yamamura 的个人资料-'๑'-.....MY FICTION.......照片日志列表 工具 帮助

日志


12月26日

Love Punish 20

20
 
 
“ Ken-Chan !! Hyde ติดต่อมาบ้างมั้ย ?” Tetsu ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันทีที่ชายหนุ่มหน้าแมวเปิดประตูบ้านออกมาเพราะเสียงรัวกดกริ่งไม่ยั้งของอีกฝ่าย
“Te-Chan มีอะไร ? เจอหน้าก็ถามถึง Hyde “ Ken เปิดประตูบ้านออกกว้างเพื่อให้เพื่อนรักเข้ามา  Tetsu ก้าวตามเข้าไปท่าทางยังร้อนรนไม่หาย
“ก็นายไม่ว่ามันแปลกเหรอ Hyde ไปตั้งนานแต่ไม่ติดต่อกลับมาบอกบ้าง” Tetsu เอ่ยขึ้นท่าทางกระวนกระวายจนร่างสูงต้องโอบไหล่ให้เดินมานั่งที่โซฟาเพื่อสงบสติ
“อาจจะกำลังอยากคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียวก็ได้” Ken อธิบายเสียงเรียบพยายามจะให้อีกฝ่ายลดอาการกระวนกระวายลง
“คิดนานไปล่ะมั้งนี่ก็ตั้ง 3 อาทิตย์แล้วนะ…เกือบจะเดือนอยู่แล้ว…อย่างน้อยก็น่าจะติดต่อมาบอกบ้างว่าพักที่ไหน  ตอนนี้กำลังทำอะไร” Tetsu รีบแจงเรื่องเวลาให้เพื่อนหน้าแมวฟัง…ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้า ๆ เมื่อคิดตามคำพูดของอีกฝ่าย
“แล้วโทรเข้ามือถือรึเปล่า ?”  Ken ย้อนถามมาอีก
“โทรแล้วแต่ไม่ติด” Tetsu ตอบท่าทางยังกระวนกระวายไม่หาย
“แล้วลองถาม Yukky ดูรึยัง ?” Ken ยกชามาเสิร์ฟพลางถามไปถึงมือกลองประจำวง
“ถามแล้ว Yukky ก็บอกว่าไม่ได้รับการติดต่อเหมือนกัน นี่ฉันก็เรียกให้มารวมตัวกันที่บ้านนายนี่แหละ อีกเดี๋ยวก็คงมาถึง” Testsu อธิบายเสียงเครียดการหายไปโดยไม่ติดต่อของ Hyde ทำให้พวกเพื่อน ๆ เริ่มเป็นห่วง  อย่างน้อยน่าจะบอกบ้างว่าอยู่ที่ไหนจะกลับเมื่อไหร่  อีกอย่างการพักร้อนมันก็ต้องมีกำหนดไม่ใช่จะหายไปได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ติดต่อบอกใคร  ที่สำคัญอย่างน้อยก็ต้องเริ่มคุยแผนการสำหรับอัลบั้มต่อไปได้แล้ว
…ติ๊ง ~~~ ต่อง…
เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านของหนุ่มหน้าแมวดังขึ้นไม่ต้องเดาก็พอจะคาดได้ว่าคงเป็นมือกลองร่างผอมประจำวงนั่นเอง Ken เดินออกไปเปิดประตูพร้อมกับเชิญเพื่อนเข้ามาในบ้าน
“นั่งก่อนสิ” หนุ่มหน้าแมวผายมือเชิญเพื่อนให้นั่งที่เก้าอี้รับแขก 
“เรื่อง Hyde จะเอายังไง ?” Tetsu เปิดปากถามทันทีที่ครบองค์ประชุม
“จะทำยังไงได้หมอนั่นพักที่ไหนเราก็ไม่รู้คงต้องรอให้ติดต่อมาเอง  หรือพวกเราจะบินไปตามหาล่ะ  อเมริกาไม่ใช่แคบ ๆ ถ้าหมอนั่นเกิดเปลี่ยนใจไม่ได้ไปฮาวายแล้วไปที่อื่น  จะหาเจอเหรอ” Yukky อธิบายให้ Tetsu ที่กำลังร้อนใจที่นักร้องนำคนสำคัญหายไปได้ฟัง
“ลองไปดูที่บ้านมั้ย ? อาจมีเบาะแสอะไรก็ได้ “ Ken เสนอขึ้นซึ่งเพื่อนอีกสองก็มองหน้ากันนิดหน่อยก่อนจะตอบตกลงเพราะพวกเขาก็มีกุญแจบ้านเจ้าตัวเล็กกันทุกคน
………บ้าน Hyde ………
สามหนุ่มใช้กุญแจสำรองที่ Hyde เคยให้ไว้ไขเข้าไปในห้องพักหรู  กลิ่นเหม็นอับลอยมากระทบจมูกทันทีที่เปิดประตูทำให้เดาได้ไม่ยากว่าห้องนี้ไม่มีคนอยู่เป็นระยะเวลาหลายอาทิตย์  หน้าต่างห้องถูกปิดสนิททำให้อากาศภายในห้องไม่ได้ระบาย  Ken เดินไปเปิดม่านและผลักหน้าต่างออกไปจนสุดเพื่อระบายอากาศอับชื้นภายในห้อง  เมื่อสำรวจไปทุกที่ภายในห้องเริ่มมีฝุ่นจับตามเครื่องเรือนต่าง ๆ แสดงว่า Hyde ไม่ได้อยู่ที่นี่และไม่ได้จ้างใครให้มาคอยทำความสะอาดให้  เมื่อเลี่ยงไปดูที่ตู้เสื้อผ้าก็เห็นมีเสื้อผ้าหายไปบางส่วน  รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวด้วย
“หมอนั่นออกเดินทางไปจริง ๆ ว่าแต่ไปไหนกันแน่” Tetsu สรุปความเมื่อสำรวจข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
“น่าจะฮาวายนั่นแหละ…เพราะเห็นมีนิตยสารแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่นั่นวางอยู่ในห้องนอน” Yukky หยิบนิตยสารที่ตัวเองค้นพบภายในห้องออกมาให้เพื่อน ๆ ดู
“งั้นลองดูตามรายชื่อโรงแรมแล้วโทรไปถามทุกที่แล้วกัน…เผื่อจะรู้ว่าหมอนั่นพักที่ไหน” Ken เสนอขึ้นพลางเปิดนิตยสารไปยังหน้าที่เกี่ยวกับการจองห้องพักในโรงแรม
“ทางโรงแรมเขาจะบอกเหรอ…ข้อมูลลูกค้าเป็นความลับ…แล้ว Hyde เองก็เป็นศิลปินคงไม่อยากให้ใครรู้เท่าไหร่หรอกว่าตัวเองพักอยู่ที่ไหน…ฮาวายคนญี่ปุ่นไปเที่ยวเยอะแยะไป…เกิดแฟนเพลงรู้หมอนั่นก็ไม่ได้พักผ่อนอีก” Yukky แย้งขึ้นมาบ้างเมื่อคิดทบทวนเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าของโรงแรม  ก่อนจะพูดต่อ”พวกเราไม่ใช่ตำรวจการจะขอข้อมูลพวกนี้ค่อนข้างยาก”
คำพูดของมือกลองร่างบางทำให้อีกสองคนต้องขมวดคิ้วคิดตามซึ่งก็เป็นเรื่องจริง  ไม่ใช่แค่ต่างประเทศแม้แต่ภายในประเทศโรงแรมส่วนใหญ่ก็ต้องรักษาความลับให้ลูกค้า
“หรือว่าจะแจ้งความ ?” Ken ลองเสนอขึ้นมาบ้าง
“เรื่องนั้นคงยังไม่ใช่ตอนนี้…ถ้าเรื่องถึงตำรวจอาจรั่วไปถึงนักข่าว…เมื่อนั้นจะเป็นข่าวใหญ่อีกอย่างพวกเราไม่แน่ใจว่า Hyde หายตัวไปจริง ๆ หรือว่าแค่ไม่อยากติดต่อใคร…เรื่องนี้คงต้องปรึกษากับผู้จัดการก่อนว่าจะเอายังไง” Tetsu รีบปฏิเสธเรื่องการเข้าแจ้งความ…เพราะก่อนหน้านี้ Hyde ก็เป็นข่าวจนต้องหลบไปพักร้อน  ถ้าเรื่องการหายตัวไปไม่บอกไม่กล่าวดังขึ้นมาอาจมีผลกระทบมาถึงวงก็ได้
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“ J มานี่ !! ไปอาบน้ำได้แล้ว” Hyde ตะโกนเรียกชื่อเจ้าเหมียวที่ดิ้นออกไปจากอ้อมกอดหลังจากที่เขากำลังจะพามันเข้าไปในห้องน้ำ  เจ้าแมวหนุ่มเหมือนจะรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองจึงดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของร่างเล็กเป็นพัลวันจน Hyde ต้องรีบวิ่งตาม  ก่อนจะหยุดยืนนิ่ง ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าเหมียวกำลังอยู่ในอ้อมกอดใคร
“ฉันว่า…เช้าวันนี้ฉันก็อาบน้ำแล้วนะ…คงไม่ต้องอาบอีก” ชายหนุ่มผมทองตอบพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้หมายถึงเขาแต่หมายถึงเจ้าเหมียวที่เขาอุ้มอยู่ต่างหาก
“ใครหมายถึงนาย !! “ Hyde ตอบท่าทางฉุน ๆ เมื่อโดนชายหนุ่มผมทองยียวน  ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา   นับตั้งแต่ J รับรู้ว่าเขาแอบเรียกเจ้าเหมียวขนสีทองตัวนี้ด้วยชื่อของเจ้าตัว   อีกฝ่ายนอกจากจะไม่โกรธแล้ว   ยังดูเหมือนชอบอาศัยเอาเรื่องนี้มาหาเรื่องวอแวกับเขามากขึ้นทุกที  
Hyde เดินตรงเข้าไปแย่งเจ้าเหมียวขนทองมาไว้ในอ้อมกอดแล้วผละเดินเข้าห้องอาบน้ำไปทันที…ไม่นานร่างเล็กก็อุ้มเจ้าแมวหนุ่มที่เปียกลู่ออกมาจากห้องน้ำโดยที่เจ้าตัวเองก็เปียกมะล่อกมะแล่กไม่แพ้กัน  ร่างเล็กบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำยิ่งดูเย้ายวนอย่างประหลาด   เมื่อปรากฏต่อสายตาชายหนุ่ม  เหตุการณ์แบบเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เจ้าเหมียวขนทองมาใหม่ ๆ ตอนนั้นไม่เห็นรู้สึกอะไร  แต่ทำไมตอนนี้รู้สึกแปลก ๆ  
ทั้งที่  ตั้งแต่วันที่เขากลับมาจากไปเยี่ยม  Ino แล้วเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดนั้นขึ้น   ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่เคยได้แตะต้องอีกฝ่ายมากไปกว่าการกอดเลยแท้  ๆ  แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที   จนตอนนี้แทบไม่อาจละสายตาไปจากอีกฝ่ายได้เลย   J รีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปจากสมองอย่างรวดเร็ว    หากสายตากลับยังคงชำเลืองมองร่างเล็กที่กำลังเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งยาวตรงระเบียงบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา   
Hyde ปูผ้าขนหนูวางไว้กับโต๊ะก่อนจะอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นไปวางใช้ผ้าห่อตัวเจ้าแมวหนุ่มค่อย ๆ เช็ดขนสีทองที่เปียกชุ่มให้แห้ง  และเพราะลมทะเลที่พัดอยู่ตลอดเวลาไม่นานเจ้าเหมียวก็แห้งสนิท  ขนละเอียดสีทองเป็นประกายต้องแสงแดด  Hyde ดึงเจ้าเหมียวเข้ามากอดก่อนจะจูบไปเบา ๆ ที่ศีรษะกลม ๆ ดมกลิ่นแชมพูที่ติดกายเจ้าแมวหนุ่มมา
“เห็นมั้ย ? อาบน้ำแล้วหอมฟุ้งเลย J “ ร่างเล็กเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม
“ไหน ? ขอดมหน่อยสิว่าหอมจริงรึเปล่า ?”  ชายหนุ่มผมทองที่เดินมาประชิดด้านหลัง Hyde เอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มลงไปทันที  แต่แทนที่จมูกโด่ง ๆ นั่นจะสัมผัสไปที่เจ้าเหมียวที่ร่างเล็กอุ้มอยู่กลับฝังลงบนผิวแก้มนุ่มของอีกฝ่ายแทน  Hyde เบิกตากว้างกับการกระทำของ J …ร่างเล็กยกมือขึ้นมาจับแก้มที่โดนขโมยหอมไปดื้อ ๆ พร้อมกับรีบหันไปถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  ภาพที่เห็นคือ  J กำลังยืนเอามือกอดอกหัวเราะเบา ๆ อยู่ในลำคอท่าทางกวนโมโหสุดขีด  ร่างเล็กเลยได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ  ยิ่งเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของอีกฝ่าย  ร่างเล็กก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อคิดไปถึงการกระทำเมื่อครู่  Hyde กุมแก้มข้างนั้นไว้แน่นก่อนจะสะบัดหน้าเดินลงจากระเบียงบ้านไปอย่างรวดเร็ว
“นี่ !! จะออกไปไหน…ถ้าคิดจะไปเดินเล่นก็อย่าออกไปไกลนัก  บ่ายมากแล้ว  รีบกลับมาเตรียมข้าวเย็นด้วย” J ตะโกนสั่งพร้อมรอยยิ้ม     เมื่อเห็นท่าทางเขิน ๆ ของอีกฝ่าย  ก่อนจะมองตามร่างของอีกฝ่ายไปไม่ยอมคลาดสายตา  ด้วยความไม่ไว้ใจนักในตอนแรก   จนกระทั่งเห็นว่าร่างเล็กเดินลิ่วไปทรุดกายนั่งลงที่ชายหาดไม่ไกลจากหน้าบ้านนัก   รอยยิ้มจึงค่อยปรากฏขึ้นนิด ๆ ที่มุมปาก  ด้วยความโล่งใจ 
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
Hyde นั่งกอดเข่าเหม่อมองท้องทะเลเบื้องหน้า  อยู่บนหาดทรายเนื้อละเอียดสีขาวที่กำลังทอประกายระยิบระยับรับกับแสงแดดสุดท้ายของวันโดยไม่ได้เขยื้อนกายแม้แต่น้อย  ระดับน้ำทะเลซาดซัดสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเริ่มเปียกปอนถึงที่ ๆ ตนนั่งอยู่  แต่เจ้าตัวก็ยังคงไม่สนใจ   ลืมไปแม้กระทั่งเวลาที่จะต้องกลับไปจัดการกับอาหารเย็นตามหน้าที่ของตน  
เรื่องต่าง ๆ ที่อัดแน่นครุ่นคิดอยู่ในหัว   มีอิทธิพลเบียดบังเรื่องอื่น ๆ รอบตัวไปจนหมด   ไม่นึกถึงความหิว  ไม่นึกถึงหน้าที่   ไม่นึกถึงแม้กระทั่งร่างกาย  ป่านนี้จะมีใครรู้บ้างหรือยังว่าเขาอยู่ที่ไหน   Ino เมื่อไรนายจะฟื้นขึ้นมาเสียที   รู้บ้างมั้ยว่า   คนที่รักนายเขา   เป็นห่วงนายมากแค่ไหน   คิดมาถึงตรงนี้   หยาดน้ำใส ๆ ก็เริ่มไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว  
Hyde ยกมือขึ้นป้ายน้ำตาของตนออกไปจากใบหน้าราวกับเป็นสิ่งน่ารังเกียจ   ใครจะรักใครชอบใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา   ไม่เกี่ยวเลยสักนิด  
 
สิ่งที่ J ทำกับเขา  ก็แค่การแสดงความสำนึกผิดในสิ่งที่กระทำไปเท่านั้น   ทุกอย่าง  ทุกการกระทำตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาก็แค่   เพื่อให้ตัว J เองสบายใจขึ้นเท่านั้น   ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มให้กับตนเองอย่างยินดี   ทั้งที่คิดว่าหาคำตอบให้กับตนเองได้เป็นที่น่าพอใจแล้ว   แต่แปลก  ที่น้ำตา  กลับยิ่งไหลรินออกมาขัดกับรอยยิ้มของตนเองนัก  
“ไอ้บ้า!!!  ฉันเกลียดนาย  เกลียด!!!!”  อยู่ ๆ ร่างเล็กก็ผุดลุกขึ้นยืนตะโกนลั่น ๆ อย่างสุดเสียง   พลางวิ่งลงไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่เบื้องหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว   ความโกรธที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร  โกรธตัวเองหรือโกรธใครกันแน่   ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นกับผืนน้ำที่กว้างใหญ่   กำปั้นเล็ก ๆ เหวี่ยงฟาดทุบน้ำไปมา   คลื่นกระเซ็นซัดชาดจนชุ่มโชกไปทั้งหัวหู   ยังไม่สาแก่ใจ   ร่างเล็กก้มหัวตนเองจุ่มลงไปในน้ำเพื่อให้ลืมภาพที่อีกฝ่ายมาทำเป็นดีกับตนเองเสียที  ลืม  ลืมให้หมด 
“อ๊ะ!”  เสียงอุทานดังออกมาเบา ๆ   เมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดที่ด้านหลัง  สัมผัสที่จนชั่วชีวิตก็ไม่มีวันลืม   ร่างเล็กรู้ได้ทันทีว่าเป็นวงแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่ตนกำลังคิดถึงและพยายามที่จะไล่ออกไปจากความคิดของตนอยู่นั่นเอง  
“ทำบ้าอะไร  อยากตายมากหรือไง  ถ้าแค้นฉันก็มาฆ่าฉันนี่  ไม่ใช่มาทำโง่ ๆ แบบนี้”  J ฉุดกระชากร่างเล็กที่ดิ้นรนไม่ยอมหยุดขึ้นมาบนชายหาดอย่างรวดเร็ว   ก่อนจะปล่อยร่างเล็กเหวี่ยงลงกับพื้นทันที    ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง  ทั้งที่คิดว่าจะมาตามให้ไปกินข้าวเย็น  กลับกลายเป็นมาได้ยินเสียงตะโกนด่าเขาลั่น ๆ   แค่นั้นยังไม่อะไรนักหนา   แต่ที่ต้องรีบพรวดพราดเข้ามาจับตัวเอาไว้ก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำท่าจะทำลายชีวิตตัวเองนั่นแหละ 
Hyde นั่งกองอยู่กับพื้นในท่าเดียวกับที่ถูกอีกฝ่ายเหวี่ยงลงมาเมื่อครู่   ลมหายใจหอบสะท้าน   คิ้วเรียวเล็กที่ขมวดมุ่นด้วยความโกรธ  เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจเมื่อได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายจบลง 
“ทำโง่ ๆ  ”  Hyde ทวนคำออกมาเบา ๆ “ทำอะไรโง่ ๆ   นายพูดถึงเรื่องอะไร”
“ก็ไอ้การฆ่าตัวตายเมื่อกี๊ไงล่ะ  นั่นแหละเรียกว่าโง่  หรือนายคิดว่ามันเป็นเรื่องฉลาดล่ะ  นายไม่รักตัวเอง  ก็น่าจะคิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังบ้าง  ครอบครัวนาย  เพื่อน  คนที่เขา  เป็นห่วง  คนที่เขา  รักนาย”  เสียงตวาดของ  J เริ่มเบาลงทุกทีจนเกือบจะกลืนหายไปในลำคอเมื่อเอ่ยถึงคำพูดสุดท้าย  
J ส่ายหน้าไปมาอย่างเจ็บปวด  หัวใจยังคงเต้นรัวเร็วด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งห่วงใยปนเปกันจนแยกไม่ออก  ชายหนุ่มค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าของร่างเล็กช้า ๆ   มือแกร่งยกขึ้นจับใบหน้างามแผ่วเบา   ดวงตายาวรีมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอน 
“อย่าทำอย่างนี้อีก    อย่าทำร้ายตัวเอง”  ทันทีที่พูดจบ  ลำแขนแกร่งก็รวบร่างบางเปียกปอนที่เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวของอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้ทันที  ความเป็นห่วง  ความกลัว  กับความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ  เริ่มมีมากเสียจนแทบจะลืมเลือนความแค้นที่มีไปจนหมดสิ้น 
Hyde นิ่งตะลึงอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย   เฝ้าถามตัวเองว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น   หรือว่า   J คิดว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตาย  ริมฝีปากบางเกือบจะยิ้มออกมาเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกห่วงใยของอีกฝ่าย  ก่อนจะขืนร่างของตนเองออกมาจากอ้อมกอด  เพื่อจะบอกอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้คิดจะทำเช่นนั้น 
“นี่  ฉันไม่” 
แต่แล้ว  ดวงตากลมโตกลับต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ  เมื่อคำพูดของตนเองถูกหยุดไว้ด้วยริมฝีปากของชายหนุ่มตรงหน้า  J ประทับจูบลงมาแนบแน่น  บดเบียดริมฝีปากอย่างเร่าร้อนหนักหน่วง  ปลายลิ้นอุ่นแทรกลึกเข้าไปภายในอย่างโหยหา  ดูดดื่มความหอมหวานที่ห่างหายไปนาน   ลำแขนแกร่งขยับลูบไล้  กอดรัดร่างเล็กที่ผิวกายเปียกลื่น  สั่นระริกไปทั้งร่างเอาไว้อย่างหวงแหน  ทั้งที่ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกัน  ว่าทำไมตนเองถึงได้ทำแบบนี้   รู้แต่ว่าเวลานี้gขากลัวเหลือเกินที่จะสูญเสียคน ๆ นี้ไป 
J ถอนริมฝีปากออกมาช้า ๆ  จ้องมองดูใบหน้าของอีกฝ่าย   ความตกตะลึงยังปรากฏให้เห็นเด่นชัดในดวงตาคู่นั้น 
“J เดี๋ยว  ฉัน”  Hyde พยายามจะอธิบายและถามคำถามต่ออีกฝ่าย  หากตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรอื่นอีกต่อแล้ว   ใบหน้าคมก้มลงประทับจูบริมฝีปากบางที่กำลังจะเอ่ยคำพูดออกมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว  เรียวลิ้นอุ่นซอกซอนเข้าไปดูดดื่มความหอมหวานภายใน   จากสัมผัสอ่อนโยน  แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ  ในที่สุด  ร่างเล็กก็ทนต่อสัมผัสที่เรียกร้องนั้นไม่ไหว  ทั้งที่บอกตนเองว่าไม่   แต่  ร่างกายกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย  แขนเรียวบางเริ่มยกขึ้นโอบรอบคอของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น   เปลือกตาบางหลับพริ้มด้วยอารมณ์รักที่ถูกปลุกเร้า  โอบรัดร่างอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัว  ก่อนจะค่อย ๆ เอนกายลงไปกับผืนทรายตามแรงโถมทับรุกรานของชายหนุ่มเบื้องบน  
เมื่ออารมณ์ความต้องการ  ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด  ชายหนุ่มก็หลุดคำอ้อนวอนออกมาเบา ๆ  
“Hyde   ฉันอยากกอดนาย  ได้โปรด”  ริมฝีปากได้รูป  ละจากกลีบปากบางด้วยความเสียดาย  ก่อนจะพรมจูบเรื่อยลงมาที่ซอกคอเรียวสวย   คำที่พูด  เป็นคำที่กลั่นออกมาจากใจ  หากสำหรับคนฟังแล้ว  กลับทำให้เจ็บปวดอย่างไม่น่าเชื่อ   ถ้อยคำที่พูด  ไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกดี ๆ ต่อกันสักนิด   ก็แค่เหมือนทุกครั้ง   J กำลังจะใช้เขา  แทนคนอื่น 
แขนเรียวบางที่โอบกอดอีกฝ่ายไว้เมื่อครู่คลายออกวางลงบนพื้นทรายข้างตัวช้า ๆ   ดวงตาคู่งามจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง  แม้จะอยู่ในห้วงอารมณ์รัก  แต่ชายหนุ่มก็ยังรับรู้ได้ทันทีถึงอาการผิดปกติไปของอีกฝ่าย   J หยุดการกระทำของตนเองลงด้วยความประหลาดใจ   ก็  เมื่อครู่อีกฝ่ายตอบสนองเขาเป็นอย่างดี  แล้วทำไมอยู่ ๆ 
“Hyde  ทำไม” 
“ฉันอยากนอน  ปวดหัว”  Hyde พูดพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ   ไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว   ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมและจะใช้กำลังบังคับเขาอีก  เขาก็คง  ไม่ดิ้นรนขัดขืนอีกแล้ว 
J นิ่งงันไปครู่ใหญ่  คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ  รู้แต่ว่าเจ็บปวด  กับท่าทางเฉยเมยที่อีกฝ่ายแสดงออกอย่างบอกไม่ถูก  เป็นนานกว่าชายหนุ่มจะข่มอารมณ์ของตนเองให้กลับเป็นปกติได้  จากนั้น  ลำแขนแกร่งก็ขยับเข้าช้อนร่างอีกฝ่ายขึ้นมาอุ้มเอาไว้ทันที   การกระทำที่ไม่คาดคิด   ทำให้  Hyde ต้องรีบลืมตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจ 
“ไปอาบน้ำ  กินข้าวก่อนแล้วค่อยนอน  เดี๋ยวจะหายาให้กินด้วย”  J บอกเบา ๆ  พลางอุ้มกระชับร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบอกอุ่น  ก้าวยาว ๆ ตรงกลับไปที่บ้านพักทันที  
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 
 

Love Punish 19

19
 
 
เช้าวันต่อมา  ทั้ง J และ Hyde ต่างตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของกันและกัน   หลังจากนอนจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งอย่างอึ้ง ๆ  Hyde ก็รีบปล่อยแขนจากร่างของชายหนุ่มพลางขยับถอยหลังออกไปเล็กน้อย  ดวงตากลมโตหลบลงต่ำไม่กล้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายรู้สึกร้อน ๆ ที่ใบหน้าจนต้องรีบพลิกร่างหันหลังให้ทันที   
 
J ยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ความคิดยังคงสับสนได้แต่นิ่งมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายที่รอดพ้นผ้าห่มออกมา   ร่องรอยที่เขาทำไว้กับเรือนร่างตรงหน้า  ยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัดในแสงสว่างแบบนี้  ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไปมาเบา ๆ  ไล่ความรู้สึกแปลก ๆ ออกไป  ริมฝีปากได้รูปขยับเหมือนกับจะพูดอะไรสักอย่างแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคำพูดใดออกมา  ในที่สุด J ก็ได้แต่ถอนใจออกมาเบา ๆ  ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไปเงียบ ๆ  โดยปล่อยอีกฝ่ายไว้ตามลำพังเช่นเคย 
อาหารเช้าฝีมือของ J จัดวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยเมื่อ Hyde เดินออกมาจากห้องอาบน้ำ  ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดตัวเล็ก ๆ กับกางเกงป้ายเอวขายาวยืนมองมาที่โต๊ะทานอาหารด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อย   ชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย   เหลียวมองออกไปยังท้องทะเลสีฟ้าครามกว้างใหญ่แทน   จนกระทั่งได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้แสดงให้รู้ว่าอีกฝ่ายได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว  ชายหนุ่มจึงหันกลับมาสนใจกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง 
ตลอดวันนั้นทั้งวัน  ทั้ง J และ  Hyde ต่างก็พยายามทำตัวเหมือนปกติทุกอย่าง   ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหรือเรื่องใด ๆ ระหว่างกันทั้งสิ้น   ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดคำนึงของตนเอง   อาหารทั้งสามมื้อผ่านไปอย่างไร้รสชาติอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน   J แอบชำเลืองมองร่างเล็กตรงหน้าหลายครั้งก็เห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะไม่แตะอะไรเลย  
หลังอาหารมื้อเย็น   Hyde อุ้มเจ้าเหมียวเดินตรงไปนั่งที่ม้ายาวนอกชานระเบียงกว้าง   ร่างเล็กนั่งตัวตรงนิ่งมองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังจะจมลงสู่ท้องทะเลเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย  ภาพตรงหน้าแม้จะสวยงามเพียงใดก็ไม่อาจเรียกให้เจ้าของดวงตาคู่งามสนใจได้แม้แต่น้อย  เมื่อคืน  เขาทำในสิ่งที่น่าละอาย  ยอมให้อีกฝ่ายใช้ร่างกายของเขาเป็นที่ระบายแทนใครอีกคน   เขายอมทั้งที่รู้ว่าทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความรู้สึกดี ๆ ต่อกันแลย   และที่สำคัญ   ที่เลวร้ายที่สุด  คือการที่เขามีความสุขกับทุกสัมผัสที่ฝ่ายนั้นมีให้  และตอบสนองกลับไปด้วยความเต็มใจนั่นเอง 
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว   Hyde นั่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ   หากเจ้าตัวก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้น   เจ้าเหมียวที่กระโดดลงจากตักไปวิ่งเล่นอยู่หลายรอบแล้ว  ก็กระโดดกลับขึ้นมาบนตักของ Hyde อีกครั้ง   ร่างเล็กจึงก้มหน้าลงมองพลางยิ้มนิด ๆ เพื่อต้อนรับเพื่อนคนเดียวที่ตนมีอยู่ในเวลานี้อย่างรวดเร็ว 
“คิดจะไปก็ไป  คิดจะมาก็มานะ  ”  คำพูดที่ออกมานั้นสะกิดใจตนเองอย่างประหลาด   Hyde อุ้มชูตัวเจ้าเหมียวขึ้นสูงตรงหน้า  พลางพูดเสียงดุ “นายจะเอายังไงกับฉันกันแน่  J นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่”  คำถามที่เวียนวนอยู่ในหัวมาตลอดวันถูกถามออกมาอย่างอัดอั้น  ก่อนจะดึงร่างเจ้าแมวหนุ่มเข้ามากอดไว้เบา ๆ  รู้สึกทรมาน  ทั้งที่อยากเกลียด  แต่ทำไม? 
“ก็ไม่เอายังไงหรอก  แค่จะมาบอกให้ไปนอนได้แล้ว  เดี๋ยวไข้จะกลับอีก  มานั่งตากลมเป็นชั่วโมงแล้ว”  เสียงพูดเรื่อย ๆ ที่ดังมาจากด้านหลัง  ทำให้ผู้ฟังสะดุ้งเล็กน้อย   Hyde ยังคงนั่งนิ่งงัน  น้ำเสียงนั้นไม่บอกให้รู้ว่าผู้พูดอยู่ในอารมณ์ใดก็จริง  หากคำพูดนั้นบอกให้รู้ได้ทันทีว่า J ต้องได้ยินที่เขาพูดกับแมวแล้วแน่  รวมทั้งคำเรียกขานแมวตัวนี้ที่เขาแอบใช้โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้มาโดยตลอดก็คงถูกได้ยินแล้วเช่นกัน 
J ยืนมองร่างเล็กที่ยังคงไม่ยอมเคลื่อนไหวด้วยความแปลกใจ  พลางเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า  คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที   ใบหน้าของ Hyde ดูตื่น ๆ เหมือนกลัวอะไรบางอย่าง  เป็นสีหน้าและแววตาที่เขาได้เห็นจนชินตาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา  ครู่หนึ่งชายหนุ่มก็นึกออกถึงเหตุผลที่  Hyde กลับไปมีอาการเช่นเดิมอีก  คงจะกลัว  เขาจะโกรธนั่นเอง 
“ไปนอนกันเถอะ  คืนนี้พาเจ้า J เข้าไปนอนข้างในด้วยก็ได้  ถ้านายอยากคุยกับมันต่อล่ะก็”  J บอกต่อไปเบา ๆ  พยายามจะบอกให้รู้ว่า  เขาไม่ถือโกรธเรื่องที่อีกฝ่ายจะเอาชื่อเขาไปเรียกเป็นชื่อแมวด้วย 
Hyde เงยหน้าขึ้นมองผู้พูดทันทีที่ฝ่ายนั้นพูดจบ   นัยน์ตาดำขลับมองใบหน้าคมอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน  ดวงตายาวรีมองตอบกลับมาด้วยความอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง  สิ่งนั้นทำให้ Hyde ยอมรับได้ในที่สุดว่า  เขาไม่ได้หูฝาดไป  แขนเรียวเล็กโอบกอดเจ้าเหมียวแน่นขึ้นเล็กน้อย  ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเดินตรงเข้าไปในห้องนอน   รู้สึกโล่งใจที่คืนนี้เขาจะมีเจ้าแมวหนุ่มตัวนี้เป็นเพื่อน  จะได้ไม่ต้องอยู่ตามลำพังกับ  
J ปิดประตูใส่กุญแจพร้อมกับตรวจดูอีกรอบจนแน่ใจแล้ว  จึงหันมองมาทางผู้ร่วมห้องอีกคนทันที   Hyde กำลังล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนหนานุ่มช้า ๆ  พลิกตะแคงหันหลังให้กับที่นอนว่างเปล่าข้างกายเช่นเคย   ส่วนเจ้าเหมียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามานอนด้วยได้  ก็ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของร่างเล็กอย่างมีความสุข   Hyde รีบหลับตาลงทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยืนมองตนเองอยู่   ชายหนุ่มยิ้มออกมานิด ๆ โดยไม่รู้ตัว  กับท่าทางนั้น  พร้อมกันนั้นก็ลงมือปิดไฟทั้งที่ให้แสงสว่างกลางห้อง  และที่โคมไฟหัวเตียงอย่างรวดเร็ว  
J ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหม่อ ๆ  ดวงตาทั้งคู่มองฝ่าความมืดที่โอบล้อมห้องอยู่ไปอย่างไม่มีจุดหมายนัก   สัญญาณที่ได้รับจาก Ino แม้จะเพียงเล็กน้อย  แต่ก็ทำให้เขามีความหวังขึ้นมาทันที  บางทีอีกไม่นานนี้   Ino ก็คงจะมีอาการดีขึ้นอีกเรื่อย ๆ  จนสามารถหายกลับมาได้อีกครั้ง   คิดมาถึงตรงนี้  สายตาทั้งคู่ของ J ก็เปลี่ยนไปมองร่างเล็กบางที่นอนหันหลังให้   ถ้า Ino กลับมา  นายก็จะได้รับอิสระจากฉัน   ทุกอย่างมันควรจะต้องเป็นเช่นนี้  แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกใจหายอย่างประหลาด   เขาดีใจมากที่จะได้เพื่อนกลับมานั่นเป็นของแน่   แต่ทำไม  เขาถึงรู้สึกใจหาย  ที่จะต้องปล่อย  Hyde ให้เป็นอิสระ 
“ J อย่าไปนะ  กลับมานอนกับฉันนี่”  Hyde ร้องเรียกเจ้าเหมียวออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเจ้าแมวหนุ่มที่นอนอยู่นิ่ง ๆ มาตลอดกลับกระโดดหนีข้ามเอวเขาไปยังที่นอนทางด้านหลัง   Hyde พลิกตัวหันกลับไปเพื่อจะคว้าตัวมันไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว  เพราะเวลานี้เจ้าเหมียวได้กระโดดเข้าไปนอนซุกอยู่ข้างกายของชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วเรียบร้อย Hyde เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายโดยทันที  จึงได้เห็นว่าฝ่ายนั้นก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน  
“J ไหน?”  อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยถามออกมา   ชี้มือไปที่เจ้าเหมียวก่อนจะชี้กลับมาที่ตัวเองหน้าตาเฉย   ทำเอาคนฟังรีบหันหลังหนีกลับไปแทบไม่ทัน  ใจเต้นรัวเร็วรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูกกับคำพูดของตนเอง  เสียงการเคลื่อนไหวจากเบื้องหลังยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอีก  นี่เขากำลังเป็นอะไรกันแน่  เขากำลังกลัว  อะไรกันแน่ 
“อ๊ะ!!”  Hyde ร้องออกมาเบา ๆ  เมื่อรู้สึกถึงร่างที่ขยับเข้ามาประชิดกับแผ่นหลังของตน  พร้อม ๆ กับลำแขนแกร่งที่คล้องตัวเจ้าเหมียวยกข้ามผ่านเอวบางนั่นมาคืนให้อีก  มือเรียวเล็กรีบรับร่างเจ้าเหมียวมากอดเอาไว้อย่างรวดเร็ว  เพื่อจะให้อีกฝ่ายรีบดึงแขนของตัวเองพร้อมกับร่างทั้งร่างกลับไปที่เดิม  แต่หลังจากทนรออยู่ครู่ใหญ่  อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีจะถอยกลับไป  ในขณะที่วงแขนแกร่งก็ยิ่งโอบรัดร่างเขาแน่นขึ้นอีกด้วย   ร่างเล็กเริ่มขยับตัวเล็กน้อยด้วยความอึดอัด  กัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจบอกกลับไป 
“นาย  ถอยออกไปสิ  ที่มีตั้งเยอะ”  Hyde หันหน้ากลับไปมองเจ้าของลมหายใจที่กรุ่นรดอยู่ด้านหลังตนเอง   แต่แทนที่จะได้ตามที่ขอ  กลับถูกจมูกโด่ง ๆ ของฝ่ายนั้นฝังลงบนผิวแก้มนุ่มเนียนไปอีกด้วย  ผิวแก้มบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นทันทีด้วยความอาย  ก่อนจะรีบหันหน้าหนีกลับมาทันที 
“ถามไม่ยอมตอบ  งั้นก็เอาไปสอง J เลยก็แล้วกัน”  J ตอบกลับไป  ขยับเข้ากอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นอีก   ร่างเล็กในอ้อมแขนได้แต่นอนนิ่งไม่กล้าพูดอะไรออกมา  เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่ากอดเอาไว้เฉย ๆ   สัมผัสที่อีกฝ่ายมีให้ทำให้ Hyde ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า  สร้างความอบอุ่นให้กับเขามากมายจนกระทั่งหลับใหลไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ระบายไปทั่วใบหน้าโดยไม่รู้ตัว 
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“อร่อยมั้ย”  J ถามอย่างอารมณ์ดี  เมื่อเห็นว่าร่างเล็กตรงหน้ากินอาหารได้มากกว่าทุกวันที่ผ่านมา   แต่ท่าทางของชายหนุ่มยิ่งทำให้ Hyde รู้สึกเขิน ๆ ยิ่งเมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าต่างฝ่ายต่างตระกองกอดกันและกันเอาไว้แนบแน่น Hyde ยิ่งทำตัวไม่ถูก…ร่างเล็กหลบตาลงต่ำก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ ต่อคำถามของชายหนุ่มพยายามเลี่ยงที่จะไม่มองสบตาอีกฝ่าย  J ยิ้มกว้างออกมาได้ทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตอบรับต่อสิ่งที่เขาถาม…เมื่อจัดการกับอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย
 
Hyde ก็ทำงานอย่างรู้หน้าที่โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายสั่ง  ร่างเล็กเก็บจานชามไปล้างแล้วจึงเลยไปทำความสะอาดบ้านหลังจากที่เขาไม่ได้ทำหลายวัน…โดยมีชายหนุ่มผมทองที่นั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่ชานบ้านคอยเหล่มองเป็นระยะ ๆ เพราะ Hyde เพิ่งหายไข้เลยกลัวว่าจะเป็นอะไรไปอีก…แต่ท่าทางที่กระปรี้กระเปร่าของอีกฝ่ายก็ทำให้ J คลายความกังวลลงได้
ช่วงบ่ายของวันนั้น Hyde ก็อุ้มเจ้าเหมียวออกมานั่งเล่นรับลมทะเลที่ชานบ้านเพราะทำงานบ้านเสร็จหมดแล้ว  ถึงแม้จะรู้สึกเบื่อ ๆ ที่ไม่ได้ออกไปไหนแต่ร่างเล็กก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะแอบออกไปเดินเล่นตามลำพังอีก…เพราะไม่แน่ใจกับอารมณ์และนิสัยของอีกฝ่าย…ตอนนี้ J เหมือนจะใจดีอ่อนโยนแต่ถ้าเขาไปทำเรื่องที่เจ้าตัวไม่พอใจไม่รู้ว่า J จะกลับไปโหดร้ายป่าเถื่อนอีกรึเปล่า ? ที่สำคัญเขาไม่อยากให้ J กลับไปเป็นแบบนั้น…อยากให้อ่อนโยนใจดีอย่างนี้ตลอดไป…คิดมาถึงตรงนี้ Hyde ก็ต้องหน้าแดงขึ้นมาทันที…หรือว่าเขาจะชอบที่ J อ่อนโยน…ร่างเล็กรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว… J จะใจดีหรือใจร้าย…ทำไมเขาจะต้องสนใจ ?
“เป็นอะไร ?” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่สังเกตท่าทางของอีกฝ่ายที่อยู่ดี ๆ ก็หน้าแดง อยู่ดี ๆ ก็ส่ายหน้า  เพราะเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้มาก่อนที่ร่างเล็กจะเดินมานั่งซะอีก
“ป…เปล่า” Hyde รีบปฏิเสธพร้อมกับขยับนั่งหันหลังให้อีกฝ่ายทันที  ลืมไปสนิทว่า J เองก็นั่งอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
“เหรอ…นึกว่าคิดอะไรทะลึ่งซะอีก” น้ำเสียงกวน ๆ ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมทองที่ลุกขึ้นยืน
“ใครทะลึ่ง !! “ ร่างเล็กรีบหันไปแหวใส่  ก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินเมื่อคิดไปถึงเรื่องเมื่อสองคืนที่ผ่านมา  J ไม่ตอบคำถามเพียงแค่อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินล้มตัวลงนอนในเปลญวนอีกด้านหนึ่งของระเบียงบ้าน  Hyde ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นไปอีกกับท่าทางกวนอารมณ์ของอีกฝ่าย…ที่มาทำให้เขาคิดมากกับเรื่องเมื่อคืนนั้น…แถมท่าทางของ J เหมือนจะไม่ได้สนใจกับเรื่องนั้นเท่าไหร่ด้วย…หรือมีแค่เขาที่คิดมากไปเองคนเดียว…
 
ตอนที่ J กอดเขา J นึกถึงใคร ?
 
