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะหันหลังกลับมามองแม้แต่เพียงแว่บเดียว...ก่อนจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น...จนกลายเป็นวิ่งเต็มกำลัง...
     
    ...ต้องออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...ไปให้ไกล ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวที่จะทำร้ายจิตใจมากไปกว่านี้...เพราะรู้ดีว่า Hyde คงไม่กลับมาหาเขาอีกแล้ว...
     
    J วิ่งสุดฝีเท้ากลับมาที่บ้านพัก...ก่อนจะหอบเหนื่อยจนตัวโยนเมื่อก้าวเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนโซฟา...ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับการหายใจ...หัวใจเต้นกระชั้นถี่เร็วราวกับจะตอกย้ำว่าเวลานี้...เขาไม่อาจสงบใจได้อีกแล้ว...เมื่อลางสังหรณ์แห่งการพังทลายใกล้เข้ามาทุกที...แล้วสิ่งที่เขาทำได้มีแค่รอเวลาให้ Hyde กลับมายืนยันจุดจบของความสัมพันธ์นี้เท่านั้นน่ะเหรอ ?
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     

    love Punish 87

    - 87 -

    “Ino...ฉันไม่รู้จักจริง ๆ อยู่ ๆ ก็เข้ามาทักเองอ่ะ...” เจ้าของชื่อยังคงเดินดุ่ม ๆ ไม่สนใจต่อเสียงแก้ตัวเป็นพัลวันของชายหนุ่มที่เดินตามมา...
     
    ....ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์จะออกมาหาอะไรดื่มเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก... หากทันทีที่ก้าวลงจากรถเจ้าเหมียวตัวดีก็หันไปส่งยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถคันข้าง ๆ...คงไม่กระไรนักหนาถ้าฝ่ายนั้นไม่ได้ร้องเรียกเสียงดังฟังชัดว่า...‘Ken-chan~n’
     
    “Ino...” Ken เพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้าวตามเข้ามาจนถึงภายในร้าน...เสียงเพลงดังกระหึ่มและบรรยากาศสลัว ๆ ของการตกแต่งร้านทำให้ต้องเอื้อมมือไปคว้าแขนคนข้างหน้าเอาไว้เพราะกลัวว่าฝ่ายนั้นจะหนีหายไปก่อนจะพูดกันรู้เรื่อง...
     
    “จะแก้ตัวอีกนานมั้ย...” Inoran หันขวับกลับมาถามเสียงห้วน...คนอ้าปากค้างกลืนคำพูดที่กำลังจะตามออกมาเป็นพรวนลงไป...หากแทนที่จะรู้สึกแย่กลับแอบดีใจเสียอีก...
     
    ....อาการอย่างนี้มาน...^^
     
    “ไม่นานจ้า...เข้าใจกันแล้วก็ไปหาที่นั่งกันเถอะ...” สรุปเอาเองอย่างรวดเร็วพร้อมส่งยิ้มหน้าระรื่นไปให้จนอีกฝ่ายต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงง ๆ...ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหลุดยิ้มตามออกมา...หากเดินไปอีกไม่ถึงสองก้าวเสียงเรียกก็ดังมาอีก...
     
    “Ino...”
     
    “ยังไม่เลิกใช่มั้ย...” Inoran หันกลับมาถามเสียงเข้มอีกครั้ง...
     
    “ไม่ใช่ ๆ...จะบอกว่า Ryuichi นั่งอยู่นั่น...ใช่รึเปล่า...” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายบอกก็เห็นเพื่อนตนเองกำลังนั่งร่วมโต๊ะพูดคุยอยู่กับหญิงสาวลูกครึ่งคนหนึ่งด้วยท่าทางสนิทสนม...
     
    “ไม่ต้องหาที่นั่งแล้ว...” Inoran บอกสั้น ๆ ก่อนจะออกเดินนำชายหนุ่มตรงไปที่โต๊ะนั้น... ร่างบางหยุดยืนนิ่งเล็กน้อยจนชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับยิ้มออกมา...
     
    “อ้าว...มาเหมือนกันเหรอ...นั่งด้วยกันสิ...” Ryuichi เอ่ยทักทายเพื่อนและชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาอย่างยินดีพลางหันไปทาง Arisa เพื่อแนะนำให้รู้จักกับผู้ที่มาใหม่...จากนั้นเจ้าเหมียวก็เริ่มต้นชวนคุยตามประสาคนอัธยาศัยดีไปตามเรื่อง...ในขณะที่ Inoran นั่งฟังการสนทนาทุกอย่างด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์อย่างเคย...
     
    “ตกลงได้คำตอบแล้วใช่มั้ย...” เสียงถามเบา ๆ จากเพื่อนข้างตัวเรียกให้ Ryuichi หันไปมองอย่างงง ๆ...
     
    “คำตอบ?...คำตอบอะไร...Ino...”
     
    Inoran เหลียวไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกข้างของตัวเอง...พูดอะไรด้วยสองสามคำก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนสั้น ๆ...
     
    “รอที่เดิม...”
     
    Ryuichi มองตามหลังเพื่อนที่ลุกออกจากโต๊ะไปอย่างพอจะเดาอะไรออกราง ๆ... เสียงพูดคุยต่อไปอีกสองสามคำเพื่อทอดเวลาออกไปอีกเล็กน้อยก่อนแก้วเบียร์สดบนโต๊ะถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว...
     
    “ขอตัวเดี๋ยวนะ...” Ryuichi หันไปบอกกับเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคน...ก่อนจะลุกตาม Inoran ออกไปยังที่ประจำซึ่งรู้กันดี...มุมสุดด้านหนึ่งของบาร์เครื่องดื่ม...
     
    “มาแล้ว...” Ryuichi ทรุดตัวลงนั่งที่ติดกันก่อนจะยกขวดเบียร์ที่ฝ่ายนั้นสั่งรอไว้ขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว...
     
    “ท่าทางอย่างนี้คงรู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันหมายถึงคำตอบอะไร...”
     
    “รู้...แต่...ตอนนี้คำตอบมันอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวแล้วก็ได้...Ino...”
     
    “Tetsu ไปไม่ถึงวันนายก็กลับมาทำตัวแบบเดิมแล้วยังมีอะไรต้องคิดมากอีก Ryu” เสียงติดประชดนิด ๆ หากคนฟังกลับไม่ได้ใส่ใจมากไปกว่าประโยคแรกที่ได้ยิน...
     
    “นายรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่อยู่...” คำถามที่ได้ยินเริ่มทำให้ Inoran เฉลียวใจอะไรบางอย่างจึงเลี่ยงที่จะตอบโดยการย้อนถามกลับไป...
     
    “ถ้าอยู่นายจะออกมารึ”
     
    Ryuichi นิ่งมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ...
     
    “ก็ถูกของนาย...เขาไม่อยู่...ไป Osaka”
     
    “แล้วไง?...”
     
    “ก็ไม่ไง...แค่ทิ้งโน้ตไว้แผ่นเดียว...ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกัน...” เสียงขาดหายไปเล็กน้อยก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้อีกครั้ง...
     
    “บางทีเขาอาจเห็นฉันเป็นแค่...”
     
    “ก่อนจะพูดอะไรออกมา...ถามตัวเองรึยังว่าเคยแสดงอะไรให้เขารู้..ให้เขามั่นใจบ้างรึเปล่าว่าสำหรับนายเขาก็ไม่ได้เป็นแค่...” Inoran หยุดคำพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเพื่อให้เพื่อนทำความเข้าใจเอาเอง... ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปเป็นครู่กว่าเสียงถอนใจจะดังออกมาพร้อมกับมือบางที่วางลงบนไหล่เพื่อนคล้ายจะปลอบใจ...
     
    “ยังไงฉันก็ดีใจที่ได้ยินนายพูดแบบนี้นะ Ryu...เพราะถ้านายรู้สึกอย่างนี้ได้ก็หมายความว่านายจริงจังกับเรื่องนี้อย่างน้อย ๆ ก็มากกว่าครั้งอื่น ๆ...” ค่าเครื่องดื่มถูกวางลงข้างแก้วที่ว่างเปล่าก่อน Inoran จะลุกเดินตรงไปยังทางออกปล่อยให้เพื่อนได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ...
     
    .... เพียงโบกมือขึ้นเล็กน้อยเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่จะช่วยให้ความสับสนว้าวุ่นในใจคลายลงก็ถูกวางลงตรงหน้า...หากยังไม่ทันจะได้ลิ้มรสไหล่กว้างก็ถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือของใครคนหนึ่งอีกครั้ง...
     
    “Ryu...ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะ...แล้ว...เห็น Ino มั้ยฉันไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ...” Ken บอกพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยสีหน้าเป็นกังวลจนคนมองอดรู้สึกยินดีกับเพื่อนไม่ได้...
     
    ...Inoran โชคดีที่มีคนเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้...
     
    “คงอยู่ที่รถแล้ว...เมื่อกี้เพิ่งจะออกไป...”
     
    “อ้าว...ถ้างั้นฉันกลับล่ะนะ...ฝากลา Aris ด้วย...” ดวงตาคมมองตามชายหนุ่มที่กำลังจะผละจากไปอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจส่งเสียงเรียกไว้...
     
    “เดี๋ยว Ken...เอ่อ...ฉัน..เรื่อง Tetsu...” Ryuichi อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกำลังคิดจะทำอะไร...อยู่ ๆ ก็อยากรู้เรื่องราวของคน ๆ นั้นให้มากที่สุด...แต่อีกใจก็ลังเลเกินกว่าจะเริ่มต้นถามคำถามใดออกไป...อีกอย่างเขาก็ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะรู้เรื่องระหว่างเขากับ Tetsu จาก Inoran หรือยัง...
     
    “ทำไมเหรอ...” Ken รีบหันกลับไปถามอย่างแปลกใจ...ทั้งยังร้อนใจอยากจะรีบตามใครคนหนึ่งออกไปด้วย...
     
    “ไม่...ไม่มีอะไร...นายรีบไปเถอะ...ไว้คราวหน้านัดกันอีกนะ...”
     
    “OK...ส่วนเรื่อง Te-chan ถ้ามีธุระกับเขาก็รออีกสองสามวันนะ...เพิ่งกลับ Osaka ไป...โทรมาโยนระเบิดให้ฉันแต่เข้าเลย...ไปล่ะ...” จบคำพูดชายหนุ่มร่างสูงก็รีบเร่งตรงไปยังทางออกจึงไม่มีโอกาสได้เห็นดวงตาคมที่ฉายแววอ่อนลงเมื่อครู่กลับเป็นประกายวับวาวขึ้นมาอีกครั้ง... เสียงหัวเราะขึ้นจมูกเหมือนกำลังสมเพชต่ออะไรสักอย่างก่อนน้ำสีอำพันสดสวยตรงหน้าจะไหลล่วงผ่านลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว...
     
    ....เสียงฝีเท้าดังให้ได้ยินจากไกล ๆ ก่อนจะชะลอลงจนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า...ร่างบางที่ยืนรออยู่จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง...
     
    “ทำไมรีบออกมาล่ะ...มีอะไรรึเปล่า Ino...หรือว่า...ยังไม่หายโกรธ...” เสียงถามเร็วด้วยสีหน้าไม่สบายใจทำให้คนฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธไปมาอย่างรวดเร็ว...ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกนิด ๆ ให้อีกฝ่ายวางใจทั้งที่ตัวเองรู้สึกกังวลจนบอกไม่ถูก...
     
    “เริ่มมึน ๆ น่ะ...กลับกันเถอะ...ไว้วันหลังค่อยมาใหม่”
     
    ...เมื่อเจ้าตัวบอกเช่นนั้นชายหนุ่มก็ทำได้แค่ยอมตาม...ทั้งที่รู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่าจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ๆ... และความเงียบที่เกิดขึ้นในรถตอนการเดินทางก็เป็นตัวเร่งให้ความสงสัยของชายหนุ่มเพิ่มเป็นทวีคูณ... เมื่อเสียงชวนคุยไปไม่หยุดกลับได้รับคำตอบกลับมาแทบจะนับคำได้... Inoran เป็นคนเงียบก็จริง...แต่คราวนี้มันผิดไป...
     
    ...ที่สุดเมื่อกลับมาถึงห้อง...ชายหนุ่มก็ตัดสินใจพยายามดูอีกครั้ง...
     
    “Ino...นายไม่สบายใจเรื่องอะไรรึเปล่า...บอกฉันได้มั้ย...” Ken ดึงตัวอีกฝ่ายลงนั่งคุยกันด้วยน้ำเสียงจริงจังคาดคั้นกว่าทุกครั้ง...
     
    “ทะเลาะกับ Ryu เหรอ...” เสียงเดาออกมาอีกเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นก็ดูแปลก ๆ ไปเช่นกัน...อยู่ ๆ ก็หายออกไปจากโต๊ะกันแล้วคนตรงหน้าก็รีบกลับมาที่ห้องแบบนี้...
     
    “ไม่มีอะไร Ken...ก็แค่...”
     
    “นายไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ Ino” Ken พูดขัดขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหาคำมาปฏิเสธ...พลางหันหน้าหนีไปอีกทางย้อนคิดไปถึงท่าทางอ้ำอึ้งของ Ryuichi ที่ร้านเมื่อครู่...ก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลก...ทำไมสองคนจะต้องลุกออกไปพูดกันที่อื่นหรือเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องกับเขา...
     
    “Tetsu...” Ken พึมพำออกมาเบา ๆ หันไปมองร่างบางอีกครั้ง...ภายในหัวพยายามอย่างยิ่งที่จะปะติดปะต่อเรื่องราว...หากจนแล้วจนรอดก็เดาไม่ออก...
     
    “Ryu ทำท่าจะถามอะไรเกี่ยวกับ Te-chan มันเรื่องอะไรกัน Ino...”
     
    “ถามเรื่อง Tetsu” คนฟังย้อนถามกลับมาอย่างแปลกใจในสิ่งที่ได้ยินไม่แพ้กัน...
     
    “ใช่...ทำท่าทางเหมือนจะถามอะไร...แต่พอฉันหันไปถามกลับบอกว่าไม่มีอะไร...” Ken มองท่าทางสนใจของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดไปเรื่อย ๆ เริ่มคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว...
     
    “แค่นั้นเหรอ...”
     
    “อืม...ฉันเลยบอกไปถ้ามีธุระก็ให้รอสองสามวัน เพราะ Te-chan ไม่อยู่...เพิ่งโทรมาบอกเมื่อเช้า” ฟังมาถึงตรงนี้ร่างบางก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดไปอีกแล้ว...และท่าทางนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองอยู่ตลอดได้...
     
    “คราวนี้นายคงไม่บอกว่าไม่มีอะไรอีกนะ Ino เพราะฉันจะไม่เชื่อ...”
     
    “Ken...ฉัน...” ร่างบางเอนกายลงกับพนักโซฟาอย่างแรง...จะบอกได้ยังไงก็ในเมื่อตอนนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นดูมันจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม...
     
    .. เวลาเกือบสิบปีที่รู้จักสนิทสนมกันมาทำให้รู้ถึงนิสัยของเพื่อนทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หลายครั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเขาคนนี้กับใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิตต้องจบลงเพียงเพราะอีกฝ่ายละเลยต่อบางสิ่งบางอย่าง..หรือไม่สามารถเติมเต็มความต้องการที่โหยหาได้...
     
    “ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่...แต่...” Inoran ตัดสินใจเริ่มเรื่องพลางหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า... “จำได้มั้ยที่นายชวนฉันไปกินมื้อค่ำที่โรงแรมเมื่อหลายวันก่อน...”
     
    “ได้สิ...ทำไม?..” Ken ถามกลับไปก่อนจะย้อนคิดขึ้นได้ว่า...วันนั้นคนตรงหน้าก็มีอาการผิดปกติคล้าย ๆ แบบนี้เช่นกัน...
     
    “ฉันเห็น Ryu กับ Tetsu ไปที่นั่น...เขาสองคนไม่ใช่แค่เพื่อน...”
     
    “ไม่ใช่เพื่อน....กับ Ryu นี่หมายความว่า...” ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ...
     
    “ใช่...ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ จนโทรไปพูดกับ Ryu เจ้านั่นก็ไม่ได้ปฏิเสธ...”
     
    “ไม่ปฏิเสธ!!...ไม่ปฏิเสธอะไรก็ในเมื่อวันนี้หมอนั่นยังไปเที่ยวกับ...” Ken กระชากเสียงถามอย่างลืมตัว...
     
    “ใจเย็น ๆ...ก่อนสิ Ke...” ร่างบางพยายามจะบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นลง...หากฝ่ายนั้นกลับพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยอมรับฟัง...
     
    “ท่าทางสนิทสนมกันขนาดนั้น...นี่เพื่อนนายต้องการอะไรกันแน่!!...” Ken จ้องตาอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น...นัยน์ตากลมใสเริ่มมองมาด้วยสายตาสงบนิ่ง.. ริมฝีปากบางเหมือนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนเจ้าของร่างจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
     
    “เดี๋ยว...Ino...ทำไมตั้งหลายวันนายถึงไม่บอกฉัน...” มือแกร่งคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ก่อนจะขยับลุกขึ้นยืนตาม...
     
    “ทำไม?...นายก็รู้ว่า Te-chan เป็นเพื่อนฉัน...แล้ว...อีกอย่างนายก็น่าจะรู้นิสัยเพื่อนนายดี...นายเคยบอกเองด้วยซ้ำว่าหมอนั่นเจ้าชู้...แล้วทำไมนายยังปล่อยให้พวกเขา...”
     
    "ก็เพราะฉันรู้น่ะสิว่าเพื่อนฉันมันเป็นยังไง ?!! ฉันก็พยายามจะเตือนให้หมอนั่นเลิกก่อนเรื่องจะบานปลาย...ที่ไม่อยากให้พวกนายได้รับรู้ก็เพราะไม่อยากให้พวกนายเกลียด Ryu!!..." Inoran พยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก...หาก Ryu ยอมเลิกราความรู้สึกตะขิดตะขวงใจคงจะไม่เกิดหากทั้งสองวงต้องพบเจอกัน
     
    "Ino !! ถึงนายอยากจะปกป้องเพื่อนแค่ไหน ? แต่ก็ควรรู้ว่าหมอนั่นกำลังทำร้ายเพื่อนฉันนะ !!"
     
    Inoran ยกแขนข้างที่ถูกรวบไว้ขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องตาอีกฝ่ายแน่วนิ่ง...
     
    “ฉันเข้าใจล่ะ...Tetsu เพื่อนนาย... Ryu เพื่อนฉัน...ที่ผ่านมาฉันคิดว่าสองคนนั้นเป็น ‘เพื่อนเรา’ ซะอีก...ก็ OK นะ...ถ้านายจะแบ่งข้างกันพูดแบบนี้...เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว...” แขนเรียวบางสะบัดออกจากการเกาะกุมก่อนเจ้าของร่างจะเดินลับหายเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวทิ้งให้ชายหนุ่มยืนตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่อย่างนั้น...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ~~~ บ้าน Ogawa ~~~
     
    “ยังไม่นอนอีกเหรอลูก...” เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาเรียกให้ชายหนุ่มร่างบางที่นั่งเหม่อมองออกไปยังสวนเล็ก
    ๆ นอกระเบียงเหลียวไปมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง...
     
    “นั่งตรงนี้แล้วเพลินดีครับ...” Tetsu ตอบพลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือข้างกายหลบไปไว้ทางด้านหลัง...ผู้เป็นแม่ทรุดตัวลงนั่งข้างลูกชาย ไหล่บางห่อเข้าหากันนิด ๆ ด้วยความหนาวเย็น...หากมือทั้งสองข้างกลับขยับดึงผ้าคลุมไหล่ที่ติดตัวมาคลุมให้ลูกขายด้วยความห่วงใย
     
    “ผมไม่หนาวหรอกครับแม่...รวมยูกาตะนี่ก็สามชั้นเข้าไปแล้ว...” เสียงบอกหน้ายิ้มระรื่น...
     
    “คลุมไว้อีกชั้นเถอะ...เดี๋ยวไม่สบายไปจะมาบ่นว่ากลับมาบ้านแล้วป่วย...” มารดาอดประชดยิ้ม ๆ ไม่ได้...ในขณะที่ลูกชายก็ทำหน้าเหรอหราไม่รู้ไม่ชี้...รู้ดีว่าหากพูดต่อไปคงต้องดึงไปเรื่องให้พักอยู่นี่นาน ๆ...
     
    “งั้น...ไปนอนกันดีกว่าครับ...ผมเริ่มง่วงแล้ว...” Tetsu รีบขยับตัวประคองร่างมารดาลุกขึ้นก่อนจะกอดเอวเอาไว้อย่างประจบ... เสียงหัวเราะจากผู้เป็นมารดาเมื่อบุตรชายรุนหลังให้เดินตรงไปยังห้องนอนทั้งที่โดยไม
    ่ยอมคลายอ้อมแขนออก..
     
    “นอนหลับฝันดีนะครับแม่...”
     
    “จ้า...ลูกก็เหมือนกันนะ...”
     
    Tetsu ส่งยิ้มให้จนตาหยี...รอจนบานประตูตรงหน้าปิดสนิทลงจึงค่อย ๆ เดินย้อนกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางแอบไว้ขึ้นมาดู...เสียงถอนใจเบา ๆ เมื่อสิ่งเดียวที่คิดว่าสามารถเชื่อมต่อกับใครคนหนึ่งได้ยังคงเงียบกริบ...
     
    ....และทุกครั้งเขาทำได้เพียงแค่...รอคอย...
     
    ... ทางเดินมืดสนิททอดยาวไปยังห้องนอนของตนหากความเคยชินทำให้ร่างบางสามารถเดินไปได้โดยอาศัยเพียงแสงสว่างจากช่อไฟดวงเล็กที่เปิดไว้ตลอดคืนเท่านั้น...เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หัวใจก็เต้นระทึกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อรับรู้ถึงอาการสั่นไหวของโทรศัพท์เล็กจิ๋วในมือ...
     
    “Moshi Moshi”
     
    “นึกว่านายจะปิดเครื่องซะอีก...” รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับความรู้สึกผิดหวังแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ...เป็นครู่กว่าจะกรอกเสียงตอบกลับไป...
     
    “คนกำลังหลับสบาย...โทรมาทำไมป่านนี้ Ken-chan” Tetsu พูดปดออกไปพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเซ็ง ๆ ทันทีที่เข้ามาในห้องส่วนตัว...
     
    “หลับเหรอ...แต่ฉันว่าเสียงตอนแรกน่ะดีใจอย่างกับ...รอให้ใครโทรมา...” Ken ยังไม่กล้าพอเข่นกันที่บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงสิ่งที่เขาได้รู้... Tetsu ส่งเสียงหัวเราะฝืน ๆ กลับไปก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง...
     
    “แล้วตกลงมีเรื่องอะไรรึเปล่า...คงไม่ใช่ทะเลาะกับ Ino นะถึงไม่หลับไม่นอน...” คำพูดเดาเล่น ๆ ของเพื่อนแต่กลับตรงกับความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าทำเอาคนฟังออกอาการเซ็งไปเช่นกัน...
     
    “ปล่าวว...” เสียงบอกปัดทอดยาวเหยียด... “ก็แค่คิดถึง...พักนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลย...นายมีความสุขดีรึเปล่า Te-chan...”
     
    “อะไรของนาย...” Tetsu พึมพำกลับไปงง ๆ...ใจคิดไปถึงว่าเพื่อนคงจะห่วงเรื่องที่เขากลับมาบ้าน...
     
    “ฉันสบายดี...ขอบใจที่เป็นห่วงนะ...ว่าแต่นายเหอะเป็นอะไรรึเปล่าพูดจาแปลก ๆ...”
     
    “ปล่าว...ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็น...”
     
    “แล้วมานั่งอยู่ทำไม...ไปนอนซะสิ...”
     
    “น่า...บ่นเป็นคนแก่ไปได้...”
     
    “อ้าว...ไอ้นี่...ก็หัดทำตัวให้มันดีหน่อยเซ่ ฉันไปนอนล่ะ..แล้วไม่ต้องโทรมากวนแล้วนะ...หาเรื่องเองก็ง้อเองเถอะอ้าปากมาก็เห็นไปถึงไหนแล้ว...ไปปากแมว??อะไรให้เขาโกรธอีกล่ะสิรีบไปง้อไปจะได้รีบนอน...บาย ๆ...”
     
    “เออ...บายก็ได้...” Ken บอกงอน ๆ พลางกดปิดสายลงช้า ๆ ทั้งที่ตั้งใจจะถามให้รู้เรื่องรวมไปถึงเรื่องวันนี้ที่จะบอกให้เพื่อนได้รับรู้...หากพอคิดว่าฝ่ายนั้นจะต้องเสียใจเขาก็พูดอะไรไม่ออก...เสียงถอนใจยาวออกมาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าเมื่อพอจะเข้าใจถึงความลำบากใจที่ Inoran ต้องเผชิญมาคนเดียวในช่วงเวลาสองสามวันที่ผ่านมา
     
    ....ยังไงก็เพื่อนเราทั้งนั้น....
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 86

    - 86 -

    …แสงแดดยามเช้าของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะกำลังปลุกให้ชายหนุ่มมผมทองที่นอนหลับสนิทตั้งแต่เมื่อคืนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้ายังคงพร่าเลือน...ต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อปรับสายตา...อาการปวดมึนศีรษะลดน้อยลงการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่คงช่วยได้มาก
     
    …J พลิกกายขึ้นมานอนหงายจ้องมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย...ค่อย ๆ ไล่อาการง่วงงุนยามเช้าออกไปช้า ๆ และเมื่อสติทุกอย่างกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง...ดวงตาเรียวรีก็หันขวับกลับไปมองที่นอนข้างกายอย่างรวดเร็ว...ภาพที่นอนข้างกายว่างเปล่าและเย็นเยียบราวกับไม่มีใครนอนมาตั้งแต่เมื่อคืน
     
    ….J ผุดลุกลงจากเตียงไปทันที...สาวเท้ายาว ๆ เมื่อคิดว่าบ้างที Hyde อาจจะอยู่ข้างนอก...บริเวณห้องนั่งเล่นว่างเปล่ารวมไปถึงห้องครัว ชายหนุ่มผลุนผลันไปเปิดประตูห้องน้ำ...แต่ภาพที่พบกลับว่างเปล่าพื้นห้องน้ำยังคงแห้งสนิทไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาใช้
     
    ...Hyde ไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน...
     
