| yamamura 的个人资料-'๑'-.....MY FICTION.......照片日志列表 | 帮助 |
|
1月29日 Love Punish 70- 70 -
แสงสว่างยามเช้าเริ่มสาดส่องลงกระทบพื้นดินช้า ๆ รุ่งเช้าของฤดูหนาวยังคงนำมาซึ่งความหนาวเหน็บ...แต่ร่างของคนหนึ่ง ๆ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เมื่อคืนโดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนกายไปไหน....ชายหนุ่มผมทองเปิดเปลือกตาขึ้นมองไปรอบ ๆ อย่างอิดโรยหลังจากที่ผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย... ....ในที่สุดนายก็ไม่ยอมเปิดประตู....
ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มเยาะให้กับตนเอง...เมื่อกำลังใจทุกอย่างที่ได้รับจากคำพูดเมื่อคืนของ Hyde เริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ...บางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดคิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป...ว่า Hyde ยังต้องการเขาอยู่... ชายหนุ่มผมทองหลับตาลงพลางเอนศีรษะพิงกับบานประตูด้านหลังอย่างอ่อนล้า….
….RRR…RRR…
เสียงเรียกเข้าของมือถือดังแว่วออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ชของชายหนุ่ม...จนทำให้ใครบางคนที่นั่งพิงบานประตูอยู่อีกด้านหนึ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที...หลังจากที่เขาเผลอหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังคงนั่งอยู่ที่หน้าประตูนั้นตลอดทั้งคืน...เสียงขยับกายเบา ๆ ดังลอดผ่านบานประตูมาให้ได้ยิน...ทำให้ Hyde รับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มผมทองก็ยังคงนั่งรอเขาอยู่ตรงนั้นทั้งคืน....
...ความลังเลเริ่มก่อเกิดขึ้นมาภายในจิตใจทีละน้อย...ว่าเขาควรจะเปิดประตูให้ J เข้ามาหรือไม่ ? จะหนีต่อไปหรือจะยอมเปิดรับความอบอุ่นนั้นให้กลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง...
“อืม...รู้แล้ว” J ตอบรับกับปลายสายเพียงแผ่วเบาพลางปิดโทรศัพท์มือถือลง...ดวงตาเรียวรีหันมาจ้องมองบานประตูที่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ มาตั้งแต่เมื่อคืน...ก่อนจะหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ...เพื่อเขียนข้อความบางอย่างลงไป
‘...ขอโทษที่มารบกวน....แต่ฉันจะมาใหม่....’
ข้อความสั้น ๆ ที่ถูกสอดผ่านช่องด้านล่างของประตู...ปรากฏสู่สายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่ด้านในอย่างชัดเจน...Hyde หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่า....ก่อนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตเคลื่อนตัวออกไป...เป็นสัญญาณว่าภายนอกไม่มีคนอยู่อีกต่อไปแล้ว
Hyde ค่อย ๆ เปิดประตูออกไปช้า ๆ พลางเหม่อมองออกไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย...บนถนนว่างเปล่าไม่เห็นแม้เงาร่างของชายหนุ่มผมทองอีกต่อไปแล้ว...ร่างเล็กทำได้แค่ทรุดนั่งลงกับพื้นปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาไม่ขาดสาย...มือข้างหนึ่งกำข้อความที่ชายหนุ่มทิ้งเอาไว้แนบแน่น
....เขาควรจะทำยังไงดี ?....จะทนใจแข็งอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ?....ในเมื่อหัวใจยังต้องการอ้อมกอดนั้น....
...อีกด้าน...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานต่อเนื่องไปจนตลอดคืนทำให้เขาลืมคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ไปเสียสนิท... แต่หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์เรื่องงานจากผู้จัดการส่วนตัวว่ามีคิวอัดรายการในช่วงเช้าของวันนี้...J ก็ตรงมายังสตูดิโอที่บันทึกเทปทันที...เมื่อเป็นเรื่องงานเขาก็ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงาน
“อรุณสวัสดิ์ครับ...ท่าทางเพลีย ๆ ไม่สบายรึเปล่าครับ ?” เสียงผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยทักขึ้นมาขณะที่เปิดประตูห้องพักส่วนตัวเข้ามาแล้วเห็น J นั่งหลับตานิ่งอยู่บนโซฟาท่าทางอิดโรยไม่น้อย
“เปล่า...แค่เมื่อคืนไม่ได้นอน....เดี๋ยวอัดรายการเสร็จ...ฉันจะกลับไปพักสักหน่อย...วันนี้ไม่มีคิวงานอย่างอื่นแล้วใช่มั้ย?” J เอ่ยปากถามถึงงานที่จะต้องทำถัดไป...และเมื่อได้รับการยืนยันว่าไม่มีงานอื่นอีกหลังจากเสร็จงานนี้...ชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเอนกายพักสายตาและขบคิดถึงปัญหาส่วนตัวที่ยังหาทางแก้ไขไม่ได้
...ช่วงบ่ายของวันนั้นหลังจากอัดรายการเรียบร้อย...ชายหนุ่มจึงขับรถตรงกลับห้องพักทันที...ตั้งใจว่าจะพักผ่อนหลังจากที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน...แต่ขณะที่กำลังจะไขกุญแจเพื่อเปิดประตูห้อง...