คิดว่าถึงตรงนี้ร่างเล็กก็ก้มหน้านิ่ง…รู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมาตะหงิด ๆ เมื่อคิดไปถึงตอนที่ J กอดเขา…แต่ชายหนุ่มกลับคิดถึงคนอื่น…นั่งหงุดหงิดคิดมากไปคนเดียวสักพัก Hyde ก็เหล่ไปเห็นกีตาร์ที่ชายหนุ่มวางทิ้งเอาไว้…อยากจะเอามาเล่นบ้าง…แต่ก็กลัว J จะโกรธที่ไปแตะต้องกีตาร์ของตัวเอง…และที่สำคัญมันกีตาร์ของใคร ? … Inoran … ชื่อบุคคลที่สามแว่บเข้ามาในความคิดทันที  หรือจะเป็นกีตาร์ของ Inoran จริง ๆ เพราะ J มักจะใช้กีตาร์ตัวนี้เล่นเพลงเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันทุกวันคงเพราะคิดถึงคนแต่งและเจ้าของกีตาร์ตัวจริง  นั่นยิ่งทำให้รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มผมทองคิดถึง Inoran มากแค่ไหน…อาจจะมากจนเขาเข้าไปแทรกไม่ได้เลยก็ได้…ร่างเล็กรีบสะบัดหัวไล่ความคิดอย่างรวดเร็ว
 
J จะคิดถึงใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว  Hyde เข้าไปล้มตัวนอนบนเตียงนุ่มในห้องนอน…ในเมื่อไม่มีอะไรจะทำร่างเล็กเลยตัดสินใจว่าจะนอนกลางวันอย่างที่ชายหนุ่มกำลังทำอยู่เช่นกัน…Hyde พลิกนอนตะแคงเหม่อมองเตียงอีกด้านที่ว่างเปล่าที่ประจำของใครบางคน…เมื่อคืนบนเตียงนี้ J กอดเขาเอาไว้แนบอกแต่ขณะที่กำลังกอดเขา J กำลังคิดถึงใคร ? ความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจนี่มันคืออะไร ? ร่างเล็กปิดเปลือกตาลงพยายามจะไม่คิดหาคำตอบกับบางสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหัวใจ…รู้สึกกลัวในคำตอบ…ว่าบางทีเขาอาจจะ……
“นี่ !! ตื่นได้แล้ว”  ชายหนุ่มผมทองเข้ามาปลุกร่างเล็กที่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียง  ครั้งแรกที่เขาตื่นขึ้นมาจากการนอนกลางวันบนเปล  J สอดส่ายสายตาหาร่างเล็กก็ไม่เห็นว่านั่งอยู่ที่ระเบียง…เดินเข้าไปดูในครัวก็ไม่มี…เกือบทำให้ชายหนุ่มใจหายขึ้นมาอีกเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะหาเรื่องหนีเขาไปอีกแล้ว…ถ้าไม่เพราะสายตาที่เหลือบมาเห็นประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้…แล้วปรากฏร่างเล็กนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง  ทำให้ J ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  เพราะถ้า Hyde ยังคิดที่จะหนีอีกเมื่อนั้นเขาก็คงไม่มีความอ่อนโยนใจดีให้อีกแล้ว
“ Hyde ตื่น !! “ J เริ่มเรียกเสียงดังขึ้นเมื่ออีกฝ่ายยังคงแต่ตอบรับอื้ออ้าในลำคอ แต่ไม่ยอมตื่นขึ้นมาเต็ม ๆ ตาสักที…ร่างเล็กยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบา ๆ ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครเข้ามาปลุก…ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะงีบนิดเดียวแล้วจะตื่นก่อนที่ J จะตื่น…แต่นี่เขากลับเผลอหลับไปยาวเลย
“ก…กี่โมงแล้ว” Hyde ตะกุกตะกักถาม
“จะ 5 โมงเย็นแล้ว…ไปเตรียมอาหารเย็นได้แล้ว” J สั่งเสียงเรียบพร้อมกับลุกเดินออกไปจากห้อง  Hyde ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะเดินตามชายหนุ่มออกไป
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 
 

Love Punish 18

18
 
…เปรี้ยง !!! …
เสียงฟ้าผ่าที่ดังติดตามสายฟ้าที่แล่บแปลบดังสนั่น…จนร่างเล็กต้องหลับตาและปิดหูแน่น…ลมทะเลเริ่มแรงมากขึ้นทุกที… Hyde ลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างที่โดนลมตีอย่างรุนแรง…ก่อนจะมานั่งซุกกายอยู่บนเตียง…เสียงฟ้าร้องดังโครมครามจากภายนอกทำให้ร่างเล็กต้องสะดุ้งเฮือกทุกครั้ง…การที่ถูกทิ้งอยู่คนเดียวก็ทำให้ใจไม่ดีอยู่แล้ว…ยิ่งมามีพายุเข้า Hyde เลยเริ่มมีอาการหวาดผวาขึ้นมาอีก…ลมเริ่มพัดรุนแรงมากขึ้นทุกทีจนเหมือนจะหอบพาเอาบ้านทั้งหลังไปด้วย…สายฝนเริ่มเทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา…เสียงฟ้าคำรามยังดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ…อีกอย่างนี่ก็มืดแล้วทำไม  J ยังไม่กลับมา ? หรือว่าตั้งใจจะทิ้งเขาเอาไว้ที่นี่คนเดียวจริง ๆ ไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรเขาสักคำ…ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาอีก…หรือว่า J จะไม่กลับมาแล้ว ?
…เปรี้ยง !!! …
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนรู้สึกได้ว่าบ้านทั้งหลังสั่นไหว… Hyde หลับตาแน่นความกลัวเริ่มแล่นเข้ามาจับหัวใจ…และทันทีที่มีเสียงฟ้าผ่าไฟฟ้าในบ้านทั้งหลังก็ดับมืดลงทันที…ยิ่งทำให้ร่างเล็กขวัญเสียไปมากกว่าเดิม…วิ่งลงไปนั่งซุกตัวคุดคู้อยู่ข้างเตียง…น้ำตาใสเริ่มไหลปริ่มออกมาช้า ๆ …ไม่อยากอยู่คนเดียว… J ไปไหน ? ทำไมถึงทิ้งเขาเอาไว้คนเดียว
เสียงลมจากภายนอกพัดหวีดหวิวรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เดาได้ไม่ยากว่าพายุคงเริ่มก่อตัวแรงขึ้นทุกที…แล้วไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเวลารวดเร็วนัก…เสียงฟ้าผ่ายังมีดังมาเรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย  ร่างเล็กยิ่งตัวสั่นมากไปกว่าเดิม ธรรมดาเขาก็ไม่ได้กลัวพวกเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า…แต่เพราะถูกทิ้งเอาไว้คนเดียวในบ้านทั้ง ๆ ที่กำลังมีพายุ…เสียงกุกกักโครมครามที่ด้านนอกยิ่งทำให้ร่างเล็กหวาดกลัว… Hyde สะดุ้งเฮือกหลับตาแน่นก่อนจะรู้สึกถึงแรงลมที่พัดเข้ามาในห้องอย่างรุนแรง
“Hyde !!! “ เสียงชายหนุ่มตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กดังลั่น…เพราะไฟดับเลยทำให้มองไม่เห็นบุคคลที่เขาคาดว่าน่าจะอยู่ในห้อง…สอดส่ายสายตามองไปที่เตียงก็ไม่เห็นร่างเล็กนอนอยู่บนนั้น…เพราะพอเขาเอาเรือเข้ามาเทียบท่ายังไม่ทันได้ขนข้าวของลงมา…พายุที่เริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่เขาออกจากท่าเรือมาก็พัดกระหน่ำรุนแรง…จนชายหนุ่มต้องรีบวิ่งกลับมาที่บ้านแทบไม่ทัน…ตัวเขาเองก็ไม่ใช่นักเดินเรือเก่งกาจการพาเรือและชีวิตรอดมาถึงเกาะก่อนโดนพายุใหญ่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว…แต่ขณะที่ชายหนุ่มตั้งใจจะเดินผละออกมาหาไฟฉาย…บางอย่างก็โผเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น
“ J !! “ Hyde ซบหน้าลงกับอกกว้างกอดร่างสูงเอาไว้แนบแน่น…ร่างกายที่เปียกโชกของชายหนุ่มเย็นยะเยียบเพราะโดนน้ำฝน…แต่ Hyde ก็ไม่ได้สนใจว่าตนเองจะต้องเปียกไปด้วย…เวลานี้แค่ต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเท่านั้น  ร่างสูงขยับปิดประตูห้องนอนลงเพื่อไม่ให้สายลมแรงพัดเข้ามา…โอบกอดร่างเล็กบางตอบไล้ฝ่ามือไปลูบเส้นผมนุ่มเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“ Hyde ใจเย็น ๆ ไม่ต้องกลัว…ก็แค่พายุเข้าเท่านั้น”  J พยายามปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลูบไปที่แผ่นหลังบางเบา ๆ เพื่อให้ Hyde คลายความกังวล  แต่เสียงสะอื้นที่ดังเล็ดลอดออกมาจากปากร่างเล็กก็ยังไม่ยอมสงบลง  จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ ใช้สองมือดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่าง…เพราะตัวเขาก็เปียกโชกไปทั้งตัวไม่อยากให้ Hyde ต้องเปียกไปด้วย  เพราะเพิ่งหายไข้ได้ไม่นาน
“ Hyde ปล่อยก่อน…เดี๋ยวนายจะเปียก… “
“ไม่ !! นายไปไหน ? ทำไมทิ้งฉันเอาไว้คนเดียว !!! ” ร่างเล็กเริ่มโวยวายโดยที่ยังกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น  ไม่สนแม้ว่าตัวเองจะต้องเปียกน้ำฝนที่อยู่บนร่างของอีกฝ่ายก็ตาม
“ นี่ Hyde!! ใจเย็นก่อนได้มั้ย ? ฉันก็แค่ออกไปที่ฝั่งเท่านั้น” J พยายามอธิบายโดยสองมือก็ยังคงลูบไปที่ศีรษะอีกฝ่ายเพื่อปลอบใจ
“แล้วทำไม ? ไม่บอก !!! ฉันนึกว่านายจะไม่กลับมาแล้ว !! “ Hyde เริ่มโวยวายเสียงดังอารมณ์โกรธที่ร่างสูงหายไปไม่บอกกล่าว  กับอารมณ์กลัวว่าจะต้องอยู่ที่นี่คนเดียวทำให้ร่างเล็กเริ่มสงบสติอารมณ์ไม่อยู่
“ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง”  J ปลอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน…รู้สึกผิดเหมือนกันที่ทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้ตามลำพัง…ถ้าไม่เพราะโดนเพื่อนกักตัวไว้เขาคงกลับมาได้เร็วกว่านี้… Hyde เริ่มข่มกลั้นเสียงสะอื้นค่อย ๆ เงยหน้ามองอีกฝ่ายช้า ๆ
“อย่าไปโดยไม่บอกอีกได้มั้ย ?” ร่างเล็กเอ่ยปากถาม…จ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตา…การที่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใคร  มันทำให้ใจหายมากแค่ไหน ? …นายไม่รู้หรอก J …ร่างสูงอมยิ้มให้อย่างอ่อนโยนไล้ปลายนิ้วเกลี่ยไปที่เส้นผมนุ่มที่ตกลงระใบหน้างามออกให้เรียบร้อย
“ได้…คราวหน้าถ้าจะไปฉันจะบอกนายก่อน”  J รับปากในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอร้อง  ดวงตากลมโตมีประกายแห่งความปีติออกมาทันที…แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มก็ทาบทับลงมาปิดริมฝีปากบางอย่างแนบสนิท Hyde เบิกตากว้างกับการกระทำของชายหนุ่ม…สองมือพยายามดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่าง…ร่างเล็กบางเริ่มดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของอีกฝ่าย…แต่สัมผัสที่ได้รับก็อ่อนโยนนุ่มนวลผิดกับคราวก่อน  สองมือที่หมายจะดันให้ชายหนุ่มออกห่างก็เปลี่ยนมากำบิดเสื้อของอีกฝ่ายเอาไปแนบแน่น  ทำไม ? เขาถึงไม่รู้สึกรังเกียจเมื่อโดน J สัมผัส  เปลือกตาบางพริ้มลง  ใช้อารมณ์ความรู้สึกดื่มด่ำกับสิ่งที่ชายหนุ่มมอบให้  ปลายลิ้นอุ่นร้อนที่พยายามดุนดันให้อีกฝ่ายตอบสนองเริ่มเป็นผลเมื่อร่างเล็กเผยอริมฝีปากยินยอมให้ชายหนุ่มเข้ามากวาดชิมรสชาติหอมหวานได้ตามใจ  พร้อมกับส่งปลายลิ้นตามติดเมื่อโดนล่อหลอกให้ติดตาม  ทั้งคู่ดูดดื่มความหวานล้ำของกันและกันอย่างกระหาย  การตอบสนองของ Hyde ถึงแม้จะทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ  แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ในอกก็ร่ำร้องไม่ให้เขาหยุดการกระทำลง  J ยังคงดื่มด่ำความหอมหวานจากริมฝีปากบางอย่างมีความสุข  สองแขนตระกองกอดร่างเล็กแนบแน่นเหมือนจะไม่ยอมให้สัมผัสนี้หลุดลอยไป
“อื้อออ ~~” เสียงครางหวานหูที่ดังลอดออกมาจากลำคอของอีกฝ่าย  ทำให้ชายหนุ่มต้องยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย  Hyde หอบหายใจเบา ๆ ทันทีที่ J ถอนริมฝีปากออก  รสจูบเร่าร้อนแต่อ่อนโยนแทบทำให้เขาขาดใจ  ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดแก้มของกันและกัน  ทำให้ใบหน้างามของ Hyde ร้อนวูบขึ้นมาทันทีแต่โชคดีที่ภายในห้องมืดสนิท  J คงไม่รู้ว่าเขาหน้าแดง  ร่างเล็กก้มหน้าหลบสายตาอีกฝ่ายถึงแม้จะมืดแต่ Hyde ก็รู้ว่าสายตาคมกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา
“เอ่อ…อึ๊…” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบปิดลงมาอีกครั้ง  ได้พักหายใจเพียงเล็กน้อยความเร่าร้อนก็ถาโถมเข้ามาพัวพันอีกครั้ง  ไม่รู้ว่าระยะเวลาผ่านไปนานแค่ไหนในสมองปั่นป่วนจนไม่อาจขบคิดอะไรออก  ถึงจะมีความกลัวเพราะการกระทำที่ป่าเถื่อนเมื่อคราวก่อนฝังในจิตใจ  แต่ความอ่อนโยนที่ผิดแผกแตกต่างจากเมื่อครั้งนั้นลิบลับ  ทำให้ร่างเล็กไม่สนใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งร่างของทั้งคู่เปลือยเปล่าโลมไล้พันพันกันไม่ยอมห่างอยู่บนเตียงนุ่ม  ร่างเล็กแหงนเงยใบหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายได้ซุกไซร้สูดดมกลิ่นหอมหวานจากซอกคอขาวเนียนได้อย่างทั่วถึง  ปลายลิ้นอุ่นร้อนที่ลากไล้สัมผัสตั้งแต่ซอกคอขาว ไหล่บาง  จนมาถึงปลายยอดอก  สองแขนของ Hyde โอบรอบคอร่างสูงเอาไว้แนบแน่น  เม้มริมฝีปากเบา ๆ เมื่ออารมณ์ความรู้สึกถูกปลุกกระตุ้น
“อืมมมม…” เสียงครางหวานหูที่เจ้าตัวพยายามสะกดเอาไว้ดังลอดออกมาเบา ๆ ถึงแม้จะมีความรู้สึกกลัวอยู่นิด ๆ แต่ตอนนี้อารมณ์รักของ Hyde เริ่มครุกรุ่นขึ้นมาอย่างยั้งไม่อยู่  การเล้าโลมอย่างอ่อนโยนของอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กมีอารมณ์ร่วมได้ไม่ยาก  ริมฝีปากและปลายลิ้นเร่าร้อนของชายหนุ่มยังคงทำงานของมันอย่างต่อเนื่อง  ไล่ต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบช้า ๆ จน Hyde ต้องแขม่วท้องเกร็งตัวด้วยความรู้สึกปั่นป่วน  ซาบซ่าน
“อึก… อ้ะ…J “ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกครางเรียกชื่อชายหนุ่มเบา ๆ เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นฉ่ำชื้นที่เริ่มครอบครองตนเองช้า ๆ ปลายลิ้นนุ่มโลมไล้อย่างแผ่วเบา  ปลายเท้าจิกเกร็งกับพื้นเตียงนุ่มหยัดกายขึ้นสนองต่อสัมผัสเร่าร้อนที่ร่างสูงบรรจงมอบให้  Hyde บิดเร่าจนเอวบอบบางแทบขาด  สองมือกำบิดผ้าปูที่นอนแนบแน่นจนแทบทึ้งให้ขาดติดมือมา  ใบหน้างามส่ายไปมาพร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาตามโคนผม  เสียงฝนตกและเสียงฟ้าร้องที่ดังไม่หยุดอยู่ด้านนอกไม่อาจทำให้ความเร่าร้อนและสุขสมตอนนี้หยุดลง  ทั้งคู่ดูเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรือสิ่งที่จะตามมาขอเพียงให้ความสุขสมที่แสนทรมานดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด
“อ้ะ…” Hyde สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่เริ่มเข้ามาสำรวจจุดหมายปลายทางด้านหลัง  ชายหนุ่มสอดปลายนิ้วเข้าไปช้า ๆ อย่างอ่อนโยน  ความคับแน่นอบอุ่นและบีบรัดของช่องทางที่กำลังโอบรัดปลายนิ้วของเขาขณะนี้ยิ่งทำให้  J แทบคลั่ง  ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนที่กำลังบิดเร่าด้วยความทรมานที่แสนสุขสม  เสียงครางหวานเบา ๆ ที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากบาง  ถึงแม้ Hyde จะพยายามสะกดกลั้นเอาไว้แต่ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ว่าร่างเล็กมีอารมณ์รักท่วมท้นเอ่อล้นมากแค่ไหน  เขาปรารถนามากกว่านี้  อยากจะสัมผัส Hyde มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ปลายนิ้ว…ต้องการมากกว่านี้…
J ขยับถอดถอนปลายนิ้วออก  ยกขาเรียวบางข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า  ก่อนจะเริ่มต้นแทรกกายเข้าไปแทนที่อย่างรวดเร็วแต่เพราะ Hyde ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  จุดหมายปลายทางที่ชายหนุ่มตั้งใจจะเข้าไปยังไม่เปิดรับเต็มที่  ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวดวงตากลมโตคู่สวยเบิกโพลงเมื่อโดนความเร่าร้อนแข็งขึงที่ดึงดันจะเข้าไปในร่างเขาอย่างดื้อรั้น
“อ๊าาา ~~~ J เจ็บ!!” Hyde กรีดร้องเสียงหลงสองมือออกแรงดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่างไปทันที  ปลายเล็บจิกลงบนไหล่หนาอย่างแรง  น้ำตาใสเริ่มปริ่มออกมาคลอที่ดวงตาคู่สวย  ความเจ็บแปลบเริ่มแล่นเข้ามาแทนที่ความสุขที่ได้รับเมื่อครู่  J ชะงักการกระทำลงทันทีการที่อีกฝ่ายยังไม่พร้อมทำให้ความแข็งแกร่งแทรกกายเข้าไปได้ไม่มาก  แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าถอดถอนร่างออกมา
“ไม่ !! ปล่อย…ออกไป!!…กลัวแล้ว!! อย่า!! ” Hyde เริ่มโวยวายสองมือเริ่มดิ้นรน ทั้งทุบ ทั้งจิกไปที่ช่วงไหล่กว้างของ J อย่างรุนแรง…ภาพการกระทำอันป่าเถื่อนเริ่มแล่นเข้ามาในสมองเป็นลำดับ…ชายหนุ่มถอนหายใจแรงพยายามจับสองมือที่ผลักไสเขาให้ออกห่างกุมเอาไว้แน่น  เพราะความต้องการที่เกิดขึ้นในจิตใจจนไม่อาจควบคุมทำให้เขาเผลอตัวตัวทำรุนแรงกับร่างเล็กไปอีกแล้ว  ใบหน้าชายหนุ่มสลดลงเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะอ่อนโยนแต่เขากลับทำให้ Hyde กลัวขึ้นมาอีก  J ตัดสินใจกดข้อมือบางลงกับพื้นเตียงนุ่มก้มลงไปกระซิบกับร่างเล็กที่กำลังลนลานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ Hyde ใจเย็น ๆ ไม่ต้องกลัวนะ…” J พยายามปลอบเพื่อให้ร่างเล็กสงบลง  ริมฝีปากอุ่น ๆ ก้มลงไปจุมพิตที่หางตาจูบซับน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน  ก่อนจะเริ่มไล้ไปที่ข้างแก้ม  ซอกคอ  และใบหู
“ไม่ต้องกลัว…ฉันจะอ่อนโยน”  ชายหนุ่มให้คำสัญญาแม้จะยังไม่ได้ถอนกายออกมาแต่ก็ไม่ได้ขยับแทรกกายเข้าไปมากกว่าเดิมถ้าร่างเล็กยังไม่พร้อม  แรงขัดขืนจากข้อมือบางของอีกฝ่ายเริ่มลดลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นที่ดังคลอมาเบา ๆ J อมยิ้มขึ้นมาได้เล็กน้อยเมื่อร่างเล็กไม่ได้โวยวายออกมาอีก  ชายหนุ่มจับสองแขนของ Hyde ให้โอบรอบคอตนเองไว้เป็นหลัก…ก้มลงไปซุกไซร้ขบเม้มที่ซอกคอขาว  เลื่อนมาที่ปลายยอดอกไล่วนอยู่นาน  จนเริ่มได้ยินเสียงครางหวาน ๆ ดังลอดออกมาจากปากของอีกฝ่ายเบา ๆ J เลื่อนริมฝีปากขึ้นไปทาบทับประกบจูบอย่างเร่าร้อน  ส่งปลายลิ้นเข้าไปพัวพันปลุกกระตุ้นอารมณ์รักของร่างเล็กให้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง  Hyde หลับตาพริ้มค่อย ๆ ผ่อนคลายเปิดรับสัมผัสเร่าร้อนนั้นอย่างเต็มใจ  เมื่อเห็นว่าร่างข้างใต้ไม่มีอาการขัดขืนชายหนุ่มจึงค่อย ๆ แทรกกายเข้าไปสัมผัสความอบอุ่น คับแน่นของร่างเล็กช้า ๆ
“อุ…อึก…” ร่างเล็กผละริมฝีปากออกทันทีเมื่อรู้สึกว่าความแข็งขึงค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาในกายเขาช้า ๆ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นแม้จะรู้สึกเจ็บอยู่นิด ๆ แต่การกระทำที่อ่อนโยนก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย  ความเจ็บปวดจากความดึงดันเมื่อครู่เริ่มหายไป  ความรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนใจเริ่มเข้ามาแทนที่ช้า ๆ ไม่กล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองเริ่มมีความสุขจากการกระทำของอีกฝ่าย  สองแขนของ Hyde โอบกอดแผ่นหลังกว้างเอาไว้แนบแน่นดึงเข้ามาแนบชิดจนไร้ระยะห่าง  การเริ่มต้นเคลื่อนไหวช้า ๆ ของ J ทำให้ร่างเล็กแทบสะกดกลั้นอารมณ์รักเอาไว้ไม่อยู่
“อื้ออ ~~ อ้ะ…อาาาา…” เสียงครางด้วยความสุขสมดังลอดออกมาจากริมฝีปากของร่างเล็ก  ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าร่างข้างใต้มีความสุขมากขนาดไหนกับสิ่งที่เขากำลังปรนเปรอให้  J เริ่มเคลื่อนไหวเร่าร้อนรุนแรงขึ้นเป็นลำดับด้วยอารมณ์รักที่ครุกรุ่นจนแทบจะมอดไหม้อยู่ภายในอกตนเอง  ชายหนุ่มวางอุ้งมือกอบกุมบีบเคล้นแก่นกายของร่างเล็กช่วยกระตุ้นอารมณ์รักร้อนแรงของ Hyde ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม   ร่างเล็กบิดกายด้วยความร้อนเร่าที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง…เสียงครวญครางดังมากขึ้นเรื่อย ๆเมื่อไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์รักเอาไว้ได้อีกแล้ว 
 
ทุกอย่างถูกดำเนินไปตามอารมณ์ความรู้สึกที่ท่วมท้นออกมาจากใจคนทั้งสอง  และเมื่อความปรารถนาและความเร่าร้อนเดินทางมาถึงที่สุดของจุดหมายปลายทางที่แสนสุขสม  ทำนบอารมณ์พังทลาย  ชายหนุ่มปลดปล่อยทุกอย่างเข้าไปในตัวร่างเล็กบางไม่มีเหลือพร้อมกับเสียงครางยาวลึกเมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์ 
 
Hyde หอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามใบหน้างามที่แดงก่ำเพราะตนเองก็เดินทางไปถึงจุดหมายพร้อม ๆ กับชายหนุ่มเช่นกัน  J ประคองใบหน้าของร่างเล็กขึ้นระดมจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า…ความไม่เข้าใจในจิตใจของตนเองเริ่มมากขึ้นทุกที…เขารู้สึกยังไงกับ Hyde กันแน่…การกระทำเมื่อกี้ไม่ได้เริ่มขึ้นเพราะอารมณ์โกรธ เกลียด  หรืออยากทำลายอีกฝ่าย…
 
แล้วมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ?
 
J ขยับถอนกายออกมาช้า ๆ ถึงกระนั้นก็ยังทำให้ร่างเล็กต้องนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ชายหนุ่มทิ้งกายลงนอนเคียงข้างหอบหายใจเบา ๆ เหมือนพยายามจะตั้งสติกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่…ชักเริ่มไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง  J ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาหยิกหน้าตัวเองเบา ๆ รู้สึกเจ็บ…งั้นสิ่งที่เกิดเมื่อกี้ก็ไม่ใช่ความฝัน  และเขาก็ไม่ได้ใช้กำลังขืนใจ Hyde เหมือนเมื่อสองครั้งแรก  เป็นการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย…
 
แล้วทำไม ? Hyde ถึงยอม…
 
J เหล่มองร่างเล็กที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ข้าง ๆ Hyde นอนตะแคงหันหลังให้เขา…ไม่แน่ใจว่าหลับไปหรือยัง…ชายหนุ่มเอื้อมมือหมายจะพลิกร่างอีกฝ่ายให้หันกลับมา…แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้า
…ด้าน Hyde หลังจากที่ชายหนุ่มถอนกายออกไปและทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง  ร่างเล็กก็รีบหันหลังให้อีกฝ่ายทันที  ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป…เขายอมให้ J กอดไปแล้ว…ถึงจะมีการขัดขืนบ้างเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มดึงดันจะเข้ามาทั้ง ๆ ที่เขายังไม่พร้อม…แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ขัดขืนอีก…กลับรู้สึกมีความสุขมากด้วยซ้ำกับการกระทำของ J
 
ทำไม ? เป็นอย่างนั้น…ทำไม ? อยู่ดี ๆ ถึงยอม…
 
Hyde นอนลืมตาโพลงในความมืดไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ จะหันหลังกลับไปมองคนที่กกกอดเขาเอาไว้เมื่อครู่ก็ไม่กล้า…ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อคิดไปถึงเรื่องเมื่อกี้  ผิวกายเปลือยเปล่าที่สัมผัสกันยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นของอีกฝ่ายที่ติดอยู่บนร่างเขา…ในวินาทีนั้นร่างเล็กก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงวงแขนแกร่งของร่างสูงพาดมาโอบร่างเขาเอาไว้แน่นดึงรั้งให้เข้าไปแนบชิดกับแผ่นอกกว้างจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย  Hyde หลับตาแน่นไม่ยอมที่จะหันไปเผชิญหน้ากับ J …ก่อนจะรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่น ๆ จุมพิตเบา ๆ ที่ไหล่เนียนและซอกคอ
“หลับแล้วเหรอ…” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูพร้อมกับริมฝีปากที่ไล่วนนัวเนียอยู่ที่ใบหูและข้างแก้ม  ใบหน้างามร้อนวูบขึ้นมาทันทีด้วยความอาย…ถ้าไม่เพราะความมืดที่ครอบคลุมไปทั่วห้อง J ต้องสังเกตได้แน่ ๆ ว่าเขาหน้าแดง…ร่างเล็กไม่ยอมตอบคำถามแต่แกล้งหลับตานิ่ง ๆ ทำท่าเหมือนคนนอนหลับสนิทไปแล้ว…แต่หัวใจกลับเต้นจนผิดจังหวะ…เสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังออกมาจากร่างที่ตระกองกอดเขาจากด้านหลัง เมื่อร่างในอ้อมกอดไม่ตอบสนองต่อคำถาม  J แนบริมฝีปากไปจุมพิตเบา ๆ ที่เส้นผมนุ่มของร่างเล็ก
“ราตรีสวัสดิ์” เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูก่อนจะรู้สึกว่าชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนที่หมอนใบนุ่ม  แต่วงแขนแกร่งยังไม่ได้ถูกยกออกไปจากร่างเล็ก  Hyde ลืมตาโพลงขึ้นทันที…ตื่นเต้นจนเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาข้างนอก…นอนนิ่ง ๆ อีกสักพักจนเมื่อเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของ J ทำให้ร่างเล็กเดาได้ไม่ยากว่าชายหนุ่มคงจะหลับไปแล้ว Hyde ขยับลูบฝ่ามือไปที่หลังมืออีกฝ่ายที่เข้ามาโอบกอดตัวเองเบา ๆ ดึงเข้ามากอดแน่นพร้อมกับขยับเบียดแผ่นหลังให้แนบชิดกับแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย…ถึงจะยังไม่เข้าใจ…แต่การได้นอนซุกตัวในอ้อมกอดของ J ก็อบอุ่นมีความสุขเหลือเกิน  ไม่นานร่างเล็กก็ผลอยหลับตามไปอีกคน
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
 
 
TBC.
 
 

Love Punish 17

17
 
 
อาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นวันนั้นมาจากฝีมือของ Hyde ทั้งสิ้น  J ไม่ได้พูดหรือถามอะไร  เมื่อถึงเวลาชายหนุ่มก็เดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร  ทั้งคู่ต่างนั่งลงกินอาหารตรงหน้าของตนไปเงียบ ๆ  ไม่มีคำพูดใด ๆ ระหว่างกัน  หากทุกครั้งที่สายตาเหลือบมองเห็นอีกฝ่าย  ต่างก็พบว่าอีกฝ่ายก็แอบมองตนอยู่ด้วยเช่นกัน 
กลางดึกคืนนั้น   Hyde นอนหันหลังให้อีกฝ่าย  ความรู้สึกปั่นป่วนสับสนรบกวนจาง ๆ อยู่ในใจ  ทำให้ไม่อาจข่มตาหลับลงได้  เสียงการเคลื่อนไหวเบา ๆ จากอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่าชายหนุ่มก็ยังนอนไม่หลับเช่นกัน   เปลือกตาบางรีบปิดลงอย่างรวดเร็ว  เมื่อรู้สึกถึงที่นอนข้างกายยุบลง  จากการชะโงกตัวมามองของชายหนุ่มทางด้านหลัง  ลมหายใจอุ่น ๆ กรุ่นรดอยู่ข้างแก้ม  ร่างเล็กแทบจะต้องกลั้นหายใจด้วยความกลัว  ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าลมหายใจนั้นหายไปแล้ว  เพราะอีกฝ่ายล้มตัวลงนอนอีกครั้งนั่นเอง  ร่างเล็กลอบระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ  วินาทีเดียวกันนั้น  ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเมื่อลำแขนแกร่งของชายหนุ่มที่นอนอยู่ด้านหลังก็วางพาดเอวบางพร้อมกับขยับร่างเข้ามาแนบชิดทันที  แม้เวลาตื่นนอนมาจะพบว่าตนเองอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย  หากเขาก็ยังไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกตอนถูกกอดทั้งที่ยังไม่ได้หลับแบบนี้ 
“ราตรีสวัสดิ์”  เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู  อ่อนโยนนัก  ทำให้ผู้ฟังที่นอนตัวเกร็งด้วยความกลัวอยู่เมื่อครู่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด  เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆ  เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหลังช่วยขับกล่อมให้ร่างเล็กจมลงสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่รู้ตัว 
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
เสียงเกลียวคลื่นที่ซัดสาดอยู่ไม่ไกล  พร้อมกับแสงแดดแผดแรงที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องสร้างความระคายให้ผู้ที่นอนอยู่จนต้องลืมตาตื่นขึ้น  ความอบอุ่นที่ได้รับไม่เหมือนเช่นทุกเช้า  ร่างเล็กไม่ได้ถูกพันธนาการไว้ในอ้อมกอดของใครคนหนึ่งเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา   ดวงตากลมโตเหลียวมองไปรอบกายช้า ๆ  ที่นอนข้างกายว่างเปล่า  ไม่มีไออุ่นหลงเหลืออยู่ให้สัมผัสได้  บ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายลุกออกไปจากที่นี้นานแล้ว 
Hyde ยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ  รับรู้ได้เป็นอย่างแรกก็คือเวลานี้ต้องสายมากแล้วแน่ ๆ   แสงแดดที่เห็นไม่ใช่แสงแดดยามเช้า  นึกแปลกใจขึ้นมาครามครัน   J ปล่อยให้เขานอนตื่นสาย  ขนาดเวลาไม่สบายก็ยังเรียกให้ลุกขึ้นมาทานข้าวแต่เช้า  ดวงตากลมโตมองกวาดไปทั่วห้องช้า ๆ  ก่อนจะสะดุดลงที่โต๊ะเขียนหนังสือที่มุมห้อง  มีกล่องใส่อาหารตั้งอยู่สามกล่อง  ภายในที่เห็นคือพวกข้าวปั้น  และพวกอาหารเหมือนเวลาไปปิกนิก  กระติกน้ำที่ธรรมดาเคยตั้งอยู่ประจำในครัวอีกหนึ่งกระติก   อะไรบางอย่างวาบขึ้นในความคิดทันที  ร่างเล็กพุ่งปราดไปที่ประตูห้องอย่างรวดเร็ว  ประตูถูกล็อคอยู่จากภายนอกอย่างที่กลัวจริง ๆ 
“ขังฉันไว้ทำไม  นี่  เปิดนะ  มาขังฉันไว้ทำไม  ฉันไม่ได้คิดหนีนะ  ปล่อยฉันออกไป”  Hyde ตะโกนเรียกชายหนุ่มที่เป็นผู้ขังตนเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกปวดร้าว  ทำไม ?  ทำไมนายต้องทำกับฉันแบบนี้  คำถามวนเวียนไปมาอยู่ในใจ  ความอบอุ่นหลายวันที่ผ่านมามันคืออะไร  นายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ 
Hyde หยุดมือที่ทุบประตูลงในที่สุด  ร่างเล็กละจากตรงนั้นวิ่งไปดูที่หน้าต่างทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า  จากหน้าต่างสามารถมองเห็นที่ที่ชายหนุ่มจอดเรือเอาไว้ได้  ทันทีที่มองออกไป  ร่างเล็กก็ทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงพลางปล่อยเสียงสะอื้นออกมาทันที  เรือไม่อยู่แล้วจริง ๆ  นายไปไหน!!???
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
J ก้าวเท้าลงจากเจ้าไวเปอร์คันงามของตนอย่างรีบเร่ง  นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นดูเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้  ความรู้สึกนึกคิดคอยจะลอยกลับไปหาใครคนหนึ่งที่ตนทิ้งไว้ที่เกาะเพียงลำพังอยู่ตลอดเวลา  เมื่อเช้าเขาลุกขึ้นมาเตรียมอาหารใส่กล่องไว้ให้ฝ่ายนั้นได้ทานอย่างพอเพียงทั้งสามมื้อ  ในขณะที่ของเจ้าเหมียวก็ไม่ลืมที่จะจัดการไว้แล้วเช่นกัน   ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถด้านข้างคนขับ  อุ้มตุ๊กตา Totoro ขนาดยักษ์ออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก   อาจด้วยขนาดของมัน  ทำให้ระหว่างทางที่จะเดินไปยังห้องพักผู้ป่วย  เขาจึงตกเป็นเป้าสายตาจากทุกคน  ชายหนุ่มจึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว  เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วว่าต้องมาเยี่ยม Ino ให้ได้   หลังจากผัดผ่อนมาหลายวันเพราะ  Hyde ป่วย   ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจจะมาวันนี้ให้ได้  อาจเป็นเพราะเมื่อคืน  Hyde ดูเป็นปกติขึ้นมากแล้ว  ไม่มีอาการหวาดผวาหรือสะดุ้งตื่นตอนกลางดึกแม้แต่น้อย  เขาจึงวางใจที่จะปล่อยฝ่ายนั้นไว้ตามลำพังเพื่อจะมาเยี่ยมเพื่อนรักที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่เสียที  
ความรู้สึกผิดพลุ่งขึ้นทันทีที่พาตนเองเดินเข้ามาในห้องพักของเพื่อนได้ในที่สุด  ผิดที่ระหว่างมาเยี่ยมเพื่อน  ตนกลับยังไปคิดเป็นห่วงเป็นใย  คนที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนของเขาต้องมานอนอยู่เช่นนี้  
J สะบัดหัวไล่ความคิดเกี่ยวกับร่างเล็กออกไปอย่างรวดเร็ว  ก้าวยาว ๆ ตรงไปยังเตียงนอนคนไข้ทันที   เพื่อนร่างบางนอนหลับตาสงบนิ่งเหมือนเช่นครั้งสุดท้ายที่เขาจากไป  สายระโยงระยางที่เห็นอยู่ยิ่งทำให้รู้สึกสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก  ตุ๊กตา  Totoro ของเล่นที่โปรดปรานของเพื่อนถูกนำมาวางไว้ข้าง ๆ กาย 
“Ino   ฉันเห็นนายนอนนานแล้ว  คงจะเบื่อแย่  วันนี้ฉันเลยเอา  Totoro มาให้นาย  หวังว่านายจะชอบนะ”  J พยายามพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง  หากแต่เสียงที่ออกมาก็ยังคงโศกเศร้าอย่างปิดไม่มิด  
“Ino  ฉัน  กำลังจัดการกับคนที่ทำให้นายเป็นแบบนี้อยู่  ฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องเป็นฝ่ายทรมานอยู่ฝ่ายเดียวแน่  จนกว่านายจะฟื้น  หมอนั่นถึงจะเป็นอิสระจากฉัน”  มือแกร่งจับมือของเพื่อนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบรอบตัวตุ๊กตาที่วางอยู่บนร่างของคนที่นอนอยู่อย่างนึกสนุก  ภาพเพื่อนหน้าหวานที่ชอบนอนกอดเจ้า Totoro ประหลาดนี่  ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง 
J ยืนมองภาพที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นตรงหน้าอย่างพอใจ  แม้มันจะไม่ใช่ความจริง  แต่มันก็ช่วยให้เขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก  ในขณะที่มองอยู่นั้นเอง   คิ้วเรียวเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว   มือของเพื่อนที่กอดตุ๊กตาอยู่  เหมือนมีการเคลื่อนไหว   J รีบเพ่งมองอีกครั้งด้วยความยินดี  นิ้วมือเรียวยาวนั้น  ขยับให้เห็นเล็กน้อยจริง ๆ 
“Ino   Ino  ได้ยินที่ฉันเรียกมั้ย  ลืมตาสิ  เพื่อน  Ino”  J ส่งเสียงเรียกเพื่อนอย่างยินดี  เขาไม่ได้ตาฝาดไป  Ino ขยับนิ้วมือจริง ๆ  
เสียงเปิดประตูห้องคนไข้ทำให้ J รีบเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงบอกเล่าอย่างยินดี 
“มากันแล้วเหรอ  Shinya  Sugi  Ryu พวกนายมาดูนี่เร็ว  Ino ขยับนิ้วได้แล้ว  มาดูสิ  เร็ว”  สิ้นเสียงบอกของ J ทุกคนก็รีบเข้าไปมุงดูกันอย่างตื่นเต้น  แต่  กลับไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรแบบที่ J บอกให้เห็นแม้แต่น้อย  เพื่อนแต่ละคนได้แต่มองหน้ากันไปมาอย่างแปลกใจ   ในขณะที่ J กลับหัวเราะออกมาเบา ๆ 
“นายนี่มันขี้เกียจจริง ๆ Ino ขยับนิ้วแค่นั้นก็เมื่อยแล้วเหรอเพื่อน”  J บ่นเบา ๆ  ดึงตุ๊กตามาตั้งไว้ข้างตัวเพื่อน  ถึงคนอื่นจะไม่เห็น  แต่เขาก็แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไปแน่  Ino ขยับนิ้วมือแล้วจริง ๆ    ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข  จากนั้นเพื่อนสี่คนที่ไม่ได้พบกันนานก็พูดคุยถามไถ่กันถึงเรื่องต่าง ๆ อย่างคิดถึงจนแทบจะลืมเวลา   J พยายามเลี่ยงหลายต่อหลายครั้งเมื่อเพื่อน ๆ พากันถามว่าเขาไปอยู่ที่ไหน  ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา   ชายหนุ่มก็ได้แต่บอกปัดว่าไปพักผ่อน  ทำเอาเพื่อนพากันส่ายหน้าด้วยความเซ็ง 
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
J หาโอกาสบอกลาเพื่อน ๆ ได้ในที่สุด  เมื่อทุกคนพากันเมาพับจนไม่มีใครสนใจลากตัวเขาไว้อีก   ชายหนุ่มก็รีบบึ่งรถตรงไปที่ท่าเรืออย่างรวดเร็ว  ระหว่างทางที่มาท้องฟ้าก็เริ่มแปรปรวนมากขึ้นทุกที   ทำให้ชายหนุ่มยิ่งเร่งความเร็วขึ้นอีกด้วยความกังวล  ในที่สุดก็มาถึงท่าเรือจนได้   J รีบยกข้าวของที่ซื้อหามาเพิ่มเพื่อจะใช้ที่เกาะเดินตรงไปที่เรืออย่างรวดเร็ว 
“เฮ้ !! พ่อหนุ่มนั่นนายจะไปไหน” เสียงชายชราที่คุมท่าเรืออยู่ตะโกนถามเมื่อเห็น J กำลังจะก้าวขึ้นเรือ
“ออกเรือ” J ตอบสั้น ๆ พร้อมกับกระโดดลงไปในเรือ…ขยับเดินไปท้ายเรือเพื่อถอนสมอออกอย่างรวดเร็ว
“จะออกเรือไปตอนนี้นี่นะ…ไม่เห็นเหรอพายุกำลังมา…ถ้าไปโดนพายุกลางทะเลจะเป็นอันตราย…รอให้สภาพอากาศดีกว่านี้ค่อยออกไปก็ได้” ผู้คุมท่าเรือพยายามอธิบายให้ชายหนุ่มเปลี่ยนใจที่จะออกทะเลเวลานี้  J เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดทะมึนมาแต่ไกล…ใจจริงก็ไม่อยากเสี่ยงออกทะเลไป…แต่คนที่เขาทิ้งให้อยู่ตามลำพังบนเกาะนี่สิ…ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง
“ผมจำเป็นต้องไป”  J ตอบพร้อมกับเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์หันหางเสือมุ่งออกสู่ทะเลไปทันทีโดยที่ไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ จากผู้คุมท่าเรือ
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 
 

Love Punish 16

16
 
ตกค่ำของวันนั้นหลังจากที่เอาข้าวและยาให้ Hyde กินเรียบร้อย  J ออกมานั่งเล่นกีตาร์โปร่งอยู่ที่ชานบ้านเพื่อผ่อนคลายอารมณ์โดยมีเจ้าแมวขนทองตามมาคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ เสียงกีตาร์วนเวียนเล่นเพลงเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อคิดถึงเพื่อนรัก…การแก้แค้นแบบนี้ถูกต้องรึเปล่า…Ino ?…ตอนนี้คนที่ทำให้นายต้องไปนอนอยู่อย่างนั้น  ลนลาน  หวาดผวา  แทบจะเรียกได้ว่าเสียสติไปแล้ว  ทั้ง ๆ ที่น่าจะดีใจแต่ทำไมถึงไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย… J นั่งขบคิดถึงสิ่งที่เขาทำ  เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลที่มืดสนิท  มีเพียงเสียงลมและเกรียวคลื่นที่ซัดมากระทบชายฝั่ง  ชายหนุ่มวางกีตาร์ลงก่อนจะอุ้มเจ้าเหมียวที่นอนอยู่แทบเท้าขึ้นมาไว้บนตัก  ลูบขนนุ่มละเอียดสีทองเล่นเบา ๆ นั่งเหม่อมองทะเลปลดปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อยอยู่นาน…ความง่วงก็เริ่มเข้ามารบกวน  J อุ้มเจ้าเหมียวเดินกลับเข้ามาในบ้านก่อนจะวางลงที่โซฟาในห้องรับแขก  โดยที่ตัวเองเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเช่นทุกคืน 
…เมื่อเปิดประตูเข้ามาชายหนุ่มเดินไปทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง  ถอนหายใจเบา ๆ ชำเลืองมองร่างเล็กนิดหน่อยก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาลดไข้…แต่แล้ว  กลางดึกคืนนั้น  J ก็ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเมื่ออีกครั้ง เพราะ Hyde เริ่มมีอาการเพ้อและพึมพำอะไรออกมาโดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติอีกเช่นเคย  ร่างเล็กเริ่มกระสับกระส่ายร่างกายสั่นเทาเหมือนหวาดกลัวบางอย่าง  J เอื้อมมือเข้าไปสัมผัสร่างบางเบา ๆ ค่อย ๆ ดึงให้เข้ามาในอ้อมกอด  ลูบไล้ไปที่เส้นผมอย่างอ่อนโยนพยายามปลอบอีกฝ่ายให้หายกลัว  จนเมื่อเห็นว่า Hyde สงบลงมากและหลับสนิทไปแล้วชายหนุ่มจึงปิดเปลือกตาของตนลงได้ 
…รุ่งเช้าวันถัดมาร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย  ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้คร้านที่จะลืมตาตื่น  แต่สัมผัสของเลือดเนื้อและผิวกายอบอุ่นที่โอบรัดร่างเขาอยู่ตอนนี้ทำให้ Hyde ต้องลุกขึ้นออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและการเคลื่อนไหวของร่างเล็กก็ทำให้  J รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเช่นกัน
“อย่านะ !! “ Hyde ขยับถอยหนีไปจนชิดหัวเตียงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้ว  อาการหวาดกลัวลนลานของร่างเล็กที่ยังไม่ยอมหายทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเกิดความสงสารขึ้นมาจับใจ  แต่จะทำอะไรได้  ในเมื่อคนที่ทำให้ Hyde ต้องเป็นแบบนี้คือเขานั่นเอง    J ถอนหายใจเล็กน้อยผุดลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายยิ่งกลัวเมื่ออยู่ใกล้เขา  ชายหนุ่มผละออกมาล้างหน้าล้างตา  อาบน้ำเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น  ก่อนจะจัดการหาอาหารให้ตัวเองและเจ้าเหมียวขนทองที่เดินมาคลอเคลียไม่ได้ห่างตั้งแต่เขาออกมาจากห้องนอน…เมื่อจัดการอาหารของตัวเองเรียบร้อย  J ก็ยกข้าวต้มร้อน ๆ เข้าไปให้ร่างเล็กที่อยู่ในห้องนอน  Hyde สะดุ้งเล็กน้อย  หลังจากนั่งเหม่ออยู่บนเตียงมาตลอด  ตั้งแต่ตอนที่ J ออกไปจนกลับเข้ามาพร้อมข้าวต้มในมือ…ชายหนุ่มทรุดลงนั่งเคียงข้างไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรตามเคย   ค่อย ๆ ตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าเบา ๆ พลางยื่นให้อีกฝ่าย  Hyde ยอมอ้าปากกินแต่โดยดี…บอกกับตนเองว่า  ถ้าไม่ขัดใจอีกฝ่ายเรื่องที่เขากลัวจะได้ไม่เกิดขึ้นมาอีก…
เมื่อเห็นว่าร่างเล็กกินข้าวเรียบร้อยแล้ว  J ก็ยื่นยาสำหรับทานหลังอาหารให้ซึ่ง Hyde ก็ยอมรับมาอย่างว่าง่าย   เมื่อดื่มน้ำตามเรียบร้อยร่างเล็กก็รีบล้มตัวลงนอนหันหลังให้อีกฝ่ายทันที  ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินออกมาจากห้องพยายามจะไม่เข้าใกล้อีกฝ่ายถ้าไม่จำเป็นเพราะยิ่งเห็นท่าทางของ Hyde ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด…
…แต่พอตกกลางคืน  J ที่ตัดสินใจว่าจะนอนอยู่ข้างนอกเพราะไม่ต้องการทำให้  Hyde กลัวอีก    ก็กลับต้องรีบเปิดประตูห้องนอนเข้าไปดูเมื่อได้ยินเสียงโวยวายไม่ได้สติของอีกฝ่าย  เขาไม่รู้ว่าภาพในความฝันของ Hyde จะเลวร้ายขนาดไหน…และไม่รู้ว่าเมื่อไรความหวาดกลัวที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจจะจางหายไป   ที่ชายหนุ่มทำได้  ก็เพียงโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่นลูบไปที่ศีรษะเบา ๆ เพื่อปลอบโยน…และทุกครั้งที่เขากอดร่างเล็กเอาไว้  Hyde ก็จะสงบลงไม่มีอาการหวาดผวาขึ้นมากลางดึกอีก
…จากนั้นมา  ทุกเช้าเมื่อ Hyde ลืมตาตื่นก็จะพบว่าตัวเองนอนซบอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่ม  และเป็นตัวเขาเองที่กอด J เอาไว้แน่น  ความรู้สึกหวาดกลัวที่มีต่ออีกฝ่ายเริ่มลดน้อยลง  ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ J ปฏิบัติต่อเขาทำให้จิตใจสงบลงได้มาก  และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัวตื่น Hyde ก็จะรีบหลับตาลงเพื่อไม่ให้ J รู้ว่าเขาตื่นก่อน…
ชายหนุ่มสะบัดหัวนิดหน่อยเพื่อไล่ความง่วงงุน…แต่พอขยับจะลุกออกไปก็รู้สึกว่ามีอะไรหนัก ๆ ทับอยู่แผ่นอกกว้างของตัวเอง  J อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของเขา  ปลายนิ้วเรียวไล้ไปที่เส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน  ก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมนเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจแรงออกมา  เมื่อไม่เข้าใจการกระทำของตน  ทำร้าย Hyde ด้วยมือตัวเอง…แต่ตอนนี้กลับมาดูแลอีกฝ่ายอย่างดี…
มันต้องเป็นความรู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำของตัวเองเท่านั้น…ไม่ใช่ความรู้สึกอย่างอื่น  J รีบปฏิเสธความคิดฟุ้งซ่านที่เริ่มเข้ามาอิทธิพลต่อหัวใจออกอย่างรวดเร็ว   ก่อนจะขยับให้ร่างเล็กนอนดี ๆ แล้วตัวเองผุดลุกออกมา… Hyde เปิดเปลือกตาขึ้นมองทันทีเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูพลางยกปลายนิ้วขึ้นลูบไปที่หน้าผากตัวเองเบา ๆ ทำไมถึงไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือหวาดกลัว  ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจตัวเองใช้ฝ่ามือลูบไปบนพื้นเตียงนุ่มที่เมื่อครู่ชายหนุ่มนอนอยู่  ความรู้สึกอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายยังคงหลงเหลืออยู่ไม่จางหายไป 
“ออกมาทำไม ? เดี๋ยวฉันก็จะยกข้าวไปให้กินในห้องเอง”  J เอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็น Hyde เดินเข้ามาหาเขาในครัว  ชายหนุ่มตักข้าวต้มใส่ชามที่เตรียมไว้เพื่อจะเอาไปให้อีกฝ่ายกินในห้อง    ร่างเล็กยังไม่ตอบคำถามแต่เดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะกินข้าว…โดยมีเจ้าเหมียวขนทองเดินมาคลอเคลียที่ขาทันทีที่  Hyde นั่งลง 
“ฉันแค่อยากออกมา…นอนอยู่แต่ในห้องมาตั้งหลายวันแล้ว”  ร่างเล็กอธิบายโดยที่ไม่ยอมมองสบตากับอีกฝ่าย  ซึ่ง J ก็พอเข้าใจก่อนจะเดินเข้ามาวางชามข้าวต้มลงตรงหน้าอีกฝ่าย  อาการเบี่ยงตัวหนีโดยอัตโนมัติของอีกฝ่ายเมื่อเขาเข้าใกล้  ทำให้ชายหนุ่มพอจะรู้ว่า Hyde คงจะยังหวาดระแวงในตัวเขาอยู่  แม้จะไม่มากเหมือนเมื่อแรก  แต่มันก็ยังคงมีอยู่ 
“นี่ยา” J เอ่ยสั้น ๆ พร้อมกับวางยาสำหรับต้องกินหลังอาหารไว้ข้าง ๆ ชามข้าวต้ม  ก่อนที่ตัวเองจะยกจานอาหารเช้าและกาแฟออกไปนั่งกินที่ชานบ้านด้านนอก…เพื่อไม่ให้ Hyde ต้องระแวง  การที่เขาไม่อยู่ใกล้ ๆ คงจะดีกว่า  ร่างเล็กหันมองตามเล็กน้อย  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมแม้แต่จะอยู่เผชิญหน้ากับเขา  Hyde หันมาตักข้าวต้มเข้าปากช้า ๆ รสชาติอร่อยถูกปาก…จริง ๆ ตัวเองก็ทำอาหารเก่งแท้ ๆ ทำไมถึงชอบมาใช้ให้เขาทำ
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“เอ่อ…” เสียงอึกอักของ Hyde ทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว  ร่างเล็กหยุดยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าบ้าน…ทั้งร่างสวมใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขาเพียงตัวเดียว
“มีอะไร ?”  J ถามสั้น ๆ พร้อมกับหันหน้ากับมาไม่ยอมมองสบตาหรือมองเรือนร่างของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมา
“ฉ…ฉันอยากอาบน้ำ…แต่…” Hyde พยายามจะอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ  แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องการพูดคุยกับ J ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากลำบากกว่าแต่ก่อน  โดยที่ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดต่อชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเดินกลับเข้ามาในบ้านหยิบเอาเสื้อผ้าที่เขาซื้อเตรียมไว้ให้ Hyde ออกมาพร้อมกับยื่นส่งไปให้  ร่างเล็กลังเลเล็กน้อยที่จะยื่นมือออกไปรับแต่สุดท้ายก็ยอมรับมาโดยดี  ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามือแกร่งของชายหนุ่มติดตามเข้าสัมผัสที่หน้าผากของเขา
“ท่าทางคงไม่มีไข้แล้ว…แต่ถ้ายังอยากจะนอนพักฉันก็ไม่ว่า” J เอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับชักมือกลับมาอย่างรวดเร็วเดินผ่านร่างเล็กกลับออกไปนั่งที่ชานบ้านตามเดิม  อดโล่งใจไม่ได้ที่  Hyde มีอาการดีขึ้น
…ร่างเล็กผละมาอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำและเมื่อถอดเสื้อเชิ้ตออกจากร่าง  Hyde จ้องมองเงาร่างตัวเองในกระจก  ร่องรอยเขียวช้ำต่าง ๆ ตามร่างกายยังปรากฏให้เห็นถึงแม้จะจางลงมากแล้วก็ตาม  แต่มันก็เหมือนเป็นเครื่องหมายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างเป็นเรื่องจริง  ร่างเล็กซบหน้าลงกับเข่าขณะที่นั่งแช่น้ำในอ่าง  การกระทำที่ป่าเถื่อนโหดร้ายของ J เมื่อตอนนั้นเป็นเรื่องจริง  แต่ความอ่อนโยนที่มีให้เขาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องจริง  Hyde กัดริมฝีปากแน่นพยายามสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป  ก่อนจะรีบลุกออกจากอ่างน้ำอย่างรวดเร็วเพราะ J ไม่ชอบให้เขาเข้ามาอาบน้ำนาน ๆ เมื่อจัดการเช็ดทำความสะอาดร่างกายเรียบร้อย 
 