    อารมณ์หงุดหงิดที่คิดว่าจะหายไปตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาครุกรุ่นอยู่ในอกอีกครั้ง...แถมคราวนี้ยังมีความเป็นห่วงเพิ่มเข้ามาอีก...J ตรงไปที่อ่างล้างหน้า...ใช้น้ำอุ่น ๆ ลูบไล้ใบหน้าแรง ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดอะไรฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้
     
    ...ออกไปตามแล้วพากลับมาก็สิ้นเรื่อง...
     
    พอคิดได้อย่างนั้น J ก็คว้าเอาเสื้อกันหนาวตัวหนาขึ้นมาสวมพร้อมกับก้าวออกไปจากบ้านพักอย่างรวดเร็ว...ถึงอาการป่วยจะยังไม่หายเป็นปลิดทิ้ง...แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเมื่อวาน...ที่สำคัญอาการร้อนใจมันมีมากกว่าหลายเท่านัก
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    “Kiyoharu !! “ J ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่นพลางหอบหายใจเบา ๆ เมื่อตนเองเดินตามหา Kiyoharu อยู่นาน...ภาพที่เห็นคือ Kiyoharu ที่กำลังอยู่กับทีมงาน...คาดว่าคงกำลังเตรียมตัวทำงานกันตั้งแต่เช้า...และที่สำคัญไม่มี Hyde ยืนอยู่ตรงมุมไหนในกลุ่มคนเหล่านั้น...
     
    ...เสียงเรียกนักร้องนำของตนที่ดังลั่นทำให้ทีมงานทั้งหมดต้องหันไปมองอย่างสนใจ...ก่อนที่นักร้องนำเจ้าของชื่อจะสาวเท้าออกไปหาบุคคลที่เรียกตนเมื่อครู่...ใบหน้ายังคงระบายรอยยิ้มน้อย ๆ
     
    “อรุณสวัสดิ์...”
     
    “Hyde อยู่ที่ไหน ?!!” เสียงแข็งเอ่ยถามแทนคำทักทายตามมารยาท...คิ้วเรียวยาวของ Kiyoharu เลิกขึ้นสูงเมื่อได้ยินคำถามจากคนตรงหน้า
     
    “กลับไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...Hyde แวะมาคุยกับทีมงานได้ไม่นานก็ขอตัวกลับไป...นายไม่เจอเหรอ ? คงสวนทางกันมากกว่า...อ้อ...ขอโทษทีนะที่เมื่อคืนรั้ง Hyde เอาไว้จนไม่ได้กลับไป...พอดีคุยกันเพลินไปหน่อย” Kiyoharu อธิบายสิ่งที่คิดว่าคงจะรบกวนอยู่ในจิตใจชายหนุ่มผมทองตอนนี้ให้ฟัง
     
    J ได้แต่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...ก่อนจะหันหลังหมายจะเดินกลับบ้านพักไปทันที...ถ้าไม่เพราะเสียงของ Kiyoharu เอ่ยออกมาดักเอาไว้ทำให้ต้องชะงักฝีเท้าลง
     
    “นายไม่อยากรู้เหรอว่าฉันคุยอะไรกับ Hyde”
     
    คำพูดที่ได้ยินทำให้ J ต้องหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่อย่างไม่เข้าใจ....ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาใส่ใจ...แต่คำพูดและน้ำเสียงของอีกฝ่ายมันก็ทำให้เขาอดสนใจขึ้นมาไม่ได้...Kiyoharu เดินเลี่ยงไปอีกทางพร้อมกับส่งสัญญาณให้ J เดินตามมา
     
    “ถ้านายอยากจะพูดอะไรกับฉันก็พูดมา....ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา” J เอ่ยดักขึ้นพลางหยุดเท้าที่กำลังก้าวตามไปลงทันที...ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องโดนอีกฝ่ายชักจูงอารมณ์ให้คิดไปไกลถึงไหนต่อไหน...โดยไม่ได้รับฟังความจริง
     
    “เมื่อคืนเรื่องที่ฉันได้คุยกับ Hyde มีหลายเรื่อง...เรื่องเก่า ๆ หรือเรื่องที่พวกเราต่างไปพบเจอระหว่างที่ไม่ได้ติดต่อกัน...รู้สึกว่าเราสองคนยังคุยกันถูกคอเหมือนเดิม...แต่หนึ่งในหลายเรื่องที่เราคุยกัน....ก็คือเรื่องของนาย....ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเริ่มรู้จักและมาคบหากันได้ยังไง...เพราะไม่ว่าจะถามยังไง Hyde ก็ไม่ยอมเล่า...บอกแค่เพียงว่าตอนนี้เขากับนายคบกันอยู่...” Kiyoharu อารัมภบทยืดยาวก่อนจะหยุดลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตท่าทางของอีกฝ่าย
     
    “แล้วยังไง ?”
     
    “ก็ไม่ยังไง...แค่เมื่อคืน Hyde ท่าทางจะคิดมากเรื่องของนาย...ก็เลยปรึกษาฉันว่านายคงจะไม่พอใจ...กับการปรากฏตัวของฉัน...ทั้ง ๆ ที่ฉันกับ Hyde เป็นแค่เพื่อนกัน....” Kiyoharu หยุดคำพูดลงอีกครั้งพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่ยังคงนิ่งเงียบรอฟังเรื่องราวที่เขากำลังจะบอกต่อไป
     
    “ใช่...เราเป็นเพื่อนกันมานาน....” Kiyoharu พูดออกมาพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอยราวกับกำลังตัดสินใจที่จะพูดบางเรื่องที่เก็บไว้ในใจมานานออกไป
     
    “แต่แล้ววันหนึ่งความเป็นเพื่อนก็แปรเปลี่ยนไป...และคนที่รู้ตัวก็คงมีแค่ฉันเพียงคนเดียว...Hyde ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนเดิมและไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของฉัน....”
     
    “นายรัก Hyde…” คำตอบในหัวใจกลับโดนชายหนุ่มผมทองชิงพูดออกมาก่อน
     
    “ใช่...เป็นอย่างที่นายพูด...แต่เพราะเห็นว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนของพวกเราดูจะเข้ากันได้ดีกว่า...ฉันจึงไม่อยากทำลายมัน...อีกอย่าง Hyde เองก็ไม่เคยแสดงออกว่าคิดกับฉันเกินเพื่อน.... หากพูดออกไปฉันกลัวว่าแทนที่จะได้ใกล้ชิดกลับยิ่งทำให้พวกเราต้องห่างออกไปจนไม่อาจย้อนกลับมาเหมือนเดิมได้อีก...แต่กลับกันหากต้องทนอยู่ข้าง ๆ ในฐานะเพื่อนต่อไป...ฉันก็กลัวว่าฉันจะเป็นคนทำลายความสัมพันธ์นั้นด้วยตัวเอง....ฉันเลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน...อยากเห็น Hyde มีความสุขเหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไป” คำพูดภายในจิตใจที่เก็บกดเอาไว้นานถูกระบายให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” ของ Hyde ได้ฟังอย่างละเอียด
     
    “แล้วยังไง ? นายมาบอกฉันมันจะมีประโยชน์อะไร ? หากคนอื่นได้ฟังคำพูดของนาย... คงคิดว่ามันเป็นการเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักอย่างยิ่งใหญ่และคงยกย่องคิดว่ามันเป็นการกระทำที่สูงส่ง....” พูดมาถึงตรงนี้ J กลับใช้สายตาแข็งกระด้างจ้องมองกลับไปแน่วนิ่งก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไปช้า ๆ แต่ชัดเจน
     
    “แต่สำหรับฉันนั่นมันก็แค่การกระทำของคนขี้ขลาด...นายกลัวตัวเองเจ็บปวดเลยไม่กล้าจะพูดความรู้สึกออกไป...กลัวว่าจะไม่ได้รับความรักนั้นตอบกลับมา...นายเลยคิดเอาเองว่าหากตนเองเสียสละ....เรื่องราวต่าง ๆ คงดีขึ้น....แต่พอมาวันนี้...วันที่นายรู้ว่า Hyde ไม่ได้มีความรักเหมือนคนปกติทั่วไป...นายก็เลยอยากจะมาแย่งชิงเอาสิ่งที่นายเคยเสียสละกลับไป...สุดท้ายนายก็ไม่ได้คิดจะเสียสละจริง ๆ“
     
    คำพูดเชือดเฉือนที่ออกมาจากปากชายหนุ่มผมทอง...ถึงกลับทำให้ใบหน้าของ Kiyoharu ชาค้าง...ราวกับโดนสายน้ำเย็นเยียบสาดกระทบหน้าเข้าอย่างจัง...แต่แทนที่จะพูดโต้ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ Kiyoharu กลับควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าที่คิด...ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ J พูดถึงเขา
     
    “นั่นสินะ...บางทีฉันอาจจะขี้ขลาดจริง ๆ ก็ได้...แต่เพราะได้มาเจอ Hyde อีกครั้งฉันถึงรู้ว่า...เรายังพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม...ทั้งเรื่องที่กลุ้มใจอยู่ตอนนี้....เรื่องอนาคต...ความฝัน....ครอบครัว...หรือสิ่งที่อยากจะทำต่อไป...ทุกเรื่องที่ Hyde พูดกับฉันเป็นเรื่องที่นายน่าจะได้รับรู้ทั้งนั้น “ Kiyoharu หยุดลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติบนใบหน้าของอีกฝ่าย...บางอย่างที่วูบไหวในแววตาของ J กำลังแสดงออกถึงความหวั่นไหว
     
    ‘…พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง...เรื่องอนาคต...ความฝัน...สิ่งที่อยากทำ...‘ คำพูดเหล่านี้วิ่งวนในหัวซ้ำไปซ้ำมา...ราวกับจะตอกย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรับรู้...Hyde ไม่เคยเอ่ยปากเล่าเรื่องราวแบบนี้ให้ฟัง...แล้วเขาที่ยืนอยู่ในฐานะคนรัก...สมควรที่จะได้รับฟังเรื่องไหนกันแน่ !!
     
    “เฮ้ออ !! เอาเถอะ...” เสียงถอนหายใจของ Kiyoharu เรียกสติของ J ให้กลับมารับฟังเรื่องราวต่อไปอีกครั้ง
     
    “ถึงฉันจะอยากแย่ง Hyde กลับมายังไง ? แต่เมื่อคืนฉันก็พยายามจะพูดความรู้สึกของฉันออกไป...แต่ท่าทาง Hyde จะไม่มีความคิดอย่างนั้น...เรื่องของพวกนายก็เป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...คืนดีกันซะเถอะนะ.....ถ้าไงฉันขอตัวก่อนเดี๋ยวพวกนั้นจะออกมาตาม...ไปล่ะ” พูดจบ Kiyoharu ก็ตบไหล่ของ J เบา ๆ ก่อนจะเดินห่างออกไป...ปล่อยให้ J ใช้ความคิดทบทวนกับตัวเองเพียงลำพัง...แต่ Kiyoharu ก็พอจะเดาได้ว่าคำพูดของตนคงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับใจของสองคนนี้ไม่มากก็น้อย
     
    ...ถือว่าเป็นการแก้แค้นเล็ก ๆ ของฉันที่นายมาแย่ง Hyde ไป...บางทีถ้าโชคดีฉันอาจได้ Hyde กลับมา....
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ...ชายหนุ่มผมทองเดินกลับมาที่บ้านพักช้า ๆ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอย...คล้ายกับขบคิดเรื่องราวใดไม่ตก...สิ่งที่ Kiyoharu บอกว่าพวกเขาผิดใจกันแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
     
    ...แต่นั่นกลับไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับ J ในเมื่อเรื่องราวที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนรัก” สมควรได้รับรู้...เขากลับไม่เคยได้รู้...เรื่องราวที่ควรได้รับฟังกลับไม่เคยได้รับฟัง...แต่ Hyde กลับเล่าทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นฟัง...เปิดเผยทุกเรื่องราวให้คน ๆ นั้นรับรู้...
     
    ...ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นแล้วสิ !!...
     
    ...แต่ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือผลักประตูบ้านพักเข้าไป...ประตูนั้นกลับเปิดออกมาก่อนพร้อมกับใบหน้าของร่างเล็กที่โผล่ออกมาพอดี...
     
    “อ๊ะ !! กลับมาแล้วเหรอ ?”
     
    “อืม” J ตอบรับเบา ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะมองสบตากับอีกฝ่าย...แต่กลับเดินเบียดไหล่ร่างเล็กเข้าไปภายในทันที...เพียงแค่นั้น Hyde ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่ชายหนุ่มแสดงออก
     
    ...J คงโกรธที่เขาไม่กลับมาเมื่อคืน...
     
    เมื่อคิดว่าเป็นความผิดของตนเองร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายที่จะสะกดกลั้นอารมณ์....หากเขาใช้อารมณ์โวยวายไม่พอใจที่ J มึนตึงต่อเขานั่นคงยิ่งทำให้พวกเขาคืนดีกันได้ยากเต็มที
     
    “ออกไปไหนมา ? ฉันสั่งอาหารมากินที่ห้อง...เขาเพิ่งยกมาเมื่อกี้เอง...กำลังจะออกไปตาม.....”
     
    “ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อคืนนายหายไปไหนมา ?!!! “ J ตะคอกถามเสียงแข็งจนร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือก...เมื่อได้เห็นอารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายว่ามันรุนแรงกว่าที่เขาคิด....
     
    ...J ผละหันหลังก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ใช้อารมณ์...แต่เขากำลังจะทำมันไม่ได้...อาการปวดแปลบในหัวเริ่มแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าอาการไข้เริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว....แต่ท่าทางมันกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีก...
     
    “ไปอยู่กับใครที่ไหนมาทั้งคืน...นายเป็นคนรักของฉันไม่ใช่เหรอ ?!!!” ชายหนุ่มถามเสียงแข็งกลับไปอีกครั้งโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย
     
    “แล้วไงล่ะ ?...เป็นคนรักต้องรายงานทุกอย่างด้วยเหรอ ?” คำพูดประชดประชันหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
     
    ...ปังง !!!!....
     
    J ฟาดท่อนแขนกระแทกกับผนังเต็มแรงจนทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง...และยิ่งชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่ Hyde พูดออกมา...อารมณ์โกรธมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนยากจะควบคุม...เพราะอย่างนี้ก็เท่ากับตอกย้ำว่า
     
    ‘…เขาไม่สมควรได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ของ Hyde เลยใช่มั้ย ?...’
     
    “ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้นายโกรธ....ฉันขอโทษ !! แต่ฉันไม่คิดว่าการที่ฉันจะไปคุยกับเพื่อนแล้วไม่ได้กลับมา...มันจะเป็นความผิดร้ายแรงอะไรมากมาย !!” Hyde เริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้างทั้ง ๆ ที่อยากจะพูดคุยกันดี ๆ แต่ท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่ายมันกลับยิ่งไปกระตุ้นให้โทสะของเขาบังเกิดขึ้นมาเช่นกัน
     
    “ที่นายพูดก็ถูก...มันไม่ใช่ความผิด...งั้นเชิญนายไปคุยกับหมอนั่นให้พอใจเลยไป !! “
     
    “ J !! นายมีเหตุผลหน่อยได้มั้ย ? Kiyoharu เป็นเพื่อนฉัน....มันก็เหมือนพวก Te-chan Ken-chan นายอย่าหึงไม่มีเหตุผลหน่อยเลย!!” Hyde โพล่งออกไปอย่างเหลืออด...เพราะการที่ J ฉุนเฉียวใส่เขาอย่างนี้ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากอารมณ์หึงหวง...ถึงแม้ลึก ๆ จะรู้สึกดีใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายแสดงความหวงแหนในตัวเขา...แต่ถ้ามากเกินไปมันจะกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายความสัมพันธ์เอาได้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนที่เขาเข้าใจผิดเรื่องของ J กับ Ino เพราะรักถึงได้หวงแหนอยากให้อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว
     
    ....ให้ความสำคัญกับตนเองเพียงคนเดียว ?....
     
    คิดมาถึงตรงนี้ Hyde ก็เหมือนกับฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...ในเมื่อเขาก็เคยอยากให้ J ให้ความสำคัญกับเขาเพียงคนเดียว...ตอนนี้ J เองก็คงไม่ต่างกัน...การที่เมื่อคืนเขาเลือกที่จะไปกับ Kiyoharu คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ J ไม่พอใจ…และเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ร่างเล็กเลยยิ่งรู้ตัวว่าตนเองผิดพลาดไปแล้วที่ใช้อารมณ์โต้ตอบ...Hyde จึงขยับเข้าไปใกล้พยายามจะขอโทษพร้อมกับยื่นมือหมายจะแตะที่ท่อนแขนของชายหนุ่ม
     
    “ J…ฉันขอโทษ...กับ Kiyoharu ฉันไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ หมอนั่นก็เป็นเหมือน....” Hyde ยังพูดไม่ทันจบความเสียงแข็งก็เอ่ยขัดขึ้นไว้ก่อน...พร้อมกับชายหนุ่มที่สะบัดท่อนแขนหนีไม่ยอมให้เขาแตะต้อง
     
    “นายไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่...Kiyoharu คิดอะไรกับนาย...นายไม่รู้เหรอ !! “ เพียงแค่ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของ J ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ....เขาไม่คิดว่า J จะรู้เรื่องนี้....เพราะเมื่อคืน Kiyoharu เองก็พยายามจะบอกเขาเรื่องนี้เหมือนกัน
     
    “น...นายรู้ได้ยังไง ?” เสียงตะกุกตะกักที่เอ่ยถาม...เรียกให้ดวงตาเรียวรีหันมาจ้องมองอย่างเย็นชา...ท่าทาง Hyde จะรับรู้ความรู้สึกของคนที่ตนเองเรียกว่าเพื่อนสนิทแล้ว....แถมทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันมานานความเข้าอกเข้าใจคงมีมากมายกว่าเขาหลายเท่านัก...หาก Hyde คิดจะเลือกอีกฝ่ายก็คงไม่แปลก....และตอนนี้เขาก็เหนื่อยทั้งกายและใจ...ความสุขของพวกเขาบางทีมันอาจจบลงตรงนี้ก็ได้
     
    … J เบือนสายตาออกจากร่างเล็กตรงหน้า...ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว...ยิ่งได้รับรู้ก็ยิ่งปวดร้าวใจ....คำว่า “คนรัก” ฟังแล้วอาจดูเหมือนมีความสำคัญ....แต่ถ้าหากไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวที่ควรได้รับรู้ของคนที่อยู่เคียงข้าง...คำนั้นจะยังมีประโยชน์อะไร ? หรือว่ามีไว้แค่ปรนเปรอความใคร่เท่านั้น...บางทีมันอาจด้อยค่ากว่าคำว่า “เพื่อน” ด้วยซ้ำ....
     
    “Hyde…ฉันเป็นอะไรกับนายกันแน่ ?” เสียงถามแผ่วเบาแหบโหยราวกับเหนื่อยล้าและไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะพยายามเค้นพละกำลังที่เหลืออยู่เอ่ยคำพูดต่อไป
     
    “เป็นคนรักใช่มั้ย ? ถ้างั้นทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้...ความหม่นหมองในใจนี่มันคืออะไร ? บอกฉันทีได้มั้ย ?”
    น้ำเสียงที่ฟังดูปวดร้าวอย่างแสนสาหัส...ทำให้ร่างเล็กนิ่งอึ้งไปทันที...ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็น J อ่อนแอ...แม้แต่ตอนที่ชายหนุ่มทอดทิ้งเขาจากไปไกล ๆ J ก็ไม่เคยแสดงความปวดร้าวใจให้เห็น...
     
    ....แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง ?....
     
    หรืออาจเป็นตัวเขาที่หยิบยื่นความไม่สบายใจ ความหวาดหวั่น...ความท้อแท้ให้เกิดกับหัวใจของอีกฝ่ายโดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัว....เพียงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเข้มแข็งพอ....จึงคิดเอาเองว่า
     
    ‘…ไม่เป็นไร....’
     
    “...J…ฉ....ฉัน...” Hyde พยายามอย่างหนักคิดหาวิธีที่จะปรับความเข้าใจ...แต่คำพูดกลับถูกแทรกขึ้นมาก่อน
     
    “Hyde…ขอโทษนะ....แต่...” คำขอโทษแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย...พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมทองที่เดินตรงไปเปิดประตูห้องนอนช้า ๆ
     
    “...จ...J...” Hyde เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแหบพร่า...น้ำตามันกำลังจะไหลลงมา...เมื่อเริ่มรับรู้แล้วว่าเรื่องราวมันกำลังจะจบลงอย่างไม่สวยงาม...เสียงเรียกชื่อที่ได้ยินทำให้ J ชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อไป...
     
    “…แต่....ฉันเหนื่อย....เหลือเกินแล้ว…” คำพูดแผ่วเบาโดยไม่ยอมหันไปมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังแม้เพียงแว่บเดียว....ก่อนที่บานประตูตรงหน้าจะถูกปิดลงช้า ๆ ราวกับจะขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่ให้ได้พบเจอกันอีกต่อไป
     
    ...ตอนนี้ J เหมือนจะได้คำตอบกับสิ่งที่ถาม Hyde ไปแล้วว่าความหม่นหมองใจนี้คืออะไร ? เพราะถ้าไม่ได้ครอบครองก็จะไม่รู้สึกโกรธไม่เป็นทุกข์...แต่เพราะครอบครองได้แล้วทั้งตัวและหัวใจ...เลยเริ่มสังหรณ์ว่ามันเป็นพรหมลิขิต...เมื่อมี
    “การเริ่มต้น” ก็ต้องมี “การจบ”
     
    ...ดังนั้นจึงกลัวหากต้องสูญเสียอีกฝ่ายไป....
     
    “ J!! “ น้ำตาใสหยาดหยดลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่ขาดสายเมื่อคำเรียกสุดท้ายไม่ได้รับการตอบสนอง
     
    ...ความรู้สึกที่งอกเงยจากการพบเจอกันที่โหดร้าย...ผ่านวันคืนที่เลวร้ายด้วยกันมา...ก่อตัวจากความผิดพลาดเล็ก ๆ จนเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ...ฝ่าฟันจนกลายเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่....ช่วงเวลาเกือบปีที่ความรู้สึกเริ่มพอกพูน...จนกระทั่งสมหวัง....
     
    ...กลับจะต้องสูญเสียไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ?....
     
    ...แล้วความสุขที่เคยได้รับมากมายก่อนหน้านี้มันหายไปไหน ?....
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ~~~ ร้าน ### ~~~
     
    ดวงตาคมเหม่อมองดูฟองเบียร์ขาวละเอียดที่กำลังเริ่มยุบตัวลงอย่างใจลอย เสียงดนตรีที่เคยชื่นขอบกลับฟังเพียงผ่านหู...โดยไม่อาจล่วงเข้าไปในห้วงความคิดคำนึงที่สับสน... เนินเนื้อนุ่มที่สัมผัสกับท่อนแขนแกร่งอย่างจงใจโดยหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งกำลังส่งเสียงออดอ้อนอยู่ข้างหู ณ. เวลานี้กลับทำให้รู้สึกรำคาญจนต้องแสร้งโน้มตัวไปหยิบของทานเล่นที่อยู่ไกลตัวที่สุดเพื่อให้พ้นจากการเกาะกุมนั้น...
     
    “Ryu-san” เสียงทักทายหวานใสเรียกให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวันที่แสนน่าเบื่อนี้...
     
    “Aris...” Ryuichi ลุกขึ้นยืนต้อนรับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกันอีกเป็นครั้งที่สองด้วยความประหลาดใจระคนยินดี... สาวสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างจึงรีบผุดลุกขึ้นยืนตามโดยไม่ลืมที่จะสอดแขนเกาะเกี่ยวชายหนุ่มข้างกายเอาไว้ด้วยทีท่าเป็นเจ้าของ...Ryuichi จึงหันไปมองก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือบางนั้นออกอย่างนุ่มนวล...
     
    “ขอโทษนะครับ...คนที่ผมนัดไว้มาแล้ว...”
     
    Arisa ยืนนิ่งมองดูหญิงสาวที่สะบัดหน้าใส่เธอพร้อมกับเดินจากไปอย่างงง ๆ เพราะไม่ได้ยินคำพูดที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกัน...
     
    “เอ่อ...”
     
    “ช่วยเพื่อนหน่อยคงไม่ถือใช่มั้ยครับ...” Ryuichi พูดแทรกขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม... คนฟังจึงเริ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเข้าใจ...ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเมื่อชายหนุ่มแสดงท่าทางเชื้อเชิญให้นั่งลงด้วยกัน...
     
    “ไม่ถือค่ะ...ถ้าคืนนี้คุณเลี้ยง...” เสียงหัวเราะสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยชวนคุยขึ้นอย่างอารม
    ณ์ดีเมื่ออีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มมาเรียบร้อย...
     
    “ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก...เมื่อวานก็ไม่ได้ขอที่ติดต่อไว้...”
     
    “ค่ะ...ลืมไปเหมือนกัน...ฉันรู้จักร้านดี ๆ ไม่กี่ที่หรอกค่ะถ้าเมื่อวานคุณไม่พามา...คืนนี้ก็คงไม่รู้จะไปไหน...” มือบางยกคอกเทลสีหวานตรงหน้าขึ้นจิบนิด ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อน้ำสีสวยนั้นไหลล่วงผ่านลำคอแห้งผากลงไปทำให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย...
     
    Ryuichi นั่งมองรอยแย้มยิ้มนั้นก่อนจะบอกกับตัวเองว่าแววตาโศกเศร้าและน้ำเสียงที่เหมือนเหนื่อยล้านั้นคงเป็นตัวเขาที่รู้สึกไปเอง...
     
     
    <<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>
    March 11

    Love Punish 85

    - 85 -
     
    - ย้อนกลับมาที่บ้านพัก -
     
    J รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่รู้สึกว่าอากาศภายในบ้านพักหนาวเย็นมากกว่าเดิม...รอบด้านมืดสนิทบ่งบอกให้รู้ว่ากลางคืนเข้ามาเยือนแล้ว...
     
    ...พวกเขาหลับไปนานแค่ไหนกัน ?....
     
    ครั้นพอเหลือบมองคนที่ยังนอนอยู่ในอ้อมกอด...ก็เห็นว่าร่างเล็กยังคงหลับสนิท...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่พวกเขาผล็อยหลับไป... เตาผิงมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นแล้วหลงเหลือเพียงเถ้าถ่านและควันคุกรุ่นที่ล่องลอยอยู่เพียงจาง ๆ ...
     
    ...มิน่าถึงได้รู้สึกหนาว....
     