...J ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อประตูห้องเขาไม่ได้ถูกล็อคอยู่...ชายหนุ่มเปิดประตูห้องเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก... เมื่อเห็นรองเท้าที่เขาจำได้ว่าเป็นของใครถอดวางทิ้งไว้อยู่ตรงที่วางรองเท้าตรงประตูทางเข้า....เพราะครั้งแรกคิดไปเองว่าอาจมีขโมยขึ้นบ้านซะอีก
...เสียงเปิดและปิดประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เรียกให้ร่างบางผมสีน้ำตาลที่นอนเล่นดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาในห้องรับแขกต้องผงกหัวขึ้นมองก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครเดินเข้ามา...Inoran ส่งยิ้มให้เพื่อนรักหัวทองเล็กน้อยก่อนจะยิงคำถามถึงผลลัพธ์ของเรื่องที่ชายหนุ่มไปทำมาเมื่อคืน...
“เป็นยังไงบ้าง ? หายไปทั้งคืน...เมื่อเช้ามาหาถึงได้รู้ว่านายไม่ได้กลับมาที่ห้อง” Inoran เอ่ยปากถามพลางมองตามร่างเพื่อนรักที่เดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะออกมาพร้อมกับขวดน้ำและยาในมือ
“ไม่สบายเหรอ ?” Inoran เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเพื่อนมาทรุดนั่งลงที่โซฟาด้านข้าง
“ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก...แค่เพลีย ๆ เมื่อคืนไปนั่งอยู่หน้าบ้าน Hyde มาทั้งคืน” J ตอบทั้ง 2 คำถามพร้อมกัน...ก่อนจะนำยาในมือเข้าปากและดื่มน้ำตาม
“แล้วเป็นไง ?” ร่างบางถามต่อไปอีก… J เหล่มองหน้าเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ..
“มันไม่ดีอย่างที่คิด...นี่ Ino บางอย่างมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด...ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดว่า Hyde ยังรักฉันอยู่....แต่สิ่งที่เขาทำเมื่อคืนมันทำให้ฉันเริ่มไม่มั่นใจ...บางทีฉันอาจไม่ควรจะดึงดันที่จะเรียกร้องให้อะไรมันกลับมาเหมือนเดิม...ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันจบลงอย่างนี้...อาจจะดีกว่า” J เปรยออกมาเบา ๆ ท่าทางที่ชายหนุ่มแสดงออก...ทำให้เพื่อนรักที่นั่งมองอยู่เริ่มเดาได้ทันทีว่า J เริ่มที่จะเกิดอาการลังเลกับหัวใจตัวเองขึ้นมาอีกแล้ว
“ Hyde ทำอะไร ?”
“ฉันไปหาเขาที่บ้าน...แต่ Hyde กลับไม่ยอมเปิดประตูออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง....ฉันรออยู่จนเช้าพอดีมีงานเข้ามา...ฉันเลยต้องกลับมาก่อน....แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ? ทั้ง ๆ ที่ในห้องนั่งเล่นเมื่อวานฉันออกจะมั่นใจว่า Hyde ยังไม่ลืมเรื่องของเราสองคน” J เปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรักฟังอย่างละเอียด....เผื่อเพื่อนจะช่วยคิดหาวิธีดี ๆ ให้เขาได้บ้าง
“แค่นี้นายก็ท้อซะแล้วเหรอ J ..ไม่ได้เรื่องจริง ๆ “ แต่แทนที่จะได้รับฟังวิธีดี ๆ จากปากเพื่อน...ชายหนุ่มต้องเลิกคิ้วมองเพื่อนร่างบางของตนอย่างแปลกใจ...เมื่อโดน Inoran ต่อว่ากลับมา
“นายลองคิดดี ๆ นะ J วันนั้นที่ Hyde ไปรอนายต้องอาศัยความกล้ามากแค่ไหน ? แล้วพอนายไม่ได้กลับไปที่ห้อง...Hyde ก็คงรู้สึกท้อแท้ไม่ต่างจากนายตอนนี้....ไม่แปลกที่เขาคิดจะตัดใจและถ้านายมาคิดตัดใจอีกคน...เรื่องมันก็คงจบ...แล้วทีนี้นายลองคิดดูว่าจะยอมให้จบแบบนี้รึเปล่า ? ถ้านายยอมฉันก็บอกนายได้คำเดียวว่าไม่ต้องพยายามอะไรอีกแล้ว....ต่างคนต่างไป “ Inoran อธิบายเสียงเรียบพร้อมกับหยั่งเชิงดูท่าทีของเพื่อนว่ายังต้องการ Hyde กลับมาอีกรึเปล่า ?
