| yamamura 的个人资料-'๑'-.....MY FICTION.......照片日志列表 | 帮助 |
|
2月11日 Love punish 80- 80 -
“J!!...ก...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” Hyde ร้องถามไปอย่างร้อนรนพร้อมกับผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว...ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านไปจนถึงใบหู...ไม่กล้ามองสบตาชายหนุ่มแม้แต่น้อย....สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่ J คงเห็นมันจนเต็มสองตา “นายทำอะไรอยู่ ?” ชายหนุ่มผมทองอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมกับทรุดนั่งลงเคียงข้าง Hyde บนเตียงนอน...ไม่ยอมแม้จะตอบสิ่งที่ร่างเล็กถามไปเมื่อครู่...และเมื่อเห็นว่า J นั่งลงเคียงข้างกลับเป็น Hyde เองที่กระเถิบกายถอยหนีออกไปเล็กน้อย
“ม...ไม่ได้ทำ...” ร่างเล็กตะกุกตะกักตอบทั้ง ๆ ที่รู้ว่า J คงเห็นเต็มสองตาแล้วว่าเขากำลังทำอะไร
“จริงเหรอ” ชายหนุ่มกระซิบถามพร้อมขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ามือแกร่งยื่นไปสัมผัสที่โคนขาบาง...ก่อนจะเอ่ยปากถามต่อพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วนี่อะไร ?” คราบของเหลวสีขาวขุ่นกำลังไหลเรื่อยอยู่บนปลายนิ้วของชายหนุ่ม...เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะมัดตัว Hyde ว่ากำลังทำอะไร ?...คำถามและหลักฐานที่อยู่บนปลายนิ้วของ J ยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมหันรีหันขวางหมายจะหาสิ่งใดมาช่วยแก้ต่างกับสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นเมื่อครู่...แต่เมื่อไร้หนทาง Hyde เลยแกล้งทำหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ซะอย่างนั้นโทษฐานที่โผล่มาแล้วเห็นความลับของเขา...
...ความลับที่น่าอับอาย...
“จะทำอะไรเล่า !!! เห็นแล้วยังจะมาถามอีก !!” Hyde ทำเสียงดังใส่กลบเกลื่อนความเขินอายพร้อมกับทำท่าจะผุดลุกลงจากเตียง...หนีหน้าไปซะดื้อ ๆ แต่อุ้งมือแกร่งก็ไวกว่าฉวยจับเอาทั้งตัวคนและหลักฐานเอาไว้ได้ทัน...พร้อมกับออกแรงดันร่างเล็กบางให้ไปติดกับหัวเตียง...พลางขยับตัวให้เข้าไปอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของ Hyde ...
... ใบหน้าคมโน้มลงจนแนบชิดกับต้นขาบางที่ยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบแห่งความสุขสมที่เจ้าตัวเพิ่งจะปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่...แต่ยังไม่ทันที่ Hyde จะเอ่ยคำพูดใด ๆออกมา...ปลายลิ้นร้อน ๆ ก็แนบสัมผัสโคนขาจนร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ..!! “ คำอุทานที่หลุดลอดออกมาเบา ๆ เพราะปลายลิ้นเร่าร้อนกำลังเคลื่อนไหวไล้เลียคราบของเหลว...จากต้นขาเรื่อยมาจนหน้าท้อง...แผ่นอกเนียนบาง...และสุดท้ายที่ริมฝีปากอิ่มสวย... ชายหนุ่มมอบจุมพิตแนบสนิทพร้อมกับแทรกปลายลิ้นเข้าไปพัวพันให้ร่างเล็กได้ลิ้มรสชาติความสุขสมที่หลั่งรินออกมาจากกายตน...
...ปลายเท้าถูกยกขึ้นพาดบ่าร่างสูงเอาไว้...เมื่อ J ผละริมฝีปากออกและเคลื่อนกายไล่จุมพิตต่ำลงมาเรื่อย ๆ จากริมฝีปาก...ซอกคอ ...แผ่นอกบาง...จุมพิตไล่วนนัวเนียอยู่ที่หน้าท้องแบนราบครู่ใหญ่...จน Hyde ต้องแขม่วท้องเกร็งตัวด้วยความรู้สึกปั่นป่วนซาบซ่าน...ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะปลดปล่อยด้วยตนเองเมื่อครู่แต่บัดนี้อารมณ์รักกลับก่อเกิดเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี...เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในจินตนาการกำลังสนองต่อสิ่งที่เขาต้องการ
... ริมฝีปากและปลายลิ้นผ่าวร้อนของชายหนุ่มกำลังจะเคลื่อนลงสัมผัสแก่นกายบางที่ร่ำร้องเรียกหาเขาเมื่อครู่....Hyde พริ้มตาลงช้า ๆ ปล่อยกายและใจไปกับสิ่งที่ J กำลังจะปรนเปรอให้
...~~ เมี้ยว ~~...
เสียงร้องของเจ้าเหมียวขนทองที่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับร่างของเจ้าแมวหนุ่มที่มุดออกมาจากผ้าห่ม...ทำให้การกระทำทุกอย่างหยุดชะงักค้างลงไปทันที...Hyde รีบคว้าเอาผ้าห่มที่เจ้าเหมียวเพิ่งจะมุดออกมาคลุมปิดร่างตนเองรวมถึงร่างชายหนุ่มไป
พร้อมกัน...หลังจากตกใจอยู่เพียงครู่เสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนที่โดนผ้าห่มคลุมเอาไว้ก็ดังแว่วออกมาให้ได้ยิน “555...นายอายแมวด้วยเหรอ ?”
“บ้า !! เปล่าสักหน่อย...ต...แต่ไม่อยากให้เจ้า J มันเห็น” ฝ่ามือบางฟาดผัวะไปที่ร่างชายหนุ่ม...ก่อนจะพูดอุบอิบในประโยคสุดท้าย
“แล้วเมื่อกี้ทำอะไร ? ไม่เห็นอายมันเลย” J กระเซ้าแหย่ถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาเข้ามาพบเจอ...ยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงซ่านมากขึ้นกว่าเดิม
“ก็เมื่อกี้มันนอนอยู่ในผ้าห่ม !! ” Hyde เถียงตอบกลับไปข้าง ๆ คู ๆ จริง ๆ แล้วเมื่อกี้เขาลืมไปซะสนิทว่าเอาเจ้า J ขึ้นมาเล่นบนที่นอนตอนที่คุยโทรศัพท์อยู่
“เอ้า !! ออกไปก่อนไปเจ้าตัวยุ่ง...แกนี่มันไอ้ตัวขัดจังหวะจริง ๆ “ J พูดพร้อมกับฉวยจับเอาตัวเจ้าเหมียวโยนไปที่หน้าประตูห้องที่เปิดแง้มเอาไว้ยังไม่ทันได้ปิดเมื่อครู่...เจ้าเหมียวขนทองหันมาส่งเสียงร้องเบา ๆ เมื่อเวลานี้ตนเองไม่ได้รับความสนใจแถมโดนไล่ให้ออกไปข้างนอกอีกต่างหาก...แต่มันก็ยอมเดินออกนอกประตูไปโดยดี...เหมือนรู้ว่าเจ้านายสองคนของมันกำลังจะทำอะไร ??
“เฮ่ออ !! “ ชายหนุ่มผมทองถอนหายใจยาว...โอบรัดวงแขนรอบเอวบางแนบแน่นขึ้น..พลางซบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของอีกฝ่ายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? แล้วแทนที่จะบอกให้ฉันรู้...นายกลับย่องกลับมาเงียบ ๆ อย่างนี้” บทสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากที่กิจกรรมถูกขัดจังหวะ... เพราะหลังจากที่เจอหน้ากันเมื่อครู่ยังไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องราวของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ก็พอดีงานเสร็จก่อนกำหนด...ฉันเลยบินกลับเลย...ตั้งใจว่าจะมา Surprise นาย......แต่ว่า....” J เงียบเสียงลงก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าร่างเล็กพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่คิดว่าฉันจะเจอเรื่อง Surprise กว่า….โอ๊ยย !!” Hyde ฟาดไปที่บ่าของชายหนุ่มเต็มแรงเมื่อโดนแซวเรื่องนี้ขึ้นมาอีก...และท่าทาง J คงจะเก็บเอาเรื่องนี้มาล้อเขาอีกนาน.... อุ้งมือแข็งแรงจับยึดข้อมือบางที่ฟาดมาที่ไหล่เอาไว้แน่นก่อนจะดึงรั้งเข้ามามอบจุมพิตอ่อนโยนให้ที่หลังมือบาง
“คิดถึงฉันมากเหรอ ?” J กระซิบถามเสียงแผ่วเบา...พร้อมกับดวงตาเรียวรีที่จ้องมองสบตากับร่างเล็กอย่างต้องการคำตอบ
“รู้แล้ว...ยังจะถามอีก” Hyde เบือนหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตนเองเอาไว้... ชายหนุ่มผมทองอมยิ้มให้กับคำตอบที่ได้ยินก่อนจะดันร่างเล็กให้ล้มตัวลงนอนโดยมีร่างสูงใหญ่ของตนเองทาบทับอยู่เบื้องบน
“ฉันเองก็คิดถึงนายมากเลยรู้มั้ย ?” เสียงกระซิบข้างหูพร้อมกับริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน...Hyde คล้องแขนโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...ริมฝีปากบางมอบจุมพิตเบา ๆ ให้ที่สันคาง...ก่อนจะกระซิบตอบที่ข้างใบหู
“ฉันก็เหมือนกัน”
...ภายใต้แสงไฟสลัวร่างของคนทั้งสองจ้องมองสบตากันเนิ่นนาน...รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอย่างอิ่มเอม...มีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน...
...หลายวันที่ผ่านมา Hyde พบเจอกับชายหนุ่มได้แค่เพียงในจินตนาการเท่านั้น... ความสุขสมที่ได้รับเป็นเขาที่สร้างมันขึ้นมาเองแต่ในเวลานี้คนที่จะมอบความสุขสมให้เขาอย่างแท้จริงกลับมาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
... ชายหนุ่มผมทองประทับริมฝีปากลงอย่างเร่าร้อนระยะเวลาที่อยู่ห่างจากกันไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่คิดถึงทุกสัมผัสที่สนองต่อกันในทุกค่ำคืน... ความรักที่ก่อเกิดขึ้นภายในหัวใจนับจากวันนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...และเมื่อความรักได้รับการตอบสนองมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี...
... ปลายลิ้นโลมไล้เกี่ยวกระหวัดราวกับจะถ่ายทอดความคิดถึงที่ร่ำร้องอยู่ในอกไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ฝ่ามือบางไล่เลื่อนลงมาลูบคลำที่แผ่นอกกว้างค่อย ๆ บรรจงปลดเปลื้องพันธนาการที่ปกคลุมร่างชายหนุ่มให้พ้นไปจากร่างกาย... ผิวสัมผัสเปล่าเปลือยที่แนบสนิทมีเลือดเนื้อและไออุ่นยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่ามันไม่ใช่จินตนาการ...
“อืออ....อะ...อาาาาาา” เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาเบา ๆ ทันทีที่ริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นผละออกและลากไล่สัมผัสตั้งแต่ซอกคอขาว ขบเม้มจนเป็นรอยแดงจาง ๆ โลมไล้เรื่อยมาจนถึงปลายยอดอกหยอกเย้าแผ่วเบาอยู่เนิ่นนานจนร่างเล็กบิดเร่าจากสัมผัสเร่าร้อนที่ชายหนุ่มมอบให้และทันทีที่ริมฝีปากนั้นเคลื่อนต่ำครอบครองแก่นกายบาง Hyde สะดุ้งเฮือกแอ่นกายขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว...ปลายนิ้วสอดเข้าใต้เรือนผมสีทองออกแรงบังคับให้ร่างสูงเร่งเร้าหนักหน่วงขึ้น
“อ้ะ....อาาาาา...J….” เสียงครางเรียกชื่อชายหนุ่มทันทีที่รู้สึกว่าปลายลิ้นร้อนนั้นผละออกและกำลังถูกแทนท
ี่ด้วยความแข็งแกร่งที่เขาโหยหามันมาตลอด...เพียงจินตนาการที่สร้างขึ้นไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่กำลังได้สัมผัส...รุ่มร้อน...ดุดัน...จนทำให้เขาแทบขาดใจ “จ...J…อื้ออ....ร.....แรง....อิก....” น้ำเสียงขาดห้วงเอ่ยปากขอร้องให้ชายหนุ่มมอบความสุขสมให้ตนเองมากมายยิ่งขึ้น...อยากจะถูกความเร่าร้อนนั้นเผาไหม้ให้ขาดใจอยู่ในอ้อมกอดนี้... วงแขนบางไขว่คว้าดึงรั้งร่างสูงให้โน้มตัวลงมามอบจุมพิตให้กลีบปากบางอย่างเร่าร้อนเมื่อรู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่เคลื่อนไหวในกายตนเองถาโถมหนักหน่วง...ดุดัน...ตามคำร้องขอ
...ปลายเท้าหยัดเกร็งกับพื้นเตียง...ยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อให้ความแข็งแกร่งนั้นเคลื่อนกายเข้ามาได้อย่างลึกล้ำ...ปลายเล็บจิกลงกับไหล่หนาเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์รักกำลังจะดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด...ความสุขสมอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“อ๊ะ...อ๊าาาาา....... J….”
“อาาา....”
เสียงครางสุดท้ายที่ดังประสานกันพร้อมกับความเร่าร้อนของชายหนุ่มที่วาบเข้ามาในร่างและที่ตนเองปลดปล่อยออกมา...ชายหนุ่มฟุบกายลงกับซอกคอร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนกายออกมาช้า ๆ Hyde หอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อน...เป็นครั้งแรกที่เขาขอให้ J เร่าร้อน...ดุดัน...มากขนาดนี้...
...มันเหนื่อยจนแทบขาดใจ...
“อีกรอบนะ” เสียงกระซิบพร้อมร่างของ J ที่ยันกายขึ้นอีกครั้งเตรียมพร้อมที่จะดำดิ่งเข้าไปความสุขสมจากกายร่างเล็กอีกครั้ง
“ด...เดี๋ยว...” Hyde ร้องบอกอย่างตกใจพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางดันไหล่ร่างสูงที่กำลังจะส่งความเร่าร้อนกลับเข้ามา “หืมม์”
“ J ....ฉันเหนื่อยแล้ว...พ..พักก่อนนะ” Hyde พยายามต่อรองอย่างสุดความสามารถ...ถึงแม้เมื่อครู่จะเป็นเขาเองที่เร่งเร้าให้ชายหนุ่มเร่าร้อน...แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยจนแทบขาดใจ...เริ่มรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่เอ่ยปากขอร้องเรื่องนั้น....แถมตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกอีกต่างหาก
“แต่ฉันยังไม่เหนื่อยเลย....อีกรอบเถอะนะ...แล้วเมื่อกี้นายก็เร่าร้อนมาก...” คำพูดและสายตาที่สื่อความหมายถึงท่าทางของร่างเล็กเมื่อครู่ที่ทำให้เขาแทบคลั่งอยากจะกกกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยยิ่งเห็น Hyde มีความสุขกับสิ่งที่เขามอบให้ก็ยิ่งอยากจะทำให้มีความสุขมากขึ้นไปอีก...โดยไม่รีรอให้ Hyde เอ่ยคำใดออกมาชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายพลิกกายดึงรั้งให้ร่างเล็กขึ้นนั่งทาบทับอยู่เบื้องบน...ต้องการให้ Hyde ควบคุมความเร่าร้อนนั้นด้วยตนเอง
...J เอนกายพิงหัวเตียงช้า ๆ ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองท่าทางของร่างเล็กไม่วางตา... ฝ่ามือแกร่งเคลื่อนไหวลูบคลำและบีบเคล้นสะโพกมนหนักหน่วงบ่งบอกความหมายว่าต้องการให้ Hyde เริ่มต้นความเร่าร้อนนั้นเสียที
...ร่างเล็กที่นั่งหอบหายใจอยู่เบื้องบนยังคงอึกอักที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้น...เพราะความเร่าร้อน ดุดัน เมื่อครู่ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณสะโพกขึ้นมานิด ๆ
"เร็วสิ" เสียงกระซิบเร่งจากร่างที่อยู่ข้างใต้...ยิ่งทำให้ร่างเล็กเก้ ๆ กัง ๆ ที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม...ริมฝีปากถูกกัดเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นช้า ๆ เขาไม่เคยปฏิเสธความต้องการของ J ได้เลยสักครั้ง...หากครั้งนี้เขาไม่ยอมเริ่มยังไงชายหนุ่มก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มอยู่ดี...
...แต่ถึงกระนั้นสะโพกที่เจ็บอยู่นิด ๆ ก็ทำให้ร่างเล็กไม่กล้าที่จะเข้าครอบครองความแข็งแกร่งนั้นในทันที... จนฝ่ามือแกร่งของชายหนุ่มที่ลูบไล้อยู่สะโพกมนอย่างแผ่วเบาต้องเป็นฝ่ายออกแรงรั้งกดให้ช่องทางอ่อนนุ่มเปิดให้ความแข็งแกร่งนั้นดำดิ่งเข้าไปอย่างลึกล้ำ...
"อ๊ะ !!..." ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกผวาเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่น...น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตาคู่สวยขึ้นมาทันที
"มันเจ็บนะ !! " ็Hyde โวยออกมาเบา ๆ พร้อมกับฝ่ามือบางที่ฟาดไปที่ไหล่หนาของ J เต็มแรง แต่ชายหนุ่มกลับอมยิ้มมุมปากพร้อมขยับขึ้นมอบจุมพิตที่หางตาเบา ๆ
...แทนคำขอโทษที่เขาดึงดันและรุนแรง...
"ขยับสิ...เดี๋ยวก็หาย" J กระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหู...เพราะช่องทางอ่อนนุ่มที่เขาเข้าไป...มันกำลังบีบรัดจนเขาแทบคลั่ง ถึงจะมีอาการงอนอยู่น้อย ๆ แต่ Hyde ก็เริ่มเคลื่อนไหวกายช้า ๆ ตามคำแนะนำของ J ฝ่ามือบางเกาะกุมหัวไหล่ของร่างสูงเอาไว้แนบแน่นพร้อมกับปลายเล็บที่จิกลงไปเบา ๆ เมื่อความปั่นป่วนกำลังก่อเกิดขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ ความเร่าร้อนที่ตนเองเป็นฝ่ายควบคุมยิ่งทำให้อารมณ์รักครุกรุ่นจนยากที่จะดับไฟปราถนาที่สุมไหม้อยู่ในอก...
...เสียงครวญครางดังประสานบ่งบอกถึงความสุขสมที่คนทั้งคู่ต่างได้รับจากกันและกัน...มากมายและอิ่มเอมจนล้นอยู่ในหัวใจ...
....Hyde นอนหอบหายใจหนักหน่วงขณะที่ซบอยู่กับอกกว้างของ J กิจกรรมบนเตียงที่เร่าร้อนดำเนินมายาวนานจนใกล้รุ่งสาง...ความสุขสมครั้งสุดท้ายเพิ่งได้รับการปลดปล่อยเมื่อครู่...
"ม....ไม่เอาแล้วนะ....อยากนอน" Hyde รีบปรามชายหนุ่มทันที...เมื่อรู้สึกฝ่ามือของอีกฝ่ายเริ่มวุ่นวายอยู่ที่สะโพกของตนอีกแล้ว...
"OK..." ๋ J ยอมรับปากง่าย ๆ พร้อมกับเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาลูบสัมผัสที่หัวไหล่เนียนเบา ๆ กล่อมให้ร่างเล็กสู่นิทรารมย์แสนหวานอย่างสบายใจ....ก่อนที่ตนเองจะพริ้มตาหลับลงช้า ๆ เช่นกัน
....RRRRRRR.......RRRRRRRR.......
เสียงโทรศัพท์ยามเช้าที่ดังขึ้นขัดจังหวะการนอนทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงุนงงเหลือบมองนาฬิกาที่ติดผนังเพิ่งจะเห็นว่า 8 โมงเช้าและพวกเขาเพิ่งจะได้นอนไปแค่ 3ชม.เท่านั้น...ทันทีที่ J ขยับตัวร่างเล็กที่ยังคงนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดก็พลิกกายไปอีกด้าน... คิ้วเรียวเล็กขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจที่มีเสียงมารบกวนขณะที่กำลังหลับอย่างเป็นสุข...แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมา...
... J มองภาพนั้นอย่างขำ ๆ ก่อนจะควานหาต้นตอของเสียง...และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่มาจากมือถือของตน... J จึงรู้ได้ทันทีว่าคงเป็นของ Hyde ฝ่ามือแกร่งจึงเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างเตียงเมื่อคืนขึ้นมารับ
"Moshi Moshi"
"นาย...!! ๋J เหรอ ?" น้ำเสียงตกใจเดากลับมาทันที...เมื่อเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เจ้าตัวเล็กเจ้าของโทรศัพท์
"ใช่...Tetsu ใช่มั้ย? Hyde ยังนอนอยู่...ขอโทษทีแต่วันนี้คงไม่เข้าไปสตู ฯ "
"อ...อืม...ไม่เป็นไร...เพราะฉันก็จะโทรมาบอกว่าไม่ได้ไปเหมือนกัน...ว่าแต่นายกลับมาเมื่อไหร่ ?" Tetsu ถามกลับอย่างแปลกใจเพราะถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนเขาเพิ่งจะเห็น Hyde จอจ่ออยู่กับการรอรับโทรศัพท์ทางไกลจากอีกฝ่าย
"เมื่อคืนนี้นั่นแหละ..." J ตอบสั้น ๆ ก่อนการสนทนาจะดำเนินต่อไปอีกนิดหน่อยแล้ววางสายไป...สายตาเหลือบมองร่างเล็กบางที่นอนหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้...ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปโอบกอดจากด้านหลังแนบแน่น...จุมพิตเบา ๆ ที่ไหล่เนียนอย่างรักใคร่...แอบคิดแผนการเล่น ๆ ที่จะทำกับ Hyde ตลอดทั้งวัน...ไหน ๆ ก็ได้หยุดงานทั้งที...
...โดยที่ร่างเล็กไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนลางานให้เรียบร้อยไปแล้ว....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
ย้อนกลับมาที่ร้านเหล้า...
“Ino...Ino ตื่นเถอะ...กลับกันได้แล้ว...“ Ken ส่งเสียงเรียกร่างบางที่เอนซบหลับอยู่กับไหล่ตนเองอย่างขำ ๆ นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ชวนคุยไปหลายคำแล้วไม่มีเสียงตอบกลับมา...
“หืม...กี่โมงแล้ว?” Ino เปิดเปลือกตาขึ้นถามด้วยความง่วงงุน...ยังไม่ยอมแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง ๆ จนคนข้างกายต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะนั้นเบา ๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา...
“เกือบตี 1 แล้ว...กลับเถอะเดี๋ยวขับรถให้... ค้างด้วยได้รึเปล่า...” Ken เอ่ยถามพลางโบกมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน...
“อืม...แล้วรถนายล่ะ...”
“ไม่เป็นไร... ทิ้งไว้นี่ก็ได้” Ken ตอบกลับไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด... เครดิตการ์ดถูกเก็บใส่กลับลงกระเป๋าเรียบร้อยทั้งสองร่างจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟายาวที่นั่งกินเหล้าพูดคุยกันมาจนเกือบค่อนคืน...Inoran เดินนำหน้าไปเล็กน้อยโดยมี Ken เดินตามหลังไปเพราะจำนวนคนที่ยังหนาตาอยู่มาก...ร่างบางที่เดินนำชะลอฝีเท้าหันมามองชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อใกล้จะถึงประตูทางออก... แต่แล้วก็กลับต้องหยุดชะงักเหลียวมองไปรอบตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อต้นของตนเองอย่างคุ้นเคยดังออกมาจากกลุ่มคนที่นั่งกันอยู่แถวนั้น...
“Kiyo...Ino คะ...” ทันทีที่เจ้าของชื่อหยุดชะงักกวาดตามอง... หญิงสาวที่นั่งดื่มอยู่เพียงลำพังที่มุมใกล้ทางออกเจ้าของเสียงเรียกนั้นก็รีบลุกขึ้นจากโต๊ะปราดเข้ามาจับแขนข้างหนึ่งของ Inoran เอาไว้ด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี...
“คุณจริง ๆ ด้วย Kiyo”
“Eli...” เสียงครางเรียกชื่อออกมาเบา ๆ ด้วยความประหลาดใจระคนยินดี...ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็วในวินาทีถัดมา... ทำให้ชายหนุ่มที่หยุดยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอดรู้สึกบางอย่างวูบขึ้นมาในใจอย่างประหลาด...
“โชคดีจังที่มานั่งร้านนี้...มานานรึยังคะเนี่ย...”
“ตั้งแต่หัวค่ำ...กำลังจะกลับอยู่แล้ว...” Inoran ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี สายตาทั้งคู่มองสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงของคนตรงหน้าคล้ายกับอาการของคนห่างไกลที่ไม่ได้พบเจอกันมาแรมปี...
“อย่าเพิ่งน้า...ไม่เอา...มานั่งคุยกันก่อน...” Eli กอดแขนอีกฝ่ายเอาไว้ทำท่าจะลากกลับไปที่โต๊ะของเธอทันทีที่พูดจบ...แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็น Inoran หันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก...Eli ดูเหมือนจะทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าทั้งสองคงมาด้วยกัน...ใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มไว้ด้วยสีสันอ่อน ๆ บนเปลือกตาและผิวแก้มจึงส่งยิ้มกว้างทักทายพร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้าชายหนุ่มผู้นั้นทันที...
“Eli ค่ะ...คุณ?..”
“Ken ครับ...” Ken ยิ้มตอบพลางยื่นมือไปสัมผัสกับอีกฝ่ายเช่นกัน...
...ผู้หญิงคนนี้สวย...
Ken ลงความเห็นกับตนเองเบา ๆ หากดวงตาเรียวรีกลับไม่ได้หยุดมองดูความงดงามของใบหน้านั้น... แต่กลับมองเลยไปที่แขนเรียวบางอีกข้างของหญิงสาวตรงหน้าที่เวลานี้เลื่อนไปโอบอยู่ที่เอวของคนข้าง ๆ แทนการกอดแขนแบบเมื่อครู่...ภาพที่เห็นจึงยิ่งบอกให้คนมองรู้ถึงความสนิทสนมคุ้นเคยของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี...
“อย่าเพิ่งกลับกันเลยนะคะ...นะ Kiyo” คำสุดท้ายหันไปพูดกับเจ้าของชื่ออีกครั้ง...ทุกการเคลื่อนไหวที่แสดงออกดูเป็นธรรมชาติไม่เสกสรรปั้นแต่ง...
“ได้สิครับ...ไม่ได้รีบไปไหนต่อ...” Ken รีบตอบรับออกมาเสียเอง... อาจเพราะไม่อยากได้ยินใครคนหนึ่งตอบรับคำชักชวนนั้นด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดีก็เป็นได
้... Inoran พยักหน้ารับพลางส่งยิ้มให้คนพูดนิดหนึ่งก่อนทั้งสามคนจะเดินตามกันไปที่โต๊ะของหญิงสาว...ไม่ถึงอึดใจเบียร์เย็น ๆ สองขวดก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างรู้ใจ...
“กลับมาญี่ปุ่นเมื่อไหร่ Eli” Inoran เปิดฉากถามขึ้นก่อน... ทำให้ชายหนุ่มอีกคนในที่นั้นได้รับคำตอบทันทีว่าเหตุใดจึงไม่เคยเห็นหญิงสาวคนนี้มาก่อนเลย...ทั้งที่การแสดงออกของทั้งคู่...ไม่ว่าใครก็คงดูออกว่าไม่ใช่แค่ผู้ที่คบหากันเพียงผิวเผินแน่...
“เกือบอาทิตย์แล้ว...เชื่อมั้ยยังตะเวนไปบ้านญาติไม่ครบเลย...เหนื่อยจัง...” หญิงสาวนัยน์ตาโตผมตรงยาวสลวยเอ่ยตอบยิ้ม ๆ หากดวงตาทั้งคู่กลับดูไม่สดใส...แตกต่างจากเมื่อนาทีก่อนอย่างเห็นได้ชัด...
“จริงสิ...คุณย้ายที่อยู่เหรอ Kiyo” เสียงเอ่ยถามเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้... “กลับมาถึงว่าจะไป Surprise ซะหน่อยกลายเป็นใครออกมาเปิดประตูก็ไม่รู้...”
“อ่า...โทษทีนะที่ไม่ได้ติดต่อไป...ย้ายได้ปีกว่าแล้วล่ะ...ใกล้แล้วก็เงียบดีด้วย...”
“อืม...นี่คิดไว้ว่าอีกสองสามวันจะเข้าไปติดต่อที่สตูฯ อยู่เหมือนกัน...ยังกลัวว่าเขาจะไม่ให้พบเลย...จริงสิ...แล้วเจ้าเหมียวสองตัวยังอยู่ดีรึเปล่า...แล้ว.....”
Ken นั่งฟังการสนทนาของทั้งสองคนไปเงียบ ๆ นาน ๆ ครั้งจึงจะขยับยกเบียร์ขึ้นดื่ม...ส่งเสียงหัวเราะออกมาในระหว่างการพูดคุยเพื่อให้ทั้งสองคนรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม...ทั้งที่จริงในใจมันตรงกันข้าม...
“Ken-san เงียบจัง...เบื่อรึเปล่าคะ Eli พูดมากอยู่คนเดียว...”
Ken ส่งยิ้มกลับคืนไปให้นิด ๆ โดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ...
“เป็นนักดนตรีเหมือน Kiyo รึเปล่าคะ...” หญิงสาวเอ่ยถามต่อไปอีก...นึกสนใจฝ่ายนั้นขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าเพื่อนที่นั่งคุยอยู่กับตัวเองคอยมองไปที่ชายหนุ่มคนนี้แทบจะตลอดเวลา...ซึ่งมันไม่ใช่นิสัยของเจ้าตัวเลย...
“ใช่ครับ...”
“เดาไม่ยากหรอกค่ะ...Kiyo น่ะคบแต่คนที่สนใจดนตรีด้วยกันแทบจะทั้งนั้น... แต่ไม่รู้มาคบกับ Eli ได้ยังไงเพราะเรื่องดนตรีนี่อยู่คนละขั้วเลย...”
“Ken เล่นกีตาร์เหมือนฉัน...วง L’Arc” Inoran บอกเล่าให้ฟัง...เหลียวมองไปที่เจ้าเหมียวอีกครั้ง...ออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่ออีกฝ่ายดูจะเงียบไปจนผิดปกติ...
“Laruku...รู้จัก ๆ Luna sea กับ L’Arc งั้นเหรอ...โชคดีจังเลยวันนี้...” Eli บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง...
“Eli...มาคราวนี้จะอยู่นานมั้ย...” Inoran เริ่มคำถามใหม่ขึ้นอีกครั้ง...
“นานสิ...คราวนี้จะกลับมาอยู่เลย...” เสียงตอบเรื่อย ๆ ในขณะที่นิ้วมือเรียวเล็กเริ่มหมุนวนไปมาเบา ๆ บนแก้วทรงสูงที่มีคอกเทลสีมรกตเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแก้ว...
“ก็ดีน่ะสิ...เขาได้ย้ายกลับมาญี่ปุ่นแล้วเหรอ...”
“เปล่าหรอก...” เสียงปฏิเสธกลับมาเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาอีกครั้ง... “เราแยกทางกันแล้ว...Eli กลับมาคนเดียว ขอย้ายกลับมา...”
คำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับมีผลทำให้คนถามนิ่งอึ้งไปพักใหญ่...แม้กระทั่งตัว Ken เองซึ่งไม่เคยรู้เรื่องอะไรก่อนหน้านี้แต่ถ้อยคำที่ได้ยินก็พอจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่า ‘เขา’ ที่พูดถึง...คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่ชีวิตของหญิงสาวตรงหน้านี่เอง...
....แยกทางกันแล้ว...
ถ้อยคำและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทำให้รู้สึกสะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูก...แต่นั่นก็ยังไม่มากเท่ากับภาพที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้าเวลานี้... Inoran ยื่นมือไปกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้...บีบเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้...ไม่มีคำพูดแต่ทุกการกระทำอ่อนโยน... ให้กำลังใจจนคนรับคลี่ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง...
“แล้วตอนนี้พักที่ไหน...หาที่อยู่ได้รึยัง?...” เสียงถามต่อด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง...
“ยังเลย...อยู่โรงแรมน่ะ...แล้วก็ตามบ้านญาติ ๆ เดี๋ยวตะเวนเยี่ยมครบค่อยหาจริงจัง...ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ...”
“Eli...ถ้ามีอะไรให้ช่วย...โทรหาฉันได้ตลอดเวลานะ...อย่าเกรงใจ...”
“ขอบคุณมาก...พูดเองแบบนี้...ไม่เกรงใจจริง ๆ นะเอ้า...” เสียงเย้ากลับมาอย่างอารมณ์ดี...เสียงพูดคุยกันดังต่อเนื่องไปได้อีกสองสามคำ..หญิงสาวก็เริ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู...ก่อนจะส่งเสียงถอนใจออกมาเบา ๆ
“เฮ้อ...เร็วจริง ๆ เกือบตี 2 แล้ว...ต้องกลับแล้วล่ะ...พรุ่งนี้ต้องไปไซตามะแต่เช้าเดี๋ยวจะตื่นไม่ไหว...ราตรีสวัสดิ์นะคะ Ken-san” ท้ายประโยคหันมาพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อย...
“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” Ken ก้มหัวตอบกลับไปนิด ๆ เช่นกัน...
...ตี้ด ๆๆ...
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้เจ้าของเครื่องถึงกับยิ้มเนือย ๆ ออกมา...เพราะวิธีที่จะขอปลีกตัวออกไปดูจะมาถึงช้ากว่าที่ควรจะเป็นไปนานทีเดียว...
“ฉันไปรอที่รถนะ Ino” Ken หันไปบอกก่อนจะลุกเดินออกไปจากโต๊ะทันทีพร้อมกับโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในมือ...เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้ร่ำลากันเป็นส่วนตัว...
“Ken-san คุยด้วยยากจัง...เวลาอยู่ด้วยกันไม่เงียบแย่เหรอ...คุณก็ไม่ค่อยพูด...” Eli เอ่ยถามตรง ๆ อย่างคนคุ้นเคย..
Ino ละสายตาจากแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินลับหายออกจากประตูไปก่อนจะหันมามองคู่สนทนาอีกครั้ง...อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อฟังคำพูดประโยคท้าย ๆ ได้ถนัด...เพราะรู้ดีอยู่ว่าตัวเองแทบไม่เคยได้รู้จักความเงียบเลยเมื่ออยู่ร่วมกับ Ken...แต่ Ino ก็ไม่ได้ค้านอะไรออกไปเพราะรู้สึกด้วยเช่นกันว่าเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา...ฝ่ายนั้นดูจะเงียบไปจริง ๆ...
“รู้จักกันมานานรึยัง?...” เสียงถามต่อไปอีก...
“เกือบครึ่งปีแล้ว...”
Eli นั่งมองดูใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความเอาใจใส่มากกว่าทุกครั้ง...คำตอบธรรมดา ๆ แต่ทั้งสีหน้าและแววตาของคนพูดดูจะมีความสุขจนฟังอดยิ้มออกมาไม่ได้ พร้อมกันนั้นความแปลกใจก็ตามมา...
“Kiyo...ยังอยู่คนเดียวเหรอ...คุณมีใครรึยัง?..”
Inoran นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มนิด ๆ...ยิ้ม...เพราะคนตรงหน้าเคยได้รับความรักจากเขาโดยที่เจ้าตัวเองไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ด้วยซ้ำ...หากวันนั้นอีกฝ่ายถามคำถามนี้กับเขาแทนการบอกข่าวเรื่องการแต่งงาน...เขาคงไม่มีโอกาสได้พบกับ Ken...
“ตอนนี้ยังอยู่คนเดียว...เป็นบางวัน...”
Eli เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง...คำพูดล้อเล่นที่ได้ฟัง...ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไปมากหากเทียบกับครั้งสุดท้ายที่พบกัน... และมันเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น...
...ที่ด้านนอกร้าน...
“อืม...ตกลงพรุ่งนี้ไม่เข้าสตูฯนะ OK ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันบอก Te-chan ให้... ขอให้น้องหายไว ๆ นะ..Yukky บายแล้วเจอกันเพื่อน...” Ken บอกลาเพื่อนพลางกดปิดสายโทรศัพท์ลงอย่างเหม่อ ๆ ร่างสูงยืนเอนอิงแผ่นหลังอยู่กับรถเฟอรารี่คันงามเพื่อรอคอยเจ้าของรถที่คาดว่ากำลังจะตามออกมาในไม่ช้า....
..ภาพผู้คนที่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวผ่านพ้นประตูทางออกมาไม่ได้เรียกให้ดวงตาเรียวรีมีปฏิกิริยาอื่นใด...กระทั่งร่างของใครคนหนึ่งผ่านพ้นออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่เดินเคียงข้างนั่นแหละ... Ken จึงเริ่มต้นขยับกายอีกครั้งด้วยความยินดี...
...คนทั้งคู่หยุดยืนพูดคุยกันอีกสองสามคำก่อนที่ Inoran จะเป็นฝ่ายชี้มือมาทางที่รถจอดอยู่...หญิงสาวข้างกายจึงยกมือขึ้นบอกลาเพื่อนใหม่อีกครั้ง...แล้วก็ได้รับการโบกมือกลับคืนไปให้อย่างมีไมตรี...
“บายนะ Kiyo”
“อืม...ดูแลตัวเองนะ Eli” Inoran บอกกำชับด้วยความห่วงใย...พลางยกมือลูบเส้นผมนุ่มสลวยของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน...จนฝ่ายนั้นถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมองด้วยความแปลกใจอีกครั้ง...
...ความอ่อนโยนในตัวคน ๆ นี้ไม่ใช่ไม่เคยสัมผัส แต่ที่ได้รับวันนี้มันแปลกไป Inoran คนเงียบขรึม...ที่ผ่านมาเหมือนไม่รู้วิธีจะแสดงออกถึงความรู้สึกในใจมากนัก...มาวันนี้กลับ...
“ยิ้มอะไร?” อดถามออกมาด้วยความแปลกใจไม่ได้...เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ยืนจ้องมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เลิก...
“Kiyo ดีใจจังที่ได้พบคุณวันนี้...” Eli บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง...ขยับเข้าสวมกอดอีกฝ่ายก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกระซิบบอกอะไรบางอย่าง...
“Eli อวยพร...ให้คนที่ได้อยู่ด้วยกันแค่บางวันได้มาอยู่ด้วยกันทุกวันเร็ว ๆ นะ...See you..” จบคำพูดหญิงสาวก็โบกไม้โบกมือให้พร้อมกับผละจากไปจนเห็นเพียงหลังไว ๆ ทิ้งให้คนฟังยืนอึ้งกับคำอวยพรที่ไม่คาดคิดอยู่อย่างนั้น...
....ให้ได้อยู่ด้วยกันทุกวันเร็ว ๆ งั้นเหรอ...
เสียงหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้าไปมากับตัวเองเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้... Inoran หันหน้ากลับมายังทิศทางที่รถจอดอยู่อีกครั้ง... ภาพชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ตรงนั้นทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ... การได้มีใครสักคนอยู่เคียงข้างกลายเป็นความรู้สึกคุ้นชินมากขึ้นทุกทีนับแต่รู้จักกับอีกฝ่าย..
...ไม่ได้ต้องการมากกว่านี้...แค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีมากแล้ว...
“โทรศัพท์มา..มีธุระด่วนรึเปล่า?..” Inoran ถามขึ้นเมื่อจำได้ว่าฝ่ายนั้นมีสายเข้ามา...ดึกป่านนี้อาจเป็นเรื่องด่วนก็ได้...
“Yukky น่ะ...โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องอยู่ดูน้องอีกวัน...” Ken บอกพลางขยับเปิดประตูรถด้านข้างคนขับที่ตนเองยืนขวางอยู่ออกกว้างเพื่อให้อีกฝ่ายขึ้นไปนั่ง...รอจนคนฟังพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ชายหนุ่มจึงจัดการปิดประตูรถลงพร้อมกับเดินอ้อมไปประจำที่คนขับ...
...ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนปกติ แต่ในความรู้สึกกลับว่างเปล่า ในหัวเต็มไปด้วยภาพการร่ำลากันของคนทั้งคู่...สวมกอด...เสียงกระซิบที่ข้างหู...จบลงที่รอยยิ้มของคนที่นั่งอยู่ข้างกายในเวลานี้...