Hyde ก็ผละมาเลือกเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายหามาให้และเมื่อเอาออกมาพิจารณามันมีทั้งชั้นในเสื้อเชิ๊ตเสื้อยืดกางเกงเนื้อผ้าเบาสบายแบบที่ต้องมัดปมที่เอว  ร่างเล็กเลือกเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวออกมาสวมใส่  เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อย  Hyde ก็เดินออกมาข้างนอกเหลือบมองไปที่ชานบ้านก็ไม่เห็นชายหนุ่มผมทองนั่งอยู่  ร่างเล็กจึงเดินออกมามองหาแล้วก็ไปสะดุดตากับร่างสูงที่นอนเล่นอยู่ในเปลญวนอีกมุมหนึ่งของระเบียงบ้านโดยมีเจ้าแมวขนทองนอนหลับอยู่บนอกอุ่น ๆ ของชายหนุ่ม  และเมื่อเดินเข้าไปพิจารณาทั้งคนทั้งแมวก็นอนหลับสนิทไปแล้ว  การที่ต้องคอยดูแลเขาคงทำให้ J พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ถึงได้มาแอบงีบกลางวันอยู่แถวนี้  Hyde เดินกลับเข้าไปในบ้านเตรียมอาหารกลางวันไว้เผื่อ  J ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะได้กิน
…J สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโครมครามจากภายในครัว  ไม่รู้ว่าตัวเองงีบหลับไปนานแค่ไหน  แต่เจ้าเหมียวที่นอนอยู่กับเขาก็หายไปแล้ว…ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเปลพลางเร่งฝีเท้าเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว  ช่วงขาเพรียวยาวชะงักค้างอยู่ที่หน้าประตู…  ยืนแอบมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ   Hyde กำลังหัวเราะพร้อมกับไล่จับเจ้าเหมียวที่ดูท่าว่าจะเพิ่งขโมยอะไรสักอย่างไปกินเป็นแน่ 
“J!!  มานี่เลย  ทำไมทำแบบนี้  เย็นนี้อดกินข้าวแน่  คอยดู”  Hyde  คาดโทษเจ้าเหมียวที่เวลานี้กระโดดขึ้นไปนอนเลียขาเลียขนอย่างสบายอารมณ์อยู่บนตู้เก็บของในครัว  หลังจากวิ่งหนีร่างเล็กที่ไล่จับเมื่อครู่จนของใช้ในครัวเลอะเทอะไปหมด 
J สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเรียกที่อีกฝ่ายใช้เรียกเจ้าแมวตัวนั้น  หากเขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย  รอยยิ้มของ Hyde ที่ได้เห็นอีกครั้งทำให้รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก  ชายหนุ่มถอยหลังออกมาจากตรงนั้นเงียบ ๆ  เสียงบ่นล้งเล้งของ  Hyde ยังคงตามมาไม่หยุด  และแปลกที่เสียงนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มกว้างที่สุดจากริมฝีปากได้รูปได้  มากกว่าทุกครั้งนับตั้งแต่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมากมาย 
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 

Love Punish 15

15

“ปล่อย!!  อย่านะ  ปล่อยฉัน”  เสียงตะโกนอย่างตื่นกลัวดังขึ้นทันทีที่  Hyde ลืมตาตื่นขึ้นแล้วพบว่าตัวเองนอนซบอยู่กับร่างของชายหนุ่ม  แล้วเสียงนั้นก็ปลุกให้  J ตกใจตื่นขึ้นในทันทีเช่นกัน   ดวงตายาวรีเบิกกว้างมองร่างเล็กตรงหน้าที่เวลานี้วิ่งลงไปซุกตัวอยู่ที่พื้นข้างเตียงอย่างงุนงง 

“Hyde   เป็นอะไร  หายไข้แล้วเหรอ”  J ถามพลางขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง  หากท่าทางของชายหนุ่มกลับยิ่งทำให้ Hyde ร้องลั่นออกมาอีกครั้ง 

“อย่าเข้ามานะ  ไป!!!  ไปให้พ้น”  Hyde กระถดร่างถอยหนีไปจนชิดผนังห้อง  ดวงตาคู่งามเบิกมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างหวาดผวา 

J ตะลึงมองอาการผิดปกติของคนตรงหน้านิ่ง  หยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวของตัวเองลงทันที 

“Hyde  ฉัน”  ผู้พูดกัดริมฝีปากแน่น  เขาไม่อาจยอมพูดคำว่าขอโทษออกมาได้  เขา  ทำไม่ได้   จนแล้วจนรอด  J ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก  ได้แต่เดินเข้าไปใกล้ร่างสั่นเทาที่เบียดตัวอยู่กับผนังห้องช้า ๆ 
ทันทีที่ชายหนุ่มจะมาถึงตัว   ร่างบางที่สวมเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายติดกายอยู่เพียงตัวเดียวก็กระโจนหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว  เสียงร้องลั่นอย่างขวัญเสียดังออกมาไม่หยุด  วิ่งปราดไปที่ประตูห้องทุบประตูอย่างแรงพลางกระแทกประตูนั้นด้วยช่วงไหล่อย่างไม่สนใจว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ 

“เปิด!!  ช่วยด้วย  ใครก็ได้  ช่วยที”  Hyde ส่งเสียงวิงวอนน้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมาช้า ๆ  ลืมคิดไปว่าไม่มีใครที่จะคอยช่วยเหลือตนอยู่ภายนอก  เพราะที่นี่  ไม่มีใครอื่น  มีเพียงเขาทั้งคู่เท่านั้น 

“Hyde หยุดนะ!!”  J ทนดูต่อไปไม่ได้  ชายหนุ่มตรงเข้ารวบร่างอีกฝ่ายไว้จากด้านหลังทันที  เสียงร้องลั่นให้ปล่อยตนเองให้เป็นอิสระของอีกฝ่ายไม่อาจทำให้ชายหนุ่มยอมทำตามได้   มือแกร่งคว้ามือเรียวเล็กของอีกฝ่ายขึ้นดูก็ได้เห็นว่ามือทั้งสองข้าง  เป็นรอยแดงจากการระดมทุบประตูเมื่อครู่อย่างชัดเจน 

J  กอดรัดร่างเล็กไว้มั่น  หากอีกฝ่ายก็ยังคงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง  ในที่สุดชายหนุ่มก็ไม่อาจทนต่อไปได้เมื่ออีกฝ่ายก้มลงกัดที่แขนเขาเต็มแรง 

“หยุดบ้าซักที  ”  J  ตวาดใส่อีกฝ่าย  พลางเหวี่ยงร่างบางทุ่มลงไปบนเตียงอีกครั้ง  ปราดตามเข้าไปกดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็ว  

“ฟังนะ  ถ้าไม่หยุดอาละวาด  ฉันสัญญา  ว่าฉันจะทำอย่างที่นายกลัว  ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะเต็มใจหรือไม่  เพราะฉะนั้น  ถ้ากลัวก็อยู่นิ่ง ๆ  ทำตามที่ฉันสั่ง  เข้าใจมั้ย!!!!” 

Hyde หยุดชะงักนิ่งทันที  ร่างเล็กสั่นไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว  ไม่กล้าแม้แต่จะพยักหน้ารับคำอีกฝ่าย  การเคลื่อนไหวอย่างเดียว  คือน้ำตาที่ทะลักล้นออกมาไม่ขาดสาย  

J เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า  ปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระพร้อมกับขยับลุกขึ้นนั่งช้า ๆ   ดวงตาคมมองร่างเล็กที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงในท่าเดิม  ดวงตาคู่งามเบิกค้าง  เสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ดังออกมาโดยไม่ยอมขยับกายใด ๆ อีกแม้แต่น้อย 

ชายหนุ่มเม้มปากแน่น  ส่ายหน้าไปมาด้วยความรู้สึกผิดที่พลุ่งมากขึ้นทุกทีในใจ  ยิ่งได้เห็นอาการหวาดกลัวราวกับจะเสียสติของอีกฝ่าย  ยิ่งทำให้เขาทรมานใจอย่างบอกไม่ถูก  ชายหนุ่มขยับเข้าไปหาร่างเล็กอีกครั้ง  มือแกร่งเข้าช้อนร่างอีกฝ่ายเพื่อจะอุ้มให้นอนกลางเตียงอย่างสบาย ๆ  หากทันทีที่มือสัมผัสโดน  ร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกหลับตาแน่นอย่างรวดเร็ว  ไม่กล้าขัดขืนหรือพูดจาอะไรทั้งสิ้น  แม้แต่เสียงสะอื้นก็ยังพยายามกลืนลงไปด้วยความกลัวอีกฝ่าย 

J มองร่างเล็กในอ้อมแขนที่นอนตัวเกร็ง  หลับตาแน่นอย่างสงสาร  เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับความรู้สึกนี้  ชายหนุ่มวางร่างอีกฝ่ายลงกับที่นอนนุ่มช้า ๆ  พลางดึงผ้าขึ้นมาห่มให้ 

“นอนซะ  เดี๋ยวจะเอาข้าวมาให้กิน”  J บอกเบา ๆ  พลางเดินก้าวยาว ๆ ออกไปจากห้องทันที 

เสียงปิดประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ  เรียกให้เปลือกตาบางเปิดออกอีกครั้ง   Hyde ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น  ความกลัวยังฝังลึกอยู่ในทุกส่วนของทั้งร่างกาย  และจิตใจ  ร่างเล็กขดตัวนอนตะแคงร้องไห้จนกระทั่งหลับไปอีกครั้งเพราะความอ่อนเพลีย  รวมกับพิษไข้ที่ยังคงไม่หายดี 

<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

J เดินกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับถาดเล็ก ๆ ที่มีชามข้าวต้มควันกรุ่น  น้ำดื่มและยาหลังอาหารสำหรับอีกฝ่าย  ชายหนุ่มวางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างระมัดระวัง  ทรุดตัวลงนั่งบนที่นอนข้างร่างเล็กที่นอนหลับคุดคู้อยู่    คราบน้ำตายังชื้นอยู่ที่แพขนตาและที่ข้างแก้ม 

“Hyde  Hyde”  เสียงเรียกอย่างอ่อนโยนแต่สำหรับคนฟังแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้นเลย  ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก  ถอยห่างออกไปทันที  แต่มือแกร่งก็ฉวยยึดข้อเท้าเล็ก ๆ ไว้ได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะขยับหนีลงจากเตียงไป  

“ปล่อย  จะ  จะทำอะไร  ฉันไม่ได้คิดหนีนะ  ฉัน  ฉันนอนอยู่เฉย ๆ”  Hyde ละล่ำละลักบอกทันที  มือเรียวเล็กพยายามปลดมือของอีกฝ่ายออกจากข้อเท้าตนเอง  ไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตาชายหนุ่มเจ้าของมือนั้น 

“กินข้าว”  J  บอกสั้น ๆ   ไม่ยอมปล่อยมือจากข้อเท้าอีกฝ่าย   และเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นยังคงส่ายหน้าไปมาอย่างดื้อดึงจึงแกล้งพูดสั่งเสียงเข้ม  

“กินเดี๋ยวนี้  ทำตามที่ฉันสั่ง  ไม่งั้น”  มือแกร่งกระตุกข้อเท้าของอีกฝ่ายดึงเข้ามาหาตนเองอีกครั้ง   อีกฝ่ายจึงรีบพยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างรวดเร็ว  พร้อมกับพยายามดึงขาตนเองออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายด้วยความกลัว

“ดีมาก  กินข้าวแล้วจะได้กินยา  นะ”  ปลายเสียงที่ทอดลงอย่างอ่อนโยน  ทำให้ผู้ฟังต้องเหลือบตาขึ้นมองก่อนจะรีบหลบตาลงต่ำอีกครั้ง   ชายหนุ่มปล่อยมือจากข้อเท้าอีกฝ่ายช้า ๆ   ฝ่ายนั้นก็รีบหดขากลับไปนั่งชิดอยู่กับหัวเตียงทันที   J จึงรีบลุกขึ้นยกชามข้าวต้มส่งให้   มือเรียวเล็กยื่นมารับเอาไป  พร้อมกับรีบตักเข้าปากด้วยความกลัว 

“โอ้ย!”  ข้าวต้มร้อน ๆ ลวกริมฝีปากบางทันทีเช่นกัน      J รีบขยับคว้าชามข้าวต้มจากมืออีกฝ่ายไปวางไว้ในถาดอีกครั้ง  รีบยกแก้วน้ำเย็นที่นำมาด้วยรินน้ำลงใส่ผ้าเช็ดปากเนื้อนุ่ม  แตะลงไปเบา ๆ  บนริมฝีปากบางที่มีรอยแดงทันที   ร่างเล็กขยับจะถอยออกห่างแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะเบื้องหลังเป็นหัวเตียงไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว  จึงได้แต่นั่งนิ่ง  มือแกร่งจับปลายคางเรียวให้เงยขึ้นเพื่อจะดูรอยโดนลวกให้ชัดอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงจึงยอมปล่อยใบหน้านั้นให้เป็นอิสระ 

“ระวังหน่อยสิ  ”  J  ดุเบา ๆ   นึกโทษตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่เตือนอีกฝ่ายเรื่องความร้อนของข้าว  ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก  แต่กลับยกชามข้าวต้มขึ้นมาถือเอาไว้เอง  พลางตักข้าวต้มขึ้นมาพร้อมกับเป่าให้อุณหภูมิของข้าวเย็นลง  ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ปากเจ้าตัวเล็ก  Hyde ลังเลเล็กน้อยยังไม่ยอมอ้าปากกินข้าวแต่พอเหลือบมองไปเห็นสายตาดุ ๆ ของอีกฝ่ายร่างเล็กก็ต้องยอมอ้าปากกินข้าวอย่างเสียไม่ได้  รสชาติกลมกล่อมของข้าวต้มและท่าทางที่ไม่คุกคามของอีกฝ่าย  ทำให้จิตใจของ Hyde พอจะสงบลงได้บ้างและเมื่ออีกฝ่ายตักป้อนให้เป็นคำที่สอง Hyde ก็อ้าปากรับแต่โดยดี    และ  ทั้งที่ยังไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารแต่ร่างเล็กก็ต้องยอมกินข้าวที่อีกฝ่ายป้อนให้  จนหมด 

“นี่ยา”  J ยื่นยาลดไข้ให้อีกฝ่าย  Hyde รับมาและรีบนำใส่ปากอย่างรวดเร็วไม่กล้าดื้อดึงขัดคำสั่งอีกฝ่าย  ชายหนุ่มส่งน้ำให้ดื่ม  ร่างเล็กก็รับมาดื่มก่อนจะนั่งก้มหน้านิ่ง    J ยื่นมือข้างหนึ่งเข้าไปแตะที่ไหล่บางเบา ๆ Hyde สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่กล้าว่าอะไรเช่นเคย  ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับท่าทางหวาดผวาของอีกฝ่ายก่อนจะกดไหล่ร่างเล็กให้ลงนอนขยับห่มผ้าห่มให้อย่างอ่อนโยน  ท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าทำอะไรให้มากไปกว่านี้  J ผละลุกเดินออกไปข้างนอกเพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่…

TBC.
 
 

Love Punish 14

14
 
 
“เมี๊ยว~~~”  เสียงแมวร้องเรียกอยู่หน้าประตูห้องหลายต่อหลายครั้ง  ปลุกให้ J ซึ่งนอนหลับไหลอย่างมีความสุขต้องลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด  แสงแดดแผดกล้าที่ส่องเข้ามาภายในห้องบอกให้รู้ว่าเป็นเวลาสายมากแล้ว   ชายหนุ่มขยับจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็กลับต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งจากอาการปวดมึนที่ศีรษะอย่างรุนแรง   อาการหลงเหลือจากเหล้าที่กินเข้าไปนั่นเอง 
“นี่  ตื่นได้แล้ว  แมวมันร้องเรียกไม่ได้ยินรึไง  ลุกไปทำกับข้าวได้แล้ว”  J  ออกคำสั่งมาทันทีโดยไม่ได้หันไปมอง  เป็นนานก็ไม่มีเสียงตอบรับหรือการเคลื่อนไหวใด ๆ จากอีกฝ่ายให้ได้ยิน   ชายหนุ่มจึงผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความโมโหในความขี้เซาของอีกฝ่าย   ดวงตายาวรีเพ่งมองไปยังร่างที่นอนอยู่ข้างกาย  เรือนร่างเปลือยเปล่านอนพลิกตะแคงหันหลัง  มีเพียงผ้าห่มคลุมกายท่อนล่างอยู่เท่านั้น   ชายหนุ่มเพ่งมองแผ่นหลังขาวเนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยหลากหลายจากฝีมือตนเองด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก   เหตุการณ์เมื่อคืนส่วนหนึ่งอาจเกิดเพราะความเมา  แต่เขาก็จดจำได้ทุกอย่างถึงความการกระทำของตนเอง   เขาไม่ผิด  เสียงเถียงตัวเองดังแทรกขึ้นมาทันที  คนอื่นต่างหากที่วอนหาเรื่อง 
“นี่  ตื่น!!!”  มือแกร่งเอื้อมไปสัมผัสเขย่าร่างอีกฝ่ายทันที   แต่แล้วเจ้าของมือกลับต้องเป็นฝ่ายชักมือตนเองกลับมาด้วยความตกใจ   ผิวกายของอีกฝ่ายร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟ   ชายหนุ่มปราดเข้าพลิกร่างอีกฝ่ายให้หันกลับมาอย่างร้อนใจ   ร่างเล็กนอนนิ่งลมหายใจติดขัดรวยริน   ใบหน้างามแดงก่ำ  ผุดพรายไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ตามโคนผม  
“Hyde !! ไม่สบายเหรอ  นี่  ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย”  J ร้องเรียกเบา ๆ  ประคองร่างอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน   ร่างทั้งร่างอ่อนปวกเปียกร้อนผ่าวไปด้วยพิษไข้   ชายหนุ่มกัดริมฝีปากตนเองครุ่นคิดก่อนจะค่อย ๆ วางร่างเล็กลงอีกครั้ง   รีบลุกลงจากเตียงไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อมาเช็ดตัวช่วยลดความร้อนให้อีกฝ่ายทันที  
ผ้าเนื้อนุ่มที่ถูกบิดจนแห้งหมาด  เช็ดลงบนผิวกายที่แดงเรื่อไปด้วยความร้อนจากพิษไข้ของร่างบางที่นอนไม่ได้สติอย่างเบามือ  ชายหนุ่มเวียนเช็ดตัวซ้ำให้หลายต่อหลายรอบ  จนกระทั่งความร้อนเริ่มลดลง  หากเจ้าของร่างก็ยังคงไม่ได้สติ   ตลอดเวลาที่เช็ดตัวให้อีกฝ่ายอยู่  ความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำระบายไปทั่วใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว   
ครั้งแรกที่เช็ดตัว  ร่อยรอยบาดแผลที่ตนเองกระทำไว้ต่ออีกฝ่ายแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการกระทำของตนรุนแรงป่าเถื่อนเพียงใด   เลือดแห้งเกรอะกรังยังปรากฏให้เห็นเด่นชัดที่รอยแผลด้านหลัง  ชายหนุ่มค่อย ๆ ทำความสะอาดให้อย่างเบามือ  หายามาทาให้  ใบหน้าคมเผือดซีดส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ  รู้สึกละอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต 
“Hika-chan”  เสียงพึมพำรอดผ่านริมฝีปากออกมาแผ่วเบา  ทั้งที่คนพูดยังไม่ได้สติ “ไม่ต้องกลัว  พี่จะช่วยเอง  ไม่ต้องกลัว”    มือเรียวเล็กสองข้างยกขึ้นไขว่คว้าในอากาศ  ใบหน้างามส่ายไปมา   บิดกายอย่างทุรนทุราย 
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ  ใคร   Hika-chan   พลางยกมือสองข้างขึ้นรวบมือของอีกฝ่ายเอาไว้  บีบเบา ๆ  ก่อนจะจับให้วางลงข้างกายเจ้าของร่างเช่นเดิม 
“Hyde  นอนซะ  นายเป็นไข้  ไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น” ทั้งที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ Hyde เพ้ออกมาแต่ชายหนุ่มก็ยังพยายามพูดปลอบโยนเบา ๆ  ลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน  หลังจากนั้นไม่นาน  ร่างเล็กที่มีอาการทุรนทุรายเพ้อเพราะพิษไข้ก็ค่อย ๆ คลายจากอาการเหล่านั้น  จนกระทั่งสงบลงในที่สุด 
หลังจากเช็ดตัวให้ร่างเล็กอีกรอบแล้ว   J ก็ค้นเสื้อเชิ้ตตัวกว้างของตนมาสวมให้ร่างที่นอนอยู่ช้า ๆ  พลางขยับห่มผ้าให้จนถึงคอ    ลมหายใจของคนป่วยแม้ยังคงแผ่วเบาแต่สีหน้าดูดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว  ยาแก้ไข้ที่เตรียมไว้ถูกป้อนให้กินโดยผ่านทางริมฝีปากของทั้งสองฝ่ายอย่างไม่มีทางเลือก  เพราะร่างเล็กยังคงไม่รู้สึกตัวเลยจนกระทั่งบัดนี้  
J เดินออกมาจากภายในห้องนอนอย่างเหนื่อยอ่อน   บ่ายมากแล้ว  ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนอกจากน้ำ   เขาเฝ้าพยาบาลเช็ดตัวให้อีกฝ่ายจนลืมความหิวไปโดยไม่รู้ตัว  เจ้าแมวหนุ่มรีบตรงเข้ามาคลอเคลียพัวพันที่ขาอย่างคิดถึง   ทำให้ J อดยิ้มออกมาไม่ได้กับท่าทางนั้น 
“เดี๋ยวหาข้าวเย็นให้  ขออาบน้ำก่อนนะเจ้าตัวดี”  J  ก้มลงลูบหลังเจ้าเหมียวเบา ๆ   ก่อนจะเดินลับหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างอ่อนแรง 
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>

 
หลังจากจัดการกับอาหารมื้อเย็นซึ่งเป็นมื้อแรกของตนในวันนี้แล้ว   J ก็รีบกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง   Hyde ยังคงนอนหลับอยู่เช่นเดียวกับเมื่อตอนที่เขาออกจากห้องไป  ชายหนุ่มค่อย ๆ ทรุดกายนั่งลงบนเตียง  มองใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอย่างพิจารณา  มาอยู่ที่นี่แค่อาทิตย์เดียวกลับดูซูบซีดลงกว่าเดิมมาก  ปลายนิ้วเรียวยาวขยับลูบไล้ผิวแก้มนวลเบา ๆ  เมื่อแรกพบกันผิวบริเวณนี้ดูอิ่มเต็มน่าสัมผัสหากบัดนี้กลับซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่ปริมาณอาหารที่อีกฝ่ายกินก็ไม่ถือว่าน้อยเลย 
ชายหนุ่มบอกกับตนเองในใจ  ลืมคิดไปว่ามนุษย์เราใช่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารทางกายเพียงอย่างเดียวแต่ต้องอยู่  โดยมีอาหารจากทางใจด้วย   นิ้วเรียวยาวยังคงไล้ต่อไปเบา ๆ  ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากบางซึ่งกำลังแตกแห้งเพราะพิษไข้ 
J ถอนหายใจแรง  ดึงมือของตนเองกลับมาพลางยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะก้มลงประกบริมฝีปากกับร่างที่นอนหลับใหลอยู่  ปล่อยให้น้ำไหลล่วงผ่านลำคออีกฝ่ายลงไปช้า ๆ    มอบความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากแตกแห้งด้วยปลายลิ้นของตนแผ่ว ๆ 
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>

 
ยิ่งค่ำลงดูเหมือนว่าพิษไข้จะกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง  ร่างเล็กที่นอนไม่ได้สติ  เริ่มมีอาการกระสับกระส่ายให้เห็นอีกครั้ง  ความร้อนที่ทำท่าว่าลดลงแล้วกลับเพิ่มสูงขึ้นอีก   ชายหนุ่มตัดสินใจให้อีกฝ่ายกินยาลดไข้อีกครั้ง  ก่อนจะเริ่มลงมือเช็ดตัวให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ปลายนิ้วของชายหนุ่มขาวซีดจากการซักบิดผ้าในน้ำหลายต่อหลายครั้ง  มากมายจนนับไม่ถ้วน 
เสียงเพ้อเรียกชื่อบุคคลสองสามคนยังคงรอดพ้นริมฝีปากบางออกมาเป็นระยะ ๆ   Hisako  Hikaru  พ่อ  แม่  ตามมาเป็นพัก ๆ ด้วยเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว 
“อย่า  กลัวแล้ว  กลัว”  เสียงเพ้อครวญดังออกมาไม่หยุด  หยาดน้ำใส ๆ ไหลออกมาจากหางตาโดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติเช่นเดิม   J ได้แต่สะท้อนใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า  ก่อนจะตัดสินใจรวบร่างเล็กบางขึ้นมากอดไว้  โยกตัวไปมาพูดปลอบโยนเบา ๆ  ทำเช่นนั้นอยู่นานจนกระทั่งร่างเล็กเริ่มสงบลงอีกครั้ง  แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงโอบกอดร่างเล็กเอาไว้เช่นนั้น  ในที่สุด  ความเหนื่อยอ่อนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ทำให้ J เผลอหลับไปทั้งที่ร่างเล็กบางยังคงนอนซบอยู่กับอกอุ่น ๆ  ของตนโดยไม่รู้ตัว 
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 

Love Punish 13

13
 
 
… J อุ้มร่างไร้สติของ Hyde กลับไปที่บ้านพักใช้เท้ากระแทกเปิดประตูห้องอาบน้ำเข้าไปอย่างแรง  วางร่างเปลือยเปล่าของ Hyde ลงกับพื้นห้องน้ำ  เปิดน้ำอุ่นให้ไหลวนจนเต็มอ่างก่อนจะอุ้มร่างเล็กโยนโครมลงไปในอ่างที่มีน้ำเต็มปริ่มอย่างไม่ปราณี  Hyde สะดุ้งตื่นขึ้นสุดตัวไอโขลกหนักหน่วงเพราะสำลักน้ำ
“ไง !! ตื่นแล้วเหรอ…อย่ามาทำสำออย…ฉันไม่ปล่อยนายนอนตายกลางป่าก็บุญแล้ว” J เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยามหยันเหมือนไม่ได้สำนึกในสิ่งที่ตนกระทำ  ชายหนุ่มยังคงกราดเกรี้ยวดุดันอย่างที่ Hyde ไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่า J จะป่าเถื่อนรุนแรงได้ขนาดนี้  ร่างเล็กยกสองมือขึ้นมาโอบกอดตนเองที่กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าแม้แต่จะขยับร่างไปไหน  ความเจ็บร้าวปวดระบมเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับกาย
“อาบน้ำซะ…เสร็จแล้วก็ออกไป” J สั่งเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าร่างเล็กรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว  แต่ Hyde ยังคงนั่งตัวสั่นไม่ยอมขยับเขยื้อนไปทำในสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ  เมื่อยืนมองอยู่นานไม่มีวี่แววว่า Hyde จะขยับตัว  J ยิ่งหงุดหงิดกับความดื้อรั้นของอีกฝ่าย  ร่างสูงตรงไปกดร่างเล็กลงไปใต้ผิวน้ำ  Hyde ดิ้นรนเป็นพัลวันเมื่อคิดไปว่า J จะฆ่าเขาด้วยการกดน้ำให้ตายแต่ไม่นานชายหนุ่มก็ดึงร่างเล็กขึ้นมา…
“อ่ะ  แค่ก…แค่กก…แฮ่กก…แฮ่กก” ร่างเล็กสำลักน้ำจนตัวโยนสูดลมหายใจลึกชดเชยในส่วนที่ขาดหายไป  น้ำตาใสเริ่มไหลลงมานองหน้า…ทำไม ? เขาต้องมาเผชิญเรื่องเลวร้ายแบบนี้ด้วย…
“หลับตา” J สั่งเสียงแข็งพร้อมกับเปิดฝักบัวราดลงไปบนเส้นผมนุ่มของอีกฝ่ายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน Hyde หลับตาแน่นยอมอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายกระทำตามใจ  ไม่กล้าจะขัดขืนอีกแล้วเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะทนสิ่งที่ตามมาได้อีกนานแค่ไหน…
“เชื่อฟังแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว” J พึมพัมออกมาเบา ๆ พร้อมกับเดินหันหลังไปหยิบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มแล้วเดินกลับมาหาร่างเล็กที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่ในอ่างอาบน้ำ
“ลุกขึ้น !! “ ชายหนุ่มออกคำสั่ง  แต่ Hyde ที่กำลังหวาดกลัวเหมือนไม่ได้ยินคำสั่งยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างงั้น
“ฉันบอกให้ลุกขึ้น !! “ J ตวาดเสียงลั่นจนร่างเล็กสะดุ้งค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นมาช้า ๆ ร่างบางเปลือยเปล่าขาวโพลนปรากฏเด่นชัดในสายตาชายหนุ่มผมทอง  Hyde ก้มหน้านิ่งกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ…ทั้งเจ็บ…ทั้งอาย…ร่างสูงไม่สนใจกับภาพตรงหน้ามากนักเดินเอาผ้าเช็ดตัวเนื้อนุ่มเข้าไปคลุมร่างอีกฝ่าย  แล้วช้อนร่างเล็กขึ้นกระชับในอ้อมกอด…สัมผัสที่ได้รับก็รับรู้ได้ทันทีว่าร่างที่เขาโอบอุ้มอยู่สั่นระริกแค่ไหน  Hyde ได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมมองสบตากับอีกฝ่ายจนเมื่อชายหนุ่มอุ้มพามาถึงห้องนอน… J โยนร่างเล็กกระแทกกับพื้นเตียงนุ่มอย่างไม่ปราณี  ตัวเองผละออกมาสงบสติอารมณ์อีกทางโดยไม่ลืมที่จะล็อคประตู…แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่มีแรงที่จะออกไปไหน…นายเลือกเองที่จะให้ฉันขังนายไว้ Hyde …
…ร่างเล็กบนเตียงนุ่มเริ่มขดตัวเข้าหากันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าที่สั่นไหวของตน…น้ำตาใส ๆ ไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนช้า ๆ เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นเบา ๆ เป็นระยะ…ความเครียดและความหวาดกลัวยิ่งทำให้ร่างเล็กหวาดระแวงทุกอย่างรอบกาย…ทำไม ? ต้องเป็นเขาที่ต้องมาเผชิญชะตาที่โหดร้ายทารุณแบบนี้…ทั้ง ๆ ที่ตลอดหลายวันที่ผ่านมาถึง  J จะชอบออกคำสั่ง…แต่ก็ยังไม่กระทำกับเขารุนแรงป่าเถื่อนแบบนี้…ยิ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ J ถึงกับข่มขืนเขา…ใช้ร่างกายเขาระบายอารมณ์โกรธของตัวเอง…
…ชายหนุ่มผมทองเดินผละออกมาอาบน้ำเพื่อชำระคราบดินโคลนที่เปรอะเปื้อนไปทั่วกาย  สายน้ำอุ่น ๆ จากฝักบัวราดรดตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า  J ซบหน้าลงกับกำแพงห้องน้ำขบคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งกระทำลงไป…รุนแรง  โหดร้ายและป่าเถื่อน…ไม่อยากจะคิดด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้คือเขา…ความโกรธทำให้คนเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวเหรอ…ร่างสูงสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากสมอง…สิ่งที่เขาทำมันเทียบอะไรไม่ได้กับการที่ Hyde ทำให้เพื่อนรักของเขานอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง…ทั้ง ๆ ที่มีลมหายใจแต่ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวใด ๆ ได้…ตอนนี้  Ino จะรู้สึกยังไง ? ถ้าเจ้าตัวมีสติแต่กลับไม่อาจขยับเขยื้อนกาย…ไม่อาจลืมตาขึ้นมามองหาแสงสว่าง…ในความมืดมิดนั้น Ino จะรู้สึกยังไง ? สิ่งที่เขาทำกับ Hyde ยังน้อยไปด้วยซ้ำ 
 
J เอื้อมมือเข้าไปปิดฝักบัวนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมา…หาเสื้อผ้าใส่ก่อนจะคว้าขวดเหล้าที่เจ้าตัวจำได้ว่ามีเก็บเอาไว้ที่ตู้เก็บของในครัว  ชายหนุ่มเดินไปทรุดนั่งอยู่ตรงบริเวณห้องรับแขกเหม่อมองไปที่สายฟ้าที่แล่นแปลบปลาบเบื้องนอก…รินเหล้าใส่แก้วและยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว…อยากจะลืม ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นไปซะให้หมด…น้ำสีอำพันรสชาติร้อนแรงไหลเรื่อยลงสู่ลำคอของชายหนุ่มเป็นว่าเล่น… J นั่งดื่มอยู่นานจนฝนที่ตกหนักข้างนอกเริ่มจะเบาบางและแห้งหายไปในที่สุด  และเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองสงบลงมากพอแล้วร่างสูงผุดลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้องนอนคิดจะล้มตัวลงนอนแล้วลืมเรื่องวันนี้ไปซะ
…เสียงเปิดประตูห้องนอนที่ดังขึ้นเบา ๆ แต่ก็ทำให้ร่างเล็กที่นอนร้องไห้อยู่สะดุ้งเล็กน้อยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า J   ร่างสูงเหล่มองร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนอนเคียงข้างที่ประจำของตัวเองไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องนอนพื้นหรือนอนข้างนอก…เสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมาเบา ๆ เริ่มก่อความรำคาญให้ชายหนุ่มมากขึ้นทุกที…ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย
“นายจะร้องไห้อีกนานมั้ย ?” J เอ่ยเสียงแข็งแม้จะเมามายแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย  ร่างเล็กกัดริมฝีปากแน่นพยายามข่มกลั้นอาการสะอื้นไห้ของตัวเอง…เมื่อไม่ได้รับคำตอบ  J  เลยหลับตาลงอีกครั้งแต่ก็มีเสียงแผ่ว ๆ แว่วมาให้ได้ยิน
“นายทำอย่างนี้ทำไม ?”  Hyde เอ่ยปากถามเสียงแหบพร่า  เสียงแม้เบาแต่ชายหนุ่มก็ได้ยิน
“มันไม่ถึงตายหรอกน่า  แต่ที่นายทำกับเพื่อนฉันสิ  มันถึงตาย…แม้ตอนนี้ Ino จะยังไม่ตาย…แต่ร่างกายที่ไม่เคลื่อนไหวมีเพียงลมหายใจ…มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็น !! “ J เอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันเพราะเรื่องที่เขาทำกับ Hyde มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ
“แล้วทำไม ? นายไม่ฆ่าฉันซะเลยล่ะ  ฆ่าเลย…ฉันยอมตายซะดีกว่า  ถึงฉันจะ…เหมือนผู้หญิง…แต่ก็ไม่ได้ชอบเพศเดียวกันเหมือนพวกนาย”  ร่างเล็กยังคงพร่ำพูดต่อไปแต่คำพูดของ Hyde ทำเอาชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วมุ่น
“นายหมายถึงอะไร ?”  J ย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ
“นายบอกว่าทำเพื่อเพื่อน   เพื่อนงั้นเหรอ  ฉันว่านายกับ ino คงไม่ใช่แค่เพื่อนกันหรอก  พวกนายมันก็คงวิปริตทั้งคู่!!“ Hyde กระแทกเสียงในประโยคสุดท้ายอารมณ์โกรธและเสียใจทำให้เจ้าตัวไม่กลัวที่จะใช้คำพูดรุนแรงกับอีกฝ่าย  ลืมคิดไปแม้กระทั่งว่าคำพูดของตนเป็นการก้าวล่วงไปถึงบุคคลที่สามซึ่งเป็นเรื่องไม่ควรเลย  J ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว  ดวงตาทั้งคู่วาวโรจน์  มือแกร่งกระชากผ้าห่มที่คลุมร่างเล็กเหวี่ยงลงไปจากเตียงทันที  ตามมาด้วยร่างเล็กบางของคนที่นอนอยู่ใต้ผ้าผืนนั้น  ก็ถูกชายหนุ่มฉุดกระชากให้ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  มือแกร่งทั้งสองข้าง บีบต้นแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างเขย่าอย่างรุนแรงจนร่างเล็กบางแทบจะหลุดออกเป็นชิ้น ๆ 
“พูดว่าไงนะ!!!  พูดอีกทีสิ!!!  พูด!!!”
"ก็อย่างที่ได้ยิน  พวกนายมันคงเป็นพวกวิปริต  รักกันเกินเพื่อน  พอเห็นว่าคนรักตัวเองไม่อยู่  เลยคิดจะใช้ฉันเป็นที่ระบายแทนงั้นสิ  ขอบอกไว้ก่อนฉันไม่ได้เป็นแบบนาย  ไม่ได้วิปริตเหมือนพวกนาย !!! "  Hyde ย้ำสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น  ทั้งที่เจ็บแขนจากแรงบีบของอีกฝ่ายจนแทบจะต้องร้องออกมา  แต่เขาก็ไม่สนใจความเจ็บปวดหรือไม่กลัวแม้กระทั่งความตายแล้วในตอนนี้  ตายเสียได้ก็ดี 
“นายกล้ามากนะที่พูดกับฉันแบบนี้  ก็ดี  ปากยังดีอยู่แบบนี้แสดงว่าที่โดนไปมันยังสอนอะไรนายไม่ได้เลยใช่มั้ย   ดี!!!   ในเมื่อคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นก็จำเอาไว้เลยว่าฉันจะใช้นายเป็นที่ระบายอารมณ์ต่อไป"  มือแกร่งกระชากร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด…โอบรัดร่างอีกฝ่ายแนบแน่น…ทาบทับริมฝีปากผ่าวร้อนบดขยี้ริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างดุดัน  Hyde เบิกตากว้างกับการกระทำของชายหนุ่มสองมือพยายามดันไหล่ร่างสูงให้ออกห่าง  ดิ้นรนหมายจะให้หลุดไปจากวงแขนแกร่งที่โอบรัดร่างของเขาเอาไว้…กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กรับรู้ได้ทันที J กำลังเมาได้ที่…และสติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายคงจะขาดลงทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา 
 
Hyde เริ่มสำนึกเสียใจกับสิ่งที่ตนพูดทั้ง ๆ ที่คิดว่าถ้า J จะฆ่าเขา…เขาก็ยอมตายดีกว่าต้องเจอกับเรื่องโหดร้ายแบบในป่าเมื่อครู่…แต่สิ่งที่หวังกลับไม่ใช่ในเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมฆ่าเขาให้ตาย  แต่กลับจะทรมานเขาด้วยการกระทำที่โหดร้าย  ป่าเถื่อน  เหมือนกับจะฆ่าเขาทั้งเป็นแท้ ๆ Hyde ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นรนจนสามารถผละริมฝีปากออกมาจากอีกฝ่าย  แต่ยังไม่ทันไรร่างบางก็ถูกกดลงกับพื้นเตียงนุ่มโดยมีวงแขนแกร่งโอบรัดเอาไว้อย่างแน่นหนา  ริมฝีปากอุ่นร้อนและปลายจมูกเริ่มซุกไซร้ลงไปตามซอกคอเรียวระหง 
“ J อย่า !! ไม่…อย่าทำแบบนี้ !! “ Hyde พยายามส่งเสียงร้องห้าม  เบี่ยงใบหน้าหลบริมฝีปากของอีกฝ่ายที่เข้ามาจู่โจมเป็นพัลวัน…สองมือก็ดิ้นรนทั้งทุบ  ทั้งข่วน…ไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก…กลัว…เหลือเกินใครก็ได้ช่วยด้วย…ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกมาจากซอกคอขาวก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองมามัดข้อมือบางของอีกฝ่ายที่ดิ้นรนจนน่ารำคาญติดกับหัวเตียง  ฤทธิ์ร้ายของแอลกอฮอล์ทำให้ J ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป…แค่อยากระบายอารมณ์ของตัวเองและทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดยิ่งกว่าตาย  ชายหนุ่มก้มลงไปสูดดมกลิ่นหอมหวานจากร่างเล็กอีกครั้งลากไล้ปลายลิ้นอุ่นร้อนไปทั่วทุกอณูของผิวกายเปลือยเปล่า  Hyde ได้แต่หลับตานิ่งปล่อยให้น้ำตาใส ๆ ค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย…
“ J ได้โปรด…หยุด…” Hyde วิงวอนอีกฝ่ายเสียงสะอื้น…จะมีอำนาจใดในโลกมาหยุดยั้งความบ้าคลั่งของชายหนุ่มเอาไว้ได้…แต่ดูเหมือนเสียงวิงวอนนั้นจะส่งไปไม่ถึงเมื่อชายหนุ่มยังคงโลมไล้ร่างกายของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือ  กลิ่นกายหอมกรุ่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์รักให้กระเจิดกระเจิง  ไม่สนแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายจะมีอารมณ์ร่วมหรือไม่  ชายหนุ่มขยับปลดเปลื้องพันธนาการชิ้นสุดท้ายออกจากร่างตน  พร้อมกับจับท่อนขาของอีกฝ่ายแยกออกมากขึ้น 
 