    J ค่อย ๆ ขยับเลื่อนให้ร่างเล็กที่นอนหนุนแขนของเขาลงไปนอนกับพื้นพรมอย่างแผ่วเบา...ราวกับกลัวว่าการกระทำนั้นจะเป็นการรบกวนนิทรารมย์ที่แสนสุขของเจ้าตัวเล็ก...ชายหนุ่มหันไปคว้าเอาเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่...ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนกายร่างเล็กบางขึ้นแนบอกช้า ๆ พาไปส่งถึงเตียงนอนหนานุ่มที่แสนอบอุ่น...บรรจงห่มผ้าให้อย่างแผ่วเบา....ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ไปตามโครงหน้างามอย่างทะนุถนอม...Hyde ขยับใบหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนรบกวน...แต่ก็ยังคงคร้านที่จะลืมตาตื่น....รอยยิ้มจาง ๆเกิดขึ้นทันที เมื่อได้เห็นท่าทางของอีกฝ่าย...ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเลี่ยงออกมาภายนอก...อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...
     
    ....ได้อาบน้ำอุ่น ๆ คงดีขึ้น....
     
    เมื่อคิดได้อย่างนั้น J จึงตรงไปที่ห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นให้ไหลวนจนเต็มอ่าง...ระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าสายตาจึงเพิ่งเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนที่อยู่บนผนัง...ตีบอกเวลา 2 ทุ่มตรงแล้ว...พวกเขากลับถึงบ้านพักเกือบเย็นแล้ว...แถมยังหลับยาวจนมืดค่ำป่านนี้
     
    ...มิน่าถึงได้รู้สึกหิวมากขนาดนี้...
     
    J ยกมือขึ้นลูบท้องตนเองเบา ๆ เมื่อเริ่มได้ยินเสียงแห่งความหิวโหยดังมาเป็นระยะ ๆ ตั้งใจว่าถ้าอาบน้ำเสร็จคงต้องหาของกินทันที..ร่างสูงใหญ่ทิ้งกายลงในอ่างน้ำอุ่น...พลางทอดกายลงนอนเหยียดยาว...พริ้มตาลงช้า ๆ ปล่อยให้กระแสน้ำวนช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากอาการปวดเมื่อยที่ท่าทางคงเกิดเพราะพิษไข้....
     
    ...พักสายตาและสมองให้ผ่อนคลายอยู่นาน....จนเมื่อรู้สึกแว่วได้ยินเสียงเรียกจากภายนอก...ชายหนุ่มผมทองจึงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
     
    “ J !! …...J…อยู่ไหนน่ะ ? “ เสียงเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งตื่นกำลังร้องเรียกเขาอยู่ด้านนอก
     
    “อยู่นี่ Hyde ในห้องน้ำ !!” J ตะโกนตอบออกไป...ก่อนจะใช้มือวักน้ำในอ่างขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น...
    ... เพียงไม่นานเสียงเปิดประตูบานเลื่อนของห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กในม้วนผ้าห่มนวมที่ท่าทางเจ้าตัวคงรีบร้อนเอาพันกายแล้วเดินออกมาหาเขา... J ได้แต่จ้องมองภาพนั้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าใบหน้างามนั้นบูดบึ้งมากแค่ไหน...ที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นเขา
     
    “ทำไม ? ตื่นก่อนแล้วไม่ปลุกฉันล่ะ....ไม่เห็นต้องพาไปนอนต่อในห้อง” Hyde บ่นกระปอดกระแปดพร้อมกับเปลื้องเอาผ้าห่มที่คลุมกายออกไปวางไว้ตรงที่ที่ไม่เปียกน้ำ
    ....ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งในอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีร่างของ J นั่งอยู่ก่อน...
     
    “ก็เห็นหลับเพลินท่าทางมีความสุข...ก็คิดว่านายจะหลับไปจนเช้า...เลยไม่อยากปลุก” J ตอบพร้อมกับเหล่มองใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามก็ยังเห็นว่ามีอาการงอนอยู่เล็กน้อย...แต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมา
     
    “หิวมั้ย ? เดี๋ยวเราออกไปกินมื้อค่ำที่ห้องอาหารของรีสอร์ทกันนะ....” J เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงของกิน...เพราะพอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ต้องหิวมากกว่าเขาแน่ ๆ
     
    “หิวมากกกก....” Hyde ลากเสียงยาวเน้นหนักว่าสาเหตุที่ตื่นขึ้นมาก็เพราะว่าความหิวมันจู่โจมนี่แหละ
     
    “5555....หิวขนาดนี้...ห้องอาหารของรีสอร์ทจะพอเลี้ยงนายเหรอ ?” J แซวเล่นพร้อมเสียงหัวเราะ....เพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กนี่กระเพาะใหญ่ขนาดไหน แต่เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหายไป...น้ำอุ่น ๆ ก็สาดมากระทบใบหน้าชายหนุ่มเต็ม ๆ จนเสียงหัวเราะต้องชะงักค้างขาดหายไปทันที...แล้วไม่นานเสียงสาดซ่าของสายน้ำก็ดังระงมไม่ยอมหยุด...เมื่อสงครามเล็ก ๆ กำลังก่อตัวขึ้นในอ่างอาบน้ำ...พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่
     
    ….เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ทั้งคู่จึงได้ไปปรากฏกายที่ห้องอาหารของรีสอร์ท...รอยยิ้มและเสียงพูดคุยมีขึ้นตลอดทางจนไปถึงที่โต๊ะอาหารในมุมลับตา...เวลาที่ค่อนข้างดึกพอสมควรทำให้ห้องอาหารแห่งนี้มีผู้คนอยู่เพียงประปราย.... ทันทีทรุดลงนั่งบริกรก็ถือเมนูอาหารมาจัดวางเอาไว้ที่โต๊ะพร้อมกับเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง....แต่ขณะที่คนทั้งคู่กำลังกวาดตามองรายการอาหารบนเมนู เงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ ราวกับรอคอยการปรากฏตัวของทั้งคู่มาตลอด
     
    “Haido-chan” เสียงเรียกชื่อที่ฟังดูคุ้นหูทำให้ทั้งสองคนต้องเหลือบตาขึ้นมองพร้อมกัน
     
    “Kiyoharu !!” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนอย่างแปลกใจระคนยินดีเมื่อไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้...แต่ชายหนุ่มผมทองที่เหลือบตามองเช่นกันกลับไม่รู้สึกยินดีเช่นเดียวกับร่างเล็ก
     
    ...ท่าทางอาหารที่นี่คงไม่อร่อยซะแล้ว...
     
    แต่ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจแต่ J ก็พยายามที่จะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกนั้น...กลับปั้นหน้าแย้มยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี...พร้อมกับกล่าวคำทักทายสั้น ๆ พอเป็นพิธี
     
    “สวัสดี...”
     
    “สวัสดี...” Kiyoharu ทักตอบสั้น ๆ เช่นกันก่อนจะละสายตาจากชายหนุ่มผมทองเปลี่ยนมาสนใจกลับคนที่เขาต้องการจะพบเจอมากกว่า
     
    “เพิ่งออกมาทานข้าวกันเหรอ ? “
     
    “อืม...ก็พอดีมัวแต่ยุ่ง ๆ มันก็เลยเลยเวลาอาหารเย็นมานิดหน่อย” Hyde ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม...การที่ได้พบเจอเพื่อนเก่าอีกครั้งเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย
     
    “ไม่นิดล่ะมั้ง ? “ Kiyoharu พูดพร้อมรอยยิ้มพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู...” แต่ก็ดีเลยฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน...ถ้าไงให้ฉันร่วมโต๊ะด้วยได้มั้ย ?” สายตาคมจับจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทโดยไม่ได้ให้ความสนใจกับใครอีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน...แต่คำขอของ Kiyoharu กลับทำให้เกิดความลำบากใจบนใบหน้าของร่างเล็ก... ดวงตากลมโตเหลือบมองชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างลังเลที่จะเอ่ยคำอนุญาตออกมาทันที...และอาการนั้นดูจะสื่อให้ J รับรู้ได้ทันทีเช่นกัน
     
    “ตามสบาย” คำอนุญาตห้วนสั้น...แม้จะแฝงด้วยความรู้สึกไม่พอใจ...แต่ก็ไม่อยากให้ Hyde คิดว่าการที่มาคบกับเขาแล้วจำเป็นต้องละทิ้งความสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น ๆ ไปหมด...
     
    ....ไม่อยากให้ Hyde รู้สึกว่าโดนกักขังอยู่ในกรงของความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “คนรัก”.... และทันทีที่ได้ยินคำอนุญาตรอยยิ้มอย่างยินดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของร่างเล็กทันที....Hyde เอ่ยคำเชื้อเชิญให้ Kiyoharu ร่วมโต๊ะอย่างร่าเริง...เพราะพักหลัง ๆ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับเพื่อนคนนี้มานานทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยทำเพลงและเล่น Live ด้วยกันอย่างสนุกสนาน
     
    “ว่าแต่นายมาที่นี่ได้ยังไง ? ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก” Hyde ถามถึงเรื่องที่สงสัย...เพราะได้ยินว่าเพื่อนมาที่นี่เพื่อทำงาน
     
    “ก็พอดีย้ายสถานที่ถ่ายทำ...แล้วได้ยินนายบอกเรื่องรีสอร์ทบนภูเขา...พวกฉันแล้วก็ทีมงานเลยเปลี่ยนใจมาพักที่นี่แทน”
     
    ...ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ยินคำอธิบาย...คำสนทนาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการทำงานจึงตามมาเป็นระยะ ๆ แต่ไม่มีคำพูดไหนที่จะให้ใครอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะนั้นได้เปิดโอกาสพูดคุยด้วยได้เลย...ดวงตาเรียวรีเหล่มองใบหน้าของ Kiyoharu พลางคิดว่า
     
    ‘…หมอนี่กำลังตั้งใจที่จะกันเขาออกไปจากการร่วมบทสนทนารึเปล่า ?... ’
     
    หากแต่ความคิดก็ต้องหยุดลงเมื่อตนเองคิดหาทางขัดจังหวะการพูดคุยที่แสนสนิทสนมนั้นขึ้นมาได้...J กวักมือเรียกบริกรโดยไม่รอถามว่าใครต้องการจะสั่งอะไร ? แถมเจ้าตัวเล็กก็มัวแต่คุยจนลืมที่จะเลือกรายการอาหารที่ตัวเองอยากทาน
     
    “เอา Mixed Sausage Grill กับ Caesar Salad...แล้วก็ไวน์....” ขณะที่สั่งมาถึงตรงนี้ J หันมามองคนทั้งคู่ว่าต้องการดื่มไวน์เช่นเดียวกันหรือไม่ ? ซึ่งทั้งสองคนต่างก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
     
    “งั้นเอาไวน์ ROSE D' A N JOU ปี 90” สั่งจบ J ก็ยื่นเมนูส่งคืนบริกรเป็นสัญญาณว่าการสั่งของตนจบสิ้นลงแล้ว....ก่อนจะเหลือบมองร่างเล็กที่ยังคงกวาดตามองรายการอาหารอย่างเลือกไม่ถูก
     
    “เอามานี่เดี๋ยวฉันสั่งให้” Kiyoharu แย่งเอาเมนูในมือ Hyde ไปพร้อมกับกวาดสายตามองเพียงไม่กี่นาทีก็เลือกรายการอาหารเอาไว้ในใจได้อย่างรวดเร็ว

    “ของผมเอา Beef Rib Eye Steak แล้วก็เอา Beef Ravioli กับ consomme ให้เพื่อนตัวเล็กของผมคนนี้” รอยยิ้มล้อเลียนผุดขึ้นบนริมฝีปากได้รูปเมื่อตัวเองกำลังพูดถึงจุดด้อยที่ Hyde ไม่ชอบให้พูดถึง...ดวงตากลมโตค้อนขวับเข้าให้อย่างไม่พอใจ...ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับบริกรเมื่อตกลงเอาอาหารตามรายการที่เพื่อนสั่งให้...โดยไม่ได้สังเกตถึงความหงุดหงิดใจเล็ก ๆ บนใบหน้าของชายหนุ่มที่นั่งตรงข้าม
     
    “แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ? นายมีเวลาว่างด้วยเหรอ...ฉันนึกว่าโดน Tetsu ให้งานจนไม่มีเวลาเลยซะอีก”
     
    “เปล่าซะหน่อย...แล้วตอนนี้ก็พอดีมีเวลาพักนิดหน่อยก่อนโปรโมทอัลบั้มใหม่...”
     
    ...เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วออกมาจากปากคนทั้งคู่ไม่ยอมหยุด...ทุกเรื่องที่เอ่ยถึงเป็นเรื่องที่ J ไม่เข้าใจและไม่เคยรับรู้...ชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งจิบไวน์เงียบ ๆ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจแต่ก็ไม่อยากจะไปยุติการสนทนาของคนทั้งคู่...
     
    ...ปวดหัว....
     
    อาการปวดมึนศีรษะเริ่มมีมากขึ้นทุกที...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็กินยาแก้ไข้เข้าไปแล้ว...แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก...แถมยังต้องมานั่งฟังเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้เรื่องและไม่ได้มีส่วนร่วม...มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านช่างน่ารำคาญ !!
     
    ...ปลายนิ้วถูกยกขึ้นมาบีบนวดช้า ๆ บริเวณหัวคิ้ว...ริมฝีปากถูกข่มเอาไว้เบา ๆ ภาวนาให้อาหารถูกยกมาเสิร์ฟเร็ว ๆ เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยจะได้ลุกออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดและน่ารำคาญตรงนี้เสียที....
     
    ....และไม่นานคำภาวนานั้นก็เป็นผลเมื่ออาหารถูกยกมาเสิร์ฟ...คำสนทนาถูกขัดจังหวะทำให้เสียงของคนทั้งคู่นั้นเงียบลงชั่วคราว...ก่อนจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงมีดกระทบจานเพียงแผ่วเบา...จากที่ไม่เคยใส่ใจกับเสียงพวกนี้แต่เวลานี้ J กลับรู้สึกว่ามันทำให้รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด...
     
    “เอ่อ...จริงสิ...นายมาได้กี่วันแล้ว...?” Kiyoharu เอ่ยปากพูดคุยขึ้นมาอีกครั้งขณะที่กำลังใช้ผ้าสีขาวสะอาดเช็ดปาก....ก่อนที่แก้วไวน์จะถูกยกขึ้นจิบพลางจ้องมองใบหน้า Hyde ขณะรอคอยคำตอบ
     
    “ก็มาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ววันนี้ก็เพิ่งได้ออกไปเล่นสกี...”
     
    “แล้วมีโปรแกรมจะไปเที่ยวที่ไหนอีกบ้างล่ะ ?”
     
    “อ....เอ่อ...” พอโดนถามมาถึงเรื่องนี้...ดวงตากลมโตก็เหลือบมองใบหน้าของชายหนุ่มผมทองที่นั่งตรงข้ามอย่างต้องการคำตอบ...และคิดว่าบทสนทนานี้ J คงมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก
     
    “คงต้องถาม J ก่อน...เพราะเราคงต้องไปด้วยกัน” Hyde โยนคำตอบมาให้ J ที่นั่งเงียบ ๆ มานานเอาดื้อ ๆ ดวงตาเรียวรีเหลือบขึ้นมองใบหน้า Kiyoharu แว่บหนึ่งพลางคิด
     
    ‘ จะอยากรู้ไปทำไม ? หรือว่านายคิดจะตามไป...‘
     
    ...แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดที่ถึงแม้จะอยากพูดออกไปใจแทบขาด...แต่ J ก็ต้องเก็บมันเอาไว้...ถึงจะไม่ชอบใจมากมายแค่ไหน ? แต่มารยาททางสังคมคงต้องมาก่อนล่ะมั้ง ?
     
    “ก็ไม่รู้สิ...ยังไม่ได้วางอะไรไว้ล่วงหน้า...คงไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือล่ะมั้ง ? ฉันไม่ใช่คนแถวนี้ซะด้วย “ ถึงแม้จะคิดถึงมารยาทแต่ก็ไม่วายหลุดคำพูดยียวนออกไปจนได้
     
    “ไปเที่ยวตามที่ลงในหนังสือเหรอ ? ฉันว่าไม่ดีหรอกมั้ง ? คนคงเยอะ...สู้ไปเที่ยวที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักดีกว่า”
     
    “ถ้ามันไม่ดีเขาคงไม่เอามาลงในหนังสือให้หนังสือเขาขายไม่ได้หรอก...แล้วบังเอิญไอ้ที่ที่ไม่มีคนรู้จัก...ฉันเองก็ไม่รู้จัก...แล้วจะไปถูกได้ยังไง ?” J ค้านกับคำเสนอของ Kiyoharu แถมยังไม่วายใช้คำพูดยียวนอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ...บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผมทองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
     
    “ถ้าพวกนายไม่รู้ฉันพาไปเที่ยวก็ได้” Kiyoharu ยังไม่ละความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในการไปเที่ยวกับคนทั้งคู่อย่างออกนอกหน้า
     
    “อย่าเลย...นายต้องทำงานไม่ใช่เหรอ ? ถ้าเรื่องไปเที่ยวของพวกฉันมันทำให้นายลำบาก...ฉันว่าพวกเราอยู่ที่ห้องเฉย ๆ คงดีกว่า” พูดมาถึงตรงนี้ดวงตาเรียวรีก็เหลือบมองใบหน้าของ Hyde ที่คงกำลังรับรู้ถึงอารมณ์หงุดหงิดของเขาบ้างแล้ว....ร่างเล็กเลยได้แต่พยักหน้ารับเบา ๆ
     
    “จริง ๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเท่าไหร่ ? ออกไปก็ต้องคอยระวังแฟนเพลงหรือพวกนักข่าว...ถึงจะอยู่ที่ห้องเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไร” Hyde ตอบรับและเห็นด้วยกับทุกคำพูดของ J แต่ก็ไม่วายยังโดนขัดเอาไว้ก่อน
     
    “อยู่ที่ห้องเฉย ๆ น่าเบื่อแย่...มาเที่ยวพักผ่อนทั้งที...ก็น่าจะออกไปสนุกให้เต็มที่นะ” Kiyoharu ยังคงพยายามชักชวน
     
    “อยู่ที่ห้องฉันก็ทำให้ Hyde สนุกได้...ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนให้วุ่นวาย “ J ดักคำพูด Kiyoharu เอาไว้ทันที...รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีชัยเหนือกว่า...พร้อมกับขยับกายจะลุกขึ้นยืน...เป็นสัญญาณว่าเวลาอาหารหมดลงแล้ว...ควรจะแยกย้ายกันไปทางใครทางมันเสียที...
     
    ...แต่พอ Hyde กำลังจะลุกขึ้นตามฝ่ามือแกร่งของเพื่อนสนิทกับฉุดรั้งข้อมือบางของร่างเล็กเอาไว้ก่อน...
     
    “Haido อย่าเพิ่งไปสิ...เราไม่ได้เจอกันตั้งนานฉันยังมีเรื่องอยากพูดกับนายอีกเยอะแยะเลย...ถ้ายังไงเราไปคุยกันต่อที่ห้องฉันดีมั้ย ? เพื่อนฉันก็อยู่พวกนั้นคงดีใจที่ได้เจอนาย “ Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับพูดถึงเพื่อนร่วมวงที่ Hyde ก็พอจะรู้จัก
     
    “อ...เอ่อ...แต่ว่า” Hyde ยังคงอึกอักและเริ่มลำบากใจขึ้นมาทันที... เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผมทองที่ได้ยินคำชวนเมื่อครู่กำลังสาวเท้าไกลออกไปจากโต๊ะและไม่มีทีท่าหันมาสนใจพวกเขาแม้แต่นิดเดียว...เพียงเท่านี้ Hyde ก็รู้ได้ทันทีว่า J กำลังไม่พอใจ
     
    “ขอตัวก่อนนะ...” พูดจบร่างเล็กก็สะบัดมือหลุดออกจากการเกาะกุมพร้อมกับสาวเท้าเร็ว ๆ ตามหลัง J ไปทันที...ปล่อยให้เพื่อนเก่ายืนมองตามหลังพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เกิดขึ้นมาเพียงแว่บเดียว...จากนั้น Kiyoharu จึงก้าวเดินตามหลังคนทั้งสองไปช้า ๆ
     
    “ J !! ...J…รอก่อน”
     
    ... เสียงร้องเรียกจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับยืนรอให้ร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้...
     
    “ทำไมต้องทำอย่างนี้....นายทำหงุดหงิดเป็นเด็ก ๆ ไปได้...” Hyde ต่อว่าชายหนุ่มเสียงแข็ง...ถึงแม้ว่า Kiyoharu จะมาขัดจังหวะการดินเนอร์ของพวกเขา...แต่ยังไงนั่นก็เพื่อนเขาทั้งคน...J ไม่ควรทำท่าทางและใช้คำพูดแบบนั้นกับเพื่อนของเขา
     
    “ขอโทษที่ทำเป็นเด็ก ๆ ...” คำขอโทษห้วนสั้นและไม่แสดงถึงความรู้สึกผิดในน้ำเสียง...ยิ่งทำให้ Hyde รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างกับท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่าย
     
    “ถ้านายอยากไปอยู่กับเพื่อนนายต่อก็ตามสบาย...แต่ฉันอยากกลับบ้านพักแล้ว” J เอ่ยคำพูดที่ทำให้ Hyde ต้องตัดสินใจ...เมื่อดวงตาเรียวรีเหลือบเห็นร่างของ Kiyoharu ที่กำลังเดินมาทางพวกเขาช้า ๆ
     
    ...ภาพที่เห็นและสถานการณ์ที่เป็นอยู่มันทำให้มึนหัวมากขึ้นทุกที...ความรู้สึกปวดหัวแล่นแปล๊บผ่านศีรษะไป...J รู้สึกเลื่อนลอยเบาหวิวราวกับตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ...ทิวทัศน์พร่าเลือนไร้รูปทรง...ชายหนุ่มสะบัดหัวที่กำลังมึนงงไปมาแรง ๆ ท่าทางอาการไข้ของเขาคงจะร้ายแรงมากขึ้นทุกที...
     
    “J เป็นอะไรรึเปล่า ?” Hyde ที่เพิ่งจะสังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของ J เอ่ยถามขึ้น...พร้อมกับขยับจะเข้าไปแตะตัว...แต่เสียงร้องเรียกของเพื่อนก็ดังขึ้นมาขัดไว้ก่อน
     
    “Haido…ว่าไงขออนุญาตเรียบร้อยแล้วรึยัง ?” Kiyoharu เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
     
    “เอ่อ...Kiyoharu…ฉันคง...” ขณะที่กำลังจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธพลางเลื่อนฝ่ามือบางหมายจะเกาะกุมอุ้งมือของ J เอาไว้...แต่ฝ่ามือแกร่งนั้นกลับผละออก...หลีกเลี่ยงไม่ยอมจับมือ Hyde เอาไว้
     
    ...แม้จะไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง...แต่สิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกกำลังทำให้หัวใจของ Hyde เจ็บแปลบขึ้นมาทันที....ฝ่ามืออบอุ่นที่เคยเกาะกุมมือของเขาเอาไว้แนบแน่น...ถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันและกัน...บัดนี้ฝ่ามือนั้นกลับไม่ยอมเกาะกุมมือของเขาเอาไว้อีกแล้ว...
     
    “Kiyoharu ฉันจะไปกับนาย...” ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะปฏิเสธ...แต่เพราะการกระทำของ J มันทำให้ร่างเล็กเริ่มรู้สึกอยากประชดอะไรโง่ ๆ ขึ้นมาบ้าง...และถ้าตอนนี้ J ตรงมากระชากเขากลับไป...และบอกว่า “ไม่ให้ไป” เขาจะยินยอมติดตามชายหนุ่มกลับไปทันที...
     
    ...เพียงแค่ J เอ่ยปากออกมาเท่านั้น...ไม่ว่าที่ไหนเขาก็พร้อมจะตามไป...
     
    ...ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ผละยืนหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้...รอคอยให้อีกฝ่ายห้ามปรามและมาดึงเขากลับไป...
     
    “ตามใจนายแล้วกัน...ถ้างั้นฉันขอตัวก่อน” คำพูดเรียบเฉยเย็นชาไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ พร้อมกับภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ก้าวเท้าออกเดินห่างไปทุกที...ทั้งไม่สนใจและไม่ห้ามปราม...
     
    ...ราวกับไม่ต้องการเขาอีกแล้ว...
     
    ...Hyde จ้องมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา...ความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ในอก...แม้แต่เสียงที่จะเอ่ยเรียก J เอาไว้ก็ติดอยู่ที่ลำคอทำให้ไม่สามารถเปล่งเสียงเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ได้...
     
    ...น้ำตามันเหมือนจะไหล....
     
    “Haido…ไปกันเถอะ...ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์...อีกอย่างหิมะเริ่มโปรยลงมาแล้ว...ไปที่บ้านพักกันดีกว่า” Kiyoharu เอ่ยปากชวนพร้อมกับยื่นมือหมายจะจูงมือ Hyde ให้เดินไปพร้อมกัน
     
    “ไม่เป็นไร...ฉันเดินเองได้...นายนำทางไปเถอะ” Hyde ปัดมือออกหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้จับกุม....Kiyoharu อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหน้าไป....Hyde ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากำไว้แน่นพลางเหลียวมองด้านหลัง...ซึ่งเป็นทางที่ชายหนุ่มผมทองเดินจากไป... ฝ่ามือบางที่ไม่ได้สวมถุงมือแบออกรอรับสัมผัสเย็นยะเยียบที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้าที่มืดมิด...
     
    ...เย็นชาและหนาวเหน็บ...
     
    ...หากปล่อยให้มือนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ...ไม่นานมันคงจะโดนความเย็นของหิมะกัดจนรู้สึกเจ็บและด้านชา...บางทีมันอาจกัดกร่อนจนเจ็บปวดและด้านชาไปถึงหัวใจ....
     
    ….Hyde รีบปัดเอาหิมะที่ตกลงมาบนฝ่ามือออก...พร้อมกับซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ...เพื่อให้ความอบอุ่นอย่างรวดเร็ว... ทั้งไม่อยากให้มือโดนหิมะกัดจนเจ็บและไม่อยากให้หัวใจโดนความเย็นชานั้นกัดกร่อนจนด้านชา...
     
    ความไม่เข้าใจกันที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น...หากได้พูดคุยปรับความเข้าใจพวกเขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
     
    ...Hyde อมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง...พลางสาวเท้าเดินตามหลังเพื่อนไปติด ๆ ตั้งใจว่าจะพูดคุยและทักทายกับสมาชิกในวง Kuroyume เพียงไม่นาน...แล้วเขาจะรีบกลับไปหา J ทันที...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
     
    ... อีกด้านชายหนุ่มผมทองเดินกลับมาที่บ้านพักเพียงลำพังด้วยอารมณ์หงุดหงิดและปวดแปลบที่ศีรษะ... และเมื่อหันหลังกลับไปมองด้านหลังก็ว่างเปล่าปราศจากเงาร่างเล็กบางของใครบางคนที่ควรจะเดินตามเขามา...
     