Inoran ละสายตาจากภาพแสงไฟและทิวทัศน์ยามค่ำคืนสองข้างทางเหลียวมามองชายหนุ่มข้างกายด้วยความประหลาดใจ...ตลอดระยะทางที่ผ่านมาภายในรถมีแต่ความเงียบ... ผิดจากทุกครั้งที่อีกฝ่ายจะมักจะมีเรื่องราวหรือเอ่ยคำพูดชวนคุยจนเขาเหนื่อยที่จะตอบคำถามทุกคำให้ทันด้วยซ้ำไป...
...ความรู้สึกหงุดหงิดจึงเริ่มก่อตัวขึ้นภายในมากขึ้นทุกที.. กระทั่งรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ในลานจอดรถ...เสียงที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงเท่านั้น...Inoran จึงรีบก้าวลงจากรถเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับขึ้นสู่ห้องพักโดยไม่ยอมที่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเช่นกัน...
“ฉันกลับเลยนะ...” Ken เอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาอยู่ในห้องได้พักใหญ่...พร้อมกับทักทายเจ้าเหมียว 2 ตัวที่เข้ามาพัวพันอยู่เป็นที่เรียบร้อย... คำพูดนั้นทำให้เจ้าของห้องที่กำลังวุ่นอยู่กับถ้วยชาสองใบเพราะเคยชินกับการดื่มอะไรอุ่น ๆ ก่อนนอนต้องหยุดชะงักหันไปมองอย่างรวดเร็ว...
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่ที่ร้าน...จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาส่ง...” น้ำเสียงและคำพูดที่ได้ยินเรียกให้ชายหนุ่มที่กำลังขยับลุกยืนหันไปมองคนพูดทันทีเช่นกัน... ชั่วแวบเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจาก
ใบหน้าของอีกฝ่าย... “Ino...” เสียงเรียกชื่ออย่างอ่อนโยนดังมาจากทางด้านหลัง...ในขณะที่เจ้าของชื่อยังคงยืนนิ่งแสดงความสนใจกับเครื่องดื่มร้อน ๆ ในมือต่อไป...
“ฉันไม่เคยคิดว่าทุกอย่างที่ทำให้นายเป็นเรื่องเสียเวลา...”
คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันนิด ๆ ก่อนเจ้าของร่างจะค่อย ๆ หลับตาลงทันทีที่ฟังคำพูดประโยคนั้นจบ...ร่างกายถูกสวมกอดเบา ๆ จากทางด้านหลัง...โอบรัดจนแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง...ใกล้...จนได้ยินเสียงหัวใจ...
“นายทำให้ฉันหงุดหงิด...” Inoran บอกความรู้สึกของตัวเองออกไป...
“ฉันทำอะไร?”
“ทุกอย่าง...นายเป็นอะไร Ken” เครื่องดื่มในมือถูกวางลงก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย...ทรมานอย่างบอกไม่ถูกกับความนิ่งเฉยที่ได้รับ...นึกว่าจะได้รับคำตอบ...หากหัวใจกลับต้องกระตุกวูบขึ้นมาอีกเมื่อเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของคนตรงหน้า พร้อม ๆ กับอ้อมแขนที่โอบเอวอยู่เริ่มคลายออกช้า ๆ...
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร... Ino บางทีตัวนายเองต่างหากที่เป็น...” Ken หลุดความรู้สึกที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจออกไปจนได้... ภาพที่เห็นมาเกือบตลอดชั่วโมงก่อนหน้านี้รวมกับคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มยอมรับกับตัวเองในที่สุดว่า...หญิงสาวคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา...
....ถึงจะเคยแต่งงาน...แต่ตอนนี้เธอก็เป็นอิสระแล้ว...
“ฉัน?...” เสียงย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจยิ่งขึ้นไปอีก... “ฉันทำไม?...บอกสิว่าฉันเป็นอะไร... Ken”
“Eli...ถ้าเป็นเธอ...คงไม่ทำให้นายหงุดหงิดสินะ...”
Inoran ยืนนิ่งอึ้งฟังคำตอบที่ได้รับอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักในตอนแรก...อารมณ์กรุ่น ๆ เริ่มจางหายไปทีละน้อย...เมื่อสมองกำลังคิดทบทวนถึงจุดเริ่มต้นของท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย มันเริ่มจากวินาทีที่พวกเขาพบกับ Eli นั่นเอง ใบหน้างามเมินมองไปทางอื่นก่อนจะหันหลังให้ชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองอยู่อีกครั้ง...เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา...เมื่อเจ้าตัวสามารถหาคำตอบให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด...
“ทำไมไม่ตอบล่ะ?...Ino..นายชอบ Eli ใช่มั้ย?...” Ken จ้องมองแผ่นหลังของคนตรงหน้านิ่งอย่างต้องการคำตอบ...คำตอบที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเลยว่าพร้อมจะรับฟังมัน...
“ใช่...ฉันชอบ Eli...ชอบ...จนถึงเมื่อครึ่งปีก่อน...” จบคำพูดร่างบางก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกครั้ง...
...ใบหน้างงงันไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินของอีกฝ่าย...หรือเข้าใจแต่ไม่อยากจะเชื่อก็สุดรู้นั่น...ทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่สงบราบเรียบลงเมื่อครู่เริ่มจะก่อตัวขึ้นมาอีก...
“ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบเธอแล้ว...ถ้าพูดขนาดนี้นายยังไม่เข้าใจอีกล่ะก็...อยากจะไปไหนก็ไป” จบคำพูด Inoran ก็หันหลังให้คนตรงหน้าเดินจ้ำอ้าวตรงมุ่งตรงไปยังห้องนอนภายในอย่างรวดเร็ว... ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนนิ่งตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่อย่างนั้น...
....ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ตลอดว่าระหว่างเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ในฐานะคนรัก...แต่ไม่เคยสักครั้งที่อีกฝ่ายจะบอกความรู้สึกในใจออกมาให้รับรู้...หรือแม้กระทั่งจะยอมรับฟังความรู้สึกของเขาก็ยังยาก...แต่คราวนี้...
“Ino!!” เสียงเรียกชื่อที่ผสมปนเประหว่างความยินดีและความตกตะลึงดังออกมาจากปาก...ก่อนร่างกายจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง...สองขาเริ่มก้าวยาว ๆ จนกลายเป็นออกแรงวิ่งเพื่อไปให้ถึงตัวอีกฝ่ายจนทันในที่สุด... มือแกร่งเอื้อมคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัวจนร่างบางที่ไม่ทันตั้งหลักถึงกับเซไปเล็กน้อย..ต้นแขนทั้งสองข้างถูกรวบเอาไว้ให้หันกลับมาเผชิญหน้า....
....คำพูดที่กำลังจะออกมากลับติดอยู่แค่ริมฝีปาก ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างมองดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ตรงหน้านิ่งงัน...
...ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นคนตรงหน้ามีน้ำตาสักครั้ง...แล้วทำไม...
“Ino...”
“ปล่อย!!!” เสียงสั่งสั่นเครือทำให้คนฟังคลายมือออกจากจากร่างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว... ชั่วแวบหนึ่งหากว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไปเขาเห็นผิวแก้มเนียนบ่มสีเลือดขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะหายลับเข้าห้องนอนไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่นตามมา...
“Ino!!..เดี๋ยว...” Ken เอื้อมมือออกคว้าลูกบิดประตูพร้อมกับระดมเคาะเรียกชื่ออีกฝ่ายรัวเร็ว... “Ino...ฉันเสียใจ...ขอโทษ ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...Ino”
“อย่าเรียกนะ!!! ห้ามเคาะด้วย...กลับบ้านนายไปซะ...” เสียงตะโกนที่ดังออกมาจากภายในหยุดการเคลื่อนไหวของคนข้างนอกได้ชะงัดนัก...Ken ได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความโมโหตัวเองที่เป็นคนสร้างเรื่องบ้า ๆ นี้ขึ้นมาเพราะความระแวงไม่เข้าท่าแท้ ๆ... มือแกร่งที่กำลังจะทุบลงบนบานประตูจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ผนังด้านข้างอย่างแรงด้วยความรู้สึกผิด...
“Ino...ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...จะรอจนกว่านายจะยอมออกมา...จะรอจนกว่านายจะหายโกรธ...”
Inoran นั่งอยู่บนเตียงฟังคำพูดที่ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของบานประตูนิ่ง...ดวงตาทั้งคู่จับจ้องไปยังภาพถ่ายคู่กันกับใครคนหนึ่งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง...
....อารมณ์โกรธ อารมณ์เสียใจไม่มีเหลืออยู่แล้ว...หากกำลังอายในสิ่งที่พูดโพล่งออกไปต่างหาก...
“ไอ้บ้า!!”
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
tbc love punish 79- 79 -
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างโปร่งบางเข้ามาภายในห้องนอน.... บนเตียงนอนหนานุ่มหลงเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่ปกคลุมด้วยผ้าห่มนวมของเจ้าของบ้านเพียงลำพัง...Ryuichi ขยับกายเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าแสงแดดนั้นกำลังปลุกเขาให้ตื่นจากนิทรารมย์แสนหวานเมื่อคืน...ท่อนแขนแกร่งควานหาร่างใครบางคนที่มั่นใจว่าอยู่ข้างกายเขามาตลอดคืน...คนที่เขาโอบกอดเอาไว้แนบอก... ...แต่ทุกอย่างกลับว่างเปล่าราวกับมันเป็นเพียงภาพความฝันแสนหวาน....ที่มีขึ้นเพียงในมโนสำนึกเท่านั้น...สัมผัสของร่างกายบอบบางอบอุ่นและมีเลือดเนื้อ....บัดนี้กลับเหลือเพียงผิวสัมผัสของพื้นเตียงที่กระด้างเย็นชา
...Ryuichi เปิดเปลือกตาตนเองขึ้นช้า ๆ เหม่อมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในใจอย่างบอกไม่ถูก...สัมผัสเมื่อครู่บอกให้เขารับรู้ว่า...บัดนี้ไม่มีคนข้างกายอยู่อีกต่อไปแล้ว...ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองกลัวว่ามันจะยิ่งตอกย้ำว่า....ไม่มีใครอยู่ ณ ที่ตรงนั้นอีกแล้ว
...รอยยิ้มมุมปากราวกับจะหัวเราะเยาะความโง่เขลาของตนเอง...หัวใจมันเหมือนจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเหลือเพียงความว่างเปล่าทุกอย่างจบลงไม่ต่างจากค่ำคืนนั้น...
...นายจะเอายังไง ? กับฉันกันแน่ Tetsu ...
...ตั้งคำถามให้กับตนเองเพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่าง...พร้อมกับผุดลุกขึ้นคว้าเอาเสื้อคลุมมาสวมใส่...เรื่องราวที่เขาต้องทำในแต่ละวันยังมีอีกมากมายนัก...ไม่มีประโยชน์ที่จะมายึดติดกับอะไรให้มากเกินไป...ก็แค่ใช้ชีวิตไปตามทางที่มันเคยเป็นมาเหมือนกับที่เคยบอกกับ J ว่าเขายังไม่รีบ...ก็แค่ความสุขทางกายที่ผ่านเข้ามาและจางหายไปไม่ต่างจากใครหลาย ๆ คนที่เขาเคยพบเจอ
‘ ทำตัวแบบนี้เมื่อไหร่นายถึงจะเจอคนที่พร้อมจะจริงจังด้วยสักที ‘ คำถามที่เคยได้ยินจากปากเพื่อนร่วมวงหัวทองดังแทรกขึ้นมาในความคิด....จน Ryuichi หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ
“มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก J “
แต่ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าตรงไปยังห้องน้ำดังเช่นกิจวัตรที่ทำมาตลอด...สองขาก็กลับต้องหยุดชะงักเมื่อหูแว่วเสียงน้ำไหลจากฝักบัวมาให้ได้ยินเพียงแผ่วเบา...ก่อนจะดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้...รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เมื่อแน่ใจแล้วว่าเสียงน้ำที่ได้ยินไม่ใช่เสียงที่จินตนาการขึ้นมาเอง...และไม่ใช่เพราะเขาเปิดมันทิ้งเอาไว้ แต่...เป็นเพราะภายในมีใครบางคนอยู่ต่างหาก...
Ryuichi หยุดยืนนิ่ง...บางสิ่งที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนกลับถูกยับยั้งเอาไว้อีกครั้ง...ถ้าจะลองจดจำมันต่อไปอีกสักเล็กน้อย บางทีมันอาจแปรเปลี่ยนเป็นไม่อาจลืมเลือนได้ตลอดกาล...
…Tetsu ลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากฟองแชมพูสุดท้ายถูกชะล้างไปพร้อมกับสายน้ำอุ่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเปียกชุ่มโชกถูกสะบัดไปมาอย่างรุนแรงเหมือนจะไล่ทั้งความเปียกชื้นและความคิดที่วิ่งวกวนไปมาให้ออกไปพร้อม ๆ กัน...
....คำถามเมื่อคืนได้รับคำตอบแล้ว... ทั้งที่คิดว่ารู้แล้วจะหลุดพ้นจากทรมาน...หากทุกอย่างกลับตรงกันข้าม...
ร่างบางหยุดชะงักเล็กน้อย เมื่อสายตาไปสะดุดกับเสื้อคลุมอาบน้ำสีน้ำตาลเล่นขอบด้วยลวดลายเกลียวเชือกสีเหลืองสวยงามขณะก้าวเท้าออกมาจากหลังฝ้ากระจกลายสลักที่กั้นละอองน้ำไม่ให้เลยไปยังส่วนแห้งที่แบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วน... มือเรียวแตะไปบนเสื้อคลุมเบา ๆ พลางกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตนที่จำได้ว่าตัวเองหอบหิ้วเข้ามาวางไว้พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนกว้างที่ถือวิสาสะหยิบเอามาจากชั้นวาง...ผ้าเช็ดตัวยังวางอยู่ที่เดิมแต่เสื้อผ้ากลับหายไปหมดทุกชิ้น...
...คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้อง...
เสื้อคลุมอาบน้ำถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ปกปิดร่างกายอย่างไม่มีทางเลือก...นึกโกรธตัวเองอยู่ในใจที่ตัดสินใจเข้ามาอาบน้ำ ทั้งที่ควรจะกลับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด...
“อาบเสร็จแล้วเหรอ...” เสียงถามจากเบื้องหลังบานประตูห้องนอนที่เพิ่งจะถูกเปิดออกทำเอาร่างบางสะดุ้งหันขวับไปมอง... เจ้าของบ้านยืนส่งยิ้มให้มาโดยไม่มีท่าทีว่าจะก้าวเท้าเข้ามาภายใน... ดวงตาคมที่กวาดมองไปทั่วร่างทำให้คนถูกมองต้องหลบสายตาไปทางอื่นโดยไม่ยอมตอบคำถาม...
“ตามสบายนะ...เสื้อผ้าของนายฉันให้แม่บ้านเอาไปซักแล้ว... ชุดเปลี่ยนวางไว้ให้ที่ชั้นนั่น ถ้าไม่รังเกียจ แต่...” เสียงลากยาวทำให้คนฟังต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งด้วยความความประหลาดใจ... รอยยิ้มที่เห็นครั้งใดก็ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมากำลังปรากฏอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย...
“ถ้านายจะลงไปดื่มกาแฟทั้งชุดนี้...ฉันก็ไม่เกี่ยงนะ....” พูดจบประตูห้องนอนก็ถูกดึงปิดสนิทลงอีกครั้งโดยไม่ได้เปิดโอกาสให้คนข้างในเอ่ยปากโต้ตอบอะไรได้... Tetsu ยืนกัดริมฝีปากด้วยความโกรธตรงกันข้ามกับผิวหน้าที่กำลังอมชมพูระเรื่อด้วยความอาย...
…Ryuichi เงยหน้าขึ้นจากถ้วยกาแฟควันหอมกรุ่นตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวลงบันไดมา... เสื้อผ้าที่ออกจะผิดขนาดไปซักหน่อยยิ่งทำให้ร่างที่บอบบางอยู่แล้วดูจะปลิวลมยิ่งขึ้นไปอีก...ทั้งที่เคยเห็นผ่านกระจกเงาบนร่างกายของตนอยู่หลายครั้ง แต่..เมื่อไปสวมใส่อยู่บนร่างกายของคนตรงหน้ากลับทำให้เขาจ้องมอง ‘เสื้อผ้า’ ชุดนั้นอย่างลืมตัว...กระทั่งอีกฝ่ายทำท่าจะเดินตรงออกไปจากบ้าน ชายหนุ่มจึงรีบปราดเข้าไปขวางหน้าไว้อย่างงุนงง...
“เดี๋ยว...จะรีบไปไหนล่ะ...”
“กลับ” คำตอบสั้น ๆ ที่ได้รับยิ่งทำให้คิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ...ทั้ง ๆ ที่คิดว่า Tetsu จะเลิกทำตัวเฉยชากับเขาหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...แต่ดูท่าว่าร่างบางจะยังคงไม่ยอมเปลี่ยนท่าที...เสียงระบายลมหายใจยาวจากชายหนุ่มคนเดิมก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันคิดว่าเราเข้าใจกันแล้วซะอีก....ไม่นึกว่าเช้ามานายก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน...ทำราวกับว่าเรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น...หรือว่าจริง ๆ แล้วนายต้องการอย่างนั้นตั้งแต่แรก” คำพูดที่ได้ยินยิ่งทำให้ภายในอกของ Tetsu ปั่นป่วนราวกับมีคลื่นแห่งความสับสนตีกันอยู่ภายใน...
...อะไรล่ะ ? คือความเข้าใจกันที่ Ryuichi ว่า...
“นายอยากให้ฉันทำยังไงกันแน่ Tetsu ถ้านายไม่พูดออกมา...ฉันก็จะไม่มีวันเข้าใจ”
“บอกไปนายก็ทำมันไม่ได้!!....แล้วมันยังจะมีประโยชน์อะไร ?” ร่างบางแทบจะตะโกนสวนตอบคำพูดของชายหนุ่มไปทันที...
“แล้วนายอยากให้ฉันทำอะไร ?...” Ryuichi ถามกลับพลางจ้องมองสบตากับอีกฝ่ายแน่วนิ่ง...สายตาคาดคั้นค้นหาคำตอบในสิ่งที่ Tetsu ต้องการ
‘ อยากให้นายเป็นของฉันคนเดียว...เลิกยุ่งกับคนอื่น....ความอ่อนโยนนั่นให้ฉันได้ครอบครองมันเอาไว้เพียงคนเดียว…‘
สิ่งที่คิดอยู่ภายในใจเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป...เพราะกลัวว่าจะได้รับการปฏิเสธ...ว่าเป็นไปไม่ได้ “ไม่ต้อง...มันก็แค่เรื่องฆ่าเวลา...นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่านี้” คำตอบที่ออกมาช้าชัด...แม้ไม่ตรงกับใจสักคำเดียว...แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตนเองจึงพูดออกไปเช่นนั้น...
Tetsu ขบเม้มริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บทันทีที่พูดจบ...พลางเบือนสายตามองไปทางอื่นทันที...กลัวว่าสายตาคู่นั้นที่มองมาจะล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วใจเขาคิดอย่างไร ?
“อ้อ....” เสียงตอบรับเบา ๆ พร้อมกับชายหนุ่มที่พยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ...
“ทั้ง ๆ ที่เป็นครั้งแรกของนาย....ฉันควรจะดีใจมั้ย?...ที่นายยอมเลือกฉันให้เป็นตัวช่วยฆ่าเวลา...” Ryuichi เอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก...เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั่นไม่ใช่ครั้งแรก...แต่ความสัมพันธ์ก่อนหน้านั้น....ใช่...เพราะเขารับรู้ได้ว่า Tetsu ไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนสวมกอด...
“นาย !! “ ร่างบางเสียงดังขึ้นมาทันที...แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรไปได้มากกว่านั้นเพราะทุกอย่างที่ Ryuichi พูดเป็นเรื่องจริง...ใบหน้าเรียวสวยที่จ้องมองอีกฝ่ายจึงแดงระเรื่อทั้งด้วยความโกรธและความอาย...ภาพที่ได้เห็นยิ่งทำให้คนมองยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
“อย่าเพิ่งโกรธสิ...ฉันว่าเราน่าจะมีเวลาคุยกันอีกสักหน่อยนะ...” Ryuichi พูดพลางเอื้อมมือเข้าไปแตะข้อมืออีกฝ่ายเบา ๆ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอาการขัดขืน ชายหนุ่มจึงจูงมือร่างบางให้มาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้...ก่อนจะค่อย ๆ รินกาแฟยามเช้าหอมกรุ่นใส่ถ้วยแล้วยื่นไปให้ตรงหน้า
“Tetsu...บอกฉันได้มั้ย?...ว่าจริง ๆ นายต้องการอะไร ?” Ryuichi ถามย้ำคำถามเดิมไปอีกครั้ง...จากความรู้สึกที่บอกกับตัวเอง...แม้เขาจะพอรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า Tetsu ต้องการอะไร ? แต่เขาก็ยังอยากได้ยินมันออกมาจากปากของ Tetsu เองมากกว่า... และหากมันตรงกันกับความรู้สึกของเขา... เขาก็จะยินยอมจะทำตามทุกอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ....เพราะรู้ดีว่าหากคิดจะสานต่อเรื่องราวต่อจากนี้ให้จริงจัง
...คนที่ต้องเปลี่ยนตัวเองคงจะต้องเป็นเขา...
“อ...อย่า” คำพูดตะกุกตะกักไม่เป็นคำพร้อม ๆ กับใบหน้าที่แดงระเรื่อมากขึ้นกว่าเดิม
“หืมม์ ?”
“อย่าไปยุ่งกับคนอื่น !!! “ Tetsu หลับหูหลับตาบอกสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของตนเองออกไปทันที...หากทุกอย่างจะพังทลายก็ควรให้มันพังทลายลงตรงนี้...ยังทันที่เขาจะถอนตัวออกมาจากเสน่ห์ที่ชวนลุ่มหลงนั่น...มันอาจจะเจ็บปวดในตอนแรกแต่ไม่นานทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...ขอแค่ได้ยินคำปฏิเสธนั้นอย่างชัดเจนแล้วเขาจะตัดใจจริง ๆ เสียที
“OK” คำตอบรับสั้น ๆ ที่ได้ยินทำให้ Tetsu ต้องลืมตาแล้วหันกลับไปมองคนพูดอย่างรวดเร็ว....คำตอบที่คิดว่าจะเป็นคำปฏิเสธกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด
“ไม่จริง...” เสียงพึมพำที่ลอดออกมาเบา ๆ ทำให้ Ryuichi ต้องหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง...
“จริง...ฉันจะไม่ไปยุ่งกับคนอื่น...ตราบใดที่นายยังอยากให้ฉันเป็นตัวช่วยฆ่าเวลา....ตกลงมั้ย ? “ Ryuichi ตบไหล่ร่างบางเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม...พลางผุดลุกขึ้นยืน
“ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน...แล้วฉันจะไปส่ง...อย่าหนีกลับไปก่อนล่ะ...” ชายหนุ่มพูดพลางก้าวยาว ๆ เดินกลับขึ้นไปยังห้องนอน ก่อนจะหันมาพูดต่อ
“อ้อ...แล้วเมื่อไหร่นายไม่อยากฆ่าเวลาแล้ว...ก็บอกฉันแล้วกัน....ฉันจะได้ไปช่วยคนอื่น....”
“ไม่มีทางยอมให้นายไปช่วยคนอื่นเด็ดขาด” เสียงพึมพำเบา ๆ จากร่างบางที่นั่งอยู่ที่เดิม...พร้อมกับดวงตาที่มองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไป...ก่อนจะหันมาสนใจกับถ้วยกาแฟตรงหน้าที่ชายหนุ่มรินให้เมื่อครู่....
....รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากบางน้อย ๆ เมื่อสิ่งที่เขาต้องการได้รับการตอบสนอง...ถึงแม้ภายหน้ามันอาจจะจืดจางหรือจบลง....แค่ตอนนี้เท่านั้นที่อยากดื่มด่ำกับความสุขนั้นให้มากที่สุด ถ้วยกาแฟในมือถูกยกขึ้นสูดกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟก่อนจะถูกจิบเบา ๆ
‘ หวาน ?....‘ คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจในรสชาติ....
‘ แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ? หวาน ๆ ก็อร่อยดี...‘ ถ้วยกาแฟในมือถูกยกขึ้นดื่มจนหมด....มันช่างเป็นยามเช้าที่แสนหวานเสียนี่กระไร
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
....อีกมุมหนึ่งภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ตนเป็นคนกำหนดมันขึ้นมาเอง...แต่กลับไม่ยอมที่จะอยู่ร่วมงานจนจบ...แม้ใจหนึ่งจะยังอดเป็นห่วง Tetsu ที่ท่าทางจะมีเรื่องไม่สบายใจไม่ได้...แต่อีกใจหนึ่งที่ดูจะมีอิทธิพลมากกว่ากำลังจะส่งเสียงมาจากที่ไกลแสนไกล...และ Hyde ก็เลือกที่จะมีความสุขอยู่กับอย่างหลังมากกว่า
...รถมินิคูเปอร์สีขาวสะอาดค่อย ๆ เลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของคอนโดหรูช้า ๆ แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท... เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ที่เบาะด้านข้างก็แผดเสียงก้องออกมาจนเจ้าของรถตกใจไม่น้อย... Hyde รีบดับเครื่องยนต์พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู..เพียงแค่เห็นสายเรียกเข้า...รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางอย่างยินดี...
“ทำไม ? โทรมาช้าจัง...” น้ำเสียงแสดงถึงอาการเง้างอนของเจ้าของโทรศัพท์...ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งของปลายสายต้องหลุดรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ขอโทษที...พอดีอยู่ตรงช่วงอับสัญญาณน่ะ....แล้วทำอะไรอยู่ ? เมื่อกี้บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ ? แล้วนี่ยังอยู่ที่ร้านรึเปล่า ?” J ย้อนถามถึงเรื่องที่ได้ยินเพราะก่อนหน้านี้ที่เขาโทรมาเมื่อครู่...Hyde บอกว่ากำลังอยู่ที่ร้านเพราะนัดสังสรรค์กัน
“เปล่า....ไม่ได้อยู่แล้ว...ก็กลัวว่าเราจะคุยกันไม่สะดวก....ฉันเลยกลับมาก่อน..........................................”
...เสียงพูดคุยโทรศัพท์เจื้อยแจ้วไปตลอดทางที่ร่างเล็กเดินเข้ามาในคอนโด....สู่ตัวลิฟต์....และจนตลอดทางเดินที่นำไปสู่ห้องของชายหนุ่มผมทอง...เสื้อโค้ทตัวยาวถูกถอดแขวนไว้ที่ราวข้างประตู...ก่อนที่ Hyde จะเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียง...โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหู เสียงหัวเราะและรอยยิ้มมีมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ เพียงแค่เสียงที่ส่งผ่านมา.... บอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่ห่างไกลกันก็ทำให้เขามีความสุขมากกว่าการออกไปเที่ยวเป็นไหน ๆ
...เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังขึ้นตลอดตั้งแต่ Hyde กลับเข้ามาในห้อง...เจ้าเหมียวขนทองกระโดดขึ้นมายืนเมียงมองเจ้านายร่างเล็กของตน...ก่อนที่จะโดนวงแขนโอบรัดเอาเจ้าเหมียวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด...ปลายนิ้วเรียวบางลูบไล้ขนสีทองละเอียดเล่นเบา ๆ ไปตลอดการสนทนา
...นาฬิกาติดผนังที่อยู่ภายในห้องพักของ J ตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว....และนั่นเพิ่งทำให้ร่างเล็กรู้ตัวว่าเขาคุยโทรศัพท์ยาวนานเกือบสองชั่วโมงแล้ว... สายชาร์ตโทรศัพท์ถูกเสียบติดอยู่กับเครื่องเพราะกลัวว่าถ้าแบตหมดเขาจะเสียอรรถรสในการคุย...
...Hyde หันไปเหลือบมองนาฬิกาช้า ๆ ก่อนจะนึกถึงคำสัญญาก่อนหน้านั้นของ J ว่าจะกลับมาในอีกสองวัน....ผ่านพ้นวันนี้ไปแล้วก็เหลือเพียงแค่พรุ่งนี้อีกวันเดียวเท่านั้น...ที่อ้อมกอด...ริมฝีปาก...เส้นผม...น้ำเสียง...ทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง
“ J กลับมาเร็ว ๆ นะ” น้ำเสียงออดอ้อนที่ส่งผ่านปลายสายไปหาชายหนุ่มที่อยู่ไกลแสนไกล
“รู้แล้ว...อีกไม่นานหรอกฉันก็จะกลับไปแล้ว...เราเคยห่างกันมาได้ตั้งนาน...ทนอีกนิดเดียวจะเป็นไรไป”
“แต่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ” Hyde ตอบกลับไปอย่างเอาแต่ใจ...พอได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งเขาก็แทบทนไม่ได้ที่ต้องปล่อยให้ J ไปอยู่ที่ไหนที่ไม่มีเขาอยู่ข้างกาย...คำพูดที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เข้าใจกัน...เป็น Hyde เองที่แทบจะทำทุกทางเพื่อจะหลบหน้าเขา...แต่เวลานี้กลับต้องการเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“อีกไม่นานแล้ว Hyde…รอฉันก่อนนะ”
“อืมม...ก็ได้” เสียงตอบรับกลับไปเบา ๆ แม้จะไม่พอใจแต่เพียงแค่นี้เขาต้องทนให้ได้
“เป็นอะไรไป ? ง่วงนอนแล้วเหรอ ?...หรือว่างอนอีกแล้ว” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะถามกลับมาเพราะรู้ดีว่าเวลานี้ดึกดื่นมากแค่ไหนแล้ว
“เปล่าสักหน่อย...!!” Hyde เถียงกลับไปทันทีพร้อมกับพยายามทำน้ำเสียงให้รู้ว่าตนเองไม่ได้มีอาการง่วงนอนแต่อย่างใด...ก่อนจะพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง
“ J พูดอีกสิ...ฉันอยากได้ยินเสียงนาย”
“555...นี่ก็พูดไม่ได้หยุดแล้วนะ” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ...ตลอด 2 ชั่วโมงที่คุยกันเขาก็พูดไม่ได้หยุด...จนรู้สึกว่ามันอาจจะมากกว่าเวลาที่พวกเขาเจอหน้าและอยู่ใกล้กันเสียอีก
“ก็พูดอีกสิ” เสียงออดอ้อนเอ่ยปากขอมาอีกครั้ง
“OK ...อืมมม....พูดอะไรดี...เล่านิทานให้ฟังก่อนนอนดีมั้ย ?.......................”
...ร่างเล็กพริ้มตาลงช้า ๆ เปิดประสาทสัมผัสที่ใช้ในการรับฟังให้มากที่สุดเพื่อจะดื่มด่ำกับน้ำเสียงของอีกฝ่าย
....จินตนาการบรรเจิดว่าเจ้าของร่างอยู่ใกล้ชิดตนเองมากแค่ไหน....อยากได้ยินน้ำเสียงนี้ไปอีกนาน ๆ
....แต่จะดีแค่ไหน ? ถ้าเปลี่ยนจากเพียงเสียงเป็นทั้งเสียงและร่างกายของชายหนุ่ม...อ้อมกอด...ริมฝีปาก...ทุกอย่างที่เคยทำให้เขามีความสุขในทุกค่ำคืน....
...ขณะที่พาตนเองดื่มด่ำกับน้ำเสียงของอีกฝ่าย...อารมณ์บางอย่างกลับยิ่งรู้สึกพลุ่งพล่านในอก...ยิ่งได้ฟังเสียงนั้นมากมายเท่าไหร่ร่างกายก็เหมือนจะไม่อาจควบคุม...จิตใจพร่ำเพ้ออยากโดนอ้อมกอดนั้นสัมผัส...จนแทบขาดใจ...Hyde เปลี่ยนจากการใช้โทรศัพท์แนบกับหูมาเป็นใช้สมอล์ทอร์คแทน....
...เมื่อความรู้สึกบางอย่างอัดอั้นจนแทบทนไม่ไหว...ถ้าเขาไม่ได้ปลดปล่อยก็กลัวว่าตนเองจะต้องทรมาน....เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มผมทองดังมาให้ได้ยินตลอดเวลา....เสียงนั้นราวกับโอบล้อมอยู่รอบกาย...เหมือนกับ J กำลังสัมผัสเขา...ฝ่ามือบางไล้เลื่อนเข้าลูบไล้ผิวกายอ่อนนุ่มใต้เสื้อเชิ้ตตัวบางอย่างแผ่วเบา... ริมฝีปากถูกขบเม้มไว้แนบแน่นเพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าเขากำลังเกิดความต้องการเพราะน้ำเสียงของอีกฝ่าย
“Hyde ?” J ส่งเสียงเรียกไปอย่างแปลกใจ...เมื่อสิ่งที่เขาพูดไปยาวเหยียดกลับไม่มีเสียงใด ๆ ตอบสนองกลับมา
“อืม....พูดต่ออย่าหยุดสิ J…” เสียงกระซิบแหบพร่าตอบกลับไป...ถึงแม้จะเป็นแค่เสียงแต่เขาก็ยังอยากได้ยิน...ขณะที่ฝ่ามือบางเริ่มไล้เลื่อนลงมาคลึงเคล้นอยู่ที่โคนขา...กางเกงขายาวถูกรูดลงไปกองอยู่แทบเท้า...ก่อนที่แก่นกายบางจะถูกหยอกเย้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา....ริมฝีปากบางเปิดอ้าออกแต่ร่างเล็กก็ควบคุมมันเอาไว้ไม่ให้เสียงใด ๆ ลอดผ่านออกมา
“ J “
“หืมม์” ชายหนุ่มส่งเสียงตอบรับไปเบา ๆ
“ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่ ?” Hyde กระซิบถามเสียงแหบพร่า....อยากรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม
“กำลังเดินอยู่”
“อืม....เหรอ” เสียงตอบรับเบา ๆ เหมือนไม่ได้สนใจจะจริงจังกับคำตอบของคำถามที่ถามไป....แต่อุ้งมือกลับกำลังบีบเคล้นตนเองหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“Hyde ฉันว่านายคงง่วงนอนแล้วนะ....ถ้ายังไงวันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน....”
“อื้อ...” เสียงตอบรับไปอย่างไม่ตั้งใจ....เพราะตอนนี้ร่างเล็กรู้ตัวเองดีว่าไม่อาจควบคุมสติของตนเองได้อีกต่อไป...
“งั้นฝันดีนะ....แล้วเจอกัน...” ชายหนุ่มทิ้งท้ายคำลาเอาไว้สั้น ๆ ก่อนจะปิดโทรศัพท์ของตนเองลง...รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ทันทีที่โทรศัพท์ถูกวางสาย.... J สาวเท้าออกเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ตนเองกำลังตั้งใจจะไป...ให้เร็วขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
…อีกด้านของปลายสายเสียงสัญญาณจากชายหนุ่มผมทองตัดขาดไปแล้ว....แต่ Hyde กลับมีความสุขอยู่กับจินตนาการแสนสุขของตนเองว่า J กำลังอยู่ในกายเขา...มอบสัมผัสหยอกเย้าให้อย่างอ่อนโยน....โอบกอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
“อ้ะ...จ....J….อืมมมม” ร่างเล็กครางเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแผ่วเบา.... เปลือกตาบางหลับพริ้มลงเพื่อให้ภาพเงาร่างของชายหนุ่มผมทองปรากฏอยู่ในสายตาเขาอย่างชัดเจน....อุ้งมือและปลายนิ้วเร่งเร้าตนเองหนักหน่วงมากขึ้นทุกที...
.. โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าร่างของใครบางคนที่ตนเองกำลังคิดถึงอยู่เต็มหัวใจได้ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องพักหรูหราแห่งนี้แล้ว...จากกำหนดการเดินทางที่เคยบอกไว้ว่าอีกสองวันแต่ J กลับเลื่อนกำหนดกลับได้เร็วขึ้น....และตั้งใจว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็น Surprise เล็ก ๆ ให้กับ Hyde
... เสียงเปิดประตูห้องพักอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่ามันจะเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในรู้ตัวเสียก่อน...J วางกระเป๋าเดินทางไว้ตรงข้างประตู...ค่อย ๆ ถอดรองเท้าช้า ๆ ระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ ...ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปตามทางเดินที่ตรงไปยังห้องนอนของตน...เพราะรู้ดีว่า Hyde คงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง....
...รอยยิ้มบนริมฝีปากได้รูปปรากฏขึ้นไปตลอดทางที่มุ่งตรงไปยังห้องนอน...อยากรู้ว่า Hyde จะดีใจแค่ไหน ? ที่ได้เห็นตัวเขาจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่เสียงตามสาย...เพราะตอนที่โทรเข้ามาหา Hyde ครั้งแรกเมื่อตอนหัวค่ำเป็นตอนที่เขาอยู่บนเครื่องกำลังจะถึงจุดหมายปลายทางในอีกไม่กี่ชม.ข้างหน้า....หลังจากนั้นพอลงจากเครื่องเขาก็คุยโทรศัพท์มาตลอดทาง...แอบซ่อนไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาอยู่ใกล้มากแค่ไหน ?
...ชายหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสลูกบิดประตูเบา ๆ แต่ก่อนที่จะเปิดเข้าไป...เสียงบางอย่างกลับลอดผ่านมาให้ได้ยิน...จน J ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง....ก่อนจะแนบหูลงกับผนังประตูช้า ๆ และเขาไม่ได้ฟังผิดเสียงนั้นเล็ดลอดออกมาจากภายในห้องอย่างแผ่วเบา...ฝ่ามือแกร่งเคลื่อนไปบิดลูกบิดประตูช้า ๆ และเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อาาาาาา.....อื้ออ....J….J…..” เสียงครางหวานหูที่แสนคุ้นเคยดังชัดเจนขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป...ดวงตาเรียวรีกวาดมองฝ่าความมืดไปยังร่างเล็กบางที่เคลื่อนไหวแผ่วเบาอยู่บนเตียง...โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าคนที่ตนส่งเสียงเรียกบัดนี้ได้กลับมายืนอยู่ภายในห้องนี้แล้ว...และกำลังเห็นการกระทำนั้นเต็มสองตา...
...ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาทันที...พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ เมื่อรับรู้แล้วว่า Hyde คิดถึงและต้องการเขามากแค่ไหน ? และต่อจากนี้ไปเขาจะพยายามไม่ให้มีเรื่องราวใดมาทำให้พวกเขาสองคนต้องห่างกันอีก....
...ปลายเท้าค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนช้า ๆ โดยที่ร่างเล็กที่อยู่บนเตียงไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย...เพราะเปลือกตาบางที่ปิดสนิท...และอารมณ์ตอนนี้ก็ไม่อาจจะขบคิดสิ่งใดได้อีกแล้ว... J ค่อยทรุดกายลงนั่งกับพื้นข้างเตียงช้า ๆ พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ตนเองหลุดเสียงใด ๆ ออกไป...
...อยากเห็นเวลาที่ Hyde คิดถึงและต้องการเขามากกว่าใคร...
“ J….J….อ้ะ....อาาาาา.... J “ เสียงเรียกชื่อราวกับต้องการให้เจ้าของชื่อตอบสนองต่อเสียงเรียกเหมือนดังเช่นที่เคย
ทำ...ทุกครั้งที่เขาเรียก...ชายหนุ่มจะต้องเรียกชื่อเขาตอบกลับมา...เป็นเครื่องหมายว่าเรามีกันและกัน....อุ้งมือบางเร่งเร้าตนเองหนักหน่วงมากขึ้นทุกทีเมื่อทำนบอารมณ์ใกล้พังทลายเต็มทน....ความสุขสมแสนหวานกำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม... “Hyde…” แว่วเสียงกระซิบราวกับเกิดจากจินตนาการของตนเอง...ยิ่งทำให้ร่างเล็กสนองตอบความต้องการของตนเองเร่าร้อนขึ้นทันที
“อาาา....อ้าาาาา.......J……อ๊าาาาาาา....” เสียงกรีดร้องสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความสุขสมพร้อม ๆ กับ... ความเร่าร้อนจากกายที่หลั่งรินหยาดหยดออกมาจนเต็มอุ้งมือและไหลเรื่อยอยู่บนหน้าขาของตนเอง...
...ร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกลับมาอีกครั้ง...น้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ชัดเจนราวกับว่ามันอยู่ข้างกายเขานี่เอง...
....ข้างกายภายในห้องนี้....
...Hyde ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ แผ่นอกยังคงสะท้อนขึ้นลงเพราะความเหนื่อยอ่อน...แต่ถึงกระนั้นภาพใครบางคนที่อยู่ในจินตนาการเมื่อครู่....กลับปรากฏชัดเจนอยู่ในสายตาทันที
“ J…!!! “
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
tbc Love Punish 78- 78 -
“ Te–Chan” เสียงเรียกชื่อหัวหน้าวงดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเดินเข้าไปใกล้....แต่คนถูกเรียกยังคงนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อน้ำเสียงนั้น...ในขณะที่ดวงตาคู่สวยก็ยังคงเหม่อมองออกไปภายนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าไร้จุดหมาย...