ก่อนจะส่งผ่านความเร่าร้อนเข้าไปในกายของอีกฝ่ายอย่างดุดัน  ร่างเล็กผวาเฮือกแอ่นกายขึ้นจนหลังไม่ติดพื้นเตียง…รอยเดิมที่ถูกจารึกยังไม่จางหายไป…ความเจ็บปวดราวกับโดนเฆี่ยนด้วยแส้แล่นปราดไปทั่วร่าง ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกโพลง สะดุ้งเฮือก เกร็งตัวด้วยความเจ็บปวด  Hyde พยายามดิ้นหนีความเจ็บแปลบที่เขาได้รับแต่ J ก็ทาบทับและรั้งร่างของเขาไว้แนบแน่น ร่างเล็กบางส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด พร้อมกับเอ่ยขอร้องให้ J หยุดการกระทำลง
“ไม่!!  จะ  เจ็บ  J ปล่อย  ได้โปรด  หยะ  หยุด” Hyde พยายามดิ้นหนี หอบหายใจเป็นระยะ ๆ รู้สึกถึงรอยเปียกชื้นทางด้านหลัง…เลือดคงไหลออกมาจากรอยเดิมที่ชายหนุ่มเคยทำเอาไว้…เจ็บจนแทบขาดใจ…น้ำตาอุ่นชื้นไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจสะกดกลั้น J รู้สึกถึงความคับแน่นอบอุ่นและบีบรัดจนทำให้เขาอยากจะเคลื่อนไหวให้มากกว่านี้ ร่างสูงสอดมือเข้ารองใต้สะโพกของร่างเล็กก่อนจะยกมันให้สูงขึ้นมาเล็กน้อย เขาขยับสอดแทรกความแข็งแกร่งอีกครั้งให้มันซอกซอนเข้าไปอย่างล้ำลึก โดยไม่ได้สนใจว่า Hyde จะเจ็บปวดแค่ไหน ร่างเล็กสั่นระริกอย่างระงับไม่อยู่พยายามดิ้นรนหมายจะออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างสูงยังคงทาบทับเขาเอาไว้แนบแน่น
 
Hyde ขบเม้มริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ไม่มีความสุขสมแม้แต่น้อยมีแค่ความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญอยู่…สติของ Hyde แทบถูกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ   J ขยับตัวเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงหมายจะให้อารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่ตอนนี้ได้ระบาย Hyde รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ล่วงล้ำเข้ามาในร่างของเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกการเคลื่อนไหวของ J ร่างเล็กเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจแต่ก่อนที่สติของเขาจะขาดหายไป Hyde ก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่วาบเข้ามาในร่างพร้อมกับเสียงครางยาวลึกที่แว่วมากระทบโสตประสาทก่อนที่เขาจะสิ้นสติไป  ไม่ต้องรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดที่แสนทรมานอยู่ตอนนี้…
…ชายหนุ่มหอบหายใจเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน  เอื้อมมือเข้าไปปลดพันธนาการให้ร่างเล็กที่ถูกมัดข้อมือติดกับหัวเตียงพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปจ้องมองใบหน้าเรียวสวยที่หมดสติไปเพราะการกระทำของตนเอง  แต่เพราะความเมามายทำให้ชายหนุ่มไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ขยับถ่ายถอนร่างออกมาก่อนจะล้มกายลงนอนเคียงข้างพร้อมกับผลอยหลับไปอย่างรวดเร็ว
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
 
 

Love Punish 12

12

 

 “เฮ้อ !! ทำไมมันต้องมาตกตอนนี้ด้วย” Hyde ถอนหายใจแรงเมื่อฝนเจ้ากรรมดันตกลงมาไม่ยอมหยุดทางก็ลื่นเดินไปไหนไกลก็ไม่ได้

 

จะถอยกลับไปตอนนี้จะทันรึเปล่า ? บางที J อาจจะยังไม่กลับมา…

 

ร่างเล็กนั่งกอดเข่าขบคิดอยู่ในโพรงใต้ต้นไม้ใหญ่…เหลือบมองขึ้นบนท้องฟ้านิดหน่อยก็เห็นไม่มีวี่แววว่าฝนจะหยุดตกตอนนี้ Hyde ขยับตัวออกมาจากโพรงต้นไม้คิดว่าจะกลับไปที่บ้านก่อน…แล้วค่อยหาโอกาสออกมาอีกครั้ง…แต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะมีโอกาสแบบนี้อีก…ขณะที่ครุ่นคิดอย่างเอาเป็นเอาตายว่าจะไปต่อหรือจะกลับ…เสียงหนึ่งก็ดังแว่วผ่านสายฝนมา

 

 “ Hyde !!! อยู่ที่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้ !!! “ เสียง J ตะโกนลั่นไปทั่วป่าแม้จะมีเสียงสายฝนที่ตกดังอยู่ไม่ขาดสายแต่ Hyde ก็ได้ยินเสียงเรียกเต็มสองหู…ไม่น่าเชื่อเขาเพิ่งออกมาได้ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ทำไม J ถึงกลับมาเร็วอย่างนี้ แต่ตอนนี้ร่างเล็กไม่มีเวลาคิดหาเหตุผล Hyde สาวเท้าออกไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วถ้าโดน J จับได้เขาตายแน่ ๆ เพราะชายหนุ่มคงไม่ยอมปล่อยเขาเอาไว้ ร่างเล็กวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานไปตลอดทางหันกลับไปมองข้างหลังบ่อย ๆ เพราะกลัว J จะตามทัน ตอนนี้ยิ่งไม่มีทางคิดจะกลับไปมีแต่ต้องเดินหน้าหนีไปลูกเดียว …

 

ชายหนุ่มผมทองไล่ตามอย่างไม่คิดชีวิตโชคดีที่ฝนตกทำให้พื้นดินอ่อนตัวและสังเกตเห็นรอยเท้าที่ร่างเล็กทิ้งเอาไว้ได้ชัดเจนยิ่งต้นไม้เล็ก ๆ ที่หักลู่เป็นทางยิ่งบอกทางได้อย่างดี J เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม Hyde คงอยู่ไม่ไกลมากนัก ร่างสูงไล่ตามไปตามรอยเท้าและกิ่งไม้ที่หักไม่นานก็เห็นหลังร่างเล็กไว ๆ J รีบวิ่งฝ่าไปอีกทางหมายจะเข้าไปดักหน้าโดยที่สายตาก็ไม่ละไปจากร่าง Hyde เพราะเกรงว่าอาจทำให้คลาดสายตา …

 

ร่างเล็กที่หลับหูหลับตาวิ่งไม่คิดชีวิตหันไปมองแต่ด้านหลังโดยไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่าชายหนุ่มจะอ้อมมาดักด้านหน้า Hyde วิ่งเข้าปะทะกับอกร่างสูงอย่างจังจนล้มลงกับพื้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของ J ยืนค้ำศรีษะของเขาเอาไว้ ใบหน้าคมมีแต่ความโกรธเกรี้ยวและพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเวลา ร่างเล็กกระถดถอยหลังอย่างรวดเร็ว ตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว โดยมีร่างของชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้'ให้ลุกขึ้นยืน J บีบต้นแขนเรียวบางเอาไว้แนบแน่นจนร่างเล็กต้องกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บที่แล่นร้าวไปทั้งแขน

 

“อ…เอ่อ…ฉัน ฉันขอโทษ…” Hyde ละล่ำละลักบอก…ใบหน้างามซีดเผือดด้วยความกลัว

 

“ขอโทษแล้วมันได้อะไร ?!! อย่างนายถ้าไม่สั่งสอนคงไม่รู้สำนึก !! “ J ตะคอกใส่เสียงแข็งก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กกระแทกกับพื้นดินเต็มแรง… Hyde จุกจนพูดไม่ออกขยับตัวค่อย ๆ คลานหนีออกไปให้ไกลชายหนุ่มที่กำลังบ้าคลั่ง แต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกลเมื่อโดนชายหนุ่มกระชากกลับขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ เต็มแรง ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นทันทีเจ็บจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ชายหนุ่มผมทองหอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะตะคอกถามเสียงดัง

 

 “นายคิดว่าจะหนีไปไหนได้ !! นายไม่มีทางได้กลับไปลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้ทำความผิด…โดยที่ Ino “ คิดมาถึงตอนนี้ J กัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ ” นายรู้มั้ย Ino น่ะ จนวันนี้ ยังไม่รู้ว่าเลยว่าจะหายหรือ…หรือตาย แล้วถ้าเพื่อนฉันตายหรือไม่ตื่นไปตลอดชีวิต นายจะต้องชดใช้!! “ J ตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดตรงไปกระชากร่างเล็กบางที่กำลังพยายามจะถอยหนีเข้าไปในพุ่มไม้ด้านหลัง กดรั้งร่างเล็กลงกับพื้นดินตรึงข้อมือบางทั้งสองข้างเอาไว้แน่นหนา

 

“อย่า J ถ้านายฆ่าฉัน นาย นายต้องติดคุก แล้ว Ino ที่ฟื้นขึ้นมาจะต้องเสียใจแน่” Hyde คิดหาคำพูดเพื่อเปลี่ยนใจอีกฝ่ายอย่างร้อนรน เขาจะตายที่นี่ไม่ได้ ครอบครัว ทุก ๆ คนที่เขารัก ดนตรี เสียงเพลง Hyde ขยับดิ้นรนไปมา สายฝนที่โปรยปรายทำให้ร่างกายของทั้งคู่เปียกปอน ชุ่มโชก ชายหนุ่มจ้องมองร่างเล็กบางเบื้องล่างนิ่ง ผิวกายขาวนวลปรากฏให้เห็นเด่นชัดภายใต้เสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้น เรือนร่างบอบบางที่ดิ้นรนบิดกายไปมายิ่งสัมผัสเข้ากับร่างกายของชายหนุ่มโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ทุกสัมผัสทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดเพราะความโกรธแทบจะหลุดลอยหายไป

 

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ฆ่านายหรอก เพราะฉันมีวิธีที่จะจัดการกับคนอย่างนายได้ดีกว่าการฆ่านายให้ตายเยอะ ฉันจะทำให้นายทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น” เสียงหัวเราะหยามหยันดังตามคำพูดนั้นออกมา ดวงตาคมมองจ้องร่างกายอีกฝ่ายด้วยสายตาที่บ่งบอกให้ผู้ถูกมองรับรู้ได้ทันที อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง

 

“ปล่อย !! นายมันบ้า !! ไอ้ทุเรศ” Hyde เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มเสียงลั่นดิ้นรนผลักไสเต็มกำลังหมายจะให้หลุดไปจากพันธนาการของอีกฝ่าย “เออบ้า !! ฉันเคยบอกนายแล้วไง ว่าอย่าลองดีกับหมาบ้าอย่างฉัน” พูดจบสองมือของชายหนุ่มก็ยกขึ้นกระชากเสื้อเชิ๊ตของร่างบางจนขาดออกจากกัน ร่างบางดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง สองขายกขึ้นถีบเตะเป็นพัลวันแต่ก็โดนเข่าของ J กดเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

“นายจะทำอะไร ?!! ปล่อยนะ…” ร่างเล็กร้องเสียงสั่นสองมือก็ทั้งทุบ ทั้งจิก ทั้งข่วนชายหนุ่มเป็นพัลวัน พริบตาที่พยายามดิ้นรนขัดขืนริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างดุดัน Hyde เม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมให้ชายหนุ่มล่วงล้ำเข้าไปมากกว่านี้

 

…เพียะ~!!…

 

เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามดังชัดเจน ชายหนุ่มหน้าหันไปตามแรงตบก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ Hyde ตบหน้าอีกฝ่ายหมายจะให้มีสติแล้วมองดูให้ชัดเจนว่าตัวเองกำลังทำอะไร แต่สิ่งที่ร่างบางกระทำกลับยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์โกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายให้ปะทุขึ้นมาอีก J ใช้มือข้างหนึ่งบีบกรามของอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่นทาบทับริมฝีปากบดขยี้อย่างรุนแรงลงไปอีกครั้ง คราวนี้เพราะแรงบีบทำให้ร่างเล็กไม่สามารถเม้มริมฝีปากเพื่อหลบหนีปลายลิ้นเร่าร้อนที่ถูกส่งเข้ามาพัวพันอย่างอุกอาจ

 

Hyde เบิกตากว้างพยายามออกแรงดันไหล่หนาเพื่อให้ร่างสูงออกห่างไป แต่เรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดก็ไม่สามารถทำได้ดังใจ ในที่สุดร่างเล็กก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายฝืนแรงบีบกัดเข้าไปที่ริมฝีปากอีกฝ่ายเต็มแรง จนชายหนุ่มต้องถอนริมฝีปากออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“นายอยากฆ่าฉันก็เชิญ !! แต่อย่ามาทำอย่างนี้ !! ฉันไม่ใช่ผู้หญิง…ได้ยินมั้ย !!! ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิง !! “ Hyde ตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายเสียงลั่นน้ำตาเริ่มไหลทะลักออกมานองหน้า แม้จะมีสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาชำระล้างแต่แรงสะอื้นก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ พื้นดินที่เฉอะแฉะ และหยาดฝนเย็นยะเยียบที่ตกลงมากระทบร่าง ยิ่งทำให้ร่างข้างใต้ตัวสั่นระริกทั้งความหนาวและความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจ จะขยับหนีไปไหนก็ไม่ได้ร่างกายเหมือนสูญสิ้นเรี่ยวแรง…มีหนทางเดียวคือให้ J มีสติมองดูสิ่งที่ตัวเองกำลังจะกระทำให้ชัดเจน หวังว่าเรื่องมันคงจะไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้

 

แต่สิ่งที่ Hyde ภาวนากลับไม่เป็นผลเมื่อชายหนุ่มใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน มัดไปที่ข้อมือบางทั้งสองข้างอย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นรนขัดขืน Hyde เบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่า J ไม่ยอมหยุดร่างเล็กยังคงพยายามขัดขืนดิ้นรนจนสุดแรงเพื่อจะออกห่างจากอีกฝ่าย แต่ก็โดนชายหนุ่มจับที่ข้อเท้าแล้วลากกลับมา กำปั้นหนัก ๆ ถูกชกลงที่ผิวอ่อนบางที่ท้องเต็มแรง จนร่างเล็กแทบจะอาเจียนเอาน้ำขมในช่องท้องออกมา Hyde นอนนิ่งไม่ไหวติงเพราะน้ำฝนที่สาดกระเซ็นลงบนใบหน้าจึงไม่ทำให้ร่างเล็กหมดสติ รู้สึกถึงทุกอย่างที่ชายหนุ่มกำลังกระทำกับร่างกายเขาแต่ก็ไม่อาจขัดขืนมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ดังคลอไปกับสายฝนที่ยังกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย กางเกงบอกเซอร์ขาสั้นที่อีกฝ่ายเป็นคนให้เขาใส่ถูกกระชากทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดี

 

 Hyde หลับตากัดริมฝีปากแน่นไม่อยากคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาจ้องมองใบหน้าเรียวสวยที่หลับตาสะอื้นไห้ ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะเริ่มต้นทำงานของมันอีกครั้ง จากซอกคอเรื่อยไปที่ใบหูและมาหยุดอยู่ที่ปลายยอดอก ริมฝีปากอุ่นร้อนแนบสนิทสัมผัสกับผิวอ่อนบางที่เย็นยะเยียบแต่สิ่งที่ J กระทำไม่ได้กระตุ้นอารมณ์รักให้เกิด ตอนนี้มีแต่ความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกว่าเรียวขาถูกแยกออกจากกัน ขาเรียวบางข้างหนึ่งถูกยกขึ้นพาดบ่าชายหนุ่ม มาถึงตอนนี้ Hyde เริ่มดิ้นรนขัดขืนขึ้นมาอีกครั้งแต่สองมือแกร่งก็จับสะโพกมนเอาไว้มั่น ก่อนที่ความเร่าร้อนของแก่นกายจะเริ่มต้นแทรกแซงเข้าไปหาจุดหมายปลายทางที่ไม่ต้อนรับ Hyde กรีดร้องเสียงหลงเจ็บเหมือนร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

 

Sex ที่ปราศจากความรัก ความอ่อนโยน ไม่ได้รู้สึกยินยอมที่ถูกกระทำ ร่างกายเกร็งฝืนไปทุกส่วน…ยิ่งเกร็งก็ยิ่งเจ็บ…ความรู้สึกอุ่นชื้นที่สัมผัสได้จากด้านหลัง…คงเป็นเลือด…

 

“ไม่ !!! J อย่า…!! “ ร่างเล็กบางตะโกนเสียงลั่น พยายามฝืนรั้งร่างกายให้ออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อชายหนุ่มยังจับสะโพกมนเอาไว้แน่นหนาและยังพยายามแทรกกายเข้ามาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน เลือดสีแดงเข้มที่โดนน้ำฝนจนเหลือเพียงสีจาง ๆ ไหลลงไปตามเรียวขา…ร่างเล็กทำได้แค่กัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือดภาวนาให้ตัวเองหมดสติไปไม่ต้องมารับรู้ถึงการกระทำครั้งนี้ได้ยิ่งดี ให้เขาตายไปซะเลยดีกว่าที่จะมาถูกกระทำเหมือนเขาไม่ใช่คน เป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ของชายหนุ่ม …

 

J ที่เหมือนอารมณ์โกรธบังตาจนมืดมิด ไม่สนแม้แต่ว่าร่างข้างใต้จะเจ็บปวดจากการกระทำของเขาแค่ไหน ชายหนุ่มยังคงพยายามแทรกกายเข้าไปเรื่อย ๆ เหมือนจะใช้ความใคร่ระบายอารมณ์โกรธแค้นที่กำลังครุกรุ่นอยู่ในจิตใจตอนนี้ให้หมดไป…

 

J เริ่มเร่งขยับกายหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อฝืนดึงดันที่จะเข้าไปในตัวร่างเล็กบางได้จนหมด…เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังแว่วมากระทบโสตประสาทก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง…เสียงกรีดร้องของ Hyde ที่ดังลั่นแต่ชายหนุ่มดูเหมือนจะไม่ได้ยิน… J ยังคงเคลื่อนกายดุดันหมายจะให้อารมณ์ครุกรุ่นที่อยู่ในจิตใจได้ระบายลง…จนเมื่อทุกอย่างถูกปลดปล่อยร่างสูงหลั่งรินหยาดของเหลวอุ่นระอุเข้าไปในตัวร่างบางไม่มีเหลือ ขยับถอนกายออกมาของเหลวสีขาวขุ่นปนเปื้อนไปด้วยสีแดงจาง ๆ ไหลออกมาทันทีเมื่อเขาออกมา

 

ชายหนุ่มหอบหายใจเบา ๆ เหล่มองไปที่ร่างที่เขาใช้เป็นที่ระบายอารมณ์ Hyde หมดสติไปแล้วเพราะการกระทำที่ป่าเถื่อนของเขา J ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างยกสองมือขึ้นกุมขมับแน่นเพราะอารมณ์ชั่ววูบเขาได้ทำร้าย Hyde ไปแล้ว…มันน่าจะรู้สึกสะใจที่ได้แก้แค้นให้เพื่อนของตน…ทำให้ร่างเล็กเจ็บปวด อับอายยิ่งกว่าตาย แต่ทำไมเขากลับไม่รู้สึกดีขึ้น… J สะบัดหัวไล่ความคิดเงยหน้าขึ้นเพื่อให้น้ำฝนเย็น ๆ ช่วยชำระล้าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะผุดลุกขึ้นโอบอุ้มร่างเล็กขึ้นในอ้อมกอดพากลับบ้านพักไปอย่างรวดเร็ว

 

<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>

 

TBC.

 

 