    “บ้าเอ๊ย !! “ J สบถออกมาเบา ๆ ปลายเท้าเตะเอาพื้นหิมะหน้าบ้านพักกระจุยกระจาย... เสียงประตูถูกกระชากออกและปิดลงดังโครมใหญ่แสดงถึงอารมณ์โกรธที่ดำเนินมาถึงขีดสุดแล้ว
     
    ...ชายหนุ่มผมทองถอดรองเท้าออกแล้วเดินตรงไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว...ที่เขารู้สึกหงุดหงิดคงเพราะอาการไข้และปวดหัว...หากได้กินยาและนอนพัก...อารมณ์ครุกรุ่นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ คงจางหายไป...J ฉวยเอายาแก้ไข้ขึ้นมากินและดื่มน้ำตามลงไปอย่างรวดเร็ว
     
    ...พลางค่อย ๆ เอนกายลงกับที่นอนหนานุ่มช้า ๆ ถ้าเขาใจเย็นลงกว่านี้...คงไม่มีใครมาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้...ถ้า Hyde กลับมาเมื่อไหร่เขาจะใจเย็นแล้วพูดคุยกันให้รู้เรื่อง...จะไม่ใช้อารมณ์กับอีกฝ่ายเด็ดขาด...J ตั้งใจเอาไว้อย่างนั้นก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยา...รอเพียงให้ใจสงบเขาจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปให้หมด...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
     
    - รุ่งเช้าอีกวันที่บ้านของ Ryuichi -
     
    ประตูห้องนอนค่อย ๆ เปิดแง้มออกอีกครั้งจากมือบางของใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดแต่งกายรัดกุมเหมือนเตรียมตัวจะเดินทางไกล…เสียงถอนใจเบา ๆ ด้วยความผิดหวังที่จนป่านนี้คนบนเตียงก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวลืมตาตื่น... ก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวลงข้างกายชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับสนิทจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืน...
     
    “ฉันต้องไปแล้วนะ...Ryu” เสียงบอกแผ่วเบาพลางขยับผ้าห่มขึ้นคลุมร่างที่นอนหลับใหลอยู่ให้มิดชิดยิ่งขึ้นด้วยความห่วงใย...ก่อนจะตัดสินใจในเวลาที่เหลืออันน้อยนิดโดยหยิบกระดาษโน้ตเล็ก ๆ ที่โต๊ะข้างเตียงมาเขียนข้อความบางอย่างลงไป...ทั้งที่อยากจะปลุกเรียกให้ตื่นขึ้นมาบอกลา...หากความรู้สึกบางอย่างก็ยังขวางกั้นเอาไว้...
     
    ....อย่าทำตัวเหมือนผู้หญิงหน่อยเลย...ต้องปลุกให้คนนอนหลับขึ้นมาส่งด้วยรึไง...
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ....ติ้ดๆๆ...ติ๊ดๆๆ...
     
    Inoran เงยหน้าขึ้นจากหนังสืออ่านเล่นในมือมองไปยังโทรศัพท์มือถือสองเครื่องที่วางอยู่คู่กันด้วยความประหลาดใจ...ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้ามาดู... ต้นตอของเสียงมาจากโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่กำลังทำอาหารเช้าส่งกลิ่นหอมอบอวลออกมาจนถึงที่นี่นั่นเอง...
     
    “Tetsu...” เสียงพึมพำถึงชื่อที่ปรากฏอยู่บนจอภาพก่อนจะรีบก้าวยาว ๆ ตรงเข้าไปในครัวยื่นโทรศัพท์ในมือให้ชายหนุ่มที่กำลังยืนปลดผ้ากันเปื้อนออก...ฝ่ายนั้นหันมาเลิกคิ้วถามก่อนจะยื่นมือออกมารับไปอย่างเซ็ง ๆ เห็นร่างบางตรงหน้ากำลังจะเดินกลับออกไปทันทีที่หมดธุระ...ลำแขนแกร่งจึงรีบโอบเอวบางดึงเข้ามากอดไว้ดื้อ ๆ ก่อนจะกดรับสายในที่สุด...
     
    “Moshi Moshi”
     
    “Ken-chan..นี่ฉันเอง...ทำไมรับช้านักล่ะ...เครื่องจะออกอยู่แล้วเนี่ย...” เสียงเล้ง?? ของเพื่อนรักทำให้เจ้าเหมียวต้องเอียงหน้าหลบวูบจากโทรศัพท์จนร่างในอ้อมแขนอดยิ้มออกมาไม่ได้กับท่าทางล้อเลียนนั้น...
     
    “เอาน่า...ก็รับแล้วนี่ ว่าแต่จะขึ้นเครื่องไปไหน...” คำพูดที่ได้ยินทำให้ Inoran เงยหน้าขึ้นมองด้วยความใส่ใจกว่าเมื่อแรก...
     
    “Osaka... จะกลับบ้านสองสามวัน...เมื่อวานพ่อกับแม่โทรตาม...อาทิตย์นี้ว่าง ๆ อยู่พอดีก็กลับซะเลยดีกว่า...” Tetsu บอกกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ร่าเริงนักเมื่อคิดไปถึงว่าช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับใครคนหนึ่งต้องน้อยลง...หากความคิดถึงบิดามารดาก็มีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
     
    ...อีกอย่างไปแค่สองสามวันกลับมาก็ยังมีวันพักเหลืออีก...
     
    “อ้าว...ทำไมกะทันหันขนาดนั้น...น่าจะบอกล่วงหน้า..” เสียง Ken บ่นอุบ..
     
    “ทำไม...บอกล่วงหน้าจะมาด้วยเหรอ...เอามั้ยล่ะเดี๋ยวฉันรอไปพร้อมนายพรุ่งนี้...” Tetsu รีบบอกอย่างรวดเร็ว...รู้ดีว่าเจ้าเหมียวไม่มีทางมาด้วยแน่เพราะตอนนี้ทุกลมหายใจเข้าออกคงจะมีแต่คนชื่อ Inoran... แล้วก็จริงอย่างที่คิดเมื่อมีเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ตอบกลับมาก่อนเจ้าตัวจะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว...
     
    “อ่ะน่า...แล้วโทรมามีเรื่องอะไรรึเปล่า?....”
     
    “ก็ว่าจะบอกให้เข้าไปดูที่สตูฯบ้าง...กลับบ้านทั้งทีก็อยากจะวางเรื่องงานจริง ๆ ถ้าผู้จัดการติดต่อฉันไม่ได้ก็คงจะโทรไปหานาย...เพราะงั้นฝากด้วยแล้วกันนะเพื่อน...555 บาย..”
     
    “อ้าว...เฮ้ย...เดี๋ยว..” Ken ตะโกนเรียกเพื่อนผ่านหูโทรศัพท์อย่างเคือง ๆ เมื่อฝ่ายนั้นเล่นโยนระเบิด??ให้แล้วก็ปิดเครื่องหนีไปเฉย ๆ...
     
    “Tetsu จะไปไหนเหรอ...” ใจคิดไปถึงเพื่อนร่วมวงของตน...รึว่าจะชวนกันไปเที่ยว...
     
    “กลับบ้านที่ Osaka...” Ken ตอบพลางโอบเอวอีกฝ่ายพาเดินออกไปที่โถงนั่งเล่นก่อนจะดึงให้นั่งลงบนโซฟาด้วยกัน...
     
    “เห็นบอกว่าพ่อกับแม่โทรมาเมื่อวาน...เฮ้อ..สองสามวันนี้คงได้วุ่นอีกแน่จะปิดโทรศัพท์ก็ปิดไม่ได้...Hyde กับ Yukky ก็ไม่ได้อยู่ในเมือง...ฉันคงตามตัวได้ง่ายที่สุด...” เสียงง๊องแง๊ง??ของเจ้าเหมียวตัวโตข้างกายพร้อมกับเริ่มซุก ๆ เข้าหาอีกฝ่ายอย่างออดอ้อนทำให้ร่างบางต้องยกแขนขึ้นกอดร่างนั้นเอาไว้อย่างเอาใจ...เพียงแค่นั้นริมฝีปากได้รูปก็คลี่ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...หากความคิดของ Inoran กลับไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น...แต่กำลังล่องลอยไปถึงเพื่อนคนหนึ่งของตน...เพื่อนที่เขารู้จักดีว่าเป็นยังไง...
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
     
    .......จะกลับบ้านที่ Osaka สองสามวัน...ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน....แล้วจะซื้อของมาฝาก...
    Tetsu...
     
    ดวงตาคมกวาดมองไปบนกระดาษโน้ตเล็ก ๆ หลายต่อหลายครั้ง...ความรู้สึกบางอย่างกำลังปะทุอยู่ภายในอย่างควบคุมไม่อยู่...นับจากลืมตาตื่นขึ้นมาเดียวดาย...ลุกเดินตามหาอีกฝ่ายด้วยความหวังว่าคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในบ้าน...กระทั่งพบว่ารถไม่ได้จอดอยู่ที่เดิม...ย้อนกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้งแล้วก็ได้พบกระดาษโน้ตในมือตอนนี้...
     
    ....แค่จะปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา...มันเสียเวลาอันมีค่าของนายมากนักรึไง!!!...
     
    <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 84

    - 84 -
     
    ...โฮ่ง ๆๆ...งี๊ด ๆ..โฮ่ง...
     
    “เดี๋ยว ๆ...ใจเย็น...” ร่างบางที่เพิ่งจะก้าวเท้าลงจากรถต้องรีบยื่นมือไปลูบหัวเจ้าสัตว์สี่ขาสามตัวที่วิ่งเข้ามาตะกุยตะกายล้อมหน้าล้อมหลังตนเองอย่างงง ๆ...ก่อนจะได้รับคำตอบในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา... เมื่อนัยน์ตาคู่งามกวาดมองไปพบกับความว่างเปล่าตรงที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเคยจอดรถเอาไว้เป็นประจำ...
     
    “เจ้านายไม่อยู่นี่เอง...กินอาหารเย็นกันรึยังเนี่ย...หืมม์...” เสียงถามในลำคอก่อนจะเดินนำไปยังที่ใส่อาหารประจำของเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลาย... มีอาหารเหลืออยู่กว่าครึ่งแสดงว่าแม่บ้านคงจะจัดการให้เรียบร้อยแล้วก่อนจะกลับออกไป...
     
    “ทำไมไม่กินให้หมดล่ะ...มากินมา” Tetsu ย่อตัวลงลูบหัวที่ปกคลุมไปด้วยปุยขนนุ่มอย่างอ่อนโยน...เจ้า Golden retriever ตัวใหญ่ยอมก้มหน้าก้มตาลงกินอีกครั้ง...หากเจ้าตัวเล็กอีกสองตัวกลับค่อย ๆ หมอบลงนอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ...มือบางจึงยื่นไปลูบหัวเจ้าสองตัวนั่นอีกครั้ง...
     
    “เย็นป่านนี้แล้วไปไหนของเขานะ...”
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
     
    ....อีกด้านหลังจากที่ออกมาจากร้านขายของที่ระลึก....ทั้ง Hyde และ J ก้าวขึ้นไปในรถเช่าเงียบ ๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดขึ้นมาก่อน...จนรถเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ตามเส้นทางเพื่อกลับไปยังที่พัก...ความเงียบที่บังเกิดขึ้นเริ่มทำให้ Hyde รู้สึกอึดอัด ครั้นพอเหล่มองชายหนุ่มข้างกาย...J ก็ดูไม่มีทีท่าสนใจต่อสิ่งใดและที่สำคัญบรรยากาศสดใสในแววตาของชายหนุ่มก็ดูจะเลือนหายไปด้วย....
     
    “ทำไม ? ไม่พูดอะไรเลย....เงียบ ๆ อย่างนี้ฉันไม่ชอบเลยนะ” ในที่สุดร่างเล็กก็เป็นฝ่ายเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ขึ้นมาก่อน...แต่แทนที่จะได้ยินอีกฝ่ายพูดคำใดออกมาบ้าง...J กลับยื่นมือไปเปิดวิทยุพลางเร่งเสียงให้ดังขึ้น...โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาเหมือนเดิม...แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ Hyde หงุดหงิดขึ้นมาทันที...
     
    ...ทำไม ? ถึงต้องทำท่ากวนอารมณ์อย่างนี้ด้วย....
     
    “ที่ฉันบอกว่าไม่ชอบเงียบ ๆ !! ไม่ได้หมายความว่าให้นายเปิดวิทยุนะ !! “ Hyde เสียงดังใส่อย่างไม่สบอารมณ์หวังจะให้ J พูดอะไรโต้เถียงเขาบ้างก็ยังดี...ไม่ใช่เอาแต่นิ่งเฉยอยู่อย่างนี้...เพราะเขาก็เดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ออก...
     
    ...Hyde เอื้อมมือไปปิดวิทยุเอาดื้อ ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกเมินมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สบอารมณ์...แต่ความเงียบเกิดขึ้นเพียงไม่นานเสียงเพลงดังกระหึ่มก็ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...จากฝีมือชายหนุ่มผมทองที่อยู่เคียงข้างนั่นเอง...
     
    ...ร่างเล็กหันควับกลับมามองอย่างไม่พอใจ...พร้อมกับเอื้อมมือไปปิดสวิทช์อีกครั้ง...แต่เพียงละสายตามองออกไปนอกหน้าต่างไม่ทันไร...เสียงเพลงก็กลับดังขึ้นมาอีก...ครั้นพอเหล่มองคนข้างกาย....ใบหน้าคมเข้มก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น...
     
    ...Hyde จึงยื่นมือไปปิดวิทยุอีกครั้ง...ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่สวิทช์โดยไม่ยอมละสายตา...หากแต่ชายหนุ่มผมทองก็ยังคงยื่นมือเข้าไปเปิดวิทยุเหมือนเดิม...คราวนี้เลยเหมือนเกิดสงครามเล็ก ๆ ขึ้นภายในรถของคู่รักคู่นี้...เมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อแย่งกันที่จะเปิด – ปิด วิทยุกันอลหม่าน
     
    ...หาก Hyde ปิด J ก็จะเปิด....หาก J เปิด Hyde ก็จะปิด...เป็นอย่างนี้อยู่นาน...จนในที่สุดฝ่ามือแกร่งของชายหนุ่มก็ฉวยจับเอามือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายที่กำลังจะเอื้อมไปปิดวิทยุเอาไว้ได้ทัน...ร่างเล็กพยายามที่จะชักมือกลับแต่ก็โดนเกาะกุมเอาไว้แนบแน่น...ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบอารมณ์ในตอนแรกที่ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้....แต่ความอบอุ่นจากอุ้งมือของอีกฝ่ายที่กำลังถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...มันสื่อให้รับรู้ได้ทันทีว่า J กำลังง้อขอคืนดี...
     
    ...เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำหวานคำใดมาง้องอน... แค่ฝ่ามือนี้ยังยินยอมที่จะถ่ายทอดความอบอุ่นและเกาะกุมมือของเขาเอาไว้แนบแน่นอย่างนี้ก็เพียงพอแล้ว...
     
    ...แรงฝืนจากมือของร่างเล็กเริ่มลดน้อยลง...พลางบีบกระชับอุ้งมือตอบรับความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลือนหายไปจนหมดสิ้น...
     
    ...แค่ J ยังจับมือเขาเอาไว้ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ? เขาก็พร้อมจะฝ่าฟันไปพร้อมกับคน ๆ นี้….
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    …ทันทีที่มาถึงบ้านพัก J โอบไหล่ร่างเล็กพาเดินเข้ามานั่งพักภายในห้องรับแขก...อารมณ์ขุ่นมัวภายในจิตใจดูจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น...เวลานี้ความเชื่อใจดูเหมือนจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้คนทั้งคู่กลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง
     
    ....Hyde เดินมาจุดเตาผิงเพื่อคลายความหนาวอย่างตั้งอกตั้งใจ...ขณะที่ชายหนุ่มผมทองเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว.... มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตัวหนาหยิบเอายาแก้ไข้ที่เขาเพิ่งซื้อออกมาเลือกดู....และทานตามที่ระบุอยู่บนหน้าซอง...หลังจากที่ดื่มน้ำตามเข้าไปจนหมดแก้ว J หลับตาสูดลมหายใจลึกพลางใช้ปลายนิ้วนวดที่ขมับเบา ๆ เมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย...อาจเพราะเหนื่อยจากการไปเล่นสกีบนยอดเขาแถมเขายังนอนเล่นอยู่บนพื้นหิมะเป็นเวลานาน...จะทำให้อาการหนักขึ้นคงไม่แปลก...แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ใส่ใจ
     
    ... J เดินมาทรุดลงนั่งข้าง ๆ ร่างเล็กหลังจากที่ถอดเสื้อกันหนาวตัวหนาวางพาดไว้บนโซฟา....ถ้วยกาแฟอุ่น ๆ ถูกยื่นส่งไปให้ร่างเล็กที่กำลังนั่งจ้องมองเปลวไฟอย่างเพลิดเพลิน....
     
    “ขอบคุณ” คำตอบรับเบา ๆ พร้อมกับมือที่ยื่นออกไปรับ...ถ้วยกาแฟถูกยกขึ้นเป่าเบา ๆ เพื่อลดความร้อน...ก่อนจะค่อย ๆ จิบช้า ๆ Hyde คลี่ยิ้มออกมาทันทีเมื่อรู้สึกว่าร่างของชายหนุ่มทรุดลงนั่งซ้อนอยู่เบื้องหลัง...วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางดึงรั้งให้เอนซบอยู่กับแผ่นอกกว้าง...ริมฝีปากได้รูปจุมพิตเบา ๆ บนเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยน....
     
    ...อบอุ่นและมีความสุขมากมายเหลือเกิน....
     
    ...ถ้วยกาแฟที่ยังดื่มไม่หมดถูกวางลงข้างกายช้า ๆ ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นจ้องมองสบตากับชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง...ริมฝีปากบางเขยิบขึ้นสัมผัสกับสันคางของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนที่ร่างเล็กในอ้อมกอดจะพริ้มตาลงช้า ๆ เมื่อความเร่าร้อนจากริมฝีปากได้รูปแนบชิดลงมา...ปลายลิ้นทั้งสองรุกไล่เวียนวน...ดื่มด่ำสัมผัสหอมหวานจากกันและกันอย่างไม่รู้เบื่อ....
     
    …ร่างของทั้งคู่ค่อย ๆ เอนกายลงกับพื้นพรมเบื้องหน้าเตาผิงช้า ๆ จุมพิตที่อ่อนโยนอบอุ่นเริ่มทวีความเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ใบหน้างามแหงนเงยเปิดทางเมื่อริมฝีปากนั้นผละออกและลุกไล่ลงไปสัมผัสฝากฝังร่องรอยบนซอกคอขาว... ผิวเนื้ออ่อนบางภายใต้เสื้อสเวตเตอร์กำลังถูกฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้จนสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์...
     
    ...เสียงเปลวไฟลามเลียเนื้อไม้จากเตาผิงข้างกาย...ก็ไม่อาจเร่าร้อนเท่ากับสิ่งที่คนทั้งสองกำลังปรนเปรอให้แก่กันและกัน...เสื้อผ้าที่เป็นพันธนาการเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย...บัดนี้กลับกระจัดกระจายอยู่รอบด้านเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า...ที่โลมไล้กันอย่างแนบชิดทดแทนความอบอุ่นจากเสื้อผ้าที่ถูกปลดเปลื้องออกไป...
     
    ...เพลงรักเร่าร้อนถูกบรรเลงขึ้นอย่างดุดัน...ราวกับเปลวไฟร้อนแรงที่กำลังเผาไหม้เนื้อไม้ให้มอดไหม้ไป...โซฟาตัวยาวเบื้องหน้าเตาผิงสั่นไหว...เพราะอารมณ์รักที่กำลังเผาไหม้อยู่ในอกของคนทั้งคู่.... เสียงหอบครางดังแว่วแผ่วเบาอยู่ภายในบ้านพักบ่งบอกถึงอารมณ์แห่งความสุขที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กัน....
     
    ....ฝ่ามือบางจิกลงกับพื้นพรมแนบแน่น...เสียงครางหวานดูจะกระชั้นถี่เร็วมากขึ้นทุกที...จากบนโซฟาสู่แผ่นพื้นเบื้องล่าง... ความเร่าร้อนจากการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์รักที่กำลังลุกโชนอยู่ในอก...
     
    “อะ...อาาาาา....J ฉันจะ...ม...ไม่ไหวแล้ว”
     
    ....เสียงครางหวานเร่งเร้าเมื่อตนเองใกล้พบความสุขสมแสนหวาน....อารมณ์รักได้รับการตอบสนองถึงขีดสุด... เมื่อชายหนุ่มผมทองเคลื่อนไหวกายกระชั้นถี่เร็วมอบสัมผัสเร่าร้อนดุดันให้อย่างเต็มท
    ี่....เพียงไม่นานทำนบอารมณ์แห่งความทรมานก็พังทลาย...ความสุขสมทะลักทลายเข้ามาในกายอย่างเร่าร้อน....พร้อม ๆ กับที่ร่างเล็กก็ปลดปล่อยความสุขนั้นออกมามากมายเช่นกัน...ร่างสูงใหญ่โน้มกายลงประทับรอยจูบเน้นหนักที่แผ่นหลังบางจนเป็นรอยแดง...ก่อนที่ร่างเล็กที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพรมจะค่อย ๆ ทรุดกายลงหมอบราบกับพื้นโดยมีร่างของชายหนุ่มผมทองทาบทับอยู่เบื้องบน....
     
    ...ลาดไหล่เนียนบางถูกระดมจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรักใคร่....Hyde หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน...ก่อนจะค่อย ๆ พลิกกายขึ้นมานอนหงาย...ริมฝีปากบางเผยอออกเปิดทางให้ปลายลิ้นร้อนเข้ามากวาดชิมอย่างดูดดื่ม...เร่าร้อน...เนิ่นนาน...ก่อนที่สัมผัสจะค่อยๆ จางหายไป... J ขยับเอื้อมไปหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาที่วางพาดไว้เมื่อครู่มาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า...พร้อมกับโอบกอดร่างเล็กบางให้เข้ามาแนบอก...หวังให้ไออุ่นจากกายตนช่วยคลายความหนาวเย็นจากรอบด้าน
     
    “อุ่นจัง” Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ ขณะที่ซุกซบอยู่กับแผ่นอกกว้าง...พลางเบียดกายแนบชิดโหยหาไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม...แม้อากาศภายนอกจะหนาวเย็น ร่างกายไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ ห่อหุ้ม...มีเพียงเสื้อกันหนาวตัวหนาที่ปกคลุมเอาไว้ลวก ๆ แต่ถึงกระนั้นไออุ่นจากกายอีกฝ่ายก็มากมายจนไม่รู้สึกถึงความเหน็บหนาวใด ๆ อีกเลย
     
    ...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย... พลางมอบจุมพิตแผ่วเบาให้ที่หน้าผากมนของร่างเล็กที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอกของเขา...ใบหน้างามระบายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ บ่งบอกถึงความสุขที่มีมากมายในหัวใจ.... J โอบกระชับร่างเล็กบางแนบแน่นปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ปล่อยให้เสียงเปลวไฟลามเลียเนื้อไม้...ขับกล่อมให้เขาทั้งคู่มีความสุขกับนิทรารมย์ในอ้อมกอดของกันและกัน....
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ... แสงไฟสลัวคละคลุ้งไปด้วยควันจางจากบุหรี่และเสียงเพลงเบาสบายจากอีกฟากฝั่งของมุมโลกกำลังดังขับกล่อมผู้คนที่มาหาความสุขให้ล่องลอยไปกับรสมึนเมาของเครื่องดื่มหลากสีหลายรส... ชายหนุ่มหญิงสาวที่เพิ่งพบกันไม่ถึงวันกำลังเอนอิงดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบกายและพูดคุยกันอย่างออกรส...หากบ่อยครั้งที่นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นดูโดยไม่รู้ตัว...เช่นเดียวกับดวงตาคมที่มักจะเวียนมาหยุดอยู่ที่โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะบ่อยครั้ง...
     
    “Ryu คะ...กลับกันเถอะค่ะจะเที่ยงคืนแล้ว” เสียงหวาน ๆ จากคนข้างกายดึงความรู้สึกนึกคิดที่กำลังล่องลอยไปถึงใครคนหนึ่งให้กลับมาอีกครั้ง...ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนพูด...
     
    “ครับ...” Ryuichi ตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนสองร่างจะลุกประคองกันออกมายังลานจอดรถด้านนอก...
     
    “ขับไหวรึเปล่าคะ...” Arisa เอ่ยถามอย่างห่วงใย...เพราะตัวเธอเองแม้จะดื่มไปค่อนข้างมากหากก็ยังไม่ได้ครึ่งของชายหนุ่มข้างกาย...
     
    “ไหวสิครับ...” Ryuichi บอกพลางเดินตามไปส่งอีกฝ่ายจนถึงรถ...ยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะจัดการปิดประตูรถให้...รอจนกระทั่งรถคันงามเคลื่อนตัวออกสองเท้าจึงค่อย ๆ ก้าวพาตัวเองไปที่รถ เสียงเครื่องยนต์ชั้นเยี่ยมดังกระหึ่มขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดก่อนรถคันงามจะเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนว่างเปล่ายามค่ำคืนราวกับจะโบยบิน...
     
    ....แกร๊ก...
     
    มือแกร่งค่อยเปิดบานประตูเข้าไปภายในบ้านของตนเองหลังจากหยุดทักทายกับเจ้าสี่ขาแสนรู้เรียบร้อยแล้ว... แสงจากโคมไปภายในห้องนั่งเล่นทำให้ร่างที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนต้องหยุดชะงักเดินเข้าไปมอง.. รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างบางของใครคนหนึ่งนอนเอนอิงหลับไปบนโซฟาหนานุ่มทั้งที่ยังสวม Head phone เอาไว้...ในขณะที่บนโต๊ะกลางตรงหน้าก็เกลื่อนไปด้วยกองกระดาษและ MD อีกหลายแผ่น....
     
    Ryuichi จรดฝีเท้าเข้าไปใกล้...จัดการถอดหูฟังที่สวมอยู่ออกให้อย่างเบามือ... ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนุ่มเนียนนั้นฟอดใหญ่ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมองอย่างงุนงง...จึงได้เห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของบ้านกำลังจะทิ้งกายลงนอนลงมาบนตักของตน...
     