“Te-Chan !! “ เสียงเรียกที่ดังมากกว่าขึ้นเดิม... มีผลให้ร่างบางสะดุ้งเฮือกหลุดจากภวังค์หันขวับกลับมามองเจ้าของเสียงที่ร้องเรียกชื่อเขาอย่างรวดเร็ว...ออกจะแปลกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนเข้ามายืนอยู่ในระยะใกล้แค่ไหน....
“มีอะไร ? เรียกซะตกใจหมดเลย”
“ก็เรียกเบา ๆ หลายครั้งแล้วไม่ได้ยินเองนี่นา....” Hyde ตอบพลางเขม้นมองอีกฝ่ายแน่วนิ่ง... ท่าทางของเพื่อนที่ดูแปลกไปจากแต่ก่อนและเป็นอาการที่มีต่อเนื่องมานานจนพวกเขาทั้งหมดอดสงสัยไม่ได้...จนต้องเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ ถึงสาเหตุ...เพราะทุกครั้งที่เอ่ยปากถามคำตอบที่ได้รับก็คือการปฏิเสธ...และพวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรต่อไปได้...ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมเปิดปากออกมา...
“Te-chan นายเป็นอะไรกันแน่ ? ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาฉันได้นะ...” Hyde ว่าพลางทรุดนั่งลงเคียงข้าง...เพราะอาการของ Tetsu ไม่ใช่แค่เพียงเหม่อลอยแต่ยังโหมทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนกับพยายามจะทำตัวให้
ยุ่งอยู่ตลอด...คล้ายกับพยายามจะลืมเลือนเรื่องราวใดที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจ... ....อาการร้อนใจทวีมากขึ้นเพราะทุกสิ่งที่ Tetsu กำลังทำมันเหมือนกับที่เขาเคยทำมาก่อน...
“ไม่มีอะไรหรอกแค่เหนื่อย ๆ ก็นั่งพักสายตาเท่านั้น” Tetsu ยังคงปฏิเสธไม่ต้องการให้ใครสักคนรับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น...เรื่องราววันนั้นมันก็แค่ความสะเพร่า...ใจง่ายของตัวเองที่ยินยอมให้เรื่องราวนั้นเกิดขึ้น...ไม่มีประโยชน์ที่จะเล่าเรื่องน่าอายนี้ให้ใครฟัง
“ถ้าเหนื่อยแล้วโหมทำงานหนักทำไม ? นายเหมือนทำงานเพื่อจะได้ลืม ๆ อะไรไปซะ....” Hyde ยังคงคาดคั้นเพื่อต้องการคำตอบ...หากคราวนี้อีกฝ่ายกลับยิ่งปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว... Hyde จึงต้องเป็นฝ่ายถอยพูดเสียงอ่อนลงอีกครั้ง...
“OK...ถ้างั้นคืนนี้ไปหาที่เที่ยวกัน...เดี๋ยวชวน Ken-Chan กับ Yukky ไปด้วย...ไปนั่งดื่มบรรยากาศดี ๆ เผื่อนายจะได้หายเหนื่อยด้วยนะ” ร่างเล็กพยายามหาเหตุผลมาอ้าง...ได้แต่หวังว่าการชวน Tetsu ไปเปลี่ยนบรรยากาศอาจทำให้เจ้าตัวอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างก็ได้...
“เอางั้นก็ได้...ตามใจนาย” หลังจากที่นิ่งไปเล็กน้อยในที่สุด Tetsu ก็ยอมตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้...เพราะไม่อยากทำให้เพื่อนรู้สึกเป็นห่วงเขามากไปกว่านี้...อีกอย่างการออกไปเปิดหูเปิดตาพักผ่อนซะบ้าง...บางทีอาจช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นอยู่ตอนนี้สงบลงบ้าง...
“งั้นเดี๋ยวฉันไปบอก Ken-chan กับ Yukky ก่อนนะ”
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
….ร้าน ###.....
“อ้าว !! Te-chan ทางนี้ ๆ” เสียงเรียกของเพื่อนร่วมวงที่ดังฝ่าเสียงเพลงกระหึ่มพร้อมกับเจ้าตัวที่ลุกขึ้นยืนโบกไม้โบกมือเพื่อให้เพื่อนสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ เรียกรอยยิ้มจากร่างบางเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้แต่พอเห็นคนที่นั่งอยู่ท
ี่โต๊ะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น...คิ้วเรียวยาวก็ขยับเข้าหากันอดถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้.... “Hyde กับ Yukky ล่ะ” Tetsu เอ่ยปากถามพลางผงกหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายกับใครอีกคนที่นั่งอยู่เคียงข้างกับ Ken ...ซึ่ง Inoran ก็ยิ้มทักทายตอบไปตามอัธยาศัย
“Yukky โทรมาบอกน้องไม่สบายไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนมันก็เลยต้องกลับไปเฝ้า...ส่วน Hyde มาแล้วแต่ท่าทางคงไม่อยากจะอยู่เที่ยวแล้วล่ะ “ Ken ตอบพร้อมอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ทำไม ?”
“ก็เมื่อกี้ J โทรมาจากอเมริกา...หมอนั่นขอตัวออกไปข้างนอกยังไม่กลับเข้ามาเลย” Ken อธิบายพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กบางที่เพิ่งเอ่ยถึงอยู่เมื่อครู่เดินกลับเข้ามาที่โต๊ะ
“มาแล้วเหรอ ?” เสียงทักที่ดังขึ้นเรียกให้สายตาของ Tetsu หันกลับไปมองทันทีจึงได้เห็นว่า Hyde ไม่ได้เดินมาเพียงลำพังแต่มีใครบางคนที่เขาเคยมีโอกาส ‘สนิทสนม’ ด้วยในค่ำคืนหนึ่งตามติดมาด้วย...
“หวัดดี Ryu…แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ” Ken เอ่ยปากถามถึงคนที่เหลือเพราะคืนนี้ที่นัดเที่ยวด้วยกันไม่ได้มีแต่พวกเขาเท่านั้น
“ไม่รู้สิ...คงจะตามมาทีหลังล่ะมั้ง ? หรือไม่ก็ไม่มาเพราะตอนที่ Ino โทรไปชวนยังไม่มีใครรับปากสักคน” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับใครอีกคนที่นั่งร่วมวงอยู่ด้วย
“ Hyde นั่งนี่สิ” Tetsu เอ่ยปากเรียกเพื่อนร่างเล็กให้ไปนั่งข้าง ๆ สายตาทั้งคู่มองตรงไปที่ Hyde เหมือนกับว่าไม่เห็นใครอื่นยืนอยู่ในที่นั้นอีก...ท่าทางที่แสดงออกอย่างจงใจของ Tetsu เรียกรอยยิ้มมุมปากจากชายหนุ่มผมดำได้เล็กน้อย...เมื่อบอกกับตัวเองว่า..
....ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่...อีกฝ่ายก็ไม่เคยเปลี่ยนท่าทีที่แสดงออกต่อเขา...
“อืม...ฉันว่า...ฉันขอตัวก่อนดีกว่า” Ryuichi เอ่ยขึ้นพลางทำท่าจะผละจากไปทันที...
“ไม่นั่งด้วยกันเหรอ Ryu” เสียงเรียบ ๆ ของเพื่อนสนิทดังแทรกขึ้นมาจนทำให้ต้องชะงักฝีเท้าไว้เล็กน้อย
“เดี๋ยวจะมานั่ง...แต่ตอนนี้มีอะไรให้ทำเยอะเลย” คำตอบแม้ไม่ชัดเจนแต่ก็ทำให้ Inoran รับรู้ได้ว่ามันคืออะไร ? เวลามาเที่ยวสถานที่แบบนี้เพื่อนเขามักจะสนุกสนานกับการสรรหาใครสักคนมานั่งดื่มเป็นเพื่อนและมันมักจะไม่ได้จบลงแค่การนั่งดื่มอย่างเดียว
“ตามใจ....” คำตอบรับพร้อมรอยยิ้มอย่างรู้เท่าทันของ Inoran ทำให้ไม่มีใครคิดที่รั้งให้ Ryuichi นั่งอยู่ร่วมโต๊ะอีก...จนเมื่อชายหนุ่มผมดำเดินปะปนเข้าไปในกลุ่มผู้คน...เสียงพูดจึงดังแทรกขึ้นมา
“Ryu นี่ท่าทางเจ้าชู้น่าดู...พวกข่าวลือที่เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ท่าทางจะเป็นเรื่องจริง” Ken เปรยขึ้นพลางหันหน้าไปมองคนข้างกายอย่างต้องการคำตอบ
“ก็แล้วมีใครบอกว่าไม่จริงล่ะ ? “ Inoran ตอบรับสั้น ๆ เรื่องนิสัยของ Ryuichi พวกเขารู้กันดี...เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจจะปิดบังความจริงในข้อนี้แต่อย่างใด...
...คำพูดคุยระหว่าง Inoran กับ Ken ถึงจะดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจ...แต่ใครบางคนในที่นั้นก็ได้ยินและรับรู้อยู่ตลอด...แก้วเหล้าในมือถูกบีบจนสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว...
...ทำไม ? ถึงรู้สึกหงุดหงิดนัก....
Tetsu สะบัดหัวไล่ความคิดบางอย่างออกไป...ก่อนจะหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มาตลอดตั้งแต่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับ Ryuichi ท่าทางของ Hyde เหมือนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย...แต่กลับจ้องมองสิ่งของที่อยู่ในมือเพียงอย่างเดียว
“Hyde...ดูอะไร ?” ร่างบางเอ่ยปากถามพลางขยับยื่นหน้าเข้าไปมองสิ่งที่ Hyde กำลังดูอยู่...จึงเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเอาแต่นั่งจ้องมองโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว
“อ...เอ่อ...เปล่า...” Hyde ทำท่าจะปฏิเสธแต่พอเห็นสายตาคาดคั้นของเพื่อนร่วมวง...เจ้าตัวก็ยิ้มเก้อ ๆ ออกมาก่อนจะยอมให้คำตอบ
“พอดีเมื่อกี้ J โทรเข้ามาแล้วสายมันหลุดไป....ฉ...ฉันก็รอดูว่าเมื่อไหร่จะโทรเข้ามาอีก “
“5555....ท่าทางนายจะอยากคุยโทรศัพท์มากกว่าเที่ยวซะแล้วนะ...ถ้างั้นทำไม ? ไม่กลับไปรอที่บ้านล่ะ...หมอนั่นโทรมาจะได้คุยกันยันเช้าไปเลยไม่ต้องกลัวว่าแบตจะหมดด้วย” Ken เอ่ยปากแซวติดประชดไปนิด ๆ พร้อมกับหัวเราะไม่ยอมหยุด...กับคู่ข้าวใหม่ปลามันที่มีเหตุให้ต้องห่างกันทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นาน
“Ken-Chan !! “ Hyde เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงลั่น...ใบหน้าเรียวอมชมพูระเรื่อขึ้นมาทันที...แต่เพราะคำพูดของเพื่อนหน้าแมวก็ทำให้ Hyde เหมือนกับจะคิดบางอย่างได้...ถ้าไปคุยโทรศัพท์ที่บ้านก็ดีจะได้ไม่ต้องมีเสียงรบกวนแถมไม่มีใครมากวนอีกต่างหาก...พวกเขาอยากจะทำอะไรโดยใช้สายโทรศัพท์เป็นสื่อก็ไม่มีใครเห็น...ดังนั้นแล้วความคิดนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
“ความคิดดีมาก Ken-Chan งั้นฉันกลับเลยดีกว่า...ฝาก Te-chan ด้วยนะ....Te-chan อยู่สนุกให้เต็มที่ก่อนเผื่อเรื่องที่ไม่สบายใจจะหายไปบ้าง...ฉันไปก่อนล่ะ...” Hyde เอ่ยปากลาเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกัน...ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็วไม่ยอมให้ใครสักคนมาเอ่ยปากรั้งเอาไว้...ความสุขจากเสียงปลายสายที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูจะสำคัญยิ่งกว่าเรื่องไหน ๆ ในเวลานี้แล้ว
“เดี๋ยว Hyde !!! ….เฮ่ออ.....” Tetsu ตะโกนฝ่าเสียงเพลงดังกระหึ่มตามหลังไป...ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาทันทีเมื่อเจ้าตัวเล็กไม่ยอมหยุดรอแม้แต่จะรับฟัง
“ปล่อยไปเหอะ Te-chan ต้องเข้าใจหน่อย...เพิ่งดีกันใหม่ ๆ ก็อย่างนี้แหละ...ไม่ต้องสนใจหรอก...นายอยู่ดื่มกับพวกฉันก็ได้” Ken เอ่ยปากชวนพร้อมกับรินเหล้าลงไปในแก้วที่ว่างเปล่าของ Tetsu
…ร่างบางรับขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหันเหความสนใจไปที่ผู้คนรอบข้างบ้าง... แต่แล้วสายตาที่เหมือนกับกวาดผ่านไปอย่างไม่มีจุดหมายกลับสะดุดหยุดอยู่ที่ร่างของใครบางคนที่เพิ่งจะเดินออกไปจากโต๊ะเมื่อครู่....ร่างของชายหนุ่มผมดำ..กำลังยืนคุยกับสาวสวยที่มุมลับตามุมหนึ่งของผับแห่งนี้...อาจเป็นเพราะไม่อยากให้สะดุดตาใคร...แต่ภาพนั้นกำลังตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งโดยที่เจ้าของร่างไม่ได้ตั้งใจ...
...ยิ่งได้เห็นรอยยิ้ม สีหน้า ท่าทาง ความอ่อนโยน ความเป็นกันเอง ทุกอย่างที่ชายหนุ่มกำลังแสดงออกกับผู้หญิงคนนั้น...แรงบีบที่ถ่ายทอดไปสู่แก้วเหล้าในมือก็ดูจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นทุกที...
...ทุกอย่างที่เกิดกับเขาในค่ำคืนนั้น...ก็คงเคยเกิดกับใครต่อใครนับไม่ถ้วน...ความอ่อนโยนที่เขาเคยได้รับ...คนอื่น ๆ ก็คงเคยได้รับไม่ต่างกัน...
...ทำไม ? ถึงยิ่งรู้สึกหงุดหงิด...เมื่อรู้ว่าใครต่อใครก็ได้รับความอ่อนโยนนั้น....
...แต่ก่อนที่แก้วเหล้าจะถูกบีบจนแตกคามือ...Tetsu ก็เบนสายตาจากภาพที่เห็นพร้อมกับรีบยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด...
...รีบ ๆ ลืมมันไปซะ...จะมาคิดมากให้มันได้อะไรขึ้นมา ? ในเมื่อมีแค่เขาที่เอาแต่ครุ่นคิดอยู่ฝ่ายเดียว...
…Tetsu คว้าขวดเหล้าขึ้นมารินใส่แก้วตัวเองอย่างหงุดหงิด...และเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนของตนกับ Inoran ที่นั่งคุยกันอยู่...ภาพการเคลื่อนไหวธรรมดานั้นกลับทำให้สายตาของ Tetsu หยุดมองอย่างไม่รู้ตัว...คนทั้งคู่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพูดคุยกัน...ไม่มีจับมือ...ไม่มีโอบไหล่...ไม่มีท่าทางที่แสดงออกว่าเป็นคนรักกัน....
...แต่ทำไม ? ภาพนั้นกลับให้ความรู้สึกอบอุ่น...มากกว่าท่าทางพลอดรักที่คู่รักหลาย ๆ คู่ในที่นี้กำลังกระทำกันอยู่...
...เรื่องที่คนทั้งคู่คุยกันเขาไม่ได้ยิน... เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มและเสียงพูดคุยที่จ้อกแจ้กจอแจจนจับใจความสำคัญอะไรไม่ได้...ปกติถ้าไม่ตะเบ็งเสียงก็แทบไม่ได้ยิน...แต่ทำไม ? คนคู่นี้ถึงทำเหมือนทุกอย่างรอบกายเงียบสนิท...ทุกคำพูดของ Inoran ที่ Tetsu เห็นมีเพียงแค่ริมฝีปากบางที่ขยับเคลื่อนไหว...ลักษณะการพูดก็ไม่ใช่ตะโกน...ไม่ต้องกระซิบข้างหู...แต่ Ken กลับรับรู้และเข้าใจได้ทันที...ส่วน Inoran ก็ดูเหมือนจะรับรู้ในทุก ๆ คำพูดของ Ken เช่นกัน
…Ken กับ Inoran ใช้สิ่งใดพูดและใช้สิ่งใดฟังกันแน่ ? ....ทำไม ? ทั้งคู่ถึงดูเข้าอกเข้าใจกันมากมายขนาดนี้....
...ภาพที่เห็นหยุดสายตาของ Tetsu ให้จ้องมองนิ่งนานอย่างลืมตัว...ราวกับมันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะสังเกตท่าทางของคนทั้งสอง...เป็นการกระทำที่น่าทึ่งจริงๆ ในสายตาของเขา...และพอจ้องมองนานเข้ากลับมีเรื่องราวสนุกสนานให้เห็นจนได้...เมื่อรู้สึกว่า Ken จะโดนโกรธและเจ้าเพื่อนหน้าแมวของเขาก็กำลังพยายามที่จะต่อรองอย่างสุดความสามารถ...
...ท่าทางที่เข้าอกเข้าใจกันของคนทั้งคู่...เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเองจริง ๆ สักครั้ง...
“นั่งจ้องสองคนนั่นทำไม ?” เสียงคุ้นหูของใครบางคนที่จงใจก้มลงมากระซิบที่ข้างหู...ถึงกับทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว...ครั้นพอจะหันกลับไปมอง...เจ้าของเสียงก็เดินอ้อมมาทรุดกายนั่งลงข้างเขาเรียบร้อยแล้ว... Ryuichi พยักหน้าทักทาย Inoran อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเพื่อนเงยหน้าหันมาเห็น...หากไม่ได้เอ่ยปากชวนคุยแต่อย่างใด...เพราะรู้ว่าเพื่อนของตนเองคงกำลังมีเรื่องต้องคุยกับคนข้าง ๆ อีกมาก...
“แล้วนายกลับมาที่นี่ทำไม ?” เสียงแข็ง ๆ เอ่ยถามขึ้นทันที...พร้อมกับแก้วเหล้าในมือที่ถูกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“ก็เห็นนายนั่งคนเดียวคงจะเหงา...สองคนนั้นดูท่าทางจะเข้าโลกส่วนตัวไปแล้ว”
“ใครบอกว่าฉันเหงา !! ฉันอยู่คนเดียวได้ !! “ ความร้อนรุ่มที่เก็บซ่อนอยู่ภายในทำขึ้นเสียงตะคอกดังขึ้นอย่างลืมตัว...และเสียงนั้นก็เรียกสายตาของ Ken กับ Inoran ให้หันกลับมามองทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ?
“ไม่มีอะไรหรอก...พอดีฉันไม่ค่อยได้ยินเลยถาม Tetsu หลายครั้งไปหน่อย...หมอนี่ก็เลยหงุดหงิด” Ryuichi รีบหันไปอธิบาย
“5555…ระวังหน่อยสิ...Tetsu น่ะ...ชอบจู้จี้กับคนอื่น...แต่ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้กับตัวเอง...พอไปถามย้ำ ๆ หลายทีหมอนี่จะพาลหงุดหงิดเอาได้ง่าย ๆ “ Ken หัวเราะชอบใจแถมพลั้งปากขายเพื่อนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจไปอีก...จน Tetsu ต้องหันไปจ้องตาเขียวเจ้าตัวจึงสงบปากคำลงได้
“อ่ะเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย...” Ryuichi อมยิ้มให้กับคำตอบที่ได้รับ...ก่อนจะหันไปพูดกับคนข้างกายต่อ
“แต่เท่าที่ผ่านมาฉันก็ไม่ได้จู้จี้กับนายมากนี่นา...แต่ทำไมนายชอบทำท่าทางหงุดหงิดใส่ฉันจัง”
“มันเรื่องของฉัน !!” น้ำเสียงยังคงแข็งกระด้างเช่นเดิม...แก้วน้ำสีอำพันในมือถูกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดอีกครั้ง
“คอแข็งจังนะ...คราวที่แล้วก็เห็นนายดื่มไม่หยุดอย่างนี้เหมือนกัน” Ryuichi พูดพร้อมรอยยิ้มที่สื่อไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการดื่มของ Tetsu อย่างจงใจ...ทำให้ร่างบางรับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มยังคงไม่ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น
...แล้วทำไม ? ถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....
...คำถามที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้รับคำตอบทันทีเช่นกันว่า...เขาคงไม่ต่างไปจากคนอื่น ๆ ที่ชายหนุ่มเคยใช้ค่ำคืนแบบนั้นร่วมด้วย...
...นั่นสินะ...แล้วตัวเขากำลังคาดหวังอยากจะให้มันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นกันแน่ ?...
Tetsu ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง....ไม่มีประโยชน์ที่จะขบคิดหาคำตอบให้กับเรื่องนี้...เพราะตัวเขาเองก็ทำเหมือนไม่ต้องการให้มีอะไรสานต่อจากเหตุการณ์คืนนั้น...การที่ Ryuichi ทำเหมือนเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น...มันก็ตรงกับความต้องการของเขาแล้วไม่ใช่รึ!!!
“ฉันกลับล่ะ...ขอตัวก่อน” Tetsu เอ่ยลาพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืนทันที...
“อ้าว...จะกลับแล้วเหรอ...รอไปพร้อมกันสิ...เดี๋ยวฉันไปส่ง...”
“กลับกันเลยก็ได้...” Inoran ที่นั่งมองอยู่ทำท่าจะขยับตัวเช่นกัน...
“ไม่ต้องหรอก Ken-Chan Ino...พวกนายอยู่กันต่อเถอะ...ฉันกลับเองได้นะ” Tetsu รีบปฏิเสธ...เพราะการจะไปทำให้คนอื่น ๆ ต้องมาหมดสนุกไปเพราะตนเองคงเป็นเรื่องไม่ดีนัก...พูดจบ Tetsu ก็สาวเท้าออกเดินไปอย่างรวดเร็ว... โดยไม่ได้หันมามองว่าใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างกายเมื่อครู่ก็กำลังผุดลุกขึ้นยืนเช่นกัน...
“Ryu นายก็จะกลับด้วยเหรอ ?” Inoran ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนตนเองทำท่าจะลุกออกไปจากโต๊ะ
“อืม....ไม่อยากรบกวนนายสองคน...อีกอย่างตอนนี้มีเรื่องน่าสนใจให้ทำอีกแล้ว” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปบ้าง...
...Tetsu เดินไปเรื่อย ๆ ไปบนบาทวิถีตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากร้าน... วันนี้เขาไม่ได้เอารถมาเพราะตั้งใจว่าจะเมาให้เต็มที่แล้วอาศัยรถเพื่อนสักคนไปส่งแต่ท้ายที่สุดต้องมาลงเอยแบบนี้...ความอ้างว้างโดดเดี่ยวเหมือนจะแย่งชิงกันแล่นเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ... หนาวเหน็บจนกระทั่งอุณหภูมิปลายฤดูหนาวที่ล้อมรอบกายดูจะอ่อนกำลังจนไม่สามารถทำให้เ
จ้าของร่างไปใส่ใจกับมันได้อีก... ...ภาพคู่รักที่เดินอิงแอบแนบชิดราวกับจะถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กันและกัน...เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย...รอยยิ้มที่ราวกับเย้ยหยันตัวเองที่ต้องเดินอยู่เพียงลำพัง... สองเท้าก้าวไปตามทางเดินอย่างไม่เร่งรีบพยายามปล่อยใจให้ว่างเปล่าไม่ขบคิดเรื่องราวใดให้ฟุ้งซ่าน...แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังใจเพราะความคิด...ดูจะยึดติดอยู่กับค่ำคืนหนึ่งที่อบอุ่นยิ่งกว่าคืนไหน ๆ นั้นไม่ลืม..Tetsu หลับตาลงพลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ ทั้ง ๆที่อยากจะลืมแต่ทำไมถึงจดจำมันได้อย่างชัดเจน....
...นี่ตัวเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ? …
...ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้าช้า ๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ให้ออกไปจากใจ...พลางสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อจะข้ามถนนไปเรียกแท็กซี่อีกฝั่ง...แต่ทันทีที่เท้าข้างหนึ่งแตะกับพื้นถนน Tetsu กลับต้องชะงักแล้วดึงตัวเองกลับขึ้นมายืนบนบาทวิถีอย่างรวดเร็ว...เพราะเสียงรถที่แล่นมาด้วยความเร็วและแสงไฟที่สาดมากระทบ....แต่แล้วรถคันนั้นกลับมาจอดนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า...เฟอรารี่สีแดงคันงามที่ไม่คุ้นตาทำให้คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย... แต่ไม่นานความสงสัยนั้นก็จางหายไปเมื่อกระจกหน้าต่างถูกเลื่อนลงเผยให้เห็นชายหนุ่มผมดำที่อยู่ด้านใน
“ขึ้นมาสิฉันจะไปส่ง...” น้ำเสียงเรียบ ๆ พร้อมรอยยิ้มเอ่ยชวน...ถึงแม้จะอยากปฏิเสธแล้วทำเป็นไม่สนใจแต่ Tetsu กลับยินยอมที่จะก้าวขึ้นรถไปง่าย ๆ เพียงแค่อยากหาคำตอบให้กับตัวเองว่า...สิ่งผิดปกติที่ทำให้จิตใจรู้สึกไม่สงบ...สาเหตุมันมาจากคน ๆ นี้ใช่รึเปล่า ?
…เฟอรารี่สีแดงเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วมากขึ้นเมื่อออกสู่ถนน...ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ไปตลอดทางไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากคนทั้งคู่... ร่างบางที่นั่งเคียงข้างเหม่อมองออกไปนอกกระจกอย่างไร้จุดหมาย...แสงไฟจากข้างถนนแลดูเป็นเส้นสายทุกครั้งที่รถเคลื่อนตัวผ่าน...Ryuichi เหล่มองคนข้างกายเล็กน้อยถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจที่ Tetsu ยอมมากับเขาทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาร่างบางไม่เคยมีท่าทีที่เป็นมิตร...
...จะยกเว้นก็แต่...ค่ำคืนนั้น... คิดมาถึงตรงนี้ Ryuichi ก็คล้ายจะเฉลียวใจอะไรได้บางอย่าง...
....หรือบางที Tetsu อาจคิดว่าคืนนี้คงเหมือนคืนนั้น...ดังนั้นจึงยินยอมที่จะขึ้นรถมากับเขา...
“จะไปไหน ?” เสียงถามดังขึ้นมาจากคนที่นั่งเงียบมาตลอดทางอย่างแปลกใจ...ทันทีที่รู้สึกว่าเส้นทางเดินรถเปลี่ยนไป...จากที่ควรเป็นเส้นทางไปยังบ้านของเขา แต่เวลานี้ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนเป็นเส้นทางอื่น
“เดี๋ยวก็รู้” คำตอบสั้น ๆ ที่ได้รับยิ่งทำให้คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันมากกว่าเดิม... แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเฟอรารี่คันงามก็เคลื่อนเข้าจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านเดี่ยวหรูหราแห่งหนึ่ง
“บ้านใคร ?”
“บ้านฉัน” จบคำตอบประตูรั้วก็ถูกเปิดออกอย่างอัตโนมัติด้วยรีโมทที่อยู่ในมือชายหนุ่ม
“ลงมาสิ” Ryuichi เดินอ้อมไปเปิดประตูรถพลางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายลงมาเยือนบ้านของตน...ถึงแม้จะยังสงสัยแต่ Tetsu ก็ยินยอมก้าวลงมาและเดินตามชายหนุ่มผมดำเข้าไปในตัวบ้านอย่างเชื่องช้า...
....ความสับสนในจิตใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ตัวเองดีว่า...ยิ่งก้าวเดินต่อไป...เรื่องราวคงจบลงไม่ต่างจากในค่ำคืนนั้น....
...แล้วทำไม ? เขาถึงยังยอมที่จะตามอีกฝ่ายเข้ามา...ทั้ง ๆ ที่ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ดี... เพียงแค่ต้องการคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจทุกครั้งที่พบเจอกับชายคนนี้เท่านั้นน่ะเหรอ....
“โฮ่ง !!! “ เสียงเห่าที่ได้ยินทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย...และเหมือนตื่นจากภวังค์ความคิดต่าง ๆ เมื่อครู่นี้
“ไง...” เสียงทักทายอย่างเป็นกันเองพร้อมกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ทรุดตัวลงทักทายกับเจ้าสุนัขที่พากันออกมาต้อนรับ...และไม่ใช่แค่ตัวเดียวแต่มีมากถึงสามตัว...แถมหนึ่งในจำนวนนั้นก็เดินมาหยุดกระดิกหางอยู่ตรงหน้า Tetsu ...ร่างบางจึงค่อย ๆ เอื้อมมือเข้าไปลูบหัวเจ้าโกลเดนรีทรีฟเวอร์เบา ๆ ซึ่งมันก็กระดิกหางตอบรับอย่างยินดี
“ชอบมั้ย ?” เสียงกระซิบถามแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้ม... แต่กลับทำให้ใบหน้าเรียวแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อคิดตีความคำพูดนั้นไปเป็นอย่างอื่น
“อะไร ?” คำถามห้วนสั้นย้อนถามกลับมาพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“หมาไง ? ท่าทางนายดูคุ้นเคยกับมันดี”
“ก...ก็ไม่ได้เกลียด...แต่ฉันไม่ได้เลี้ยงสัตว์อะไรเป็นพิเศษ...ส่วนใหญ่ก็แค่รับฝากแมวจาก Ken มาดูแลบ้างก็เท่านั้น” Tetsu ตอบคำถามพลางกัดริมฝีปากเบา ๆ นึกโกรธตัวเองขึ้นมานิด ๆ ที่คิดฟุ้งซ่านไปกับพูดของอีกฝ่าย
“นั่งก่อนสิ” Ryuichi เอ่ยปากชวนก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มช้า ๆ ร่างบางยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ...มือแกร่งจึงยกขึ้นรวบข้อมือเรียวนั้นเบา ๆ เพื่อจะดึงให้นั่งลงพูดคุยกัน... แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งทำให้ร่างบางที่สับสนอยู่แล้วมาถึงจุดที่ทนรับไม่ไหวอีกครั้ง..ข้อมือเรียวบางจึงถูกกระชากออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มทันที...
“ไม่!! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ? ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว...ฉันอยากจะกลับบ้าน !! “ คำพูดโวยวายที่ออกมากะทันหัน...ทำให้คนฟังอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้...กับท่าทางของ Tetsu ที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะสับสนอยู่ไม่น้อย
“ใจเย็น ๆ Tetsu “ Ryuichi เอ่ยปลอบพลางลุกขึ้นยืน...พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะข้อศอกอีกฝ่ายเบา ๆ...เมื่อไม่มีอาการแสดงออกรุนแรงใด ๆ อีกมือแกร่งจึงเคลื่อนไปรวบข้อมือบางนั้นอีกครั้ง...ออกแรงบังคับนิด ๆ ให้ร่างบอบบางทรุดลงนั่งใกล้ ๆ กัน...
“ท่าทางนายดูสับสนนะ...” ชายหนุ่มเอ่ยนำออกมาหลังจากนิ่งกันไปครู่ใหญ่...พร้อมกับยื่นมือไปลูบเส้นผมอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา...
“ทั้งหมดก็เพราะนาย !! ถ้าไม่เพราะ....” Tetsu กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เขากำลังจะพูดอะไรออกไป ? แค่เพราะเรื่องคืนนั้นอย่างนั้นเหรอถึงทำให้จิตใจของเขาว้าวุ้นอยู่อย่างนี้...ทำไมถึงไม่ลืมมันสักที...
“ไม่...ไม่ใช่เพราะนาย...” เสียงพึมพำที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเบา ๆ ราวกับจะตอกย้ำตัวเองว่า...สาเหตุที่ทำให้จิตใจของเขาสับสนอยู่ในเวลานี้ไม่ได้เกิดจากการกระทำของอีกฝ่าย
“Tetsu !! “ Ryuichi เรียกอีกฝ่ายเสียงดังขึ้นเหมือนจะเรียกเพื่อเตือนสติ...ท่าทางสับสนและว้าวุ่นใจของร่างบางเขารับรู้มันได้...เจ้าของชื่อหันหน้ามามองชายหนุ่มข้างกายช้า ๆ ยิ่งได้สบกับดวงตาสีดำขลับคู่นั้น...เขาก็ดูเหมือนจะไม่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นทุกที
“ฉันไม่เป็นอะไร “ Tetsu ตอบพลางสูดลมหายใจลึก...เพื่อเรียกความสงบเยือกเย็นของเขาให้กลับคืนมา...บอกตัวเองว่าท่าทางที่แสดงออกไปเมื่อครู่...คงเป็นเพราะเหล้าที่ดื่มเข้าไปหลายต่อหลายแก้วตอนที่อยู่ในผับเมื่อกี้
“นายอยากให้ฉันทำยังไง ? บอกฉัน Tetsu….” Ryuichi เอ่ยปากวิงวอนเสียงแผ่วเบา...ท่าทางสับสนว้าวุ่นของ Tetsu เมื่อกี้มันทำให้เขาไม่สบายใจ...และไม่ใช่แค่เรื่องนี้...หลายครั้งที่พวกเขาสองคนพบเจอกัน...ความไม่เข้าใจก่อเกิดขึ้นในจิตใจเสมอ...ว่าทำไม ? Tetsu ถึงมักชอบทำท่าทางเย็นชาใส่เขา...ถึงแม้จะไม่อยากใส่ใจ....แต่ในส่วนลึกมันก็ยังอดคิดกังวลไม่ได้...ว่าพวกเขาจะไม่มีทางผูกสัมพันธ์กันด้วยดีได้เลยเหรอ....
...คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างบางเงยหน้ามองชายหนุ่มช้า ๆ สิ่งที่เขาต้องการคืออะไรกันแน่ ? อารมณ์หงุดหงิด โมโห ไม่พอใจทุกครั้งที่เห็น Ryuichi อยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...และยิ่งรู้ว่าความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมี...มันไม่ใช่เพื่อเขาเพียงคนเดียว...นั่นเป็นสิ่งที่เขารู้สึกไม่ชอบใจ...แค่เพราะคืนนั้นเขายอมนอนกับ Ryuichi เท่านั้นน่ะเหรอ ? ถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้
“กอดฉัน...” คำตอบเพียงแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปาก...ทำให้ชายหนุ่มผมดำต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ...ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน...
...Tetsu จ้องมองสบตากับดวงตาคมคู่นั้นแน่วนิ่ง...สิ่งที่พูดออกไปไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือความมึนเมาอย่างไร้สติ....หากแต่ร่างบางคิดทบทวนดีแล้วจึงเลือกที่จะเอ่ยมันออกมา...เพราะเขาทนไม่ได้กับความไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย...ทนไม่ได้เมื่อเขารู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็น Ryuichi ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน...คำพูดที่พูดออกไปอาจจะดูเหมือนขาดสติใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล...
....แต่แท้จริงแล้วเขาแค่อยากพิสูจน์ว่า...เขารู้สึกอย่างไร ? กับ Ryuichi กันแน่...มันเป็นแค่เพียงความลุ่มหลงเผลอใจเพราะเสน่ห์ของอีกฝ่าย...หรือว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น ?
…เพียงไม่นานหลังจากที่จ้องมองสบตากัน...กลับเป็นฝ่าย Ryuichi ที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ สิ่งที่ Tetsu ร้องขอไม่ใช่สิ่งที่กระทำให้ไม่ได้...แต่ถ้ายอมให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอีก...มันจะดีกับพวกเขาทั้งสองคนจริง ๆ น่ะเหรอ ?...
“นายเมาแล้ว Tetsu…ฉันว่า....”
“ฉันไม่ได้เมา !!! แต่ถ้ามันทำให้นายลำบากใจ....” Tetsu หยุดคำพูดตนเองไว้แค่นั้น...ริมฝีปากถูกกัดจนเจ็บ... พยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดกลั้นความรู้สึกปวดแปลบและอับอายเมื่อสิ่งที่เขาร้องขอได้รับการปฏิเสธ....
...ทำไม ? น้ำตามันเหมือนจะไหลออกมา...ทันทีที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่เหมือนกับไม่ต้องการเขา....
...เพราะไม่ต้องการ...ก็เลยไม่อยากทำสินะ....
ร่างบางขยับกายลุกพรวดพราดขึ้นอย่างรวดเร็วหมายจะออกไปจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด...ไม่ต้องการแม้แต่จะยืนอยู่ในที่แห่งเดียวกับ Ryuichi อีกต่อไป...ถ้าเมื่อกี้เขาไม่ได้พูดคำนั้นออกไปก็ดี...หากยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไปอุ้งมือแกร่งก็ฉวยคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้ทัน..ก่อนจะรวบต้นแขนทั้งสองข้างดึงรั้งให้ร่างบางหันมาเผชิญหน้า...
“ฉันไม่ได้ลำบากใจ Tetsu ...แต่เป็นห่วงความรู้สึกนายต่างหาก....ไม่อยากให้นายคิดว่านายเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่ฉันต้องการแค่ความสุขเพียงชั่วข้ามคืน....” Ryuichi อธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...ถ้าพวกเขาเริ่มความสัมพันธ์จากแค่ความสุขทางกาย...ต่อไปในอนาคตความสัมพันธ์นั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขา...หากต่างฝ่ายต่างพบเจอกับคนที่ต้องการ...สิ่งที่เกิดก็จะเป็นแค่ความสุขสมที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดในภายภาคหน้า....
“มันจะต่างกันยังไง ? ในเมื่อนายเองก็เคยพาใครต่อใครมาบ้านหลังนี้...อย่ามาทำเป็นพูดว่าห่วงความรู้สึกของฉัน !! ในเมื่อตั้งแต่แรกนายก็ไม่คิดว่าฉันต่างจากใครต่อใครที่นายพาไปนอนด้วย !! “
“แต่ฉันไม่เคยพาใครมาที่นี่” น้ำเสียงราบเรียบที่ดังขึ้นต่อท้ายคำพูดของอีกฝ่ายพร้อมกับดวงตาคมที่จ้องมองแน่วนิ่งคล้ายกับจะยืนยันสิ่งที่ตนเองพูดออกไป....
...ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินดังซ้ำไปซ้ำมาในหัว...ภาพที่เขาเคยเห็น Ryuichi อยู่กับคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง..ถูกนำมาลบล้างสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่า...มันไม่จริง…อย่าเชื่อ.... ถ้าแม้สิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริงแค่พาเขามาที่บ้านไม่ได้หมายความว่าเขาพิเศษกว่าคนอื่น ๆ แค่สถานที่ต่างกันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นอะไรมากไปกว่าคู่นอนของ Ryuichi...
“แล้วไง ? ฉันไม่เห็นว่ามันจะพิเศษกว่าใครตรงไหน ? แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้ว...ขอตัว” พูดจบ Tetsu ก็ทำท่าจะผละจากไปทันที....ความรู้สึกปวดแปลบภายในอกราวกับจะทิ่มแทงออกมาภายนอก...หากว่าเขายังคงยืนอยู่ที่นี่...กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้เห็น
...ร่างบางสาวเท้าออกไปได้ไม่ไกล...เสียงฝีเท้าที่ตามติดมาพร้อมกับอุ้งมือแกร่งที่ดึงรั้งข้อมือบางให้กลับมาเผชิญหน้า...ถึงแม้หลายครั้งที่พบเจอกันสิ่งที่ Ryuichi แสดงออก...คือไม่ใส่ใจ...ทำราวกับเรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น...แต่ภายในส่วนลึกของหัวใจแล้ว...กลับปฎิเสธไม่ได้ว่าตัวเขาเองรู้สึกว่า Tetsu เป็นอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ การที่ไม่ยอมทำตามสิ่งที่ร่างบางร้องขอ....เพราะอยากจะเปลี่ยนแค่ความสุขทางกายให้เป็นอะไรที่เพิ่มมากขึ้นกว่านั้น...แต่ดูท่า Tetsu กลับไม่ยอมเข้าใจ....