Love Punish 11

11
 
ผ่านไปอีก 2-3 วันจนครบอาทิตย์ที่คนทั้งคู่มาอยู่บนเกาะนี้…หลังจากวันนั้น Hyde ก็ทำกับข้าวเต็มโต๊ะทุกวันเหมือนกับมีงานฉลองแอบโยนอะไรทิ้งไปบ้างเพื่อให้ข้าวของที่ J เตรียมเอาไว้หมดเร็ว ๆ ซึ่ง J ก็ต้องกินจนพุงกางทุกวันถ้าไม่หมดเจ้าตัวเล็กก็จัดการกินเองจนหมด
“ J “ Hyde เอ่ยปากเรียกชายหนุ่มที่นั่งเล่นกีตาร์โปร่งอยู่ด้านนอกเบา ๆ
“มีอะไร ?” J หันมาถามพร้อมกับเสียงกีตาร์ที่หยุดลง
“ก็ข้าวสารมันหมดแล้ว…” ร่างเล็กตอบเบา ๆ เมื่อโดนสายตาคาดคั้นของชายหนุ่ม
“งั้นก็กินอย่างอื่น…อาหารแห้งฉันก็ซื้อมาเก็บไว้ตั้งเยอะ”  J ตอบอย่างไม่ใส่ใจหันกลับมาขยับจะเล่นกีตาร์ต่อ
“ก็มันหมดทุกอย่างแล้ว”
“อะไรนะ !!?” ชายหนุ่มผมทองหันกลับมาหาอย่างตกใจจำได้ว่าข้าวของที่ซื้อมาเก็บไว้น่าจะกินได้เป็นเดือนสำหรับคน 2 คนแล้วนี่มันอะไรแค่อาทิตย์เดียวมันจะหมดทุกอย่างได้ยังไง…
“ก็…” Hyde อึกอักไม่รู้จะอธิบายยังไง
“ฉันรู้แล้ว…มันเพราะไอ้กระเพาะนรกของนายแน่ ๆ แล้ว 2-3 วันมานี่ดูท่าจะกินเยอะเป็นพิเศษ…เป็นไง  กลัวว่าตายแล้วจะไม่ได้กินรึไง ?” J ประชดออกมาทันทีพร้อมกับผุดลุกขึ้นเดินเข้าไปตรวจดูในครัว…เปิดตู้เย็น ตู้กับข้าวไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง  ชายหนุ่มกระแทกปิดประตูดังโครมใหญ่จนร่างเล็กที่เดินตามมาสะดุ้ง
“นับจากวันนี้ไป…ถ้าฉันเห็นนายกินอะไรมากกว่ามื้อหลักหรือทำอาหารเกินกว่าคนสองคนกินละก็…ฉันจะขังนายไว้ไม่ให้กินข้าวเลยคอยดู   ถอยไป” J สั่งเสียงแข็งเดินเบียดไหล่ร่างเล็กลงจากบ้านพักไปอย่างหงุดหงิดทันที  ซึ่ง Hyde ก็แทบถลาเดินตามไปติด ๆ
“นี่ ๆ นายจะไปไหนเหรอ ?”  ร่างเล็กร้องถามขณะที่ต้องก้าวยาว ๆ เพื่อให้ทัน J เดิน  ร่างสูงไม่ตอบคำถามทำเพียงหันมาเหล่มองนิดหน่อยแล้วก้าวขายาว ๆ เดินตรงไปที่เรือที่จอดอยู่
“จะออกไปข้างนอกเหรอ…ให้ฉันไปด้วยได้มั้ย?” Hyde รีบเอ่ยปากขอร้องเมื่อรู้ว่า  J กำลังจะออกไปจากเกาะ  ร่างสูงหยุดฝีเท้าก่อนจะหันมาหาร่างเล็กอย่างรวดเร็ว  J จ้องหน้า Hyde อย่างไม่พอใจก่อนจะผลักไปที่ไหล่บางเต็มแรงจนร่างเล็กล้มก้นกระแทกพื้น
“ทางที่ดีนายรีบเอาหน้านาย  กับตัวนายไปให้พ้นหน้าฉันดีกว่า  หรืออยาก  ให้ฉันลากกลับไปขังเอาไว้!! “ J ตะคอกใส่เสียงแข็งพร้อมกับสะบัดหน้าเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ Hyde อีก…ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนเอามือลูบไปที่สะโพกเบา ๆ จ้องมองจนเห็นร่างชายหนุ่มผมทองเดินขึ้นเรือแล้วขับมันออกไป  Hyde ยืนมองอยู่นานจนแน่ใจว่า J ออกไปจากเกาะนี้แล้วแน่ ๆ ร่างเล็กหันหลังวิ่งตรงไปที่บ้านพักอย่างรวดเร็ว…คว้าเอาเสบียงที่แอบเก็บไว้นิดหน่อยกับขวดน้ำดื่มขึ้นมาโดยไม่ลืมที่จะอุ้มเจ้าเหมียวไปด้วย…ในที่สุด Hyde ก็ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดวงข้ามป่าและเขาเพื่อไปยังอีกด้านของเกาะ ร่างเล็กกระชับเจ้าแมวในอ้อมกอดเอาไว้แน่นแล้วเดินเข้าไปในป่าที่อยู่ด้านหลังบ้านพักทันที…
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
“พ่อหนุ่มจะเอาอะไรบ้าง ?” สำเนียงแปร่ง ๆ ของชาวเกาะที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ อีกด้านของเกาะถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาบอกว่าต้องการสิ่งของ  J ไม่ได้ออกเรือไปไหนไกลเพียงแค่อ้อมมาอีกด้านเท่านั้นเพราะเขาก็ไม่อยากออกมาจากบ้านพักนาน ๆ กลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะทำอะไรตุกติกอีก…อีกอย่างที่นี่ก็มีข้าวของพอให้ประทังชีวิตไปได้  โดยไม่ต้องขึ้นฝั่งไปที่เมืองเหมือนคราวที่แล้วที่เขาทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้แล้วขึ้นฝั่งไป…เพราะตอนนั้นก็กะจะทิ้งเอาไว้จริง ๆ
“เอาตามนี้แล้วกัน…ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องหรือมีอะไรที่แทนได้ก็เอามา” J ยื่นกระดาษที่จดสิ่งที่ต้องการให้เจ้าของร้านขายของเล็ก ๆ ในหมู่บ้านชาวประมงไป
“เอ่อ…แล้วมีเสื้อผ้า…”  ร่างสูงอ้ำอึ้งเล็กน้อยเมื่อกำลังคิดเปรียบเทียบขนาดของเจ้าตัวเล็ก
“พ่อหนุ่มใส่เองเรอะ” เสียงเจ้าของร้านถามกลับมา
“ไม่…เอ่อ…เอาขนาดที่เจ้าหนูนี่ใส่ได้”  J ตอบพร้อมกับชี้มือไปทางเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาในร้านพอดี…ดูแล้ว ๆ น่าจะตัวพอ ๆ กับ Hyde เจ้าของร้านพยักหน้ารับก่อนจะไปจัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่ J ต้องการ
“เอ่อ…อีกเรื่องที่นี่มีโทรศัพท์มั้ย ?” J เอ่ยปากถามเมื่อเขาคิดขึ้นมาได้ว่าไม่ได้ติดต่อไปถามข่าวคราวเพื่อน ๆ บ้างเลย  เจ้าของร้านชี้มือไปที่ตู้โทรศัพท์เล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
“ moshi moshi “ เสียงปลายสายตอบกลับมา
“ Shinya นี่ฉันเอง” J กรอกเสียงแสดงตัวออกไป  ก่อนจะได้ยินน้ำเสียงร้อนรนตอบกลับมา
“ไอ้ J แกหายไหนมาวะ ? ไม่ติดต่อมาเลย…รู้รึเปล่าระหว่างที่แกไม่อยู่ Ino เกิดเรื่อง” คำตอบของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ดวงตาเรียวรีเบิกกว้าง
“เป็นอะไร ? Ino เป็นอะไร ?” J ร้องถามไปอย่างร้อนรน
“ก็ชีพจรเต้นอ่อนลง…ต้องเอาเข้า ICU ด่วน…แต่ตอนนี้แกไม่ต้องกังวลอะไรมากนะ…ออกมาพักที่ห้องปกติได้แล้วแต่ก็ยังไม่ฟื้น…หมอเองก็ยังไม่ยืนยันว่าจะเป็นอย่างนี้ขึ้นมาอีกรึเปล่า ? ต้องรอดูอาการไปก่อน” Shinya อธิบายเพื่อให้เพื่อนรักผมทองคลายกังวลเพราะรู้ว่า J จะต้องเป็นห่วง Ino มาก…สิ่งที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้เพื่อนเขาจะอาการทรง ๆ ทรุด ๆ อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน…เพราะมันคนเดียว… J กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อคิดไปถึง Hyde
“แล้วนี่แกอยู่ไหน ? ไม่เข้ามาเยี่ยม Ino หน่อยเหรอ” มือกลองร่างท้วมเอ่ยปากถามถึงที่อยู่ของ J
“ก็ยังอยู่ในประเทศนั่นแหละ…แต่ตอนนี้คงไปไม่ได้ติดธุระสำคัญปลีกตัวไปไหนไม่ได้…ถ้ายังไงฝากพวกนายดูแล Ino ด้วยแล้วกัน…แล้วเดี๋ยวอีกไม่กี่วันฉันอาจเข้าไป” J ตอบปัด ๆ ไม่ยอมบอกที่อยู่ให้ชัดเจนให้เพื่อนรู้
“ธุระอะไรวะ ? “ Shinya ย้อนถามมาอีก
“เออน่ะ…เอาเป็นว่าอีกไม่นานฉันจะเข้าไป…แค่นี้ก่อนนะ” ชายหนุ่มวางหูโทรศัพท์ลงทันทีก่อนที่เพื่อนจะซักไซร้ถามอะไรมากไปกว่านี้…ในใจตอนนี้ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง Ino มากขึ้นกว่าเดิมหรือจะกลับเข้าฝั่งไปตอนนี้เลยดี…คิดมาถึงตรงนี้ J ก็รีบเดินไปเอาของที่ร้านโดยมีลูกจ้างของร้านช่วยขนมาส่งถึงที่…แต่ท่าทางอากาศจะไม่เป็นใจที่จะเดินเรือออกไปกลางท้องทะเลเวลานี้เพราะเมฆฝนเริ่มตั้งเค้ามืดครึ้มไปทั่วบริเวณ…ท้องฟ้าที่เมื่อเช้ายังเป็นสีฟ้าสดใสเวลานี้กลับมีเมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวอยู่บนท้องฟ้า…และสายฝนชุ่มฉ่ำก็เริ่มตกลงมาปรอย ๆ แล้วด้วย…ไม่รอช้า J รีบหันหัวเรือกลับไปที่เกาะอีกด้านอย่างรวดเร็ว
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
…มาด้าน Hyde …
ร่างเล็กหยุดเดินก่อนจะหอบหายใจเบา ๆ ตอนนี้เขาเดินเข้ามาอยู่ในป่าที่รกทึบไม่รู้จะหาทางไปทางไหนมันไม่มีทางเดินเท้าให้เห็นแม้แต่น้อยยิ่งแสดงให้เห็นว่าปกติไม่มีคนใช้เส้นทางนี้ในการสัญจร…หรืออีกฝั่งจะไม่มีคนอยู่  ร่างเล็กรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองอย่างรวดเร็ว…จะมาถอดใจเอาตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด…ต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองเท่านั้น
…ครืนน…ครืน…
เสียงท้องฟ้าที่ร้องคำรามขึ้นทำให้ร่างเล็กต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปมอง  เมฆฝนตั้งเค้ามาตั้งเมื่อไหร่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดอาจเพราะบรรยากาศที่มืดครึ้มของป่าทำให้เขาลืมสังเกตไป  Hyde หันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเร่งฝีเท้าออกไปจากจุดที่ตนยืนพักอย่างรวดเร็วหมายจะข้ามไปอีกฝั่งของเกาะให้ทันก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมา…แต่ฝนที่ตกมาปรอย ๆ ก็ทำให้การเดินเท้าผ่านป่ายากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม…พื้นดินเริ่มเฉอะแฉะและอ่อนตัว  ตอนนี้ตลอดร่างของ Hyde จึงมอมแมมไปหมด
“โอ้ย !! “ ร่างเล็กสะดุดรากไม้ที่โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาจนล้มคะมำลงไปทันที…เพราะความรีบเร่งเลยทำให้ไม่ทันได้สังเกต…เจ้าเหมียวขนทองที่เจ้าตัวหอบหิ้วมากระโดดหลุดออกไปจากอ้อมกอดทันที…พร้อมกับวิ่งลับหายไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเหมียว !! เจ้าเหมียว !! “ Hyde ตะโกนเรียกเจ้าแมวหนุ่มพร้อมกับค่อย ๆ ผุดลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก  ก้มลงมองหัวเข่าก็เห็นเป็นแผลถลอกมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย…แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองก็ไม่เห็นเงาของเจ้าแมวขนทองที่เขาร้องเรียกเมื่อกี้อีกแล้ว…ร่างเล็กกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจค่อย ๆ พยุงตัวเดินต่อไป
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
…  มาด้าน J …
ชายหนุ่มหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังวิ่งฝ่าสายฝนที่เริ่มตกหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงมาที่บ้านอย่างรวดเร็ว  เมื่อวางของลงกับพื้นชายหนุ่มสะบัดหัวนิดหน่อยเพื่อไล่เศษน้ำที่เกาะอยู่ที่เส้นผม
“ Hyde นายมาเอาของไปเก็บทีซิ !! “ J ตะโกนเรียกร่างเล็กที่เขาคิดว่าคงจะไปแอบหลับอยู่ในห้อง  แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมาแม้แต่น้อย  ชายหนุ่มรีบสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปที่ห้องนอนเปิดประตูออกดูอย่างรวดเร็วสิ่งที่เห็นคือภาพเตียงนอนที่ว่างเปล่าและภายในห้องก็ว่างเปล่าเช่นกัน… J ทุบบานประตูห้องอย่างเจ็บใจก่อนจะเดินหาไปทั่วบ้านก็ไม่พบร่างเล็กอยู่ที่ไหนสักที
~~~ เมี้ยว ~~~
เสียงแมวที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของ J ได้ทันที…ชายหนุ่มหันไปมองตามต้นเสียงเพราะคิดว่า Hyde อาจออกไปเดินเล่นกับแมว…แต่ภาพที่เห็นคือเจ้าเหมียวขนทองวิ่งออกมาจากป่าพร้อมกับตรงมาที่บ้านพักอย่างรวดเร็ว…ก่อนจะมาหยุดยืนสะบัดขนที่เปียกน้ำอยู่ข้าง ๆ ตน…เพียงเท่านี้ J ก็เข้าใจได้ทันที Hyde คงเดาได้ว่าอีกฝั่งของเกาะอาจมีคนอยู่แล้วคงคิดที่จะลองเสี่ยงดวงไปขอความช่วยเหลือ  ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองก็คงไม่แน่ใจ…ชายหนุ่มกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจกำหมัดทุบไปที่กำแพงบ้านพักเต็มแรง…แค่ได้ยินว่า Ino ทรุดลงเขาก็แทบอยากจะกลับมาฆ่าไอ้ตัวต้นเหตุแล้ว…แถมมาตอนนี้ Hyde ยังคิดจะหนีไปอีก…อย่าหวังว่านายจะได้กลับไปอีกเลย Hyde ชายหนุ่มผมทองกระโดดลงจากบ้านพร้อมกับวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว…
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
TBC.
 
ขอบคุณคุณยุ้ยที่เข้ามาติดตาม เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณเข้ามาอ่านได้ยังไง ? เพราะอันที่จิง blog ตัวนี้เปนตัวที่เราไม่ค่อยได้ใช้ แต่จะลงฟิคตอนเก่าไว้แล้วส่งลิงค์ไปให้เพื่อให้เขาเข้ามาอ่านกันเอง
 
แต่ขอบคุณมากๆ  สำหรับคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้า  ยินดีต้อนรับทุกคนที่สนใจอ่าน (แต่มีเรื่องที่อยากเติอนเล็กน้อย คือ  มันคือ Fic Y (ชxช) เพราะฉะนั้นอาจมีใครที่รับไม่ได้ ขอให้คุณปิดไป ไม่ต้องตามมาด่าถึงใน blog ส่วนตัวของดิฉัน ที่จะอนุญาตให้คนที่เข้าใจจินตนาการเท่านั้นเข้ามาอ่าน)
 
อีกเรื่องที่สำคัญกว่าที่เป็น FiC Y คือการนำตัวละครที่เป็นศิลปินจิงๆ มาแต่ง ขอให้แฟนของศิลปินคนไหนที่ถูกกล่าวถึงในเรื่อง ถ้าคุณไม่พอใจก็ปิดไปไม่ต้องเข้ามาอีก ไม่ต้องมาแสดงความคิดเห็นที่ไม่ดีในที่ส่วนตัวของคนอื่น
 
สำหรับคนที่ชื่นชอบ คนที่รับได้ เราเปิดต้อนรับทุกคนเข้ามาอ่าน  ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ
 
 
 
*อันที่จิง FIC เรื่องนี้ได้ลงไว้จนจบแล้ว ที่ GuBoard (www.fakt.us) (แต่งเสร็จนานแล้ว) ถ้าใครไม่เคยอ่านจะค่อย ๆ เอามาลงจนครบ หรือจะไปหาอ่านที่นั่นก่อนก็ได้ ในห้อง Fan Fiction & Novel แต่จะมีตั้งแต่ตอนที่ 70 กว่าไปแล้ว
แต่ที่นั่นมีเรื่องใหม่ ๆ ให้ลองอ่านเยอะเลย ^^
 
 
 
 
 
12月15日

Love Punish 10

- 10 -
 
…ทันที่เดินมาถึงบ้าน.. Hyde ก็รีบตรงดิ่งเข้าไปในครัวทันที... เพื่อหาอาหารให้เจ้าเหมียว.. J ยืนมองร่างเล็กที่กำลังปลุกปล้ำกับแมวเหมียวเพื่อบังคับให้มันกินข้าวอย่างขำ ๆ... ในที่สุด Hyde ก็ทำได้สำเร็จ..หลังจากโดนข่วนไปหลายแผล.. เจ้าเหมียวขนสีทองก็ยอมกินข้าวจนได้... Hyde นั่งเกยคางบนโต๊ะเอียงคอมองเจ้าเหมียวที่กำลังหม่ำข้าวอยู่กลางโต๊ะตรงหน้าอย่างมีความสุข...

“กินเยอะ ๆ นะสาวน้อย..จะได้แข็งแรง...” Hyde บอกยิ้ม ๆ...

“เฮอะ..สาวน้อย...นี่นายแหกตาดูรึเปล่า..นั่นน่ะมันตัวผู้ชัด ๆ... ฉันจับมันทีเดียวก็เห็นแล้ว...ท่าจะบ้า” J พูดจาเสียดสีอย่างจงใจ....ตัวเองเหมือนผู้หญิงไม่พอ..จะลากแมวไปเหมือนด้วยรึไง..

Hyde รีบก้มลงมองเจ้าแมวเหมียวตรงหน้าทันที...แล้วก็ได้เห็นว่าเจ้าแมวตัวนี้เป็นตัวผู้อย่างที่อีกฝ่ายบอกจริง ๆ..ร่างเล็กไม่โต้ตอบอะไร.. ได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้พุ่งความสนใจไปที่เจ้าแมวหนุ่มตรงหน้าทั้งที่รู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก...

ตลอดบ่ายวันนั้นทั้งวัน J แทบจะไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้าเลย.. เสียงหัวเราะของ Hyde ดังขึ้นเป็นพัก ๆ อยู่ตลอดเพราะดูเหมือนว่าเจ้าเหมียวจะผูกสัมพันธ์กับนายใหม่ของมันได้อย่างรวดเร็วทันใจ.. ติดตามพัวพันขาตาม Hyde ไปทุกที่....

“นี่...วันนี้ขัดห้องน้ำหรือยัง..ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าต้องขัดทุกวัน..” J เตือนขึ้นเบา ๆ.. เมื่อเห็นว่า Hyde กำลังนั่งแกว่งผ้าผืนเล็ก ๆ ไปมาเพื่อล่อให้เจ้าเหมียวไล่ตะปบเล่น... ใบหน้าเรียวออกอาการเซ็งให้เห็นเล็กน้อยกับคำเตือนนั้น.. แต่เพียงครู่เดียวก็กลับยิ้มออกมา.. มือเรียวบางรวบร่างเจ้าเหมียวขึ้นมาสำรวจทันที.. ขนนิ่มละเอียดสีทองขะมุกขะมอม...แต่ถ้าได้อาบน้ำคงจะน่าดูขึ้นอีกเยอะ... คิดได้ดังนั้น Hyde ก็รีบอุ้มเจ้าเหมียวเดินตรงไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว...

ผ่านไปเกือบชั่วโมง.. Hyde ก็เดินอุ้มเจ้าเหมียวขนสีทองเปียกลู่ออกมาจากห้องน้ำ...ในขณะที่ตัวคนอุ้มก็มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก..เปียกมะล่อกมะแล่กด้วยกันทั้งคู่...แม้จะดูเหนื่อยล้าแต่ใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มบ่งบอกถึงความสุขอย่างเห็นได้ชัด..

เสื้อเชิ้ตตัวยาวของชายหนุ่มที่ Hyde สวมอยู่เปียกชื้นไปหมด.. เจ้าแมวหนุ่มหลงทางไม่คุ้นเคยกับน้ำมานานจึงดิ้นรนจนคนอาบแทบจะต้องอาบตัวเองไปพร้อมกันด้วย.. Hyde ไม่ได้ใส่ใจกับสภาพของตัวเองนัก..รีบอุ้มเจ้าเหมียวพร้อมกับคว้าผ้าขนหนูเดินไปนั่งที่ม้ายาวนอกชานระเบียง... ผ้าขนหนูถูกคลี่ออกวางพาดบนตักก่อนจะวางร่างเจ้าเหมียวลงไปอย่างนุ่มนวล..ซับน้ำเช็ดลงไปบนขนสีทองนุ่มนิ่มของเจ้าเหมียวที่นอนขดตัวอยู่บนตักอย่างมีความสุข...

J นั่งมองภาพนั้นผ่านทางประตูที่เปิดออกไปนอกระเบียง... เส้นผมสีดำสลวยของ Hyde เป็นประกายสวยงามเมื่อต้องแสงแดด... รอยยิ้มที่มีให้กับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้า.. ดูสดใสมีความสุข....ทำให้ภาพตรงหน้าน่ามองจนไม่อาจถอนสายตา... รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับจากอีกฝ่าย..

“ไงล่ะ..บอกแล้วว่าอาบน้ำแล้วสบาย..เห็นป่าวหล่อขึ้นเยอะเลย..คุณชาย..” Hyde อุ้มร่างเจ้าเหมียวชูออกจนสุดแขนเพื่อดูให้ชัด..ขนสีทองซึ่งดูมอมแมมตอนแรกเปลี่ยนเป็นเงาสะอาดสวยงาม..

“อยู่เป็นเพื่อนกันนะ..ตอนนี้ฉันกำลังเหงามากเลย..” Hyde ดึงเจ้าเหมียวกลับมากอดไว้อีกครั้ง...อดนึกถึงเพื่อนรักขึ้นมาไม่ได้..ถ้าเจ้า Ken มาเห็นคงชอบน่าดู.. Hyde ถอนใจแรงออกมาเมื่อคิดถึงเพื่อน ๆ ป่านนี้จะมีใครสงสัยมั้ยว่าทำไมเขาถึงไม่ติดต่อไปเลย...จะมีใครรู้มั้ยว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ฮาวาย..แต่ถูกจับมาไว้ที่นี่... เกาะร้าง..มองไปทางไหนก็เจอแต่ป่า..กับทะเลเวิ้งว้างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา.....จะหนีไปที่ไหนได้...

“เหงามั้ยเจ้าเหมียว..มีคนรอให้กลับไปรึเปล่าห๊ะเรา??..” Hyde ถามเพื่อนใหม่ยิ้ม ๆ...และเหมือนเจ้าตัวจะนึกอะไรขึ้นมาได้จากคำพูดของตนเอง.. แมวหลงทาง..บนเกาะร้างงั้นเหรอ..คิ้วเรียวเล็กขมวดมุ่นเมื่อเริ่มนึกสงสัยถึงที่มาที่ไปของเจ้าแมวหนุ่มตัวนี้...เจ้าเหมียวตัวนี้คุ้นเคยกับคนมาก่อนแน่ ๆ.. เพราะมันคุ้นกับคนง่าย ..ที่ตอนแรกข่วนเขาก็เพราะตกใจกลัวเท่านั้น...

Hyde พรวดพราดลุกขึ้นยืนเดินตรงไปที่สุดชานระเบียงชะโงกมองไปที่ป่าด้านหลังที่เห็นอยู่ไกล ๆ อย่างสงสัย... หรือว่า..บนเกาะนี้จะมีคนอยู่ด้วย....ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่น หันไปเหล่มองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในบ้านนิดหน่อย ถ้าลองถามมีหรือ J จะบอกว่าอีกฝั่งมีคนอยู่ มีทางเดียวคือต้องลองเสี่ยงออกไปดูแต่ J ก็เฝ้าเขาตลอดเวลาแค่เขาห่างสายตาออกไปเดินเล่นแป๊บเดียวชายหนุ่มก็ตามมาเจอแถมโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟอีก…

อีกอย่างถ้าอีกฝั่งไม่มีคนอยู่จะทำยังไง ? ถ้าไปแล้วรอดเจอคนช่วยก็ดีไป แต่ถ้าไม่…

คิดมาถึงตรงนี้ Hyde แทบไม่อยากคิดต่อไม่ตายในป่าก็ต้องโดน J ลากกลับมาฆ่าแน่ ๆ ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นเริ่มลังเลกับความคิดตัวเอง

~~ เมี้ยว ~~

เสียงเจ้าเหมียวขนทองดังขึ้นขณะที่เดินตามมาคลอเคลียกับขาของ Hyde …ร่างเล็กก้มหน้าลงไปมองก่อนจะอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด

“อีกด้านของเกาะมีคนอยู่ใช่มั้ย ?” Hyde พึมพัมกับเจ้าเหมียวเบา ๆ ซึ่งเจ้าตัวก็รู้อยู่แล้วว่าคงไม่มีวันได้รับคำตอบ ยืนครุ่นคิดตัดสินใจอยู่นานในที่สุดร่างเล็กก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะลองข้ามไปดูดีกว่านั่งให้ J จิกหัวใช้อยู่ที่นี่แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ชายหนุ่มจะปล่อยเขาไป ถ้า Ino ไม่ฟื้นชีวิตเขาคงจบลงที่นี่ล่ะมั้ง

…เมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาด Hyde ก็เริ่มคิดแผนที่จะให้ J ออกจากเกาะไป…เพราะถ้าคำนวณจากระยะเวลาที่อยู่บนเรือตอนโดนพามานี่ก็นานพอดู แล้วถ้าไปกลับน่าจะใช้เวลาทั้งวันแค่นี้ก็พอจะให้เขาออกไปสำรวจดูถ้าไม่มีทางจริง ๆ ค่อยกลับมา ตอนนั้น J คงยังไม่รู้ว่าเขาออกไปข้างนอก

….ตกเย็นของวันนั้น…

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาล่ะเนี่ย.. ? ทำอาหารมาเต็มโต๊ะ…แล้วใครจะกินเข้าไปหมด…อยู่กันแค่ 2 คน…ทำยังกะจะเลี้ยงคนเป็น 10..กินเผื่อตายคืนนี้รึไง..“ J บ่นขึ้นมาทันทีเมื่อเดินเข้าครัวมาแล้วเห็นสิ่งที่อยู่บนโต๊ะอาหาร

“นี่ไง…มีเจ้าเหมียวเพิ่มมา” Hyde ตอบพร้อมกับยกเจ้าแมวขนทองขึ้นมาชูให้ J ดู

“แมวมันไม่กินเยอะขนาดนี้หรอก…ตัวเองตะกละก็บอก..ไม่ต้องไปโยนความผิดหมาแมว” J เอ่ยขึ้นมาอย่างเซ็ง ๆ พร้อมกับทรุดลงนั่งประจำที่โดยมี Hyde นั่งตรงข้าม

…คืนนั้น Hyde ลงไปนอนกับพื้นเองโดยไม่มีใครสั่งซึ่ง J ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเจ้าตัวนอนดิ้นรบกวนชาวบ้านเขาขนาดนั้นให้ลงไปนอนกับพื้นก็ดี ร่างเล็กนอนลูบหัวเจ้าเหมียวเล่นเบา ๆ แต่ไม่ทันไรเจ้าแมวหนุ่มขนทองก็ลุกออกไปจากอ้อมกอดเดินไปกระโดดผลุงขึ้นไปนอนบนเตียงกับ J ซะอย่างนั้น

“เจ้าเหมียวมานี่” ร่างเล็กเอ่ยปากเรียกเบา ๆ พร้อมกับผุดลุกขึ้นนั่งหันไปที่เตียงอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่า J อาจรำคาญแล้วขู่จะฆ่าแมวอีก แต่ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มกำลังอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมานอนบนอกอุ่น ๆ ของตนเกาคางเจ้าแมวขนทองเล่นเบา ๆ กระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าแม้แต่แมวที่ Hyde พยายามช่วยแถมดูแลอย่างเอาเป็นเอาตายไม่เชื่อฟังแถมยังหนีมานอนกับเขา…ท่าทางแมวมันจะรู้ว่าใครมีอำนาจที่นี่และสมควรจะเชื่อฟังใคร ร่างเล็กกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อเจ้าเหมียวที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนกลับไปสวามิภักดิ์ฝ่ายตรงข้ามแต่โดยดี Hyde ล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วไม่สนใจจะเรียกเจ้าเหมียวลงมาอีก

“ไปคาบมา J “ Hyde ออกคำสั่งเมื่อโยนของเล่นไปให้เจ้าเหมียวขนทองที่นั่งเลียตัวแผลบ ๆ อยู่…เจ้าแมวหนุ่มได้แต่อ้าปากหาวก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างเกียจคร้าน…ไม่สนใจจะเล่นกับสิ่งที่ Hyde โยนให้…ร่างเล็กถอนหายใจออกมานิดหน่อยก็ในเมื่อมันเป็นแมวไม่ใช่หมา…คงไม่เล่นอะไรแบบหมา Hyde ขยับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ตบหัวเจ้าเหมียวเล่นเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยชื่อคนบางคนออกมา

“ J นายไม่ฟังคำสั่งฉันเหรอ…ทีหลังฉันสั่งอะไรก็ต้องทำอย่างนั้นรู้มั้ย?” Hyde ยกตัวเจ้าเหมียวขึ้นมาเขย่าเบา ๆ ใช้เจ้าแมวขนทองเป็นที่ระบายอารมณ์โกรธที่มีต่อชายหนุ่มผมทองไปพลาง ๆ ก่อน ซึ่งเจ้าเหมียวหนุ่มก็ได้แต่อ้าปากหาวปล่อยร่างเล็กก่นด่าระบายอารมณ์ต่อไปคนเดียว
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
TBC.
 

Love Punish 9

- 9 -
 
กลับมาด้าน Hyde ที่เพื่อน ๆ คิดว่าไปอยู่แถวฮาวาย เล่นน้ำทะเลอย่างมีความสุข…ร่างเล็กกำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารเย็นตามคำสั่งของชายหนุ่มผมทองที่นั่งพักผ่อนสบายอารมณ์อยู่ที่ชานบ้านด้านนอกที่เปิดรับลมทะเล ดื่มด่ำกับแสงอาทิตย์สีส้มยามเย็นที่กำลังจะตกสู่พื้นผิวน้ำในไม่ช้า…ท่าทางเหมือนมาพักผ่อนตากอากาศอย่างมีความสุขสุด ๆ Hyde คิดแค้นในใจถ้าไม่เพราะโดนจับมา…เขาก็ต้องได้ไปนั่งดื่มด่ำกับอาทิตย์ตกที่ฮาวายไปแล้ว

“ไอ้ตี๋ !! บ้าเอ๊ย !! ตายซะ !! “ Hyde สบถออกมาเบา ๆ พร้อมกับมีดในมือที่ฟันฉับลงไปบนปลาที่กำลังใช้ทำอาหารจนหัวขาดกระเด็น

“ตาย ๆๆๆ!! “ Hyde พึมพัมด้วยความแค้นขณะที่ออกแรงหั่นผักอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ทำอะไร ?” เสียงทุ้มต่ำเจือแววไม่พอใจดังมาขัดจังหวะความแค้นของร่างเล็ก… Hyde สะดุ้งสุดตัวก่อนจะโยนมีดทิ้งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“อ…เอ่อ…ผักมันหั่นยากมากเลย…เลยต้องออกแรงมากหน่อย” Hyde ตะกุกตะกักแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ J กระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหน่อยเมื่อเหล่มองท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่าย อีกอย่างเมื่อกี้ตอนเขาเดินเข้ามาเงียบ ๆ เสียงก่นด่าของ Hyde ทำเอาได้ยินเต็มสองหู แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจกับท่าทางเก็บกดของอีกฝ่าย…แต่สมองกลับคิดเรื่องที่จะให้Hyde ไปทำอีกพรุ่งนี้

คืนนั้นหลังจากที่กินข้าวกันเรียบร้อย… J สั่งให้อีกฝ่ายเข้านอนไปก่อนเพราะตัวเองยังไม่ง่วงซึ่งเจ้าตัวเล็กก็รับคำอย่างว่าง่าย…อีกอย่างที่บ้านหลังนี้มีน้ำไฟใช้ก็จริงแต่สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เหมือนจะถูกขนย้ายออกไปหมดแล้ว โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ ทุกอย่างที่จะสื่อถึงโลกภายนอกไม่มีอยู่เลย…

Hyde ต้องเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำทั้ง ๆ ที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องทำงานถึงตี 2 ตี 3 กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า…และวันนี้เขาก็ถูกใช้ทำงานทั้งวันเหนื่อยจนแทบขาดใจ ร่างเล็กล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายใจเพราะอีกฝ่ายยังไม่ได้เข้ามานอน…แต่ขณะที่ยังไม่ได้หลับเสียงกีตาร์โปร่งที่ J ติดมาพร้อมกับเบสก็ดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทของร่างเล็กที่นอนอยู่ในห้อง ทำนองเพลง Gravity ซึ่ง Hyde เองก็พอจะจำได้ดีเพราะเพลงนี้ก็ดังติดชาร์ตทุกชาร์ต…ที่สำคัญ Inoran เป็นคนแต่ง…

ร่างเล็กนอนฟังเงียบ ๆ เมื่อคิดว่าคนที่กำลังเล่นเพลงนี้คิดถึงคนแต่งมากแค่ไหน…เรื่อง Inoran เป็นเพื่อนสนิทกัน J มาตั้งแต่สมัยมัธยมใคร ๆ ต่างรู้ดี…มิตรภาพของคนคู่นี้แน่นแฟ้นมากแค่ไหน…ไม่แปลกที่ J จะโกรธมากที่เขาไปพรากเพื่อนคนสำคัญของ J ไป…เสียงกีตาร์โปร่งที่มีแต่ทำนองดังคลอเคล้ากับเสียงคลื่นและลมทะเล…ทำให้หัวใจรู้สึกผ่อนคลายแต่กลับไม่มีแม้เสียงร้องคลอตามท่วงทำนองดนตรีที่ชายหนุ่มเล่น

ดนตรีที่มีแต่ทำนองไม่มีคนร้องมันเหมือนกับเป็นความหมายว่าไม่มีเพื่อนรักอยู่เคียงข้างรึเปล่า ? Hyde ดึงผ้าห่มขึ้นมากระชับกับร่างมากกว่าเดิมเมื่อรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น…ถ้าไม่เพราะน้องสาวเขาไปขับรถชน Ino บางทีเรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น…แต่ในเมื่อทุกอย่างมันสายไปแล้วและเขาก็สาบานว่า J จะต้องไม่รู้ว่าน้องเขาเป็นคนทำ…ไม่อย่างนั้นเรื่องที่จะเกิดกับน้องของเขาอาจเลวร้ายจนไม่อยากจะคิดถึง…ร่างเล็กหลับตาลงก่อนจะร้องเพลงคลอเบา ๆ ไปกับท่วงทำนองดนตรีที่เล่นอยู่ด้านนอก

“….Sayonara yureteita setsunakute zutto….” Hyde ร้องตามไปเบา ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะผลอยหลับไปเพราะเสียงดนตรีที่ขับกล่อมอยู่ด้านนอก

…เกือบเที่ยงคืนชายหนุ่มผมทองจึงวางกีตาร์โปร่งลงเดินเอาเข้ามาเก็บในบ้านให้เรียบร้อย…พอก้าวเข้ามาในห้องก็เห็นเจ้าตัวเล็กหลับเป็นตายไปแล้ว…แถมนอนแผ่หราเต็มเตียงไม่ได้เกรงใจใคร J เดินไปยืนกอดอกมองอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะใช้สองมือพลิกร่างเล็กที่นอนแผ่เต็มเตียงให้พลิกไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับมีเสียง
อื้ออ้าเบา ๆ ในลำคอแว่วมาให้ได้ยิน
 
ชายหนุ่มทรุดลงนอนเคียงข้างดึงผ้าห่มอีกผืนขึ้นมาห่ม นอนก่ายหน้าผากครุ่นคิดเป็นห่วงเพื่อนเขาที่ยังนอนหลับไม่ตื่นอยู่บนเตียงของรพ. Ino นายชอบนอนก็จริงแต่นี่มันนานเกินไปแล้ว…ได้โปรดตื่นขึ้นมาสักที J ภาวนาในใจเงียบ ๆ โดยยังไม่อาจข่มตาหลับลงได้ แต่ขณะที่นอนคิดถึงเพื่อนรักผู้ชอบนอนเป็นชีวิตจิตใจเพลิน ๆ

…ปึก…!!

แขนเล็ก ๆ ของ Hyde ฟาดปึ้กลงมาเต็มหน้าเมื่อเจ้าตัวเล็กพลิกตัวหันมาทางเขา J จับแขนข้างนั้นออกอย่างหงุดหงิดเหวี่ยงมันกลับไปหาเจ้าของมันอย่างไม่ใยดี…ขยับพลิกนอนหันหลังให้อย่างไม่สบอารมณ์แต่ยังไม่ทันได้ข่มตาหลับสนิท ขาเล็ก ๆ ก็พลิกมาก่ายอยู่บนร่างของเขา J ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจชักไม่แน่ใจว่า Hyde มันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ รึเปล่า ? ชายหนุ่มสะบัดขาข้างนั้นออกไปจากตัว…ปิดเปลือกตาลงอีกครั้งตั้งใจจะหลับสักที

…พลั่ก … !!

ขณะที่กำลังจะเคลิ้ม ๆ หลับ…คราวนี้ไอ้ขาข้างเมื่อกี้ที่เอาออกจากตัวไปแล้วถีบมาที่สีข้างเขาเต็มแรงจนชายหนุ่มชักจะทนไม่ไหว…หน้าตาก็ดีทำไมมันนอนรบกวนชาวบ้านเขาอย่างนี้… J ผุดลุกขึ้นนั่งหันไปเหล่มองร่างเล็กข้าง ๆ ก็เห็นว่าหลับสนิทไปแล้วจริง ๆ ชายหนุ่มยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งเล็งไปที่สะโพกมนเมื่อเห็นว่าโฟกัสเหมาะเหม็ง J ออกแรงถีบจนร่างเล็กกระเด็นกลิ้งตกลงไปบนพื้นเต็มแรง

“โอ้ย !! อะไรแผ่นดินไหวเหรอ…“ Hyde งัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างตกใจผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างงง ๆ ว่าเขาลงมาอยู่ที่พื้นได้ยังไง…หันกลับไปมองบนเตียงก็เห็นร่างชายหนุ่มผมทองนอนตะแคงหันไปอีกข้าง J กัดปลอกหมอนกลั้นหัวเราะเต็มที่…ก็พอถีบตกเตียงไปแล้วเขาก็รีบล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วแอบขำกับท่าทางของอีกฝ่าย..
 
Hyde หันมองไปรอบ ๆ ห้องที่มืดสนิทก็ไม่เห็นมีอะไรเคลื่อนไหวหรือตกลงบนพื้นสักอย่าง…แล้วทำไมเขาถึงตกลง
มา ร่างเล็กผุดลุกขึ้นแล้วตะกายกลับขึ้นไปบนเตียงอย่างงง ๆ พอ J รู้สึกว่าคนข้าง ๆ ล้มตัวลงนอนแล้ว ชายหนุ่มจึงทำท่างัวเงียพลิกไปโอบกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้แนบแน่นจน Hyde ตกใจ…เมื่อวงแขนแกร่งของชายหนุ่มโอบรัดร่างเขาดึงเข้าไปจนชิดแผ่นอกกว้าง ริมฝีปากผ่าวร้อนเริ่มมาไล้เรื่อยอยู่ที่ข้างแก้มและใบหูก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนคนละเมอดังขึ้นเบา ๆ

“Saori…” J แกล้งเรียกชื่อหญิงสาวขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับปลายจมูกคมเริ่มจะซุกไซร้ลงไปตามซอกคอ Hyde ขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีกับอาการละเมอของอีกฝ่าย เพราะไม่รู้ตอนนี้ J กำลังฝันว่าตัวเองกำลังทำอะไร Hyde ใช้สองมือดันหัวทอง ๆ ให้ออกห่าง…พร้อมกับขืนตัวออกมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม…ซึ่งพอหลุดออกมาร่างเล็กถึงกับหอบหายใจเบา ๆ ชักไม่มั่นใจที่จะนอนร่วมเตียงกับคน ๆ นี้ Hyde คว้าหมอนของตัวเองขึ้นมาก่อนจะเป็นฝ่ายลุกลงไปนอนกับพื้นห้อง…

…พอรู้สึกว่าคนที่นอนเคียงข้างลุกไป ชายหนุ่มผมทองหรี่ตาข้างนึงขึ้นมองเล็กน้อยก็เห็นว่าเตียงอีกฝั่งว่างเปล่า J ยิ้มกว้างออกมาทันทีขยับนอนเหยียดยาวเต็มที่อย่างสบายใจที่จะไม่ต้องโดนฤทธิ์เจ้าตัวเล็กตอนหลับ ทีนี้จะมาพูดว่าเขากลับกลอกไม่ยอมให้นอนบนเตียงไม่ได้

<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>

เช้าวันต่อมาร่างเล็กถูกปลุกให้ลุกมาทำงานต่อแต่เช้า ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานก็เพิ่งจะทำไปแต่เมื่อ J สั่งเขาก็ไม่กล้าขัด ร่างเล็กหอบหิ้วตระกร้าผ้ามานั่งซักผ้าอยู่ที่หน้าห้องอาบน้ำด้านหลังบ้าน ปากก็ก่นด่าระบายอารมณ์ของตัวเองไปเรื่อยเปื่อยแอบหันไปเหล่มองด้านหลังบ่อย ๆ เพราะกลัวว่า J จะโผล่มาได้ยินเข้าอีก

Hyde เดินเอาผ้าไปตากที่ราวตากผ้าด้านหลังบ้านพอเรียบร้อยก็หันไปมองรอบ ๆ บริเวณเพื่อสำรวจทางหนีทีไล่ เพราะระหว่างที่เขาทำความสะอาดบ้าน…หลายครั้งที่พยายามหากุญแจของเรือยอร์ชที่ J ซ่อนเอาไว้แต่หาดูทุกที่ก็ไม่เจอ โทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดีที่หัวเตียงก็ไม่มีสัญญาณ เพราะ J วางทิ้งไว้อย่างไม่สนใจว่าเขาจะแอบเอาไปใช้เพราะชายหนุ่มรู้ดีต่อให้วิ่งหาสัญญาณทั่วเกาะมันก็ไม่มี ตอนนี้ก็แค่เอาไว้เล่นเกมส์เวลาเบื่อ ๆ เท่านั้น

ร่างเล็กผละจากราวตากผ้าที่ตัวเองตากเสร็จแล้ว…เหล่มองไปทางชายหนุ่มก็เห็นนั่งแต่งเพลงสบายอารมณ์อยู่ที่ชานบ้านด้านนอก ร่างเล็กเริ่มทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำก็เห็นว่าทำเรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้ว Hyde จึงถือวิสาสะที่จะออกไปเดินเล่นแถวชายหาดโดยไม่ได้ไปขออนุญาตชายหนุ่ม

ร่างเล็กเดินเล่นเลียบชายหาดปล่อยให้ฟองคลื่นซัดมาโดนปลายเท้าเล่นอย่างมีความสุข Hyde สูดกลิ่นไอของทะเลเข้าไปเต็มปอดจริง ๆ ที่นี่ก็สวยเหมาะที่จะใช้มาพักผ่อนคลายเครียดเพราะไม่มีผู้คนมารบกวนให้เสียอรรถรส แต่เขาไม่ได้ถูกเชิญมาที่นี่ในฐานะนักท่องเที่ยว ดังนั้นไม่ว่าสถานที่สวยงามปานใดมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกมีความสุขแม้แต่น้อย ร่างเล็กเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนไกลออกไปจากบ้านพักเรื่อย ๆ อย่างลืมตัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปพบเห็นอะไรบางอย่าง
 
Hyde เดินตรงไปยังสิ่งนั้นทันที บางอย่างขนสีทองกำลังเคลื่อนไหวอย่างหวาดกลัวอยู่ในพุ่มไม้ ร่างเล็กแหวกพุ่มไม้เข้าไปใกล้จึงเห็นเจ้าแมวขนสีทองตัวมอมแมมกำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในพุ่มไม้ Hyde ออกจะแปลกใจไม่น้อยเมื่อที่เกาะนี้มีแมวจรจัดอยู่ด้วย ร่างเล็กยื่นมือหมายจะเข้าไปจับแต่กลับโดนเจ้าเหมียวที่กำลังหวาดกลัวตะปปใส่อย่างรวดเร็วจนต้องชักมือกลับเทบไม่ทัน Hyde ส่งเสียงร้องเมี้ยว ๆ เพื่อให้เจ้าแมวที่กำลังหวาดกลัวสงบลงพร้อมกับขยับกายเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนสามารถอุ้มมันขึ้นมาได้

“มาทำอะไรที่นี่ ?!! “ เสียงแข็งเจือแววไม่พอใจดังขึ้นมาจากด้านหลังจน Hyde สะดุ้งโหยงกอดเจ้าเหมียวในอ้อมกอดเอาไว้แน่นค่อย ๆ หันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง สายตาคมเต็มไปด้วยความโกรธจ้องมองมาที่ใบหน้างามแน่วนิ่ง จน Hyde ต้องเย็นสันหลังวาบเมื่อคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

“อ…เอ่อ..” ร่างเล็กอึกอักไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาอธิบาย

ชายหนุ่มตรงเข้าจับที่ต้นแขนบางบีบแน่นแล้วกระชากให้ออกมาจากพุ่มไม้ ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวที่แขนที่โดนบีบแต่ Hyde ก็ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา

“ฉันถามว่ามาทำอะไร ? นายไม่มีสิทธิที่จะออกมาเพ่นพ่านตามใจ โดยไม่ได้รับอนุญาต” J ตะคอกถามเสียงแข็งเหล่มองสิ่งที่ Hyde อุ้มอยู่เล็กน้อย ทั้งคนทั้งแมวตัวสั่นด้วยความกลัวจับใจ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ยอมตอบคำถาม J ใช้มืออีกข้างเข้าไปหิ้วแผงคอด้านหลังของเจ้าเหมียวกระชากออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนร่างเล็กต้องเบิกตากว้างกับการกระทำของชายหนุ่ม

“แค่ตัวเองเอาตัวให้รอดซะก่อน ไม่ต้องคิดจะไปช่วยเหลือใครหรือตัวอะไร” J เอ่ยเสียงแข็งหิ้วคอเจ้าเหมียวเคราะห์ร้ายห้อยต่องแต่งอยู่ในมืออย่างไม่ปราณี

“จะทำอะไร ?” Hyde ร้องถามอย่างร้อนรน ไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่ J จะทำกับเจ้าแมวจรจัดที่เขาเจอ

“เอาไปทิ้ง !! “ J ตอบสั้น ๆ ปล่อยมือออกจากแขนของร่างเล็กเดินผละไปที่โขดหินริมชายหาดก่อนจะปีนขึ้นไปแล้วทำท่าจะโยนเจ้าแมวจรจัดนั่นลงทะเลไปทั้งอย่างนั้น

“อย่า !!" Hyde ถลาเข้าไปเกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่นร้องเรียกไม่ให้ทำอย่างที่คิด J ยั้งมือเล็กน้อยแต่ยังยื่นมือข้างที่หิ้วแมวเอาไว้ออกไปนอกโขดหินพร้อมที่จะปล่อยลงไปได้ทุกเมื่อ

“นายผิดเองที่กล้าขัดคำสั่งของฉัน เพราะฉะนั้นนี่จะเป็นการลงโทษ เจ้าแมวนี่ซวยเองที่มาเจอนายเพราะฉะนั้นโทษตัวเองแล้วกันที่มันจะตายก็เพราะนาย !! “ J ตะคอกเสียงแข็งยื่นเจ้าเหมียวออกไปมากกว่าเดิมพร้อมกับทำท่าจะปล่อยมือ

“ไม่ !! ฉันขอโทษ…ต่อไปไม่กล้าทำอีกแล้ว อย่าฆ่ามัน !! “ Hyde ร้องห้ามเสียงหลงความผิดเขาเองที่ออกมาโดยไม่ขอนุญาตอย่าให้ต้องใครหรือมีอะไรมาตายเพราะเขาเลย น้ำตาปริ่มขึ้นมาทันทีเมื่อ J ยังไม่ยอมเอาเจ้าเหมียวกลับเข้ามา Hyde ออกแรงดึงแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่นก่อนที่จะพร่ำพูดพร้อมน้ำตานองหน้า

“ฉันจะทำทุกอย่างที่นายสั่ง ได้โปรดอย่าฆ่ามัน ฮึก….ฮือออ” ร่างเล็กกอดแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่นซบหน้าลงกับท่อนแขนแกร่งไม่ยอมให้ J ขยับตัวออกไปมากกว่านี้ ร่างสูงอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อการขู่ของเขาได้ผลแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าเจ้าแมวตัวนี้มาจากไหนและถ้าเขาเดาไม่ผิด มันอาจมาจากอีกฝั่งของเกาะ ซึ่งอีกด้านของเกาะนี้มีคนอยู่แต่เพราะมีหน้าผากั้นเอาไว้การเดินเท้าไปอีกฝั่งจึงทำไม่ได้และไม่มีการตัดถนนผ่านเพื่อให้ข้ามมายังฝั่งนี้ เพราะเจ้าของพื้นที่บริเวณนี้ไม่ต้องการให้มีใครเข้ามารบกวน ดังนั้นการที่คิดปีนเขาผ่านป่าเพื่อไปฝั่งโน้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากและแทบไม่มีทางเป็นไปได้ โดยปกติการจะไปอีกฝั่งของเกาะต้องใช้เรืออ้อมไปเท่านั้น และเรื่องที่อีกฝั่งของเกาะมีคนอยู่ Hyde ไม่รู้…เจ้าตัวคงคิดไปว่าทั้งเกาะมีแค่พวกเขาอยู่กันแค่สองคน

ถ้า Hyde เดาเรื่องนี้ได้จากไอ้แมวจรจัดนี่บางทีอาจคิดหนีไปขอความช่วยเหลือ คงต้องระวังมากขึ้นกว่าเดิมให้คลาดสายตาไม่ได้เด็ดขาด ชายหนุ่มลดมือข้างที่หิ้วเจ้าเหมียวลงก่อนจะยื่นไปตรงหน้าร่างเล็ก

“ถ้าฉันเห็นนายออกมาโดยไม่บอกฉันอีก…ฉันจะฆ่ามันแล้วฆ่านายด้วยอีกคน ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่จน Ino ฟื้นก็อย่าทำเรื่องให้ฉันโกรธอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่านายจริง ๆ เข้าใจใช่มั้ย ?!! “ J ตะคอกถามเสียงแข็ง ซึ่ง Hyde ก็พยักหน้ารับเป็นพัลวันรับแมวจากชายหนุ่มมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมกอดทันที

“ข…เข้าใจแล้ว” Hyde ตอบรับเบา ๆ พร้อมกับกอดเจ้าแมวขนทองที่ตัวสั่นด้วยความกลัวเอาไว้แน่น

“กลับไปที่บ้านได้แล้ว” J สั่งเสียงแข็งพร้อมกับออกแรงดันหลังให้เดินนำหน้าตนเองไป
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
TBC.
 

Love Punish 8

- 8 -
 
หลังมื้ออาหาร Hyde ก็ต้องรับหน้าที่เก็บล้างทำความสะอาดอยู่ผู้เดียวโดยมีชายหนุ่มนั่งคอยคุมอยู่ด้วย.. จากนั้น J ก็สั่งให้ Hyde เดินนำหน้าตรงไปยังห้องนอนทันที... Hyde เดินลูบท้องนำเข้าไปก่อนด้วยความรู้สึกอิ่มจนอึดอัด... J มองอาการนั้นพลางทำเสียงเยาะในลำคอเบา ๆ.. หลังจากตรวจปิดล็อคประตูจนเรียบร้อยแล้ว.. J ก้าวยาว ๆ ตรงไปยังเตียงนอนพลางอ้าปากหาวกว้างด้วยความง่วงและเหน็ดเหนื่อย.. เมื่อยขบไปทั้งตัวอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ เป็นที่สุด...

“ฉันยกเตียงให้นายเลยแล้วกัน…นอนตามสบายนะ” ประโยคคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนลอยตามลมมาเข้าหูอย่างชัดเจน... J ขมวดคิ้วหันขวับไปมองผู้พูดทันที.. ก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังทำท่าไม่สนใจ.. มองไปรอบ ๆ ห้องราวกับไม่ได้เป็นคนพูดออกมา...

J พยักหน้าอย่างเข้าใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าตนเป็นคนหลุดปากพูดประโยคนี้ออกไปเอง.. ดวงตายาวรีเหล่มองร่างเล็กอย่างเคือง ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกับขยับถอยหลังห่างออกจากเตียงเล็กน้อย...

“เชิญ..ฉันพูดคำไหนคำนั้น... เตียงนี่ฉันยกให้นาย..” J บอกพลางยักไหล่...

Hyde ยิ้มรับคำพูดนั้นทันที.. ดวงตาคู่งามเป็นประกายด้วยความถูกใจ.. เดินตรงมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเริงร่า.. โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองตามอยู่ตลอด... มือเรียวตบหมอนเบา ๆ จัดที่จัดทางเพื่อให้นอนได้สบายอยู่บนเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างมีความสุข... นัยน์ตากลมใสเหล่มองมาที่ J ด้วยสายตาเยาะเย้ยอย่างสะใจ.. J มองตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจพลางเดินไปปิดไฟทันที...

ทันทีที่ความมืดมิดเข้ามาปกคลุมทุกสิ่งภายในห้อง... Hyde ก็หลับตาลงช้า ๆ... ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักของใครบางคนที่ล้มตัวลงนอนข้างกายเขาอย่างแรง.. Hyde ขยับลุกขึ้นนั่งด้วยความไม่พอใจทันที..

“นี่!!... ไหนบอกเตียงนี่เป็นของฉันไง... แล้วนายมานอนทำไม.. ลงไปนอนที่พื้นนั่นสิ..”

“เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า.?...ฉันยกเตียงให้นายนอน... แต่ไม่เคยพูดสักคำว่าฉันจะลงไปนอนที่พื้น” J เถียงมาหน้าตาเฉย...

“นี่นาย...ก็ได้... จะได้รู้ไว้ว่านายเป็นพวกพูดจากลับกลอก.. ฉันลงไปนอนที่พื้นเองก็ได้..” Hyde สะบัดผ้าห่มออกจากตัวเตรียมจะลุกขึ้น... แต่แล้วก็กลับถูกกระชากจนล้มลงมาบนเตียงอีกครั้ง... J เลื่อนกายขึ้นมากดทับร่างอีกฝ่ายไว้.. มือแกร่งตรึงข้อมือเรียวบางทั้งสองข้างกดไว้กับที่นอนด้วยความโกรธที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ เพราะคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่าย.. Hyde ตกใจจนเกือบจะร้องออกมา... แต่ก็ไม่กล้า.. ได้แต่นึกเสียใจที่ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย...

“คนอย่างนายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน... ขับรถชนคนทั้งคน.. นายยังกล้าโกหกว่าเปล่า.. สร้างพยานเท็จขึ้นมาหลอกทุกคน.. นายยังกล้ามาว่าฉันพูดกลับกลอกอีกรึ... ห๊า!!” ใบหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้ามาพูดจนแทบจะชิดกับใบหน้างาม... Hyde หลับตาแน่นเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัว... ข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ถูกแรงบีบจากอีกฝ่ายจนเจ็บร้าวไปหมด... ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว... ลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน.. ยิ่งสร้างความรู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้นทุกที... ยิ่งนานยิ่งเหมือนว่าลมหายใจนั้นจะกรุ่นรดเรื่อยไปตามลำคอเนียนละเอียดอีกด้วย...

ร่างเล็กที่นอนตัวสั่น...นิ่งเงียบเบื้องล่างทำให้ J ต้องกัดริมฝีปากเพื่อสะกดความโกรธของตนเองเอาไว้อีกครั้ง... ดวงตาคมเพ่งมองอีกฝ่ายผ่านความมืดมิด... แม้จะไม่ชัดนักแต่ก็พอจะรู้ได้ว่าอีกฝ่ายหันหน้าหนีไปอีกทาง... ลมหายใจอุ่นสะอาดของ Hyde ไม่ได้สัมผัสโดนใบหน้าของเขาเหมือนก่อนหน้านี้... ชายหนุ่มนิ่งมองอยู่เช่นนั้น.. กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างบางทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มโน้มต่ำลงไปอีกโดยไม่รู้ตัว... จนปลายจมูกเกือบจะสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อหอมกรุ่นนั่นแล้ว..

“ฉัน..ขอโทษ...” เสียงสั่น ๆ จากริมฝีปากของ Hyde เรียกให้ชายหนุ่มเงยหน้าออกห่างจากซอกคอเรียวสวยนั้นอย่างรวดเร็ว...

“ดี!!... ทีหลังอย่ามากเรื่อง...ฉันสั่งให้นอนบนเตียงนี้.. นายก็ต้องนอน.. เข้าใจมั้ย?!!” J ถามเสียงดัง... Hyde รีบรับคำเบา ๆ ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ปล่อยร่างเล็กบางให้เป็นอิสระ.. พลางพลิกตัวนอนหันหลังให้อย่างรวดเร็ว... ถอนใจแรงพร้อมกับนึกกลัวตัวเองอยู่ในใจ...เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำลงไปเมื่อครู่...

Hyde ลืมตาขึ้นช้า ๆ... ค่อย ๆ ขยับร่างถอยห่างจากอีกฝ่ายไปทีละนิดจนชิดขอบเตียงอีกด้านหนึ่ง... มือเรียวบีบนวดที่ข้อมือทั้งสองข้างด้วยความเจ็บ... ร่างเล็กนอนเบิกตาโพรงมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายอยู่เช่นนั้นกระทั่งร่างกายทนฝืนไม่ไหวก
่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว....
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
“ปึก!!”

“โอ้ย!!??” J ร้องออกมาด้วยความเจ็บ... รู้สึกเหมือนตัวเองโดนของบางอย่างฟาดเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง... และของนั้นก็ยังคงวางพาดอยู่บนใบหน้าด้วย... J ยกมือขึ้นจับเอาไว้ทันที.. สัมผัสอุ่นนุ่มที่ได้รับทำให้รู้ว่าเป็นอวัยวะที่มีเลือดเนื้อของมนุษย์... หลังจากเอื้อมเปิดโคมไฟข้างเตียงพลางปรือตาขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นแขนเรียวบางของร่างที่นอนอยู่ข้าง ๆ นั่นเอง...

J เหวี่ยงแขนนั้นกลับไปหาเจ้าของของมันอย่างโมโห.. หากความง่วงที่ยังคงมีมากทำให้คร้านที่จะต่อความยาว... ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง...ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราเช่นเดิม....

“ผลั่ก!!”

“โอ้ย!!??” ความรู้สึกเจ็บจุกที่สีข้างทำให้ต้องร้องออกมาอีกครั้งอย่างงุนงง.. มือแกร่งคลำหาสิ่งที่มากระทบร่างของตนอย่างรวดเร็ว.. เท้าเล็ก ๆ ของร่างที่นอนหลับไหลอยู่นั่นเอง... ที่ถีบเข้ามาที่สีข้างของเขาอย่างจัง... J ชักเริ่มจะหมดความอดทน... ความง่วงหายไปเป็นปลิดทิ้ง.. พลิกตัวหันไปว๊ากใส่อีกฝ่ายทันที..ครั้งแรกยังพอเชื่อว่าไม่ตั้งใจ.. ครั้งที่สองนี่มันออกจะเกินไปหน่อย..

“ไอ้เปี๊ยกนี่...ลืมตาขึ้นมาเลยนะ... ไม่ต้องมาแกล้งหลับ... ฉันไม่หลงกล...”

“ผัวะ!!” คราวนี้ไม่มีเสียงร้องใด ๆ ดังตามมาเพราะเจ้าของเสียงนั้น... กำลังมึนงงถึงขีดสุดกับหมัดขวาตรงที่สวนเข้าเบ้าตาตามหลังคำพูดของตนมาอย่างจัง...อีกแล้ว... J ผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาด้วยทันที... “มากไปแล้วนะ!!!”

“ZZZZZ((zzz” ใบหน้างามแหงนเงยนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่เช่นเดิม... ชายหนุ่มที่เส้นเลือดเต้นตุบ ๆ ด้วยความโกรธเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกประหลาดใจเป็นที่สุด...
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามา... ตกกระทบลงบนเตียงนอนหนานุ่ม... เปลือกตาบางจึงเริ่มกระพริบขึ้นลงด้วยความระคายจากแสง.. ในที่สุด Hyde ก็ทนนอนหลับตาอยู่ต่อไปไม่ได้.. จึงลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด.. ร่างเล็กบางเตรียมขยับกายเพื่อจะบิดไล่ความง่วงงุนอย่างเคยชิน.. แต่แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติ.. ร่างกายทุกส่วนขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย...

Hyde ก้มลงมองร่างตนเอง..ก่อนจะร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจ..

“เฮ้ย!!!...นี่มันอะไรกัน??” ร่างกายตั้งแต่ส่วนคอลงไปถูกห่อม้วนด้วยผ้าห่มที่ใช้ห่มร่างอยู่เมื่อคืน.. เท่านั้นยังไม่พอ.. ยังมีเชือกพันทับไว้อย่างแน่นหนาอีกชั้นหนึ่งด้วย...

Hyde ดิ้นรนขลุกขลักไปมาในผ้า...กวาดตามองไปรอบตัวด้วยความงุนงง.. เตียงนอนข้างกายว่างเปล่า.. ชายหนุ่มที่ควรจะนอนอยู่ด้วยหายไปไหน.. ร่างเล็กพยายามม้วนตัวกลิ้งไปอีกด้านหนึ่งของเตียง.. จึงได้เห็นว่าคนที่ตนกำลังมองหา.. นอนหลับเหยียดยาวหันหลังให้อยู่ที่พื้นนั่นเอง...

“นี่...ตื่นสิ.. นายทำอะไรฉันเนี่ย.. ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้... ตื่น..เฮ้!!!...ไอ้ตี๋..ตื่นเร็ว..” Hyde ร้องเรียกเสียงดัง..หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ..

J ตื่นตั้งแต่ได้ยิน Hyde ร้องออกมาประโยคแรกแล้ว..แต่ชายหนุ่มยังคงแกล้งนอนเฉยอยู่อย่างนั้น... ทั้งง่วงทั้งเหนื่อยทั้งเพลียจนบอกไม่ถูก... เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเลย.. หลังจากโดนซัดเข้าไปหลายที.. J ก็คิดวิธีนี้ขึ้นมาได้..จึงจับตัวม้วนไว้ในผ้าห่มแถมมัดเชือกเอาไว้อย่างดี... นึกว่าจะได้นอนหลับอย่างสงบสุขกับเขาสักที.. แต่ก็หาเป็นอย่างที่คิดไม่..เมื่อร่างเล็กที่ห่อเป็นไข่ม้วนอยู่ในผ้าห่มยังคงกลิ้งมากระแทกจนเขาแทบตกจากเตียง.. ทำให้เขาต้องยอมแพ้..แอบหนีลงมานอนที่พื้นอย่างหมดรูปแบบนี้...

Hyde หน้าหงิกด้วยความโมโหถึงขีดสุด.. ร่างเล็กพยายามช่วยเหลือตนเองจนสามารถงอตัวลุกขึ้นพลางขยับห้อยส่วนขาลงมาจากเตียงได
้สำเร็จ.. ร่างเล็กฝืนลุกขึ้นยืนได้อีกด้วยทั้งที่ร่างกายยังคงถูกห่อหุ้มอยู่เช่นนั้น.. แล้วเจ้าตัวก็รีบกระโดดดึ๋ง ๆ ตรงไปยังชายหนุ่มที่นอนสบายอยู่กับพื้นด้วยความแค้นทั้งหมดที่มี...

“J ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้.. ลุกขึ้นมาปล่อยฉัน.. เฮ้ยยยย!!” Hyde ร้องเสียงหลงในคำสุดท้ายเมื่อร่างกายที่กำลังฝืนกระโดดไปหาอีกฝ่ายเกิดเสียหลัก และกำลังจะล้มลงสู่พื้น... J รีบพลิกตัวหันกลับมามองเช่นกันเมื่อได้ยินเสียงนั้น..

“เฮ้ย!!..” J ร้องออกมาด้วยความตกใจ..เมื่อร่างเล็กในม้วนผ้าห่มล้มทับลงมาบนตัวเขาเต็มแรง.. หลังจากนั้นก็จุก

จนพูดอะไรไม่ออกอีกเลย.. Hyde ฉีกยิ้มเก้อ ๆ ให้ร่างที่นอนรองรับตนเองอยู่.. เพราะตนเองไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย..อีกฝ่ายต้องมาเจ็บตัวแทนเขาแท้ ๆ

“ขอโทษ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ..” Hyde รีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว.. พยายามจะพลิกตัวลงจากร่างของชายหนุ่มก็ทำไม่สำเร็จ.. กลับยิ่งจะทับให้อีกฝ่ายเจ็บมากขึ้นไปอีก.. จึงได้แต่นอนรอให้ J ผลักร่างของตนออกไป... ระหว่างนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยช้ำที่เบ้าตาของอีกฝ่าย.. Hyde จึงหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่...

“อยากรู้เหรอ...ว่าฉันมัดนายทำไม... ก็ไอ้ที่ตาฉันเขียวอยู่นี่..นึกว่าใครทำล่ะ.. ก็ฝีมือนายนั่นแหละ.. คนอะไร.. ตื่นก็ยาก.. นอนก็ดิ้น...กินก็จุ.. ฉันอยากรู้นัก...นายหรือฉันกันแน่...ที่เป็นฝ่ายถูกจับมาทรมานเนี่ย....ห๊ะ!!”

Hyde ได้แต่นอนอึ้งปล่อยให้ชายหนุ่มแหกปากอาละวาดไปเรื่อย ๆ... ไม่นานร่างเล็กที่นอนอุ่นสบายอยู่ในผ้าห่ม..ก็แอบหลับไปได้อีกครั้ง..โดยมีเสียงด่าของ J เป็นดนตรีขับกล่อมอย่างดี....
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
Hyde ยืนค้ำไม้ถูพื้นในมือพักเหนื่อยไปด้วย... ในขณะที่สองตาก็จ้องมองไปที่ชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งแต่งเพลงอยู่อย่างสบายอารมณ์ไปด้ว
ย... ตั้งแต่ตื่นเช้ามา.. ร่างเล็กยังไม่ได้นั่งพักแม้แต่นาทีเดียว...ทำกับข้าว.. ล้างจาน.. เช็ดนู่นถูนี่..กวาดบ้าน.. ถูบ้าน..ไม่แน่ถ้าหมดงานพวกนี้...ไอ้เจ้า J อาจสั่งให้เขาไปกวาดชายหาดให้สะอาดก็เป็นได้...

Hyde คิดค่อนขอดอีกฝ่ายอยู่ในใจ.. มือก็เริ่มต้นทำงานตามที่ได้รับคำสั่งต่อไปอีกครั้ง... สายตาทั้งคู่ก็พยายามสอดส่ายหาทางหนีทีไล่ไปพร้อม ๆ กันด้วย... คราวนี้เขาต้องวางแผนทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด.. จะไม่มีการวิ่งหนีไปโดยไม่วางแผนอีกแล้ว... ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าตัวเองถูกจับได้คราวนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง....

“หิวแล้ว...ไปทำอาหารกลางวันได้แล้ว..” เสียงสั่งมาจากคุณชายที่นั่งเต๊ะไม่ได้ทำอะไรเลยมาตั้งแต่เช้า...

“ค๊าบ...นั่งเฉย ๆ ทั้งวัน..คงหิวแย่...”

“อะไรนะ...??”

“เปล่า.. ฉันแค่บอกว่า.. นายนั่งรอเฉย ๆ นะ...เดี๋ยวฉันไปทำเสร็จแล้วจะเรียก..”
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
ตัดกลับมาทางสมาชิกที่เหลืออีกสามคนของ L’Arc หลังจากประกาศลาพักร้อนไปแล้ว Tetsu Ken และ Yukky ก็ตะเวนออกเที่ยวไปแถบตอนเหนือของญี่ปุ่น... เมืองแถบนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน.. ทั้งสามเลือกจะเที่ยวไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เจาะจงที่ใดเป็นพิเศษ... และวันนี้ก็ได้เข้าพักที่โรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ อาโอโมริ...

“เฮ้อ!!...ได้นอนแช่บ่อน้ำร้อนหลังกินอาหารเย็นนี่มีความสุขจริง ๆ เล้ย~~ดีจังที่ได้มา....” Ken เพ้อออกมาเป็นคนแรก... นอนเอนพิงกับขอบบ่อน้ำร้อนพลางหลับตาอย่างมีความสุข....

Tetsu กับ Yukky มองหน้ากันแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้...ก็ใครไม่รู้ที่ตอนแรกไม่ยอมมาท่าเดียวเพราะเป็นห่วงเจ้าเหมียวที่บ้าน...

“บอกแล้วว่าดี...เป็นไงล่ะ..เห็นตอนแรกบอกไม่อยากมา...” Tetsu ว่าเข้าให้อย่างอดไม่ได้..

“เอาน่า..ฉันไม่รู้นี่ว่ามีที่ดี ๆ แบบนี้.. รู้งี้ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนั่นหนีไปพักถึงที่ฮาวายหรอก..” Ken บ่นถึงเพื่อนขึ้นมาเบา ๆ อีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที...

“อืม..พูดถึง Hyde ไปตั้ง 3 วันแล้วยังไม่ติดต่อกลับมาเลย...เป็นไงบ้างก็ไม่รู้..” Yukky เปรยออกมาเบา ๆ มองภูเขาที่เห็นอยู่ไกล ๆ ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง...

“นั่นสิ..อุตสาห์ย้ำแล้วนะว่าให้โทรมาบอกด้วยว่าพักที่ไหน...อะไรยังไง..” Tetsu เสริมขึ้นบ้าง...

“ไม่เป็นไรหรอกน่า...คงอยากอยู่เงียบ ๆ เดี๋ยวก็คงติดต่อมาเร็ว ๆ นี้แหละ...เป็นอย่างนี้ประจำ..” Ken พูดปิดท้ายเพื่อความสบายใจของทุกคน... จากนั้นทั้งสามหนุ่มก็ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามไปอย่างมีความสุข...

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
TBC.

Love Punish 7

- 7 -
 
Hyde รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ บางอย่าง ร่างเล็กปรับสายตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าภายในห้องมืดสนิท แสดงว่าเขาหลับไปทั้งวันโดยที่ไม่ได้แตะต้องน้ำหรือมีอาหารตกถึงท้อง ผ่านไปอีกหนึ่งวันโดยที่เขายังไม่ตายและกลางคืนกำลังผ่านเข้ามาอีกครั้ง

Hyde ถอนหายใจออกมาอย่างหมดกำลังใจ…หลายครั้งที่ลืมตาตื่นเขาอยากให้นี่เป็นเพียงความฝัน แต่มันคือความจริงและตอนนี้เขาถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวคิดมาถึงตอนนี้ร่างเล็กก็น้ำตาปริ่มขึ้นมาอีกจนได้…แต่ยังไม่ทันที่หยาดน้ำใส ๆ จะไหลลงอาบแก้ม Hyde ก็หันควับไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงกุกกักที่ด้านนอก…เขาไม่ได้หูฝาดเพราะเสียงแปลกๆ นั่นถึงทำให้เขาตื่นขึ้นมา…

ร่างเล็กถลาไปที่ประตูอย่างรวดเร็วก่อนที่ประตูสู่ภายนอกจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับภาพชายหนุ่มผมทองคนที่คิดว่าจากไปแล้วยืนอยู่…Hyde ยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นว่า J ไม่ได้ทิ้งเขาให้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง

…ร่างสูงเอื้อมมือเข้าไปคลำหาสวิตช์ไฟที่อยู่ใกล้ประตูห้อง…ก่อนที่แสงสว่างของหลอดไฟจะทำให้ชายหนุ่มเห็นสภาพภายในห้องชัดเจนรวมทั้งร่างเล็กบางที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขา เมื่อเผชิญหน้ากัน Hyde ก็รีบซ่อนรอยยิ้มที่ดีใจเมื่อเห็น J อีกครั้ง…เอาไว้

“ท่าทางนายจะว่างมาก…ทำห้องซะเละ” เสียงประชดประชันออกมาจากปากชายหนุ่มที่มองเห็นสภาพเละเทะของห้อง…เตียงนอนถูกรื้อกระจัดกระจาย โต๊ะ ตู้ล้มระเนระนาด ข้าวของตกแต่งห้องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นห้อง

“อ…เอ่อ..” Hyde ขยับจะพูดอะไรบางอย่างเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งและจ้องภาพตรงหน้าอย่างไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเสียงตวาดลั่นก็สวนกลับมาซะก่อน

“เก็บ !! " J ตะคอกใส่เสียงดังลั่นจน Hyde สะดุ้งสุดตัวยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ

“ฉันบอกให้เก็บ !! “ J ตวาดเสียงแข็งใส่ไปอีกครั้ง จนร่างเล็กต้องลนลานไปเก็บข้าวของที่ตัวเองอาละวาดซะพังยับเยินให้เข้าที่เข้าทางแทบ
ไม่ทัน

“เก็บก็ได้…” Hyde ตอบออกมาเบา ๆ ขณะที่มือไม้ก็เก็บข้าวของมือเป็นระวิง ร่างสูงมองตามท่าทางลนลานของคนตรงหน้าอย่างขำ ๆ ก่อนจะปิดประตูห้องลงอีกครั้งโดยไม่ลืมที่จะล็อคประตู…แต่พอ Hyde เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งมาที่ประตูอย่างรวดเร็วพอขยับจะเปิดก็พบว่าห้องถูกล็อค ร่างเล็กแนบหูลงกับประตูฟังเสียงเคลื่อนไหวจากภายนอกก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้าน Hyde ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อ J ไม่ได้ไปไหนอย่างที่คิด ร่างเล็กหันมาเก็บข้าวของที่ตัวทำพินาศซะให้เรียบร้อย

…ด้านนอกชายหนุ่มผมทองเดินเอาของสดของแห้งต่าง ๆ ที่ตัวเองออกไปซื้อมาเก็บเข้าตู้เย็นและตู้เก็บของ…โชคดีที่บ้านพักนี้มีไฟฟ้าใช้จึงไม่ลำบากเรื่องการเก็บรักษาของสด… J เดินผละมาเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นอีกทางจนเมื่อเห็นว่านานพอควรชายหนุ่มจึงเดินกลับไปที่ห้องนอนที่ขัง Hyde ไว้อีกครั้ง…พอเปิดเข้าไปสภาพห้องที่เละเทะเมื่อกี้ถูกเก็บกลับคืนอย่างเก่าแม้จะไม่ดูดีเท่าเดิมแต่ก็ยังน่ามองกว่าแต่ก่อน

“ออกมา” J สั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินนำโดยมีร่างเล็กบางเดินตามไปติด ๆ ระหว่างทางชายหนุ่มจึงเอ่ยปากขึ้น
“หวังว่านายคงไม่ทำให้ฉันเบื่อจะเฝ้านายอีก…ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้เห็นฉันกลับมาที่นี่อีก…” ชายหนุ่มออกปากเตือน ซึ่ง Hyde ก็พยักหน้ารับเบา ๆ

“เข้าใจมั้ย ?!!" J ตะคอกถามไปอีกครั้งเมื่อไม่ได้ยินเสียงขานรับ

“ข…เข้าใจแล้ว” ร่างเล็กตะลีตะลานตอบไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมาหยุดยืนกันอยู่ในครัว Hyde มองไปรอบ ๆ ก็เห็นข้าวของมากมายถูกจัดให้เป็นที่เป็นทางอย่างเรียบร้อยพร้อมที่จะนำมาใช้ได้ทุกเ
มื่อ

“วันนี้นายคงไม่ได้กินอะไรทั้งวัน…หิวใช่มั้ย ?” J ถามเสียงเรียบซึ่ง Hyde ก็พยักหน้ารับเบา ๆ

“งั้นทำซะ…เผื่อฉันด้วยก็ดี” ชายหนุ่มสั่งพร้อมรอยยิ้มมุมปากเมื่อได้แกล้งเจ้าตัวเล็กให้ทำนู่นทำนี่ตามคำสั่ง แต่เมื่อเห็น Hyde ยังยืนนิ่ง ๆ J เลยต้องตวาดไปอีกครั้ง

“ไปทำ !! “

“ด…ได้” Hyde รีบตะลีตะลานไปเปิดหาวัตถุดิบที่ J เตรียมไว้ให้ในตู้เย็นเอาออกมาทำอาหารเย็นให้ทั้งตัวเองและชายหนุ่มกิน J ทรุดลงนั่งที่โต๊ะอาหารในห้องครัวคอยเฝ้าดูว่าเจ้าตัวเล็กจะทำอะไรตุกติกอีกรึเปล่า ? ไม่นานข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมกับข้าว 2-3 อย่างก็มาเสร็จอยู่ตรงหน้า ร่างสูงอมยิ้มให้เล็กน้อยพลางลุกเดินไปหยิบข้าวของบางอย่างที่ซื้อติดมือกลับมาเอามายื่นส่งให้เจ้าตัวเล็ก Hyde รับมาอย่างแปลกใจก่อนพิจารณาดูว่ามีข้าวของจิปาถะสำหรับตัวเขา…ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะ ฯลฯ

“รางวัลที่เชื่อฟังอย่างดี…ไปอาบน้ำก่อนไป…สภาพนายดูไม่ได้เลยเห็นแล้วกินข้าวไม่ลง”
J เอ่ยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อยเมื่อมองสภาพมอมแมมของอีกฝ่ายเพราะ Hyde ไม่ได้อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งร่างเล็กก็พยักหน้ารับได้อาบน้ำก็ดีจะได้สบายตัวขึ้นแต่แล้ว Hyde ก็หันมาเอ่ยปากถามอีกฝ่ายก็เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ถ้าให้ใส่ชุดเดิมก็ไม่ต่างอะไรกับไม่อาบเท่าไหร่

“แล้วเสื้อผ้าของฉัน ?” ร่างเล็กเอ่ยปากถามเบา ๆ แต่ก็ทำให้ J คิดขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ามาเตรียมให้ Hyde

“ลืม “ J ตอบไปง่าย ๆ อย่างนั้นเพราะเขาก็ลืมคิดไปจริง ๆ

“แล้วนายจะให้ฉันใส่อะไร ? เสื้อผ้าฉันมันก็สกปรกไปหมดแล้วนะ “ Hyde เริ่มเสียงดังเพราะไม่พอใจในคำตอบของชายหนุ่ม… J ยังไม่ยอมตอบแต่เดินเลี่ยงมาอีกทางหยิบเอาเสื้อผ้าของตัวเองออกมาส่งให้

“ทีนี้จะไปได้รึยัง ?” ชายหนุ่มถามเสียงแข็งเจือแววไม่พอใจกับความเรื่องมากของอีกฝ่าย ร่างเล็กไม่ตอบแต่หันหลังหมายจะเดินกลับไปใช้ห้องน้ำในห้องนอน

“จะไปไหน ?” J เอ่ยปากถาม

“ก็ไปอาบน้ำ ห้องน้ำอยู่ในห้องไม่ใช่เหรอ “ Hyde ตอบเบา ๆ พยายามจะไม่ให้ไปขัดใจอีกฝ่าย

“ข้างนอกโน่นมี…เป็นห้องอาบน้ำ” J ตอบพร้อมกับเดินนำทางไปโดยมีร่างเล็กเดินตามติด ๆ พอมาถึง J ก็ดันร่างอีกฝ่ายให้เข้าไปโดยตัวเองยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก

…ภายในห้องอาบน้ำ Hyde มองไปรอบ ๆ อย่างทึ่ง ๆ ห้องน้ำถูกตกแต่งอย่างดีแม้จะไม่หรูหราแต่ก็ถือได้ว่าดูดี แถมยังมีอ่างน้ำไว้สำหรับแช่ตัวอีกด้วย ร่างเล็กอมยิ้มขึ้นมานิดหน่อยเมื่อคิดจะแช่น้ำอุ่นให้สบายตัว แต่ก็มีเสียงตะโกนจากภายนอกดังมาขัดไว้ก่อน

“ไม่ต้องคิดแช่น้ำ…รีบอาบแล้วก็รีบออกมา” J ตะโกนสั่งอยู่ด้านนอก เจ้าตัวเล็กหน้ามุ่ยไปทันทีที่ชายหนุ่มเดาความคิดของเขาได้ Hyde เดินผละไปอาบน้ำที่ฝักบัวตามคำสั่ง

…พอเรียบร้อยร่างเล็กหยิบเอาเสื้อผ้าของชายหนุ่มขึ้นมาสวม เสื้อที่ J ส่งให้เป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวใหญ่ซึ่งถ้าตัวเจ้าของใส่มันก็คงพอดีตัวแต่พอมาอยู่บนร่างเล็ก ๆ ของเขามันหลวมโครกและยาวลงมาเกือบถึงเข่าแต่ Hyde ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักแต่พอเอากางเกงมาสวมมันยิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมขายาวลากพื้นแถมเอวก็หลวมจนแทบหลุดลงทันทีถ้าเขาปล่อยมือ

ร่างเล็กถอนหายใจออกมานิดหน่อยถอดเจ้ากางเกงเจ้าปัญหาออกพร้อมกับเปิดประตูห้องน้ำออกไปหาชายหนุ่มที่รออยู่ด้านนอก J หันกลับมามองทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู ภาพร่างเล็กบางมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ที่ใบหน้าเรียวสวยและตามลำคอขาวเนียนละเอียด เส้นผมนุ่มสลวยเปียกชื้น.. ...เรือนร่างบางที่เห็นเป็นราง ๆ ภายใต้เนื้อผ้า... เสื้อเชิ้ตเนื้อบางเบาที่เขาเคยใส่จนชินเวลานี้เมื่อมาสวมอยู่บนร่างเล็กบางตรงหน้าดูแปลกตาจนน่าแปลกใจ... ดวงตาเรียวรีไล่มองลงมาที่ช่วงขาเรียวที่พ้นออกมาจากชายเสื้อนั่นอย่างลืมตัว... สายตาของ J ที่มองมาทำให้ Hyde ต้องก้มลงมองตัวเองด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายมองอะไร

“จะหัวเราะก็เชิญเลย... เสื้อนายตัวใหญ่เกินไปต่างหาก...ไม่ใช่เพราะฉันตัวเล็ก..” Hyde นึกขึ้นได้พลางพูดดักคออีกฝ่ายทันที.. เพราะคิดว่าฝ่ายนั้นคงอยากหัวเราะเต็มแก่กับสภาพตนในตอนนี้...
J หัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดนั้น.. ลอบถอนใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายตีความหมายของสายตาเขาไปในทำนองนั้น..

“อ้อ..เหรอ... ถ้างั้นก็คงลำบากหน่อยนะ.. เพราะฉันไม่มีเสื้อสำหรับเด็ก..ติดมาด้วย...แล้วกางเกง.. ทำไมไม่ใส่..” J แกล้งเปิดชายเสื้อขึ้นดู... จนอีกฝ่ายต้องโดดถอยหลังกลับเข้าไปตั้งหลักในห้องน้ำอีกครั้ง...

“ก็เสื้อยังเป็นอย่างนี้... นายยังคิดว่าฉันจะใส่ไอ้กางเกงขายาวเกินคนปกติของนายได้รึไง..” Hyde บอกอย่างรวดเร็ว.. ทำไมถึงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องชอบกล... เขาไม่ชอบการล้อเล่นแบบนั้นของอีกฝ่ายเลย...

“อืม..จริงสินะ... แต่ถ้านายคิดจะเดินไปเดินมาโดยไม่ใส่กางเกงแบบนี้... ฉันคงกินอะไรไม่ลงแน่.. ถ้าเป็นสาว ๆ ก็ว่าไปอย่าง..” J หันหลังให้เดินตรงไปรื้อค้นของในถุงที่เพิ่งซื้อมาทันที...

Hyde ถอนใจออกมาอย่างโล่งอก... เขาคงคิดมากไปเอง... คนอย่างหมอนี่คงไม่ใช่พวกชอบเพศเดียวกันหรอก... ร่างเล็กบางก้าวออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง.. นึกเห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่ม.. จะอยู่ยังไงทั้งวันโดยไม่มีกางเกง..

“เอ้านี่...” J โยนของสิ่งหนึ่งให้ร่างเล็กที่ยืนรีรออยู่หน้าห้องน้ำโดยไม่ได้บอกอะไรมากกว่านั้น... Hyde ยกขึ้นมามองด้วยความสงสัย... เมื่อเห็นเต็มตาว่าของในมือคืออะไรก็แทบจะโยนทิ้งทันที... กางเกงบ็อกเซอร์ของอีกฝ่ายนั่นเอง...