    “อ้าว...กลับมาตอนไหนไม่ได้ยินเสียงรถ...” Tetsu หลุดคำถามออกไปอย่างแปลกใจก่อนจะยิ้มเก้อ ๆ เมื่อเห็นหูฟังที่ตัวเองใส่เลือกเพลงอยู่จนเผลอหลับไปไม่รู้ตัวถูกวางกองเอาไว้บนโต๊ะตรงหน้า...มือบางยกขึ้นเสยเส้นผมบนใบหน้าของชายหนุ่มที่นอนหลับตาอยู่บนตักตนเองอย่างเบามือ... กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจและกลิ่นบุหรี่อบอวลบนเสื้อผ้าบอกให้รู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยถามว่าอีกฝ่ายหายไปไหนมาเกือบค่อนคืน...
     
    “ขึ้นไปอาบน้ำนอนข้างบนไป...มาหลับตรงนี้เดี๋ยวก็ไม่สบาย...”
     
    “เดินไม่หวายแล้ว...นอนตรงนี้แหละ...” เสียงอ้อแอ้ตอบกลับมาบ่งบอกว่ากำลังเมามายได้ที่จนคนฟังต้องถอนใจยาว...
     
    “ไม่ได้...ลุกขึ้นเร็ว...” Tetsu บอกออกไปอย่างไม่ยอมตามพร้อมกันนั้นก็พยายามดันให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งจนสำเร็จ...ก่อนจะสอดแขนเข้าประคองร่างนั้นเอาไว้... มือบางอีกข้างจับลำแขนแกร่งให้พาดข้ามไหล่ตนเองก้าวพากันไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบนอย่างทุลักทุเล...หลายครั้งที่ต้องออกเสียงเรียกชื่ออย่างมีโมโห เมื่อร่างที่โอบประคองอยู่ดูจะไม่ช่วยออกแรงพยุงร่างตัวเองเลย...ซ้ำใบหน้าที่ซุกซบอยู่ตรงซอกคอก็เหมือนจะจงใจขยับซุกไซ้ไปมาจนอดหันขวับไปมองไม่ได้...
     
    “เอ้า!!...ถึงแล้ว...อาบน้ำไม่ไหวก็นอนทั้งอย่างนี้แหละ...” เสียงบอกด้วยความหมั่นไส้ไม่ปิดบังเมื่อพาร่างชายหนุ่มมาถึงเตียงนอนอย่างที่ตั้งใจ... ความคิดเอาคืนที่ทำให้ต้องออกแรงเหนื่อยแล่นเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว...แขนเรียวบางที่โอบประคองไว้จึงค่อย ๆ คลายออกหวังจะผลักให้ล้มลงไปบนที่นอนนุ่มเต็มแรง... หากลำแขนแกร่งที่เลื่อนหลุดลงจากไหล่กลับตวัดรัดรอบเอวบางรั้งเอาไว้จนล้มลงไปกองบนเตียงด้วยกันทั้งคู่...
     
    “โธ่...Ryu!!!” Tetsu กระแทกเสียงเรียกชื่ออีกฝ่าย...พลางขยับดันร่างที่ล้มทับมาบนร่างตัวเองออกอย่างโกรธ ๆ...
     
    “ครับผม...เรียกทำไมเหรอ...” แม้จะมีกลิ่นแอลกอฮอล์รวยรินจากลมหายใจ...หากคำพูดที่ออกมากลับชัดเจนต่างกับที่พูดเมื่อก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด...ร่างบางจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง...รู้ทันทีว่าตัวเองโดนหลอก...
     
    “นาย!!...หลอกฉันเหรอ...ถอย..อื้อ..อ..” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึงเมื่อริมฝีปากผ่าวร้อนจู่โจมเข้ามาหยุดคำพูดตนไว้โดยไม่ทันตั้งตัว... ปลายลิ้นอุ่นดุนดันผ่านริมฝีปากบางเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในอย่างไม่สนใจต่ออาการดิ้นรนของเจ้าของร่าง... รสชาติของแอลกอฮอล์ที่ส่งผ่านปลายลิ้นเข้ามาพัวพันชวนให้เคลิบเคลิ้มจนร่างข้างใต้หยุดอาการดิ้นรนและตอบสนองกลับคืนไปอย่างเร่าร้อน...
     
    ... การกระทำนั้นยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากแนบสนิททวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเบา ๆ ในลำคออย่างมัวเมากับสัมผัสที่ได้รับ...ก่อนที่แขนเรียวบางจะขยับยกขึ้นโอบรอบคออีกฝ่ายกดรั้งเข้าหาตัวเองอย่างลืมตัว... อารมณ์โกรธเมื่อครู่เลือนหายตรงข้ามกับอารมณ์รักที่กำลังถูกปลุกเร้าจนเลือดในกายเดือดพล่าน...
     
    ...เสียงลมหายใจหอบดังออกมาผสานกันเบา ๆ เมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน Tetsu ลืมตาขึ้นมองอย่างรวดเร็วเมื่ออารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงไปเมื่อครู่กำลังถูกรวบรวมกลับมาอีกครั้ง...หากชายหนุ่มก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาคิดนาน...ริมฝีปากได้รูปก็ประทับจูบลงไปอีกครั้ง...ก่อนจะเคลื่อนไปเคล้าเคลียอยู่ที่ผิวแก้ม...ฝากรอยเรื่อยไปซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวเนียน...
     
    “อ่ะ...Ryu...พอ...แล้ว...” เจ้าของร่างบางส่งเสียงร้องห้ามออกมาเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ผิวกายเลื่อนขึ้นไปหยอกเย้ากับปลายยอดอก...มือเรียวบางที่ยกขึ้นยับยั้ง..กลับถูกอีกฝ่ายรวบตรึงไว้กับที่นอน...
     
    “จะเลี่ยงทำไมล่ะ Tetsu...” ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมากระซิบถามที่ข้างหู... เมื่ออีกฝ่ายไม่มีคำตอบให้มือแกร่งก็เริ่มทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างบอบบางอย่างรวดเร็ว
    ... เจ้าของร่างได้แต่นอนหลับตาแน่นเพราะรู้ดีว่าส่วนลึกในใจของตนก็ไม่เคยปฏิเสธอ้อมกอดของคนตรงหน้าได้สักครั้ง...
     
    “อ้า...อือ...”เสียงครางหวานหูดังออกมาไม่ได้หยุด...เมื่อปลายลิ้นและริมฝีปากของร่างเบื้องบนไล่สัมผัสไปทั่ว... ร่างกระตุกเยือกเมื่อมือแกร่งที่คลึงเคล้นอยู่ต้นขาขาวเคลื่อนเข้าครอบครองส่วนอ่อนไหวเบื้องล่าง...ขยับรุกเร้าอย่างชำนาญ... มือบางจิกขยุ้มเสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายสวมอยู่จนแทบจะขาดติดมือก่อนจะเบือนหน้าหลบไปอีกทางด้วยความอายเมื่อเห็นว่าร่างข้างบนกำลังจ้องมองตนไม่วางตา...
     
    “Tetsu...ช่วยฉันถอดเสื้อหน่อยสิ...” เสียงบอกเบา ๆ ก่อนจะหยุดการเร่งเร้าเบื้องล่างลง... เสียงลมหายใจหอบสะท้านก่อนใบหน้าแดงก่ำจะพลิกกลับมาโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตาอยู่นั่นเอง
    ... มือบางสั่นระริกคลายออกจากเสื้อที่สาวยึดอยู่เมื่อครู่ก่อนจะเคลื่อนเข้าหาแผงกระดุมเสื้อช้า ๆ หากยังไม่ทันจะเริ่มต้นปลดกระดุม...ก็กลับต้องจับยึดเสื้อเชิ้ตตัวเดิมแน่นอีกครั้ง... เมื่อมือแกร่งเริ่มเคลื่อนไหวกอบกุมบีบเคล้นกล้ามเนื้อนุ่มพร้อมทั้งเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ...
     
    “..อื้อ...อ๊าาา!!” เสียงกรีดร้องพร้อมกับปลดปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่... ชายหนุ่มอมยิ้มพลางโน้มตัวลงจูบกลีบปากบางของร่างที่นอนหายใจหอบอยู่ใต้ร่างของตนอย่างหลงใหล... ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานปลายนิ้วเรียวชุ่มโชกก็เริ่มเลื่อนลงสำรวจช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดอย่างใจเย็น...
     
    “อื้อ...อ่ะ...อ๊า..Ryu...มาเถอะ...เร็ว...” เสียงเร่งเร้าออกมาอย่างลืมตัว...เมื่อชายหนุ่มเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปรุกเร้าจุดหมายภายใน...Ryuichi คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะรีบปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกอย่างรวดเร็ว...ก่อนจะทาบทับกายเปลือยเปล่าลงไปอีกครั้ง... แขนเรียวบางผวาเข้ากอดรัดร่างชายหนุ่มเอาไว้แน่นเมื่อความรุ่มร้อนกำลังแทรกกายเข้ามาแทนที่นิ้วมือเมื่อครู่... ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดเป็นจังหวะยิ่งเย้ายวนให้ชายหนุ่มเผลอตัวเคลื่อนกายเข้าไปจนสุด...
     
    “อึก...ฮ้า..อ๊า...” ร่างบางหอบหายใจจนตัวโยน..ปลายนิ้วเรียวจิกลงไปบนไหล่กว้างเพื่อระบายความคับแน่นเบื้องล่าง...เสียงครางเครือผสานไปกับเสียงลมหายใจจนแยกไม่ออก...เมื่อชายหนุ่มเริ่มต้นขยับกายอย่างหนักหน่วงรุนแรง... เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วร่างเช่นเดียวกับอุณหภูมิภายในกายที่พุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดสุดยอดของอารมณ์...
     
    “อ๊าาา...” เสียงกรีดร้องออกมาเมื่อร่างกายถูกนำพาไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง...สองแขนที่โอบกอดร่างเบื้องบนเลื่อนตกลงข้างกายอย่างอ่อนแรง..ใบหน้าแดงก่ำนอนหลับตานิ่ง...รู้สึกชัดว่าของเหลวบางอย่างกำลังหลั่งเข้ามาในกาย...ตามด้วยน้ำหนักกายของชายหนุ่มที่ทาบทับตามลงมา...สัมผัสเบา ๆ ที่เรียวปากบางพร้อมกับขยับถอนกายออกไปอย่างนุ่มนวลทำให้เจ้าของร่างยกแขนขึ้นโอบกอดร่างเบื้องบนเอาไว้อีกครั้ง...พร้อมกับเปิดเปลือกตาขึ้นมอง...คลี่ยิ้มออกมาเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มต้นพรมจูบเบา ๆ ไปทั่วใบหน้า...
     
    “เจ็บรึเปล่า...เมื่อวานก็ตั้งหลายครั้ง...” เสียงกระซิบถามมาจากริมฝีปากได้รูปที่ซุกไซ้อยู่หลังใบหูเรียกเลือดร้อน ๆ ให้วิ่งขึ้นสู่ผิวหน้าอีกครั้ง...
     
    “ทำแล้วจะถามทำไม...” เสียงบ่นอุบอิบออกมาก่อนจะพลิกกายหนีไปอีกทาง...ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอยมาเข้าหูก่อนร่างกายจะถูกรั้งเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นอีกครั้ง...แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบอยู่กับแผ่นอกกว้าง... ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมชื้นเหงื่อออกพ้นต้นคอขาวเนียนก่อนจะแนบริมฝีปากซุกไซ้ไปทั่วจนร่างบางหลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับรีบหดคอหนี...
     
    “อื๊อ...พอแล้ว..นอนเถอะนะ..ดึกแล้ว...” เสียงบอกทอดยาวพลางคว้าข้อมือแกร่งที่เริ่มปัดป่ายไปทั่วร่างขึ้นมากอดไว้...ชายหนุ่มจึงแกล้งส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะเบียดร่างเข้ากอดรัดแนบแน่น...จูบหนัก ๆ ที่ลาดไหล่เนียนอีกครั้ง...ร่างบางแกล้งนอนนิ่งหากแอบยิ้มอยู่คนเดียวด้วยความสุขล้น...ความสุขและความอ่อนโยนที่ได้รับเกือบทำให้ลืมเลือนเรื่องสำคัญที่จะบอกกับอีกฝ่าย...หากพอนึกขึ้นได้เสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังมาให้ได้ยินเสียแล้ว... Tetsu ค่อย ๆ พลิกกายกลับไปมองเจ้าของอ้อมกอดที่โอบรัดตนอยู่ก่อนจะขยับขึ้นจูบที่ปลายคางแผ่วเบา...
     
    “ราตรีสวัสดิ์...Ryu”
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 83

    - 83 -

    “นี่ J เราขึ้นไปเล่นสกีข้างบนกันเถอะ” ร่างเล็กในชุดสกีสีน้ำเงินเข้มชี้มือไปยังกระเช้าลอยฟ้าที่เป็นพาหนะนำไปสู่ยอดเขาเบื้องบน...เช้าวันแรกของการมาเที่ยวพักผ่อนคือการเล่นสกี... ชายหนุ่มผมทองที่ตอนนี้สวมหมวกไหมพรมปิดบังเส้นผมเอาไว้มองตามไปยังจุดหมายปลายทางที่เจ้าตัวเล็กชี้...ก่อนจะยิ้มกว้างให้อย่างเอ็นดูพลางโอบไหล่พาไปตามที่ Hyde ต้องการ
     
    …บนยอดเขาที่พวกเขาขึ้นมามีหิมะตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย...อากาศไม่แจ่มใสเท่าที่ควร...แต่ก็ไม่ถึงขนาดถูกสั่งห้ามเล่น...ทั้ง J และ Hyde ต่างเล่นสโนว์บอร์ดกันอย่างสนุกสนาน...ก่อนที่จะเป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดแรงเล่นซะก่อน... J จึงได้แต่นั่งมองร่างเล็กไถลไปบนหิมะอย่างสนุกสนาน...หลายครั้งที่ Hyde หันมากวักมือเรียกเขาให้เข้าไปร่วมสนุก...แต่ J ก็ต้องส่ายหน้า...ปฏิเสธไปพร้อมรอยยิ้มเพราะเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับร่างกายยังไงชอบกล
     
    ...มันเหมือนจะมีไข้....
     
    แต่ก็ไม่อยากให้ Hyde หมดสนุก เพราะต้องมาเป็นห่วงเขา J จึงต้องนั่งหนาวทนรอต่อไป...อีกอย่างเรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้เขาเป็นกังวลอะไรมากมาย...เมื่อก่อนก็เคยนั่งรอหน้าบ้าน Hyde ทั้ง ๆ ที่อากาศก็หนาวมาก...แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไม่สบายหนัก...เพราะฉะนั้นครั้งนี้...เขาจึงไม่ใส่ใจแค่คิดว่าพอกลับถึงบ้านพักได้พักผ่อนสักเล็กน้อยก็คงหาย...
     
    ...แต่ระหว่างที่นั่งเหม่อลอยเพราะอาการมึน ๆ ศีรษะ...ร่างเล็กที่ควรไถลเล่นสโนว์บอร์ดอยู่ในสายตาเขากลับหายไป...ชายหนุ่มผมทองชะเง้อมองไปยังกลุ่มคนที่มีขึ้นมาเล่นบนยอดเขาเพียงประปราย...แต่ก็ไม่พบว่ามีเงาร่างคุ้นตาของคนที่กำลังมองหาอยู่ในนั้น... J จึงผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...กึ่งร้อนใจกึ่งหงุดหงิดเล็ก ๆ เขารู้ว่า Hyde เป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่จำเป็นต้องดูแลประคบประหงมมากเป็นเด็ก ๆ ...แต่ที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดก็คือหาก Hyde ย้ายไปเล่นที่อื่นอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะตะโกนบอกเขาให้รับรู้ไม่ใช่หายไปอย่างนี้
     
    ...ไม่รู้รึไง ? ว่ามันทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง....
     
    ...แต่ก่อนที่จะสาวเท้าออกเดินเพื่อตามหา....พุ่มไม้ข้างกายที่เขานั่งพักเมื่อครู่ก็เกิดอาการสั่นไหว...พร้อม ๆ กับร่างใครบางคนที่โผเข้ามาหาเขาเต็มแรง...
     
    “เฮ้ย !! “ ร้องออกมาอย่างตกใจได้คำเดียว J ก็ต้องล้มกลิ้งลงไปตามแรงกระแทกโดยมีร่างเล็ก ๆ กลิ้งทับไปตามกัน
     
    “5555.... J นายจะไปไหนน่ะ ?” เสียงหัวเราะของคนที่กำลังนอนทับเขาอยู่ด้านบนดังออกมาอย่างสนุกสนาน...ที่ได้แกล้งเขาเล่น เกล็ดหิมะเกาะตามใบหน้าและเสื้อผ้าของคนทั้งคู่จนเปียกปอนไปหมด
     
    “เจ้าเล่ห์นักนะ” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มพลางใช้ปลายนิ้วไล้ปัดเอาเศษหิมะที่ติดอยู่ตามใบหน้าและบนหมวกไหมพรมของอีกฝ่ายออกให้อย่างเบามือ...โดยที่ Hyde เองก็ช่วยทำให้ชายหนุ่มเช่นกัน
     
    “เอาคืน...ที่เมื่อวานนายแกล้งฉันก่อน” Hyde กระตุกยิ้มมุมปากแอบสะใจเล็ก ๆ ที่ได้แกล้งอีกฝ่ายบ้าง...แล้วร่างเล็กบางก็นอนซบลงไปบนอกกว้างทั้งอย่างนั้น... J ยิ้มออกมากับท่าทางออดอ้อนของอีกฝ่าย... มือแกร่งภายใต้ถุงมือหนาที่ช่วยป้องกันความหนาวเย็นลูบแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปมาอย่างอ่อนโยน... ไม่มีหิมะโปรยปรายลงมาเหมือนเมื่อครู่แล้วดวงตาเรียวรีจึงสามารถมองท้องฟ้าสีหม่นเบื้องบนได้อย่างเพลิดเพลิน...
     
    ...เสียงร้องเพลงเบา ๆ แว่วมาให้ได้ยินจากร่างเล็ก ๆ บนอก... J นิ่งฟังไปยิ้ม ๆ โดยไม่ขัดคอ... กระทั่งเสียงเพลงเงียบลงใบหน้างามของอีกฝ่ายจึงค่อยผละจากอกอุ่นขึ้นมองชายหนุ่มอีกครั้ง...ดวงตากลมโตเหลียวมองซ้ายมองขวาก่อนจะส่งยิ้มซุกซนให้อีกฝ่าย...
     
    “Chu~~” ริมฝีปากบางจู่โจมลงมาเบา ๆ...ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว...คิ้วเรียวยาวเลิกขึ้นมองนิด ๆ อย่างไม่คาด...ก่อนจะหรี่ตามองยิ้ม ๆ...ร่างข้างบนรีบเมินมองไปทางอื่นพลางทำท่าจะขยับลุกขึ้น...หากลำแขนแกร่งกลับตวัดรัดเอวบางเอาไว้พร้อมกับพลิกกาย...
     
    …ทางลาดลงน้อย ๆ ทำให้ทั้งสองร่างกลิ้งลงม้วนไปกับพื้นหิมะสะอาดอีกหลายตลบ... เสียงหัวเราะสดใสดังลอดมาให้ได้ยินบ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับอย่างเต็มเปี่ยม...ร่างสองร่างกลิ้งม้วนทับกันมาจนมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่พื้นหิมะราบเรียบ...แต่เสียงหัวเราะจาก Hyde ยังดังออกมาไม่ยอมหยุด....
     
    ....ไม่เคยคิดเลยว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนจะมีความสุขมากมายขนาดนี้....
     
    เสียงหัวเราะคิกคักดังอยู่ได้ไม่นาน...เมื่อสังเกตเห็นว่า J กำลังจะแนบริมฝีปากลงมาปิดเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วนั่น...Hyde กลับใช้มือข้างหนึ่งปิดริมฝีปากได้รูปเอาไว้ก่อน
     
    “อย่า...เดี๋ยวคนอื่นเห็น...” ร่างเล็กยกมือดันร่างชายหนุ่มที่ทับตนเองออกห่าง...
     
    “แล้วทีเมื่อกี๊ล่ะ....” เสียงเจ้าเล่ห์ถามกลับไปพลางโน้มหน้าลงมาใกล้อย่างไม่ใส่ใจ...ริมฝีปากแตะสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาก่อนจะแยกห่างเพียงเพื่อจ้องมองสบตากัน...ความสุขท่วมท้นอยู่ในแววตาของคนทั้งคู่...ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่งามจะค่อย ๆ พริ้มลงช้า ๆ ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อยเปิดทางให้สัมผัสผ่าวร้อนแนบชิดลงมา...ริมฝีปากและปลายลิ้นอุ่นแทรกผ่านเข้ามาพัวพันอย่างนุ่มนวลทั้งอ่อนหวาน...อบอุ่นและอ่อนโยน
     
    ...อบอุ่นจนแทบลืมเลือนความหนาวเย็นที่แผ่คลุมอยู่รอบด้าน...ราวกับความเร่าร้อนในกายชายหนุ่มได้ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขา...Hyde ตอบสนองปลายลิ้นนั่นกลับไปอย่างเร่าร้อน...สองแขนโอบรอบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ร่างกายที่โอบกอดกันอย่างแนบชิดถึงแม้จะมีเสื้อผ้าตัวหนาขวางกั้นแต่ Hyde ก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาสัมผัสได้...
     
    ....ร่างกาย J มันอุ่นจนร้อน....
     
    ...ทันทีที่ J ถอนริมฝีปากออก...เปลือกตาบางจึงค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตปรือปรอยจ้องมองสบตากับชายหนุ่มอย่างลุ่มหลงในรสสัมผัส...ผิวแก้มเนียนอมชมพูระเรื่อ...จน J อดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงไปสัมผัสเบา ๆ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างเขินอาย ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่า Hyde น่ารักมากมายเหลือเกิน...
     
    ...น่ารักจนอดไม่ได้...ที่จะมอบจุมพิตเร่าร้อนให้อีกสักครั้ง....
     
    ... J ปิดเปลือกตาลงค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาช้า ๆ หวังจะลิ้มรสสัมผัสหวานล้ำนั้นอีกครั้ง...แต่แทนที่จะได้สัมผัสกับกลีบปากนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย...ความเย็นยะเยียบของเกล็ดน้ำแข็งกลับสัมผัสเข้าใบหน้าของเขาอย่างจัง...จนทำให้ชายหนุ่มนิ่งค้างอย่างชนิดที่เรียกว่าคาดไม่ถึง...ว่าจะโดนเจ้าตัวเล็กแกล้งทั้ง ๆ ที่กำลังสวีทกันอยู่
     
    “5555....เสร็จฉันล่ะ !! “ เสียงหัวเราะใสอย่างสะใจที่ได้แกล้งชายหนุ่ม...พร้อมกับร่างเล็กที่สะบัดตัวหลุดออกไปจากการทาบทับของอีกฝ่ายได้... Hyde กลิ้งตัวไปตามพื้นหิมะทั้งๆ ที่ยังหัวเราะไม่ยอมหยุด...และเมื่อเห็นว่าห่างพอควรร่างเล็กจึงผุดลุกขึ้นแล้วออกวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว...ปล่อยให้ชายหนุ่มผมทองที่กำลังหัวเสียเพราะโดนแกล้ง...รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไล่หลังตามไปทันที
     
    “ถ้าจับได้ฉันไม่ปล่อยนายแน่ Hyde !! “ J คาดโทษร่างเล็กเอาไว้ทันที...จับได้เมื่อไหร่นายต้องโดนลงโทษให้เข็ด !!
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ~~~ บ้าน Ryuichi ~~~
     
    “อย่ากลับเลย Tetsu...ยังไงเย็นนี้นายก็ต้องมาอยู่ดี...” ชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่ปลายเตียงเอ่ยกับร่างบางที่กำลังยืนติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายอยู่ตรงหน้ากระจกเงา... ฝ่ายนั้นหันมามองยิ้ม ๆ ก่อนจะแกล้งถอนหายใจเบา ๆ...
     
    “ก็เพราะตอนเย็นต้องมาอีก...ตอนนี้ถึงต้องกลับไปดูที่บ้านบ้าง...ไม่ได้กลับตั้งสองวันแล้ว...”
     
    “อย่างกับบ้านจะหายไปได้งั้นแหละ...ถ้างั้นฉันไปด้วย...วันนี้ไปนอนบ้านนายก็ได้...” Ryu ว่าพลางทำท่าจะขยับลุกขึ้นยืน...หากอีกฝ่ายกลับเดินเข้ามากดร่างนั้นไว้ให้นั่งลงตามเดิม...
     
    “ฉันต้องไปหลายที่ Ryu...มื้อกลางวันนัดกับคุณยายข้างบ้านไว้ด้วย...อีกอย่างไปนอนบ้านฉันแล้วพวกลูก ๆ นายจะทำยังไง...ไว้เย็น ๆ เจอกันนะ...” พูดจบก็ก้มลงจูบแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ...แต่ตัวคนจูบเองกลับหน้าแดงขึ้นมาซะอย่างนั้น... ทำเอาคนมองอมยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะรีบคว้าข้อมือบางเอาไว้เมื่อเจ้าตัวทำท่าจะผละไปดื้อ ๆ...
     
    “แค่จูบแก้ม...ทิ้งฉันไว้คนเดียวทั้งวัน...” เสียงบ่นพลางออกแรงกระตุกเบา ๆ ให้อีกฝ่ายนั่งลงบนตักก่อนจะชี้ที่ริมฝีปากตนเองโดยไม่ได้พูดอะไร...
     
    ...ท่าทางลังเลของอีกฝ่ายยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้น กระทั่งมือแกร่งเริ่มเคลื่อนไหวเข้าไปในชายเสื้อ...ใบหน้าแดงเรื่อของฝ่ายนั้นจึงรีบโน้มลงมาจูบแผ่ว ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะรีบดันตัวออกห่างพลางผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...
     
    “ไปล่ะ...แล้วเจอกัน...” เสียงหัวเราะใสดังออกมาให้ได้ยินเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่เจ้าของร่างจะหายลับออกจากห
    ้องไป...ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง...ความเงียบที่โอบล้อมอยู่รอบตัวเริ่มทำให้รอยยิ้มที่มีเลือนหายไปทีละน้อย...
     
    ....ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน...ความรู้สึกบางอย่างในใจเหมือนได้รับการเติมเต็ม...ไม่คิดถึงอะไร...ไม่คิดถึงใคร...สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ใช่คำตอบที่เขาค้นหามานานรึเปล่า?....
     
    Ryuichi หลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว... อะไรบางอย่างกระตุ้นเตือนตัวเอง เขาไม่ชอบการรอคอย ความคิดที่ไม่ได้รับการจัดระเบียบจะว้าวุ่นและมันน่าเบื่อที่สุดสำหรับคนเช่นเขา...
     