“ถ้านายไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ...แต่เรื่องที่พูดเมื่อกี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...ในเมื่อยอมตามฉันมาถึงบ้าน...ถ้าคนอย่างฉันยอมให้กลับไปง่าย ๆ บอกใครก็คงไม่มีใครเชื่ออีกสินะ.." พูบจบ Ryuichi ออกแรงกระชากข้อมือบางให้ก้าวตามขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว...ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะออกแรงฝืนเอาไว้มากแค่ไหน...แค่ทำตามสิ่งที่ Tetsu ต้องการตั้งแต่แรกก็พอแล้ว
“จะทำอะไร ? ปล่อย !!! ฉันจะกลับ” เสียงโวยวายดังตามมาทันทีที่ตนเองถูกลากให้เข้ามาในห้องนอนของอีกฝ่าย...และเมื่อถูกดึงให้เข้าไปใกล้เตียงนอนมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกกลัวก็เริ่มมีมากขึ้นทุกที.... เพราะความอ่อนโยนที่เคยได้รับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างจนไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่เคยกอดเขาอย่างอ่อนโยน
...Ryuichi ไม่ยอมตอบคำถามแต่กลับออกแรงกระชากร่างบางให้เข้าไปในอ้อมกอดพลางโอบรัดไว้อย่างแน่น
หนา...ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพยายามดิ้นรนมากแค่ไหน ? ในเมื่อเขากำลังจะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ....ริมฝีปากผ่าวร้อนประทับลงอย่างแนบสนิทเมื่อเห็นว่า Tetsu กำลังจะโวยวายออกมาอีกครั้ง...ร่างบางเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเพราะไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะใช้กำลัง.... ภาพพจน์ของชายหนุ่มที่เขาเคยรับรู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและรู้สึกอบอุ่นเวลาที่อยู่ใกล้...เพราะเคยสัมผัสถึงรู้ว่า Ryuichi อ่อนโยนมากแค่ไหน แต่เวลานี้กับต่างไปเหมือนไม่ใช่ Ryuichi ที่เขารู้จัก...ไม่ใช่คนที่ถ่ายทอดความอบอุ่นอ่อนโยนให้ในค่ำคืนนั้น “Ryu !!! ปล่อย !! “ Tetsu ตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มเสียงลั่น...เมื่อตนผละหนีริมฝีปากกระด้างเย็นชานั้นออกมาได้....มันเย็นชาราวกับจะแช่แข็งเขาให้หนาวเหน็บไปทั้งร่าง....
...ความอบอุ่นอ่อนโยนที่เคยได้รับมันหายไปไหน ?....
“Tetsu เป็นนายต้องการมันเอง....แล้วตอนนี้จะมาปฎิเสธ...ฉันว่ามันสายเกินไปแล้ว...” น้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับดวงตาสีดำคู่นั้นจ้องมองร่างข้างใต้แน่วนิ่ง...เย็นชา...และไร้ความรู้สึก...นี่เป็น Ryuichi ที่เขาไม่รู้จัก...ดวงตาคู่สวยของร่างบางที่จ้องมองกลับมาเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง....เขาไม่ต้องการให้คน ๆ นี้กอดอีกแล้ว...แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเป็นเขาที่เอ่ยปากร้องขอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
...ข้อมือบางที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นเตียงนุ่มเริ่มไม่ออกแรงต้านอีกต่อไป...ร่างข้างใต้นิ่งเฉยราวกับรอคอยให้เหตุการณ์เลวร้ายนี่จบลงเสียที เพียงเท่านี้ก็รับรู้ได้แล้วว่า...เขาควรจะทำอย่างไรกับใจตัวเองที่เคยว้าวุ่นทุกครั้งที่พบเจออีกฝ่าย.... ในเมื่อคำตอบที่ได้รับคือการลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่างไปให้หมดและนั่นก็คงเป็นสิ่งที่ Ryuichi ต้องการ....ความสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายที่กระด้างเย็นชาจะปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดระหว่างพวกเขา....
.... ร่างกายเปลือยเปล่าที่แนบชิดกันจนไร้ระยะห่างกลับไม่มีความอบอุ่นถ่ายทอดสู่กันและกัน.... แม้จะใกล้กันมากแค่ไหนแต่มันก็เหมือนกับมีช่องว่างที่มีสายลมเย็นยะเยียบพัดผ่านจนรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง....บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่ Ryuichi ใช้เพื่อยุติเรื่องราวกับใครหลายคนก่อนหน้านี้... เพราะคนที่เคยได้รับความอบอุ่นอ่อนโยนมีใครบ้างที่จะเป็นฝ่ายทอดทิ้งและหนีหายไปจากความอบอุ่นนั้น นอกเสียจากว่าความอบอุ่นนั่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เขากำลังได้รับอยู่ในขณะนี้....
“ฮึก....” เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเพียงแผ่วเบาพร้อมกับริมฝีปากบางที่ถูกขบเอาไว้จนแน่น...ไม่ได้ตั้งใจจะให้เสียงนั้นลอดผ่านออกไป....ไม่อยากจะใช้น้ำตาเรียกร้องความอ่อนโยนเมื่อชายหนุ่มไม่คิดจะมอบให้เขาตั้งแต่แรก
...แต่เสียงนั้นถึงแม้จะแผ่วเบามากแค่ไหน....แต่ชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่เบื้องบนก็ได้ยิน...Ryuichi หยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะยันกายขึ้นมองคนตรงหน้า...ร่างข้างใต้ที่หลับตาแน่นเหมือนไม่อยากจะรับรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น...หยาดน้ำใสที่ไหลลอดเปลือกตาบางที่ปิดสนิทพร้อมกับร่างบางที่สั่นไหวน้อย ๆ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดมากขึ้นทุกที....
...Ryuichi ขยับเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้พร้อมกับริมฝีปากได้รูปที่แนบสนิทกับหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
... เป็นการกระทำที่แปรเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่เพราะครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนกับที่เขาเคยได้รับก่อนหน้านี้
“ขอโทษ...แต่ฉันไม่อยากให้นายเกลียดฉันมากไปกว่านี้....เรื่องที่ทำไปเมื่อกี้และทุกอย่างที่ฉันเคยทำกับนายลืมมันไปซะให้หมดนะ....ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นมาอีก...เพราะฉะนั้นนายเลิกอคติต่อฉันสักที....เรามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่า” คำพูดปลอบใจอย่างอ่อนโยนพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมดำที่พลิกกายลงนอนเคียงข้างหันหลั
งให้กับร่างบางที่อยู่ข้างกาย.... …Ryuichi ไม่ยอมที่จะสานต่อเรื่องราวต่อไปจนสิ้นสุดเพราะรู้ดีหากเขาทำอย่างนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาคงมีแต่จะเลวร้ายลงกว่าเดิม...เป็นไม่ได้แม้แต่เพื่อน...Tetsu คงจะเกลียดเขามากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...และนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น...อยากให้ระหว่างพวกเขาสองคนหลงเหลือความรู้สึกดีๆ ต่อกันแม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี
...Tetsu เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ทันทีที่คำพูดของชายหนุ่มจบลง... ความอบอุ่นอ่อนโยนหรือแม้แต่ความกระด้างเย็นชาที่ได้รับเมื่อครู่ต่างมลายหายไปหมดสิ้น....ไม่หลงเหลือสัมผัสใดให้เขาอีกแล้ว...ดวงตาคู่สวยเหม่อมองเพดานห้องที่มืดสนิทอย่างว่างเปล่า...โคมไฟหัวเตียงถูกดับลงด้วยมือของชายหนุ่มเมื่อครู่...หลงเหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่าหนาวเย็นที่มืดมิดไร้แล้วซึ่งแสงสว่างใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากรอบกายหรือแม้ภายในจิตใจของตนเองก็ตาม
...หัวใจกระตุกวูบหวั่นไหวและหวาดกลัว...เมื่อรู้สึกว่าตนเองเหมือนคนตาบอดที่มองไม่เห็นหนทางเบื้องหน้า...ถ้ายินยอมลืมเลือนเรื่องราวทุกอย่างเหมือนที่ Ryuichi ต้องการ....เขายังจะเหลืออะไร ? เมื่อคำตอบทุกอย่างเพิ่งกระจ่างชัดในจิตใจเมื่อครู่ตอนที่ความว่างเปล่าหนาวเย็นเข้ามาเยือนว่า...
...เขาต้องการ Ryuichi ....
....แต่ที่ทำท่ากระด้างเย็นชาหรือหงุดหงิดใส่เวลาที่พบเจอกัน...เพราะเขาต้องการเป็นอะไรที่พิเศษ....มากกว่าคนอื่น ๆ ที่ชายหนุ่มพบเจอ....พิเศษสำหรับ Ryuichi เพียงคนเดียว...
...Tetsu ป่ายมือไปยังที่นอนข้างกายควานหาร่างของใครบางคนที่นอนเคียงข้าง...เพราะเมื่อหาคำตอบให้กับใจของตัว
เองได้ว่าเขาต้องการชายหนุ่มมากแค่ไหน...เขาจึงไม่อยากให้สูญเสียอีกฝ่ายไป...เมื่อต้องการเขาก็อยากได้มาครอบครองเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
...ทันทีที่สัมผัสโดนแผ่นหลังกว้างของ Ryuichi ร่างบางจึงเป็นฝ่ายเขยิบกายเข้าไปหาไออุ่นนั้น...ท่อนแขนบางโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่นพลางซบหน้าลงแผ่นหลังของชายหนุ่ม
“นายไม่อยากกอดฉันแล้วใช่มั้ย ?” คำถามที่ได้ยินยิ่งทำให้คิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ...Ryuichi แปลกใจตั้งแต่ Tetsu เป็นฝ่ายเข้ามาโอบกอดเขาเอาไว้
“Tetsu..ฉัน....” คำพูดยังไม่ทันจบความเสียงแผ่วเบาแหบพร่าก็ดังถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
“นายอยากกอดฉันมั้ย?” คำถามพร้อมอ้อมแขนที่โอบร่างชายหนุ่มแนบแน่นขึ้นคล้ายกับต้องการให้ความอบอุ่นจากกาย
อีกฝ่ายถ่ายทอดมาสู่ตัวเขาอีกสักครั้ง….Ryuichi พลิกกายหันกลับมาหาพลางไล้ฝ่ามือลูบไล้โครงหน้าอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาอ่อนโยนราวกับกลัวว่าร่างบอบบางนี้จะบุบสลาย “ฉันอยากกอดนาย Tetsu ...แต่ฉันไม่อยากให้....”
“กอดฉัน Ryu…” คำขอร้องแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปากบางออกมา เพราะเวลานี้เขาต้องการความอบอุ่นจากกายของชายหนุ่ม...เขาไม่สนใจว่าต่อไปภายภาคหน้าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร....ขอแค่ได้สัมผัสไออุ่นนั้นอีกสักครั้งก็เพียงพอ
...ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก Ryuichi อีกต่อไป...เมื่อริมฝีปากผ่าวร้อนประกบจูบแนบสนิทอย่างอ่อนโยน...ความคิดที่จะหยุดยั้งความสัมพันธ์นี้ราวกับมลายหายไปสิ้นจากใจ....เมื่อหัวใจร่ำร้องอยากโอบกอดอีกฝ่ายเช่นกัน...
…Tetsu พริ้มตาลงช้า ๆ ทุกประสาทสัมผัสเปิดรับไออุ่นที่ชายหนุ่มกำลังมอบให้....อบอุ่นอ่อนโยน... จนเขาไม่รู้สึกหวาดกลัวพร้อมที่จะปล่อยกายและใจให้ดำเนินไปตามความต้องการของหัวใจโดยมี Ryuichi เป็นผู้นำทาง
เสียงครางหวานหูดังลอดผ่านริมฝีปากบางสวยออกมาเบา ๆ เมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนลากไล่สัมผัสจากปลายยอดอกลงสู่หน้าท้องแบนราบอย่างอ่อนโยน
“อ่ะ....Ryu” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าความฉ่ำชื้นกำลังเข้าครอบครองแก่นกายบางช้า ๆ กลิ่นอายของชายหนุ่มอบอวลอยู่รอบกายราวกับจะโอบล้อมให้เขายิ่งลุ่มหลง....
“R…Ryu…พ...พอก่อน” Tetsu เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแหบพร่าพลางดึงรั้งร่างสูงที่เกือบจะพาเขาไปพบกับความสุข
แสนหวานนั้นเพียงลำพัง... “มีอะไร? Tetsu “ Ryuichi ขยับเคลื่อนกายขึ้นมาตามแรงดึงของอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบเบา ๆ ข้างใบหู...ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เขากำลังจะพาอีกฝ่ายไปพบจุดหมายปลายทางที่แสนหวาน
“พาฉันไปพร้อมกับนาย” คำตอบที่ได้ยินเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากได้รูปขึ้นมาได้ทันที...Ryuichi มอบจุมพิตแผ่วเบาแทนคำตอบของตนเอง... ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ลงไปสัมผัสสะโพกมนและโคนขาของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนก่อนจะออกแรงรั้ง
ให้ท่อนขานั้นแยกออกเล็กน้อย ....แต่ทันทีที่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งนั้นกำลังจะแทรกกายผ่านเข้ามา...กลับเป็น Tetsu เองที่มีอาการเกร็งและหวาดหวั่นขึ้นมาทันที...ความเจ็บปวดที่ได้รับเมื่อครั้งก่อนเขายังจดจำมันได้ขึ้นใจ....
“ใจเย็น ๆ ไม่ต้องกลัวนะ...ฉันจะอ่อนโยน” เสียงกระซิบปลอบใจที่ข้างใบหูอย่างอ่อนโยนเพราะ Ryuichi เองก็สังเกตได้ถึงท่าทางของอีกฝ่าย... ท่อนแขนบางยกขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่นคล้ายดั่งจะบอกว่าตนเองพร้อมแล้วสำหร
ับทุกสิ่งที่ Ryuichi กำลังจะมอบให้...ริมฝีปากได้รูปประทับจูบแนบสนิทลงไปอีกครั้งเพื่อให้ร่างบางรู้สึกผ่อนคลาย...ก่อนที่เขาจะนำพาความแข็งแกร่งแทรกกายดำดิ่งเข้าไปช้า ๆ แต่ถึงแม้จะอ่อนโยนมากแค่ไหน...แต่ดวงตาคู่สวยของ Tetsu ก็ยังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส... ริมฝีปากที่ผละออกมาถูกขบเม้มเอาไว้แนบแน่นไม่ยอมให้เสียงแห่งความเจ็บปวดลอดผ่านออกไป...เพราะกลัวว่าความสุขนี้จะจบลง “เจ็บมากมั้ย?” Ryuichi กระซิบถามอย่างอ่อนโยนริมฝีปากได้รูปไล่วนเคล้าคลึงอยู่ที่แก้มเนียนหมายจะปลอบใจให้
หายจากความเจ็บปวด...พลางขยับขึ้นไปจูบซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ...Tetsu ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ถึงจะรู้สึกเจ็บแต่ก็ยังน้อยกว่าคราวที่แล้ว...อีกทั้งความอ่อนโยนที่ได้รับกลับยิ่งทำให้ลืมเลือนความรู้สึกเจ็บปวดไปได้ทันที...ให้คงเหลือไว้แค่ความสุขสมจากกันและกันก็เพียงพอแล้ว
“อ้ะ....อาาาา....” ทันทีที่ร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเริ่มเคลื่อนไหว... เสียงครางหวานที่แทนอารมณ์ความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นในเวลานี้ก็ดังลอดผ่านมาให้ได้ยินตอบสนองอารมณ์รักที่กำลังครุกรุ่นมอดไหม้อยู่ในอก
...ความสุขที่ได้รับ Tetsu รู้ดีว่ามันจะทำให้เขายิ่งลุ่มหลง...และต้องการชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่ความสัมพันธ์นี้ไม่มีสิ่งใดมาเป็นหลักให้ยึดเหนี่ยวว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป....ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ....มันเกิดขึ้นเร็วและอาจจบลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน...เขาจะใช้วิธีไหนเพื่อเหนี่ยวรั้งและแปรเปลี่ยนให้มันมั่นคงตลอดกาล....อยากให้ Ryuichi หยุดทุกอย่างลงที่เขา...แค่เขาเพียงคนเดียว...หลายครั้งที่อยากถามว่า...
....เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไปได้มั้ย ? แต่ก็กลัวคำตอบ...ว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้....
“อื้อ....อะ....อาาาาา” ความคิดทุกอย่างจางหายไปทันที....เมื่ออารมณ์และความรู้สึกกำลังจะดำเนินไปถึงจุดหมายปลายทางที่แสนหวาน...ปลายเล็บจิกลงกับท่อนแขนแกร่งจนเป็นรอยแดง...เมื่อรู้สึกว่าร่างเบื้องบนเคลื่อนไหวกายเร่าร้อน ดุดันมากขึ้นทุกที...เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามโคนผมและใบหน้า...เมื่อทำนบอารมณ์ของทั้งคู่ใกล้พังทลายลง
“อ่าาาา....อ๊าาาาาา....Ryu”
“อาาาา....”
เสียงครางสุดท้ายที่ดังประสานกัน...ราวกับท่วงทำนองดนตรีที่น่าพิศวง....ความเร่าร้อนทะลักทลายเข้าไปในกายร่างบางจนหมดสิ้น...ลมหายใจหอบเหนื่อยพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ฟุบลงกับซอกคอของอีกฝ่าย....
...ริมฝีปากได้รูปมอบจุมพิตให้ที่ซอกคอและข้างแก้มอย่างอ่อนโยน...ก่อนที่ชายหนุ่มจะพลิกกายลงนอนเคียงข้างพร้อมกับดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาในอ้อมกอด...ไม่มีคำพูดใด ๆ ระหว่างกัน เมื่อต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ...หลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจที่ดังประสานกันไปจนรุ่งเช้า
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC Lovue Punish 77- 77 -
ผ่านไปจนเกือบ 5 วันแล้วที่ Hyde ต้องอาศัยอยู่ในห้องพักหรูหราของชายหนุ่มผมทองเพียงลำพัง...โดยที่ไม่มีสัญญาณการติดต่อมาจาก J เลยแม้แต่ครั้งเดียว... อาจเป็นเพราะว่าก่อนจากกันเขาทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลไม่ยอมทำความเข้าใจชายหนุ่มจนวินาทีสุดท้าย....และ J ก็คงจะพาลไม่พอใจเขาอยู่เหมือนกัน...นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่ยอมติดต่อกลับมา ...ร่างเล็กบางนั่งจ้องมองโทรศัพท์อยู่บนเตียงอย่างหงุดหงิด...ครั้นจะเป็นฝ่ายติดต่อไปหาก่อน...ทิฐิก็ยังมีมากเหลือเกิน...เรื่องอะไรเขาจะต้องเป็นฝ่ายง้อก่อนในเมื่อ J เห็นงานดีกว่าเขา...แถมยังคิดพาลหาเรื่องมาหงุดหงิดอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม...เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมติดต่อมาจนป่านนี้แล้ว...
…Hyde ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างหงุดหงิด...ความเงียบเหงาว้าเหว่ที่ต้องนอนคนเดียวมาตั้งหลายวัน...ยิ่งทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย...ร่างเล็กพริ้มตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย...ฝ่ามือบางลูบไล้ที่นอนข้างกายอย่างแผ่วเบา... ทุกครั้งที่ควานหาจะต้องพบเจอร่างใครบางคนที่พร้อมจะโอบกอดเขาเพื่อถ่ายทอดไออุ่นให้
แก่กันและกัน...แต่วินาทีนี้กลับว่างเปล่าหนาวเย็นไม่มีแม้แต่ไออุ่นของคน ๆ นั้นหลงเหลือให้สัมผัสแม้แต่น้อย... ....ร่างเล็กขยับกายเขยิบตัวเพื่อเข้าไปหนุนหมอนใบที่ J ใช้หนุนนอน...กลิ่นกายของอีกฝ่ายยังติดอยู่บนนั้นจาง ๆ ที่นี่เป็นห้องพักของ J ไม่แปลกที่ทุกซอกทุกมุมของห้องนี้จะหลงเหลือกลิ่นอายของเจ้าของห้องอยู่จาง ๆ ...ภาพจินตนาการในความคิดจึงปรากฏเป็นภาพของ J ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในห้องนี้...ทุกที่ ๆ ชายหนุ่มสัมผัสปรากฏเป็นภาพเด่นชัดอยู่ในจินตนาการ
...ฝ่ามือบางเลื่อนเข้าลูบไล้ผิวกายนุ่มเนียนใต้ร่มผ้าของตนเองอย่างเบามือ...เมื่อตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชายหนุ่มสัมผัส...ทุกที่ที่ฝ่ามืออุ่นร้อนของ J ลากผ่าน...ฝ่ามือบางเองก็ลากไล่ไปตามทางที่ชายหนุ่มเคยกระทำ...
...และทุกที่ที่ริมฝีปากผ่าวร้อนเคยสัมผัสและฝากร่องรอยไว้บนร่างกายเขา...Hyde ใช้ปลายนิ้วลากไล่สัมผัสรัญจวนใจไปยังจุดที่ตอบสนองต่อริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นอย่างแผ่วเบา...
“อ...อาาา... J “ ริมฝีปากบางสวยครางเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเบา ๆ เมื่อจินตนาการตอนนี้เต็มไปด้วยภาพของ J ที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายของเขา....
กางเกงนอนเนื้อนุ่มถูกรูดลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า...กระดุมเสื้อหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนที่เคยปรากฏร่องรอยความเร่าร้อนที่ J เคยฝากเอาไว้ก่อนจากไป...ปลายนิ้วเรียวไล้เลื่อนสัมผัสที่ปลายยอดอกอย่างแผ่วเบา...ทุกการกระทำที่ตัวเองเป็นคนควบคุมยิ่งเร่งเร้าให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงมากขึ้นทุกที
...ฝ่ามือบางเคล้นคลึงอยู่ที่โคนขา...ก่อนจะเลื่อนเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวของตนเอง...ที่ปลายลิ้นอุ่นชื้นของ J เคยลากไล่สัมผัส...อุ้งมือร้อนสัมผัสหยอกเย้าอย่างแผ่วเบาก่อนจะเร่งเร้ารุนแรงมากขึ้น...ตามความปรารถนาที่ร่ำร้องอยู่ในอก
“อื้ออ..~~ J ...อ่ะ....อาาาา” เสียงครางหวานครวญเรียกชื่อคนรักอย่างแผ่วเบา... ปลายนิ้วเรียวของมือข้างที่เหลือเลื่อนสัมผัสและดำดิ่งเข้าไปแทนที่ความแข็งแกร่งที่เคยได้รับ....จินตนาการบรรเจิดถึงชายหนุ่มผมทองว่ากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกายเขาอย่างเร่าร้อน
“ J….J….ฉ...ฉันอยากได้ของนาย....อาาาา.....อื้ออ....ฮะ....” ปลายนิ้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแทนที่สิ่งที่เคยสนองความสุขจนแทบสำลักครั้งแล้วครั้งเล่า.... อุ้งมือบางกอบกุมบีบเคล้นหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่าอารมณ์รักที่กำลังบรรเจิดใกล้จะพังทลายและพบกับความสุขสมแสนหวานที่ตัวเองเป็นคนกระทำขึ้นมาเอง...ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเสียใจ
“อ้ะ....อื้อ....อ....อ๊าาาาา ~~~....J….”
…RRR….RRR….
เสียงกรีดร้องสุดท้ายดังแว่วมาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์หัวเตียงที่ดังขึ้นมากะทันหัน...จนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก...ฝ่ามือบางรับรู้ถึงอุ่นไอร้อนผ่าวที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาจนเต็มอุ้งมือของตนเอง...ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...เมื่อสติกลับมาอีกครั้งและรับรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ?
...ความเขินอายเกิดขึ้นมาทันที...ที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาบนเตียงนอนของชายหนุ่ม...โดยที่ความสุขสมนั้นเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีเจ้าของเตียงเป็นผู้กระทำให้มันเกิดขึ้น...
...RRRR….RRR….RRRR….
ระหว่างที่ร่างเล็กยังคงนอนตั้งสติและเขินอายกับสิ่งที่ตัวเองทำ...เสียงร้องก้องของโทรศัพท์ก็ยังคงดังไม่ยอมหยุด...จนในที่สุด Hyde ก็เอื้อมมือที่ยังคงสั่นระริกเพราะการกระทำเมื่อครู่ไปรับมันขึ้นมา...ลมหายใจยังปะปนไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ฮะ...แฮ่ก....Moshi Moshi”
“Hyde…” เสียงปลายสายที่แสนคุ้นเคยและคิดถึงมาตลอดดังมาให้ได้ยิน...ราวกับเป็นเสียงแห่งความสุขที่เขารอคอยมาตลอด...ร่างเล็กผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
“ J !!…”
“สบายดีรึเปล่า ? ทำอะไรอยู่เสียงแปลก ๆ ร้องไห้อีกแล้วเหรอ ? ขี้แยจริง ๆ เลยนะ” ชายหนุ่มย้อนถามไปพลางเดินเลี่ยงมาหยุดยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอที่ใช้บันทึกเสียง...ริมฝีปากได้รูปอดที่จะอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้...เมื่อคิดไปเองว่าเจ้าตัวเล็กคงร้องไห้เพราะคิดถึงเขา
“ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย !! “เสียงแข็งเถียงกลับไปทันที... แต่ปลายนิ้วเรียวเล็กกลับรีบยกขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่ม
“OK…ไม่ร้องก็ไม่ร้อง...ว่าแต่หายโกรธรึยัง ? ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อไปเลย...เพราะพอมาถึงฉันก็ตรงเข้าสตู ฯ ทันที...ตั้งใจว่าจะทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด...เลยไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมาทำให้เสียสมาธิ...” J อธิบายถึงสาเหตุที่เขาไม่ได้โทรติดต่อไปตั้งแต่มาถึง....จวบจนมาถึงวันนี้ก็ล่วงผ่านมา 5 วันแล้ว...เพราะรู้ใจตัวเองดีว่าถ้าเขาติดต่อมา...แล้วได้ยินเสียงที่แสดงถึงความเศร้าเสียใจของอีกฝ่าย...เขาคงจะต้องทิ้งงานแล้วรีบบินกลับมาปลอบใจแน่ ๆ
“แล้วทำงานเสร็จรึยัง ?” Hyde ย้อนถามไปอย่างเป็นห่วง...ยิ่งรู้ว่า J โหมทำงานหนักเพื่อเขา...ก็กลัวว่าชายหนุ่มจะไม่สบายไปก่อน
“เรียบร้อยแล้ว...ถึงโทรมาหานายไง...เหลือแค่เคลียร์อะไรอีกเล็กน้อย...อีกสองวันฉันจะกลับไปแล้ว...” J บอกกำหนดการเดินทางกลับให้ Hyde รับรู้...เพราะจากที่เขาเคยบอกก่อนมา...ว่าอาจต้องอยู่ถึงสองอาทิตย์...แต่เพราะความเป็นห่วงเลยทำให้เร่งงานจนทุกอย่างลงตัวและเสร็จในอาทิตย์เดียว
“จริงเหรอ !!...” Hyde ร้องถามไปอย่างยินดี...เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานชายหนุ่มผมทองจะกลับมาแล้ว
“จริงสิ...แล้วพอฉันกลับไปแล้ว....เราไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนกันสักแห่งนะ....ช่วงนี้นายก็เคลียร์ ๆ งานเอาไว้อย่าให้มันยุ่งเกินไป...แล้วลองคุยกับ Tetsu ดู...เราจะได้ไปเที่ยวกันสองคน” J บอกเรื่องที่วางแผนเอาใจร่างเล็กด้วยการพาไปเที่ยว...เป็นการเอาใจที่เหมือนกับการพาไปฮันนีมูนสวีท ??
“ได้...ฉันอยู่ทางนี้จะรีบเคลียร์งานรอนายกลับมานะ...”
“อืม...งั้นแค่นี้ก่อนนะ...ฉันจะได้ไปทำงานต่อ” J เอ่ยปากลาพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข...การคุยโทรศัพท์กันครั้งแรกในช่วงระยะเวลาที่จากมาก็ดีกว่าที่คิด...เพราะร่างเล็กไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดเพราะความโมโหอีกแล้ว
“เดี๋ยว !! “ แต่ยังไม่ทันได้วางสาย Hyde ก็เอ่ยขัดเอาไว้ก่อน
“มีอะไร ?”
“อ...เอ่อ...ก็...” ร่างเล็กตะกุกตะกัก...ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“หืมม?”
“จ...จูบก่อนสิ...” Hyde ตัดสินใจบอกออกไปในที่สุด...
“หา ?!!” J ร้องถามไปอย่างตกใจ...เพราะตอนนี้เขาอยู่อเมริกาจะให้ทำอย่างนั้นได้ยังไง ? แถมตอนนี้ยังอยู่ในสตู ฯ ที่มีพวกสตาฟชาวต่างชาติอยู่กันเต็มไปหมด...และสายตาทุกคู่ก็เริ่มหันมาสนใจเขาเพราะเสียงร้องเมื่อครู่
“เร็วสิ !! ก็ตอนไปยังไม่ได้จูบลาเลยนะ...” Hyde เอ่ยปากเร่งอย่างออดอ้อนและเอาแต่ใจ...ทั้ง ๆ ที่เป็นตัวเขาเองที่ไม่ยอมรับจูบลาจากอีกฝ่าย...แต่ตอนนี้กลับอยากได้มันใจจะขาด
“เอ่อ...รอเดี๋ยวนะ” J เอ่ยขึ้นก่อนจะรีบหันหลังให้พวกเพื่อน ๆ ที่เริ่มมองมาที่เขาอย่างสนใจ
“CHU..!!!” เสียงกระซิบรอยจูบที่ผ่านทางสายโทรศัพท์ทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดี...ที่ J ยอมทำตามที่เขาขอร้อง...แต่ทางชายหนุ่มกลับอายจนหน้าแดงไปจนถึงใบหู...เมื่อเพื่อนและสตาฟทั้งสตู ฯ ต่างพากันมองและหัวเราะกับท่าทางของเขา
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ...ฝันดี” J เอ่ยปากลาพร้อมกับเอ่ยราตรสวัสดิ์เพราะรู้ว่าทางโน้นเวลานี้คงดึกดื่นมากแล้ว
“อืม...” Hyde ตอบรับเบา ๆ วางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเอนกายลงนอนด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...แต่ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลง... ร่างเล็กเอื้อมมือไปคว้ากระดาษทิชชู่ที่อยู่ตรงหัวเตียงมาจัดการกับความสุขสมที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ซะให้เรียบร้อย...จัดการสวมเสื้อผ้าและพริ้มตาลงอย่างมีความสุข....
...ถึงแม้ในค่ำคืนนี้เขาจะอยู่คนเดียวเพียงลำพัง...แต่หัวใจกลับไม่รู้สึกเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวอีกแล้ว...เมื่อหัวใจรับรู้ได้ว่ายังมีใครบางคนอยู่เคียงข้างตลอดเวลา....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC love punish 76- 76 -
“Hi !!” เสียงใสทักทายเพื่อนร่วมวงอย่างเป็นกันเอง..หลังจากที่หายไปทั้งอาทิตย์เพิ่งจะโผล่หน้าเข้าสตู ฯ มาก็วันนี้...Hyde ก้าวเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ หลังจากที่แอบโผล่หน้าเข้ามามองบรรยากาศภายในแค่เพียงหน้าประตู ...กลัวเหลือเกินว่าจะได้ยินเสียงบ่นล้งเล้งถึงเรื่องที่เขาหนีงานหายไปเป็นอาทิตย์...แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงอย่างที่คาดเดา...ร่างเล็กจึงกล้าที่จะเปิดประตูเข้ามา
“มาแล้วเหรอ...หายดีแล้วใช่มั้ย ? งานเข้ามาเยอะเลย...ตอนที่นายไม่อยู่...นั่งลงสิ...เราจะได้ประชุมกันว่าต้องเริ่มจากอะไร ?” น้ำเสียงราบเรียบของหัวหน้าวง...ยิ่งทำให้ Hyde รับรู้ได้ว่าบรรยากาศกำลังตึงเครียดอย่างถึงที่สุด...ทั้ง Ken และ Yukky ต่างไม่มีใครพูดอะไรกันออกมามากมาย...ทำแค่เพียงนั่งลงประจำที่เพื่อรับฟังสิ่งที่หัวหน้าวงจะแจกแจงให้ฟัง...
…Hyde ทรุดกายลงนั่งช้า ๆ เหลือบมองใบหน้าของ Ken และ Yukky เมื่ออยากรู้ว่าช่วงที่เขาไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงสายตาที่ไม่ให้ร่างเล็กเอ่ยปากพูดอะไรออกมาตอนนี้
“เมื่อราว 3-4 วันก่อนมีงาน...............................................” Tetsu แจกแจงรายละเอียดของงานให้นักร้องนำประจำวงฟังอย่างละเอียดทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น....ไม่มีคำล้อเล่นหลุดออกให้ได้ยินเหมือนแต่ก่อน...บรรยากาศจึงดูเป็นทางการและตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น....
....หลังจากจบการประชุมหัวหน้าวงร่างบางก็ผละลุกออกไปด้านนอกทันที....เหลือเพียงสมาชิกทั้ง 3 ที่ได้แต่นั่งมองหน้ากันไปมาอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น...ยิ่ง Hyde ด้วยแล้วยิ่งไม่รู้เลยว่าช่วงที่เขาไม่อยู่เกิดอะไร ?
...หรือว่า Tetsu จะโกรธที่เขาไม่มาทำงานเป็นอาทิตย์....
“ Ken-Chan เกิดอะไรขึ้น ? ” Hyde ร้องถามสิ่งที่สงสัยไปทันที....แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงถอนหายใจ...และอาการส่ายหัวอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวของ Ken
“ฉันก็ไม่รู้....เมื่อวานซืนยิ่งกว่านี้อีก...หน้าบูดมาแต่เช้า...ถามอะไรก็ไม่ตอบ...พอเห็นว่าฉันไปถามเซ้าซี้มาก ๆ เลยพาลโยนงานใส่ฉันเต็ม ๆ เลย...ตอนแรกคิดว่าโกรธเรื่องที่ไม่ได้ไปงานเป็นเพื่อน...แต่นี่มันหลายวันแล้วไม่เห็นหายสักที...ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ?” Ken อธิบายยืดยาวพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ไม่ต้องหันมาถามฉัน...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” Yukky รีบดักคอเมื่อเห็นว่า Hyde กำลังจะหันมาถามตน
“ว่าแต่นายหายไปไหนมา ? ฉันนึกว่า J มันฉุดนายไปอยู่เกาะแล้วซะอีก...หายหัวไปทั้งสองคน...แม้แต่ Ino ยังเดาไม่ออกว่า... J หายไปทำอะไร ?” Ken เอ่ยปากถามถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่าของคนคู่นี้....
“ใช่...แล้วคืนดีกันรึยัง ? หรือว่าที่หายกันไปเพราะต่างคนต่างหนีหน้ากันไปอีก” Yukky ถามซ้ำมาอีกครั้ง
“ฉันไม่บอก !! งานที่ Tet-chan ให้ยังไม่รีบไปทำเดี๋ยวก็โดนว้ากหรอก !!” Hyde รีบโบ้ยเข้าเรื่องอื่นพลางลุกหนีไปสนใจกับงานในมือทันที แต่ใบหน้าเรียวสวยกลับอมสีชมพูจาง ๆ ไม่กล้าบอกว่าดีกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว...และที่ไม่ได้มาทำงานเพราะ J ไม่ยอมให้เขาไปไหนเลยตั้งแต่วันนั้น...
....แต่สิ่งที่ร่างเล็กแสดงออกก็ทำให้เพื่อน ๆ ที่เหลือ...ต้องอมยิ้มขึ้นมาอย่างรู้เท่าทัน...ตอนนี้ความรักของ Hyde คงกำลังผลิบานอย่างสวยงาม...หลังจากที่เจ้าตัวปล่อยให้จิตใจแห้งแล้งเหี่ยวเฉามาเป็นเวลานาน....
“ Tet-chan “ Hyde ส่งเสียงเรียกชื่อเบา ๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ Tetsu มักจะใช้พักผ่อนเวลาอยู่ที่สตู ฯ ร่างบางเปิดเปลือกตาขึ้นมองคนที่เข้ามาเยือนเล็กน้อย...หลังจากที่นั่งพักสายตาขบคิดเรื่องราวบางอย่างอยู่เพียงลำพัง
“มีอะไรรึเปล่า ?” Tetsu ถามขึ้นพลางขยับกายนั่งตัวตรงเพื่อจะฟังสิ่งที่ร่างเล็กกำลังจะบอก Hyde นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองควรจะเริ่มถามจากตรงไหน ? ถึงสาเหตุของผิดปกติของเพื่อน...เพราะในเมื่อคนอื่น ๆ พยายามจะถามแล้วแต่ไม่เกิดผล...ภาระนี้จึงตกมาอยู่ที่เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อ...เอ่อ...พอดีเห็นนายท่าทางไม่สบายใจ...ฉันก็เลย...”
“ไม่มีอะไร!!!” เสียงแข็งเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่ Hyde จะพูดจบประโยคทำเอาร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย...เพราะน้อยครั้งที่จะเห็น Tetsu หงุดหงิดมากมายขนาดนี้
“Tet-Chan….” Hyde เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วเบา...เพราะไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของ Tetsu ร่างเล็กเลยเริ่มรู้สึกกังวล
“ไม่มีอะไรจริง ๆ Hyde ฉันแค่เครียด ๆ เรื่องงาน...มันเลยพาลหงุดหงิดง่ายน่ะ...ว่าแต่ที่นายหายไป...ไปไหนมากันแน่บอกมาซะดี ๆ นะ” Tetsu ยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเมื่อพยายามจะเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปที่เจ้าตัวเล็กแทน
....แต่ถึง Tetsu จะพยายามทำร่าเริงแต่ Hyde ก็รับรู้ได้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ฝืนกระทำมันขึ้นมา
“ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย....ก็อยู่ที่บ้านตลอด...ค..แค่...เอ่อ...ฉันไปทำงานก่อนดีกว่า....” Hyde เลี่ยงที่จะพูดถึงสาเหตุที่ตนเองหายหน้าไปเป็นอาทิตย์...ก่อนที่จะรีบปลีกตัวออกจากห้องไปทันที...ทิ้งให้ Tetsu มองตามหลังอย่างงง ๆ ร่างบางทอดถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า....พลางหลับตาเอนกายลงกับเก้าอี้
...ก็แค่ความสุขในค่ำคืนเดียวแล้วทำไมเขาถึงลืมมันไม่ได้สักที...
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
ตกเย็นของวันนั้นทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ Hyde ก็รีบกุลีกุจอเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ...ดูก็รู้ว่าเตรียมพร้อมที่จะเลิกทำงานทุกอย่างสำหรับวันนี้แน่นอนแล้ว...ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ถ้างานยังไม่เรียบร้อย Hyde มักจะอยู่ทำจนเสร็จหรือไม่อย่างน้อยก็ต้องทำให้ได้มากที่สุด...แต่นี่ดูแล้วคล้ายกับพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป...ที่พอได้เวลาเลิกงานก็จะรีบกลับบ้านทันที...โดยที่เจ้าตัวบอกเพียงว่าจะมาทำต่อพรุ่งนี้...ปล่อยให้เพื่อน ๆ นั่งมองท่าทางรีบร้อนของร่างเล็กอย่างงง ๆ
“ฉันกลับก่อนนะ” Hyde หันมาบอกสั้น ๆ พร้อมกับรีบร้อนเปิดประตูห้องออกไปอย่างรวดเร็ว....โดยไม่หันมาเสียเวลาเอ่ยลาอะไรให้มากความ...และทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง..3 คนที่เหลือก็มองหน้ากันอย่างเห็นพ้องต้องกันทันที
“ตาม !!”
“ทำไม ? มาเร็วนักล่ะ” Hyde เอ่ยปากถามใครบางคนที่กำลังยืนพิงประตูรถไวเปอร์คันงามอยู่ในมุมหนึ่งของลานจอดรถที่
ค่อนข้างลับตาคน “ก็คิดถึง...อยากเห็นหน้าเร็ว ๆ ไม่ได้เหรอ” เสียงตอบยียวนพร้อมรอยยิ้มทะเล้น ๆ ของชายหนุ่ม...ยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวสวยอมชมพูระเรื่อขึ้นมาน้อย ๆ
“บ้า !!! ...เน่าสนิทจริง ๆ”
“เอาเถอะน่า...เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้กันเลยไม่ใช่เหรอ...ว่าแต่ว่าวันนี้ไปห้องฉันนะ........” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยปากชวนพร้อมกับอาศัยจังหวะที่รอบข้างไม่มีคน...โอบรอบเอวบางของเจ้าตัวเล็กดึงรั้งให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างแสนคิดถึงทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้าก็เพิ่งจะออกจากบ้านมาพร้อมกัน
“แต่เดี๋ยวต้องไปเอาของก่อนนะ....แล้วก็เอาเจ้า J ไปด้วย....ไม่งั้นเดี๋ยวใครจะเอาอะไรให้มันกิน…..แล้วก็.........” Hyde บอกสิ่งที่จะต้องทำก่อนจะย้ายไปอยู่กับ J ออกมายืดยาว....ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าหงึกหงัก...ตกลงทำตามที่ร่างเล็กต้องการทุกอย่าง...