“ถ้ากล้าโยนของฉันทิ้ง...ฉันจะจับนายแก้ผ้าเลย.. คอยดู..” J ขู่ออกมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย...

“แล้วนายโยนมาให้ฉันทำไมล่ะ...” Hyde ถามกลับไป.. มือที่เตรียมจะโยนหยุดชะงักค้างทันที...

“ใส่ซะ...ใส่เป็นมั้ย?...หรือจะให้ฉันใส่ให้...”

Hyde มองหน้าคนพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ... ให้ใส่เสื้อร่วมกันยังพอรับได้... นี่ถึงขนาดให้ใส่...ร่วมกันมันจะเกินไปแล้ว.. แต่คำพูดสุดท้ายของฝ่ายนั้นทำให้ Hyde ไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตนคิดออกไป... แล้วในนาทีที่สิ้นหวังนั้นเอง.. ดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นป้ายราคาติดอยู่ตรงขอบเอว.. แสดงว่าเป็นของที่เพิ่งซื้อและเจ้าตัวยังไม่ได้ใส่…ความรู้สึกตอนนี้ดีใจยิ่งกว่าตอนที่เห็น J กลับมาที่เกาะนี้เมื่อกี้นี้เสียอีก....

ร่างเล็กรีบเดินหายเข้าไปภายในห้องน้ำ.. ครู่หนึ่งก็เดินออกมาอย่างมั่นใจเกินร้อยเช่นเดิม...

J หันกลับไปมองก็เห็นร่างบางกำลังยืนเท้าเอวโชว์กางเกงให้ลมฟ้าอากาศดูอยู่หน้าห้องน้ำนั่นเอง... ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้ม ๆ กับท่าทางของ Hyde ก่อนจะเรียกให้รีบมานั่งเพื่อจะได้ลงมือกินอาหารกันเสียที...

Hyde ตักอาหารที่ตนเองทำเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย.. ในขณะที่อีกฝ่ายกลับนั่งเขี่ยข้าวไปมาอย่างใจลอย เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองอย่างแปลกใจกับท่าทางนั้น.. ถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป.. อาหารที่เขาทำก็ถือว่ารสชาติใช้ได้ทีเดียว.. แต่ทำไม J ถึงไม่ยอมแตะเลย...

J ระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง... ไล่ความคิดคำนึงต่าง ๆ ออกไปหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้า... ชายหนุ่มเหลือบตามองร่างบางที่นั่งอยู่ตรงข้ามโดยไม่ได้ตั้งใจ.. จึงได้เห็นว่าดวงตาทั้งคู่ของ Hyde กำลังจ้องมองมาที่เขา...

“มีปัญหาอะไร... ทำไมไม่กิน...หรือกินกับข้าวฝีมือตัวเองไม่ลง..” J ถามอย่างไม่ใส่ใจนักลงมือตักอาหารตรงหน้าเข้าปากทั้งที่ไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย...

“เปล่า...ฉันกินอิ่มแล้วต่างหาก..ถึงได้นั่งมองหน้านาย..” ...ถ้ามองก่อนคงกินไม่ลง...คำพูดสุดท้ายเป็นเสียงอุบอิบในลำคอ..

J ฟังผ่านหูอย่างไม่ได้เก็บเอามาคิดจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหลอกด่าตนเองอยู่...

“แล้วมองฉันทำไม...?” ถามต่อไปอีก... รสชาติอาหารอร่อยถูกปากทำให้เริ่มมีอารมณ์ปลอดโปร่งพอที่จะพูดจาดี ๆ กับคนตรงหน้าอีกครั้ง...

“ก็...ไม่มีคนอื่นให้มองนี่..” Hyde ตอบกวนไปซะงั้น.. “อร่อยมั้ย?” ถามต่อไปอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดโต้ตอบอะไรแถมยังกินเอากินเอา...

“ไม่...” J ตอบสั้นห้วน...ในขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงจัดการกับอาหารตรงหน้าไม่หยุด.. ทำเอาคนทำอาหารของขึ้นด้วยความไม่พอใจ...

“ไม่อร่อยแล้วกินทำไม?!!..”

“ก็...ไม่มีอย่างอื่นให้กินนี่..” J สวนกลับไปด้วยคำพูดแบบเดียวกัน... เลิกคิ้วมองพร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจที่เห็นสีหน้าโกรธ ๆ ของผู้ฟัง...
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
TBC.
 

Love Punish 6

- 6 -
 
“นี่...ตื่นได้แล้ว...เฮ้!” J นั่งยอง ๆ เขย่าร่างเล็กบางที่นอนขดอยู่กับพื้นมุมห้องอย่างอ่อนใจ... เรียกมาจะสิบนาทีแล้วอีกฝ่ายก็ได้แต่ตอบรับอื้ออ้าแต่ก็ไม่ยอมตื่นจริง ๆ เสียที...

“ตื่นเดี๋ยวนี้!!!!...ฉันสั่งได้ยินมั้ย!!!..” J ก้มลงตะโกนที่ข้างหูอีกฝ่ายทันที... และได้ผลตอบรับกลับมาทันทีเช่นกัน.

เมื่อร่างที่นอนอยู่ผวาลุกขึ้นนั่งทันที... หัวกลม ๆ ของ Hyde จึงกระแทกเข้ากับใบหน้าของคนที่ก้มลงมาตะโกนอย่างจัง...

“โอ้ย!!!” เสียงร้องขึ้นพร้อมกันจากทั้งคนทั้งคู่... Hyde ลุกขึ้นนั่งยกมือขึ้นกุมหัวด้วยความเจ็บ... ส่วน J กุมจมูกด้วยความเจ็บ...และมึนงงเช่นกัน

“น…นายอยากตายใช่มั้ย? “ J ใช้มือแกร่งกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขณะที่มืออีกข้างก็กุมจมูกโด่ง ๆ ของตัวเองเอาไว้แน่นก่อนจะสะบัดหัวนิดหน่อยเพื่อไล่ความมึนงง

“ฉันเปล่าแกล้งนะ…นายอยากยื่นหน้าเข้ามาเอง” Hyde รีบปฏิเสธเป็นพัลวันเมื่อเห็นท่าทางโมโหสุดขีดของคนตรงหน้าที่เสียฟอร์ม

“คนอะไรนอนนึกว่าตาย…เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น…สงสัยทีหลังต้องเอาน้ำมาสาด” J บ่นออกมาอย่างขัดใจก่อนจะปล่อยมือออกจากคอเสื้อของอีกฝ่าย…พลางลุกขึ้นเดินนำออกไปแต
่ก็ต้องเหลียวหลังกลับมามองเมื่อร่างเล็กยังนั่งอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มหยุดเดินก่อนจะหันไปจ้องอีกฝ่าย

“หลับในอีกรึไง ?” J ย้อนถามเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลุกตามมา

“ก็แล้วจะให้ฉันทำอะไร…อีกอย่างนายไม่ได้สั่งให้ลุก” Hyde ออกปากประชดประชันกับคำสั่งของชายหนุ่มเล็ก ๆ ก็เมื่อวานตัวเองเป็นคนบอกเองว่าถ้าไม่ได้สั่งก็ไม่ต้องทำ ร่างสูงเอามือลูบหน้าตัวเองพร้อมถอนหายใจไปทีนึงกับอาการยียวนของอีกฝ่ายท่าทางยังไม่ได้สำนึกว่าตัวเองมาอยู่ในฐานะอะไร

“งั้นก็ลุกตามมา…เพราะฉันมีอะไรจะให้ทำ” J เอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปยังห้องรับแขกด้านนอก ร่างเล็กก็ถอนหายใจฟึดฟัดเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินตามไป ชายหนุ่มหยุดยืนที่กลางห้องรับแขกก่อนจะชี้มือไปรอบ ๆ

“เมื่อวานนายมาคงยังไม่ทันได้สังเกต….” J พูดขึ้นมาเบา ๆ โดย Hyde ก็มองตามไปรอบ ๆ

“บ้านนี้น่าอยู่ก็จริง…แต่หลังจากที่เจ้าของคนเก่าไม่อยู่มันก็ยังไม่ได้ทำความสะอาดอีกเลย…ถ้านายว่างก็ทำซะ” ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบก่อนจะหันไปมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ร่างเล็กอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำสั่งบ้า ๆ ออกมาจากปาก J

“นายจะบ้าเรอะ…ทำไม ? ฉันต้องทำด้วย” Hyde เริ่มขึ้นเสียงอย่างลืมตัวเมื่อรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาทำ ชายหนุ่มผมทองกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของอีกฝ่าย

“นายคิดว่าฉันเชิญนายมาเป็นแขกบ้านพักตากอากาศรึไง ? “ J ย้อนถามเหมือนพยายามเตือนสติอีกฝ่ายว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร

“ก็แล้วนายจับฉันมาทำไมเล่า !! “ Hyde ตะคอกถามเสียงดังในเมื่อจนบัดนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า J จับตัวเขามาเพื่อให้มันได้ประโยชน์อะไรเพราะยังไงมันก็ไม่ได้ทำให้ Ino ฟื้นขึ้นมา

“มาเป็นขี้ข้าล่ะมั้ง ?” J ตอบพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะเล็ก ๆ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ร่างเล็กโกรธจัดกับความไม่มีเหตุผลของคนตรงหน้า

“ นายทำอย่างนี้ไม่ได้นะ!! ถ้าคิดจะเล่นสนุกเพียงเพื่อจับฉันมาแกล้งเพราะความแค้นเรื่องเพื่อนของนาย นายมันก็บ้าสิ้นดีเราไม่มีทางจะอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป…สักวันนายก็ต้องทำงานฉันก็ต้องทำงาน…แล้วเราจะมาเล่นเกมส์แก้แค้นเหมือนเด็ก ๆ บนเกาะนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่กัน” Hyde อธิบายเสียงลั่นใส่อีกฝ่ายด้วยความโกรธเพราะความหวาดวิตกของเมื่อวานทำให้ไม่ได้เปิด
ปากคุยให้รู้เรื่อง

“ทำงาน ?" J ย้อนถามเสียงสูงออกแนวเย้ยหยันกลับคำพูดที่เหมือนลืมอะไรไปของอีกฝ่าย “ นายคิดว่าฉันจะทำอะไรในเมื่อเพื่อนฉันยังนอนไม่ตื่น !! “ ร่างสูงตะคอกกลับจนร่างเล็กสะดุ้งเมื่อคิดไปถึง Inoran ที่ยังนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่

“น…นายก็ทำงานเดี่ยวไปก่อนก็ได้นี่…รอจนกว่า Ino จะฟื้น” Hyde อธิบายตะกุกตะกักก้มหน้านิ่งเมื่อคิดไปถึงคนที่นอนเจ็บเพราะน้องสาวของเขา

“แล้วเมื่อไหร่ ? นายบอกได้เหรอ ?!! “ J ตะคอกถามเสียงแข็งจ้องคนตรงหน้าด้วยความโกรธมันเพราะความสะเพร่าของนายที่อาจทำให้เพื่อนฉันอาจไม่ตื่นมาเล่นกีตาร์สุดรักได้อีกครั้ง…ร่างเล็กก้มหน้านิ่งเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อไม่สามารถหาคำพูดใดมาตอบได้ว่าเมื่อไหร่ Ino จะฟื้น…เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีคำตอบ J แค่นหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

“นายคงเห็นว่ามันไม่สำคัญถึงกล้าพูดออกมาได้…ทำงานเดี่ยวรอไปก่อน…ชิ !! “ J สบถออกมาอย่างหมั่นไส้ก่อนจะพูดต่อไป “ถ้าอย่างนั้นนักร้องนำวง L’arc หายไป…เพื่อนนายก็คงออกงานเดี่ยวรอไปก่อนเหมือนกันใช่มั้ย ? งั้นก็ปล่อยเพื่อนนายทำงานรอต่อไป…เพราะนายจะไม่กลับจนกว่า Ino จะฟื้นแล้วหายดีเป็นปกติ !!" J เอ่ยเสียงแข็งในประโยคสุดท้ายพร้อมกับทำท่าจะเดินออกไป แต่ร่างเล็กกลับเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน Hyde ตรงไปกระชากแขนชายหนุ่มผมทองให้หันมาเผชิญหน้า

“นายทำอย่างนี้ไม่ได้นะ!!…นายจะขังฉันเอาไว้อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้!!…แล้วถ้า Ino ไม่ฟื้นเราไม่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปรึไง !! นายจะทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อจะมาคอยเฝ้าฉันงั้นเหรอ….นายมันบ้าไปแล้ว !!! “ Hyde ตะคอกใส่หน้าชายหนุ่มเสียงลั่นดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกกับความคิดของ J …ร่างสูงสะบัดแขนที่โดนจับออกจากการเกาะกุมของร่างเล็กก่อนจะแค่นหัวเราะตอบ

“ฮึ !! นายยังโชคดีที่ตอนนี้ฉันยังอยากเฝ้านาย…. ถ้าเมื่อไหร่นายทำตัวน่าเบื่ออย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ฉันอาจทิ้งนายไว้ที่นี่คนเดียวหรือไม่ก็ฆ่าทิ้งซะ !! “ ชายหนุ่มถลึงตาใส่ในประโยคสุดท้ายก่อนจะพูดต่อ “ แล้วกลับไปทำงานเดี่ยวอย่างที่นายแนะนำ รอ Ino ฟื้น….แต่ตอนนั้น L’arc คงหานักร้องนำใหม่ได้แล้วล่ะมั้ง เพราะนายจะไม่ได้กลับไปทำวงหรือทำเดี่ยวอีกเลย”

J ตอบอย่างไม่ใส่ใจกับอนาคตของคนตรงหน้าเท่าไหร่ Hyde จ้องหน้าชายหนุ่มแน่วนิ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบา ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน…การที่เขาจะไม่ได้กลับไปร้องเพลงอีกมันเหมือนฆ่าเขาทั้งเป็นแท้ ๆ ร่างเล็กหายใจกระชั้นถี่เร็วสองมือกำแน่นด้วยความโกรธ…นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ !! เขาจะไม่ยอมอยู่ที่นี่เด็ดขาด !! ตอนแรกคิดว่า J ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ…ถ้าหายโกรธคงปล่อยเขากลับไปเอง…แต่ท่าทางเขาจะคิดง่ายเกินไปเพราะการที่เขาทำให้ Luna Sea สูญเสียมือกีตาร์คนสำคัญ J ก็กำลังทำให้ L’arc สูญเสียนักร้องนำคนสำคัญเช่นกัน….

Hyde โถมร่างใส่คนตรงหน้าสุดแรงหมายจะวิ่งออกไปข้างนอกให้เร็วที่สุด ไปไกล ๆ จากไอ้ตี๋บ้านี่…แต่ J ก็ใช้สองมือรวบร่างเล็กเอาไว้ได้ทันดึงลากกลับเข้าไปในห้องไม่ให้ Hyde ออกไปไหน…แต่ร่างเล็กที่ท่าทางสติแตกไปแล้วกับเรื่องที่ได้ยินทั้งดิ้น ทั้งข่วน ทั้งทุบ ปากก็ร้องโวยวายไม่ได้หยุด
 
“ปล่อยฉัน !! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้…นายมันบ้า….ปล่อย !! บอกให้ปล๊อยยย !!! “ Hyde หลับหูหลับตาตะโกนเสียงลั่นพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มที่รวบร่างเขาไว้…แต่ J ที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าหลายเท่าก็ล็อคร่างเล็กไว้ได้อย่างแน่นหนาพยายามลากกลับเข้าไปในห้องนอนอย่างยากลำบาก…ก่อนจะโดนเจ้าตัวเล็กกัดเข้าไปที่แขนเต็มแรง

“อ…อ๊าาาากกก” J ร้องออกมาทันทีเมื่อโดนฟันคม ๆ กัดเอาคำเบ้อเร่อ…ร่างสูงสะบัดแขนออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงร่างเล็กลงไปกระแทกบนพื้นเตียงนุ่ม…ละสายตาเพียงนิดเพื่อยกแขนขึ้นมาดูก็เห็นเลือดไหลเป็นทางยาว…

“บ้าชิบ !! “ ชายหนุ่มสบถออกมาเบา ๆ แต่ยังไม่ทันได้หาผ้ามาพันเพื่อห้ามเลือด…ร่างเล็กที่นึกว่าสิ้นฤทธิ์เพราะโดนเหวี่ย
งลงไปบนเตียงกลับลุกขึ้นมาหมายจะวิ่งออกไปข้างนอกอีก.. J เลยตัดสินใจกระชากกลับให้ลงไปนอนบนเตียงแล้วขึ้นทาบทับทันทีใช้สองมือแกร่งกดข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงกับพื้นเตียง…เข่าทั้งสองข้างก็กดทับขาของร่างเล็กเอาไว้…สภาพตอนนี้คือ J คร่อมอยู่บนร่าง Hyde ที่ยังดิ้นรนหมายจะให้หลุดออกจากการจับกุม

“นี่อยู่เฉย ๆ ได้มั้ย !! ถ้าไม่อยากให้ฉันโกรธจนเผลอฆ่านาย !! “ J ตะคอกใส่ร่างข้างใต้เสียงดังหมายจะเรียกสติของเจ้าตัวเล็กให้กลับคืนมา…แต่ยิ่งตะคอก Hyde ก็ยิ่งดิ้น

“ปล่อย !! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…ปล๊อยย !! “ ร่างเล็กสะบัดหน้าไปมาพร้อมกับสิ่งที่ J คาดไม่ถึง Hyde ร้องไห้น้ำตานองหน้าดิ้นรนหมายจะให้หลุดไปจากการจับกุมตลอดเวลา…ความเครียดและความกดดันตั้งแต่เมื่อวานถูกระเบิดออกมาตอนนี้ Hyde ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร….เส้นผมนุ่มสลวยกระจัดกระจายไปทั่วใบหน้างามที่เปื้อนน้ำตาที่ทะลักออกมาเป็นสายน้ำ… J เพิ่มแรงกดที่สองมือและเข่ามากกว่าเดิมเมื่อร่างเล็กยังดิ้นไม่ยอมหยุด

“ถ้าไม่หยุดฉันจะฆ่านายได้ยินมั้ย !!! “ J ตะคอกใส่หน้าร่างข้างใต้เสียงลั่นหมายจะให้ร่างเล็กมีสติหยุดการดิ้นรนขัดขืนสักที และเหมือนจะได้ผล Hyde ลดแรงต้านที่ข้อมือและสองขาที่พยายามดิ้นให้หลุดจากเข่าของร่างสูงที่กดทับอยู่…แต่ยังส่ายหน้าไปมาและร้องไห้ไม่ยอมหยุดปากก็พร่ำพูดอยู่แค่ประโยคเดียว

“ฮ…ฮึก…ปล่อย !! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…ปล่อย….ฮืออออ ~~”

ชายหนุ่มผมทองถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ…ท่าทางสติแตกของ Hyde ตอนนี้คงเพราะความเครียดและความกดดันที่ทับถมมาตั้งแต่เมื่อวาน…แล้วพอมาได้ยินว่าตัวเองอาจจะไม่ได้ไปจากที่นี่ตลอดชีวิต… Hyde ก็เลยเริ่มทนต่อความเครียดและแรงกดดันไม่ไหว… J รีบปล่อยมือและลุกออกไปจากร่างเล็กอย่างรวดเร็ว…พร้อมกับออกไปปิดล็อคประตูจากด้านนอกเอาไว้อย่างแน่นหนา…ก่อนจะส่งเสียงตะโกนกลับเข้าไป

“นายเลือกที่จะให้ฉันขังนายเอาไว้เอง…ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์คิดว่าถ้าบางทีนายทำตัวดี ๆ ฉันอาจคิดว่านี่เป็นเกมส์เด็กเล่นอย่างที่นายว่าไม่นานก็จะปล่อยนายไป…แต่นายรู้มั้ย? นายเพิ่งทำให้ฉันเปลี่ยนใจเมื่อกี้นี้เอง…ว่านายเหมาะจะร้องไห้คร่ำครวญทรมานแทบขาดใจอยู่ที่นี่ตลอดไป…สาสมกับการที่นายทำให้ Ino นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง….และตอนนี้ฉันก็เบื่อจะเฝ้านายแล้ว….ลาก่อน Hyde “

ประโยคสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มเดินจากไป…ร่างเล็กเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน…มันหมายความว่ายังไง ? J จะทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวแล้วตัวเองกลับไปอย่างนั้นเหรอ ? Hyde ถลาเข้าไปหาประตูห้องนอนอย่างรวดเร็วระรัวทุบเรียกชื่อชายหนุ่มไม่ได้ขาดปาก

“ J … J …นายจะไปไหน ? นายทิ้งฉันไว้ไม่ได้นะ… J !! ได้ยินมั้ย… J !! …J !!” Hyde ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งน้ำตา…สองมือก็รัวทุบประตูไม่หยุด…แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบและเสียงคลื่นของน้ำทะเลที่พัดเข้ามากระทบฝั่งเท่านั้น…ร่างเล็กถลาไปที่หน้าต่างห้องนอนที่อยู่ใกล้ ๆ เตียงเลิกผ้าม่านขึ้นมองออกไปยังด้านนอกทันที ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มผมทองกำลังเดินจากไปไกลเรื่อย ๆ Hyde รีบผลักหน้าต่างออกอย่างรวดเร็วแต่เพราะมีลูกกรงเหล็กกั้นเอาไว้…ร่างเล็กจึงทำได้เพียงส่งเสียงเรียกเท่านั้น

“ J !! …J !! กลับมา…อย่าทิ้งฉันเอาไว้… J !! ” Hyde ตะโกนไปสุดเสียงถึงแม้ว่าจะไม่ได้กลับไปตลอดชีวิต…แต่ถ้ามี J อยู่ด้วยมันก็ยังดีกว่าต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว…แล้วที่นี่มันคือเกาะอะไรที่ไหนเขาก็ไม่รู้…จะรอมันลมแล้ง ๆ ให้มีคนมาช่วยเขาไม่ตายไปก่อนหรอกเหรอ…เสียงตะโกนของร่างเล็กทำให้ชายหนุ่มหยุดเท้าแล้วหันกลับมามอง…มันทำให้ Hyde ใจชื้นขึ้นมาทันทีบางที J อาจจะแกล้งหยอกเขาเล่นเท่านั้น…ร่างสูงเอามือป้องปากก่อนจะตะโกนตอบไป

“นี่…เมื่อกี้ฉันลืม…ไหน ๆ ก็จะไปแล้ว…ฉันยกเตียงให้นายเลยแล้วกัน…นอนตามสบายนะ…อยากจะนอนไปจนเหลือแต่โครงกระดูกก็ไม่มีใครว่า…” J โบกมือเป็นเชิงเยาะเย้ยให้ร่างเล็กที่เกาะลูกกรงมองออกมาก่อนจะหันหลังเดินต่อไปเรื่
อย ๆ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับทำให้ Hyde เบิกตากว้างด้วยความตระหนก…หมอนั่นจะไปจริง ๆ เหรอ ?…

“ J !! …J !! ” ร่างเล็กตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มไปสุดเสียง…แต่สิ่งที่เห็นคือ J เดินไกลออกไปเรื่อย ๆ Hyde จ้องภาพตรงหน้าไม่วางตาในใจก็ภาวนาขอให้เป็นเพียงเรื่องล้อเล่น… J คิดจะแกล้งให้เขากลัวเท่านั้น…แต่เพราะบ้านพักที่ถูกสร้างอยู่ในระดับสูงทำให้ Hyde เห็นทุกการกระทำของชายหนุ่มชัดเจน…เงาร่างที่เล็กลงเรื่อย ๆ กำลังตรงไปที่เรือที่ถูกจอดอยู่ตรงสะพานสำหรับจอดเรือยอร์ช…และไม่นานเรือก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากฝั่งไปเรื่อย ๆ Hyde จ้องภาพตรงหน้าตาค้างไปแล้ว… J ทิ้งเขาเอาไว้แล้วจริง ๆ

“ J !!” Hyde ตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มไปอีกครั้ง…ถึงแม้ว่าจะส่งไปไม่ถึง…แต่ก็อยากให้มีอะไรสักนิดที่ทำให้ J เปลี่ยนใจ…แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเสียงตอบกลับมาจากชายหนุ่มมีเพียงภาพเรือที่กำลังแล่นห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนจะลับหายไปจากสายตา

Hyde ทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรง…หมดกำลังใจ…ชีวิตเขาคงจบแล้ว…. ร่างเล็กนั่งร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่พักใหญ่…ก่อนจะพยายามตั้งสติและเริ่มเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง…ตู้เสื้อผ้าที่ว่างเปล่า โต๊ะเขียนหนังสือที่ลิ้นชักว่างเปล่า…กับของแต่งห้องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี…เมื่อจะเอามันมาใช้เพื่อหาทางหนีหรืองัดห้องออกไป…

ประตูไม้บานหนาที่กั้นเขากับโลกภายนอกเอาไว้ก็ไม่มีรอยชำรุด ห้องน้ำก็มีเพียงหน้าต่างบานเล็ก ๆ ที่ติดกระจกเอาไว้ถึงทุบแตกก็ออกไปไม่ได้อยู่ดี…ที่สำคัญที่นี่ไม่มีอาหารเก็บเอาไว้
…มีเพียงน้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำของอ่างล้างหน้าเท่านั้น…ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ถึงอาทิตย์เขาต้องตายแน่ ๆ หรือ J ตั้งใจจะให้มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

…คิดมาถึงตอนนี้ Hyde ก็เริ่มเจ็บใจที่ไม่น่าหลงกลโดน J จับมา…ร่างเล็กเริ่มอาละวาดพังข้าวของในห้องไม่มีชิ้นดี โต๊ะเขียนหนังสือถูกทุ่มใส่ประตูหวังจะให้พังแต่ก็เปล่าประโยชน์…ประตูไม้หนามีเพียงแค่รอยขีดข่วนเกิดขึ้นเท่านั้น ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หมอน ถูกรื้อกระจัดกระจาย…Hyde เริ่มร้องไห้หนักขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหมดหวังแล้วจริง ๆ ร่างเล็กทรุดลงนั่งที่เตียงช้า ๆ ก่อนจะเริ่มล้มตัวลงนอน…

Hyde ขดตัวเข้าหากันพยายามโอบกอดร่างที่สั่นระริกเพราะแรงสะอื้นของตัวเองเพื่อปลอบใจว่า…. มันจะต้องไม่เลวร้ายอย่างที่คิด…ก่อนที่ร่างเล็กจะผลอยหลับไปทั้งน้ำตาเพราะร้องไห้แ
ละอาละวาดจนเหนื่อย…

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

TBC.
 

Love Punish 5

- 5 -
 
ดวงอาทิตย์สีส้มกลมโตขนาดใหญ่เหมือนกำลังจะจมลงสู่ทะเลเวิ้งว้างที่เห็นอยู่เบื้องหน้า... J ละสายตาจากภาพทิวทัศน์อันสวยงามภายนอก.. วางเบสลงบนเก้าอี้ข้างกาย อาหารกลางวันบนโต๊ะที่ทำด้วยฝีมือตนเองแทบไม่ได้ถูกแตะต้อง..

มือแกร่งหยิบกระดาษขึ้นมามองสายตาทั้งคู่ไล่ไปตามตัวโน๊ตที่กรั่นกรองออกมาจากความรู้สึกนึกคิดในเวลานี้... ทำนองเพลงแสนเศร้า ทำไมไม่รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างที่คาดหวังเอาไว้เลย... ทั้งที่แผนการแก้แค้นที่วางไว้ขั้นแรกก็ดำเนินการไปได้อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ... เพราะนายยังไม่โหดพอน่ะสิ.. จับตัวมาทั้งทีกลับเอาไปขังสบายไว้ในห้อง.. แค่ไม่ให้กินข้าวนี่หรือการแก้แค้นของนาย.. เสียงตะโกนที่ดังแทรกขึ้นในหัวทำให้ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังห้องนอนที่ขัง
อีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็ว...

ประตูห้องถูกไขและเปิดออกกว้างอย่างรีบเร่ง.. J ก้าวเข้าไปภายในกวาดตามองทันทีภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือร่างเล็กที่ปากกล้าฤทธิ์มากอยู่เมื่อเช้าเวลานี้กลับหมดเรี่ยวแรงนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนอย่างน่าสงสาร.. สีหน้าบึ้งตึงของชายหนุ่มค่อยคลายลงโดยไม่รู้ตัวพร้อม ๆ กับทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ตรงหน้า.. เพียงครู่เดียวเท่านั้น J ก็นึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่ตนเองตั้งใจจะทำเอาไว้แต่แรก.. มือแกร่งยึดดึงผ้าห่มที่ Hyde นอนหลับทับอยู่กระชากสะบัดออกเต็มแรง.. เป็นผลให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่หมิ่น ๆ ล่วงหล่นลงไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงทั้งที่ยังหลับอยู่...

“โอ้ย!!!?” คราวนี้มีเสียงร้องออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน J เดินอ้อมปลายเตียงมามองอย่างสะใจ.. เจ้าของเสียงร้องเมื่อครู่นอนจุกลุกไม่ขึ้นอยู่กับพื้นข้างเตียงนั่นเอง....

“นอนตรงนั้นแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว...หรือว่านักร้องนำวง L’Arc ยิ่งใหญ่ถึงขนาดลดตัวลงไปนอนกับพื้นไม่ได้... นายรู้เอาไว้ซะด้วยว่าพื้นห้องเนี่ยมันยังดีกว่าพื้นถนนที่นายทิ้งให้เพื่อนฉันต้องน
อนอยู่อย่างเทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ....”

Hyde ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะรู้ว่ายิ่งพูดไปก็ยิ่งเหมือนการแก้ตัว.. ร่างเล็กได้แต่ขยับลุกขึ้นนั่งช้า ๆ... การแสดงออกเหมือนไม่ใส่ใจของ Hyde ยิ่งทำให้ผู้พูดโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ... มือแกร่งขยุ้มคอเสื้ออีกฝ่ายดึงให้ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

“หมดเวลาสบายของนายแล้ว... ออกไปข้างนอก.. ทำอาหารเย็นมาให้ฉันกินเดี๋ยวนี้...ไป!!” J เหวี่ยงร่างอีกฝ่ายไปทางประตูห้อง... Hyde เหลียวกลับมามองอย่างโกรธเคือง.. พลันสายตาก็สังเกตเห็นว่าที่เข็มขัดด้านหลังของอีกฝ่ายไม่มีปืนพกอยู่เช่นเดียวกับเมื่อเช้าแล้ว...

Hyde ตัดสินใจอย่างรวดเร็วในช่วงเสี้ยววินาทีโถมตัวผลักร่างชายหนุ่มที่กำลังจะหันกลับมาเต็มแรง.. แล้วเท้าเล็ก ๆ ก็ออกวิ่งอย่างสุดชีวิตออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว... J เพียงแค่เสียหลักเซไปเท่านั้น... เมื่อตั้งหลักได้ชายหนุ่มก็สาวเท้าออกตามทันที.. เสียงฝีเท้าวิ่งไล่หลังพร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มที่วิ่งตามมาดังใกล้เข้ามาทุกที...

Hyde ไม่เสียเวลาหันกลับไปมองแม้แต่น้อย.. นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เขาอาจจะหนีรอด... บันไดลงจากบ้านอยู่ข้างหน้าไปอีกไม่กี่ก้าว... Hyde เร่งฝีเท้าขึ้นอีกอย่างไม่รอช้า.. นึกแปลกใจที่เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนไล่หลังดูเหมือนจะเงียบหายไป... Hyde เหลียวกลับไปมองอีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวเท้าลงบันได.. จึงได้เห็นว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าเมื่อครู่กำลังเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อคว้าปืนมาด้วยนั่นเอง.. วัตถุในมือของชายหนุ่มทำให้ Hyde ร้อนรนมากขึ้นอีก.. ในที่สุดร่างเล็กก็ก้าวพลาด Hyde ม้วนตกลงจากบันไดหลายสิบขั้นลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นเบื้องล่างนั่นเอง..

J เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า... ชายหนุ่มรีบวิ่งถลาตามลงมาอย่างรวดเร็ว.. แต่ความรู้สึกเกลียดที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในใจทำให้เจ้าตัวยังคงไม่ยอมแสดงอาการเป็นห่
วงใด ๆ ออกมา.. J ยืนมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นด้วยความร้อนใจ... ก่อนจะตัดสินใจใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างนั้นเบา ๆ..

“นี่... อย่ามาแกล้งเจ็บนะ.. ไม่ได้ผลหรอกลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้..” คำพูดออกจากปากไปชั่วครู่แล้ว... แต่ร่างที่นอนอยู่ก็ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง.. J เริ่มวิตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจก้มลงประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน.. ร่างอ่อนปวกเปียกที่สัมผัสโดนบอกให้รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของร่างได้หมดสติไปแล้ว.. มือแกร่งตบเบา ๆ ที่แก้มนุ่มเนียนเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว.. ชายหนุ่มตรวจดูที่หัวเพื่อหาร่องรอยบาดแผล.. หัวไม่แตก.. แต่ก็ไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ จากร่างบาง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพลุ่งขึ้นสูงในจิตใจ.. จนกระทั่งมีอำนาจเหนือความรู้สึกอื่นใดในเวลานี้..

“Hyde!!... นี่..อย่าเป็นอะไรไปนะ.. เฮ้!!” J เรียกชื่ออีกฝ่ายไปเรื่อย ๆ... พลางช้อนร่างบางขึ้นอุ้มพาเดินกลับขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างร้อนรน..

ทันทีที่วางร่างบางลงบนเตียงนอนแล้ว.. J ก็รีบตรวจดูตามร่างกายของอีกฝ่ายอย่างถ้วนถี่อีกครั้ง.. ถอนใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อไม่พบว่ามีกระดูกส่วนไหนหักหรือรอยแผลเลือดตกยางออกที่ใด
... จะมีก็เพียงรอยฟกช้ำตามร่างกายให้เห็นเท่านั้น... รอยช้ำที่ผิวอ่อนบางช่วงท้องดูจะเป็นรอยที่เห็นได้เด่นชัดที่สุด.. ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยกับรอยที่เห็น..ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า.. รอยช้ำนั้นเกิดจากการกระทำของเขานั่นเอง.. ดวงตาเรียวรีอ่อนโยนลงกว่าทุกครั้ง..นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่ตกรุ่ยร่ายอยู่ตามใบหน้าเรียวสวยออกให้ด้วยความอ่อนโยน...โดยไม่รู้ตัว..
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
Hyde ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี.... พร้อมกับความรู้สึกหิวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน... แสบท้องอย่างบอกไม่ถูก.. ความนุ่มอุ่นสบายที่สัมผัสได้บอกให้รู้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม... เปลือกตาบางปิดลงอีกครั้ง.. ยิ้มให้กับตนเองเมื่อคิดขึ้นได้ว่าเรื่องน่ากลัวที่ผ่านมาทั้งหมดคงเป็นเพียงแค่ความฝัน...

Hyde ขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นจากที่นอนเหมือนเช่นทุกวัน... แต่ความเจ็บระบมปวดยอกกลับแล่นปราดไปทั่วร่างกาย.. สายตาที่เริ่มชินกับความมืดทำให้เริ่มมองเห็นแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง... Hyde หลับตาแน่นอีกครั้ง.. บอกกับตัวเองเบา ๆ... นี่ไม่ใช่ความฝัน.. เขาโดนจับตัวมาจริง ๆ.. Hyde ทบทวนความทรงจำสุดท้ายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว... เขาตกบันได.. แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้... มือเรียวเอื้อมเปิดโคมไฟข้างเตียงอย่างยากลำบาก... สายตามองกวาดไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง..

Hyde สะดุ้งสุดตัวเมื่อสายตาไปสะดุดกับร่างที่นั่งพิงกำแพงอยู่ที่พื้นห้อง... ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกำลังมองเขม็งมาที่เขาเช่นกัน..... Hyde ขยับถอยหนีโดยอัตโนมัติ... ก้มลงมองตัวเองอีกครั้งก็เห็นว่าตนกำลังนั่งอยู่บนเตียง.. ที่อีกฝ่ายหวงนักหวงหนา...

“นาย...ฉัน..” Hyde ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะจะพูดอะไรดี.. ได้แต่รีบขยับตัวเพื่อลงจากเตียงให้เร็วที่สุด...รู้สึกกลัวจนพูดไม่ออก...

“จะไปไหน!!!...” เสียงถามห้วน ๆ ดังมาจากชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ทำให้ Hyde หยุดชะงักทันที...

“เปล่า... ฉันแค่.. จะลงไปจากเตียงนาย...”

“ไม่ต้อง!!!... อะไรที่ฉันยังไม่สั่ง... ไม่ต้องทำเข้าใจที่ฉันพูดมั้ย...” J หยุดพูดพลางมองดูท่าทางของอีกฝ่าย... เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นพยักหน้ารับเบา ๆ...จึงพูดต่อไปว่า... “อย่าได้คิดหนีอีกเป็นอันขาด.... เพราะนายจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้อีก...ได้ยินที่ฉันพูดใช่มั้ย!!!” เสียงตะคอกตบท้ายประโยคมาทำเอาคนฟังสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ...

“ได้...ได้ยินแล้ว..” Hyde รีบรับคำอย่างหวาด ๆ...

“ไปกินข้าวซะ...”

Hyde เงยหน้าขึ้นมองผู้พูดอย่างรวดเร็ว... นึกว่าตัวเองหูฝาดไปในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่... แต่เมื่อมองตามสายตาของอีกฝ่ายไปที่โต๊ะข้างเตียงอีกด้าน.. ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง..มองอาหารที่วางอยู่ในถาดใบเล็ก ๆ อย่างงุนงง...

“อะไรนะ..??ให้ฉัน..กินข้าวเหรอ...” Hyde ถามย้ำอีกครั้ง...

“ทำตามที่ฉันสั่ง...หรืออยากลองดี..” J ทำท่าจะลุกขึ้นยืนทันที... Hyde รีบส่ายหน้าพร้อมกับรีบขยับเข้าหาถาดอาหารอย่างรวดเร็ว.. ชายหนุ่มจึงกลับนั่งลงตามเดิมอีกครั้ง... พลางมองมาที่อีกฝ่ายอย่างหาเรื่องเต็มที่...

Hyde จัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว... จนเกือบจะสำลักหลายครั้ง... อาจเพราะความหิวทำให้ Hyde รู้สึกว่าข้าวผัดที่อีกฝ่ายนำมาให้อร่อยกว่าที่เคยกินตามโรงแรมใหญ่ ๆ เสียอีก... ระหว่างกินก็อดนึกแปลกใจไม่ได้ที่ข้าวยังนุ่ม...และถ้าเขาไม่ได้คิดไปเองมันออกจะยังร้อนอยู่นิด ๆ ด้วยซ้ำ... นี่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่... แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรออกไป... จนกระทั่งข้าวคำสุดท้ายหมดลง.. ร่างเล็กจึงยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้ว... จากนั้นก็นั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นเพื่อรอคำสั่งของอีกฝ่าย....

J หันหน้ามามองอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเสียงช้อนกระทบกับจานเงียบลงไปได้พักใหญ่แล้ว... ชายหนุ่มมองสภาพจานข้าวที่ว่างเปล่าไม่มีข้าวเหลือติดอยู่แม้แต่เม็ดเดียว... น้ำในแก้วใบโตก็ถูกดื่มจนเกลี้ยงเช่นกัน... J เกือบจะเผลอยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นริมฝีปากบางของอีกฝ่ายเป็นมันเพราะอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปจนไม่เหลือไว้เผื่อคนล้างเลย...

“นั่งอยู่ทำไมล่ะ...กินเสร็จแล้วก็นอนซะสิ...ต้องให้บอกทุกอย่างรึ?...”

“อ้าว?...ก็นาย...” Hyde กลืนคำพูดที่จะเถียงออกมาลงคอไปอย่างรวดเร็ว... เมื่อเห็นสีหน้าแง่ง ๆ ของอีกฝ่าย... Hyde ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงนำถาดอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างประตูห้องจากนั้นก็เดินเข้าไปภายในห้องน้ำเพื่อจะแปรงฟันอย่างเคยชิน... ในห้องน้ำเล็ก ๆ ไม่มีที่สำหรับอาบน้ำ.. มีเพียงอ่างล้างหน้าเล็ก ๆ.. กับสุขภัณฑ์สำหรับขับถ่ายเท่านั้น...

... ร่างเล็กถอนใจแรงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีแปรงสีฟัน.. จึงได้แต่บ้วนปากแก้ขัดไปก่อนเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร...

Hyde เดินกลับออกมาจากห้องน้ำโดยไม่มองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่พื้นแม้แต่น้อย... ร่างเล็กเดินตรงไปที่เตียงนอนอย่างรวดเร็ว... กำลังจะล้มตัวลงนอนเสียงตวาดก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน....

“ใครบอกให้นอนบนเตียง!!!???...”

“ก็...เปล่าไม่มีใครบอก..” Hyde พูดอุบอิบ.. ขยับลุกขึ้นจากเตียงอย่างเซ็ง ๆ... เริ่มจะชินกับนิสัยของอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อย... ร่างเล็กเดินไปนอนซุกตัวอยู่มุมด้านหนึ่งของห้อง... มองชายหนุ่มซึ่งเดินไปทิ้งกายลงบนเตียงอย่างแรงเหมือนจะเยาะเย้ยใครสักคน... เมื่อแสงไฟในห้องดับมืดลงอีกครั้ง... Hyde ก็แอบหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางอยากเอาชนะเหมือนเด็ก ๆ ของอีกฝ่าย...
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
TBC.

Love Punish 4

- 4 -
 

Hyde สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกว่าร่างถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นเรือ…หลังจากที่พยายามส่งเสียงโวยวายจนเหนื่อยร่างเล็กก็ผลอยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว…มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อโดนอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม Hyde เริ่มดิ้นรนอีกครั้งจน J ชักจะหงุดหงิดกับความพยายามที่ไร้ประโยชน์ของเจ้าตัวเล็ก

“นี่ถ้ายังไม่เลิกดิ้น…ฉันจะโยนนายลงทะเลเดี๋ยวนี้…” J ออกปากขู่ด้วยแววตาจริงจัง…ก็เมื่อตอนนี้เขาอุ้มร่างเล็กบางมายืนอยู่ตรงกาบเรือเตรียมข้ามไปยังพื้นสะพานข้าง ๆ ที่จอดเรือเทียบเอาไว้ Hyde เหล่มองลงไปที่พื้นน้ำนิดหน่อยก็เห็นว่าเป็นช่วงน้ำลึกที่ใช้จอดเรือยอร์ช ถ้า J โมโหแล้วโยนเขาลงไปทั้ง ๆ อย่างนี้เขาได้ตายแน่ ๆ
 
Hyde หยุดการดิ้นรนลงทันทีก่อนจะก้มหน้านิ่งสมองก็พยายามคิดหาวิธีต่างนานาเพื่อให้หลุดไปจากการจับกุมครั้งนี้…ไม่นาน J ก็อุ้มพาร่างเล็กมาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมหาด J โยน Hyde ลงกับพื้นทรายนุ่มเต็มแรงทำเอาร่างเล็กถึงกับจุกกับการกระทำหยาบเถื่อนของชายหนุ่ม… J ทรุดลงนั่งข้าง ๆ อมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างตรงหน้าพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็น…ชายหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปแกะผ้าเช็ดหน้าออกจากปากร่างเล็ก Hyde สะบัดหัวไปมานิดหน่อยก่อนจะตะโกนใส่หน้า J สุดเสียง

“ปล่อยช้าน !!! “

…ชายหนุ่มผมทองทำแค่หลับตาลงข้างหนึ่งพร้อมกับยกนิ้วมืออีกข้างขึ้นมาแคะหูเบา ๆ

“แสบแก้วหูดีจริง ๆ “ J พึมพัมออกมาเบา ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะให้คนตรงหน้าเล็กน้อย

“นายทำอย่างนี้ทำไม ? จับฉันมาก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างถ้าเพื่อน ๆ ฉันรู้ว่าฉันหายไป…พวกเขาก็ต้องออกตามหาแล้วคราวนี้นายเดือดร้อนแน่…ทางที่ดีรีบปล่อยฉันไปแล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง” Hyde ออกปากขู่ถึงเรื่องชื่อเสียงของ J ถ้ามีข่าวออกไปว่ามือเบสวง Luna Sea จับนักร้องนำวง L’arc มา… J คงเสียชื่อเสียงและหน้าที่การงานไม่น้อย แต่ชายหนุ่มผมทองทำแค่เพียงอมยิ้มเล็ก ๆ

“นายประกาศลาพักร้อน…ตอนนี้เพื่อนนายก็คงคิดว่านายอยู่บนเครื่องบินกำลังจะไปเที่ยวพักผ่อนหาความสำราญใส่ตัวโดยที่เพื่อนฉันที่นายขับรถชนยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง…” J อธิบายเสียงเรียบพร้อมกับจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

“เรื่องนี้ไม่…” Hyde ค้างคำพูดไว้แค่นั้น ไม่กล้าบอกว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง ยิ่ง J กล้าลักพาตัวเขามาเพื่อแก้แค้นอย่างนี้…ถ้ารู้เรื่องจริงบางทีน้องสาวเขาคงไม่ต่างกัน

“ไม่อะไร ?” J ย้อนถามแต่เมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ตอบชายหนุ่มจึงพูดต่อ “ อีกอย่างตอนฉันไปเอาตัวนายมามีใครอยู่แถวนั้นบ้าง ? “ J ยิ้มเยาะตั้งคำถามเพราะตัวเขาออกจะแน่ใจว่าไม่มีใครรู้ใครเห็นว่านักร้องนำวง L’arc ตอนนี้มาอยู่กับเขา

“หมายความว่า…”

“ใช่ !! ไม่มีใครรู้ว่านายหายไป…พวกนั้นคงเข้าใจว่านายไปเที่ยว…เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครตามหานาย” J อธิบายเรื่องที่ Hyde มั่นใจว่าจะต้องมีคนออกตามหา

“แต่ถ้าฉันหายไปนานแล้วขาดการติดต่อไป…พวกนั้นก็ต้องออกตามหาอยู่ดี” Hyde ยังไม่ยอมลดละหาเหตุผลมาทำให้ J ล้มเลิกความคิดที่ลักพาตัวเขามา

“ถ้าพวกนั้นหานายเจอน่ะนะ…ไม่ใช่แค่โครงกระดูก” J เอ่ยปากออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ากลัว จนร่างเล็กเย็นสันหลังวาบบางทีคนตรงหน้าอาจฆ่าเขาจริง ๆ ก็ได้…Hyde หันซ้ายหันขวาหมายจะหาเงาร่างใครสักคนที่พอจะช่วยเขาได้แต่กลับมีเพียง หาดทรายสีขาว น้ำทะเล ภูเขาเล็ก ๆ ด้านหลัง

“ไม่ต้องหาคนช่วยหรอก…ไม่มี…. อีกอย่างที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต…อย่าคิดหาทางหนีนายจะตายไม่รู้ตัว ฉันอาจโมโหจนเผลอฆ่านายไปก็ได้” J อธิบายอย่างละเอียดถึงสิ่งที่ร่างเล็กคิดหาทางพึ่งพาเพื่อให้หนีออกไปจากที่นี่

“เกาะของนายเหรอ ?” Hyde ถามขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าเกาะส่วนตัว

“จะของฉันหรือของใครก็ไม่ใช่เรื่องของนาย…รู้แค่ว่าฉันได้รับอนุญาตและตอนนี้ที่นี่เป็นสิทธิ์ของฉัน” J ตอบก่อนจะปลดเชือกที่มัดอยู่ที่ขาและข้อมือของ Hyde พอพันธนาการถูกคลายร่างเล็กใช้ฝ่ามือลูบคลำไปเบา ๆ ที่รอยแดงบนข้อมือเพราะความคมของเชือก

และในช่วงจังหวะที่ J ละสายตาจากเขา Hyde ใช้สองมือผลักร่างสูงสุดแรงเกิดแล้ววิ่งออกไปจากบริเวณนั้นทันที ในใจของ Hyde ตอนนี้คือออกให้ห่างจาก J ที่เขาคิดว่าเป็นตัวอันตรายส่วนเรื่องออกไปจากเกาะนี้เป็นเรื่องที่จะหาทางคิดทีหลัง
 
ชายหนุ่มผมทองที่โดนผลักจนล้มลงกับพื้นยันกายลุกขึ้นมาช้า ๆ ยืนมองร่างเล็กที่วิ่งไปอย่างไม่รู้จุดหมาย J เพียงแค่ยืนมองตามหลังไม่ได้ออกไล่ตาม….ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นความดันทุรังของอีกฝ่ายที่จะหนีไปจากเขา J ขยับมือลงไปล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากเข็มขัดด้านหลัง

….!!! เปรี้ยง…!!…

เสียงปืนที่ถูกลั่นออกจากปากกระบอกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ร่างเล็กที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต้องชะงักฝีเท้าลงทันที Hyde หอบหายใจเบา ๆ ก้มลงมองสำรวจร่างตัวเองช้า ๆ ว่าโดนยิงไปรึเปล่า…แต่เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังปกติและเขายังยืนอยู่ไม่ได้ล้มลงไป Hyde ขยับหมายจะก้าวขาออกวิ่งอีกครั้ง

“ถ้านายขยับออกจากตรงนั้นแม้แต่ก้าวเดียว…คราวนี้ฉันจะยิงนาย” เสียงชายหนุ่มผมทองดังมาขัดก่อนที่ร่างเล็กจะทันได้ก้าวขาวิ่งต่อไป Hyde หอบหายใจเบา ๆ ค่อย ๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงขู่เมื่อครู่ สิ่งที่เห็นคือ J กำลังใช้ปากกระบอกปืนหันพุ่งตรงมาทางเขา ใบหน้างามซีดเผือดร่างกายสั่นระริกไม่อาจควบคุมเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าพร้อมจะหยิบยื่นความตายให้เขาเมื่อไหร่ก็ได้ ร่างเล็กขยับขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

….!!! เปรี้ยง…!!…

เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นและเฉียดผ่านร่างเขาไปนิดเดียว Hyde สะดุ้งเฮือกไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนไปไหนอีกก่อนจะยกสองมือขึ้นโอบกอดร่างที่สั่นระริกของตัวเองเอาไว้แนบแน่น สายตาแห่งความหวาดกลัวจ้องสบตากับดวงตาเรียวรีที่ไม่มีวี่แววว่าล้อเล่นทุกสิ่งที่ออกมาจากปากของ J เป็นเรื่องจริง และชายหนุ่มก็พร้อมที่จะทำจริง ๆ ถ้าเขายังพยายามดื้อดึงหรือทำอะไรขัดใจ

“ทีนี้ก็เดินกลับมาหาฉันช้า ๆ “ J สั่งเสียงแข็งโดยที่ยังไม่ยอมลดปากกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังร่างเล็กลง… Hyde ยังคงนิ่งเงียบความกลัวทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะขยับไปไหนไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง

“กลับมา !! “ J ตวาดลั่นขึ้นอีกครั้งจนร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวก่อนจะค่อย ๆ ก้าวขาเดินกลับไปหาคนที่ยืนจ้องปากกระบอกปืนมาทางเขา Hyde เดินช้า ๆ กลับมา…จนมาหยุดยืนอยู่หน้าชายหนุ่ม…ร่างเล็กก้มหน้านิ่งไม่กล้ามองสบตากับคนตรงหน้า
J ลดปากกระบอกปืนลงสอดเก็บไว้ที่เข็มขัดด้านหลัง

“อย่าให้ฉันต้องเอามันออกมาใช้อีก” J เอ่ยเสียงเรียบเมื่อเก็บอาวุธปืนเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยไปแล้ว…ชายหนุ่มจ้องมองคนตรงหน้าที่ยืนตัวสั่นก้มหน้านิ่งอย่างสะใจ ไม่รอช้า J ฉุดแขนร่างเล็กบางอย่างไม่ปราณีลากขึ้นบ้านเล็ก ๆ ริมหาดไป
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
บ้านที่มองไกล ๆ เห็นว่าหลังเล็ก ๆ นั้นเมื่อยิ่งเข้ามาใกล้.. คิ้วเรียวเล็กก็ยิ่งขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ.. บ้านหลังนี้ปลูกสร้างเอาไว้อย่างสวยงาม.. แม้จะยังอยู่ในอารมณ์หวาดวิตกแต่ Hyde ก็ยังอดมองด้วยความทึ่งไม่ได้.. แต่ยังไม่ทันจะได้กวาดตามองไปจนทั่วก็รู้สึกถึงแรงผลักที่หลังอย่างจงใจจนแทบจะเสียห
ลักล้มลงไปกับพื้น..

“มองอะไร... อย่าคิดนะว่าจะได้มาพักตากอากาศน่ะ... ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์สำหรับนาย... จำใส่หัวสมองเอาไว้ด้วย..” J ตอกย้ำทันทีเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังมองไปรอบตัวด้วยความสนใจ...

Hyde ไม่โต้ตอบ...ได้แต่กัดริมฝีปากสะกดอารมณ์เอาไว้...ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดหากจะล้อเล่นกับความตาย.. Hyde หันหน้าหนีมองไปทางอื่นแต่แล้วก็กลับถูกกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง...

“เวลาฉันพูด...อย่าหันหน้าหนี.. นายต้องเงี่ยหูฟังให้ชัดเจน... ถ้าเป็นไปได้.. เห่ารับด้วยก็ยิ่งดี..”

“ถ้าฉันเห่าแล้วนายจะฟังออกรึ... หรือว่านายก็เป็นหมาเหมือนกัน...” Hyde เถียงกลับไปอย่างลืมตัว...
J กระตุกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับเลิกคิ้วมองอย่างโกรธเกรี้ยว... ก้มใบหน้าลงมาจนชิดพูดเสียงรอดไรฟัน...

“ใช่....ฉันเป็นหมา.. หมาบ้าซะด้วย.. นายอยากจะลองมั้ย...ว่าหมาบ้าอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง”

ใบหน้างามเผือดซีดลงอีกครั้งด้วยความหวาดกลัว... ต้นแขนสองข้างถูกบีบจนเจ็บร้าวไปทั้งแขน... นัยน์ตาของชายหนุ่มตรงหน้าฉายให้เห็นชัดถึงความบ้า...บ้าพอที่จะทำอย่างที่ตนพูดจริง ๆ... ความตื่นกลัวในดวงตากลมโตคู่นั้นทำให้ J ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง.. ชายหนุ่มสะบัดหัวแรง ๆ เพื่อไล่ความบ้าที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาให้ลดความรุนแรงลง... ยังเร็วไปที่จะจบตอนนี้... มือแกร่งปล่อยร่างอีกฝ่ายให้เป็นอิสระเปลี่ยนเป็นขยุ้มที่คอเสื้อด้านหลังลากให้เดิน
ไปด้วยกันอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน...

ประตูห้อง ๆ หนึ่งถูกเปิดกว้างออกพร้อม ๆ กับที่ร่างเล็กบางถูกโยนลงไปกองที่พื้นห้อง... Hyde หันขวับไปมอง J อย่างโกรธแค้น..กัดฟันแน่นเพื่อบังคับไม่ให้ตัวเองเอ่ยคำพูดใดออกมา... .ในขณะที่ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วมองพร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจกับท่าทางที่ร่างเล็กแสดงออก...

Hyde หลบตาลงต่ำ.. ค่อย ๆ กวาดสายตามองสภาพห้องช้า ๆ.. พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองไปทางร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลัง.. พยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก.. ขัดยอกไปหมดทั้งร่างกาย.. ห้องนอนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ปรากฏอยู่ต่อหน้าดูเหมือนจะสำหรับนอนคนเดียว.. เพราะมีเตียงขนาดใหญ่กว่าเตียงเดี่ยวเล็กน้อยตั้งอยู่ตรงมุมด้านหนึ่ง.. เครื่องเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างดูเข้าชุดสวยงามบ่งบอกให้รู้ถึงรสนิยมของเจ้าของได้เป็นอย่างดี...

Hyde เดินช้า ๆ ไปทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียง.. ยังไม่ทันที่ร่างกายจะได้สัมผัสกับความนุ่มอุ่นสบายก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงตวาดของอีกฝ่าย...

“หยุดนะ!!!.. นั่นคิดจะทำอะไร?...” J แกล้งถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ... ทั้งที่เห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะนั่งลงบนเตียง...

“ก็เห็นอยู่แล้วนี่.. หรือแม้แต่จะนั่ง...ก็ต้องขออนุญาต”

“เปล่า...ไม่ต้องขอ.. ถ้านายจะนั่งในที่ของนาย.. แต่บนนั้นมันที่ของฉันดังนั้นถ้าฉันไม่อนุญาตใครก็ไม่มีสิทธิ์มานั่ง..”

“แล้วนายพาฉันมาห้องนี้ทำไม... ก็พาไปห้องฉันสิถ้าไม่อยากให้ฉันแตะต้องของของนายล่ะก็..” Hyde เดินตรงเข้ามาพูดใส่หน้าชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรง...

“ห้อง?...นี่นายคิดว่าตัวเองจะมีห้องส่วนตัว.. ทั้งที่โดนจับตัวมางั้นเหรอ.. “ J เค้นเสียงหัวเราะออกมาราวกับขบขันซะเหลือเกิน... มือแกร่งผลักร่างเล็กตรงหน้าจนล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง...แม้จะต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด.. แต่ Hyde ก็ไม่ยอมปล่อยเสียงร้องให้เล็ดรอดออกมาแม้แต่น้อย...

“ที่ของนาย... ก็ที่พื้นนั่นไงล่ะ.. ฉันยกให้นอนให้สบายนะ...” J บอกพร้อมเสียงหัวเราะจากนั้นก็เดินออกจากห้องโดยไม่สนใจจะหันมามองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย... Hyde นั่งนิ่งมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนกระทั่งไห้ยินเหมือนเสียงล็อคประตูจากภายนอก Hyde จึงลุกพรวดถลาไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว.. ประตูถูกล็อคไว้อย่างที่ได้ยินจริง ๆ มือบางทุบประตูเรียกอีกฝ่ายด้วยความโมโห... เป็นนานกว่า Hyde จะทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้... ร่างเล็กหันหลังพิงประตูห้องทรุดกายลงนั่งซบใบหน้าลงกับเข่าอย่างอ่อนแรง...

.......Ino... ถ้านายได้ยินช่วยบอกไอ้บ้านั่นทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ... ได้โปรด...

TBC.

Love Punish 3

- 3 -
 
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์หลังจากมีข่าวลาพักงานลงหน้าหนังสือพิมพ์ 4 หนุ่มของ L’arc จัดการเคลียร์งานต่าง ๆ ที่ยังค้างอยู่จนเสร็จเรียบร้อย
…และวันนี้จะเป็นวันที่พวกเขาเริ่มพักงานตามที่ประกาศไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่เมื่อลองชวนเจ้าตัวเล็กนักร้องนำของวงไปเที่ยวด้วยกัน Hyde กลับปฏิเสธเพราะอยากไปพักผ่อนเพียงลำพัง ไปคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียวสักพัก
 
“นายไปคนเดียวจะดีเหรอ ? “ Tetsu ถามขึ้นเมื่อได้รับการยืนยันแน่นอนจาก Hyde ว่าเจ้าตัวต้องการไปเที่ยวตามลำพัง
 
“ไม่เป็นไร…แค่อยากลองคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว” Hyde ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนร่วมวงที่เข้าใจว่าคงจะเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจของเขา
 
“ก็ตามใจ แต่อย่าไปคิดอะไรมากเลย มันไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อย แล้วจะไปที่ไหนเมื่อไหร่” Ken พยายามปลอบใจไม่ให้เพื่อนร่างเล็กต้องคิดมาก ก่อนจะถามถึงสถานที่ที่เพื่อนจะไป
 
“ก็ว่าจะไปอเมริกา คงไปเที่ยวแถว ๆ ฮาวายล่ะมั้ง…แล้วพรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางเลย…เรื่องนี้บอกผู้จัดการแล้วก็สตาฟคนอื่นไว้แล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง…” Hyde บอกถึงสถานที่และวันที่จะออกเดินทางให้เพื่อน ๆ รับรู้และไม่ต้องเป็นห่วงเขาเกินกว่าเหตุ

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

“ Ino นายไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ฉันอาจไม่ได้มาดูแลนายทุกวันเหมือนแต่ก่อน แต่เชื่อเถอะสิ่งที่จะทำมันเพื่อนายคนเดียว ฉันจะแก้แค้นให้นายเอง” J เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่กุมมือข้างหนึ่งของร่างบางที่นอนสงบนิ่งบนเตียงเอาไว้แน่น…ปลายนิ้วแกร่งไล้สัมผัสไปตามโครงหน้าของ Inoran เบา ๆ ก่อนจะกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อคิดถึงคนที่ทำให้เพื่อนรักของเขาต้องมานอนอยู่ตรงนี้
 
“เฮ้ย !! J มาแล้วเหรอ ? หายไปเป็นอาทิตย์ แล้วไปพักผ่อนมาดีขึ้นบ้างรึยังวะ ?” Shinya ถามขึ้นมาทันที เมื่อเปิดประตูห้องคนไข้เข้ามาแล้วเจอมือเบสหัวทองยืนอยู่
 
“ยังไม่ดีเท่าไหร่ ? แต่คิดว่าไปคราวนี้คงดีขึ้น” J ตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าเพื่อนร่างท้วม มีแค่รอยยิ้มมุมปากเมื่อคิดไปถึงสิ่งที่เขากำลังจะทำ
 
“ไป ? แกจะไปเที่ยวอีกเหรอ ? “ Shinya ถามขึ้นอย่างแปลกใจ
 
“อืม” J ตอบรับเบา ๆ ขณะที่หยิบเสื้อแจ๊กเกตยีนส์ขึ้นมาสวม
 
“เออ…ก็ดีไปพักนาน ๆ ก็ได้…ถึงแกจะมาเฝ้าทุกวันก็คงช่วยอะไรไม่ได้…แล้วถ้า Ino ฟื้นเมื่อไหร่พวกเราจะรีบติดต่อไปบอก ว่าแต่แกจะไปไหน ?” มือกลองร่างท้วมถามขึ้นอีกเมื่อต้องการทราบสถานที่ที่ J จะไป
 
“ไปมันเรื่อย ๆ บอกไม่ได้…ไม่ต้องเป็นห่วงถ้าฉันหายหน้าไป…แล้วฉันจะติดต่อมาเอง…ยังไงก็ฝากดูแล Ino ด้วยแล้วกัน” J ไม่ยอมบอกถึงสถานที่ที่ตัวเองกำลังจะไปหรือแม้แต่สิ่งที่กำลังจะทำ ชายหนุ่มขยับเสื้อแจ๊กเกตให้เรียบร้อยเอ่ยปากลาเพื่อนร่วมวงนิดหน่อยก่อนจะผละออกไปทันที

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

เช้าวันเดินทาง...
 
หลังจากตรวจดูสัมภาระด้านหลังรถจนถ้วนถี่แล้ว... Hyde ก็รีบเดินมาประจำที่คนขับทันที... นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นเพื่อเช็คเวลาให้แน่นอนอีกครั้ง... ใบหน้าเรียวดูไม่สดชื่นอย่างที่ควรจะเป็น.. เมื่อคืนกว่าเขาจะหลับตาลงได้ก็เกือบค่อนคืนแล้ว... ความกังวลถึงเรื่องที่ทิ้งอยู่เบื้องหลัง... ทั้งเรื่องน้อง... ทั้งเรื่องคนที่ยังนอนป่วยอยู่... Hyde สะบัดหัวไล่ความคิดต่าง ๆ ให้ออกไปอย่างรวดเร็ว...
 
... ดึงความคิดที่เริ่มจะเลื่อนไหลให้กลับมาสู่ตนเองอีกครั้ง...
 
“ไปทางลัดก็แล้วกัน..ไม่อยากเสี่ยงเจอพวกนักข่าว...” Hyde บอกกับตัวเองเบา ๆ... ตัดสินใจเลือกเส้นทางลัดที่ค่อนข้างเปลี่ยวไม่มีคนพลุกพล่านเพื่อจะไปให้ถึงยังสนามบินอย่างไม่สะดุดตานักข่าว...
ทางลัดที่เลือกมาช่วยให้ไปได้รวดเร็ว..และปลอดจากบรรดานักข่าวสมกับที่คาดไว้... Hyde ชะลอรถช้าลงเล็กน้อยเมื่อกำลังจะถึงทางเลี้ยวข้างหน้า...
 
... ทันใดนั้นเอง.. ร่าง ๆ หนึ่งก็โผล่พรวดออกมาจากข้างทางราวกับไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองกำลังเดินอยู่บนถนน... Hyde เหยียบเบรคห้ามล้ออย่างแรง.. จนได้กลิ่นผิวยางไหม้ติดถนน…พร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ....
ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อครู่... กลับแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธทันที.. เมื่อได้เห็นคนผู้นั้นชัดถนัดตา... ร่างเล็กเปิดประตูลงจากรถตรงเข้าผลักอีกฝ่ายอย่างแรงทันที...
 
“ทำบ้าอะไรวะ...อยากตายมากรึไง...”
 
“ใช่...แล้วทำไมนายไม่ชนเลยล่ะ... ถนัดไม่ใช่เหรอ...ชนแล้วหนีน่ะ...” สายตาชายหนุ่มจ้องมองร่างตรงหน้าไม่วางตา.. แค้นจนอยากจะฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้ Hyde จ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง... กัดริมฝีปากอย่างแรงเพื่อสะกดอารมณ์... ส่ายหน้าไปมาอย่างเจ็บปวด..
 
"นาย...คิดว่าคนที่ขับรถชนคนอื่นไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นรึ.." Hyde อดคิดไปถึงสภาพของน้องสาวที่เขาเห็นมากับตาไม่ได้.
 
"ชีวิตคนนะ...คนที่ได้ชื่อว่าทำลายชีวิตคนอื่น..นายรู้มั้ยว่าเขารู้สึกยังไง..นายจะให้ฉันทำยังไง.. นายถึงจะ...” คำพูดถูกหยุดลงพร้อมกับความรู้สึกจุกแน่นที่ท้องอย่างรุนแรง... สติที่มีอยู่ค่อย ๆ เรือนรางก่อนจะดับวูบลงไปในที่สุด....
J ดึงหมัดของตัวเองกลับมาช้า ๆ... มองร่างที่ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยสายตาชิงชัง... ก้มลงกระชากร่างอ่อนปวกเปียกนั้นขึ้นมากระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงหยามหยัน..
 
“ฉันไม่สนหรอกว่านายจะรู้สึกยังไง..ฉันสนแต่..จะทำยังไง..ให้นายเจ็บกว่าที่เพื่อนฉันเจ็บอยู่ตอนนี้..”
ร่างเล็กที่สลบสไลไม่ได้สติถูกโยนลงไปกองไว้ที่เบาะหลังรถอย่างไม่ปราณี... โดยที่เจ้าตัวไม่มีทางรู้เลยว่า..สิ่งที่รอเขาอยู่ข้างหน้า... จะทำให้ตนเองรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าตายทั้งเป็น....

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

ร่างเล็กบางปรือตาที่แสนหนักอึ้งขึ้นมองช้า ๆ กระพริบเปลือกตาถี่เร็วเพื่อปรับให้สายตาชินต่อแสง ความรู้สึกแรกก่อนที่สายตาจะโฟกัสภาพตรงหน้าชัดเจน
 
ความรู้สึกวูบไหวนี่มันคืออะไร ?
 
เหมือนรอบข้างส่ายโคลงเคลงอยู่ตลอดเวลา Hyde ป่ายมือเปะปะเพื่อหาหลักพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แต่แล้วก็ต้องกัดฟันแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณกล้ามท้องแล่นสวนขึ้นมาทันทีที่เขาขยับตัว Hyde ขยับตัวขึ้นนั่งอย่างลำบากก่อนจะมองไปรอบ ๆ ข้างอย่างงง ๆ ที่แน่ ๆ มันไม่ใช่สนามบินที่เขากำลังจะไป และมันก็ไม่ใช่บนเครื่องบินโดยสารชั้น first class ที่เขาจับจองไว้เพื่อไปพักผ่อนที่อเมริกา
 
แล้วมันคือที่ไหน ?
 
ร่างเล็กบางรีบหันไปหากระจกหน้าต่างทรงกลมที่ติดอยู่ข้าง ๆ ผนังก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่ามีแต่พื้นน้ำไกลสุดลูกหูลูกตา เพียงเท่านี้ Hyde ก็รู้ได้ทันทีว่าความรู้สึกโคลงเคลงที่เกิดขึ้นตอนนี้คืออะไร ?
 
เขากำลังอยู่บนเรือ…แล้วเรือใคร ? เขากำลังจะไปที่ไหน ?
 
Hyde หลับตาพยายามขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้…ภาพชายหนุ่มผมทองที่เดินออกจากทางข้างทางขวางหน้าเขา…เสียงตัวเขาที่ทุ่มเถียงต่อคำประชดประชันที่อีกฝ่ายมอบให้…ก่อนที่ทุกอย่างจะดับหายไปจากสติสัมปชัญญะ….
 
เขาโดน J พาตัวมาเหรอ ?
 
ร่างเล็กบางลูบคลำไปที่หน้าท้องตัวเองเบา ๆ ความรู้เจ็บแปลบยังหลงเหลืออยู่มันไม่ใช่ความฝัน J ชกเขาจนหมดสติแล้วพามาที่นี่ Hyde กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อคิดถึงการกระทำที่เกินเลยของชายหนุ่มผมทอง ร่างเล็กบางยันกายลุกขึ้นยกมือกุมหน้าท้องทันทีที่ขยับตัว ก่อนจะตะเกียกตะกายเพื่อหาบันไดขึ้นไปยังด้านบนของเรือ
 
…แสงสว่างของพระอาทิตย์ทำเอา Hyde ต้องหลับตาแต่เมื่อสายตาชินต่อแสงภาพแรกที่เห็นคือชายหนุ่มผมทองที่เขาเจอเมื่อตอนเช้าขณะที่ออกมาจากคอนโดกำลังนั่งหันหลังขับเรือลำนี้อย่างสบายอารมณ์…ได้ยินแม้แต่เสี
ยงฮัมเพลงออกมาจากปากของ J เบา ๆ Hyde พุ่งตรงไปกระชากร่างชายหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้า พร้อมกับประเคนกำปั้นเข้าใส่ใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงโดยที่ J ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
 
“นายทำอย่างนี้ทำไม ? แล้วจะพาฉันไปไหน ? พาฉันกลับไปได้ยินมั้ย ?” Hyde ตะคอกใส่หน้าชายหนุ่มอย่างเหลืออดกับการกระทำที่เกินขอบเขตของอีกฝ่าย… J หันใบหน้าที่โดนชกกลับมาช้า ๆ ยกปลายนิ้วขึ้นแตะบริเวณริมฝีปากถึงแม้จะไม่ได้เลือดแต่ก็ทำให้ริมฝีปากบริเวณนั้นช้ำไปเหมือนกัน ร่างสูงใช้มือแกร่งกระชากข้อมือบางให้ออกจากการเกาะกุมคอเสื้อของเขา
 
 J ขยับลุกขึ้นยืนพร้อมกับใช้มือข้างที่เหลือยกขึ้นมากันหมัดของอีกฝ่ายที่พุ่งตรงมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนจะจับข้อมือทั้งสองข้างนั้นเอาไว้มั่น…ร่างเล็กบางกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบที่ข้อมือที่เพิ่มมากขึ้นทุกที
 
“ไง…ตื่นมาก็ฤทธิ์มากเลยนะ” J เอ่ยปากทักทายขึ้นเป็นครั้งแรกพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปาก
 
“นายจะพาฉันไปไหน ? “ Hyde ถามขึ้นอีกครั้งเมื่อไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังจะทำ…ร่างเล็กบางพยายามบิดข้อมื
อทั้งสองให้หลุดออกจากการจับกุมแต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ J เพิ่มแรงบีบให้มากขึ้นกว่าเดิม
 
“อ๊ะ !! “ Hyde ส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะพยายามข่มเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขาเจ็บ
 
“พาไปฆ่า !! “ J ตะคอกตอบเสียงดังจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยแววตาเคียดแค้น Hyde ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำตอบร่างบางเริ่มดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากการจับกุมให้เร็วที่สุด Hyde พยายามดึงข้อมือตัวเองเต็มแรงเพื่อให้ออกห่างจากชายหนุ่มถึงแม้ว่าสองมือยังโดนจับเอาไว้แน่นก็ตาม J หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ร่างสูงปล่อยมือออกทันที…ทำเอาร่างบางถึงกับเซถลาหงายหลังลงไปกองกับพื้นเรือดังโครมใหญ่เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะปล่อยมือกระทันหัน…
 
J ยืนเอามือกอดอกมองร่างเล็กบางที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาช้า ๆ ดวงตาโต ๆ จ้องเขาวาววับด้วยความโกรธถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มผมทองรู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด J ยังยืนกอดอกนิ่งมอง Hyde ด้วยสายเหยียด ๆ ว่าอย่างนายจะทำอะไรได้ ร่างเล็กบางลุกขึ้นยืนลูบคลำไปที่สะโพกและข้อมือตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ร่างสูงเต็มแรง…แต่ J ที่ตั้งรับไว้ก่อนแล้วเพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กฤทธิ์มากคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ เป็นแน่…
 
J ใช้สองมือดันไปที่ไหล่บางที่กำลังพุ่งเข้าหาจับพลิกแล้วบิดแขนข้างหนึ่งให้กลับมาด้านหลังอย่างรวดเร็วกดร่างเล็กบางลงกับพื้นเรือที่แข็งกระด้าง Hyde ครางออกมาเบา ๆ ด้วยความเจ็บเมื่อแขนถูกบิดให้อยู่ท่าฝืนธรรมชาติแต่ก็พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้
 
“ทีนี้เลิกบ้าได้รึยัง ?” J เอ่ยปากถามขึ้นเมื่อเอาเข่าข้างหนึ่งทับแขนของร่างบางเอาไว้มืออีกข้างก็จับแขนที่ยั
งเป็นอิสระของ Hyde มามัดรวมกันไพล่ไว้ข้างหลังอีกที
 
“คนที่บ้ามันนายต่างหาก คิดจะพาฉันมาฆ่าถ่วงทะเลรึไง ? “ Hyde ตะคอกถามโดยที่ตัวเองก็พยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของร่างสูง พอจัดการมัดเจ้าตัวเล็กเอาไว้เรียบร้อย J ก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจจะตอบคำถามหรือต่อปากต่อคำกับเจ้านักร้องนำร่างเล็กนั่น Hyde พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งทั้ง ๆ ที่สองมือถูกมัดไพล่หลังเอาไว้แม้มือจะถูกมัดแต่สองขายังเป็นอิสระ ร่างเล็กถีบเข้าไปที่หน้าแข้งชายหนุ่มเต็มแรงจน J ต้องหลับตากัดริมฝีปากแน่นความเจ็บแล่นแปล๊บขึ้นมาทันที…

“แม่-ง !! ไอ้…” J สบถออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กยังไม่สิ้นฤทธิ์ ชายหนุ่มเดินโขยกเขยกออกมาให้ห่างเจ้านักร้องนำตัวดี เดินไปคว้าเชือกอีกทางหมายจะเข้ามามัดไอ้ขาเล็ก ๆ ที่เตะหน้าแข้งเขาเต็มแรง แต่พอ Hyde เห็นอย่างนั้นแทนที่จะยอมอยู่เฉย ๆ แต่โดยดีร่างเล็กกลับถีบขาเป็นพัลวันเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเข้ามาใกล้

“ออกไปไกล ๆ นะว้อย !! ถ้าไม่อยากโดนเตะอีก” Hyde ออกปากขู่พร้อมกับดวงตาวาวโรจน์ที่เต็มไปด้วยความโกรธ แต่ J ก็ไม่ได้สนใจหรือรู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย หาจังหวะรวบขาทั้งสองข้างที่เตะถีบเป็นพัลวันเข้าไว้ด้วยกันแล้วรีบลงมือมัดเอาไว้อย่างรวดเร็ว จนเมื่อเห็นว่า Hyde คงไม่สามารถขยับไปไหนหรือออกฤทธิ์ได้อีกชายหนุ่มจึงหันหลังกลับไปหาพวงมาลัยเรือยอร์ชคันงามที่เขาซื้อต่อจากเพื่อนมาอีกที…ไม่เคยได้เอาไปใช้ที่ไหน…แถมไม่นึกว่าจะมามีประโยชน์เอาตอนนี้

“นี่ !! ไอ้ตี๋…ไอ้บ้า…แกจะพาฉันไปไหน ? ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าเลยจะเสียเวลาทำไม ? “ Hyde ตะคอกถามเสียงดังลั่นพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการโดนมัดไม่ได้หยุด แต่ J เพียงแค่หันมาเหล่มองนิดหน่อยก่อนจะเบือนสายตาไปยังจุดหมายปลายทางที่เขากำลังจะไป เมื่อเห็นว่าท่าทางชายหนุ่มผมทองไม่มีทีท่าว่าจะลงมือฆ่าเขา Hyde ก็เลยยิ่งโวยวายเสียงดังมากกว่าเดิม
 
“ปล่อย!! ฉันกลับไป…นายจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ? จับฉันเอาไว้เพื่อนนายก็ไม่ฟื้นหรอกน่า…ปล่อย !! ปล่อยช้านสิโว้ย !! ใครก็ได้ช่วยด้วย!! ช่วยที !!"
 
Hyde หลับตาตะโกนเสียงลั่นออกไปสุดเสียง J หันมามองเจ้าตัวเล็กที่ทั้งดิ้นรนทั้งตะโกนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ ที่เป็นเพียงทะเลสีครามเวิ้งว้างว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของเรือลำอื่นอยู่ใกล้ ๆ
มันจะตะโกนไปทำไม ?

ร่างสูงเดินกลับมายังร่างเล็กที่นั่งอยู่กับพื้นมือข้างหนึ่งก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ออกมาผืนหนึ่ง

“จะทำอะไร ? อย่าเข้ามานะ…ออกไปสิไอ้บ้า…บอกว่าให้ปล่อย…อื๊ออ ~~” เสียงร้องดังแสบแก้วหูหายไปพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่คาดปิดปากและมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา ตอนนี้ Hyde เลยทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอต่อไปอย่างไม่ยอมลดละ…จนเวลาผ่านไปได้สักพักเสียงอู้อี้ที่ดังอยู่ตลอดเวลาก็เงียบหายไปเหลือเพียงแค่เสียงหอบเหนื่อยเบา ๆ ที่แทรกมากับเสียงคลื่นและลมทะเล
 
“ไง…ไม่ร้องอีกง่ะ…กำลังจะจับเวลาเลยว่านายจะร้องอู้อี้นั่นไปอีกนานแค่ไหน” J หันมายิ้มเยาะให้ร่างเล็กที่นั่งหมดฤทธิ์อยู่ที่พื้นเรือ

“นอนอยู่ข้างล่างดี ๆ ไม่ชอบ…อยากขึ้นมาเจ็บตัว” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเบา ๆ พร้อมกับหันไปตั้งใจขับเคลื่อนเรือยอร์ชคันงามให้ไปถึงจุดหมายปลายทางต่อไป

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

TBC.

Love Punish 2

- 2 -
 