    ~~~ Sport club ~~~
     
    “อ้าว...Kawamura-san... ว่างเหรอครับวันนี้...” เสียงต้อนรับดังมาให้ได้ยินตั้งแต่ย่างเท้าผ่านประตูกระจกเข้ามา...รอยยิ้มปรากฏขึ้นบาง ๆ เมื่อผู้จัดการหนุ่มวัยอ่อนกว่าเล็กน้อยเดินตรงเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย... กุญแจล็อคเกอร์ที่ใช้มีเป็นของส่วนตัวถูกนำออกมาให้โดยไม่ต้องเรียกหาก่อนตัวเจ้าของสถานที่จะเป็นผู้เดินนำไปด้านในอย่างรวดเร็ว...
     
    “คุณไม่ได้มานาน...เรามีเครื่องสั่งเข้ามาใหม่เยอะเลยครับ...แล้ววันนี้จะทำอะไรก่อนดีครับ...ว่ายน้ำรึว่า...” เสียงเจรจาออกมาไม่หยุดปากในขณะที่คนฟังเพียงพยักหน้ารับรู้... กระทั่งชายหนุ่มเริ่มต้นจะถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายนั่นแหละอีกฝ่ายจึงยอมเอ่ยปากขอตัวไป...
     
    “เฮ้อ...” เสียงถอนใจออกมาหนักหน่วงบอกไม่ถูกเลยว่าระหว่างต้องอยู่คนเดียวเงียบ ๆ กับการออกมาเผชิญกับเหตุการณ์อย่างเมื่อครู่เขาเบื่ออะไรมากกว่ากัน...
     
    ดวงตาคมภายใต้แว่นกันแดดมองผืนน้ำสีฟ้าสดใสในสระตรงหน้าอย่างเหม่อ ๆ...ร่างสูงภายใต้เสื้อคลุมเอนกายอยู่บนเก้าอี้ยาวที่วางเรียงรายโดยรอบสระ... แม้จะไม่มีแสงแดดเพราะเป็นสระที่อยู่ในร่มหากชายหนุ่มก็ยังคงสวมแว่นปิดบังใบหน้าเอาไว้ด้วยความเคยชิน
     
    ...เด็กเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะร่าเริงมาจากสระอีกด้านหนึ่งเรียกให้เจ้าตัวหันไปมองได้มากกว่าสาวสวยในชุดว่ายน้ำที่พยายามเดินเฉียดกรายไปมาเสียอีก... ไม่นานเวลาที่รอคอยก็มาถึงผู้คนในสระเริ่มทยอยกันขึ้นเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน...
     
    Club ที่รับเฉพาะสมาชิกอยู่แล้วจึงแทบจะว่างเปล่าไร้ผู้คนแม้จะยังมีให้เห็นก็บางตาเต็มที...Ryuichi ลุกขึ้นยืนถอดเสื้อคลุมพลางขยับกายเพื่ออบอุ่นร่างกายเบา ๆ...ก่อนจะเดินตรงไปยังสปริงบอร์ดอย่างนึกสนุก...
     
    ....ซู่ม....
     
    “เย้...พี่คนนั้นเก่งจัง...แม่ดูสิครับ...” เสียงปรบมือและเสียงใส ๆ ของเด็กดังขึ้นมาต้อนรับทันทีที่ชายหนุ่มโผล่กายขึ้นมาเหนือผิวน้ำใสสะอาด... ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่กำลังนั่งคอยผู้เป็นพ่อและ
    แม่เก็บข้องใช้ส่วนตัวอยู่ที่ขอบสระกำลังชี้มือชี้ไม้มาที่เขา.. แว่นกันน้ำที่สวมใส่อยู่ถูกขยับเบา ๆ ด้วยความเคยชินก่อนจะค่อย ๆ ลอยตัวปริ่มผิวน้ำปล่อยความคิดล่องลอยไปอย่างสบายอารมณ์...
     
    “แม่ครับ...พี่สาวคนนั้นดำน้ำนานจัง...ตั้งนานแล้วยังไม่เห็นขึ้นมาเลย...” มือเล็ก ๆ ชี้ไปที่กลางสระเรียกสายตาของชายหนุ่มให้มองตามไปอย่างไม่ใส่ใจนักในตอนแรก...ฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาบนผิวน้ำบอกให้รู้ได้ว่าตรงนั้นมีคนอยู่จริง ๆ ชายหนุ่มเพ่งตามองลงไปใต้น้ำก็เห็นชุดว่ายน้ำสีน้ำเงินครามอยู่ลาง ๆ
     
    ...ฟองอากาศผุดขึ้นมาอีกกลุ่มใหญ่ก่อนจะเลือนหายไปจนผืนน้ำสีฟ้าใสเรียบสนิท...จากที่ไม่สนใจ...ความกังวลกลับทวีขึ้นเพราะคำนวณจากเวลาที่เขากระโดดลงมา...
     
    ...นี่มันนานแค่ไหนแล้วกันแน่!!!...
     
    Ryuichi สูดหายใจเอาอากาศเข้าไปจนเต็มปอดก่อนจะตัดสินใจดำดิ่งลงใต้ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว...ภาพที่เห็นเพียงลาง ๆ กลับชัดเจนขึ้น... ร่างกายบอบบางที่เหมือนกำลังจะจมลึกลงไปในความลึกไม่ต่ำกว่าสามเมตรของสระในขณะที่เป
    ลือกตากำลังปิดสนิท... ทันทีที่เข้าถึงตัววงแขนแข็งแกร่งรีบโอบรัดร่างนั้นไว้ก่อนจะทะยานตัวขึ้นสู่ผิวน้ำอ
    ย่างรวดเร็ว....
     
    “What!!!”
     
    ....เพี้ยะ!!!....
     
    แม้จะเผื่อใจไว้แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปอาจเป็นความเข้าใจที่ผิด... หากความชาหนึบบนผิวหน้าที่สะบัดไปตามแรงฝาดจากฝ่ามือเรียวนั้นก็ออกจะเป็นเรื่องเกิน
    ความคาดคิดพอสมควร...ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มออกมาพลางใช้ลิ้นดุนริมฝีปากด้านในเบา ๆ ออกจะแปลกใจที่ไม่มีรสเลือดออกมาอย่างที่คิด...ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้ากลับไปมองอีกครั้ง...
     
    ... ดวงหน้าเรียวสวยพราวไปด้วยหยดน้ำกำลังจ้องมองมาอย่างไม่พอใจด้วยนัยน์ตาสีประสวยประหลาด...ผิวขาวอมชมพูบ่งบอกถึงเชื้อชาติตะวันตกที่แฝงอยู่ในตัว...ริมฝีปากหยักจมูกโด่งคม...ทุกส่วนที่ประกอบรวมกันตรึงสายตาของชายหนุ่มให้หยุดนิ่ง...แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้จะไม่น่าประทับใจนักก็ตาม...
     
    “Sorry” เปล่าประโยชน์จะอธิบาย...ชายหนุ่มกล่าวออกมาสั้น ๆ ก่อนจะขยับตัวออกว่ายน้ำตรงกลับไปที่ริมสระทันที...อารมณ์สนุกที่คิดว่าจะออกมาหาได้จากภายนอกบ้านจบลงอย่างรวดเร็ว... ของส่วนตัวสองสามชิ้นที่วางทิ้งไว้ริมสระถูกรวบขึ้นมาก่อนจะก้าวเท้าพาตนเองออกไปจากบริเวณสระน้ำนั้นทันที...
     
    “แล้วมาอีกนะครับ...เสียดายจังที่ต้องรีบกลับแบบนี้...”
     
    Ryuichi เงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับพนักงานที่ช่วยถือกระเป๋ามาส่งให้แทนที่จะยิ้มให้ผู้จัดการร่างเตี้ยที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ก่อนจะเอ่ยลาเบา ๆ พลางก้าวผ่านประตูกระจกใสออกไป...
     
    “Hey!!..เอ่อ..ขอโทษค่ะ...คุณ..wait...” คำพูดและสำเนียงปะปนกันวุ่นของสองภาษาที่ดังไล่หลังมาเรียกให้ชายหนุ่มหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง... หญิงสาวในชุดผ้าพลิ้วไหวทั้งเสื้อและกางเกงขากว้างที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้าม
    าหา...
     
    “...sorry...um..ขอโทษ..เรื่องเมื่อครู่...ที่สระน้ำ..everybody..um...บอกว่าคุณจะช่วย..” สำเนียงแปร่ง ๆ ปะปนกันระหว่างสองภาษาหากเจ้าตัวก็พยายามอย่างยิ่งที่จะพูดออกมา...พร้อมกับอาการค้อมศีรษะให้นั้นทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มออกมาได้ในที่สุด...
     
    “ไม่เป็นไรครับ...คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...” ริมฝีปากได้รูปยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียบสวย...อีกฝ่ายจึงค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ...รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้านั้นดูน่ามองมากยิ่งขึ้นไปอีก...
     
    “หน้าคุณ...เป็นสี...เจ็บมากมั้ยคะ...” มือข้างเดียวกับที่ฝากรอยแดงนั้นไว้เอื้อมมาแตะแผ่วเบา... สีหน้าและแววตาเป็นกังวลทำให้ชายหนุ่มรวบมือข้างนั้นลงมาพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธยิ้มๆ..
     
    “ทำผมผิดหวังนะครับ..นึกว่าจะได้รสเลือด...แต่คุณออกแรงน้อยไปนิด...” คนพูดพยายามเบี่ยงเบนไปเป็นเรื่องตลก...แล้วก็ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...
     
    “Aris ค่ะ...Arisa...แล้วคุณ?...” หญิงสาวแนะนำตัวเองด้วยชื่อที่เป็นได้ทั้งสองภาษาใกล้เคียงกัน..หากชายหนุ่มตรงหน้ากลับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกถาม...ก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป...
     
    “Ryuichi...ครับ...เรียก Ryu ก็ได้...”
     
    “Ryu..” เสียงทวนคำชื่อที่ได้ยินออกมา...ยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มพยักหน้าให้ว่าออกเสียงได้ถูก...ก่อนมือบางจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาดื้อ ๆ จนเจ้าของร่างต้องเลิกคิ้วขึ้นมอง...
     
    “ให้ฉันเลี้ยงกาแฟเป็นการขอโทษนะคะ...ฉันเพิ่งกลับมาญี่ปุ่นไม่ถึงเดือนไม่ค่อยมีเพื่อนที่ไหน..ถ้าไม่รังเกียจ...”
     
    “ได้ครับ...” เสียงตอบแทรกขึ้นทันที...ฝ่ายนั้นยิ้มออกมาได้อีกครั้งก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายไปยัง Coffee shop เล็กที่ทาง Club เปิดไว้ให้บริการเฉพาะสมาชิก...แว่นกันแดดที่เสียบไว้ตรงอกเสื้อจึงถูกนำขึ้นมาสวมใส่อีกครั้ง..
     
    “ชอบใส่แว่นเหรอคะ...” Arisa เอ่ยถามอย่างแปลกใจ...เธอเองก็มีแว่นกันแดดติดตัวเป็นประจำแต่ในตัวอาคารแบบนี้...Ryuichi พยักหน้ารับยิ้ม ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไร...แน่ใจในตอนนั้นเองว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้จักแน่ว่าเขาเป็นใคร...และความรู้สึกนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
     
    ...กาแฟหอมกรุ่นสองถ้วยตรงหน้าหมดไปอย่างไม่ทันรู้ตัว...เสียงพูดคุยออกมาเรื่อย ๆ อย่างถูกคอกระทั่งเรื่องที่สนทนาดำเนินมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวแปลกตาแถบชานเมือง...หญิงสาวอธิบายถึงลักษณะและว่าเธอเคยมีโอกาสผ่านไปหากไม่เคยได้ลงไปเที่ยวสักครั้ง...Ryuichi ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว...
     
    “ไปกัน...วันนี้ผมพาคุณเที่ยวเอง...คุณขับรถนำไปก่อนเดี๋ยวตามเอง...ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อเยอะนะ...ไปฝากท้องมื้อกลางวันด้วยเลย...”
     
    “เยี่ยมเลยค่ะ...” เสียงหัวเราะใสตอบกลับมาอย่างยินดีราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ...จากนั้นทั้งคู่ก็เดินตามกันออกมาที่ลานจอดรถอีกครั้ง...
     
    “รถคุณจอดตรงไหนคะ...” Arisa เอ่ยถาม...ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นนิด ๆ เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าชี้บอกให้...
     
    “Wow!!...” เสียงอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มยิ้ม ๆ... “เราสองคนคงมีเรื่องใหม่คุยกันอีกแล้ว...”
     
    “หืมม์...” Ryuichi ทำเสียงถามในลำคอ...ก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมาอย่างเข้าใจเมื่อหญิงสาวตรงหน้าชี้มือไปที่รถของเธอ...Lamborghini สีเหลืองสด...ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะเล่นรถแรงขนาดนี้...
    “Wow...” Ryuichi อุทานล้อเธอเบา ๆ ก่อนจะตรงไปยังรถของตัวเองหากอีกฝ่ายกลับเดินตามมาขวางหน้าไว้...
     
    “เดี๋ยวค่ะ...จะว่าอะไรมั้ยคะ...ถ้า...” คำพูดหยุดลงแค่นั้นก่อนจะยื่นกุญแจในมือให้ชายหนุ่มตรงหน้า... Ryuichi เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอะไร...
     
    “OK...” กุญแจรถในมือถูกยื่นให้อีกฝ่ายเช่นกัน... แม้แต่ตัวเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ที่ภายในใจไม่มีความเคลือบแคลงหรือระแวงสงสัยเลยสักนิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร...ประกายบางอย่างในดวงตาคู่นั้นสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้อย่างไม่เคยเป็น
     
    ...เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน...สำหรับคนโปรดปรานรถแค่ได้ฟังเสียงพวกนี้ adrenaline ในกายก็แทบจะเดือดพล่าน... Ferrari สีแดงสดเคลื่อนตัวออกไปโดยเจ้าของชั่วคราวตามติดด้วย Lamborghini สีเหลืองสดที่ควบคุมโดยชายหนุ่มพุ่งทะยานไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน...
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    “ J เดี๋ยวแวะซื้อของที่ระลึกในเมืองก่อนนะ...ว่าจะหาอะไรไปฝากเจ้าพวกนั้นซะหน่อย....แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปหาอะไรกินกัน” ร่างเล็กบอกแผนการต่อไปคร่าว ๆ ให้ชายหนุ่มผมทองที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอย่างขะมักเขม้น...หลังจากเพิ่งเลิกจากการเล่นสกี
     
    ....เสียเวลาขับรถอยู่เพียงไม่นานก็มาถึงจุดหมายต่อไปที่ต้องการมาเยือน....นั่นคือตัวเมือง Sapporo ...คนทั้งคู่ต่างสวมแว่นกันแดดก่อนลงจากรถ...เพราะถึงที่นี่ไม่ใช่โตเกียว....แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนรู้จักพวกเขา...
     
    “นายเข้าไปก่อนแล้วกัน...เดี๋ยวฉันจะแวะซื้อของแปปนึง” J บอกขณะที่กำลังจะพาเจ้าตัวเล็กเดินเข้าไปในร้านขายของที่ระลึก...Hyde หันกลับมาพยักหน้ารับรู้...ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเพียงลำพัง
     
    ....ของฝากของเมือง Sapporo วางเรียงรายกันมากมายอยู่บนชั้นวางของ...ทั้งของกินและของที่ระลึก...Hyde เดินเลือกของ 2-3 อย่างเพื่อจะนำไปฝากเพื่อน ๆ ในวงที่ท่าทางจะไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนไกล ๆ เหมือนพวกเขา....
     
    …แต่ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อสิ่งของเพลิน ๆ จนไม่ได้สังเกตว่ามีร่างใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในร้านขายของที่ระลึกนี้เช่นกัน.... ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองลอดผ่านแว่นกันแดดสีชาของตนเองไปยังร่างเล็กบางที่ยืนเลือกของอยู่ที่ชั้นวาง...สายตาจับจ้องอยู่นานอย่างไม่แน่ใจ จนในที่สุดคน ๆ นั้นจึงตัดสินใจก้าวเดินเข้าไปใกล้ ๆ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของ Hyde ที่ยังคงไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน
     
    “Haido-Chan”
     
    “ห๊ะ !! “ ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวแต่ก็ยังไม่ยอมหันหลังกลับไปมองในทันที...Hyde นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่หากเป็นแฟนเพลงที่จดจำเขาได้...เขาควรหาวิธีปฎิเสธเช่นไร ? หลังจากที่คิดทบทวนอยู่เพียงไม่นานร่างเล็กจึงตัดสินใจหันกลับไปช้า ๆ จนเมื่อดวงตากลมโตสังเกตเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาทัก...ความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาทันที
     
    “Kiyoharu !!” Hyde ส่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา...คน ๆ นี้คือเพื่อนสนิทเก่าแก่ของเขา...แต่เพราะพักหลัง ๆ ต่างแยกย้ายกันทำงานจึงทำให้ห่างหายการติดต่อกันไปบ้าง...และเพื่อนของเขาคนนี้ก็เป็นนักร้องนำวง Kuroyume (SADS) ที่มีชื่อเสียง...ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันที่นี่
     
    “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน...นายมาทำอะไรที่นี่ !! “ Hyde ร้องถามพลางยิ้มกว้างให้อย่างยินดี
     
    “ก็พอดีมาทำงาน...ทีมงานเลือก location ที่จะถ่าย PV ที่นี่...ว่าแต่นายเหอะมาทำอะไร ?“
     
    “มาเที่ยวน่ะ...แล้วตอนนี้กำลังเลือกของฝากไปฝากพวก Te-Chan” Hyde ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม...การที่ได้มาพบเจอเพื่อนเก่าในสถานที่เช่นนี้หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน...ทำให้มีเรื่องสอบถามและพูดคุยถึงสารทุกข์สุขดิบกันเรื่อยเปื่อย...จนในที่สุดท่าทางว่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ Kiyoharu ที่เข้ามากวักมือเรียกนักร้องนำของตน....การพูดคุยจึงต้องจบลงกะทันหัน
     
    “งั้นฉันไปก่อนนะ....ว่าแต่นายพักอยู่ที่ไหน ? เผื่อเราจะได้เจอกันอีก”
     
    “พักอยู่รีสอร์ท ### บนภูเขาน่ะ...”
     
    ...Kiyoharu พยักหน้ารับรู้...ก่อนจะนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้....
     
    “ว่าแต่นายมาเที่ยวคนเดียวเหรอ ? ” คำถามที่ได้ยินทำให้ Hyde อึกอักเล็กน้อย...คนที่รู้เรื่องของเขากับ J ก็มีแค่เพื่อน ๆ ในวงเท่านั้น...
     
    “หรือว่า....” Kiyoharu เริ่มลองเดาอะไรเล่น ๆ จากท่าทีของเพื่อนตัวเล็กของเขา...”มากับแฟน ?”
     
    ...คำพูดที่เดาส่งมาเล่น ๆ แต่กลับทำให้ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที...จนแม้แต่คนเดาก็สังเกตได้...
     
    “5555....นายนี่น่ารักจริง ๆ Haido เรื่องแค่นี้ก็ต้องหน้าแดงด้วย” Kiyoharu ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปจับหัวเจ้าตัวเล็กโยกไปมาเบา ๆ แต่สิ่งที่เขาได้รับการยืนยันจากท่าทางของอีกฝ่าย...คือ Hyde มาที่นี่กับคนรักของตนเองแน่นอน...ชั่วแว่บหนึ่งที่รอยยิ้มอย่างสนุกสนานเลือนหายไปจากริมฝีปากของ Kiyoharu
     
    “ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ...ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก...” Kiyoharu กางวงแขนกว้างก่อนจะสวมกอดร่างเล็กบางของ Hyde เอาไว้หลวม ๆ ซึ่ง Hyde เองก็อมยิ้มเล็กน้อยพลางลูบหลังอีกฝ่ายตอบเบา ๆ
     
    “Hyde… ” น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทองที่ปรากฏต่อสายตาของ Hyde ทำให้ร่างเล็กถึงกลับต้องรีบผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนอย่างรวดเร็ว...ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกันและไม่มีอะไรเกินเลย...แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากทำให้ J ไม่สบายใจ
     
    ...แต่ท่าทางของ Hyde ที่รีบผละออกห่างทันทีที่ได้ยินเสียง...นั่นกลับทำให้ Kiyoharu แปลกใจ...ชายหนุ่มจึงหันไปมองตามเสียงเรียกที่ได้ยินทางด้านหลัง...ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทอง...ใบหน้าคมเข้มนิ่งเฉย...แต่ Kiyoharu ก็รับรู้ได้ว่าดวงตาเรียวรีที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดสีชากำลังจับจ้องเขาอย่างไม่วางตา....
     
    ...ที่สำคัญหน้าตาและรูปร่างแบบนี้...คุ้นตาเขามาก...คน ๆ นี้มีชื่อเสียงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก...
     
    ...Onose J มือเบส Luna Sea…
     
    ...ทำไม ? ถึงมาทัก Hyde ....
     
    …แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม...ท่าทีของร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เป็นฝ่ายให้คำตอบนั้นแทน...เมื่อ Hyde สาวเท้าเดินไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มผมทอง...ฝ่ามือบางสอดปลายนิ้วประสานกับฝ่ามือที่ตกอยู่ข้างลำตัวของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น....
     
    “Kiyoharu ฉันมากับ J ...เอ่อ....J นี่ Kiyoharu เพื่อนเก่าฉันเอง...นายก็น่าจะรู้จักนักร้องนำวง Kuroyume (SADS) ไง” Hyde ผายมือข้างที่ว่างแนะนำเพื่อนเก่าให้ชายหนุ่มผมทองรู้จัก...
     
    ... J พยักหน้ารับรู้...เมื่อพอจะนึกออกแล้วว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่เป็นใคร...ฝ่ามือแกร่งอีกข้างที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตัวหนายื่นออกไปตรงหน้า...พลางเอ่ยคำทักทาย...โดยมืออีกข้างยังคงเกาะกุมมือบางของ Hyde เอาไว้แนบแน่น
     
    “ยินดีที่ได้รู้จัก...“
     
    “เช่นกัน...” ฝ่ามือแกร่งทั้งสองจับสัมผัสกันเพียงไม่นานก็แยกออก...และหลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผมทองอีก...
     
    “ถ...ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ...Kiyoharu...ถ้าโชคดีคงได้เจอกันอีก” Hyde เอ่ยคำลาพลางโบกมือให้พร้อมรอยยิ้มก่อนจะเป็นฝ่ายจูงมือพา J ออกไปด้านนอก...ปล่อยให้ Kiyoharu ยืนมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองไปอย่างเลื่อนลอย...คำถามที่เขาถาม Hyde เมื่อครู่ไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับจะออกมาในรูปแบบนี้
     
    …คนรักของ Hyde คือผู้ชาย....ที่ชื่อ Onose J คนนั้น...
     
    ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อ...แต่ท่าทางสนิทสนมจากการแสดงออกของคนทั้งคู่...ทำให้เดาเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย...และ Hyde ก็ดูจะเอาใจใส่และแคร์ความรู้สึกของคน ๆ นั้นมาก...จนรับรู้ได้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากแค่ไหน ?
     
    “ Hyde ทำไม ?...” เสียงครางเรียกชื่อเพื่อนร่างเล็กอย่างไม่เข้าใจ...ความรู้สึกพลุ่งพล่านในอกเมื่อรู้คำตอบว่า....เวลานี้ Hyde ถูกคนอื่นครอบครองไปเสียแล้ว...
     
    ...Kiyoharu เดินออกจากร้านขายของที่ระลึก...ตรงไปยังรถตู้ที่ทีมงานของเขาจอดรออยู่...ชายหนุ่มภายใต้แว่นกันแดดสีชาก้าวขึ้นไปนั่งเงียบ ๆ ภาพในความคิดมีเพียงภาพของ Hyde กับ J ที่เขาได้พบเจอเมื่อครู่....ทุก ๆ สิ่งที่คนทั้งคู่แสดงออกมันวนเวียนอยู่ในมโนสำนึกไม่ว่าจะพยายามสลัดมันออกไปเท่าใดก
    ็ไม่เป็นผล...
     
    ...หากคนที่ Hyde แนะนำให้รู้จักว่าเป็นคนรัก...เป็นผู้หญิง ความสับสนและว้าวุ่นใจคงไม่เกิดขึ้นมากมายปานนี้
     
    “ฉันอยากเปลี่ยนที่พัก” Kiyoharu เอ่ยขึ้นกะทันหันจนทำให้ผู้จัดการและเพื่อนร่วมวงต้องหันมามองอย่างงง ๆ
     
    “แต่เราจองที่พักไว้แล้ว...”
     
    “ยกเลิกซะ...ฉันอยากไปพักที่รีสอร์ท ### บนภูเขา” คำสั่งสั้น ๆ ได้ใจความ...ถึงแม้หลายคนจะยังไม่เข้าใจแต่ก็ต้องยอมทำตามในสิ่งที่ Kiyoharu ต้องการ...ดังนั้นทีมงานทั้งหมดจึงจำเป็นต้องย้ายไปปักหลักที่รีสอร์ทบนภูเขาแทน
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 82

    - 82 -
     
    “นี่ J “ Hyde เอ่ยปากเรียกชายหนุ่มผมทองที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเอนกายบนโซฟาตัวยาวอย่างสบายอารมณ
    “หืมม์” เสียงขานรับเบา ๆ โดยที่เจ้าของเสียงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ...
     
    “ J !! “ Hyde เรียกเสียงดังขึ้นพลางขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟาบ้างออกอาการงอนเล็ก ๆ เมื่อสิ่งที่เขากำลังจะพูดไม่ได้รับความสนใจ..หนังสือในมือ J ถูกดึงออกมาก่อนจะแทนที่ด้วยหนังสืออีกเล่มหนึ่ง...คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเวลาในการอ่านหนังสือถูกขัดจังหวะ...แถมยังงง ๆ เมื่อเห็นสิ่งที่ถูกแทนที่
     
    “สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ?” J อ่านชื่อหนังสือที่ Hyde เอามาเปลี่ยนกับหนังสือของเขา... เมื่อเหลือบมองใบหน้าของร่างเล็กดวงตากลมโตเป็นประกายเปี่ยมด้วยความหวังและกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
     
    “อะไร ?”
     