“อืมมม....จะเอาอะไรไป...จะย้ายอะไรมา...ก็ตามใจนายแล้วกัน” J รับฟังอย่างไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่...เมื่อปลายจมูกคมวุ่นวายอยู่แต่จะสัมผัสที่ผิวแก้มนุ่มเนียนนั่นไม่ยอมหยุด.....เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดได้เป็นระยะ ๆ
“อะ..แฮ่มมม !! “ เสียงกระแอมไออย่างตั้งใจของใครบางคนทำให้... Hyde สะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างรวดเร็ว ถึงได้เห็นว่าเป็นเจ้าเพื่อนร่วมงานทั้ง 3 และเสียงกระแอมก็เป็นของ Ken โดยมี Tetsu กับ Yukky ยืนยิ้มขำ ๆ อยู่ข้าง ๆ
“นี่รึเปล่า ? ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายไม่มาทำงานเป็นอาทิตย์...แถมพอตกเย็นก็รีบเลิกงานทันที....เพราะต้องรีบไปเตรียมอาหารเย็น” เสียงชายหนุ่มหน้าแมวดังล้อเลียนจนทำให้ร่างเล็กหน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหู
“Ken-chan !! “ Hyde เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนเสียงเขียว...ดวงตากลมโตค้อนควับเข้าให้อย่างไม่พอใจ
“อิจฉารึไง ?” น้ำเสียงกวน ๆ ของคนที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ดังขัดขึ้นมาทันควันเช่นกันก่อนจะเอ่ยต่อไป “ วันนี้ฉันเพิ่งเจอ Ino ฝากมาบอกนายว่าวันนี้จะเลิกดึก...ให้หาข้าวเย็นกินเอง”
“เฮ้ย !! จริงเหรอ” Ken ร้องถามไปอย่างตกใจในสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่เชื่อโทรไปหามันดิ” J บอกพร้อมรอยยิ้มมุมปาก...พลางโอบไหล่ร่างเล็กให้เข้าไปในรถ...
“ไปก่อนนะ...เพราะฉันเริ่มอยากกินอาหารเย็นเต็มทีแล้ว” ชายหนุ่มผมทองหันมาเอ่ยลาขณะที่ก้าวเข้าไปในรถเรียบร้อยแล้ว...ไม่รอช้าไวเปอร์สีน้ำเงินคันงามก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...ทิ้งให้คนที่ไม่มีเพื่อนกินข้าวเย็นยืนมองตามไฟท้ายไปอย่างแค้น ๆ
“แต่ก็ดีแล้วนะที่สองคนนั้นเข้าใจกันได้สักที” Yukky เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม...เมื่อเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Hyde ดูมีความสุขมากขนาดไหนกับการได้อยู่เคียงข้างชายหนุ่มผมทอง
“นั่นสินะ” เสียงตอบรับเบา ๆ จากหัวหน้าวงที่เริ่มมีอาการเหม่อลอยขึ้นมาอีกครั้ง...
...การที่มีใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง...มันจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ ?.....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“อ้ะ....อาาาาา.....อื้อ....ฮะ....ฮ่าาาา” เสียงครางหวานปะปนกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับร่างเล็กที่คร่อมอยู่เบื้องบนฟุบหน้าลงกับซอกคอของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องล่าง...หลังอาหารเย็นที่คอนโดหรูจบลง...กิจกรรมบางอย่างก็เริ่มขึ้นแทนที่และเป็นครั้งที่ 3 แล้วสำหรับค่ำคืนหนาวเย็นคืนนี้...
....ร่างสองร่างตระกองกอดแลกเปลี่ยนไออุ่นจากกันและกันไม่ยอมหยุด...จนมาถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์เมื่อครู่...ฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา...ช่องทางอ่อนนุ่มที่บีบรัดจนเขาเพิ่งปลดปล่อยไม่เมื่อครู่...ยังคงเย้ายวนจน J ยังไม่ยินยอมถอนกายออกมาและไม่ยอมให้ร่างเล็กลุกออกไป... ความแข็งแกร่งที่อยู่ในกายแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเริ่มบทต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด...
...แต่ถึงกระนั้นในแววตาของชายหนุ่มผมทองยังคงแฝงไว้ซึ่งแววของความกังวล...ถึงแม้ภายใต้แสงไฟสลัวจะไม่ทำให้ร่างเล็กสังเกตเห็น....แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจและเป็นสิ่งที่ J ไม่กล้าเอ่ยออกไป....
...แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่บอกไม่ได้...ชายหนุ่มผมทองจึงชั่งใจอยู่นานก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมด...ส่งเสียงออกไป
“อ...เอ่อ Hyde”
“หืม?” เสียงตอบรับเบา ๆ ในลำคอลอดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
“ Hyde “ J เอ่ยเรียกชื่อร่างเล็กอีกครั้ง... คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อขบคิดอย่างหนักว่าจะหาคำพูดสวยหรูคำไหนมาบอกให้Hyde เข้าใจ
“อะไร ?”
“อ...เอ่อ...นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย ?” สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ...และวินาทีนี้เขาถึงเพิ่งรับรู้ถึงสีหน้าลำบากใจของอีกฝ่าย...ความคิดในทางร้าย ๆ เริ่มเกิดขึ้นมาในจิตใจทีละน้อย...
...มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นอีก ? ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเพิ่งจะมีความสุขอยู่ด้วยกัน...แค่อาทิตย์เดียว....
“นายหมายความว่ายังไง ?” Hyde ร้องถามไปอย่างร้อนรน...พลางจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มอย่างคาดคั้น… J ระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างลำบากใจในการที่จะเอ่ยสิ่งที่เขาต้องบอกให้ Hyde ได้รับรู้...เพราะไม่รู้ว่าร่างเล็กจะยอมเข้าใจรึเปล่า ?
“ขอโทษนะ....ฉันก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้....อยากจะอยู่กับนายทุกวัน..ทุกคืน...แต่....”
“แต่อะไร ?!! ทำไม ? นายจะไปไหนอีก !! “ เสียงแข็งรัวถามไปอย่างไม่ยั้ง...หัวใจเริ่มหวั่นไหวมากขึ้นทุกที...ภาวนาว่าอย่าให้เป็นเรื่องอะไรที่ทำร้ายจิตใจเขาอีกเลย....เพราะหัวใจไม่อาจต้านทานความปวดร้าวใด ๆ ได้อีกแล้ว
“เอ่อ...ป...ไปอเมริกา”
“ไปทำไม ?!!!” คำตอบที่ได้รับทำให้หัวใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที...กลัวการต้องแยกจากกัน...กลัวที่จะไม่มีไออุ่นของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ
“ไปทำงาน...พอดีทางโน้นติดต่อมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว...มีเรื่องต้องไปเคลียร์อีกนิดหน่อย....แล้วพอดีได้คืนดีกับนายทำให้ฉันลืมมันไปซะสนิท...เพิ่งได้รับโทรศัพท์ตามตัวก็วันนี้...” J พยายามอย่างมากที่จะอธิบายให้ร่างเล็กเข้าใจ...แต่ท่าทางที่นิ่งอึ้งไปของ Hyde ก็ทำให้ชายหนุ่มผมทองออกอาการร้อนรนขึ้นมาทันที...เมื่อร่างเล็กทำท่านิ่งเฉยเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว...
...ทำไม ? ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้ใกล้ชิดกันเพียงไม่นาน...และยิ่งเวลานี้ยิ่งใกล้ชิดมากกว่าเวลาไหน ๆ ทั้งที่ J ยังอยู่ในกายเขา...แล้วทำไม ? ถึงต้องมารับรู้เรื่องที่จะต้องทำให้ห่างไกลกันเวลานี้ด้วย.....
“Hyde แค่สองอาทิตย์เท่านั้น....แค่ไปเคลียร์งานให้เรียบร้อย...แล้วฉันจะรีบกลับมานะ” J อธิบายต่อไปด้วยความร้อนรนกลัวว่า Hyde จะโวยวายหรือไม่ก็โกรธจนไม่ยอมพูดกับเขา...แต่ระยะเวลาที่ได้ยินก็ทำให้ร่างเล็กต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก...เพราะนึกว่าจะไปเป็นปีเป็นเดือนเหมือนเมื่อคราวก่อนอีก...
...แต่ถึงมันจะแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เขาก็ไม่อยากให้ J ไปไหน ?...
“จะไปเมื่อไหร่ ?”
“พรุ่งนี้เช้า...”
“อะไรนะ ?!!!....ทั้ง ๆ ที่ฉันเพิ่งมาอยู่บ้านนายวันนี้แต่พรุ่งนี้นายกลับจะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว...!!” Hyde ตวาดเสียงลั่นพร้อมกับขยับลุกออกไปจากร่างชายหนุ่มทันที...มันกะทันหันเกินไป...แล้ว J ก็เพิ่งจะมาบอกเอาวินาทีสุดท้ายก่อนจะออกเดินทางในตอนเช้าแถมนี่มันยังเข้าสู่วันใหม
่มา 2 ชม.แล้วด้วย “Hyde ขอโทษ...อย่าโกรธเลยนะ....ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด” J ว่าเสียงอ่อนพลางโอบกอดร่างเล็กที่พลิกนอนตะแคงหันหลังให้เขาตั้งแต่เมื่อกี้ให้เข้ามาในอ้อมกอด...พยายามอย่างมากที่จะง้อให้ร่างเล็กหายโกรธ
“ไม่ให้ไป..!! “ เสียงแข็งของคนที่นอนหันหลังดังขัดมาจนชายหนุ่มผมทองต้องชะงักนิ่งไปทันที...เพราะสิ่งที่ Hyde ต้องการเป็นสิ่งที่เขาทำให้ไม่ได้...เรื่องงานสำหรับเขาแล้วเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร...จะให้เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยยอมให้เกิดขึ้น
“Hyde ฉันไม่ไปไม่ได้...ฉันทำงานกับทีมงานที่อเมริกา...นายคงไม่อยากให้ฉันเสียชื่อแล้วก็เสียงานใช่มั้ย ?” J พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้ร่างเล็กเข้าใจ...แต่ดูเหมือนว่า...เพราะความรัก...ความเข้าใจ....ความสุขทุกอย่างที่มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...การที่ต้องแยกห่างจากกันไปตอนนี้...คงไม่ต่างไปจากคู่ข้าวใหม่ปลามัน??ที่สามีมีงานกะทันหันแล้วต้องทิ้งภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใหม่เอาไว้คนเดียว??
….Hyde กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า J จะไปทำงานสำคัญ...ไม่ได้ทิ้งเขาไปเที่ยวเล่นเฉย ๆ แต่ความคับแค้นต่อสถานการณ์ที่มาพรากพวกเขาจากกันมีมากกว่า...จนทำให้ Hyde คล้ายกับจะปิดหูปิดตาไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น...
“นายเสียชื่อเสียงาน...แล้วฉันไม่เสียใจเลยรึไง ?!!” Hyde เอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ...แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ J ไปไหนไกลจากเขาในเวลานี้...จะว่าเห็นแก่ตัว...ดื้อรั้นหรือไม่ยอมเข้าใจเหตุผล....แต่การต้องแยกห่างจากชายหนุ่มในเวลานี้เป็นเรื่องที่เขายังรับมันไม่ทัน
“Hyde นายพูดอย่างนี้ได้ยังไง ? นี่เป็นเรื่องสำคัญของฉันนะ...เป็นงานเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบ...ถ้างั้นนายก็ไม่ต้องทำงานแล้วไปอเมริกากับฉัน...อย่างนี้ตกลงมั้ย ?”
“จะทำงั้นได้ไงเล่า !!! ถ้าฉันไป Tet-Chan ได้ฆ่าฉันตายแน่....” Hyde เถียงออกมาทันควันแค่วันนี้โผล่หน้าเข้าไปที่สตู ฯ วันแรกงานที่เข้ามาในช่วงที่เขาไม่อยู่ก็มากจนทำทั้งเดือนก็ยังไม่เสร็จเลย
“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ? ถ้าฉันไม่ไปฉันก็ตายเหมือนกัน...”
“ไม่รู้ !!! เรื่องของนาย....แต่ฉันไม่ให้ไป” Hyde ยังคงยืนยันคำเดิมอย่างเอาแต่ใจ
“แต่ฉันยังไม่อยากตาย...” J เอ่ยขัดอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมทำตามเช่นกัน....ชายหนุ่มผมทองพลิกกายนอนหันหลังให้ร่างเล็กพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ....ทั้ง ๆ ที่คิดว่าเข้าใจกันดีแล้วแต่กลับมามีเรื่องที่ต้องทำให้ผิดใจกันอีก...Hyde หันกลับมาเหล่มองแผ่นหลังกว้างที่หันใส่เขาเล็กน้อย...ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปอย่างไม่ยอมเข้าใจเหมือนเดิม...
.... แล้วในที่สุดคู่รักที่เพิ่งคืนดีกันได้ไม่นานก็ต่างคนต่างนอนหันหลังให้กันอย่างเย็นชา...ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่นานทั้งคู่ยังแลกเปลี่ยนความเร่าร้อนให้แก่กันและกันอย่างมีความสุข
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ฉันจะไปแล้วนะ” J หันมาเอ่ยปากลาร่างเล็กที่ยืนอุ้มเจ้าเหมียวขนทองหน้าหงิกส่งเขาอยู่ที่หน้าประตูห้อง...ถึงแม้เมื่อคืน Hyde จะแสดงความเอาแต่ใจและพาลหงุดหงิดเย็นชาใส่เขา....แต่พอตอนเช้า Hyde กลับรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจะมายืนรอส่ง J ที่หน้าห้องพัก
...เพราะกลัวว่าถ้าตามไปส่งที่สนามบินเขาคงอดใจไม่ได้...ที่จะยอมให้ Tetsu ฆ่าแล้วหนีงานไปอเมริกากับ J
“นี่....ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ....ฉันไปไม่นานหรอกน่า...จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด...เพราะฉะนั้นทำหน้าดี ๆ ส่งฉันหน่อย...ไม่ใช่ยืนหน้าบูดอยู่อย่างนี้” J ว่าเสียงอ่อนยอมที่จะเอ่ยปากง้อขึ้นมาก่อน...อยากเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ยิ้มแย้มส่งเขาก่อนออกจากบ้าน แค่เพียงให้หัวใจรู้สึกอิ่มเอมก่อนออกเดินทางสักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
“น่า....ยิ้มหน่อยสิ..” J เอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหู...พลางประทับริมฝีปากลงบนผิวแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน...แต่พอริมฝีปากผ่าวร้อนนั้นจะเลื่อนมาประทับที่ริมฝีปากบางของคนที่ยืนหน้างออยู่....Hyde กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วไม่ยอมให้ชายหนุ่มผมทองประทับจูบก่อนจากเอาไว้...และการกระทำนั้นก็ทำให้ J รู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย...เมื่อในวินาทีสุดท้าย Hyde ก็ยังไม่ยอมเข้าใจ...
“งั้นก็ตามใจ !!....ฉันไปล่ะ....” J เอ่ยเสียงแข็งเมื่อเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว...ชายหนุ่มผมทองหันหลังเปิดประตูออกไปอย่างเย็นชา...ไม่หันกลับมามองคนที่ยืนส่งอยู่ภายในอีก...แม้แต่เพียงแว่บเดียว....ร่างเล็กบางที่ยืนนิ่งอยู่กับที่...มีอาการสั่นไหวขึ้นมาน้อย ๆ ริมฝีปากบางถูกขบเอาไว้จนแทบห้อเลือด...และเมื่อแน่ใจว่าชายหนุ่มไม่ยอมย้อนกลับมาอีกแน่นอน...เสียงเกรี้ยวกราดก็ดังตามมาทันที
“ J บ้า !!! ทำไม ?ไม่ยอมเข้าใจ !! ….บ้า ๆๆๆ....“ Hyde ตะโกนด่าไล่หลังชายหนุ่มไปอย่างหัวเสีย...สองมือก็ยกเอาตัวเจ้าเหมียวขนทองในอ้อมกอดเขย่า ๆ ซะเจ้า J หัวสั่นหัวคลอน....จนเจ้าเหมียวหนุ่มต้องสะบัดตัวให้หลุดจากแรงเขย่าแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในครัวทันที...
...ไม่เข้าใจว่าเจ้านายร่างเล็กของตนเป็นอะไร ? แล้วทำไม ? ต้องมาลงที่มัน....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ไม่คิดว่านายจะมาส่งฉันด้วย” เสียงชายหนุ่มผมทองเอ่ยปากทักทันทีที่เห็นหน้า 1 ในเพื่อนร่วมวงปรากฏกายอยู่ที่สนามบิน
“บังเอิญต่างหาก...พอดีฉันเองก็มาส่งเพื่อนกลับประเทศเหมือนกัน....แล้วได้ยินจาก Ino ว่านายจะไปอเมริกาวันนี้...ก็เลยอยู่รอส่งนายด้วยอีกคน” Ryuichi ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม
“เพื่อน ?” J ย้อนถามเสียงสูงรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากน้อย ๆ อย่างรู้เท่าทันก่อนจะพูดต่อ “ เพื่อนหรืออะไรกันแน่ ? ถึงขนาดที่ทำให้นายยอมเสี่ยงพวกนักข่าวมาส่งถึงสนามบินด้วยตัวเอง” เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เจ้านักร้องนำจอมเจ้าชู้กำลังคั่วอยู่กับนางแบบสาวชาวต่างชาติอยู่คนนึง....เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก....ซึ่งนั่นเป็นนิสัยของ Ryuichi ที่เพื่อน ๆ ในวงต่างรู้เรื่องกันเป็นอย่างดี
“ก็ถ้าฉันไม่ยอมมาส่ง....เธอก็จะไม่ยอมกลับ...ก็เลยต้องยอม ๆ ไป...”
“สลัดหลุดแล้วสิ....หล่อนถึงยอมกลับไปแบบนี้...”
“ก็แล้วแต่จะคิด...” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้ม...ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวที่เขาไม่คิดจะจริงจัง
“ทำตัวแบบนี้เมื่อไหร่นายถึงจะเจอคนที่พร้อมจะจริงจังด้วยสักที” J เอ่ยปากถามพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย... นิสัยเจ้าชู้ของ Ryuichi เป็นมานานแล้วและเจ้าตัวก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะคิดจริงจังกับใคร...อาจด้วยนิสัยที่เป็นคนชอบเอาใจใส่กับผู้อื่นจึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบ...
....แต่ในขณะเดียวกันเจ้าตัวเองก็ต้องการให้คนอื่นเอาใจใส่กับตัวเองเต็มที่เช่นกัน....และถ้าหากอีกฝ่ายไม่สามารถเติมเต็มความต้องการนั้นได้...เจ้าตัวก็จะเลิกจริงจังใส่ใจ...ทุกครั้งความสัมพันธ์ที่ทำท่าจะพัฒนาไปจึงหยุดลงเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ เป็นได้ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเท่านั้น
“เหมือนกับที่นายเจอน่ะเหรอ....” Ryuichi ย้อนถามกลับเพราะพอจะรู้เรื่องที่ J คืนดีกับ Hyde แล้ว....
“ก็แล้วแต่จะคิด” J ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อคิดไปถึงความสัมพันธ์ของตนเองกับ Hyde ... การที่รักใครสักคนแล้วได้ความรักนั้นตอบกลับมาเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้...
....ความสุขจากส่วนลึกของหัวใจ....
“ไม่เป็นไรฉันยังไม่รีบ” Ryuichi เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจเพราะตัวเขาเองก็ยังไม่ได้คิดจะไขว่คว้าหาความรักที่ยิ่งใหญ่
อะไรตอนนี้ “เออนี่...เจอนายก็ดีแล้ว....ก่อนฉันออกมา...ทะเลาะกับ Hyde ยกใหญ่...เรื่องที่ฉันจะไปทำงาน...ถ้ายังไงนายช่วยไปบอก Tetsu หรือใครก็ได้ให้ช่วยดูแล Hyde ให้ที...ฉันเป็นห่วงกลัวว่าจะหงุดหงิดจนไม่เป็นอันทำงาน” J เอ่ยปากฝากฝังเรื่องที่นึกขึ้นมาได้...แต่ชื่อของใครบางคนที่ชายหนุ่มผมดำเกือบจะลืมเลือนไปแล้วตั้งแต่ค่ำคืนนั้น...
....ก็ย้อนกลับมาทำให้สมองลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาได้ช้า ๆ เพราะในเช้าวันนั้นแค่เพียงเขาตื่นมาแล้วไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง...ไม่มีแม้โน้ตหรืออะไรฝากเอาไว้...เขาก็คิดไปเองทันทีว่ามันก็คงจะเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน...ไม่มีอะไรที่จะต้องผูกมัดหรือสานต่อความสัมพันธ์ให้ยืดยาวต่อไป
“โอเค...แล้วจะจัดการให้...” Ryuichi ตอบตกลงพร้อมอมยิ้มขึ้นมานิด ๆ สมองเริ่มลำดับภาพเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาช้า ๆ จากที่เลือนลางในคราแรกก็กลับเด่นชัดมากขึ้นทุกที
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“ขอโทษค่ะ....ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ ?” เสียงประชาสัมพันธ์สาวเอ่ยปากทักพร้อมกับลุกขึ้นยืนเมื่อมีบุคคลแปลกหน้ากำลังจะเดินผ่านหน้าตนไปโดยไม่ยอมบอกจุดประสงค์ของการมาเยือนที่เป็นกฎของที่นี่ให้หล่อนรับรู้...ชายหนุ่มชุดดำชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาหาพร้อมรอยยิ้ม
“ขอโทษที...แต่ฉันอยากมาพบใครบางคนน่ะ....พอดีรีบ ๆ ก็เลยลืมเรื่องกฎของที่นี่ไปซะสนิท...ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ?” เสียงทุ้มนุ่มนวลกระแสเสียงที่แสดงถึงความอ่อนโยน...และไม่รู้ว่า Ryuichi ใช้วิธีนี้บ่อยแค่ไหน...เวลาที่ต้องการให้สาว ๆ ยอมอ่อนข้อให้เขา...และครั้งนี้เองก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล... ใบหน้าหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังและเห็นชัดเจนว่าคนที่กำลังพูดอยู่เป็นใคร...
“แล้วจะมาพบใครล่ะคะ ?”
“อืมมม....สมาชิกของ Larc ใครก็ได้...ว่าแต่ว่ามีคนมากันรึยัง ?” Ryuichi นิ่งคิดไปครู่...ก่อนจะถามต่อเพราะตอนนี้ก็ยังเช้าพอดู...และธุระของเขาก็เป็นเพียงเรื่องที่เพื่อนฝากให้มาบอก...จะเป็นใครก็ได้ที่จะรับรู้
“ค่ะ...มีมาแล้วค่ะ...เชิญที่ลิฟต์ตัวในสุด...ด้านขวามือ”
“ขอบคุณมากนะ” Ryuichi เอ่ยปากขอบคุณพร้อมกับมอบรอยยิ้มหวานให้เป็นรางวัลที่หญิงสาวไม่เรื่องมากในการที่เขาจะเข้าไปพบสมาชิกของวงร็อคชื่อดัง...
....หลังจากแผ่นหลังกว้างเดินลับหายเข้าไปในลิฟต์...หญิงสาวก็ดูเหมือนเพิ่งได้สติ...เธออนุญาตให้ชายหนุ่มไปพบสมาชิกของวงโดยที่ไม่ได้รอคำอนุญาตจากเจ้าตัว...ถ้าเป็นเรื่องขึ้นมาคงไม่ดีต่อหน้าที่การงานของเธอเท่าไหร่...ดังนั้นหญิงสาวจึงต่อโทรศัพท์ขึ้นไปบอก 1 ในสมาชิกที่มาถึงแต่เช้าตรู่แล้ว....
“Moshi Moshi”
“Tetsu-San คะ...มีคนมาขอพบ...ตอนนี้กำลังขึ้นไปหาคุณแล้ว...ขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทรขึ้นมาถามก่อนว่าคุณจะให้เข้าพบรึเปล่า ?” หญิงสาวอธิบายเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิด...กลัวเหมือนกันที่จะโดนต่อว่า
“ไม่เป็นไร...ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย ? แค่นี้นะ” Tetsu ตอบเสียงเรียบพลางตัดสายลงอย่างไม่ใส่ใจเพราะตอนนี้เขาเองก็ไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจหรือใส่ใจกับกฎระเบียบอะไรมากมายนัก
…Ryuichi เดินเรื่อย ๆ ขึ้นไปตามทางที่ประชาสัมพันธ์สาวบอก... เวลาเช้าแบบนี้คนยังน้อยอยู่มากจนระหว่างทางที่ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่หมายเขาแทบจะไม่พบเจอใครเลย...สองขาก้าวพาตนเองมาหยุดยืนนิ่งที่หน้าประตูห้องซ้อม...ความทรงจำที่คิดว่าลางเลือนกลับเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง...แต่เพียงครู่เดียว เขาก็สลัดมันออกไปจากความคิดพร้อมทั้งเปิดประตูเข้าไปภายใน...
…ร่างบอบบางของใครคนหนึ่งนั่งเอนพิงกรอบหน้าต่างมองผ่านกระจกใสออกไปภายนอกอย่างเหม่อลอย....จนไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีบุคคลอื่นเปิดประตูเข้ามาภายใน....
….Ryuichi หยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง... เส้นผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยล้อมกรอบใบหน้างามที่ดูซูบเซียวลงไปอย่างผิดตาจากวันที่ได้มีโอกาสพบเห็นกันครั้งสุดท้าย...ดวงตาคู่สวยที่เด่นชัดอยู่ในความทรงจำ...วันนี้กลับดูลึกโรยจนคนมองรู้สึกได้...
....แต่ถึงอย่างนั้นภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังดึงดูดดวงตาคมคู่นั้นให้จ้องมองอย่างลืมตัว...กระทั่งเป็นฝ่ายเจ้าของร่างเองที่หลุดจากภวังค์หันมามองด้วยสีหน้าตกใจ....
“นาย...” Tetsu หลุดปากออกมาแค่นั้นก็คุมสีหน้าของตนเองให้กลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง... คำบอกกล่าวทางโทรศัพท์ที่ฟังไม่ถ้วนถี่กลับกลายเป็นผู้มาเยือนที่เขาจะคิดถึงเป็นคนสุดท้ายว่าจะมาเหยียบที่นี่...
…Ryuichi kawamura...
“ขอโทษที่มารบกวนแต่เช้า...” Ryuichi เอ่ยคำแรกออกไปหลังจากฝ่ายนั้นนิ่งเงียบไปเฉย ๆ...ชายหนุ่มเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่ายเพื่อพิจารณาอีกครั้ง...ก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาด้วยความเป็นห่วง...
“นาย...สบายดีใช่มั้ย?...”
“มีธุระอะไร?...” เสียงห้วนสั้นถามแทรกขึ้นโดยไม่สนใจจะตอบคำถามหรือแม้กระทั่งมองหน้าคู่สนทนา...อาการต่าง ๆ ที่แสดงออกเรียกรอยยิ้มนิด ๆ จากริมฝีปากของชายหนุ่มได้ตามมาหลังจากนิ่งอึ้งไปชั่วครู่...
....สิ่งที่เขาคิดไว้ไม่ผิดจากความจริงนัก...ทั้งสองฝ่ายเพียงแค่บังเอิญได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในคืนคืนหนึ่งก็เท่านั้น...
“ไม่ใช่ธุระของฉันหรอก...J ฝากให้ฉันมาบอกว่าจะไปสะสางงานสักสองอาทิตย์...ดูท่าเพื่อนนายจะค่อนข้างอารมณ์เสีย ก็เลยฝากให้ช่วยดูด้วย...”
“ J ไปไหน ?” Tetsu ย้อนถามไปอย่างแปลกใจ...เพราะถ้าเขาจำไม่ผิดเมื่อวานสองคนนั่นเพิ่งจะหวานแหวว...มารับกลับบ้านย้ายไปอยู่ด้วยกันเสร็จสรรพ...ไม่มีวี่แววของคนที่จะต้องห่างไกลกัน
“ไปทำงานต่อที่อเมริกา..แต่คราวนี้ไปไม่นานหรอก...อาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลับแล้ว....แต่เห็น J บอกว่าเพื่อนนายอารมณ์เสียน่าดู...” Ryuichi ตอบพร้อมรอยยิ้มขำ ๆ เมื่อคิดไปว่าเจ้าเพื่อนตัวบึ้กของเขาคงจะโดนเจ้าตัวเล็กนั่นโวยวายใส่ไม่น้อยที่รู้ว่า J จะต้องไปทำงานที่เมืองนอกทั้ง ๆที่เพิ่งคืนดีกันได้ไม่นาน
“มันก็น่าจะอารมณ์เสียอยู่แล้ว...คิดจะไปก็ไปคิดจะมาก็มา...พวกนายเห็นเพื่อนฉันเป็นอะไร ?!! “ น้ำเสียงหงุดหงิดที่เอ่ยถามออกไป...แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองหงุดหงิดเรื่องของเพื่อน...หรือกำลังหงุดหงิดเรื่องของตัวเขาเองอยู่กันแน่...
...Ryuichi เลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจเพราะท่าทางของคนตรงหน้าดูอารมณ์เสียมากเกินเหตุ....ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นแค่เรื่องเพื่อนของพวกเขาที่ทะเลาะกัน...แต่น้ำเสียงและท่าทางของ Tetsu ที่แสดงออกราวกับว่ากำลังทะเลาะกับเขาอยู่
“นี่นายโมโหแทนเพื่อนขนาดนี้เลยเหรอ ?”
“ไม่ได้โมโห !!! “ Tetsu กระแทกเสียงตอบ...แต่คำพูดกับน้ำเสียงที่ออกมาช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“เอาเถอะ ๆ ยังไงมันก็เป็นเรื่องของ J กับ Hyde นายอย่าไปอารมณ์เสียแทน Hyde เลย...จะเสียสุขภาพเปล่า ๆ “ คำพูดพร้อมรอยยิ้มที่แสดงถึงความไม่ใส่ใจและไม่คิดอะไรมากมาย...กลับทำให้ Tetsu ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
“ถ้าไม่มีธุระอะไรอีกก็กลับไปได้แล้ว...อ้อ!!...อีกเรื่องทีหลังหัดเคาะประตูตามมารยาทเสียบ้างนะ...” เสียงแข็งเอ่ยปากไล่พร้อมกับร่างบางที่หันหลังให้กับ Ryuichi ทันที...ไม่อยากจะให้ใบหน้ายิ้มแย้มที่ทำเหมือนเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา...มาทำให้เขาหงุดหงิดไปมากกว่านี้
...แล้วทำไม ? เขาจะต้องหงุดหงิด....
“OK....เฮ่ออ~~!!” คำตอบรับพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวออกมาอย่างตั้งใจ...เรียกให้ Tetsu ต้องหันไปมองท่าทางนั้นอย่างไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร ? แต่คำตอบที่เหมือนเปรยขึ้นกับตัวเองของชายหนุ่มก็หลุดออกมาให้ได้ยินในเวลาไม่นานนัก
"ตอนฟังจาก J ฉันก็นึกภาพเพื่อนนายโมโหไม่ค่อยออกนะ....แต่ก็คิดว่าท่าทางคงร้ายน่าดู...” พูดมาถึงตรงนี้ Ryuichi ใช้สายชำเลืองมองท่าทางของ Tetsu อย่างตั้งใจตั้งแต่หัวจรดเท้า....และถึงแม้ว่าร่างบางจะยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของชายหนุ่มมากมายนักแต่ Tetsu ก็ยังเชิดหน้าท้าทายอย่างไม่เกรง “แต่ตอนนี้พอจะรู้แล้วว่ามันเป็นยังไง....พวกนายนี่ท่าทางจะชอบอารมณ์เสียอย่างไร้เหตุผลกันสินะ....ถ้างั้นฉันไปล่ะ....เดี๋ยวนายจะยิ่งอารมณ์เสียมากกว่าเดิม" ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายที่ตามมาด้านหลัง...ของคนในห้องที่ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองจะอารมณ์เสียไปทำไม ?
....แล้วทำไม ? มันต้องเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่เขาพบกับ Ryuichi….
tbc 2月1日 Love Punish 75- 75 -
... และในค่ำคืนนั้นคนที่พบเจอกันเมื่อตอนบ่ายก็ได้พบกันในงานเลี้ยงอีกเป็นครั้งที่สองของวัน....Tetsu มาถึงยังสถานที่จัดงานก่อนเพียงลำพังถึงแม้วันนี้ Ryuichi จะบอกว่า ‘ แล้วเจอกันที่งาน ‘ แต่ไม่ได้หมายความว่า...นัดที่จะมาพร้อมกัน...ระหว่างที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ทักทายประธานจัดงานและสื่อมวลชน... ร่างเพรียวบางของหัวหน้าวงร็อคชื่อดังก็แอบมายืนหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวอย่างเซ็ง ๆ แก้วไวน์ในมือถูกแกว่งไปมาช้า ๆ สายตาเหม่อมองไปยังผู้คนรอบด้านที่เดินกันขวักไขว่จนรู้สึกลายตาไปหมด...
....ถ้าเจ้าพวกนั้นยอมมาด้วยก็ดี....
Tetsu เริ่มคิดไปถึงพวกเพื่อน ๆ ที่ปล่อยเขามางานนี้เพียงคนเดียว...ทั้ง ๆ ที่ก็พอรู้ว่าพวกนั้นไม่ได้มีธุระอะไรจริงจัง...แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่อยากมาเขาก็ไม่อยากฝืนใจ...ร่างบางทอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและเซ็งกับบรรยากาศรอบด้าน...ภาวนาให้พิธีการหลักของงานเริ่มขึ้นสักที...เขาจะได้แอบปลีกตัวกลับไปได้....
...แต่ระหว่างที่เหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย...ภาพเงาร่างผู้คนที่เดินกันขวักไขว่...กลับคล้ายว่ามีเงาร่างหนึ่งซึ่งเด่นชัดมากกว่าใครกำลังเดินเข้ามาในงาน...พร้อมรอยยิ้มและคำทักทายให้กับทุกผู้คนที่ชายหนุ่มผมดำพบ...
...อัธยาศัยดีกว่าที่คิด....
Tetsu เหยียดยิ้มมุมปาก...เมื่อเห็นท่าทางการแสดงออกของอีกฝ่าย...ดูก็รู้ว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ชายหนุ่มจงใจสร้างขึ้นเพื่อผูกมิตรกับคนรอบข้าง...และดูเหมือนว่าทุก ๆ คน...ต่างชอบในสิ่งที่ Ryuichi แสดง...เป็นเสน่ห์ที่ใครต่อใครต่างก็หลงใหลมัน...
... ไม่ช้าสายตาคู่นั้นของชายหนุ่มผมดำก็เหลือบมาเห็นบุคคลที่ยืนหลบมุมเพียงลำพังและกำลังจ้องมองมาทางตนเองจนได้...Ryuichi แย้มยิ้มให้กับ Tetsu พลางสาวเท้ายาว ๆ เพื่อเดินเข้าไปใกล้....
“หวัดดี....ดีใจที่เจอนาย...แล้วนี่มาคนเดียวจริง ๆ เหรอ ?” Ryuichi เอ่ยปากทักทายพลางเหลียวมองรอบกายของ Tetsu เมื่อไม่เห็นมีใครสักคนยืนอยู่เคียงข้าง
“แล้วเห็นว่ามีใครมั้ยล่ะ ? “ Tetsu ยังคงไม่เลิกยียวนคน ๆ นี้...จนทำให้ Ryuichi ต้องเลิกคิ้วสูงอย่างไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่คิดว่าคนตรงหน้าน่าจะเลิกอคติกับเขาได้แล้ว...แต่ท่าทางมันไม่ง่ายอย่างที่คิด....ชายหนุ่มผมดำอมยิ้มขึ้นที่มุมปากน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อไป
“ก็นึกว่านายจะมีคนควงมางานด้วยสักคน”
“แล้วนายล่ะไม่มีมาด้วยรึไง ?” Tetsu ถามกลับเพราะเขาเห็นตั้งแต่ Ryuichi เดินเข้ามาในงาน...และชายหนุ่มก็เดินเข้ามาเพียงลำพัง...คำถามที่ได้ยินเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากได้รูปอย่างขำ ๆ
“ไม่จำเป็นต้องมีมา...เพราะฉันกะมาหาเอาที่งาน” Ryuichi ตอบคำถามพลางรับแก้วเครื่องดื่มมาจากพนักงานเสิร์ฟ...คำตอบที่ได้ยินทำให้ Tetsu เข้าใจความหมายได้ทันที....ว่าคนตรงหน้ากำลังหมายถึงอะไร ?....ข่าวคาวเรื่องความเจ้าชู้ของ Ryuichi มีมาให้ได้ยินเสมอ ๆ และท่าทางมันจะไม่ใช่แค่ข่าวลือ....เพราะเวลานี้เจ้าตัวกำลังแสดงมันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ชุดนายดูดีมาก...ดีใจนะที่นายยอมใส่มันออกงาน” ชายหนุ่มหันมาให้ความสนใจกับการแต่งกายของคนตรงหน้าเพราะมันคือชุดที่ตนเองเป็นคนเลือกให้อีกฝ่ายที่ร้านวันนี้
“นายชมฉันงั้นเหรอ ? ฟังแล้วเหมือนนายกำลังชมตัวเองอยู่เลย” Tetsu แกล้งถามเสียงสูงพลางยกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบ...เพราะคำว่า ‘ดูดีมาก’ อาจหมายถึงรสนิยมในการเลือกสรรของตัวเองที่อีกฝ่ายกำลังพูดถึง
“การเลือกของฉันมันก็มีส่วน...แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนที่สวมใส่มัน...คนที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจะใส่ชุดดูดีราคาแพงแค่ไหน ? มันก็ไม่มีค่าในสายตาของฉัน” ในประโยคสุดท้ายดวงตาคมเข้มของ Ryuichi จับจ้องมองใบหน้าของ Tetsu ไม่วางตา...จนทำให้ดวงตาของคนที่โดนจ้องมองมีอาการไหววูบขึ้นมาทันที....
...ระหว่างที่สองดวงตากำลังจ้องมองประสานกัน...เสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็เอ่ยทักขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้...ก่อนจะจงใจที่จะสอดแขนของตนเองเข้าไปคล้องแขนของ Ryuichi เอาไว้....จนทำให้ Tetsu ต้องรีบถอนสายตาออกมาจากคนตรงหน้า
“Ryu มาแล้ว...ทำไม ? มายืนอยู่ตรงนี้.....” คำทักทายและบทสนทนาอย่างสนิทสนม.... จนทำให้ใครอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกเหมือนตนเองกำลังอยู่ในที่ที่ไม่สมควรจะยืนอยู่...ทั้ง ๆ ที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ก่อนใครเสียอีก...คำสนทนามีขึ้นเพียงไม่นานหญิงสาวคนนั้นก็ออกปากชวน Ryuichi ให้เดินไปพร้อมกับตนเอง….แต่ก่อนที่ชายหนุ่มผมดำจะถูกดึงตัวไป...Ryuichi หันกลับมาหาคนที่ยืนเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้นอีกคน
“นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย ?” คำถามที่ได้ยินทำเอาคิ้วเรียวบางต้องย่นยู่เข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ....ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำถามที่ทำให้ดูเหมือนเขาเป็นเด็ก ๆ หรือเพราะว่าคนตรงหน้ากำลังจะเดินจากไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น....
....เขาไม่ชอบใจเรื่องอะไรกันแน่ ?….
“ฉันอยู่ได้...ไม่ได้เป็นโรคขาดความอบอุ่น...” คำตอบที่เหมือนการประชดประชันจากปากอีกฝ่ายพร้อมกับแก้วไวน์ในมือที่ถูกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด....จนทำให้ชายหนุ่มผมดำมองภาพนั้นอย่างไม่เข้าใจ...ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ทำไม ? ไม่ว่าฉันทำอะไร ? ท่าทางนายไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่....แต่เอาเถอะ...ฉันพอจะรู้สาเหตุ...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากให้นายมึนตึงกับฉัน...อย่าดื่มมากล่ะ...ขอตัวก่อน” พูดจบร่างสูงของชายหนุ่มผมดำก็เดินจากไปพร้อมกับสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่เดินเคียงกายไปอย่างแนบชิด...
...ตลอดระยะเวลาที่แผ่นหลังของคนคู่นั้นเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ สายตาของใครคนหนึ่งที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมกลับจับจ้องตามไปอย่างแน่วนิ่งก่อนที่แก้วไวน์ในมือจะถูกเปลี่ยน....ไวน์สีแดงเข้มในแก้วหรูกำลังไหลผ่านลำคอเรียวสวยลงไปเรื่อย ๆ แก้วไวน์ที่เพิ่งจะถูกเปลี่ยนมาตอนนี้กลับว่างเปล่าลงอีกแล้ว....แต่สายตาของ Tetsu ยังคงจับจ้องไปยังเงาร่างเดียวที่เด่นชัดอยู่ในสายตาเขาตอนนี้... ผู้คนรอบกายที่เดินกันขวักไขว่มากมายคล้ายกับเป็นเพียงเงาพร่าเลือนที่ไม่อาจมองเห็น
ได้ชัดเจน ...ทำไม ? ถึงมีเพียงคนเดียวที่เห็นเด่นชัดอยู่ในเวลานี้....สิ่งที่ทำให้คน ๆ นั้นชัดเจนอยู่ในสายตาของเขา...คือดวงตาหรือว่าอะไรกันแน่ ?....