~~~ โรงพยาบาล ###~~~
 
Hyde ขับรถที่ผู้จัดการหามาให้ใช้ชั่วคราวมาหยุดที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลที่ทำการรักษามือ
กีตาร์เคราะห์ร้ายที่ถูกน้องสาวของเขาขับรถชน แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้และตัวเขาเองก็สาบานเรื่องนี้จะต้องไม่มีคนอื่นรู้เด็ดขาดเพื่อครอบครัวของน้าและน้องสาวที่กำลังมีอนาคตสดใสของเขา
 
ร่างเล็กบางนั่งฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยขณะที่กำลังตัดสินใจขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนร่วมวงกา
รที่บาดเจ็บเพราะญาติของเขา หลังที่ทอดถอนใจอยู่หลายครั้ง Hyde หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม รวมทั้งเสื้ดโค้ทสีดำตัวยาวเพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่รพ.นี่จะมีนักข่าวมารอดูอาการของ Inoran มากแค่ไหน เรื่องอาการป่วยของดารานักร้องคงมีคนอยากรู้กันมากและแน่นอนว่าต้องมีนักข่าวมาสังเกตการณ์มากมายแน่ ๆ
 
Hyde เอื้อมมือไปหยิบช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ตั้งใจจะเอามาเยี่ยม Inoran ที่นอนป่วยอยู่…ร่างเล็กบางมองซ้ายมองขวาก่อนจะเปิดประตูรถที่จอดอยู่ในที่ลับตา เดินไปหาบันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เมื่อเข้ามาในรพ.เรียบร้อย Hyde รีบตรงไปหานางพยาบาลที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ทันที
 
“เอ่อ…ไม่ทราบว่า คุณ Inoue อยู่ห้องไหนครับ ?” Hyde เอ่ยปากถามเบา ๆ เพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ แต่พยาบาลสาวกับจ้องหน้าเขาไม่วางตาก่อนจะเอ่ยขึ้น
 
“ถ้าเป็นแฟนเพลง…ทางรพ.ห้ามเยี่ยมค่ะ” พยาบาลสาวตอบอย่างเย็นชาเพราะตั้งแต่ Inoran คนดังมาอยู่ที่นี่ก็มีแฟนเพลงปลอมตัวเข้ามาหามากมาย ร่างเล็กบางในเสื้อโค้ทยาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเพราะพอจะเข้าใจความคลั่งไคล้
และเป็นห่วงอาการของศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ Hyde ขยับถอดแว่นกันแดดสีชาที่ปกปิดดวงตากลมโตคู่สวยเพื่อเปิดเผยตัวว่าตัวเองเป็นใคร
 
“ผมไม่ใช่แฟนเพลง…แค่อยากมาเยี่ยมเพื่อนเท่านั้น” Hyde เอ่ยเสียงเรียบก่อนจะสวมแว่นกันแดดกลับไปอีกครั้ง พยาบาลสาวจ้องภาพตรงหน้าตาค้างไปเล็กน้อย…ก่อนจะมีสติเมื่อคนตรงหน้าเคาะโต๊ะเคาท์เตอร์เบา ๆ
 
“อ่ะ..ค่ะ…ห้อง 2306…ถ้ายังไงเชิญใช้ลิฟต์สำหรับพนักงานทางด้านนั้น” พยาบาลสาวรีบบอกหมายเลขห้องและชี้มือไปที่ลิฟต์ส่วนบุคคลที่ไม่มีคนพลุกพล่าน เพราะคนอื่น ๆ ในวง Luna Sea ก็ใช้เส้นทางนี้ทั้งนั้น Hyde ยิ้มให้พยาบาลสาวเล็กน้อยก่อนจะเดินผละไป…พร้อมกับเสียงกระซิบเบา ๆ ตามมาด้านหลังซึ่งเจ้าตัวไม่ได้สนใจเท่าใดนัก

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

……..หน้าห้อง 2306……..
 