    “นายลืมเหรอ ?!! “ เสียงแข็งแฝงแววไม่พอใจเต็มเปี่ยมก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นอย่างโมโห Hyde เดินเลี่ยงไปหยุดยืนอยู่ริมหน้าต่างใบหน้างามบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์...J ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย...เขารู้ว่าสิ่งที่ Hyde หมายถึงคืออะไร ? แต่เพราะว่าหลังจากกลับมาวันนั้นเขาก็ยังคงมีงานยุ่งตลอด...ผลัดวันประกันพรุ่งจนเกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้ทำตามสัญญา...แต่เพราะระหว่างนั้น Hyde เองก็งานยุ่งไม่แพ้กัน...ดังนั้นคำสัญญาจึงถูกละเลยมาตลอดจนถึงตอนนี้
     
    ...ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดรอบเอวบางเอาไว้หลวม ๆ เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้ Hyde มีเวลาพักจากงานช่วงหนึ่งก่อนเริ่มการโปรโมทอัลบั้ม...เจ้าตัวเล็กเลยเริ่มทวงสัญญาจากเขา
     
    “ไม่เอาน่า Hyde นายโมโหเรื่องอะไรอีก ?” J ยังคงแกล้งลืมสัญญาแถมทำท่าไม่เข้าใจว่า Hyde โกรธเรื่องอะไร ?
     
    “ช่างเถอะ !! ก็ในเมื่อนายลืมมันไปแล้ว !! “เจ้าตัวเล็กสะบัดตัวออกไปจากอ้อมกอด ท่าทางยังคงฉุนเฉียวไม่หาย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่ตนเองจะเอ่ยปากทวงสัญญาในเมื่อเจ้าของคำสัญญาลืมเลือนมันไปหมดแล้ว
     
    “ไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไง ?”
     
    “คำพูดตัวเองยังลืมได้....ฉันพูดอะไรไปเดี๋ยวนายก็ลืมมันอีก..ขี้เกียจพูด !! “ Hyde กระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด...ริมฝีปากถูกกัดจนช้ำก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น...พยายามอย่างมากที่จะสะกดกลั้นอารมณ์เพราะไม่อยากต้องมาทะเลาะกันอีก....
     
    ...ก็เพราะ J ทำเหมือนมันไม่สำคัญถึงได้ลืมเลือนมันได้ง่ายดายแบบนี้....ทั้ง ๆ ที่เขาจดจำมันได้ดีและเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด...การที่ J ลืมมันทำให้เขารู้สึกน้อยใจ....
     
    ...Hyde ยังคงยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหงุดหงิด....ฝ่ามือบางบีบต้นแขนตนเองแรงขึ้นเพื่อสงบสติอารมณ์...และยิ่งได้รับรู้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังว่ากำลังเดินห่างออกไป...ไม่ยอมเข้ามาง้อทั้ง ๆ ที่เป็นความผิดของ J เองที่จำสัญญาไม่ได้...ยิ่งทำให้แรงบีบของฝ่ามือแรงขึ้น....เกร็งจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
     
    “นี่...” J สะกิดไหล่ร่างเล็กเบา ๆ แต่สิ่งที่ได้รับคือการขยับตัวหนีห่างออกไป...ทั้งไม่ยอมพูดและไม่ยอมหันมามองหน้า...จนชายหนุ่มผมทองต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับความเจ้าแง่แสนงอนของเจ้าตัวเล็ก
     
    “นี่....ฉันให้” J ขยับเดินตามเข้าไปใกล้พลางยื่นบางสิ่งไปตรงหน้า Hyde แต่เจ้าตัวก็ยังเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองสิ่งที่อยู่ในมือชายหนุ่ม...แต่ J ก็ยังไม่ละความพยายาม...ยื่นเจ้าสิ่งนั้นตามติดไปทุกครั้งที่ร่างเล็กเบือนหน้าหนี.... ดวงตากลมโตแอบเหล่มองเล็กน้อยด้วยความรำคาญก่อนจะเปลี่ยนเป็นหันกลับมาตั้งใจมองสิ่ง
    ที่อยู่ในมือชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา
     
    ...ตั๋วเครื่องบินไป –กลับ ฮอกไกโด...
     
    Hyde รีบหันกลับมามองหน้า J อย่างรวดเร็ว...ก่อนจะได้เห็นรอยยิ้มทะเล้น ๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย....ร่างเล็กจึงรู้ตัวว่ากำลังโดนแกล้งให้โกรธและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ J ไม่ได้ลืมสัญญา...
     
    “ไปแอบจองไว้ตอนไหน ?” Hyde รับตั๋วมาจากมือชายหนุ่มช้า ๆ ใบหน้างามแอบมีรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเก็บซ่อนเอาไว้ไม่มิด
     
    “ก็ตอนที่รู้ว่างานนายเริ่มน้อยลง....” J โอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอกช้า ๆ ลูบเส้นผมนุ่มเบา ๆ ปลอบประโลมให้หายโกรธ...แต่ท่าทาง Hyde จะหายงอนตั้งแต่เห็นตั๋วและรู้ว่า J จำได้...ดวงตากลมโตจับจ้องมองตั๋วในมืออย่างตั้งใจ...โดยไม่ได้สนใจว่า J ตั้งใจจะง้อมากแค่ไหน
     
    “พรุ่งนี้เหรอ ?” Hyde ร้องถามขึ้นมาทันทีที่เห็นวันที่ออกเดินทางที่อยู่บนตั๋ว
     
    “อืม...เราจะได้ไปเที่ยวกันตามลำพังแล้วนะดีใจมั้ย?” ชายหนุ่มทำท่าจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น...
     
    “งั้นเดี๋ยวฉันต้องรีบไปเก็บของก่อน !! “ ร่างเล็กร้องบอกอย่างตกใจก่อนจะสะบัดตัวหลุดออกมาจากอ้อมกอดพร้อมกับวิ่งหายไปจัดการเก็บกระเป๋าตามที่เจ้าตัวบอกอย่างรวดเร็ว...ปล่อยให้ J ยืนค้างอ้อมกอดที่กำลังจะโอบรัดแน่นขึ้นอยู่อย่างนั้น....เพราะท่าทางการไปเที่ยวจะได้รับความสนใจมากกว่าเขาที่อยู่ตรงนี้ไปเสียแล้ว....
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ~~~ สตูฯ LUNA ~~~
     
    “Ino!!...จะกลับแล้วเหรอ...”
     
    “อืม...” Inoran หันกลับไปตอบรับเบา ๆ... พลางหยุดยืนรอหลังจากเห็นแล้วว่าเจ้าของเสียงที่ตะโกนถามไล่หลังมาไม่ใช่ใครหากเป็นนักร้องนำของวงเพื่อนคนหนึ่งของตนนั่นเอง...
     
    “นายล่ะ?...” เสียงถามกลับไปสั้น ๆ ระหว่างเดินตรงไปยังลานจอดรถด้วยกัน....
     
    “คงยัง...จริงสิ...นายกับ Ken ไม่ไปไหนเหรอว่างตั้งหลายวัน...” Ryuichi ชวนเพื่อนคุยเพราะหลังจากยุ่ง ๆ มาพักใหญ่เพิ่งจะมีอาทิตย์นี้ที่มีวันว่าง... และไม่ต้องบอกก็คงรู้กันดีว่าคู่ที่มีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนก่อนใครก็เห็นจะไม่พ้น J กับ Hyde...
     
    “คงไม่...นอนอยู่ที่ห้องก็สบายดีอยู่แล้ว...” Ino ตอบเมื่อเดินกันมาถึงรถของตนพอดี...หลังโบกมือลากันเรียบร้อย Ryuichi ก็เดินเลยไปยังรถเฟอรารี่สีแดงของตนเองที่จอดอยู่อีกไม่ไกลนัก ใบหน้าขรึม ๆ ที่มองตามแผ่นหลังนั้นไปจึงเริ่มคลี่ยิ้มออกมานิด ๆ เพราะคำถามของเพื่อนไปเตือนความทรงจำให้คิดถึงใครคนหนึ่งที่มาอ้อนถามคำถามนี้กับเขา
    มาเมื่อเช้า...
     
    .....ติ๊ด ๆๆ...ติ๊ด ๆๆ...
     
    “Moshi Moshi”
     
    “Ino...ออกมารึยัง...ถึงไหนแล้ว...” เสียงคุ้นหูดังมาเหมือนคนพูดกำลังตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างจนคนฟังอดยิ้มออกมาไม่ได้
     
    “อยู่บนรถแล้ว...กำลังจะกลับ...”
     
    “เดี๋ยว ๆ...อย่าเพิ่งกลับนะ...” Ken รีบบอกรัวเร็ว... “เพื่อนมันโทรมาเมื่อเช้า...จะเปิดร้านใหม่ที่โรงแรม ## เลยว่าจะแวะเอาของขวัญไปให้...ไม่อยู่ในงานหรอก...เราไปกินข้าวเย็นต่อกันเลย...ไปด้วยกันนะ Ino” เสียงพูดวางแผนโน้มน้าวยืดยาวไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวคงคิดมาถ้วนถี่แล้วแน่ ๆ ที่จะไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้...
     
    “อืม...ครึ่งชั่วโมงเจอกัน...”
     
    “ค๊าบ...ขับรถดี ๆ นะ...” เสียงบอกอย่างห่วงใยก่อนจะพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้อีกหลายคำกว่าจะยอมวางหูลงได้... มือบางค่อย ๆ วางมือถือลงบนเบาะที่นั่งข้างตัวก่อนจะมองเลยไปทางที่รถเพื่อนจอดอยู่เมื่อครู่ก็เห็นเพียงความว่างเปล่า... เฟอรารี่สีน้ำเงินคันงามจึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวมุ่งไปยังที่โรงแรมที่หมาย... ที่ตั้งของโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากทางที่มากจากสตูฯของ LUNA มากนักดังนั้นใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีดี รถคันงามก็เริ่มเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถเป็นที่เรียบร้อย...
     
    …แว่นกันแดดที่เตรียมไว้ติดตัวเป็นประจำถูกหยิบขึ้นมาสวมเพื่อหลบเลี่ยงใบหน้าจากสายตาของผู้พบเห็น...แม้จะเห็นแล้วว่าที่นี่ดูเงียบสงบและออกจะเป็นส่วนตัวพอสมควรก็ตาม... ดวงตากลมใสมองซ้ายคว้าสำรวจของที่ต้องเอาติดตัวไปอีกครั้งพลางคว้าเสื้อโค้ทตัวสั้นมาสวมทับอีกชั้นก่อนจะก้าวลงจากรถ หากยังไม่มันจะก้าวพ้นลานจอดรถสายตาทั้งคู่ก็ไปสะดุดเข้ากับเฟอรารี่สีแดงเข้าเสียก่อน...
     
    “Ryu...” เสียงพูดกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าฝ่ายนั้นคงจะมีนัดกับใครไว้ตามเคย...ร่างบางจึงก้าวเท้าผ่านรถคันงามมุ่งตรงไปยัง coffee shop เล็ก ๆ ภายในที่นัดกันเอาไว้โดยไม่ได้ติดใจอะไรอีก...
     
    “ขอบคุณครับ...” เสียงบอกเบา ๆ เมื่อกาแฟหอมกรุ่นถูกวางลงตรงหน้า... Inoran กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวอย่างชื่นชอบในบรรยากาศเงียบสงบและการตกแต่งภายใน... ที่นั่งที่เลือกออกจะอยู่ในมุมส่วนตัวเพื่อไม่ให้เป็นทีสังเกตเจ้าของร่างจึงปล่อยความคิดล่องลอยไปกับความสวยงามของสวยญี่ปุ่นเล็ก ๆ ภายนอกอย่างเพลิดเพลิน...
     
    “Tetsu...”
     
    เสียงเรียกคุ้นหูจากด้านหลังทำให้ร่างบางที่กำลังเพลินอยู่ต้องเหลียวไปมอง...ดวงตากลมโตเบิกมองภาพที่เห็นจากระยะไม่ไกลนักด้วยอาการของคนไม่เชื่อสายตา...
     
    ...คงไม่แปลกหากเขาจะเห็น Ryuichi... ไม่แปลกถ้าเขาจะเห็นว่าเจ้าของชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นคนเดียวกับ Tetsu หัวหน้าวง L’Arc...ถ้าเพียงแต่คนคู่นั้นไม่ได้อยู่ด้วยกัน...
     
    “รอนานรึเปล่า...” Tetsu เอ่ยถามชายหนุ่มผมดำที่รออยู่...กำลังจะทรุดตัวลงนั่งเพราะเหนื่อยจากการรีบเร่งมา หากอีกฝ่ายกลับวางเงินค่าเครื่องดื่มลงบนโต๊ะพร้อมกับลุกขึ้นยืนคว้ามือเรียวขึ้นไปจูบเสียเฉย ๆ ทำเอาดวงตากลมภายใต้แว่นกันแดดสีชาต้องรีบมองไปรอบ ๆ ตัวเพราะเกรงว่าจะมีใครเห็นเข้า...
     
    “ไม่นานหรอก...มาถึงเมื่อกี๊เอง...” เสียงกลั้วหัวเราะตอบไปอย่างอารมณ์ดีทั้งที่เพิ่งโดนอีกฝ่ายสะบัดมือออกอย่างโกรธ ๆ จากการกระทำเมื่อครู่...
     
    “แล้วนัดมาที่นี่ทำไม...”
     
    “ไปคุยที่ห้องดีกว่า...นะ..” เสียงบอกก่อนจะรวบข้อมือบางเดินออกไปด้วยกันทันทีทิ้งให้ใครคนหนึ่งที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่ตลอดต้องมองตามไปอย่างพูดอะไรไม่ออก...
     
    .....ที่ร้านอาหาร.....
     
    “Ino...เป็นอะไรรึเปล่า...ไม่เห็นกินอะไรเลย...คิดอะไรอยู่...” เสียงถามอย่างห่วงใยจากคนตรงหน้าพร้อมกับสัมผัสที่แนบลงมาบนหลังมืออย่างอ่อนโยนทำให้เจ้าของร่างดึงตัวเองให้กลับมาสนใจกับอาหารบนโต๊ะได้อีกครั้ง
     
    “เปล่า...ไม่มีอะไร...” มือเรียวพลิกขึ้นบีบมือที่วางทาบอยู่เบา ๆ ที่นั่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวกับแสงน้อยที่ค่อนข้างน้อยของการตกแต่งร้านทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเห็น...
     
    “อร่อยรึเปล่า...ลองดูเมนูอื่นมั้ย...”
     
    “พอแล้วล่ะ...” Ino รีบปฏิเสธ...ก่อนจะเริ่มต้นจัดการกับอาหารตรงหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ... เสียงชวนพูดคุยไปอีกพักใหญ่กระทั่งของหวานหลังอาหารมาพร้อมอยู่บนโต๊ะร่างบางจึงเอ่ยถามบางอย่างออกมา...
     
    “อืม...พักก่อนนายว่า Tetsu ซึม ๆ ไป...ตอนนี้เป็นเขาเป็นยังไงบ้าง...”
     
    “ก็...ไม่มีอะไรแล้วนะ....คงเครียด ๆ สองสามอาทิตย์มานี่ก็ดูไม่ซึมแล้ว...กลับมาบ่นเก่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ...” Ken ได้ช่องกัดหัวหน้าวงเพื่อนสนิทตัวเองซะอย่างนั้น... Inoran ได้แต่พยักหน้ารับรู้เบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกครั้งเมื่อฝ่ายนั้นเตือนให้ทานมาก ๆ
     
    ....Ryu กับ Tetsu...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
     
    ....ติ๊ด ๆๆ...ติ๊ดๆๆ...
     
    Ryuichi ลืมตาขึ้นมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความง่วงงุน... ก่อนจะเริ่มขยับควานหาต้นตอของเสียงนั้น...ร่างในอ้อมแขนที่ซุกซบอยู่นิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะพลิกกายหนีเสียงนั้นไปอีกทาง ชายหนุ่มยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะรีบขยับกายขึ้นพิงหัวเตียงพลางเอื้อมคว้าโทรศัพท์มากดรับอย่างรวดเร็ว...
     
    “moshi moshi”
     
    “Ryu...ฉันเอง Ino”
     
    “หืมม์...Ino” เสียงทวนคำอย่างงุนงงก่อนจะรีบคว้านาฬิกาข้อมือของตนที่ถอดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู...
     
    “6 โมงเช้า...ฉันตาฝาดหรือว่าหูฝาดกันแน่ที่ได้ยินเสียงนายแต่เช้าแบบนี้...” Ryu พูดแซวเพื่อนกลับไปอย่างงง ๆ ดวงตาคมทอดมองไปยังร่างบอบบางที่นอนตะแคงหันหลังให้อีกครั้ง...มือแกร่งไล้ลงไปเบา ๆ บนต้นแขนเปล่าเปลือยที่พ้นจากผ้าห่มออกมา... สัมผัสนุ่มเนียนเย้ายวนจนต้องแนบจูบลงไปอีกครั้งทั้งที่เพิ่งห่างจากผิวเนื้อเนียนนั้นมาไม่ถึงครึ่งนาที...
     
    “ขอคุยได้รึเปล่า?...” Ino ถามกลับไปพร้อมกับค่อย ๆ ขยับกายออกจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างตัวเองอยู่...ใบหน้ายามหลับเหมือนกำลังอมยิ้มน้อย ๆ มือบางแตะลงที่แก้มของฝ่ายนั้นเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมเดินออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบกริบ...
     
    “ได้สิ...มีอะไรเหรอ?...”
     
    “เมื่อเย็น...ฉันไปที่โรงแรม ### “ Ino เริ่มเรื่องอย่างยากลำบาก...ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาภายในห้องรับแขก...
     
    “ฉันเห็นนาย...กับ Tetsu”
     
    Ryuichi นิ่งไปเล็กน้อย...ไม่ใช่เพราะตกใจ...หากยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคิดยังไงกับเรื่องนี้...
     
    “ใช่...ฉันกับ Tetsu ไปที่นั่น...แล้วตอนนี้เราก็ยังอยู่ด้วยกัน...”
     
    “Ryu...” Ino ครางเรียกชื่อเพื่อนออกมาอย่างหนักใจ... “นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร...แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน...คราว J ก็ทีแล้ว...กว่าเรื่องจะจบ...แล้วเรื่องของนาย...ฉันพูดตรง ๆ ถ้าไม่คิดจริงจังอย่ายุ่งกับเขา...”
     
    “แล้วสมมติว่าฉันเกิดคิดจริงจังล่ะ...นาย...จะว่ายังไง ?...”
     
    “คำตอบไม่ได้อยู่ที่ฉัน...มันอยู่ที่นายต่างหากว่าจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ เพราะหลายครั้งที่นายเคยคิดจะจริงจังแต่สุดท้าย...นายก็ยังเป็นนายมาจนทุกวันนี้...ไม่มีอะไรเปลี่ยน....Ryu ถ้าจะเล่น ๆ ฉันขอล่ะ...ความสัมพันธ์ของพวกเรากับพวกเขามันไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมวงการอีกต่อไปแล้ว...นายอย่าทำให้กลายเป็นเรื่องที่มองหน้ากันไม่ติดจะดีกว่า คน ๆ นั้นไม่เหมาะจะเป็นหมากในเกมของนาย.....หวังว่านายคงเข้าใจ.....บาย...”
     
    Ryuichi วางโทรศัพท์กลับลงที่เดิมอีกครั้ง...คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหนักใจ....คำพูดที่บอกไปแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
     
    ...คิดจะจริงจัง....
     
    มันมาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ หรือเพียงแค่อารมณ์นึกสนุกเท่านั้น….คำสัญญาที่เคยให้ไว้เขาจะรักษามันได้นานแค่ไหนกัน ?...
     
    ...ชายหนุ่มไล้มือลงบนผิวกายนุ่มเนียนข้างกายอย่างเบามือ...ก่อนจะขยับกายลงนอนเคียงข้าง...ลำแขนแกร่งโอบรอบเอวบางรั้งเข้ามาแนบชิด...ริมฝีปากได้รูปจุมพิตลงไปบนเนินไหล่ขาวสะอาด...
     
    ...ร่างในอ้อมแขนขยับกายน้อย ๆ ก่อนมือบางจะวางทาบลงบนท่อนแขนแข็งแกร่งดึงให้โอบรัดตนเองแน่นขึ้นอีก...
     
    “Ryu...u”
     
    …เสียงเรียกชื่อของตนที่ได้ยินจากปากอีกฝ่าย...กลับยิ่งทำให้ความคิดสับสนภายในจิตใจก่อเกิดมากมายขึ้นทุกที...คำถามผุดขึ้นมาในความคิดอย่างเลื่อนลอย...
     
    ...คนอย่างเขาพร้อมที่จะจริงจังกับใครรึยัง ?...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
    ....สนามบิน Chitose เมือง Sapporo….
     
    ...ทันทีที่ลงจากเครื่องและจัดการกับสัมภาระทุกอย่างเรียบร้อย... รถเช่าถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการท่องเที่ยวของพวกเขาครั้งนี้เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว... สถานที่พักเป็นรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งที่มักใช้ต้อนรับบรรดาผู้มีชื่อเสียงดังนั้นมันจึงมีความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษตรงตามที่ทั้งคู่ต้องการ...
     
    …บ้านพักแต่ละหลังถูกแยกออกห่างจากกันอย่างเป็นสัดส่วน...มองจากภายนอกทำจากท่อนซุงขนาดใหญ่มัดรวมกัน....มีออนเซ็นกลางแจ้งเล็ก ๆ เป็นของตัวเองไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร และภายในบ้านพักยังถูกตกแต่งอย่างมีสไตล์... มีส่วนห้องนั่งเล่นที่มีเตาผิงไฟให้ความอบอุ่นและส่วนของห้องนอนแยกเป็นอีกห้องหนึ่ง
    ....แถมด้วยส่วนของพื้นที่ทำครัวอีกเล็กน้อย
     
    ...Hyde ทิ้งกายลงนั่งบนโซฟาหน้าเตาผิงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้านิดหน่อยกับการเดินทาง...แต่เพียงแค่คิดว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งนี้...ความสุขก็เข้ามาแทนที่จนแทบทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
     
    ... ชายหนุ่มผมทองเดินออกมาจากห้องนอนหลังจากที่ขนสัมภาระทุกอย่างเข้าไปเก็บเรียบร้อยแล้ว...รอยยิ้มขำ ๆ ปรากฏขึ้นทันทีที่สังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กกำลังง่วนอยู่กับการทดลองจุดเตาผิงไฟสไตล์ฝรั่งที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
     
    “เปิดฮีตเตอร์เอาก็ได้...จะลำบากจุดเตาผิงทำไม ?” J เอ่ยถามขณะที่ทรุดลงนั่งเคียงข้าง...มือหนึ่งก็แย่งเอาไม้ขีดไฟในมือ Hyde มาซะดื้อ ๆ เพราะส่วนใหญ่เตาผิงก็เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับเท่านั้น...ถึงแม้มันจะใช้งานได้จริงก็ตาม...
     
    “ก็ฉันอยากจุด...โรแมนติคดีออก...เอาไม้ขีดมานี่นะ !! “ Hyde ยังคงดื้อรั้นแถมยังฉวยแย่งไม้ขีดไฟกลับไปได้ทันที... J เลยต้องปล่อยให้ร่างเล็กสนุกอยู่กับการจุดเตาผิง...ก่อนที่ตัวเองจะเดินมานั่งพักที่โซฟาเงียบ ๆ
     
    ...เสียงเปลวไฟเผาไหม้กับไม้ฟืนดังขึ้นเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าการจุดเตาผิงของ Hyde เป็นผลสำเร็จเรียบร้อยดีแล้ว...ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนรอยยิ้มแห่งความภูมิใจปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบางเล็กน้อย...พลางหลับตาสูดเอากลิ่นควันจาง ๆ ของไฟที่กำลังเผาไหม้เนื้อไม้...มันช่างเข้ากับบรรยากาศการตกแต่งบ้านพักหลังนี้เหลือเกิน...
     
    …Hyde หลับตาดื่มด่ำกับบรรยากาศเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกถึงสายตาคมที่กำลังจ้องมองมาทางตนเอง...ร่างเล็กเหล่มองคนที่นั่งจ้องหน้าเขาเขม็งนิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่... ก่อนจะแสร้งเชิดหน้าขึ้นทำท่าเหมือนไม่สนใจสายตาที่กำลังจ้องมองมาพลางสาวเท้าเดินเฉียดผ่านหน้าชายหนุ่มตั้งใจจะไปจัดข้าวของในห้องนอนบ้าง....
     
    ...แต่พอ Hyde กำลังจะเดินพ้นไปอุ้งมือแกร่งก็ฉวยจับข้อมือบางเอาไว้แนบแน่น... พร้อมกับฉุดรั้งให้ล้มตัวนอนลงบนโซฟาโดยมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทาบทับอยู่เบื้องบน...
     
    “เดี๋ยวนี้....ดื้อนักนะ....พูดอะไรไม่ยอมฟัง...” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากสองมือยังคงบีบข้อมือบางของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่น...เมื่อ Hyde เริ่มดิ้นรนพลางบิดข้อมือหมายจะให้หลุดจากการจับกุมของเขาไม่ยอมหยุด
     
    “ปล่อยนะ !! ฉันไม่ได้ดื้อสักหน่อย...”
     
    “ยังจะเถียงอีก...นายตอนนี้น่ะทั้งดื้อ...ทั้งเอาแต่ใจ...แถมยังขี้ใจน้อยอีกต่างหาก” คำพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างมีชัยเหนือกว่าของชายหนุ่มผมทอง ยิ่งทำให้ร่างข้างใต้ดื้อรั้นจะเอาชนะ Hyde ออกแรงบิดข้อมือและขืนตัวออกห่างมากขึ้น...ดวงตากลมโตถลึงจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่พอใจเมื่อตนเองฝืนสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้...เพราะโดน J กดล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนา
     
    “ลืมไปแล้วเหรอ ? ว่านายต้องฟังคำสั่งของฉันเท่านั้น....เวลาที่ฉันพูดอะไร...นายทำได้อย่างเดียวคือตอบรับและทำตามที่ฉันบอก...ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน !! “ เสียงแข็งเข้มในประโยคสุดท้ายพร้อมกับอุ้งมือแกร่งกดตรึงข้อมือบางติดกับพื้นโซฟาเอาไว้อย่างแน่นหนา...รอยยิ้มเยาะมุมปากพร้อมกับดวงตาที่แฝงแววดุดัน....ทำให้ร่างเล็กคิดไปถึงความทรงจำเมื่อครั้งเก่าก่อน...และตอนนั้นเขาก็กลัวแววตาและท่าทางแบบนี้ของ J
     
    ...เขากลัวมันจากส่วนลึกของหัวใจ....กลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...
     