Tetsu รีบเบือนสายตาตนเองออกมาจากร่างนั้นพลางสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ให้ออกไปจากความคิดอย่างรวดเร็ว....ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ชายหนุ่มปฏิบัติต่อเขาเป็นสิ่งที่ทำให้กับคนทั่วไป...เป็นเสน่ห์ที่ใคร ๆ ต่างก็สัมผัสได้....เป็นเสน่ห์ที่ใคร ๆ ต่างก็หลงใหล...หรือเขาเองจะเป็นอีกคนที่หลงติดกับเสน่ห์นั่นจนทำให้จิตใจตนเองเริ่มสับสน....
...แก้วไวน์ในมือถูกเปลี่ยนไปแล้วหลายครั้ง...อยากจะใช้ฤทธิ์ร้อนแรงของเครื่องดื่มสีแดงเข้มชำระจิตใจให้กลับเป็นปกติเหมือนเดิม....
...เหมือนกับตอนที่เขายังไม่ได้สัมผัสเสน่ห์ที่น่าหลงใหล...ของคน ๆ นั้น....
แต่ขณะที่แก้วไวน์ว่างเปล่าในมือกำลังจะถูกเปลี่ยนอีกครั้ง.... กลับมีมือลึกลับยื่นเข้ามาฉวยคว้าแก้วที่มีไวน์สีแดงเข้มเติมเต็มอยู่ออกห่างไปจากมือของเขา...จนทำให้ Tetsu ต้องเหลียวกลับไปมองอย่างไม่พอใจ....
...ก่อนจะได้พบเห็นว่าแก้วไวน์อันนั้นอยู่ในมือของใคร ? ร่างเพรียวบางรีบเบือนสายตาหนีดวงตาคมเข้มสีดำสนิทที่กำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา...พลางยื่นมือไปคว้าเอาแก้วไวน์แก้วใหม่เมื่อมีบริกรอีกคนเดินเข้ามาใกล้
“ทำไมถึงดื่มหนักขนาดนี้....มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ?” น้ำเสียงถามด้วยความเป็นห่วง...แต่ Tetsu ทำแค่เพียงเหล่มองเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วไวน์ในมือขึ้นดื่มอีกครั้ง
“กลับมาทำไม ? ท่าทางนายดูสนุกสนานออก....ถ้าเป็นห่วงเพราะเห็นว่าฉันอยู่คนเดียว...ก็ขอบอกว่าไม่ต้อง...ฉันอยู่คนเดียวได้...เดี๋ยวจะทำให้นายเสียเวลาหาคู่ควงเปล่า ๆ “ คำพูดประชดประชันยังคงพรั่งพรูออกมาไม่ยอมหยุด...ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะใช้คำพูดแบบนี้...แต่ทำไม ? เขาถึงอยากแสดงออกในสิ่งที่ต่างจากคนอื่นแสดงกับ Ryuichi
...แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้หลงติดกับเสน่ห์ที่ใครหลายคนต่างพากันหลงใหล....
“แต่ท่าทางนายไม่สนุกสนานเท่าไหร่ ? ฉันก็เลยว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน...” Ryuichi เอ่ยขึ้นพลางดึงแก้วไวน์ออกจากมืออีกฝ่ายทันทีที่เห็นว่า Tetsu กำลังจะกระดกมันจนหมด
“ทำอะไร ?!!” เสียงแข็งถามขึ้นอย่างไม่พอใจ...เมื่อแก้วไวน์ในมือถูกยื้อแย่งไป
“นายดื่มมากไปแล้ว...ไวน์เนี่ยถึงรสชาติมันจะหอมหวานดื่มง่ายกว่าเหล้า...แต่ฤทธิ์มันกลับแรงยิ่งกว่าเพราะนายดื่มมันเพียว ๆ ไม่เหมือนเหล้าที่ต้องผสม....และตอนนี้ท่าทางนายก็กำลังจะยืนไม่อยู่อยู่แล้ว...ถ้าปล่อยให้ดื่มอีกนายจะยืนอยู่ร่วมพิธีการหลักที่กำลังจะเริ่มได้ยังไง ?” Ryuichi เอ่ยขึ้นพร้อมกับบุ้ยปากไปทางเวทีใหญ่ที่เริ่มมีประธานและแขกเหรื่อคนสำคัญขึ้นไปเปิดงานและแถลงข่าวต่าง ๆ ให้สื่อมวลชนได้รับรู้...
...แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีไม่ได้เรียกความสนใจให้กับ Tetsu มากมายเท่าใดนัก...เพราะเขาเองก็กำลังรอให้พิธีการหลักเริ่มขึ้น....เพื่อที่เขาจะได้ออกไปจากงานน่าเบื่อหน่ายนี่เสียที...
....แต่ระหว่างที่ยืนนิ่ง ๆ เพื่อรอให้พิธีการจบลง...Tetsu กลับรู้สึกว่าภาพต่าง ๆ ตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนมากขึ้นทุกที...พื้นใต้เท้าคล้ายกับอ่อนนุ่มจนแทบยืนไม่อยู่...ร่างเพรียวบางจึงเซถลาจนเกือบจะล้มลงถ้าไม่ได้วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น...และดึงรั้งให้เข้าไปแนบชิดเพื่อไม่ให้ Tetsu ล้มลงไป...
...Ryuichi จึงประคองร่างบางค่อย ๆ เดินมาหยุดยืนอยู่ที่มุมหนึ่งซึ่งลับตาคน...เพราะไม่อยากให้มีนักข่าวคนไหนหันมาสนใจ...กับหัวหน้าวง Larc ที่กำลังเมามายไม่ได้สติอยู่ในเวลานี้
...วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น...เพื่อเป็นหลักให้ Tetsu ใช้พิง...จนกว่าพิธีการจะจบลง...ร่างบางถูกดึงรั้งให้เข้ามาแนบชิด...มันใกล้จนได้กลิ่นโคโลญจ์ที่อีกฝ่ายชอบใช้...เป็นกลิ่นหอมที่เหมาะสมกับคน ๆ นี้อย่างลงตัว...แต่กลับเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกเมามายและลุ่มหลงอย่างลืมตัวได้เช่นกัน...
“ไหวมั้ย ?” เสียงกระซิบถามแผ่วเบาที่ข้างใบหู...เมื่อชายหนุ่มเริ่มสังเกตได้ว่าคนข้างกายเริ่มจะครองสติตนเองไม่อยู่มากขึ้นทุกที...และพิธีการหลักก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง
“อื้อ...~!! “ เสียงครางแผ่วเบาในลำคอพร้อมกับร่างบางที่พยักหน้าขึ้นลงคล้ายกับจะตอบคำถามที่ชายหนุ่มผมดำถาม...แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ Ryuichi ต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะท่าทางของ Tetsu มันไม่เหมือนกับที่เจ้าตัวบอกแม้แต่น้อย....สุดท้ายชายหนุ่มจึงต้องตัดสินใจปลีกตัวออกมาเงียบ ๆ ทั้ง ๆ ที่พิธีการต่าง ๆ ยังไม่เสร็จสิ้น
...Ryuichi ประคองพาร่างบางเข้าไปในลิฟต์ช้า ๆ ก่อนจะกดหมายเลขเพื่อไปยังชั้นที่ต้องการทันที...โชคดีที่งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมระดับ 5 ดาวจึงไม่ลำบากในการหาห้องพัก... และอีกอย่างทุกครั้งที่มาร่วมงานตามสถานที่แบบนี้เขามักจะจองห้องเอาไว้เสมออยู่แล้ว
“เราจะไปไหนกัน ?...” เสียงอ้อแอ้จากคนข้างกายเอ่ยถามขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวจากตัวลิฟต์ “ฉันจะพานายไปพัก...” คำตอบที่ได้ยินทำให้ร่างบางพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ เพราะที่นี่เป็นโรงแรมจะมีห้องให้พักก็ไม่แปลก
“นายจะไปร่วมงานต่อก็ได้นะ...ฉันไปที่ห้องเองได้...” Tetsu เอ่ยขึ้นพลางขยับจะดันตัวเองออกห่าง...เพื่อให้คนข้างกายรับรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ?
“ไม่เป็นไร...อีกอย่างท่าทางของนายฉันกลัวว่าแค่เดินออกจากลิฟต์ก็ไม่พ้นแล้ว” Ryuichi ยังพูดติดตลกเผื่อจะทำให้ร่างบางรู้สึกฉุนเฉียว...ถ้าต่อปากต่อคำกับเขาได้...จะปล่อยให้เดินไปที่ห้องคนเดียว... แต่สิ่งที่จงใจทำกลับไม่ได้รับการตอบสนองเมื่อร่างบางยังคงนิ่งเงียบเหมือนกับไม่ได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดถึง...Ryuichi อมยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ ...แค่นี้ก็รู้แล้วว่า Tetsu คงจะกำลังเมามายเต็มที่...ไม่อย่างนั้นคงได้ยินคำพูดประชดประชันดังกลับมาให้ได้ยินแน่ ๆ
... ชายหนุ่มผมดำเอนกายพิงผนังด้านในของลิฟต์ก่อนจะดึงรั้งคนที่ยืนอยู่เคียงข้างให้เข้ามาซบอยู่ในอ้อมกอด...ปลายจมูกของร่างบางแนบชิดอยู่ที่ซอกคอจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดอยู่ต้นคอ.... เปลือกตาบางปรือปรอยขึ้นพยายามอย่างมากที่จะตั้งสติตัวเองให้หนีออกมาจากอ้อมกอดนั้น
...ทั้ง ๆ ที่พยายามบอกกับตัวเองว่าเขาไม่มีทางที่จะหลงติดกับเสน่ห์ของอีกฝ่าย...แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นอบอวลไปด้วย
กลิ่นโคโลญจ์อ่อน ๆ กลับทำให้ไม่สามารถฝืนหรือดึงรั้งตนเองออกมาจากอ้อมกอดนี้ได้เลย
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
ร่างเพรียวบางถูกประคองให้เข้ามาภายในห้องช้า ๆ แสงไฟในห้องสว่างจ้าขึ้นมาทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง...สภาพภายในห้องสวีทสุดหรูของโรงแรมระดับ 5 ดาว...ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและประณีต...ผนังกระจกใสยาวจรดพื้นเผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครโตเกียวอย่างชัดเจน....Ryuichi ประคองพา Tetsu มานั่งพักที่เก้าอี้บุนวมริมผนังกระจกช้า ๆ ก่อนจะผละออกเพื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ...
...และไม่นานชายหนุ่มก็กลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำในมือ...พร้อมกับค่อย ๆ บรรจงเช็ดไปตามผิวหน้าและซอกคออย่างแผ่วเบา...ความเย็นที่สัมผัสบริเวณใบหน้าทำให้ Tetsu เริ่มจะมีสติขึ้นมาทีละน้อย...เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้า ๆ พร้อมกับภาพใบหน้าคุ้นตาของใครบางคนที่แจ่มชัดอยู่ในสายตา
“ดีขึ้นรึยัง ?” Ryuichi ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...ร่างบางพยักหน้ารับเล็กน้อยถึงแม้จะยังมีอาการมึนเมา...แต่ก็รู้สึกดีกว่าเมื่อครู่...ดวงตาคู่งามกวาดตามองรอบ ๆ ห้องช้า ๆ เพื่อดูว่าขณะนี้ตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ? และทันทีที่พิจารณาสถานที่ชัดเจน Tetsu ก็เหยียดยิ้มมุมปากออกมาทันทีก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ขอโทษทีไม่ได้ตั้งใจ...มารบกวนห้องนาย...ถ้าคู่ควงนายจะมาเมื่อไหร่...บอกฉันก่อนนะ....ฉันจะได้รีบออกไป ไม่อยากขัดความสุขใคร” ทันทีที่ Tetsu พอจะมีสติคำพูดประชดประชันก็มีมาให้ได้ยินทันทีเช่นกัน....Ryuichi เลิกคิ้วสูงก่อนจะอมยิ้มออกมาน้อย ๆ พลางเหลียวมองไปรอบ ๆห้องเมื่อเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร ?
“คงไม่มีใครมา...เพราะฉันมัวแต่มาเสียเวลาดูแลคนเมา....โอกาสของคืนนี้ก็คงเป็น 0 “ คำพูดที่ได้ยินจากปากชายหนุ่มกลับทำให้ร่างบางที่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้นวมอยู่ต้องยันกายลุกขึ้นมาทันที
“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา !! ฉันจะกลับแล้ว !! เวลาคงพอมีเหลือให้นายไปหาใครต่อใครมาใช้ห้องนี้...จะได้ไม่เสียค่าห้องไปฟรี ๆ !! “ พูดจบร่างบางก็ทำท่าจะก้าวเดินออกไป...แต่เพียงก้าวแรก Tetsu ก็ต้องล้มตัวลงนั่งกลับไปที่เดิมอีกครั้ง...เมื่อรู้สึกว่าพื้นห้องและเพดานหมุนวนจนทำให้ยืนแทบไม่อยู่...ปลายนิ้วเรียวถูกยกขึ้นมาบีบเบา ๆ ที่หว่างคิ้วเมื่อรู้สึกหน้ามืดเพราะลุกขึ้นกะทันหันเมื่อกี้
“เป็นอะไร ? มากรึเปล่า ? “ Ryuichi ร้องถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง พลางขยับกายเข้าไปใกล้เพื่อดูอาการของคนตรงหน้า
“ไม่ต้องมายุ่ง!!” Tetsu ปัดมือของชายหนุ่มที่กำลังจะยื่นเข้ามาสัมผัสใบหน้าของเขา....การแสดงออกของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ Ryuichi ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจพลางขยับยืนหันหลังให้กับร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวม....คร้านที่จะต้องมาต่อปากต่อคำอย่างไร้เหตุผล...แต่สิ่งที่ชายหนุ่มกระทำกลับทำให้ Tetsu คิดไปว่า Ryuichi คงจะเบื่อหน่ายกับการที่ต้องมาคอยดูแลเขา...
...ยิ่งเห็นท่าทางแบบนั้นทำไม ? เขาถึงยิ่งรู้สึกหงุดหงิด....
Tetsu พยายามใช้แรงที่มีอยู่ผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงรั้งไหล่กว้างนั้นให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา....ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นตัวเขาเองที่กำลังพาลใส่อีกฝ่ายอย่างไม่มีเหตุผล...แต่ทำไม ? มันเหมือนกับหยุดตัวเองเอาไว้ไม่ได้....
“ถ้านายรู้สึกว่าการที่ต้องดูแลฉัน มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ก็พูดออกมาเลยสิ !! ไม่ต้องมาทำท่าทางอย่างนี้ !! “ Tetsu ตะคอกเสียงแข็งใส่ชายหนุ่มอย่างไม่มีเหตุผล...เขารู้สึกหงุดหงิดและไม่ชอบใจที่ Ryuichi หันหลังให้กับเขา....
...ทำไม ? ถึงรู้สึกอย่างนั้น...ไม่เข้าใจแม้แต่จิตใจของตัวเอง
“พอสักที !! นายเป็นอะไร ? Tetsu ถ้าไม่พอใจเรื่องที่บ้านนายวันนั้นฉันขอโทษ !! OK มั้ย ? แต่นายเลิกทำท่าทางอย่างนี้ใส่ฉันเสียที !! คนที่ต้องพูดออกมามันคือนาย...ถ้าไม่ชอบหน้าฉันก็บอกมาตรง ๆ ฉันจะได้รับรู้เอาไว้...ว่าเราสองคนเป็นไม่ได้แม้แต่เพื่อนกัน !! “ อารมณ์โกรธที่พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้...ทำให้ชายหนุ่มผมดำเผลอตัวตะคอกใส่ร่างบางตรงหน้าอย่างลืมตัว....อุ้งมือแกร่งฉวยจับต้นแขนบางเอาไว้แนบแน่น...แรงบีบดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นไปตามอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นอยู่ในเวลานี้
“ม..ไม่ใช่นะ...ฉัน...ไม่ได้ “ คำพูดตะกุกตะกักที่ลอดผ่านริมฝีปากบางออกมาพร้อมกับร่างบางที่หลับตาแน่นเมื่อรู้สึก
เจ็บแปลบบริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง.....ภาพที่เห็นดูเหมือนจะเรียกสติของชายหนุ่มผมดำให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกครั้ง...ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะเอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล “ขอโทษที...” คำขอโทษแผ่วเบาพร้อมกับอุ้งมือแกร่งที่คลายออกช้า ๆ และยิ่งเห็นท่าทางสับสนของคนตรงหน้าชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะดึงรั้งเอาร่างเพรียวบางเข้ามาสวมกอดอย่างอ่อนโยน...บางทีการที่ Tetsu แสดงอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวใส่เขาอาจเพราะกำลังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ...เพราะฉะนั้นเขาผิดเองที่เผลอตัวไปตอบโต้อีกฝ่ายด้วยอารมณ์
...กลิ่นโคโลญจ์อ่อน ๆ จากกายของชายหนุ่มทำให้อารมณ์หงุดหงิดและความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ เริ่มจางหายไป...Tetsu สูดลมหายใจลึกเมื่อรู้สึกว่ากลิ่นหอมนั้นช่วยให้จิตใจสงบลงได้มาก
“หอมจัง”
“หืม?” เสียงพึมพำเบา ๆ ที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มต้องเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ
“กลิ่นโคโลญจ์ที่นายใช้...ฉันชอบ” คำพูดที่ได้ยินทำให้ Ryuichi อมยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ ฝ่ามือแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาทำให้คนในอ้อมกอดรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมีให้...ถึงแม้ว่ามันคงจะเป็นความอ่อนโยนที่ Ryuichi แสดงออกให้ใครต่อใครก็ตาม...แต่ Tetsu ก็รู้สึกดีกับความอ่อนโยนที่ได้รับ
...คนทั้งสองต่างนิ่งเงียบเนิ่นนาน..จนเมื่อร่างบางรู้สึกว่าตนเองจิตใจสงบลงมากพอแล้ว Tetsu จึงเงยหน้าขึ้นมาจากบ่าของชายหนุ่มรอยยิ้มเก้อ ๆ มีขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกเขินอายกับการที่ต้องมาอยู่ในอ้อมกอดของ Ryuichi ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน...ความสัมพันธ์อย่างมากก็เป็นแค่เพื่อนของเพื่อนที่เป็นคนรักกัน....
....รอยยิ้มเขิน ๆ บนริมฝีปากยังไม่ทันได้จางหายไป Tetsu กลับได้รับสัมผัสอ่อนโยนแผ่วเบาที่ริมฝีปากอย่างไม่ทันตั้งตัว...เป็นสัมผัสที่เกิดขึ้นเพียงชั่วแว่บเดียวก็จางหายไป...แต่ร่างบางก็ยังรับรู้ได้ว่ามันคือจุมพิตของ Ryuichi ที่ประทับลงมาเพียงแผ่วเบา
...ร่างบางเบิกตากว้างขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ...แต่คำพูดทักท้วงกลับเหมือนติดอยู่ที่ลำคอไม่อาจเปล่งออกมาได้...ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองมาราวกับต้องการคำตอบของบทต่อไปที่กำลังจะเริ่มขึ้น...และเมื่อ Tetsu ไม่มีคำตอบ....
...ชายหนุ่มผมดำจึงแนบริมฝีปากตามติดลงมาอีกครั้ง...และครั้งนี้ดูเหมือนจะเนิ่นนานแนบสนิทยิ่งกว่าครั้งแรก....เป็นสัมผัสชัดเจนที่ฝังแน่นลงมาเรื่อย ๆ ริมฝีปากผ่าวร้อนบดเบียดแนบชิดอย่างชำนาญ ปลุกกระตุ้น จนทำให้ร่างบางในอ้อมกอดยากเกินกว่าจะต้านทานหรือปฏิเสธความนุ่มนวล อ่อนหวานนั้นไปได้ Tetsu พริ้มตาลงช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม ? ถึงยินยอมให้คน ๆ นี้สัมผัส.... แต่ถึงกระนั้นเขากลับไม่รู้สึกรังเกียจแต่กลับรู้สึกยินดีที่จะรับสัมผัสนั้นอย่างเต
็มใจ ...นี่เขากำลังหลงติดกับเสน่ห์ที่น่าหลงใหลเหมือนกับคนอื่น ๆ อยู่รึเปล่า ? ....
“ด...เดี๋ยว” Tetsu เอ่ยทักท้วงขึ้นมากะทันหันพร้อมกับเบือนหน้าหนีริมฝีปากผ่าวร้อนที่กำลัง...ปลุกเร้าสัมผัสเขาไปทั่วใบหน้าและซอกคอขาว....ทั้ง ๆ ที่เวลานี้เขากับชายหนุ่มได้ล้มตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องสวีทไปแล้ว...
...เสียงทักท้วงที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มผมดำหยุดการกระทำลงเพื่อรอฟังสิ่งที่ Tetsu กำลังจะเอ่ยต่อไป... แต่ร่างบางยังคงนิ่งเงียบสายตาเบือนหนีไปทางอื่นไม่ยอมมองสบตาตอบกับร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบน...ทั้ง Ryuichi และ Tetsu ต่างหยุดนิ่งไปเนิ่นนานและเมื่อร่างข้างใต้ยังไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา... ริมฝีปากได้รูปจึงแนบสัมผัสกับผิวแก้มนุ่มเนียนนั่นอีกครั้งก่อนจะระเรื่อยลงไปสัมผัสยังซอกคอขาว....Tetsu สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับตาแน่นใบหน้าแหงนเงยขึ้นเมื่อถูกปลุกเร้ามากขึ้นทุกที....
...ความไม่เข้าใจ ความหวั่นเกรง รวมถึงความสับสนในจิตใจเริ่มก่อตัวขึ้นมากมาย...เมื่อสติที่ยังพอมีเหลืออยู่...ร่ำร้องถามว่า ‘เขากำลังทำอะไร ?’ ...
…ฝ่ามือบางยกขึ้นปิดสัมผัสผ่าวร้อนที่กำลังแนบชิดปลุกเร้าอยู่บนใบหน้าและซอกคอ....ดวงตาคู่งามยังคงเบือนมองไปทางอื่น...ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับอีกฝ่าย...เพราะกลัวว่าต้องมนต์เสน่ห์ของดวงตาสีดำขลับคู่นั้น...Ryuichi ชะงักนิ่งไปอีกครั้งแต่เพียงไม่นานความต้องการที่ร่ำร้องอยู่ภายในอกก็ทำให้เขาไม่สามารถหยุดยั้งสิ่งใดไว้ได้อีกแล้ว...ฝ่ามือแกร่งดึงรั้งข้อมือบางทั้งสองข้างกดลงกับพื้นเตียง...ริมฝีปากได้รูปซุกไซร้ปลุกเร้าอยู่ที่ซอกคอขาวรุนแรงหนักหน่วงขึ้นทุกที...
“ฮ...ฮ๊ะ...R…Ryu...” Tetsu เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงขาดห้วง...ความเร่าร้อนรุนแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นคงยากที่จะห้ามปราม Ryuichi เอาไว้ได้อีกแล้ว... และสิ่งที่กำลังเกิดเขาเองก็ไม่คิดที่จะโทษอีกฝ่ายเพราะเป็นตัวเขาเองที่โอนอ่อนยอมตามสัมผัสนั้นไปตั้งแต่แรก...ใบหน้างามแหงนเงยเบี่ยงหลบริมฝีปากได้รูปที่กำลังปลุกเร้าไม่ยอมหยุดเวลานี้...แต่นั่นกลับยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มผมดำซุกไซร้ขบเม้มได้ง่ายขึ้น....
... ฝ่ามือแกร่งผละออกมาจากข้อมือบางเปลี่ยนมาปลดเปลื้องพันธนาการที่ตนเองเป็นคนเลือกให้อีกฝ่ายสวมใส่ ...ทั้ง ๆ ที่เลือกสรรอย่างตั้งใจเพื่อให้มันเหมาะสมที่จะอยู่บนร่างกายของ Tetsu...แต่เวลานี้อุ้งมือแกร่งแทบจะกระชากชุดนั้นให้ออกไปจากร่างกายบอบบางอย่างรวดเร็ว...
....ไม่นานร่างสองร่างก็เปลือยเปล่าแนบชิดกันอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม...ถึงแม้อุณหภูมิภายนอกผนังกระจกใสจะเย็นเยียบจนหิมะโปรยปรายลงมาเบา ๆ แต่อุณหภูมิบนเตียงกับทวีความเร่าร้อนมากขึ้นทุกที....ร่างบางเปลือยเปล่าต้องแสงไฟสลัวของโคมไฟกลางห้อง เสียงหอบหายใจเบา ๆ สลับกับเสียงครางหวานหู...เมื่อชายหนุ่มผมดำปลุกกระตุ้นให้ร่างบางตอบสนอง...เปลือกตาบางปรือขึ้นมองภาพตรงหน้าที่กำลังพร่าเลือนเมื่อรู้สึกได้ว่า... บางสิ่งบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเพื่อให้บทบาทแห่งความเร่าร้อนนี้ครบถ้วนสมบูรณ์
....ทันทีที่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งกำลังจะแทรกกายเข้ามาแผดเผาเขาจนมอดไหม้... ร่างบางถึงกับสะท้านเฮือกข่มตากัดริมฝีปากเอาไว้แนบแน่นไม่ยอมให้เสียงแห่งความเจ็บปวดดังลอดผ่านออกมาให้ร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนได้ยิน...แต่กระนั้นชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับ Tetsu ...Ryuichi นิ่งค้างอยู่แค่นั้นคล้ายดั่งกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง.... แต่สุดท้ายความอ่อนนุ่มบีบรัดก็ทำให้เขาไม่อาจละทิ้งความสุขสมที่กำลังจะได้รับไปได้
...ชายหนุ่มโน้มกายลงมอบจุมพิตแผ่วเบาให้อย่างอ่อนโยน...ตั้งใจปลอบประโลมให้ร่างข้างใต้...โอนอ่อนและมีความสุขกับสิ่งที่เขาตั้งใจจะมอบให้
“อ๊ะ....” เสียงร้องที่ลอดผ่านออกมาเบา ๆ พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นในจังหวะที่ความเร่าร้อนแทรกกายเข้ามาจนสุด....ถึงแม้จะรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายพยายามมอบให้กับเขา...แต่ความเจ็บปวดกลับมีมากมายกว่าหลายเท่า...แต่ถึงกระนั้น Tetsu ก็ยังเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่เอ่ยปากร้องขอให้ Ryuichi หยุดการกระทำลง.... ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังปฏิบัติอย่างชำนาญไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงคนเดียว...บางที Ryuichi อาจคิดว่าเขาเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาในค่ำคืนที่หนาวเหน็บเพียงเพื่อแลกเปลี่ยนไออุ่นจากกันและกัน....
....แค่แลกเปลี่ยนเท่านั้น...ไม่อาจคาดหวังอะไรได้มากกว่านี้....แล้วเขาจะร่ำร้องให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำลงทำไม ? ในเมื่อมันจะเกิดขึ้นแค่เพียงชั่วข้ามคืน....
....เงาร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนขยับแทรกกายหนักหน่วงเร่าร้อนมากขึ้นทุกที...ทุกการเคลื่อนไหวปะปนไปด้วยเสียงหอบครางของร่างสูง....Tetsu ทำได้แค่ขบเม้มริมฝีปากเอาไว้แนบแน่นพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมา....
“ฉันอยากได้ยินเสียงนาย Tetsu “ คำวิงวอนแผ่วเบาที่กระซิบข้างหู...ทำให้ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที...ไม่เคยคิดว่าจะต้องตอบสนองอะไรมากมาย...กับแค่ความสุขชั่วข้ามคืน
“ได้โปรด” Ryuichi ร้องขอกลับไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างข้างใต้ยังคงนิ่งเงียบ...ไม่ยอมตอบสนองต่อคำวิงวอนของเขา....คงมีทางเดียวที่เขาจะสามารถได้ในสิ่งร้องขอ....คือกระทำให้มันเกิดขึ้นด้วยตัวเอง...
.... ชายหนุ่มขยับทิ้งกายลงเคียงข้างก่อนจะพลิกร่างบางให้ตะแคงหันหลังแล้วดึงรั้งแผ่นหลังบางนั้นให้เข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง...ฝ่ามือแกร่งไล้เลื่อนสัมผัสลูบไล้ที่เรียวขาก่อนจะยกมันสูง....และขยับแทรกกายกลับเข้าไปอีกครั้ง....ทั้งเร่าร้อน หนักหน่วง รุนแรง...จนร่างบางไม่อาจสะกดกลั้นน้ำเสียงที่เกิดจากอารมณ์รักเอาไว้ได้อีกแล้ว
“อ๊ะ....อาาาาา....อื้อออ...~~” Tetsu กำบิดปลอกหมอนเอาไว้แนบแน่น....ความรู้สึกเขินอายเกิดขึ้นมาทันทีเมื่อต้องมาส่งเสียงให้คน ๆ นี้ได้ยิน....แต่เสียงครางหวานก็ดังลอดออกมาเรื่อย ๆ อย่างไม่อาจสะกดกลั้น...เมื่ออุ้งมือผ่าวร้อนขยับกอบกุมบีบเคล้นกระต้นปลุกเร้าจนเขาแทบขาดใจ
“อะ....อาาาาา....R…Ryu” ร่างบางครางเรียกชื่อชายหนุ่มแผ่วเบาขาดห้วง... เมื่อรับรู้ได้ว่าทุกอย่างกำลังจะเดินทางมาถึงบทสุดท้ายแห่งอารมณ์รักที่กำลังก่อเกิดขึ้นมาในขณะนี้
“อ่ะ....ฮ้าาาา....อ๊าาาาา ~~”
“อาาา....Tetsu”
.... แว่วเสียงครางสุดท้ายของคนทั้งคู่พร้อมกับร่างบางปลดปล่อยความสุขสมออกมาจนเต็มอุ้งมือของชายหนุ่ม...และรับรู้ได้เช่นกันว่าบางสิ่งที่อุ่นร้อนวาบเข้ามาในร่าง....Ryuichi ถ่ายถอนกายออกมาก่อนจะพลิกร่างนอนหงายเหม่อมองเพดานสูงอย่างว่างเปล่า...โดยที่ร่างบอบบางยังคงพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอยู่ในท่าเดิม
....ความคิดมากมายไหลย้อนกลับมาอีกครั้ง...เมื่อไม่เข้าใจว่าทำไม Tetsu ถึงยินยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น...มันออกจะรวดเร็วเกินไปด้วยซ้ำถ้ามาคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสอง....ที่เป็นเพียงเพื่อนของเพื่อนที่เป็นคนรักกัน....
....แต่แล้วความคิดนั้นก็ถูกหยุดไว้แค่นั้น...ชายหนุ่มคิดเอาเองทันทีว่ามันก็คงไม่ต่างจากคนอื่นที่เขาพบเจอมามากมาย...ในสถานที่แบบนี้...แค่เพียงคืนนี้มันเป็น Tetsu ก็แค่นั้น....
...Ryuichi พลิกตะแคงหันไปทางแผ่นหลังบางที่นิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว...พลางโอบกอดดึงรั้งร่างอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอดถึงจะเป็นเพียงแค่ค่ำคืนเดียว...แต่เขาก็ยังอยากจะอ่อนโยน
...เปลือกตาบางที่เกือบจะปิดลงไปแล้วกลับต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง...เพราะไม่คิดว่าพอเรื่องราวทุกอย่างสิ้นสุดตนเองยังจะได้รับความอ่อนโยนจากคน ๆ นี้....
...มันคงเป็นความอ่อนโยนที่ใคร ๆ ต่างก็ได้รับ...ในตอนท้ายของความสุขเมื่อครู่....
“หนาวมั้ย ?” เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับริมฝีปากได้รูปที่เคล้าคลึงอยู่ที่ใบหูและข้างแก้ม....ร่างบางในอ้อมกอดทำได้แค่ส่ายหัวไปมาช้า ๆ ไม่ยอมแม้แต่จะหันกลับมามองใบหน้าของคนที่กำลังโอบกอดตนเองเอาไว้
“ฉันปวดหัวอยากนอน” Tetsu เอ่ยเสียงเรียบ...สื่อความหมายว่าเขาไม่อยากให้มีอะไรมารบกวนจิตใจของเขาตอนนี้...ยิ่งคำพูดหวานหูที่ออกมาจากปากชายหนุ่มเขายิ่งไม่อยากได้ยิน
“ OK” คำตอบรับสั้น ๆ พร้อมกับริมฝีปากได้รูปประทับลงไปที่แก้มเนียนอย่างอ่อนโยน....ก่อนที่ Ryuichi จะปิดเปลือกตาตนเองลงช้า ๆ พลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น...เพียงไม่นานเสียงลมหายใจที่กรุ่นอยู่ที่ข้างหูก็ดังเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ...ดูก็รู้ว่าชายหนุ่มคงเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานไปแล้ว....เวลานี้จึงเหลือเพียงร่างบางที่ไม่อาจข่มตาหลับลงได้
...กลิ่นหอมอบอวลจากโคโลญจ์ที่ติดกายอีกฝ่าย...ยิ่งทำให้รู้สึกเมามาย ลุ่มหลงมากขึ้นทุกที...และก่อนที่เขาจะหลงติดกับเสน่ห์นั้นจนถอนตัวไม่ขึ้น....Tetsu ขยับฝ่ามือลูบไล้ท่อนแขนแกร่งเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจแกะมันออกจากเอวบางของตน....ยันกายลุกขึ้นนั่งพลางเหล่มองใบหน้ายามนิทราของอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่...ร่างบางจึงค่อย ๆ ขยับก้าวลงจากเตียงช้า ๆ และทันทีที่ลุกขึ้นยืนความเจ็บแปลบบริเวณสะโพกก็เข้ามาจู่โจมทันที...Tetsu รีบใช้มือยันไว้กับโต๊ะหัวเตียงเพื่อไม่ให้ตนเองล้มลงไป... ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ถึงความสุขสมผ่าวร้อนเมื่อครู่กำลังไหลเรื่อยลงมาตามเรียวขา
...ร่างบางก้มลงมองสิ่งแปลกปลอมที่หลั่งรินออกมาจากกายเขา...ถึงได้เห็นว่ามันมีสีแดงจาง ๆ ปะปนอยู่...ไม่รู้สึกแปลกใจมากมายอะไรนัก....เพราะความเจ็บปวดเมื่อครู่ก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย....Tetsu เลิกให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะคว้าเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดคราบความเร่าร้อนที่ชายหนุ่มทิ้งเอาไว้ในกายเขาออกไปจนหมด....จากนั้นจึงจัดการสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม...ชุดที่ Ryuichi เป็นคนเลือกให้เขา
....หันหลังให้กับร่างที่หลับใหลอยู่บนเตียง...ก่อนจะตัดสินใจเดินจากไปเพียงลำพัง...ทิ้งความสุขสมทุกอย่างที่ได้รับให้มันอยู่แค่เพียงในห้องนี้เท่านั้น....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 74- 74 -
RRR….RRR….. “อ...อื้อ...อาาา.....จ.....J…ท....โทรศัพท์....” เสียงหอบครางขาดห้วงเอ่ยทักให้ชายหนุ่มที่กำลังทาบทับตนเองอยู่เบื้องบน...มีสติแล้วหันไปสนใจสิ่งรอบข้างบ้าง
“ป...ปล่อยไปเถอะไม่ต้องไปสนใจ” J ตอบกลับพร้อมเสียงหอบหายใจที่ลอดผ่านออกมาเบา ๆ เพราะอารมณ์ความรู้สึกตอนนี้กำลังจดจ่ออยู่กับร่างข้างใต้...และจุดหมายปลายทางที่พวกเขากำลังก้าวเดินไปถึง...ชายหนุ่มยังคงเคลื่อนไหวกายอย่างเร่าร้อน...
....ทุกจังหวะการแทรกกายยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง....ทั้ง ๆ ที่เวลานี้ได้ก้าวล่วงเข้าสู่วันที่ 4 หลังจากที่คืนดีกันที่หน้าบ้านของ Hyde ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...ชายหนุ่มผมทองยังไม่ได้ก้าวออกจากบ้านหลังนี้....และยิ่งตัวเจ้าของบ้านเองแล้ว...แทบไม่ได้ก้าวขาออกมาจากห้องนอน
“ฮ้าาา...!...อ๊ะ.....อ๊าาาา.....” เสียงครางหวานสุดท้ายพร้อมกับร่างเล็กที่กระตุกเกร็ง...ก่อนจะทิ้งกายลงนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน...ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่ฟุบลงมาทาบทับพลางจูบซุกไซร้ขบเม้มไปทั่วซอกคอขาว ข้างแก้มและริมฝีปากบางสวย
….RRR….RRR….. RRR….RRR…..
ตลอดเวลาที่คนทั้งคู่ยังคงโลมไล้...นัวเนีย...มอบจุมพิตแผ่วเบาให้แก่กันและกัน...หลังจากที่เพิ่งเดินทางไปถึงจุดหมาย...เสียงร้องของโทรศัพท์ก็ยังแผดก้องไม่ยอมหยุด....แต่ท่าทางของคนทั้งคู่ก็ดูคล้ายกับตั้งใจลืมเลือนเสียงรบกวนนั้นไปเสียสนิท...จนสัญญาณเรียกเงียบหายไปครู่หนึ่ง...ก็กลับแผดก้องขึ้นมาอีกครั้ง.... จนชายหนุ่มผมทองต้องถอนหายใจอย่างขัดใจยินยอมที่จะพลิกกายลงมาเคียงข้างร่างเล็กเพื่อให้ Hyde เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์
“Moshi Moshi…” เสียงคุ้นหูที่ตอบรับกลับมาเหมือนคนกำลังเหนื่อยอ่อน...ทำให้ผู้ที่อยู่ปลายสายยิ้มออกมาอย่างยินดี....ก่อนจะตะคอกเสียงแข็งกลับไป...เพราะเป็นห่วงเจ้าเพื่อนร่างเล็กจนไม่เป็นอันทำงานทำการ....
“ Hyde ทำอะไร ?!! นายหายไปไหนมา ? โทรมาตั้งหลายครั้งแต่ไม่ยอมรับสาย....วันสองวันแรกยังไม่เท่าไหร่....เพราะคิดว่านายคงมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจ....แต่เมื่อวานฉันโทรหานายจากสตู ฯ ถ้าไม่เพราะติดงานยุ่ง ๆ ฉันคงเข้าไปหานายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว !! “ เสียงหัวหน้าวงจอมจู้จี้บ่นยืดยาวมาตามสายจนร่างเล็กตั้งตัวแทบไม่ทัน.... ความเหนื่อยอ่อนและบางสิ่งบางอย่างที่กำลังถูกปลุกกระตุ้นจากชายหนุ่มที่กำลังไล่ขมเม้มสัมผัสเขาไปทั่วร่าง....ทำให้ Hyde ไม่มีแรงหรือแม้แต่จะคิดหาคำมาแก้ตัวให้ Tetsu ได้ฟัง....
“อื้อ...ขอโทษ” เสียงตอบรับสั้น ๆ ที่ลอดออกมาเพียงแผ่วเบา...เพราะร่างเล็กกำลังสะกดกลั้นสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังเร่งเร้าเขาอยู่ตอนนี้
“ Hyde !! เป็นอะไร ? ...ทำไม ? เสียงแปลก ๆ ไม่สบายเหรอ ?” Tetsu ย้อนถามอย่างเป็นกังวล...หลังจากที่โทรตามจนเจอเจ้าตัวเล็กแถมได้บ่นใส่อีกฝ่ายไปยืดยาวแล้ว....ทำให้หัวหน้าวงจอมจู้จี้เริ่มจะหายจากอาการหงุดหงิดไปได้บ้าง....
“อ้ะ !!....อึก....ท...Te-chan…ขอโทษที่ไม่ได้โทรไปบอก...พอดีฉันไม่ค่อยสบาย....อยากพักผ่อน....อะ!...แต่...ม...ไม่ต้องเป็นห่วงนะฉันดูแลตัวเองได้...ขอพักอีกสักวันสองวันแล้วกัน....” Hyde พยายามหาข้อแก้ตัวมาอ้าง...ถ้า Tetsu รู้ว่าสาเหตุที่เขาไม่ไปทำงาน....เพราะมัวแต่ขลุกอยู่กับ J ทั้งวันทั้งคืนแล้วล่ะก็....คำบ่นคงจะออกมายืดยาวมากกว่านี้...และตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะตั้งสติสนทนากับคนปลายสายไม่ไหวแล้ว...ก็ในเมื่อชายหนุ่มผมทองยังคงซุกซน...หยอกเย้า...เหมือนต้องการจะแกล้งเขาไม่ได้หยุด
“ Hyde เป็นอะไร ? เสียงแปลก ๆ “ Tetsu ร้องถามไปอย่างสงสัย
“ ม...ไม่มี...อะไร ? แค่ปวดหัวนิดหน่อย...กินยาเข้าไปแล้ว...มันเลยเริ่มจะง่วงนอนน่ะ “
“ อยู่คนเดียว...จะเป็นไรรึเปล่า ? ถ้าไงเดี๋ยวฉันเข้าไปหาเอามั้ย ?”