ร่างเล็กบางยังหยุดยืนมองป้ายหน้าห้องที่มีชื่อของ Inoran และตัวเลขบนประตูซ้ำไปซ้ำมา ไม่กล้าจะเข้าไปเผชิญหน้ากับคนที่กำลังนอนป่วยอยู่…เรื่องนี้ถ้าให้คิดอย่างเห็นแก่ตัวก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักนิดอีกอย่างตำรวจก็สรุปสำนวนไปแล้วว่ารถโดนขโมย เขาแทบไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรด้วยซ้ำ
 
แต่คิดอย่างนั้นจะดีแล้วเหรอ ?…
 
คนที่นอนอยู่เจ็บตัวเพราะน้องของเขาแท้ ๆ มันก็เหมือนตัวเขามีความผิดไปด้วย อยากจะช่วยรับผิดชอบให้ถึงที่สุด…ร่างเล็กบางสูดลมหายใจลึก เอื้อมมือขาวบางเข้าไปเคาะประตูห้องคนไข้เบา ๆ รอสักพักก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา Hyde เลยถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้าไปโดยที่ยังไม่มีใครอนุญาต ร่างเล็กบางเดินเข้าไปในห้องสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นเพียงร่างบางผมสีน้ำตาลนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนสีขาว บนจอภาพสีดำที่หัวเตียงปรากฏกราฟแสดงจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นเครื่องหมายว่าร่างตรงหน้ายังมีชีวิต
 
Hyde วางช่อดอกไม้สีขาวลงที่โต๊ะข้างหัวเตียงเบา ๆ เดินเข้ามาจ้องมองใบหน้าที่หลับสนิทของ Inoran อยู่เนิ่นนาน…ปลายนิ้วเล็ก ๆ เริ่มไล้ไปแตะที่เส้นผมสีน้ำตาล ลงมายังหน้าผากมนและแก้มเนียน สัมผัสอุ่นที่ติดอยู่ปลายนิ้วทำให้ร่างเล็กดีใจไม่น้อย
 
“ Ino ฉันขอโทษ…ถ้านายอยากโกรธคนที่ทำให้นายมานอนอยู่ตรงนี้…ขอให้นายโทษฉัน…มันเป็นเพราะฉันคนเดียว…” Hyde พึมพัมออกมาเบา ๆ น้ำตาใสไหลปริ่มที่ขอบตาคู่สวยแต่ยังไม่ทันที่น้ำตาจะไหลอาบแก้มเนียน ร่างเล็กบางก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมีเสียงทุ้มต่ำเจือแววไม่พอใจดังแว่วมาจากข้างหลัง
 
“เป็นนายจริง ๆ “ ชายหนุ่มผมทองโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ จ้องมองร่างเล็กบางตรงหน้าไม่วางตาในสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อได้ยินสิ่งที่นักร้องนำวง L’arc เอ่ยขึ้นมาเมื่อกี้เต็มสองหู มันต้องเป็นคนขับรถชน Ino
 
“อ…เอ่อ..” Hyde พยายามจะหาคำพูดบางคำมาอธิบาย แต่ ณ เวลานี้ไม่ว่าคำพูดสวยหรูปานใดคนตรงหน้าคงไม่ต้องการและที่สำคัญเขาก็นึกคำแก้ตัวอะไรไม่ออกแล้ว ร่างสูงเดินผละมาจากประตูห้องน้ำตรงเข้ามากระชากร่างเล็กบางให้ออกห่างจากเตียงของ Inoran สองมือแกร่งบีบไหล่บางไว้แน่นจน Hyde ต้องหลับตากัดริมฝีปากเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวด
 
“นายเป็นคนขับรถวันนั้นใช่มั้ย ?” J ตะคอกถามใส่หน้า Hyde ทันที…ร่างเล็กบางในอุ้งมือทำได้แค่หลับตาแน่นไม่กล้ายอมรับและไม่กล้าปฏิเสธ…นั่นเป็นรถที่เขาให้น้องขับไปถ้า J รู้เรื่องนี้บางทีอาจเอาเรื่องน้องสาวของเขา เรื่องนี้เท่านั้นที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด
 
“ทำไม ? ไม่ตอบ !! “ J ตะโกนลั่นในแววตามีแต่ความเคียดแค้นเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเห็นว่าคาดคั้นยังไงก็คงไม่ได้ผล…ใครจะโง่ยอมรับว่าตัวเองทำ อีกอย่าง L’Arc En Ciel ก็เป็นวงที่มีชื่อเสียงเพิ่งจะจบทัวร์ไปหมาด ๆ ใครอยากจะมีประวัติกัน
 
“นายรู้มั้ย ? ตั้งแต่คืนนั้น Ino ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย…ถ้าเขาหลับไปตลอดฉันสาบานนายจะไม่มีวันมีความสุขเด็ดขาด” ชายหนุ่มผมทองยังตวาดลั่นใส่ร่างเล็กบางที่เขาจับเอาไว้แน่น Hyde ลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างสำนึกผิด
 
“ฉ…ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุกอย่างให้” Hyde พยายามหาคำพูดที่จะแสดงความรับผิดชอบกับร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง แต่คำพูดนั้นยิ่งไปกระตุ้นโทสะชายหนุ่มให้ลุกโพลงขึ้นมาอีก J หมดความอดทนกับร่างเล็กบางตรงหน้าทันที ร่างสูงเงื้อหมัดขึ้นหมายจะประเคนเข้าใส่ใบหน้าที่สวยราวหญิงสาวนั่นไปสักที
 
“เฮ้ย !! ทำอะไรวะ ?” เสียงหนึ่งเอ่ยมาขัดจากด้านหลังพร้อมมือแกร่งที่เข้ามาคว้าข้อมือของเพื่อนร่วมวงหัว
ทองได้ทัน J หันไปมองคนที่มาขัดช้า ๆ
 
“ก็มันเป็นคนขับรถชน Ino !! ” J โพล่งออกมาอย่างเหลืออด เมื่อเขาหาตัวคนที่ชนแล้วหนีได้แล้ว
 
“เฮ้ย !! จริงเหรอ” Sugi ร้องถามเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากเพื่อน ก็เขาตามข่าวนี้มาตลอด Takarai Hideto ไม่น่าจะใช่คนขับรถวันนั้น
 
“จริง !! ก็ฉันได้ยินมันพูดเอง” J ยังคงยืนยันก่อนจะพยายามดึงแขนข้างที่ถูกจับเอาไว้ให้หลุดเพื่อสั่งสอนคนที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องไปนอนอยู่บนเตียง
 
“Shinya Ryu เข้ามาที…ไอ้ตี๋นี่บ้าไปแล้ว “ Sugi ร้องเรียกเพื่อนอีกสองคนที่ยังยืนคุยกับคุณหมอที่ด้านนอก พร้อมกับจับเพื่อนรักผมทองเอาไว้มั่น ก่อนที่จะมีเรื่องทำร้ายร่างกายนักร้องนำวง L’arc
 
“มีเรื่องอะไรกัน ? เฮ้ย !! J ปล่อย !! “ Shinya เข้าไปช่วย Sugi จับตัวชายหนุ่มผมทองที่เริ่มอาละวาดหนักขึ้นทุกที Ryuichi เองก็รีบเข้าไปดึงนักร้องนำร่างเล็กออกมาจากอุ้งมือของ J อย่างรวดเร็ว พร้อมกับรีบพาออกไปนอกห้องทันที
 
“เฮ้ย !! จะพามันไปไหนวะ ปล่อยสิว้อย !! “ J พยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของเพื่อนร่วมวงทั้งสองที่พยายามจับเอาไว้อย่างทุลักทุเล

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

“นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ?” Ryuichi เอ่ยปากถามร่างเล็กบางที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ ขณะที่พวกเขาทั้งคู่อยู่ในลิฟต์ส่วนบุคคลของรพ. Hyde ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียวเพียงแค่ส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้เท่านั้น
 
“ฉันไม่รู้นะว่านายทำอะไร ? ให้ J มันโกรธขนาดนั้น แต่ตอนนี้มันยังอารมณ์ไม่ดีทางที่ดีนายอย่ามาที่นี่อีกดีกว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร ถึงแม้ว่านายจะเป็นเจ้าของรถก็ตาม” Ryuichi เอ่ยเสียงเรียบก่อนจะหันมาจ้องมองตัวเลขของลิฟต์ที่กำลังเปลี่ยนชั้นไปเรื่อย ๆ แต่พอ Hyde ได้ยินคำพูดนั้นก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเรื่องนี้มันเกี่ยวกับตัวเขาแท้ ๆ เกี่ยวกับคนที่เขาพยายามปกป้องอยู่ แค่เพียงอยากจะรับผิดชอบกับความผิดอันใหญ่หลวงแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีเพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกบาปมากไปกว่านี้
 
“ต…แต่” Hyde พยายามจะขอโอกาส แต่กลับโดน Ryuichi ดันหลังเบา ๆ เพื่อให้ออกไปเมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ร่างเล็กเดินออกมาตามแรงผลักก่อนจะหันไปมองคนข้างหลังอย่างรวดเร็ว
 
“ฉันขอโทษ” Hyde เอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิดเมื่อไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาอธิบายเรื่องนี้ได้ ประตูลิฟต์ถูกปิดลงช้า ๆ กั้นระหว่างเขากับ Ryuichi ไปแล้ว…Hyde ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ล้วงลงไปในกระเป๋าหยิบเอาแว่นกันแดดสีชาขึ้นสวม…ตอนนี้เขาคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้…และที่สำคัญตราบใดที่ Inoran ยังไม่ฟื้นเขาคงไม่มีทางเข้าหน้าคนในวงนี้ได้อีกแน่…และยิ่งไปกว่านั้น J ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นคนขับรถชน Inoran

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

“แกแน่ใจได้ยังไง ? ว่าเจ้านั่นเป็นคนชน” Shinya เอ่ยปากถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นมือเบสประจำวงสงบสติลงได้สักที ชายหนุ่มผมทองขบกรามแนบแน่นเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อกี้ของ Hyde
 
“มันพูดเอง !! ว่าเป็นเพราะมันคนเดียว !!” J ตอบออกมาอย่างหงุดหงิดกำหมัดแน่นก่อนจะชกไปที่กำแพงห้องเต็มแรง จน Sugi ต้องรีบมาห้ามพร้อมกับดึงให้มานั่งบนโซฟา
 
“จริงเหรอวะ ? แต่ตำรวจเขาก็บอกว่ารถโดนขโมยอีกอย่างเจ้านักร้องนำนั่นก็มีที่อยู่ยืนยันชัดเจนนี่นา” Sugi อธิบายขึ้นมาบ้างเพราะท่าทาง J ปักใจเชื่อไปสนิทใจแล้วว่า Hyde เป็นคนทำ
 
“เรื่องแบบนี้ทางต้นสังกัดคงหาทางช่วยอยู่แล้ว ใครจะยอมให้นักร้องนำที่กำลังขายได้โดนจับวะ เรื่องพยานจะโกหกขึ้นมาสักกี่คนก็ได้ คิดแล้วมันน่าเจ็บใจจริง ๆ ฮึ่ย !! “ J สบถออกมาอย่างหัวเสียในเมื่อกฎหมายไม่สามารถเอาคนผิดมาลงโทษเพราะต้องทำตามขั้นตอนและพยานหลักฐานที่ได้มา…เพื่อนร่วมวงอีกสองคนเมื่อคิดตามสิ่งที่ J บอกเรื่องนี้ก็อาจเป็นไปได้แต่ก็ไม่มีใครสามารถมายืนยันได้แน่นอนว่า Takarai Hideto เป็นคนขับรถวันนั้นจริง ๆ ลำพังคำพูดจะเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วพวกเขาก็ไม่คิดว่านักร้องนำร่างเล็กนั่นจะออกมารับสารภาพหรือยอมมอบตัว เรื่องนี้จึงยังคงเป็นเรื่องที่ไม่อาจปักใจเชื่อลงไปได้แน่นอน แต่ท่าทาง J เชื่อแน่นอนไปแล้วว่า Hyde เป็นคนทำ
 
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
 
…….สตูดิโอของ L’arc En Ciel……
 
“ Hyde เป็นอะไรท่าทางไม่ค่อยสบายใจเลย” Tetsu ถามขึ้นเมื่อนั่งสังเกตอาการของเจ้าตัวเล็กที่เอาแต่นั่งถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา
 
“ก็…” Hyde อึกอักเล็กน้อยก่อนจะย้อนถามบางเรื่อง “นายรู้มั้ย ? Inoran ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยหลังจากวันนั้น” Hyde ถามขึ้นพร้อมกับดวงตากลมโตคู่สวยที่เหม่อมองไปทางอื่น
 
“จริงเหรอ ? “ Ken ขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าตัวเล็กบอก ซึ่งร่างเล็กบางก็พยักหน้ารับเบา ๆ
 
“หรือจะเป็นเจ้าชายนิทราอย่างที่ในข่าวบอกกัน” Yukky เสริมขึ้นมาบ้างเพราะเรื่องนี้เขาเองก็ติดตามข่าวอยู่เหมือนกัน…ยิ่งพอได้ยินเรื่องนี้ Hyde ยิ่งกังวลใจมากขึ้นไปกว่าเดิม
 
“อย่างนี้ก็แย่ดิ ถ้าไม่ตื่นไปตลอด วงจะทำไงไม่ต้องยุบเหรอ” Ken กล่าวออกมาเมื่อคิดไปถึงอนาคตของวงทะเลจันทราผู้โด่งดัง…คำพูดของเจ้าหนุ่มหน้าแมวเพื่อนร่วมวงยิ่งทำให้นักร้องนำร่างเล็กวิตกไปมากกว่าเดิม เพราะเขารึเปล่าที่จะไปจบอนาคตทางดนตรีที่กำลังสวยงามของวง Luna Sea…Hyde ถอนหายใจออกมาไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันนี้หน้าตาก็ยิ่งหมองเศร้าลงไปกว่าเดิม จน Tetsu และคนอื่น ๆ ต้องมองตามอย่างสงสัย
 
“นายเป็นอะไร ? รู้สึกผิดเหรอที่รถที่ชนดันเป็นรถนาย…อีกอย่างนายไม่ได้เป็นคนขับนี่นา…ตำรวจก็บอกแล้วว่ารถโดนขโมยไป…จะโทษก็โทษเจ้าโจรนั่นดีกว่า…นายอย่าคิดมากเลยนะ” Ken ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือเข้าไปจับหัวเจ้าตัวเล็กโยกไปมาเบา ๆ เพื่อให้เพื่อนรักคลายความกังวล Hyde ยิ้มออกมานิดหน่อยเพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง…อีกอย่างเรื่องนี้เขาก็ไม่คิดจะบอกใคร ยิ่งรู้กันมากก็ยิ่งมากเรื่อง ขอให้เรื่องมันเงียบ ๆ ไปแบบนี้ดีกว่า แต่อย่างเดียวที่อยากสวดมนต์อ้อนวอนคือขอให้ Inoran คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเร็ว ๆ ไม่อย่างนั้นความรู้สึกผิดที่กัดกร่อนอยู่ในใจคงไม่มีทางลบเลือนออกไปได้
 
“จริงสิ…ถ้ายังไงนายไปพักผ่อนหน่อยดีมั้ย ? จะไปต่างประเทศหรือที่ไหนก็ได้ เพราะยังไงทัวร์คอนเสิร์ตก็เพิ่งจบช่วงนี้คงยังไม่มีงานอะไรเข้ามา…” Tetsu ให้คำแนะนำถ้าปล่อยให้ Hyde ไปพักผ่อนบ้างคงทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นอีกอย่างเรื่องนี้เขาก็ได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดแล้วเมื่อคิดจะหยุดงานเพื่อพักผ่อนชั่วคราว
 
“ถ้ายังไงช่วงนี้ก็เคลียร์งานให้เรียบร้อย….แล้วอาทิตย์หน้าพวกเราจะได้หยุดพักพร้อมกันดีมั้ย ?” Tetsu เข้ามาขยี้หัวเจ้าตัวเล็กเบา ๆ ซึ่ง Hyde ก็ทำได้แค่อมยิ้มให้นิดหน่อยเท่านั้น

<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>

“แม่งเอ๊ย !! “ ชายหนุ่มผมทองสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่ออ่านข้อความที่ปรากฎอยู่บนหนังสือพิมพ์ J ขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตกใจ
 
“มีอะไรวะ ? “ Sugi รีบถามเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของเพื่อนร่วมวง
 
“ L’arc ลาพักร้อน…นักร้องหนุ่มบินพักผ่อนต่างประเทศ” Ryuichi อ่านออกเสียงหัวข้อข่าวที่อยู่บนหน้าหนังสือและเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนของพวกเขาอารมณ์เสีย
 
“ Ino ยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง แต่คนร้ายกลับบินไปเที่ยวหน้าตาเฉย” J เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินสิ่ง Ryuichi อ่านทวนอีกเมื่อกี้…ชายหนุ่มผมดำพับหนังสือพิมพ์เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
 
“แล้วนายจะให้เขาทำยังไง ? เรายังไม่รู้แน่นอนด้วยซ้ำว่าเป็นเขาชนจริง ๆ รึเปล่า ? “ Ryuichi เดินกลับมานั่งที่เดิมพลางถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ กับนิสัยเจ้าอารมณ์ของมือเบสหัวทอง
 
“ใช่ !! อีกอย่างเขาจะไปไหนมันก็เรื่องของเขา…ทางที่ดีนายไปพักผ่อนบ้างก็ดี…สงบสติซะบ้างจะไ
ด้ไม่ต้องมานั่งคิดมากเรื่องใครเป็นคนร้าย…” Sugi เอ่ยปากแนะนำขึ้นมาบ้างเพราะทุกวัน J จะเอาแต่มาเฝ้าดูแล Ino ยิ่งกว่านั้นการที่ร่างบางยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมายิ่งทำให้ J คิดโทษโน่นโทษนี่ไปเรื่อย…แม้แต่ตัวเอง J ก็คิดว่าถ้าวันนั้นถ้าเขาไม่ดื้อดึงอยากจะได้เบสใหม่ตัวนั้น Ino ก็คงไม่ต้องมานอนอยู่ที่นี่…ชายหนุ่มผมทองนิ่งเงียบไปนานเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
 
“ก็ดี…ถ้าอย่างนั้นช่วงที่ฉันไม่อยู่ฝากพวกนายดูแล Ino ด้วยก็แล้วกัน”
 
TBC.

Love Punish 1

Love Punish
By RaZen & Mima

-1-

 


“อย่าลืมแวะร้านเบสตรงถนน ## ก่อนนะ Ino” J บอกเพื่อนรัก..ผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอย่างกระตือรือร้น...

 

“อืม..ดึกป่านนี้ยังเปิดอีกเหรอวะ.. ไว้มาเอาพรุ่งนี้ก็ได้มั้ง..เบสมันคงไม่ระเหยไปหรอก..” Ino ขัดขึ้นขำ ๆ รู้อยู่หรอกว่าเป็นเบสที่อยากได้มานาน.. และคุณลุงเจ้าของร้านเพิ่งจะโทรไปบอกที่สตูวันนี้ว่าในที่สุดก็หาให้ได้แล้ว..

 

“โธ่.. ฉันอยากลองเล่นเร็ว ๆ.. เหอะน่า.. ถึงร้านปิดเราก็เรียกได้..ลุงแกบอกไว้แล้ว...” J ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู.. เวลาบนหน้าปัดบอกให้รู้ว่าล่วงเข้าวันใหม่ไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว...

 

สองหนุ่มวง LUNA SEA เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการไปอัดรายการสดของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง..เจ้าไวเปอร์คันงามของ J ถูกจอดไว้ที่สตูเพราะตอนเดินทางไปชายหนุ่มผมทองติดรถของเพื่อนรักไป.. และไม่คิดว่าจะเลิกดึกขนาดนี้.. เหตุนี้เจ้าตัวจึงคร้านที่จะย้อนกลับไปเอารถที่สตู.. ดังนั้นหน้าที่ขับรถพาไปส่งบ้านจึงตกเป็นของมือกีตาร์หน้าขรึมเพื่อนรักอีกจนได้...

ร้

านเบสที่ทั้งสองกำลังจะไป..เป็นร้านเก่าแก่ซึ่งรู้จักกันมานานในหมู่นักดนตรีด้วยกัน.. ด้วยเหตุนี้แม้แถวนั้นจะไม่ใช่ย่านการค้าคนพลุ่กพล่าน แต่ร้านนี้ก็ยังดำเนินกิจการมาได้ยาวนาน.. ประการสำคัญคือความซื่อสัตย์และเอาใจใส่ลูกค้าของลุงเจ้าของร้าน.. ขอเพียงบอกว่าต้องการเครื่องดนตรีรุ่นไหนชนิดใดคุณลุงก็สามารถเสาะแสวงหามาได้ทันที...

 

“จอดฝั่งนี้แหละ Ino ข้างโน้นห้ามจอด..จะได้ไม่ต้องไปวนรถให้เหนื่อย..เดี๋ยวฉันข้ามถนนไปเอง..” J บอกทันทีที่รถคันงามเคลื่อนมาถึงที่หมาย.. พลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็ว..
Ino พยักหน้ารับพลางหัวเราะ..นึกขำกับอาการเหมือนเด็กอยากได้ของเล่นของเพื่อนตัวบึ้กนี่เหลือเกิน..บังคับรถเฟอรารี่คันงามจอดเทียบข้างทางอย่างนิ่มนวล...

 

“ข้ามถนนระวังนะ J” Ino เตือนอย่างเป็นห่วง..อีกฝ่ายหันมายิ้มให้อย่างขอบใจ..รีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว..

 

Ino มองเพื่อนเดินข้ามถนนไป..จนกระทั่งเห็นว่าเพื่อนรักข้ามฝั่งไปอย่างปลอดภัยแล้ว.. เจ้าตัวจึงก้มลงมองหาเพลงฟังแก้เหงา.. พลันสายตาทั้งคู่ก็เหลือบเห็นกระเป๋าเงินของเจ้าเพื่อนรักนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างเบาะที
่นั่งรถ.. Ino หยิบขึ้นมาพลิกดูจนแน่ใจก่อนจะส่ายหัวไปมายิ้ม ๆ..

 

“เงินไม่มี..มันจะถึงกันเอาตัวเข้าแลกมั้ยเนี่ย..” Ino ประชดออกมาเบา ๆ จัดการปลดเข็มขัดนิรภัยเดินลงมาจากรถอย่างเร่งรีบ.. ชายหนุ่มเหลียวมองซ้ายขวา..เมื่อเห็นว่าถนนว่างแล้วจึงเตรียมออกก้าวเดิน..

 

~~~~ ติ้ด...ติ้ด~~~

 

เสียงมือถือที่ดังขึ้นเรียกให้ Ino ต้องรีบกดรับด้วยความแปลกใจ..เรื่องอะไรด่วนรึเปล่า..ดึกป่านนี้แล้ว..

 

“Ino ครับ...”

 

“Ino ฉันทำกระเป๋าตังค์หายว่ะ..” เสียง J บอกมาอย่างร้อนรนปนเซ็งนิด ๆ...

 

“เออ...รู้แล้ว..มันหายมาอยู่ในมือฉันนี่แหละ..” Ino บอกขำ ๆ... ก้าวเท้าพาตัวเองข้ามถนนไปด้วย..

 

“อ้าว...ไปอยู่ที่นายได้ไงวะ..เออ.. งั้นเอามาให้ทีสิเพื่อน..” J วานหน้าตาเฉย..

 

~~~เอี๊ยดดด!!!! ปึกก!!!~~~

 

เสียงเบรครถอย่างรุนแรงดังมาจากภายนอกร้าน..และจากปลายสายอย่างสนั่นชัดเจนทำให้ชายหนุ่มผมทองชาวาบไปทั้งร่าง..

 

“Ino!!!….” J เรียกเพื่อนเสียงลั่น...วิ่งถลันออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว... ภาพที่เห็นตรงหน้าเกือบทำให้ชายหนุ่มทรุดลงไปทั้งตัว.. แต่ความห่วงเพื่อนมีมากกว่าสิ่งใด.. สองขาพาตนเองวิ่งมาที่ร่างของเพื่อนรักที่นอนนิ่งอยู่กลางถนนอย่างรวดเร็ว..

 

“Ino!!…Ino!! อย่าเป็นอะไรไปนะ...Ino!!” J เขย่าร่างไร้สติของเพื่อนอย่างลืมตัว.. เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากจมูกและปากช้า ๆ.. ไม่มีอาการตอบรับใด ๆ จากร่างในอ้อมแขน..แม้เพียงนิด.. กระเป๋าเงินของ J ยังคงกำแน่นอยู่ในมือของเพื่อนรัก...ทุกอย่างเพื่อเพื่อนเสมอ..

 

“ชนแล้วหนีเลยว่ะ...เป็นไรมากเปล่าวะเนี่ย..”

 

“คุณครับ..อย่าเขย่าเลยครับ..เดี๋ยวรถพยาบาลก็มา...” อีกเสียงเตือนสติมา...

 

“คนขับตัวเล็ก ๆ ว่ะ.. สงสัยเป็นผู้หญิง...”


<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>


~~~ โรงพยาบาล ###~~~

 

ดวงตายาวรีมองไปยังร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดอย่างเหม่อลอย...ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว..ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ตอบสนองกลับมาจากร่างที่นอนอยู่.. เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไร.. ยิ่งดูเหมือนว่าชายหนุ่มผมสีทองที่คอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง.. จะยิ่งมีสภาพไม่ต่างไปจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเลย...เหม่อลอย.. นิ่งเงียบ.. จมอยู่กับความคิดว่าทุกอย่าง..เป็นความผิดของตนเอง..

 

“J...กลับไปพักบ้างเถอะเพื่อน..” Shinya เตือนด้วยความห่วงใยพลางตบที่บ่าเบา ๆ..ส่ายหน้าไปมาอย่างท้อ ๆ เมื่อไม่มีคำพูดตอบกลับมาจากร่างที่นั่งอยู่เช่นเคย...
Shinya หันไปมองเพื่อนอีกสองคนที่นั่งมองอยู่.. ทั้ง Sugi และ Ryu ก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน...

 

~~~ ติ้ด ๆๆ ~~

 

“Moshi Moshi...” Shinya ยกมือถือขึ้นรับอย่างรวดเร็ว... เดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อไม่ให้รบกวนคนป่วย.. และคนที่ดูเหมือนใกล้จะป่วยเต็มที....

 

“อะไรนะครับ!!...มีพยานยืนยันที่อยู่แน่นอน.. ปล่อยตัวไปแล้ว..” Shinya ถามเสียงดังอย่างลืมตัว...เสียงนั้นเรียกความสนใจจากทั้ง Ryu และ Sugi ให้ลุกขึ้นเดินมาหาด้วยความสนใจระคนแปลกใจ...
Shinya กดปิดมือถือ.. ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะยอมรับ...เล่าให้เพื่อนอีกสองคนที่ตามเรื่องมาด้วยกันโดยตลอดได้ฟังคร่าว ๆ...

 

“หมอนั่นมีพยานยืนยันที่อยู่หลายคนเลย...ตำรวจเขาสอบแล้ว...ไม่พบพิรุธอะไรเลย.. ก็เลยปล่อยตัวกลับไปแล้ว.. สรุปออกมาว่ามีโจรขโมยรถไป.. แล้วพอมันชน Ino มันก็เลยทิ้งรถแล้วหนีไป...อยากจะบ้า..โจรเนี่ยนะมันจะชนคนแล้วทิ้งรถหนีไป..”

 

“มีเรื่องอะไรกัน...” เสียงถามมาจากด้านหลังทำให้ทั้งสามคนที่ยืนคุยกันอยู่หันไปมองด้วยความตกใจ..เพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา.. J ไม่เคยสนใจไม่ว่าใครจะพูดหรือคุยอะไรกัน.. ไม่ว่าเรื่องไหนทั้งสิ้น.. แล้วทำไมวันนี้...

 

“เรื่อง Ino เหรอ...ตำรวจจับคนขับรถได้รึยัง...” J ถามมาอีก..มองหน้าเพื่อนไล่ไปทีละคน..ความสิ้นหวังที่เกาะกุมหัวใจอยู่... เริ่มทำให้เขาคิดไปเรื่อยว่า..บางที.. บางทีการที่ Ino ยังไม่ฟื้น..อาจเพราะยังหาตัวคนทำผิดมาลงโทษไม่ได้ก็เป็นได้.. บางที.. ถ้าจับคนร้ายได้.. Ino อาจจะกลับมา...
Shinya Ryu และ Sugi มองหน้ากันไปมา..ก่อนจะพยักหน้าให้กัน..เพราะถึงยังไงก็คงปิดต่อไปอีกไม่ได้นาน..

 

“ยังจับคนขับรถไม่ได้หรอก J... แค่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของรถคันที่ชน..เป็นคนดังซะด้วย..” Ryu บอกมาคนแรก..

 

“ใคร?..รถใคร?..” J ถามต่อไปอย่างร้อนรน..

 

“นักร้องนำ..วง L’Arc... Takarai Hideto...” เสียง Shinya ตอบมาเบา ๆ...

 

“นักร้อง..วง L’Arc..” J ทวนคำช้า ๆ...ภาพนักร้องนำร่างเล็กบาง..ปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างเรือนราง.. พร้อม ๆ กับอีกเสียงหนึ่งที่ดังแทรกขึ้นมา...

 

......... “คนขับตัวเล็ก ๆ ว่ะ.. สงสัยเป็นผู้หญิง...”....

 

“ใช่...เหมือนผู้หญิง..ใช่.. มันนั่นแหละ...ก็มันนั่นแหละเป็นคนขับ..ฉันได้ยินคนพูดตอนนั้นว่าคนขับตัวเล็ก ๆ เหมือนผู้หญิง...”

 

“J... ใจเย็นก่อนเพื่อน...” Sugi เรียกอีกฝ่ายเสียงดัง.. “ตอนแรกเราก็คิดอย่างนั้น.. แต่ตำรวจเขาเรียกไปสอบแล้ว.. หมอนั่นมีพยานยืนยันหลายคน.. คืนนั้นเขาไม่มีทางไปอยู่ที่นั่นได้.. J .. ตำรวจพบแค่รถของหมอนั่น..จอดทิ้งอยู่ข้างทางไม่ไกลจากจุดที่เกิดเหตุเท่านั้น.. รถเขาถูกขโมย..”


<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>


ที่ลานจอดรถด้านหลังสตูดิโอ L’Arc... Ken และพวกทีมงานอีกสามสี่คนกำลังช่วยกันพานักร้องนำร่างเล็กของวง.. มาส่งที่รถกันอย่างทุลักทุเล.. เหตุก็เพราะเวลานี้ Hyde กำลังถูกติดตามอย่างหนักจากบรรดานักข่าวเพื่อจะถามถึงเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น..

 

“เอ้า..มือถือนาย..” Ken ส่งมือถือที่เพื่อนฝากไว้คืนให้.... “กลับไปพักให้สบายนะ Hyde...” บอกย้ำอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว... มองรถที่ทางผู้จัดการหามาให้ใช้ชั่วคราวด้วยความพอใจ.. ไม่มีอะไรสะดุดตา.. คงไม่มีนักข่าวมาสนใจ..

 

Hyde พยักหน้ารับเบา ๆ ..โบกมือลาเพื่อนและพวกทีมงาน..ปิดประตูรถนั่งหลับตานิ่ง...ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง..โดนเรียกตัวไปสอบไม่รู้กี่ครั้ง.. เพื่อนฝูงก็ต้องมาเดือดร้อน.. งานเพลงก็เช่นกัน.. ทั้งที่คืนนั้นยังมีความสุขสนุกสนานอยู่แท้ ๆ.. รถที่ให้น้องยืมไปกลับถูกขโมยแล้วที่โชคร้าย.. โจรที่ขโมยรถกลับขับไปชนคนเสียอีก...เขาไม่ได้ปริปากบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้.. เพราะไม่อยากดึงน้องเข้ามาเกี่ยวข้อง.. วันนั้นหลังจากรู้เรื่องนี้..เขาก็รีบโทรถามน้องทันที.. ก็ได้รับคำยืนยันว่ารถหายไปจริง ๆ..

 

....Inoran มือกีตาร์วง LUNA SEA... จะเป็นอะไรมากรึเปล่าก็ไม่รู้...

 

~~~ ตรู้ด ~~ ตรู้ด ~~~

 

Hyde ลืมตาขึ้นช้า ๆ.. มองไปที่โทรศัพท์ด้วยความเบื่อหน่าย...มือเรียวเล็กเตรียมจะกดปิดเครื่องแล้ว..หากชื่อที่ปรากฏขึ้นมาทำให้ต้องรีบกดรับสายอย่างยินดี..

 

“Hyde.. ครับ”

 

“Haido-chan...นี่น้าเองนะ.. เป็นยังไงบ้างลูก.. น้าเห็นในข่าวเป็นห่วงแทบแย่.. โทรติดต่อก็ไม่ได้เลย..”
เสียงผู้เป็นน้าถามมาอย่างรวดเร็ว...ความห่วงใยในน้ำเสียงนั้นเรียกรอยยิ้มจากผู้ฟังได้ทันที...

 

“ปิดเครื่องไว้ตลอดเลยครับ..ตั้งแต่เกิดเรื่อง..ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วครับน้า.. นี่ก็กำลังจะกลับไปที่ห้องแล้ว” Hyde ตอบเสียงร่าเริง..

 

น้า Hisako น้องสาวคนเล็กของแม่.. เคยเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ..จนป่านนี้ก็ยังคงรักและเป็นห่วงเขาอยู่เสมอมา.. น้าแต่งงานและได้ย้ายเข้ามาอยู่ในโตเกียวตามสามี.. ตั้งแต่ตอนที่เขาเรียนอยู่มัธยม.. ตอนเข้ามาที่โตเกียวแรก ๆ ก็ได้น้าสาวผู้นี้คอยดูแลเขาเหมือนเขาเป็นลูกคนหนึ่งมาโดยตลอด...

 

“น้าอยากไปพบก็ไปไม่ได้เลย.. นี่ที่บ้านก็..มีเรื่องยุ่ง ๆ..” เสียงพูดตอนท้ายประโยค..ฟังดูเหมือนผู้พูดกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ..

 

“เกิดอะไรขึ้นครับน้า..มีเรื่องอะไรครับ..” ถามกลับไปอย่างร้อนใจ..

 

“Hikaru-chan น่ะสิ.. Hyde ไม่รู้แกเป็นอะไรไป.. เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องมาเป็นอาทิตย์หนึ่งแล้ว..โรงเรียนก็ไม่ยอมไป.. นี่พ่อเขาก็โมโหจนจะตีกันตายอยู่แล้ว.. น้ากลุ้มใจจนไม่รู้จะทำยังไง.. ถามเท่าไหร่แกก็ไม่พูดอะไรเลย..” เสียงร้องไห้อย่างสุดกลั้นดังตามมาทันทีที่ได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมา.. ทั้งที่รู้ว่าหลานมีเรื่องยุ่ง ๆ มากพอแล้ว.. แต่เธอก็ไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร..

 

“น้า...ทำใจให้สบายไว้ก่อนนะครับ..คุยกันทางนี้ไม่ค่อยสะดวก.. เอาอย่างนี้เดี๋ยวผมแวะเข้าไปหานะครับ..” Hyde เสนอขึ้นทันที...

 

“จริงเหรอ Haido-chan..” เสียงถามย้ำอย่างยินดี..ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ “น้ารบกวนเธออีกแล้ว..แต่.. ถ้าเธอมาถาม Hikaru-chan อาจยอมฟังเธอก็ได้.. ช่วยน้าหน่อยนะจ๊ะ...Hyde”


<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>


แสงแดดยามบ่ายส่องรอดช่องว่างของผืนผ้าม่านที่ปิดสนิทเข้ามาภายในห้องที่มืดมิด...เด็กสาววัยสิบแปดปีผู้เป็นเจ้าของห้อง..นั่งซุกตัวอยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือ..ดวงตากลมโตแดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก.. เค้าหน้าของสาวน้อยผู้นี้ละม้ายคล้ายญาติผู้พี่มากจนเกือบจะเหมือนเป็นพี่น้องกัน..
เสียงเปิดประตูห้องทำให้เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว..

 

ทันทีที่เห็นร่างผู้ที่ก้าวเข้ามา.. น้ำตาที่ทำท่าว่าจะเหือดแห้งไปแล้วกลับไหลทะลักออกมาอีกอย่างรวดเร็ว.. ร่างบอบบางของเด็กสาวโผเข้าสวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น...

 

“พี่ Hyde...นี่พี่จริง ๆ เหรอคะ..” เสียงเรียกชื่อแหบโหยสั่นเครือ...

 

“ก็พี่น่ะสิ... เป็นอะไรไป..ร้องไห้ทำไมบอกพี่ได้มั้ย..” Hyde ลูบหัวปลอบโยนเบา ๆ... ดันร่างเด็กสาวออกห่างเล็กน้อย.. เช็ดน้ำตาที่ผิวแก้มใสให้อย่างอ่อนโยน...

 

Hikaru ส่ายหน้าไปมา.. โผเข้ากอดอีกฝ่ายไว้อีกครั้ง.. Hyde ถอนใจเบา ๆ... โอบไหล่พาเดินมานั่งลงบนเตียง.. กอดร่างเด็กสาวไว้หลวม ๆ ปล่อยให้ญาติผู้น้องร้องไห้ต่อไปเงียบ ๆ..

 

“Hika-chan ไม่เชื่อฟังพี่..แสดงว่าไม่รักพี่แล้วใช่มั้ย..” Hyde ถามด้วยเสียงน้อยใจ...ลอบมองใบหน้าเด็กสาวไปด้วยขณะที่พูด...ดวงตากลมโตดูเจือไปด้วยความวิตก..หวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน..

 

“ไม่ค่ะ..” เด็กสาวตอบสั้น ๆ พยายามข่มกลั้นอาการสะอื้นของตัวเอง…Hyde อมยิ้มให้น้องสาวที่เป็นลูกของน้าอย่างอ่อนโยน…มือข้างหนึ่งก็ลูบไปที่เส้นผมนุ่มเบา

 

“ถ้าอย่างนั้นบอกพี่ได้รึยัง ? ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม Hika-chan ต้องมาหลบร้องไห้อยู่คนเดียว” Hyde พยายามถามถึงสิ่งที่ทำให้น้องสาวผู้แสนร่าเริงของเขาเป็นทุกข์ Hikaru เม้มริมฝีปากแน่นเสียงสะอื้นเริ่มหายไปเหลือเพียงหยาดน้ำตาใส ๆ ที่กลบดวงตาทั้งสองข้าง

 

“หือ ? ว่าไงบอกพี่ได้มั้ย?” Hyde ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่พยายามคาดคั้นเด็กสาวมากเกินไป

 

“ร…รถ…หนูขับรถชนคนตาย !! “ Hikaru โพล่งออกมาถึงสิ่งที่ถูกเก็บเอาไว้ในใจตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์เรื่องที่เธอไม่กล้าปรึกษาแม้แต่พ่อแม่ แต่คำตอบของเด็กสาวทำเอา Hyde ต้องรั้งไหล่ Hikaru ออกจากอ้อมกอดที่โอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ จ้องมองไปที่ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาอย่างแปลกใจและตกใจ

 

“เมื่อไหร่ ? “ Hyde ถามกลับก่อนจะจ้องมองใบหน้าเด็กสาวแน่วนิ่ง

 

“วันที่หนูกลับจากไปเที่ยว…ที่ก่อนหน้านั้นหนูขอยืมรถพี่เพื่อจะไปเที่ยวกับเพื่อน…แ
ล้วคืนนั้นตอนที่ส่งเพื่อน ๆ หมดแล้วหนูกำลังจะกลับ…แล้ว…แล้ว…” เด็กสาวหยุดคำพูดไว้แค่นั้นน้ำตาที่พยายามหยุดไปเมื่อกี้ไหลลงมาอีกรอบพร้อมกับร่างที่สั่นระริกเพราะแรงสะอื้น

 

“แต่ Hika-Chan บอกพี่ว่ารถโดนขโมยไม่ใช่เหรอ ?” Hyde ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนก็หลังจากที่เขาถูกเรียกตัวไปสอบปากคำเรื่องการเป็นเจ้าของรถที่ชนมือกีตาร์วง Luna Sea เขาก็รีบโทรกลับมาหา Hikaru ที่มาขอยืมรถไปก่อนวันเกิดเหตุ 2-3 วัน…โดยที่เขาเป็นคนขับเอาไปให้เองด้วยซ้ำ

 

“ม…ไม่…ใช่…หนูเองค่ะ…หนูชนเขา…แล้วหนีมาเพราะความกลัวหนูเลยทิ้งรถไว้…แล้วขึ้นแท๊ก
ซี่กลับมา” เด็กสาวอธิบายพร้อมน้ำตาเสียงสะอื้นยิ่งดังมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อคิดไปถึงความผิดที่เธอจะได้รับหากถูกจับได้ Hyde ดึงเด็กสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่นตอนนี้คงมีแค่เขาคนเดียวที่จะปกป้องน้องสาวผู้น่ารักคนนี้ได้ Hyde ลูบหัวเด็กสาวเบา ๆ อย่างอ่อนโยนพยายามจะปลอบใจไม่ให้คิดอะไรเกินกว่าเหตุ

 

“ไม่เป็นไรนะ…พี่จะช่วยเอง ตอนนี้ตำรวจก็สรุปไปแล้วว่าเป็นโจรขโมยรถไป เพราะฉะนั้น Hika-chan ต้องใจเย็น ๆ ไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ ให้พวกเรารู้กันแค่สองคน…พี่จะปกป้อง Hika-chan เองไม่ต้องกลัว..” Hyde พยายามปลอบเด็กสาวให้คลายความกังวล Hikaru ก็พยักหน้าทั้งน้ำตาช้า ๆ คนที่เธอจะพึ่งคงมีแค่พี่ชายคนนี้เท่านั้น

 

“อีกอย่างนะคนที่ Hika-chan ขับรถชนเขายังไม่ตาย เพราะฉะนั้น Hika-chan ยังไม่ได้ฆ่าใคร…” Hyde บอกเรื่องที่ท่าทางเด็กสาวจะกังวลมากเป็นพิเศษ เพราะในใจคงรู้สึกกลัวเมื่อคิดว่าตัวเองฆ่าคนตาย

 

“พี่รู้จักเขาเหรอคะ ” Hikaru เงยหน้าขึ้นมาจากอ้อมกอดของพี่ชายเพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่กล้าออกไปไหนไม่แม้แต่จะดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือพิมพ์ เพราะกลัวว่าภาพในนั้นจะมีหน้าเธอเป็นคนร้ายที่ตำรวจต้องการตัว

 

“รู้สิ…” Hyde ตอบรับเบา ๆ พร้อมกับสายตาสำนึกผิดที่เหม่อมองไปทางอื่น….Inoran มือกีตาร์ Luna Sea … ใครจะไม่รู้จักเขา….


<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>


TBC....