    ...แต่เวลานี้มันกลับต่างกัน....เขาไม่ได้อยู่กับ J เพราะโดนบังคับ....และ J ก็ไม่ได้อยู่กับเขาเพราะต้องการแก้แค้นอีกต่อไปแล้ว....สิ่งที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพวกเขาต่างเปลี่ยนไป...
     
    ...เปลี่ยนเป็นอยู่ด้วยกันและเชื่อมโยงกันด้วยหัวใจ....
     
    “กล้าขู่ฉันเหรอ !! นายนั่นแหละที่จะหาว่าไม่เตือน...ถ้าไม่รีบปล่อย...เราจะได้เห็นดีกัน !! “ ร่างเล็กยังคงตะเบ็งเสียงเถียงกลับไปดังลั่น...แถมยังออกแรงดิ้นปัด ๆ ไม่ยอมหยุดอีก
     
    “นายจะทำอะไรได้ ?!! “ J ย้อนถามไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
     
    “ก็ปล่อยก่อนสิ !! “
     
    “ไม่ปล่อย !! ฉันจะลงโทษนาย...ที่กล้าขัดคำสั่งฉัน !!”
     
    “นายจะทำอะ...ไ... ?!!! …..อึ๊ !! “ เสียงตะคอกถามยังไม่ทันได้หลุดออกมาหมด...ริมฝีปากผ่าวร้อนของชายหนุ่มก็จัดการลงโทษริมฝีปากบางที่ส่งเสียงเถียงเขาแจ๋ว ๆ เมื่อครู่ซะสนิท...ปลายลิ้นอุ่นซอกซอนเข้าไปกวาดชิมอย่างเร่าร้อน...จนเมื่อรู้สึกว่าปลายลิ้นอีกฝ่ายเริ่มเข้ามาพัวพันตอบสนอง...
     
    ...J จึงยิ่งแนบริมฝีปากบดขยี้ลงไปให้เร่าร้อนรุนแรงมากกว่าเดิม....ความหอมหวานจากริมฝีปากของ Hyde ไม่เคยจางหายไป...และเขาก็ชอบที่จะลิ้มรสมันอย่างไม่รู้เบื่อ....ริมฝีปากแนบสนิทอยู่เนิ่นนาน...ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกช้า ๆ อย่างนึกเสียดาย
     
    ...ทันทีที่ริมฝีปากแยกออกจากกัน...เสียงหัวเราะจากคนทั้งคู่ก็แว่วมาให้ได้ยินทันที...สถานการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นกันเท่านั้นและ Hyde ก็รับรู้มันได้ตั้งแต่ต้น.....จึงไม่รู้สึกโกรธเคือง J แม้แต่น้อย
     
    …ชายหนุ่มผละลุกขึ้นจากการทาบทับร่างเล็ก...พร้อมกับขยับเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยมีร่างเล็กบางตามเข้ามาเอนซบอยู่ในอ้อมกอด วงแขนแกร่งโอบกอดร่างบอบบางเอาไว้แนบแน่น...
     
    ....ความสุขที่ได้รับในเวลานี้….มันมากมายเหลือเกิน...มากจนกลัวว่าวันหนึ่งหากความสุขนี้จางหายไป...เขาจะทนรับมันได้รึเปล่า ?...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

    Love Punish 81

    - 81 -
     
    “เมี๊ยว...เมี๊ยว~~~”
     
    เปลือกตาบางที่เพิ่งจะปิดสนิทลงไปได้ไม่นานกลับต้องเปิดขึ้นอีกครั้งเพราะเสียงร้องเรียกของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ จากอีกด้านหนึ่งของประตู... Inoran สะบัดผ้าห่มออกจากตัวอย่างงัวเงีย...ร่างบางในชุดนอนผ้าสำลีเนื้อนุ่มเพ่งตามองนาฬิกาเรือนเล็กข้างเตียง...เกือบ 4 นาฬิกาของวันใหม่แล้ว...
     
    ‘ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...จะรอจนกว่านายจะยอมออกมา...จะรอจนกว่านายจะหายโกรธ...’ คำพูดที่ได้ฟังเมื่อกว่าชั่วโมงก่อนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง...เมื่อเจ้าของห้องร่างบางจรดฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ
     
    ...ยอมเปิดเพราะแมวมันร้องเรียกต่างหาก....
     
    เสียงบอกกับตัวเองในใจก่อนจะค่อย ๆ เปิดบานประตูที่ปิดสนิทออก...นัยน์ตากลมโตเบิกมองภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาก่อนจะส่ายหัวไปมายิ้ม ๆ จ้องมองเจ้าเหมียวตัวยุ่งที่กำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากอ้อมกอดของใครคนห
    นึ่งที่นั่งเอนกายพิงหลับอยู่กับผนังทางเดินแคบ ๆ ตรงปากประตูห้อง...
     
    “Ken...Ken ปล่อย...” Inoran ส่งเสียงเรียกพลางย่อตัวลงพยายามจะดึงร่างของเจ้าแมวออกมาจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย...เจ้าเหมียวอีกตัวที่เดินวนเวียนอยู่ห่าง ๆ จึงรีบเดินเข้ามาเมียงมองเจ้านายทั้งสองของพวกมันอย่างสนใจ...
     
    “อือ...อ้าว...Ino!!” Ken ร้องเรียกเสียงลั่นออกมาด้วยความยินดี... สองแขนรีบคลายออกจากร่างเจ้าเหมียวโดยอัตโนมัติเพื่อให้อีกฝ่ายดึงตัวเอาไปได้อย่างที่ต้องการ...และทันทีที่ร่างบางตรงหน้าขยับลุกขึ้นยืนอีกครั้ง...ชายหนุ่มก็รีบขยับลุกตามพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้อย่างเอาใจ...
     
    “หายโกรธแล้วใช่ม้า~~...ฉันขอโทษนะ...”
     
    “เรื่องอะไร?...” เสียงถามขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่หันไปมอง...เพราะเจ้าตัวยังสนใจอยู่กับการสำรวจร่างกายของเจ้าเหมียวในอ้อมแขน... เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็เริ่มคลี่ยิ้มหยอกล้อกับมันต่อโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเช่นเดิม...
     
    “ก็...” Ken ลากเสียงยาวเหมือนจะดึงให้อีกฝ่ายอยากรู้... “เรื่องที่ฉันเข้าใจผิด...แล้วก็เรื่องที่นายบอกว่า...”
     
    “ช่างมันเถอะ...” Ino พูดขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว... จากที่ยืนหันข้างให้ในตอนแรกกลับกลายเป็นยืนหันหลังให้อีกฝ่ายเต็มตัวเมื่อรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าขึ้นมาอีกครั้ง...
     
    Ken ยืนอมยิ้มมองร่างบางที่ยืนหันหลังให้อย่างรู้ทัน...ความรู้สึกอยากแกล้งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วร่างกายก็ตอบสนองต่อความคิดนั้นทันที...
     
    “ถ้าช่างมันก็หันหน้ามาคุยกันดี ๆ สิ...หันหลังให้แบบนี้ก็แสดงว่ายังโกรธอยู่น่ะสิ...” คนพูดแกล้งขยับเข้าไปจนชิด...
     
    “ตี 4 แล้วจะคุยอะไรอีก...จะกลับก็ไปได้แล้ว...” Ino หันมาพูดกับชายหนุ่มอีกครั้ง...จึงได้เห็นรอยยิ้มแปลก ๆ บนริมฝีปากของอีกฝ่าย...คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันทันทีด้วยความไม่พอใจ...หากยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมา Ken ก็ยื่นมือมาคว้าเจ้าเหมียวไปจากอ้อมแขนก่อนจะโยนตุ้บ??ลงไปบนพื้นท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตกใจของทั้งคนทั้งแมว ก่อนจะรั้งตัวอีกฝ่ายลากกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง...
     
    “อะไรของนาย...โยนไปแบบนั้นมันเจ็บนะ...” Ino ปัดแขนชายหนุ่มที่กำลังจัดการปิดประตูห้องให้พ้นไปจากร่างของตนอย่างโกรธ ๆ...
     
    “ไม่เจ็บหรอก...ฉันระวังอยู่แล้ว...มันลงไปยืนปลอดภัยนายก็เห็นไม่ใช่เหรอ...” Ken รีบบอกพลางฉวยข้อมืออีกฝ่ายทำท่าจะจูงไปคุยกันที่เตียง...
     
    “ฉันเดินเองได้...” Ino บอก...พลางดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม...ชายหนุ่มหันกลับมามองยิ้ม ๆ อีกครั้งก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังรุนร่างอีกฝ่ายให้เดินนำหน้าไปแทน...
     
    “รู้ว่าเดินเองได้...อย่าเพิ่งโกรธสิ...” เสียงกระซิบบอกเบา ๆ ที่ข้างหูพร้อมกับปลายจมูกที่เฉียดผิวแก้มไปอย่างจงใจทำให้ร่างบางหันขวับไปมองพร้อมกับขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินต่อ...
     
    “นายจะเข้ามาในนี้ทำไม...ไหนบอกว่าจะกลับไม่ใช่เหรอ...ก็ไปสิ...” Ino ว่าพลางขยับตัวให้พ้นจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้นทุกที...
     
    “ไล่อีกคำเดียวจะกลับไปเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ที่นี่เลย...” เจ้าเหมียวยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับไปทำเอาคนฟังชะงักไปชั่วครู่เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายพาร่างบางไปนั่งด้วยกันที่เตียงได้สำเร็จ...
     
    “Ino~~~...” เสียงเรียกหวานหูแทนที่จะทำให้เจ้าของชื่อรีบหันมาหากลับกลายเป็นขยับตัวห่างออกไปอีกโดยอัตโนมัติ... คนเรียกจึงได้แต่ยกมือเกาหัวตัวเองแก้เก้อก่อนจะเขยิบตามเข้าไปจนชิดอีกครั้ง...
     
    “ขอโทษอีกครั้งเรื่อง Eli นะ...” Ken บอกพลางโอบร่างอีกฝ่ายเข้าหาตัวเองช้า ๆ...รู้สึกถึงแรงฝืนนิด ๆ จึงใช้แขนทั้งสองข้างรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้ทั้งตัว... Ino เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง... ดวงตาเรียวรีที่มองมาอย่างวิงวอนทำให้เจ้าของร่างยอมซบหน้าลงกับอกกว้างตามแรงกอดรัดนั้น...กลิ่นบุหรี่อบอวลอยู่ในเนื้อผ้า...สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้เส้นผม...ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เคยคุ้นโดยไม่รู้ตัว...
     
    “ฉันรักนาย...”
     
    “ใครถาม?...”
     
    “ไม่ต้องมีใครถามก็อยากบอก... อยากตะโกนบอกทุกคนในโลกนี้ให้รู้ด้วยซ้ำว่าฉัน...Kitamura Ken... คนนี้รัก Inoue Kiyonobu คร๊าบบบ..” เสียงตะโกนยืดยาวของชายหนุ่มเรียกให้ร่างบางที่พยายามทำท่าไม่สนใจต้องออกแรงทุบลงไป
    บนท่อนแขนแข็งแกร่งนั้นจนได้...
     
    “ทำแบบนั้นก็คนบ้าแล้ว...” เสียงว่าดังออกมาจากริมฝีปากบาง... หากใบหน้าที่ซุกซบอยู่กลับก้มต่ำลงมากยิ่งขึ้นเพื่อปิดบังผิวแก้มที่แดงระเรื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังอาย...เสียงหัวเราะแว่วมาให้ได้ยินเบา ๆ บ่งบอกถึงความสุขเปี่ยมล้นไม่ปิดบัง...
     
    “ฉันดีใจจัง ตอนที่ได้ยินนายบอก มันเหมือน...ปมที่อยู่ในใจมาตลอดมันหายไป...รู้มั้ยที่ผ่านมาถึงจะบอกตัวเองมาตลอดว่า...เรารู้สึกตรงกัน...แต่ฉันก็ไม่เคยแน่ใจ...ไม่เคยเลย...” เสียงพูดขาดหายไป...หากอ้อมกอดกลับยิ่งรัดแน่น...
     
    “มันสำคัญนักเหรอ...แค่คำพูด...” แขนที่วางนิ่งอยู่ข้างตัวขยับยกขึ้นโอบรอบกายอีกฝ่าย
     
    “สำคัญทุกอย่างถ้ามาจากนาย...” อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างอยู่ค่อยคลายออกเพื่อมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด...
     
    “Ino...เรารักกันใช่มั้ย...” คนถามจ้องหน้าอย่างต้องการคำตอบ...หากคนฟังกลับหลบตาวูบ...เลือดร้อน ๆ วิ่งขึ้นสู่ผิวแก้มขบริมฝีปากตนเองเอาไว้แน่น... อาการทุกอย่างไม่อาจลอดพ้นสายตาของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้จนลมหายใจกรุ่นรดกัน...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว...มือแกร่งขยับขึ้นสัมผัสแก้มนุ่มเนียนอย่างอ่อนโยน...
     
    “คงไม่ต้องตอบแล้วมั้ง...หน้านายฟ้องหมดแล้ว...” คนพูดรวบตัวเจ้าของใบหน้าแดงก่ำเข้ามาในอ้อมกอด...ไซ้จมูกลงไปบนผิวแก้มร้อนผ่าว...เรื่อยลงไปจนถึงซอกคอขาวสะอาด...ในขณะที่เจ้าของร่างเริ่มขืนตัวออกห่าง...
     
    “K..Ken...” เสียงเรียกแผ่วเบาตรงข้ามกับหัวใจภายในที่เต้นรัวเร็วขึ้นทุกที...สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเผื่อใจไปคิดถึง...
     
    “หอมจัง...” เจ้าของฝ่ามืออุ่นที่กำลังลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังส่งเสียงบอกออกมาทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ละจากซอกคอ...ไรหนวดอ่อน ๆ สัมผัสไปทั่วผิวเนื้อจนเจ้าของร่างต้องยกมือขึ้นดันแผ่นอกกว้างเพื่อให้พ้นจากการรุกรานนั้น...
     
    “ปล่อย...K...อื้อ...” ริมฝีปากถูกปิดแนบสนิทลงมาอย่างไม่ให้ตั้งตัว...มือแกร่งเลื่อนขึ้นกดรั้งท้ายทอยบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างเร่าร้อน... เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าลึกเข้าไปพัวพันตามติดบังคับให้อีกฝ่ายตอบสนองจนกระทั่งเสียงประท้วงในลำคอเงียบลงในที่สุด...
     
    “อื้ม...ม...” ร่างบางส่งเสียงครางในลำคอออกมาเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงจุดสิ้นสุดของลมหายใจ... เปลือกตาบางที่ปิดสนิทเปิดกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างกายถูกบังคับให้เอนกายราบลงกับที่นอนหนานุ่ม... มือแกร่งที่ลูบไล้แผ่นหลังเลื่อนมาสำรวจอยู่ที่ผิวอ่อนบางช่วงเอว...เจ้าของร่างจึงออกแรงดิ้นรนมากขึ้นเพื่อห้ามการกระทำของอีกฝ่าย...
     
    “อื้อ...อย่า...Ken” ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ...เสียงร้องห้ามก็แทรกขึ้นมา... ใบหน้างามเบี่ยงหลบริมฝีปากและปลายจมูกของร่างเบื้องบนในขณะที่มือเรียวก็พยายามห้ามมือแกร่งที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวกระดุมเสื้อให้หยุดการกระทำนั้น...
     
    “Ken!! ฉันบอกให้หยุด!!...” เสื้อนอนที่สวมใส่อยู่ถูกทึ้งออกจากร่างไปแล้วขณะที่รวบรวมกำลังห้ามเสียงแข็งออกมาอ
    ีกครั้ง...หากชายหนุ่มก็ยังโถมกายทาบทับตามลงมาอีกครั้งอย่างไม่ฟังเสียง...ซอกคอขาวสะอาดถูกฝากรอยขบเม้มจนแดงระเรื่อไม่เหลือที่ว่าง...
     
    “ไม่...อื้อ...อย่า...” เสียงที่ออกมาเริ่มสั่นจนบังคับไม่ได้...ใบหน้างามพลิกซบแนบลงกับหมอนใบนุ่ม...ฝืนดิ้นรนจนสุดแรงเมื่อพันธนาการที่เหลือกำลังถูกเปลื้องออกจากร่าง...แม้จะไม่ปฏิเสธว่าชอบ...แต่เขาไม่เคยคิดไกลถึงเรื่องนี้...การเป็นฝ่ายถูกกอด...
     
    “Ino...มองฉัน...” ชายหนุ่มที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยคำพูดแรกออกมา...มือแกร่งจับปลายคางเรียวให้หันกลับมามองตน...เมื่อไม่อาจทนกระทำเรื่องฝืนใจอีกฝ่ายต่อไปได้...หากวินาทีนี้จะให้เขาถอยหลังอีกก็ไม่ได้เช่นกัน...
     
    “ฉันไม่อยาก...ต้องกอดคนอื่นโดยจินตนาการว่าเป็นนายอีกแล้ว...” ดวงตาเรียวรีจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งเหมือนจะบอกว่าคน ๆ นี้ต่างหากที่เขาอยากได้มาอยู่ในอ้อมแขนมากที่สุด... Inoran เบิกตามมองคนพูดอย่างตกตะลึง... ริมฝีปากบางขยับจะเอ่ยคำพูด...หากจนแล้วจนรอดเขาก็ไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้ง...คำพูดที่ตรงกันกับสิ่งที่เคยผ่านเข้ามาในความคิด...อ้อมกอดที่ไม่ว่าใครก็แทนที่ไม่ได้...
     
    “Ken...ฉัน...” ริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงมาเหมือนจะยืนกรานในสิ่งที่ตนเองบอก...เรียวลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปพัวพันอย่างเร่าร้อนเอาแต่ใจ เปลือกตาบางข่มแน่นลงอีกครั้งเมื่อไม่อาจต้านทานแรงรุกเร้าของอีกฝ่ายได้... ริมฝีปากผละจากกันอีกครั้งเพื่อปลดเปลื้องพันธนาการของตนออกไป...
     
    ... ดวงตาเรียวรีจ้องมองร่างข้างใต้ที่นอนหายใจหอบอย่างหลงใหลก่อนจะโถมกายทาบทับลงมาแนบสนิทพัวพันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว...ฝ่ามือร้อน ๆ ไล่สัมผัสไปทั่ว...ผิวกายเปลือยเปล่าเสียดสีปลุกเร้าอารมณ์รักจนกระเจิดกระเจิงยากแก่การควบคุม...
     
    “อ่ะ...อ๊า...K..Ken” เสียงครางเรียกชื่อดังออกมาไม่ขาดปาก เมื่อชายหนุ่มเลื่อนกายครอบครองส่วนอ่อนไหวเบื้องล่าง...เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพราย... ปลายนิ้วเรียวจิกขยุ้มผ้าปูที่นอนเกร็งแน่นเมื่อชายหนุ่มเร่งจังหวะเร่าร้อนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์... ร่างบางหยัดกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมา...
     
    ...Ken กลืนกินส่วนที่ตามมาลงไปก่อนจะเลื่อนกายขึ้นจูบที่กลีบปากบางอย่างอ่อนโยน... เปลือกตาบางปรือขึ้นมอง ลมหายใจหอบสะท้านเบือนหน้าหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว...เมื่อรู้สึกถึงรสชาติของตัวเองที่ส่งผ่านปลายลิ้นอุ่นมา เสียงหัวเราะเบา ๆ ลอยมาเข้าหู... แก้มนุ่มเนียน...ซอกคอขาวสะอาดถูกฝังจูบซุกไซ้ปลุกเร้าอารมณ์รักขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว... เปลือกตาบางข่มแน่นอีกครั้ง...กลัวจนแทบลืมหายใจเมื่อเรียวขาขาวถูกบังคับให้แยกออกโดยร่างที่ทาบทับอยู่...
     
    “Ino...ไม่ต้องกลัว...ฉันจะทำช้า ๆ นะ...อย่าเกร็ง...”
     
    “อ๊ะ...” ร่างบางกระตุกเยือกส่งเสียงออกมาเบา ๆ ทันทีที่ร่างกายถูกรุกล้ำจากปลายนิ้วเรียวชุ่มโชก...เจ็บจนต้องนิ่วหน้าเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับเพิ่มจำนวนนิ้วมากขึ้น...ลมหายใจขาดห้วงร่างกายฝืนเกร็งจนอีกฝ่ายรู้สึกได้...
     
    “Ino...” Ken โน้มกายลงจูบที่กลีบปากบางอีกครั้ง... “อย่ากลั้นหายใจ...ปล่อยมันออกมา...ไม่มีอะไรต้องกลัว...” เสียงนุ่ม ๆ เวียนบอกซ้ำอยู่เช่นนั้นพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากที่ไปทั่วใบหน้า...แก้มและคาง...เสียงครางเบา ๆ ลอยมาเข้าหูเรียกรอยยิ้มจากคนฟังก่อนจะค่อย ๆ ถอนนิ้วของตนเองออกมา...แทนที่ด้วยสิ่งที่รุ่มร้อนกว่าอย่างรวดเร็ว...
     
    “อ่ะ...จ..เจ็บ...Ken...อ๊า..” เสียงกรีดร้องพร้อมกับช่องทางที่บีบรัดเข้ามา จนชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากข่มอารมณ์ของตนเองไว้เพียงนั้น...ริมปากได้รูปประกบจูบร้อนแรงลงไปอีกครั้ง...มือแกร่งสอดนิ้วล็อคมือบางที่ผลักไสกดตรึงไว้กับที่นอน...ก่อนจะเริ่มขยับกายช้า ๆ...
     
    “อ้า...อา...” เสียงหอบครางลอดผ่านริมฝีปากที่เป็นอิสระออกมาอีกครั้ง...ใบหน้างามพลิกสะบัดนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดตามจังหวะแทรกกาย... ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดเป็นจังหวะยิ่งเร่งให้ชายหนุ่มเร่งความเร็วอยากเป็นเจ้าของอีก
    ฝ่ายเร็วไว...
     
    “อะ...อ๊าาาา...” เสียงกรีดร้องสุดท้ายออกมาเมื่อร่างกายถูกนำพาไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง...มือบางที่สาวยุดผ้าปูที่นอนเริ่มคลายออกช้า ๆ รับรู้ถึงของเหลวอุ่นวาบเข้ามาในกาย... เสียงลมหายใจหอบผสานกันจนแยกไม่ออก... รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากได้รูปอย่างอิ่มเอมก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกลงนอนเคียงข้างลำแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบางเอาไว้แนบแน่น...จูบเบา ๆ ที่โคนผมเรื่อยลงมาตามผิวแก้มเนียน...
     
    “ฉันรักนาย...” คำบอกย้ำเหมือนจะแทนในส่วนที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดออกมา...ร่างบางปรือตาขึ้นมองช้า ๆ ความสุขที่ปรากฏให้เห็นจากใบหน้าของอีกฝ่ายเรียกรอยยิ้มน้อย ๆ จากริมฝีปากบางได้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ...ความเจ็บปวดที่ได้รับเหมือนจะจางหายจนแทบไม่เหลืออยู่ในความทรงจำ...
     
    ...Inoran ขยับพลิกกายซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของอบอุ่นนั้น... เป็นภาษากายที่อยากสื่อไปถึงว่าความรู้สึกที่เขามีให้ก็ไม่ต่างจากที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเป็นคำพูด...ความเย็นจากเครื่องปรับอาการค่อย ๆ แผ่เข้ามาให้ได้รู้สึก... นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมรุ่ยร่ายบนใบหน้างามให้อย่างอ่อนโยนพร้อมกับแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากแผ่ว ๆ ไม่ถึงนาทีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังออกมาให้ได้ยิน มือแกร่งที่กำลังขยับลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดหยุดชะงักลงช้า ๆ เสียงบ่นพึมพำกับตนเอง...
     
    “ชักจะหึงเจ้า Morpheus* แล้วนะเนี่ย...นอนเก่งแบบนี้...เจ้านั่นก็ได้อยู่กับนายมากกว่าฉันอีก...แง๊ว
     
    ps. * เทพแห่งความฝัน...
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
     
    ~~~ สตูฯ L’Arc ~~~
     
    “อ้าว...Yukihiro-san”
    Yukky หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์เอาไว้พร้อมกับหันมามองเจ้าของเสียงเรียก...เด็กทีมงานคนหนึ่งในสตูฯนั่นเอง..
     
    “ว่าไง...ไม่เจอตั้งหลายวัน...”
     
    “สบายดีครับ...ทำไมมาตอนนี้ล่ะครับ...วันนี้ไม่ได้...”
     
    “พอดีต้องอยู่เฝ้าไข้น้องน่ะ...เลยสายไปหน่อย...ต้องรีบขึ้นล่ะเดี๋ยวโดนบ่นหูชา...ไว้คุยกันใหม่นะ...” Yukky ยื่นมือไปตบไหล่อีกฝ่ายเป็นการขอโทษเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์ไปปล่อยให้อีกฝ่ายเกาหัวแกร่ก ๆ ด้วยความงง...
     
    “วันนี้ Tetsu-san สั่งงดซ้อมนี่นา...จะรีบทำไมอ่ะ...”
     
    ....แกร๊ก...แอด...
     
    “มาแล้วจ้า...ขอโทษที่มา....สาย....” ดวงตาเรียวเล็กเบิกขึ้นมองความว่างเปล่าภายในห้องซ้อมอย่างมึน ๆ...รึจะติดไข้น้อง...เจ้าตัวจัดการยกมือขึ้นขยี้ตาก่อนจะลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง...
     
    (music).......เหมือนกำแพงถูกเขาปล่อยร้าง...เหมือนคนสร้าง...ไม่ได้ตั้งใจ....bla ๆๆๆ (-- ----“)
     
    “ไปไหนกันหมดอ่ะ...แค่มาสายแค่นี้ถึงกับหนีกลับบ้านกันเลยเหรอ...เค้ารีบมาแล้วนะ...แง๊!!!~~~”
     
    <<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
     
     
     
    March 02

    sorry

    โทษทีเพิ่งแวะมา พอดีเอาไฟล์ใน แฮนดี้ไดร์ฟออกหมด เวลามาเล่นเนตมันเลยไม่มีจะลงอ่ะนะ
    แล้วก็ลืมเซฟมาใหม่ทุกที -*- โทดทีนะ แต่พอดีวุ่น ๆ อยู่ด้วย
    ไว้จะมาต่อให้ ส่วนเรื่องตอบใน guboard เปนเมมเบอร์ก่อนถูกแล้ว (กว่าจะมาตอบคงโพสต์กันเปนแล้วมั้ง - -")
    ก็คลิกที่คำว่า "reply topic" นี่แหละ (มันจะอยู่ด้านบนอ่ะนะ)