“ ไม่ต้อง !! ฉะ....ฉัน...ดูแลตัวเองได้...Te-Chan ทำงานไปเถอะนะ...ดูแลส่วนของฉันด้วย...พอหายแล้วจะรีบไปจัดการทุกอย่างให้ทันที...แค่นี้นะ...ฉันอยากพัก” พูดจบร่างเล็กก็วางหูโทรศัพท์ลงอย่างรวดเร็ว....ก่อนที่เสียงครางหวานที่พยายามสะกดกลั้นมาตลอดระหว่างการสนทนากับเพื่อนร่วมวง...จะดังประสานกับเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง....สาเหตุเพราะการกระทำของชายหนุ่มที่ทาบทับเขาอยู่เบื้องบน....
“..J ..” เสียงร่างเล็กเอ่ยเรียกชายหนุ่มแผ่วเบา...ขณะที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งนั้น
“หืม ?”
“พอแล้วนะ....” Hyde เอ่ยปากขอร้องอีกฝ่ายขึ้นมาทันที...เพราะเหนื่อยและอ่อนแรงจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้แล้ว... ถ้ายังมีต่อไปอีกเขาเริ่มจะกลัวว่าตัวเองจะขาดใจตายเพราะรสรักที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้ไม่ยอมหยุดนี่เหลือเกิน....แต่แทนที่ J จะตอบตกลงชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบเหมือนกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาบอก...จนทำให้ร่างเล็กต้องตีหน้าเครียดและใช้น้ำเสียงที่จริงจังกว่านี้
“ถ้านายยังไม่ยอมหยุด....เราไม่ต้องมาคืนดีกันแล้ว !! “ Hyde เอ่ยเสียงแข็งออกปากขู่ชายหนุ่มผมทองด้วยท่าทางจริงจัง
“คร๊าบ....อย่าโกรธเลยน่านะ....เหนื่อยเปล่า ๆ พักก่อนเถอะนะ...” J ตอบพร้อมรอยยิ้มทะเล้น ๆ ก่อนจะดึงรั้งร่างอีกฝ่ายให้ล้มตัวลงนอนซบอยู่ในอ้อมกอด...พลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาคล้ายดั่งจะปลอบประโลมให้หายโกรธ....อย่างน้อย ๆ คราวนี้เขาก็ไม่ถือว่าตัวเองขาดทุน...การที่ได้กกกอดร่างเล็กตลอด 4 วันที่ผ่านมา...ก็มีความสุขยิ่งกว่าอะไร ๆ ในโลกนี้แล้ว
....อีกอย่างเวลาที่จะได้กอด Hyde ยังมีอีกมากมาย....และยาวนานตราบนิรันด์....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
อีกด้านของปลายสายหลังจากที่วางหูโทรศัพท์จากเจ้าตัวเล็ก...Tetsu ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ เพราะวันนี้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ค่อนข้างเป็นทางการของค่ายเพลงที่เขาทำงานอยู่กับสปอนเซอร์รายใหญ่ ๆ หลายราย...ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะชวน Hyde ให้ไปเป็นเพื่อนในงานคืนนี้เพราะเพื่อนร่วมวงที่เหลือต่างติดธุระกันทุกคน....แต่เจ้าตัวเล็กกลับไม่สบายแถมยังตัดสายโทรศัพท์ไปทันที...โดยที่เขายังไม่ได้เอ่ยปากชวน
“เฮ้อ....สงสัยต้องไปคนเดียว” หัวหน้าวงร่างบางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางก้าวเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าสุดหรูเพื่อเลือกหาชุดสูทที่จะใช้ใส่ไปในงานคืนนี้เพียงลำพัง
....ถ้าไม่ติดที่ค่ายเพลงขอร้องให้เขาไป....เขาก็คงไม่คิดที่จะไปร่วมงานในคืนนี้แล้ว....
....ขณะที่เดินเลือกดูเสื้อผ้าแบรนด์ดังอยู่เพลิน ๆ เสียงพนักงานต้อนรับของร้านก็เอ่ยทักทายใครบางคนที่ท่าทางจะคุ้นเคยกันจนร่างบางอดไม่ได้ที่จะต้องเหลือบตาขึ้นมอง....ภาพเงาร่างคุ้นตาที่พบเจอได้ในรายการโทรทัศน์บ่อย ๆ แถมเมื่อเร็ว ๆ นี้เจ้าตัวยังเคยไปร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านของเขา...ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยได้รู้จักคุ้นเคยสนิทสนมกันมาก่อนแต่ความประทับใจแรกในการพบเจอกันที่ไม่ใช่การไปร่วมรายการโทรทัศน์กลับทำให้เขาไม่รู้สึกประทับใจเลยสักนิด....ก็ในเมื่อเจ้านักร้องนำเจ้าสำอางค์คนนี้ดันติเรื่องกฎในบ้านของเขาให้เขาได้ยิน....ความรู้สึกไม่พอใจเลยทำให้รู้สึกไม่ดีกับคน ๆ นี้
...Kawamura Ryuichi…
และสายตาที่เผลอจับจ้องมองคน ๆ นั้นอย่างไม่วางตาก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกตัวจนได้....Ryuichi เหลือบตามามองเมื่อรู้สึกว่าโดนใครบางคนจ้องมอง....ทั้ง ๆ ที่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกกับการต้องตกอยู่ในสายตาใคร...แต่ทันทีที่เห็นคนที่มองตนอยู่ชายหนุ่มก็อมยิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้
“หวัดดี...ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่” Ryuichi ทักทายตามมารยาท
“หวัดดี..” เสียงทักทายตอบห้วนสั้นจนทำให้คนทักต้องเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ...แล้วในที่สุดก็พอจะได้คำตอบให้กับตัวเอง...
....คงเพราะเรื่องเมื่อวันนั้น....
แต่ Ryuichi ก็ยังคงไม่สนใจกับท่าทีของอีกฝ่าย....สายตาเหลือบมองชุดสูทที่อยู่ในมือ Tetsu แทน...ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่ตั้งใจ...เรียกสายตาของคนตรงข้ามให้หันมามองอย่างไม่เข้าใจ....
“นายจะไปงานคืนนี้ใช่มั้ย ?” Ryuichi เอ่ยปากถามขึ้นมาทันที....โดยไม่ปล่อยให้ร่างบางตรงหน้าถามเขาว่าหัวเราะอะไร ?
“ใช่...ทำไม ?” น้ำเสียงแข็งแฝงแววไม่พอใจในกิริยาของอีกฝ่าย....ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดหัวเราะก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
“ฉันก็ได้รับเชิญไปเหมือนกัน....แต่เจ้าพวกนั้นไม่มีใครไปเลยสักคน... Ino ก็มีธุระกับเพื่อนนาย....Sugi กับ Shinya ก็ขี้เกียจไป....ส่วน J ก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ตั้งหลายวันแล้ว...แต่ถึงหมอนั่นจะอยู่แต่งานเป็นทางการแบบนี้... J มันก็ไม่ไปอยู่ดี...”
“แล้วไง ?” น้ำเสียงห้วนสั้นถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจว่าจะมาอธิบายยืดยาวให้เขาฟังไปทำไม ? ก่อนที่ร่างบางจะเดินเลี่ยงมาเลือกเสื้อผ้าต่อไปโดยมีสายตาของชายหนุ่มผมดำมองตามหลังอย่างงง ๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ชอบหน้าเขามากพอดู....Ryuichi อมยิ้มกับตัวเองพลางสาวเท้าเดิมตามหลังไปติด ๆ
“ถ้านายจะไปงานนี้ด้วย....ฉันว่าชุดที่นายถืออยู่คงไม่เหมาะล่ะมั้ง ?” Ryuichi หยุดคำพูดไว้เล็กน้อยเมื่อ Tetsu หันกลับมา...ก่อนจะพูดต่อไปพร้อมรอยยิ้ม
“เพราะมันดูฉูดฉาดเกินไป” เท่าที่เคยเห็นการแต่งตัวของอีกฝ่ายตามจอโทรทัศน์ก็พอจะรู้ว่าคงชอบสีสันจัดจ้านซึ่ง
ถ้ามองในมุมมองของเขา....มันออกจะ....ตลกไปหน่อยล่ะมั้ง ? “ก็แล้วมันจะทำไม ? ฉันชอบของฉันแล้วฉันก็อยากใส่ !! ” Tetsu เริ่มเสียงแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่ชอบให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวของเขา
“เปล่า ๆ แค่คิดว่า....” Ryuichi เอ่ยขึ้นพลางก้าวเดินไปเลือกดูชุดสูทที่แขวนอยู่พร้อมกับเลือกออกมาชุดนึง “ชุดนี้น่าจะเหมาะกว่า” ชายหนุ่มยื่นชุดสูทผ้าฝ้ายเนื้อดีสีดำสนิทติดแบรนด์ดังส่งให้...พร้อมกับดึงเอาชุดสูทในมืออีกฝ่ายออกไปแขวนเก็บไว้ที่เดิม
“ทำอะไร ?” Tetsu ถามขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนคน ๆ นี้เจ้ากี้เจ้าการเรื่องการแต่งตัวของเขา.... แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบร่างบางกับโดนชายหนุ่มโอบไหล่เอาไว้แนบแน่นออกแรงบังคับเล็กน้อยเพื่อจะพาเดินตรงไปยังห้องลองเสื้อทันที
“นี่ !! นาย....”
“ลองดูก่อนสิ...” Ryuichi ดันหลังร่างบางให้เข้าไปในห้องลองเสื้อ....พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลงปล่อยให้คนที่อยู่ข้างในหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ...แต่พอมาพิจารณาชุดที่ชายหนุ่มเลือกให้มันก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป...ความคิดที่ว่า Ryuichi ตั้งใจจะแกล้งเขาจึงถูกตัดออกไป....Tetsu ลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าช้า ๆ ก่อนจะหมุน ๆ ตัวอยู่หน้ากระจกเพื่อพิจารณาความเหมาะสม
...ก็ไม่น่าเกลียดนี่นา....ออกจะดูดีด้วยซ้ำ....
“เสร็จแล้วเหรอ ?” เสียงถามที่ดังมาจากด้านหลังพร้อมกับประตูห้องลองเสื้อที่ถูกเปิดออกกะทันหันทำให้ Tetsu สะดุ้งเฮือกเพราะไม่คิดว่า Ryuichi จะเปิดประตูเข้ามา
“เห็นมั้ย ? ดูดีออกจะตาย....ดีกว่าชุดที่นายเลือกเมื่อกี้ซะอีก “ Ryuichi เอ่ยขึ้นขณะที่กำลังยืนมองพิจารณาผลงานการเลือกสรรของตัวเองบนร่างกายอีกฝ่าย
“ขอโทษที่ชุดที่ฉันเลือกมันดูไม่ดี...” Tetsu ยังคงประชดประชันอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ....จน Ryuichi ต้องถอนหายใจกับท่าทางดื้อรั้นของอีกฝ่าย
“ไม่เอาน่า...เราจะมาหาเรื่องทะเลาะกันทำไม ? ถ้านายไม่พอใจเรื่องเมื่อวันนั้น...ก็ขอโทษที...ฉันจะช่วยเลือกชุดเป็นการขอโทษแล้วกัน...นี่เนคไทเส้นนี้ฉันเตรียมมาให้นายลองแล้ว...” โดยไม่รอคำอนุญาตจากปาก Tetsu ชายหนุ่มผมดำก็ตรงเข้าไปคล้องเนคไทที่คออีกฝ่ายทันที...ค่อย ๆ บรรจงผูกให้ช้า ๆ อย่างประณีต...ทำเอาคนที่กำลังถูกจับแต่งตัว.....ไม่กล้าจะขยับตัวไปไหน...
...ความอึดอัดจนแทบลืมหายใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดในระยะใกล้จนได้กลิ่น...โคโลญจ์...อ่อน ๆ จากร่างกายของอีกฝ่าย...กลิ่นหอมกรุ่นจาง ๆ ที่ได้สัมผัสแทบทำให้เคลิบเคลิ้มใหลหลง....เป็นกลิ่นหอมที่เข้ากับคนตรงหน้าอย่างลงตัว... Tetsu จ้องมองใบหน้าของ Ryuichi อย่างลืมตัว...
....ปล่อยให้ปลายนิ้วของชายหนุ่มขยับเคลื่อนไหวอย่างชำนาญบนร่างของเขา....เนคไทสีอ่อนตัดกับเสื้อสูทสีดำสนิทกำลังถูกจัดให้เข้าที่เข้าทาง....และเมื่อปลายนิ้วแกร่งไล้เลื่อนมาสัมผัสที่ซอกคอทำเอา Tetsu สะดุ้งก่อนจะรีบถอยห่างออกจากคนตรงหน้าทันที
“ระวัง !!” เสียงทักดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือแกร่งดึงรั้งต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้...เมื่อเห็นว่า Tetsu กำลังจะถอยไปชนผนังที่อยู่ด้านหลัง
“ห้องเปลี่ยนเสื้อมันแคบนะ” Ryuichi บอกพร้อมรอยยิ้ม...พลางจับไหล่บางให้หันเข้าหากระจก
“ชอบมั้ย ?” ชายหนุ่มเอ่ยกระซิบแผ่วเบา...พลางจ้องมองผลงานสร้างสรรค์ของตัวเองบนร่างกายอีกฝ่ายผ่านทางกระจกเงาบานใหญ่...คำถามที่ได้ยินฟังดูก็รู้ว่า Ryuichi กำลังถามเรื่องเสื้อผ้า...แต่ทำไมใบหน้าของเขาถึงรู้สึกร้อน ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่ชอบเหรอ ?” เสียงถามย้ำมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบ...ทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มออกจะมั่นใจในรสนิยมและการเลือกสรรของตัวเองว่าเหมาะกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน
“ช...ชอบ...” คำตอบสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางพร้อมกับใบหน้าเรียวสวยที่แดงระเรื่อขึ้นมาน้อย ๆ ทั้ง ๆที่กำลังคุยกับเรื่องเสื้อผ้าแต่ทำไมเขาถึงคิดว่ามันจะสื่อถึงเรื่องอื่นได้อีก “งั้นก็ดีแล้ว....ฉันว่ามันเหมาะกับนายมาก...ถือว่าขอโทษเรื่องคราวนั้นก็แล้วกัน...” Ryuichi อมยิ้มให้กับคนตรงหน้าเล็กน้อย.... ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะดังออกมาจากกระเป๋าเสื้อเรียกสติของคนทั้งคู่ให้กลับมาจดจ่อกับเรื่องที่กำลังทำอยู่ได้ในทันที...Tetsu เบี่ยงหลบสายตาคู่นั้นหันกลับมาสนใจกับการแต่งกาย...โดยที่ Ryuichi เดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ที่ด้านนอก
...ฝ่ามือบางยกขึ้นแนบกับหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองช้า ๆ ...ทำไม ? หัวใจถึงเต้นผิดจังหวะ....ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น....หรือเพราะได้ใกล้ชิด...ได้สัมผัสกลิ่นหอมที่น่าหลงใหลนั่น....ไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่ดูเจ้าสำอางค์อย่าง Ryuichi จะมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้...เสน่ห์ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสได้....
....มิน่า...หมอนั่นถึงมีข่าวเรื่องเจ้าชู้มาให้ได้ยินไม่ขาดสาย....
Tetsu เหยียดยิ้มให้กับตัวเอง...พลางส่ายหัวไปมาช้า ๆ เพื่อไล่ความรู้สึกแปลก ๆ ให้ออกไปจากความคิดของตน...ก่อนจะหันมาจัด ๆ ความเรียบร้อยของเสื้อผ้าอีกครั้ง
....แกร๊ก....
เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมดำที่ปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้ง...
“ขอโทษทีนะ...พอดีมีคนโทรมาตามเรื่องงาน...ถ้ายังไง...คืนนี้ค่อยเจอกันที่งานก็แล้วกัน....บาย” Ryuichi เอ่ยปากลาพร้อมกับผลุนผันออกไปอย่างรวดเร็ว...ลืมแม้กระทั่งจะรอฟังคำลาจากปากอีกฝ่าย
“บาย...” เสียงตอบกลับเบา ๆ จากร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่...สายตาเหม่อมองตามแผ่นหลังนั้นผ่านกระจกเงาที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้า....
....คำลาที่ส่งไปไม่ถึง...เพราะอีกฝ่ายไม่ได้สนใจจะอยู่ฟัง....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. คู่ที่สาม ^^ Love Punish 73- 73 -
ร่างเล็กขยับกายลงนอนเคียงข้างชายหนุ่มอย่างมีความสุขพริ้มตาลงช้า ๆ เมื่อความรู้สึกง่วงงุนเริ่มเข้ามาแทนที่เพราะเมื่อคืนเขาเองก็ไม่ได้พักผ่อนเต็มที่เหมือนกัน...ฝ่ามือแกร่งที่คอยแต่จะลูบไล้อยู่สะโพกมนทำให้คิ้วเรียวเล็กของ Hyde เริ่มย่นยู่เข้าหากันอย่างไม่พอใจทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา... ... อุ้งมือบางฉวยจับเอาข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ดึงรั้งให้ขึ้นมาโอบอยู่ที่ไหล่เนียนของตนเองพร้อมกับร่างเล็กที่เบียดกายเข้าหาไออุ่นจากอกกว้างของชายหนุ่ม...รอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า...อยากจะนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดนี้
“ J อย่าสิ !...” Hyde โวยออกมาเบา ๆ โดยที่ยังไม่ยอมลืมตา...ทั้ง ๆ ที่อยากนอนใจจะขาด...แต่ฝ่ามือแกร่งที่เขาดึงขึ้นมาให้โอบกอดตนเองเอาไว้ วุ่นวายแต่จะลงไปสัมผัสบีบเคล้นอยู่ที่สะโพกมนอีกแล้ว.... ชายหนุ่มจ้องมองคนในอ้อมกอดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะตัดสินใจพลิกร่างขึ้นทาบทับอีกฝ่ายเอาไว้ทันที....จนในที่สุดคราวนี้ร่างเล็กก็ต้องลืมตามองคนที่อยู่เบื้องบนจนได้
“จ...จะทำอะไร ?” Hyde ถามกลับอย่างไม่ค่อยไว้ใจ
“อีกรอบนะ” J ให้คำตอบพร้อมรอยยิ้ม...ความสุขแสนหวานที่ได้รับเมื่อครู่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของเขา...ต้องการมากกว่านี้..อยากสัมผัสให้เนิ่นนานยิ่งกว่านี้...ชดเชยให้กับช่วงเวลาที่หายไป
“ไม่เอาแล้ว...ง่วงนอน....” ร่างเล็กปฏิเสธเสียงอู้อี้ในลำคอ...พยายามให้คนตรงหน้าได้รับรู้ว่าเขาง่วงนอนและอยากพักผ่อนจริง ๆ แต่คำร้องขอนั้นดูเหมือนจะไม่เป็นผล....เมื่อชายหนุ่มไม่สนใจเหตุผลของอีกฝ่ายมากมายเท่าใดนัก
“จ…..J ...อ้ะ !!! “ ร่างเล็กสะท้านเฮือก...ก่อนจะหลับตาแน่น...พร้อมปลายเล็บที่จิกเกร็งลงกับผ้าปูนอน...เมื่อชายหนุ่มอาศัยจังหวะเพียงน้อยนิดแทรกกายเข้าไปในร่างเขาทันที
“อย่าเพิ่งนอนเลยน่า...ฉันยังอยากกอดนายอีกรู้มั้ย ?” J กระซิบที่ข้างหูแผ่วเบาก่อนจะเริ่มประทับริมฝีปากลงที่ซอกคอไล้เลื่อนจนมาหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสวยเมื่อเห็นว่าร่างเล็กกำลังจะพูดโต้ตอบอะไรกลับมา... ปลายลิ้นร้อนแทรกเข้ามาปลุกเร้าอย่างชำนาญจนในที่สุดร่างเล็กก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามชายหนุ่มอย่างว่าง่าย...ไม่เอ่ยปากทักท้วงสิ่งใดออกมาอีก...ปล่อยให้มีแต่เสียงครางหวานหูดังลอดออกมาให้ได้ยินเพียงแผ่วเบา....
...แต่ครั้งนี้ดูจะเร่าร้อนกว่าครั้งที่แล้วมากนัก... เมื่อชายหนุ่มแทรกกายกระชั้นถี่เร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เป็นฝ่ายควบคุมเหมือนอย่างคราแรก....สองแขนของ Hyde โอบกอดแผ่นหลังของร่างสูงเอาไว้แนบแน่นปลายเล็บจิกเกร็งจนทิ้งร่องรอยแดงช้ำเป็นทางยาวอยู่บนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม...
“อ้ะ...อา....อื้ออ.....” เสียงครางหวานที่ไม่อาจสะกดกลั้นเมื่อชายหนุ่มยังคงเร่งจังหวะรุนแรง...ขอบตารื้นขึ้นมาด้วยน้ำตาอีกครั้ง...เมื่อความเร่าร้อนนั้นถาโถมจนเขาแทบพังทลาย....ร่างเล็กกัดริมฝีปากแน่นพลางคิดค่อนขอดอีกฝ่ายอยู่ในใจ
‘ J บ้า !! ....จะเร่งเกินไปแล้วนะ ‘
“อ้ะ..!! จ...J ...บ...เบา...หน่อยสิ” ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจเอ่ยปากทักท้วงออกไปจนได้.... ชายหนุ่มผมทองหันมาอมยิ้มให้เพียงเล็กน้อยก่อนจะประทับจูบลงที่ริมฝีปากบางนั้นอย่างเร่าร้อนและดูดดื่ม...สิ่งที่ได้ยินเหมือนเป็นเสียงที่พัดผ่านมาจาง ๆ เมื่อ J ยังคงไม่ยุติความเร่าร้อนนี้ลง..กลับเคลื่อนไหวแทรกกายหนักหน่วงกระชั้นถี่เร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ
“J ...อ๊ะ...อ๊าาาาาา....~~” Hyde กรีดร้องออกมาในจังหวะสุดท้าย...เมื่อรู้สึกได้ถึงความเร่าร้อนที่แผดเผาเขาแทบมอดไหม้...กำลังเอ่อล้นทะลักเข้ามาในร่างกายเขาจนร้อนรุ่มไปทั่วทั้งกาย.....ร่างสูงใหญ่ของ J ฟุบลงมาทาบทับพร้อมกับริมฝีปากที่ระดมจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งซอกคอ ใบหู และริมฝีปาก... เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนลอดออกมาจากริมฝีปากชายหนุ่มผสานกับเสียงหอบหายใจของคนที่อยู่ข้างใต้
“ร้องไห้ทำไม ?” J เอ่ยปากถามพร้อมรอยยิ้มเมื่อยันกายขึ้นมาจ้องมองคนตรงหน้า...แล้วเห็นน้ำตาเอ่อคลออยู่ที่ดวงตาคู่สวย...ร่างเล็กเบือนหน้าหนีโดยไม่ยอมตอบคำถาม...ดูก็รู้ว่า Hyde คงจะงอนที่เขาเอาแต่ใจมากเกินไป
“ขอโทษ....อย่าโกรธเลยนะ...นายไม่รู้หรอกว่า...ร่างกายนายเร่าร้อนบีบรัดมากแค่ไหน ? มันทำให้ฉันเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่...ขอโทษที่รุนแรง” ชายหนุ่มผมทองกระซิบคำขอโทษเสียงหวานเพื่อให้ร่างเล็กหายโกรธ...พวกเขาห่างเหินกันมาเนิ่นนาน... ไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าความสุขสมนั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มากมายอยู่ในเวลานี้... คำปลอบใจที่ได้ยินกลับทำให้ร่างเล็กหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกเขินอายในคำพูดของอีกฝ่าย
“ตอนนี้นอนก่อนก็ได้นะ....” J เอ่ยปากอย่างพยายามเอาใจและไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจขึ้นมาอีก...ทั้ง ๆ ที่ในอกยังร่ำร้องอยากกกกอดอีกฝ่ายมากมายกว่านี้...แต่เมื่อเห็น Hyde ไม่ยอมพูดด้วย...ชายหนุ่มจึงต้องยอมโอนอ่อนตามสิ่งที่ร่างเล็กต้องการ... J ขยับกายลงนอนเคียงข้างพร้อมกับใช้ท่อนแขนแกร่งโอบรัดร่างเล็กให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่คิดว่า Hyde จะขืนตัวไม่ยอมให้เขาแตะอีก...แต่ร่างเล็กกลับพลิกกายกลับมาโอบกอดเขาเอาไว้...เอนศีรษะลงซบกับแผ่นอกกว้างอย่างว่าง่าย....จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมอบจุมพิตไปที่หน้าผากมนนั้นอย่างเอ็นดู.... แล้วร่างสองร่างบนเตียงนอนหนานุ่มก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของกันและกันอย่างมีความสุข
...ในเวลายามเช้าที่เรียกได้ว่าสายเต็มที....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“อ...อื้อ...จ... J พอ...ก่อน” เสียงทักท้วงที่เอ่ยออกมาขาดห้วงไม่เป็นคำ... เมื่อร่างเล็กพยายามจะห้ามปรามชายหนุ่มที่กำลังลงมือปลุกเร้าเขาเป็นครั้งที่เท่าไหร
่...ก็ไม่อาจจำได้...ตั้งแต่เมื่อวานที่เขายินยอมคืนดีกับ J ที่หน้าประตูบ้านจนมาจบลงบนเตียง...ตั้งแต่วินาทีที่เขาทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง....Hyde ยังไม่ได้ก้าวลงจากเตียงหรือแม้แต่ห่างกายชายหนุ่มไปได้แม้แต่น้อย...ความรักที่เร่าร้อนถูกถ่ายทอดให้แก่กันและกันจนนับครั้งไม่ถ้วน...
...ชายหนุ่มผมทองถอนหายใจออกมาเล็กน้อย..แต่ก็ยินยอมที่จะหยุดอย่างที่เจ้าตัวเล็กต้องการ....ทันทีที่ J ล้มตัวลงนอนเคียงข้าง Hyde ก็เอนศีรษะลงซบกับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มทันที...ฝ่ามือบางไล้ไปทั่วแผ่นอกนั้นอย่างเอาใจ
“นี่ …J ...”
“หืม ?”
“ฉันหิวแล้วไปหาอะไรมาให้กินหน่อยสิ” ร่างเล็กในอ้อมแขนผงกหัวขึ้นจ้องมองชายหนุ่มอย่างออดอ้อน...
“แต่ฉันยังไม่หิวเลย...” J เอ่ยเสียงเรียบฝ่ามือแกร่งลูบไล้อยู่ที่หัวไหล่นวลเนียนอย่างแผ่วเบา...สื่อความหมายว่าเขาอยากจะกินอย่างอื่นมากกว่า
“แต่ฉันหิว !! “ Hyde เอ่ยเสียงแข็งพร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ....ถ้าเขาขยับลุกลงจากเตียงไปเองได้...คงไม่ต้องง้อให้ J ไปหาอะไรมาให้เขากิน....เพราะทันทีที่ลองหยั่งปลายเท้าลงกับพื้นเพื่อพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน...เขาก็ต้องรีบทรุดลงนั่งอยู่บนเตียงแทบจะในทันที...ความเจ็บร้าวระบมที่ชายหนุ่มฝากมันเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าจนมาถึงเช้าวันนี้...ทำให้เขาแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ได้
“ถ้างั้น....ฉันไปเอามากินเองก็ได้” พูดจบร่างเล็กก็ทำท่าจะผละออกจากอ้อมกอดนั้นทันที...ดูก็รู้ว่า Hyde เริ่มจะหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมตามใจอย่างที่เจ้าตัวต้องการ...
....สงสัยจะโมโหหิว....
J อมยิ้มให้ภาพนั้นอย่างขำ ๆ ก่อนที่วงแขนแกร่งจะตวัดรอบเอวบางดึงรั้งให้เข้ามาแนบชิดอย่างเอาใจ....ริมฝีปากได้รูปไล่วนดูดดื่มอยู่กับลาดไหล่เนียนบางนั้นอย่างซุกซน
“ถ้าลุกไปได้.....ฉันถึงจะปล่อยให้ไป” คำพูดกวน ๆ ที่ออกมาจากปากอีกฝ่าย...ยิ่งทำให้ร่างเล็กต้องกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เพราะ J กำลังพูดในสิ่งที่รู้ว่าเขาทำไม่ได้...และสาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะตัวชายหนุ่มเองแท้ ๆ
“ก็ปล่อยสิ...ฉันจะลุก !! “ Hyde เอ่ยเสียงแข็งพร้อมกับแสดงความดื้อรั้นออกมาอย่างเอาแต่ใจ...จน J ต้องถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวไปมาเบา ๆ เมื่อเห็นความดื้อดึงของอีกฝ่าย
“ OK เดี๋ยว...ฉันไปเอามาให้...ปล่อยให้เดินไปเอง...ตกบันไดคอหักตายจะทำยังไง...ฉันยังไม่อยากบอกรักนายกับป้ายหลุมศพหรอกนะ” J เย้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม...ก่อนจะดึงรั้งให้ร่างเล็กนอนลงเพื่อรอเขาอยู่บนเตียง...ถึงแม้ใบหน้างามจะงอง้ำ...แต่ Hyde ก็ยอมเอนกายลงนอนแต่โดยดี....ชายหนุ่มหันมามอบจุมพิตให้ที่ริมฝีปากบางที่ยังคงเม้มเป็นเส้นตรงนั้นอย่างแผ่วเบา...ก่อนจะคว้ากางเกงขึ้นมาสวมลวก ๆ เดินออกจากห้องไปจัดหาของที่ Hyde ต้องการมาให้ทันที
“นี่ !!! แล้วเอาข้าวให้เจ้า J มันด้วยนะ...ป่านนี้มันหิวแย่แล้ว ~!! ” ร่างเล็กตะโกนสั่งความตามหลังไปอีกครั้งทันทีที่เห็นชายหนุ่มเปิดประตูออกไป...ก่อนจะพริ้มตาลงอย่างอ่อนแรง...แค่มีเวลาพักเพียงชั่วครู่เขาก็อยากจะพักผ่อนเอาแรงไว้....
......เมี้ยวว ~~…..
เสียงร้องเรียกของเจ้าเหมียวขนทองร้องทักออกมาทันที...เมื่อเห็นร่างใครบางคนปรากฏกายออกมาจากภายในห้องนอนของเจ้านายร่างเล็กของมัน...เจ้า J เดินไปพันแข้งพันขาชายหนุ่มอย่างออดอ้อน...ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน...แต่เจ้าเหมียวก็จดจำเจ้านายผมทองคนนี้ของมันได้ดี...
“ไง...หิวตายรึยัง ? แก” J เอ่ยปากทักทายพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินนำเข้าไปในครัว...โดยมีเจ้าเหมียวขนทองวิ่งตามหลังไปติด ๆ ...เมื่อจัดการเอาอาหารแมวเทใส่จานข้าวของเจ้า J เรียบร้อยแล้ว...ชายหนุ่มจึงหันมาสนใจกับอาหารที่นำไปให้เจ้าของบ้านที่กำลังรออยู่ชั้นบนของบ้าน....ใช้เวลาไม่นานอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ก็ถูกจัดวางอยู่ในถาดเรียบร้อย...พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีขึ้นบันไดไป....เพื่อนำอาหารไปเสิร์ฟให้เจ้าหญิงที่นอนรออยู่บนเตียง
“มาแล้ว...ครับ” ชายหนุ่มส่งเสียงทักทายดังเข้าไปก่อน...ทำให้ร่างเล็กที่หลับอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเพื่อลุกขึ้นนั่ง... J วางถาดอาหารสองถาดไว้ที่โต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเตียง...ก่อนจะตรงเข้าไปช้อนร่างเล็กที่มีเพียงผ้าห่มพันกายให้ลงมานั่งอยู่ตรงข้าม
“กินเยอะ ๆ นะ” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนจะดันถาดอาหารเข้าไปให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้าม...Hyde ย่นจมูกใส่ชายหนุ่มเล็กน้อยเป็นเชิงไม่ต้องบอกเขาก็ต้องกินเยอะอยู่แล้ว....ทั้งเหนื่อยทั้งหิว....
... ชายหนุ่มอมยิ้มให้กับภาพนั้นเล็กน้อยก่อนจะจัดการเปิดกระปุกแยมเพื่อทาลงบนขนมปังแล้วส่งให้ร่างเล็กตรงหน้า...Hyde รับมาพร้อมกัดชิมเล็กน้อย...รสชาติของแยมสตอเบอรี่หวานเปรี้ยวฉ่ำลิ้น...พร้อมกับเริ่มลงมือทานอาหารที่อยู่ต้องหน้าอย่างรวดเร็ว...หลังจากที่พวกเขามัวแต่ดื่มด่ำกับรสชาติหอมหวานของรสรัก....ที่ต่างฝ่ายต่างปรนเปรอให้แก่กันและกันจนอิ่มเอม...
…ผ่านไปไม่นานอาหารเช้าในจานก็หมดลง...Hyde กินขนมปังจนหมดไปหลายแผ่น...และตอนนี้ในจานของทั้งคู่ก็ว่างเปล่าไม่เหลืออะไรให้กินอีกแล้ว....
“อิ่มรึยัง ?” J ถามขึ้นทันทีที่เห็นร่างเล็กดื่มน้ำตามจนหมดแก้ว....
“ยัง” Hyde ตอบสั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็กินขนมปังไปหลาย 10 แผ่น ตามด้วยเบคอน แฮม ไข่ดาว ที่ J จัดมาไว้ให้มากกว่าปกติ...
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ...ก่อนจะอมยิ้มออกมาน้อย ๆ เพราะรู้ว่า Hyde คงอยากจะแกล้งหาเรื่องใช้เขา... J จัดการเก็บจานอาหารลงวางไว้ในถาดอย่างเรียบร้อย...พร้อมกับหันมาเปิดฝากระปุกแยมสตอเบอรี่ออก...ใช้ปลายนิ้วปาดเอาแยมสีแดงเข้มขึ้นมายื่นส่งไปให้ที่ริมฝีปากบางของร่างเล็ก
“เหลือแต่นี่..จะกินมั้ย?” J เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก...
“มีแต่แยมจะกินได้ไงกันล่ะ ?” ร่างเล็กโวยออกมาเล็กน้อยพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น... แต่ปลายนิ้วที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยแยมสีแดงสดก็ตามติดเข้ามาจนสัมผัสที่ริมฝีปากบางนั้นเบาๆ
“ลองดูสิ” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากชายหนุ่มทำให้ร่างเล็กต้องหันมาเหล่มองเล็กน้อยพร้อมกับปลายลิ้นที่ไล้เลียริมฝีปากตัวเองที่เปื้อนแยมเบา ๆ รสชาติหอมหวานเย้ายวนจนรู้สึกว่ามันอร่อยมากกว่าตอนที่อยู่บนขนมปังเสียอีก...
...ริมฝีปากบางค่อยๆ เผยอออกช้า ๆ พร้อมกับปลายลิ้นนุ่มลื่นไล้เลียดูดดื่มกับปลายนิ้วของชายหนุ่มที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยแยมส
ีแดงสดอย่างแผ่วเบา...สัมผัสที่เย้ายวนจนทำให้เจ้าของปลายนิ้วรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก....รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยวที่ฉ่ำลิ้นทำให้ร่างเล็กเคลิบเคลิ้มไปเองโดยไม่รู้ตัวว่า J ขยับเข้ามาใกล้เขามากแค่ไหน... “อร่อยมั้ย ?” ทันทีที่แยมสตอเบอรี่ถูกลิ้มชิมรสจนหมดเสียงกระซิบก็ดังขึ้นที่ข้างหูจนทำให้ร่างเล็กต้องสะดุ้ง...แต่ก่อนที่จะขยับกายหนีวงแขนแกร่งก็โอบรอบเอวบางดึงรั้งให้ขึ้นมานั่งบนตักทันที
“ขอชิมหน่อยสิ...” คำกระซิบขอแผ่วเบาพร้อม ๆ กับริมฝีปากผ่าวร้อนของชายหนุ่มผมทองตามลงแนบสนิททันที...ปลายลิ้นอุ่นไล้วนกวาดชิมรสชาติของแยมสตอเบอรี่ที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ปลายลิ้นน้อย ๆ นั้นอย่างดูดดื่ม.... เป็นรสชาติจุมพิตที่แสนหวานและซาบซ่านรัญจวนใจจนร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น....
...ทันทีที่ J ถอนริมฝีปากออก...ดวงตากลมโตคู่สวยเป็นประกาย ฉ่ำเยิ้ม เมามายและลุ่มหลง...ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินดั่งต้องมนต์สะกด
...ชายหนุ่มช้อนร่างเล็กขึ้นกระชับในอ้อมกอดบรรจงวางลงบนเตียงนอนหนานุ่มช้า ๆ แต่ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียง Hyde ก็เหมือนตื่นภวังค์สองมือดันไหล่กว้างของชายหนุ่มที่กำลังตามลงมาทาบทับเอาไว้ทันที....
“จ...จะทำอะไร ?” คำถามที่เจ้าตัวรู้คำตอบอยู่กับใจ...พร้อมกับดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยไว้ใจ
“อยากกินของหวาน....” คำตอบยียวนที่ออกมาจากปากชายหนุ่มพร้อมกับสายตาที่สื่อถึงความหมายได้เป็นอย่างดีว่า
“ของหวาน” ที่ว่าคืออะไร ?
“ต....แต่ฉันอิ่มแล้ว...ไม่อยากกินอะไรแล้วนะ” Hyde เอ่ยออกมาพร้อมกับขยับกายถอยหนีไปเรื่อย ๆ
“แต่ฉันอยากกิน...” J เอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจพลางขยับแยกสองขาของร่างข้างใต้ออกจากกันช้า ๆ ความเร่าร้อนที่จดจ่ออยู่ที่จุดหมายปลายทางค่อย ๆ ล่วงล้ำเข้าไปช้า ๆ จน Hyde ต้องหลับตาขบเม้มริมฝีปากเบา ๆ เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบเพราะความอึดอัดคับแน่นที่กำลังดำดิ่งเข้ามาในกายลึกล้ำจนเขาแทบลืมหายใจ....ร่างเล็กพยายามกระถดถอยหนีไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ไม่มีที่ให้ขยับกายไปไหนได้อีกแล้ว...เมื่อรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังแนบชิดกับหัวเตียง
“อึก....อื้อออ ~~~....จ......J พอแล้ว.... ฉัน..เจ็บ...” Hyde เอ่ยห้ามออกมาเบา ๆ เมื่อความรู้สึกเจ็บระบมจากผลการกระทำของชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อวานจนมาถึงวันนี้
“ยังไม่หมดเลย...อีกนิดเดียวนะ” ชายหนุ่มเอ่ยกระซิบที่ข้างใบหูแผ่วเบาพร้อมกับริมฝีปากที่ซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอขาวสะอาด....ก่อนจะตัดสินใจส่งกายร้อนนั้นเข้าไปทีเดียวจนสุด....จนทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือกขึ้นมาทันที....น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตาคู่สวย...พร้อมกับปลายเล็บที่จิกทึ้งลงบนบ่าชายหนุ่มจนเป็นรอยแดง....
...J ก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างแผ่วเบาก่อนจะดึงรั้งให้วงแขนของร่างเล็กโอบรอบคอตนเองเอาไว้เป็นหลัก....เมื่อความเร่าร้อนนั้นเริ่มเคลื่อนไหวช้า ๆ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงถาโถมจนร่างเล็กบางไม่อาจจะทานทนกับความเร่าร้อนดุดันนั้นไหว...เสียงครวญครางหวานหูดังกระชั้นตามจังหวะการหายใจรัวเร็ว...เมื่อรับรู้ได้ว่าความสุขสมแสนหวานกำลังจะดำเนินมาถึงจุดหมายปลายทางของมันอีกครั้ง
“อ๊ะ....อ๊าาาาา.....~~~” แว่วเสียงครางสุดท้ายตอบสนองของเหลวอุ่นระอุที่วาบเข้ามาร่างพร้อมกับร่างเล็กที่หอบ
หายใจหนักหน่วง....จนแผ่นอกสะท้อนตามจังหวะขึ้นลงของการหายใจ... ร่างของชายหนุ่มผมทองที่ทาบทับอยู่เบื้องบนฟุบลงมาหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน.... ....ของหวาน...ที่ได้ลิ้มรสไปเมื่อครู่...เล่นเอาเกือบสำลัก.....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 72- 72 -
....แต่ทันทีที่จบคำพูดนี้ลง Hyde ก็ต้องสะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัว...เมื่อร่างทั้งร่างกำลังถูกใครบางคนโอบกอดจากด้านหลังอย่างแนบแน่น และยังไม่ได้ทันได้เอ่ยปากหรือหันไปมองหน้าคนที่อยู่ด้านหลัง... ร่างเล็กกลับถูกรวบเอาไว้ทั้งตัวพร้อมกับถูกดึงรั้งให้กลับเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว... ...และทันทีที่ประตูนั้นถูกปิดลง...เสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยก็กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู...
“จริงรึเปล่า ?” น้ำเสียงบ่งบอกอารมณ์ยินดีของผู้พูด...ไม่มีเค้าของความเศร้าเสียใจเหมือนกับที่เขาได้ยินเมื่อครู่...แถมคนที่บอกว่าจะจากไปกลับยังคงอยู่ไม่ได้ไปไหน...เพียงเท่านี้ร่างเล็กก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเสียรู้อีกฝ่ายเข้าให้แล้ว...
“..ป...ปล่อย...เลยนะ” Hyde เริ่มดิ้นรนที่จะให้หลุดพ้นไปจากอ้อมกอดนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย...โกรธที่ชายหนุ่มใช้วิธีนี้เพื่อล่อให้เขาออกมา...แต่ความยินดีกลับมีมากกว่าความโกรธเคืองที่ร่างเล็กใช้มันเป็นเครื่องตบตาอีกฝ่าย
“ไม่มีวัน...ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือจากนายอีกแล้ว...ได้ยินมั้ย ?” น้ำเสียงจริงจังที่กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวสวยที่นองด้วยน้ำตาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที...แต่แทนที่ Hyde จะยอมอยู่นิ่ง ๆ กลับยังคงพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดนั้นเพื่อซ่อนความเขินอายกับคำพูดของอีกฝ่ายเอาไว้
“อย่าดิ้นสิ...” J เอ่ยปากเตือนอีกฝ่ายเสียงเรียบพร้อมกับโอบรัดร่างเล็กบางในอ้อมแขนให้แนบแน่นขึ้นกว่าเดิม
“ก็ปล่อยสิ...” Hyde เถียงขึ้นมาทันที...จนชายหนุ่มต้องทอดถอนใจออกมาเบา ๆ ในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย...ฝ่ามือแกร่งเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้างามนั้นให้หันมาทางเขา...ก่อนจะใช้วิธีสุดท้ายที่เขาเคยใช้มันได้ผลมาทุก ๆ ครั้ง
“อื้อ...~~” ร่างเล็กส่งเสียงประท้วงออกมาทันที...เมื่อริมฝีปากของตนถูกจู่โจมอย่างเร่าร้อน...ช่อดอกไม้ที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น เมื่อรู้สึกได้ว่าจุมพิตนั้นเริ่มเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยขยับกายเพื่อดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดนั้นก็เปลี่ยนเป็นหยุดนิ่งรอรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ....
...ชายหนุ่มผมทองถอนริมฝีปากออกช้า ๆ พลางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายที่เปิดใจยอมรับเขาเข้าไปเต็มหัวใจ...ก่อนจะค่อย ๆ หมุนกายร่างเล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้าช้า ๆ ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองสบกันไม่วางตาก่อนที่ริมฝีปากผ่าวร้อนของทั้งสองจะแนบสนิทเข้าหากันและกันอย่างโหยหา...
...สัมผัสเพียงแผ่วเบาในคราแรก...ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อยเพื่อให้ปลายลิ้นร้อนนั้นเข้ามาสัมผัสกวาดชิมความหวานล้ำอย่างเต็มใจ
...ณ วินาทีนี้ความคิดโกรธเคืองชายหนุ่มที่มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา มลายหายไปจนหมดสิ้น....คงเหลือไว้เพียงสัมผัสเร่าร้อนที่เขายินดีมอบให้อีกฝ่ายอย่างเต็มใจ.... J ผละริมฝีปากออกช้า ๆ ก่อนจะเริ่มประทับริมฝีปากลงไปบนแก้มเนียนนั่นอย่างแผ่วเบา ซับน้ำตาที่หลั่งรินลงมาเพราะการกระทำของเขาให้จางหายไป...
...Hyde โอบกอดร่างของชายหนุ่มเอาไว้แนบแน่นเมื่อได้สัมผัสไออุ่นที่เขาโหยหามาตลอดอย่างเต็มหัวใจ....ร่างสองร่างตระกองกอดกันและกันแนบแน่น...เมื่อรับรู้ได้ว่า ณ เวลานี้พวกเขาเปิดใจรับกันและกันโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นความรู้สึกเอาไว้อีกแล้ว
... J ก้มลงเก็บช่อดอก Hyacinth Purple ขึ้นมามอบให้ร่างเล็กตรงหน้า...พลางเอ่ยถามยืนยันถึงสิ่งที่เขาอยากฟังมันอีกครั้ง....
“ให้อภัยฉันแล้วใช่มั้ย ?”
Hyde ยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้พลางพยักหน้ารับเบา ๆ ผิวแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อเชิญชวนให้สัมผัส...จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากลงไปสัมผัสความหอมหวานนุ่มนวลนั้นอย่างแผ่วเบา....แต่ทันทีที่ J ถอนริมฝีปากออกร่างเล็กก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อร่างเล็กบางของตนกำลังถูกชายหนุ่มอุ้มช้อนเอาไว้ในอ้อมแขน....รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปทำให้ Hyde เริ่มดิ้นขลุกขลักขึ้นมาทันที
“ J จะไปไหน ?” Hyde ร้องถามขึ้นทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบดีว่า J กำลังจะพาเขาไปไหน... ในเมื่อสองขาของชายหนุ่มก้าวพาร่างเขาเดินขึ้นมาบนชั้นสองและกำลังจะตรงไปที่ห้องนอน
“ไปนอน...เมื่อคืนนายปล่อยให้ฉันนั่งรอทั้งคืน....รู้มั้ย ? ว่ามันหนาวแค่ไหน ?” คำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ....แต่กลับทำให้ใบหน้าเรียวสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที... เมื่อพอจะล่วงรู้ว่าชายหนุ่มกำลังต้องการไออุ่นทดแทนความหนาวเย็นที่ได้รับเมื่อคืนจากอะไร ? ... ทันทีที่ประตูห้องนอนถูกปิดลงพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกวางลงบนเตียงนอนหนานุ่มอย่างเบามือ...แค่เพียงแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียง Hyde ก็ทำท่าจะลุกหนีออกไป...แต่ก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือเอาไว้ได้ก่อนแล้วกดร่างเล็กลงกับพื้นเตียงนุ่มทันที
“ไม่ให้ไป...” เสียงทักท้วงที่เอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ... พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ขึ้นทาบทับคร่อมร่างของเขาเอาไว้ยิ่งทำให้ร่างเล็กหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย... ใบหน้างามเบี่ยงหลบไม่ยอมมองสบตาชายหนุ่มที่สื่อความหมายออกมาอย่างชัดเจนว่าต้องการอะไร ท่าทางของคนตรงหน้าเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากได้รูปอย่างเอ็นดู....
... เมื่อได้เห็นถึงความน่ารักที่อีกฝ่ายแสดงออก…ปลายนิ้วแกร่งไล้เลื่อนสัมผัสโครงหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“ Hyde ได้โปรด...อย่าหนีอีกเลย...นะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาออดอ้อนที่ข้างใบหูพร้อมริมฝีปากที่ขบเม้มเพื่อปลุกกระตุ้นเบา ๆ ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย...ก่อนจะพริ้มตาลงช้า ๆ เปิดทุกอณูของร่างกายให้เปิดรับสัมผัสของชายหนุ่มอย่างเต็มใจ...ซอกคอขาวถูกสัมผัสปลุกเร้าอย่างแผ่วเบา ทั้งอ่อนโยน และนุ่มนวล ความเร่าร้อนที่ห่างหายไปนานยิ่งทำให้อารมณ์รักของคนทั้งคู่กระเจิดกระเจิงอย่างรวดเร็ว...
....ดวงตาจ้องสบกันเพียงไม่นานริมฝีปากก็แนบสนิทเข้าหากันอย่างโหยหา...สองมือต่างช่วยกันปลดเปลื้องพันธนาการที่ปกปิดร่างกายเอาไว้ออกอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าโลมไล้พัวพันกันไม่ห่างอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มในยามเช้าที่แสนจะอิ่มเอมสำหรับหัวใจคนทั้งคู่
“อือ..อ.... J “ Hyde ครางเรียกชื่อชายหนุ่มแผ่วเบาพลางสอดมือเข้าไปใต้เรือนผมสีทอง ออกแรงบังคับให้เร่งเร้าจังหวะให้สอดคล้องกับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก.... ปลายเท้าหยัดเกร็งแอ่นรับสัมผัสอุ่นชื้นที่ชายหนุ่มหยอกเย้าให้กับแก่นกายบางอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ถาโถมอารมณ์จนร่างเล็กแทบไม่อาจสะกดกลั้น แต่ก่อนที่จะปล่อยให้ Hyde เดินทางไปถึงจุดหมายเพียงลำพังชายหนุ่มกลับจงใจถอนริมฝีปากออก...พลางค่อย ๆ จูบสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าท้องแบนราบที่แขม่วเกร็งด้วยความรู้สึกปั่นป่วนซาบซ่านในช่องท้อง...
.... เอวบอบบางบิดเร่าเมื่อรู้สึกทรมานจนแทบขาดใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมสนองให้เขาจนถึงที่สุด เปลือกตาบางปรือปรอยมองคนที่ขยับตัวจุมพิตไล่เลื่อนขึ้นมาจากเบื้องล่างก่อนจะมาหยุดขบเม้มสัมผัสปลายยอดอกอย่างหยอกเย้า สิ่งที่ชายหนุ่มกระทำราวกับต้องการจะแกล้งให้เขาทรมานเพราะความต้องการที่ทวีมากขึ้นทุกที
“อ...อื้ออ... จ...J “ เสียงแหบพร่าที่ลอดผ่านริมฝีปากบางออกมา คล้ายดั่งจะบอกความต้องการของตนให้ชายหนุ่มรับรู้...ร่างกายบิดเร่าจงใจสัมผัสเสียดสีกับร่างอีกฝ่ายให้รับรู้ว่าเขาต้องการให้ J พาเขาไปพบกับความสุขสมแสนหวานนั่นเสียที
“ใจเย็น ๆ Hyde ให้ฉันได้สัมผัสนายมากกว่านี้...ให้ฉันเข้าไปในตัวนาย…” เสียงกระซิบที่ราวกับร่ายมนต์ยิ่งทำให้หัวสมองพร่าเลือน ไม่อาจขบคิดสิ่งใดออกอีกต่อไปแล้ว ขอเพียงแค่วินาทีนี้ชายหนุ่มพาเขาไปให้ถึงที่สุดของอารมณ์รักหวานซึ้งนี่เสียที....ร่างกายโอนอ่อนไร้เรี่ยวกำลังถูกชักนำโดยคนที่อยู่เบื้องบน...
...ท่อนขาถูกแยกออกช้า ๆ ปลายเท้าหยัดเกร็งพาดอยู่บนบ่าของร่างสูง...แต่วินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังจะแทรกผ่านเข้ามามอบความสุขสมให้...ร่างเล็กก็สะท้านเฮือกก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นมาทันที...สองมือออกแรงดันไหล่ชายหนุ่มเอาไว้ไม่ให้ขยับกายเข้าไปมากกว่านี้...จน J ต้องขมวดคิ้วมองอย่างขัดใจเมื่อเขากำลังจะมอบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการแท้ ๆ
“ด..เดี๋ยว J อย่าเพิ่ง...ฉ...ฉัน....จ...เจ็บ” คำอธิบายสุดท้ายแทบจะกลืนหายเข้าไปในลำคอ...พร้อมกับใบหน้างามเบี่ยงหลบสายตาแห่งความสงสัยของชายหนุ่ม...พวกเขาห่างเหินกันไปเนิ่นนานเกินจะตอบรับทุกอย่างได้ในทันที.... J อมยิ้มให้ร่างเล็กในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยนก่อนจะแกล้งกระเซ้าแหย่เพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลง
“ฉันนึกว่านายจะชินแล้วเสียอีก....ตลอดเวลาที่ห่างกัน...นายไม่ได้ไปมีความสุขกับคนอื่นเลยใช่มั้ย ?” เสียงกระซิบถามเย้าแหย่ที่ชายหนุ่มเอ่ยมันออกมา ทำให้ใบหน้างามงอง้ำขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกไม่ชอบใจในคำพูดของอีกฝ่าย
... J เห็นเขาเป็นคนยังไง ?....
“ฉันจะมีอะไรกับใครหรือไม่มีไม่ใช่เรื่องที่จะต้องให้นายมาคาดเดา !! “ ร่างเล็กเอ่ยเสียงแข็งแสดงอารมณ์ว่าตนเองกำลังหงุดหงิดกับคำพูดของชายหนุ่มมากขึ้นทุกที...แต่แทนที่ J จะรู้ตัวว่าทำให้ Hyde โกรธ...ชายหนุ่มกลับอมยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างนึกสนุก
“แต่ฉันรู้ว่านายไม่ได้ไปมีอะไรกับใคร” คำพูดแสดงความมั่นใจที่ออกมาจากปาก J ยิ่งทำให้คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ก่อนจะนึกสนุกเพื่อแกล้งแหย่อีกฝ่ายกลับ
“นายแน่ใจได้ยังไงกัน J ? “ น้ำเสียงที่แฝงแววเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มมุมปาก....เมื่อเข้าใจว่าคำพูดของตนคงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดได้ไม่มากก็น้อย...แต่ J กลับยิ้มตอบกลับมาอย่างกวน ๆ ไม่มีท่าทางร้อนรนแม้แต่น้อย
“ฉันแน่ใจ...เพราะว่า”
“อ้ะ !! …” คำพูดของชายหนุ่มยังไม่ทันได้จบความร่างเล็กก็สะท้านเฮือกขึ้นมาอีกครั้ง...เมื่อ J อาศัยจังหวะที่กำลังต่อล้อต่อเถียงขยับแทรกกายเข้าไปทีเดียวจนสุด...Hyde หลับตาขบเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตาคู่สวยอย่างไม่อาจสะกดกลั้น...ชายหนุ่มมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาเบา ๆ พลางเอ่ยคำพูดต่อไป
“ที่ฉันแน่ใจ...เพราะนายจะมีปฏิกิริยาต่อสัมผัสที่ฉันสอน...สัมผัสที่ฉันฝากมันเอาไว้...และสิ่งนั้นเป็นเครื่องหมายว่านายเป็นของฉันเพียงคนดียว” J เอ่ยกระซิบคำตอบแผ่วเบาที่ข้างหูพลางก้มลงขบเม้มใบหูและซอกคอขาวสะอาดนั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขบเม้มรุนแรงขึ้นจนเป็นร่องรอยแห่งอารมณ์รักที่ชายหนุ่มตั้งใจฝากมันเอาไว้บนร่างกายของ Hyde
“ที่สำคัญนายรัดฉันมากขนาดนี้...ฉันไม่เชื่อว่านายจะมีคนอื่น” เสียงกระซิบที่แสดงถึงความแน่ใจกลับทำให้ร่างเล็กหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขิน
“อะ...บ...บ้า !! อึก...ยะ....” คำต่อว่าหลุดออกมาไม่เป็นคำ เมื่อชายหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวกายช้า ๆ หลังจากทิ้งจังหวะให้ร่างเล็กพอจะมีเวลาได้พักหายใจ...ปลายเล็บจิกเกร็งเข้ากับต้นแขนชายหนุ่มจนเป็นรอยแดงช้ำ...
...เจ็บ...แต่ก็มีความสุขกับรสรักที่ชายหนุ่มกำลังปรนเปรอให้....
ริมฝีปากได้รูปไล่ขบเม้มดูดดื่มหยอกเย้ากับปลายยอดอกอย่างแผ่วเบา...ก่อนที่วงแขนแกร่งจะยกร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่งคร่อมบนตักของเขาทั้งตัว... Hyde กัดริมฝีปากพลางโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้เป็นหลัก...เมื่อความแข็งแกร่งนั้นแทรกกายเข้าไปลึกล้ำมากกว่าเดิม
“ขยับสิ....”เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู...ยิ่งทำให้ร่างเล็กต้องกัดริมฝีปากแน่น...เมื่อ J กำลังร้องขอให้เขาเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวสนองอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง...โดยมีสายตาของชายหนุ่มจับจ้องมองไม่วางตา
...แต่เมื่อเห็นร่างเล็กยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมเคลื่อนไหวอย่างที่ต้องการ....ชายหนุ่มจึงประคองสะโพกมนนั้นขึ้นช้า ๆ ก่อนจะกดลงเพื่อให้แก่นกายร้อนดำดิ่งเข้าไปให้ลึกที่สุด....
“อ้ะ !!....” ร่างเล็กกระตุกเฮือกพร้อมกับใบหน้างามแหงนเงยขึ้นมาจากบ่าชายหนุ่มทันที...เสียงร้องที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเบา ๆ เงียบหายไปเมื่อริมฝีปากบางนั้นถูกข่มเอาไว้แน่นอีกครั้ง...ขอบตารื้นขึ้นมาด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาทันที
“Hyde ฉันเป็นของนาย...ทำให้ฉันมีความสุขด้วยสัมผัสของนาย “ J กระซิบคำหวานที่ข้างหูอีกฝ่ายแผ่วเบา ยั่วเย้าให้ร่างเล็กสนองตอบต่อสิ่งที่เขาเสนอ....เพราะที่ผ่านมาเป็นตัวเขาที่ชักจูงนำทางให้ Hyde มาตลอด....ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตัวเขาใช้กำลังบังคับ Hyde ให้ตกเป็นของตัวเอง....และทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมาก็เป็นตัวเขาเองที่แสดงความเป็นเจ้าของร่างเล็กมาตลอด.... มีเพียงแค่ครั้งนี้เท่านั้นที่จะเริ่มความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นเจ้าของกันและกัน
...Hyde กัดริมฝีปากเบา ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกเขินอายในคำพูดของอีกฝ่าย....แต่ปลายเท้าก็หยัดลงกับพื้นเตียงเพื่อเป็นหลักก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวกายตนเองช้า ๆ ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดเสียดสีกับแก่นกายร้อนของชายหนุ่มจน J ต้องหลุดเสียงครางออกมาเบา ๆ
“อืมม... Hyde …..” สองแขนโอบรัดร่างเล็กบางเอาไว้แนบแน่น ริมฝีปากได้รูปขบเม้มอยู่ที่ซอกคอขาวสะอาดของ Hyde จนปรากฏร่องรอยที่แดงจาง ๆ ขึ้นนับไม่ถ้วน....และเมื่อร่างเล็กเริ่มเคยชิน... Hyde จึงเป็นฝ่ายใช้สองมือดันไหล่ร่างสูงให้ล้มตัวนอนลงบนเตียงโดยมีร่างตนเองอยู่เบื้องบน...ฝ่ามือบางลูบไล้แผ่นอกกว้างของชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า...กิริยาที่อีกฝ่ายแสดงออกยิ่งยั่วยวนให้ราคะแห่งอารมณ์ทวีความเร่าร้อนมากขึ้นทุกที....
.... ฝ่ามือแกร่งลูบไล้สะโพกมนที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสนองความต้องการของคนทั้งคู่ที่กำลังเอ่อล้นและใกล้จะพังทลายลงทุกที....J เลื่อนฝ่ามือเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กออกแรงเร่งเร้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ Hyde ขยับตัว...เรียกเสียงครางหวานหูจากร่างที่อยู่เบื้องบนอย่างไม่อาจสะกดกลั้น
“อื้ออ ~~…อ้ะ....อา....” ใบหน้างามแหงนเงยสะบัดไปมาเมื่อจังหวะการเร่งสะโพกและการแทรกกายสวนกลับของชายหนุ่มกระชั้นถี่รัวเร็วมากขึ้นทุกที....จุดหมายปลายทางแห่งความสุขสมที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กัน...เอ่อล้นและไหลทะลักออกมามากมายพอ ๆ กับความสุขที่คนทั้งคู่ได้รับจากกันและกัน
“อะ....อ๊า...~~ J “
“อา......”
แว่วเสียงครางสุดท้ายพร้อมกับร่างเล็กที่ฟุบนิ่งลงกับแผ่นอกของร่างสูง...เสียงหอบหายใจกระชั้นถี่เร็วด้วยความเหนื่อยอ่อน...ความสุขที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาเป็นเวลาครึ่งปี...มันทั้งสุขล้นและอิ่มเอมหัวใจเมื่อคนที่สนองความสุขนั้นคือคน ๆ นี้...คนที่เขาเฝ้าโหยหาสัมผัสและอ้อมกอดทุกวันคืน....มาถึงวันนี้เขายอมรับกับใจตัวเองแล้วว่ารักและต้องการชายหนุ่มผมทองคนนี้มากแค่ไหน ?
“ฉันรักนาย Hyde “ คำพูดที่ไม่เคยได้ยินจากปากอีกฝ่ายตั้งแต่เริ่มความสัมพันธ์ทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน... ปลายนิ้วแกร่งไล้เส้นผมที่หน้าผากออกให้อย่างแผ่วเบาแสดงถึงความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมอบมันให้กับเขา...สัมผัสและคำพูดนั้นทำให้ขอบตารื้นด้วยน้ำตาขึ้นมาอีกครั้ง...ฝ่ามือบางจงใจฟาดไปที่ชายหนุ่มเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตนเอง
“บ้า !! ใครให้นายพูดก่อน” Hyde โวยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่เก็บซ่อนเอาไว้ไม่มิด...การที่อีกฝ่ายเป็นคนเอ่ยคำนี้ขึ้นมาก่อนก็แสดงว่า J แสดงความเป็นเจ้าของเขาได้ก่อน...และนั่นทำให้เขาขัดใจอีกฝ่ายได้ยากขึ้น… รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปอย่างเอ็นดูในความแง่งอนของอีกฝ่าย...
“งั้นพูดพร้อมกันนะ “ คำพูดเอาใจที่ชายหนุ่มมอบให้...ยิ่งทำให้ร่างเล็กต้องก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความเขินอายเอาไว้...ณ วินาทีนี้ไม่มีสิ่งใดตะขิดตะขวงใจถึงความรู้สึกของ J อีกต่อไปแล้ว...เมื่อเวลานี้เขามีความมั่นใจในความรักที่ชายหนุ่มมอบให้อย่างเต็มหัวใจ
“....ฉันรักนาย….”
“....ฉันรักนาย….”
คำรักที่ผสานออกมาเป็นหนึ่งเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่คนทั้งคู่มีความสุขที่สุดหลัง
จากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน...เริ่มจากความเข้าใจผิดของคนเพียงคนเดียวกับก่อเกิดเรื่องราวได้มากมายปานนี้...
TBC. Love Punish 71- 71 -
เสียงที่ได้ยินทำให้ร่างเล็กต้องรีบหันกลับไปมองอย่างตื่นตระหนก...ใบหน้างามเผือดสีลงทันที...เมื่อคิดถึงใครบางคนที่เดินตามหลังเขามา...ภาพรถยนต์จอดเรียงรายติดกันบนท้องถนนจนมองไม่เห็นว่าชายหนุ่มผมทองอยู่ที่ไหน...
....เสียงโหวกเหวกโวยวายจากคนขับที่ตามมาจากด้านหลังดังให้แซ่ดไปทั้งถนน...ร่างเล็กยกมือขึ้นปิดปากตัวเองช้า ๆ เมื่อความคิดในทางร้ายผุดขึ้นมาในสมองว่าอาจเกิดอุบัติเหตุกับ J
“จ...J..” เสียงเรียกชื่อใครบางคนลอดผ่านริมฝีปากออกมาอย่างแผ่วเบา...เรียวปากบางสั่นระริกขยับเตรียมจะตะโกนเรียกดังขึ้นอีกด้วยความหวั่นกลัว...พลันสายตาทั้งคู่ก็เหลือบไปเห็นคนที่เขากำลังมองหา...ความรู้สึกโล่งใจเข้ามาแทนที่ความกังวลเมื่อจนเกือบจะแย้มยิ้มออกมา...
...หากเพราะรอยยิ้มกวน ๆ บนใบหน้าของฝ่ายที่ยืนอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้าม..รวมไปถึงท่าทางที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร...จนคล้ายกับเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องขำขัน...สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในความคิดรวมกันเข้าจน Hyde รู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีเมื่อคิดไปว่าชายหนุ่มอาจจะตั้งใจล้อเล่นเพื่อให้เขาเป็นห่วง...
...ร่างเล็กสะบัดหน้าหนีด้วยความรู้สึกสับสน...ก่อนจะโบกมือเรียกแท็กซี่เพื่อออกไปจากบริเวณนั้นทันที...ทิ้งให้ชายหนุ่มผมทองยืนมองตามภาพนั้นไปอย่างงง ๆ ก่อนจะรีบย้อนกลับไปที่ลานจอดรถตรงไปยังรถตัวเองทันที
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
....ติ๊ง..ต่อง....
เสียงกดกริ่งที่ดังขึ้นหน้าประตูบ้านเรียกให้ร่างเล็กหันไปมองเพียงชั่วครู่... ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองจอโทรทัศน์ต่ออย่างไม่สนใจที่จะลุกขึ้นไปเปิดประตูเพราะเขารู้ดีว่าคนที่มายืนกดกริ่งอยู่ข้างนอกเป็นใคร....
....ติ๊ง..ต่อง.... ....ติ๊ง..ต่อง.... ....ติ๊ง..ต่อง....
เมื่อคนที่อยู่ด้านในนิ่งเงียบชายหนุ่มจึงรัวนิ้วไปที่กริ่งประตูอย่างไม่ละความพยายาม...หมายจะเรียกความสนใจจากบุคคลที่อยู่ภายในให้ได้...และครั้งนี้ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อคนด้านในส่งเสียงตอบกลับมา
“น่ารำคาญ !! เลิกกดกริ่งหนวกหูสักที...ถ้าไม่มีอะไรทำก็กลับไปซะเซ่ !! “ เสียงตะโกนที่บ่งบอกอารมณ์หงุดหงิดของคนที่อยู่ด้านในกลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านนอกรู้สึกเสียใจแต่อย่างใด... แค่เพียงอีกฝ่ายยินยอมตอบสนองกลับมาไม่เอาแต่นิ่งเงียบแค่นั้นเขาก็รู้สึกมีความหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งได้เห็นท่าทางของ Hyde วันนี้แล้วทำให้เขารับรู้ได้ว่า... กำแพงที่ร่างเล็กก่อมันเอาไว้เพื่อปิดกั้นเรื่องราวระหว่างเขาทั้งคู่เริ่มจะพังทลายลงทีละน้อย
“ฉันว่านายเปิดประตูแล้วเรามาคุยกันให้รู้เรื่องจะง่ายกว่าล่ะมั้ง ?”
“ฉันไม่เปิด!! “ เสียงแข็งที่ประกาศก้องออกมา...ทำให้ชายหนุ่มหน้าเสียไปเล็กน้อย เมื่อคิดไปว่าวันนี้อาจเป็นอีกวันที่เขาต้องมานั่งทนหนาวอยู่หน้าประตูบ้าน Hyde แทนที่จะได้เข้าไปหาไออุ่นอยู่บนเตียงนอนของอีกฝ่าย.... J ระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเซ็ง ๆ กับท่าทางดื้อรั้นของร่างเล็กก่อนจะหันหลังพิงบานประตูและทรุดนั่งลงอีกครั้งเหมือนอย่างที่เขาเคยทำเมื่อวานซืน
“โอเค...ถ้างั้นฉันก็จะรออยู่ตรงนี้จนกว่านายจะเปิด”
…เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มบอกว่าจะกระทำ Hyde ก็เริ่มที่จะเกิดความลังเลขึ้นมาอีกครั้ง...เมื่อรู้ดีว่าอุณหภูมิภายนอกของฤดูหนาวนั้นหนาวเย็นมากแค่ไหน ? แต่จะให้เขายอมเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามาได้ง่าย ๆ ก็เป็นสิ่งที่เขายังไม่คิดจะทำ...ร่างเล็กเดินไปทรุดกายนั่งดูโทรทัศน์ต่อบนโซฟาโดยไม่ลืมที่จะโอบอุ้มเอาเจ้า J ให้มานอนซบอยู่ในอ้อมกอด....
...รายการโทรทัศน์ยังคงดำเนินต่อไปแต่คนที่นั่งอยู่หน้าจอกลับไม่มีสมาธิที่จะดูมัน...เมื่อสายตาคอยแต่จะเหลือบมองไปที่บานประตูอยู่บ่อย ๆ รายการโทรทัศน์ที่ตั้งใจจะให้ดึงความสนใจจากตัวเองไปให้มากที่สุดเริ่มทยอยจบลงไปเรื่อย ๆ..พอเหลือบตาขึ้นมองไปที่นาฬิกา..นอกจากจะสามารถยืนยันว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว...
...เวลาบนนั้นยังเป็นเครื่องตอกย้ำให้รู้ว่า..เขาปล่อยให้ชายหนุ่มผมทองนั่งรออยู่หน้าบ้านมานานแค่ไหน...
Hyde เดินอุ้มเจ้าเหมียวขนทองเลี่ยงไปที่หน้าต่างด้านข้างเพื่อเปิดม่านดูคนที่บอกว่าจะรออยู่ที่หน้าประตูไม่ยอมไปไหน....ทันทีที่แอบแง้มผ้าม่านออกดู ภาพของชายหนุ่มผมทองที่นั่งหลับตาเอนพิงบานประตูก็ปรากฏสู่สายตาทันที....
...ร่างเล็กกัดริมฝีปากเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่าหัวใจตนเองเริ่มจะยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นและดันทุรังของอีกฝ่าย....Hyde เดินไปที่บานประตูช้า ๆ ลังเลเล็กน้อยว่าเขาควรจะตัดสินใจเปิดประตูดีรึไม่? ในที่สุดร่างเล็กก็ไม่อาจตัดสินใจ....ได้แต่ทรุดลงนั่งอยู่อีกฝั่งของบานประตูเหมือนอย่างคืนนั้นที่เขาทำ...
...ถ้าเขาเพียงแค่อยากลงโทษ J เล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงแค่ให้นั่งทนหนาวอยู่ที่หน้าประตูบ้านคงไม่ผิดอะไร..
...เสียงนกร้องที่แว่วมาให้ได้ยินเบา ๆ และแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจาง ๆ จากท้องฟ้า...เป็นสัญลักษณ์ว่าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นมาแล้ว ร่างเล็กปรือตาขึ้นมองอย่างช้า ๆ หลังจากที่ผล็อยหลับไปตรงประตูหน้าบ้าน...
...สัมผัสนุ่ม ๆ ที่มากระทบฝ่ามือทำให้รู้ว่าเจ้าเหมียวขนทองเดินมาคลอเคลียเพื่อขออาหารเช้าสำหรับวันใหม่แล้ว...Hyde ยิ้มให้เจ้า J อย่างอ่อนโยนพลางเอื้อมมือเข้าไปเกาคางมันเบา ๆ แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีว่าเมื่อคืนเขาปล่อยให้ใครบางคนรออยู่ตรงนั้นตลอดทั้งคืน....
...ร่างเล็กแนบหูลงกับบานประตูอย่างระมัดระวัง...เพื่อจะแอบฟังเสียงการเคลื่อนไหวจากภายนอกแต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิทจนทำให้ Hyde นึกแปลกใจขึ้นมาทันที...
... ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังหน้าต่างด้านข้างเพื่อแอบดูใครคนหนึ่งที่บอกเสียงหนักแน่นว่าจะรอ...แต่แล้ว...ทันทีที่แง้มผ้าม่านออกดู...สีหน้าและแววตาของ Hyde ก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองลงทันที...เพราะคนที่บอกว่าจะรอคอยอยู่ตรงนั้นบัดนี้ไม่อยู่ให้เห็นอีกแล้ว...ร่างเล็กยิ้มเยาะให้กับตัวเองและฝ่ายนั้นไปพร้อม ๆ กัน...
...เมื่อในที่สุด J ก็ไม่สามารถทำตามคำพูดได้...แถมครั้งนี้...ยังจากไปโดยไม่ยอมเอ่ยลา...จะเสียใจอะไรได้..ก็ในเมื่อตัวเขาเองยังไม่ยอมให้อภัยในความผิดของฝ่ายนั้นเช่นกัน......
…Hyde เดินกลับเข้าไปในครัวอย่างเหม่อลอย...เมื่อคิดไปว่าทุกอย่างคงจบลงแล้วในวันนี้...ร่างเล็กเดินไปหยิบกล่องอาหารแมวมาเทใส่จานให้เจ้าเหมียวลูบหัวมันเล่นเบา ๆ 2-3 ทีก่อนจะเดินมาทรุดนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวภายในห้องครัว...พลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า...
...ความคิดบางอย่างไหววูบมาเหมือนระลอกคลื่นเล็ก ๆ หากเขายอมเปิดประตู...เรื่องจะจบลงแบบไหน...บางทีอาจเป็นตัวเขาเองที่ชอบทำให้เรื่องราวง่าย ๆ กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทุกที…
….ติ๊ง...ต่อง....
เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นเรียกให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจ...เมื่อคิดไม่ออกว่าเป็นใครที่จะมาหาเขาเช้าอย่างนี้...Hyde เดินไปที่ประตูช้า ๆ พลางแนบสายตาลงกับช่องที่ติดอยู่ตรงประตู... ทันทีที่เห็นหัวใจก็รู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อใครบางคนที่เขาคิดว่าจากไปแล้วกลับมายืนอยู่ที่เดิมตรงนี้อีกครั้ง...
...Hyde กัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ เพื่อบังคับไม่ให้ยิ้มออกมา...การที่ชายหนุ่มแอบหนีหายไปทั้ง ๆ ที่บอกว่าจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืน...ทำให้ Hyde คิดเอาเป็นเหตุผลที่จะหาเรื่องงอนชายหนุ่มต่อไป...
….ติ๊ง...ต่อง....
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าภายในยังคงนิ่งเงียบ...ทำให้ชายหนุ่มผมทองร้อนใจขึ้นมาอีกครั้ง...ถ้าครั้งนี้ยังไม่สำเร็จเขาคงต้องยอมตัดใจจริง ๆ สักที
“กลับมาทำไม ?” เสียงที่แว่วมาให้ได้ยินจากคนที่อยู่ภายใน...ทำให้ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมานิดหน่อย...เมื่ออย่างน้อย ๆ ก็ยังได้ยินเสียงร่างเล็กอีกครั้ง....
....เป็นครั้งสุดท้าย....
...ก่อนที่เขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อลบเลือนเรื่องราวทั้งหมดออกไปจากใจ...วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะดื้อดึงมาตามตื๊อ Hyde อยู่อย่างนี้....ในเมื่ออีกฝ่ายหมดใจก็คงไม่มีเหตุผลที่เขาจะดันทุรังต่อไป.... ไม่แปลกที่ร่างเล็กจะไม่ยอมให้อภัยก็ในเมื่อเขาเคยเป็นคนทำร้ายร่างกายและจิตใจอีกฝ่ายอย่างไม่ปราณี...
“ดีใจนะที่นายยังตอบกลับมา...” J เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ราวกับจะปล่อยทุกอย่างไปตามหนทางของมัน...ไม่คิดจะดื้อดึงต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว...น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเหนื่อยล้าและอ่อนใจ... เริ่มทำให้ร่างเล็กที่อยู่หลังบานประตูต้องขยับเข้าไปแนบชิดเพื่อตั้งใจฟังถึงสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยออกมา
“Hyde ฉันขอโทษสำหรับเรื่องทุกอย่างที่เกิดแต่แรกเริ่ม....แต่มันก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน... เรื่องนี้ทำให้ฉันไม่เคยนึกเสียใจแต่กลับรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่ช่วงเวลาหนึ่งเราเคยมีความสุขด้วยกัน....” น้ำเสียงเศร้าหมองขาดช่วงไปเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มกำลังขบคิดอย่างหนักถึงคำพูดสุดท้ายสำหรับพวกเขาทั้งสองคน...
...ร่างเล็กบางที่อยู่ภายในเองก็แทบลืมหายใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากชายหนุ่ม...ความรู้สึกหวั่นใจเริ่มก่อตัวมากขึ้นทุกขณะ...ไม่อยากจะคิดถึงคำพูดที่ J กำลังจะเอ่ยมันต่อไป
“ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันทำร้ายนายมากแค่ไหน ? และเข้าใจดีที่นายจะไม่ให้อภัยการกระทำของฉัน...นายอาจกำลังพยายามตัดใจอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ลืมเรื่องราวระหว่างเรา....แต่ฉันก็ดันกลับมาทำให้เรื่องราวทุกอย่างที่ควรจะจบยืดเยื้อขึ้นมาอีก...เพราะฉัน.. คิดไปเองว่ายังพอจะมีความหวังที่เราจะมีความรู้สึกยินดีที่ได้อยู่ร่วมกันเหมือนในวันนั้น....” คำพูดจากใจที่อีกฝ่ายบอกกล่าวออกมายืดยาวไม่ได้ทำให้ร่างเล็กสนใจฟังมากกว่าคำพูดต่อไปที่กำลังจะออกมาจากชายหนุ่ม
“แต่...วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะมาเรียกร้องให้เรากลับมามีความสุขด้วยกันอีกครั้ง...เพราะ...ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า...นายอาจจะไม่ต้องการฉันอีกแล้วจริง ๆ ขอโทษที่คิดไปเองว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้....แต่...Hyde อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากให้เราสองคนหมางเมินกันไปจนตาย...แค่ในฐานะคนรู้จัก...ถ้านายจะให้ฉันแค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว.....” J เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ดีว่าคำพูดสุดท้ายจะทำให้ตัวเขาเองเจ็บปวดมากแค่ไหน...ในวันนั้นเมื่อครึ่งปีก่อนที่เขาเอ่ยมันออกมา...ความรู้สึกก็คงไม่ต่างกัน...
....ทรมานแทบตายทั้งเป็น...
“ลาก่อน …Hyde….”
คำพูดสั้น ๆ คำสุดท้ายที่ไม่ต่างไปจากเมื่อคราวนั้น....ทำให้หัวใจและร่างกายของคนที่อยู่ภายในชาค้างหมดเรี่ยวแรงไปทันที...ทำไมเขาถึงต้องตกเป็นฝ่ายฟังคำพูดเลวร้ายนี้อีกเป็นครั้งที่สอง....น้ำใส ๆ ที่เอ่อคลอดวงตาคู่สวยนับตั้งแต่ได้ยินคำพูดแรกของชายหนุ่ม...ค่อย ๆ เอ่อล้นหลั่งรินลงมาไม่ขาดสาย...ยิ่งได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากภายนอกเงียบหายไป...ร่างเล็กก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาทำผิดพลาดกับหัวใจตัวเองอีกครั้งหนึ่งแล้ว....
... พระเจ้าคงลงโทษเขาที่ไม่ยอมรับใจตัวเองแล้วเอาแต่หนีความสุขที่อยู่ตรงหน้าที่พระเจ้าประทานโอกาสมาให้หลายครั้ง...นับตั้งแต่วันนั้นที่เขาเจอ J อีกครั้งที่ร้านขายเครื่องดนตรี....
…โทษที่เขาได้รับ...คือการที่จะไม่ได้มีความสุขกับ J อีกต่อไปแล้ว....
“ J !! ..” ร่างเล็กตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงลั่นพร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
...เพียงอยากจะขอแค่วินาทีเดียวให้เขาได้เอ่ยปากรั้งชายหนุ่มเอาไว้...แต่ภาพตรงหน้ากลับว่างเปล่าและพร่าเลือนเพราะน้ำตาที่ไหลรินลงมาหยดแล้วหยดเล่า...และยิ่งได้เห็นสิ่งที่ชายหนุ่มวางทิ้งเอาไว้ก่อนจากไป....น้ำตาก็ยิ่งไหลทะลักลงมามากกว่าเดิมกับความขี้ขลาดของตัวเอง...
...ดอก Hyacint Purple....ขอโทษ...อภัยให้ฉันเถอะนะ....
Hyde ก้มลงหยิบช่อดอกไม้สีม่วงนั้นขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะโอบกอดมันเอาไว้แนบแน่น....ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้อีกแล้ว...
....ทำไม ? เขาถึงพลาดโอกาสได้หลายครั้งหลายครา...ถึงเพียงนี้....
“ฉะ...ฉัน..ให้อภัยนาย... J ...ฉันให้อภัย....” เสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเบา ๆ เป็นคำที่ร่างเล็กคิดว่าเอ่ยมันออกมาเมื่อสายไป... ถึงจะพูดมันตอนนี้อีกกี่ร้อยกี่พันครั้งมันคงส่งไปไม่ถึงชายหนุ่มคนที่เดินจากไปอีกแล้ว...
....ถ้าเพียงเขาพูดมันออกมาเร็วกว่านี้...น้ำตาที่ไหลออกมาคงไม่ใช่เพราะความเสียใจ....
TBC. |
|
|