...สิ่งที่เพื่อนรักบอกทำให้ชายหนุ่มผมทองต้องกลับมานั่งขมวดคิ้วอย่างคิดหนัก...เขา...กำลังได้รับรู้ความรู้สึกของ Hyde ในวันนั้นด้วยตัวเองแล้ว...วันนั้น Hyde คงรู้สึกไม่ต่างจากเขาตอนนี้...หากเขายอมถอยเหมือนกับที่ Hyde กำลังทำ...ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน...จุดจบคงไม่ต่างจากเมื่อครึ่งปีก่อน...
เขาจะยอมปล่อยให้วันเวลาแห่งความทรมานนั้นกลับคืนมาอีกครั้งรึเปล่า ? แล้วครั้งนี้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะลืมเลือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นได้...ในเมื่อตลอดระยะครึ่งปีที่ผ่านมาเขายังไม่เคยลืมเลือนมันได้เลยสักวัน...
...Inoran ลากลับไปในที่สุด...อาการนิ่งไปของเพื่อนทำให้เขาคิดว่า J คงอยากมีเวลาอยู่กับตัวเอง...หลังจากปิดประตูห้องเรียบร้อย...ชายหนุ่มผมทองก็เดินตรงกลับเข้าห้องนอน...ทิ้งกายลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง...หัวสมองครุ่นคิดอย่างหนักถึงสิ่งที่เขาควรจะทำ...จะลองพยายามอีกสักครั้งก็คงไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว...แล้วเขายังต้องกลัวอะไร ?
...คำถามสุดท้ายของตนเองตามมาด้วยเสียงระบายลมหายใจยาว...ชายหนุ่มค่อย ๆ หลับตาลง...เมื่อรู้สึกว่าฤทธิ์ยาแก้ไข้ที่เพิ่งกินเข้าไปเริ่มจะออกฤทธิ์ของมันออกมาแล้ว...อาการของไข้อ่อน ๆ ทำให้อ่อนเพลียไปทั้งร่างกายและจิตใจ...เปลือกตาหนักอึ้งลืมไม่ขึ้น...จนในที่สุดร่างกายทุกส่วนก็ไม่สนองตอบสิ่งรอบกายอีก...
....ในความฝันภาพร่างเล็กบางของ Hyde กระจ่างชัดอยู่ในสายตา...เส้นผม ผิวกาย ดวงตากลมโต น้ำเสียง รอยยิ้ม ทุกอย่างล้วนปลุกกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากได้มันมาครอบครองจนแทบขาดใจ....แค่เพียงเขาเอื้อมมือออกไปความปรารถนาทุกอย่างก็จะเป็นจริง...
...ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาปลุกที่หัวเตียงดังขึ้นมารบกวนภาพความฝันนั้นจนหมดสิ้น....เมื่อชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นจากนิทรา... J เอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกก่อนจะลืมตาเหม่อมองเพดานนิ่ง ๆ ...เพื่อปรับความรู้สึกนึกคิดของตนเองช้า ๆ เขาหลับไปยาวตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวานจนมาถึงรุ่งสางของอีกวัน...
...อาการไข้ที่มีเมื่อวานดูเหมือนจะหายไปแล้ว...เขาไม่ได้เป็นอะไรมากมาย... แต่เสียงท้องที่ร้องเตือนขึ้นมาทำให้รู้สึกหิวอย่างบอกไม่ถูกเพราะตั้งแต่เมื่อวานเย็นเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย... ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายและออกมาหา
อะไรกินตอนเช้า... ... เหลือบมองไปที่ตารางงานที่ติดอยู่ที่บอร์ดก็เห็นว่าช่วงเช้าของวันนี้เขามีงานที่ต้องเข้าไปทำต่อที่สตูดิโอเพราะเป็นงานต่อเนื่องกับทีมงานชาวต่างชาติจึงไม่อยากให้เสียงาน..หากทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย..การพูดคุยเรื่องงานไม่ยืดเยื้อ...ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้จน 3-4 วันถัดไปเขาจะว่างตลอด... เมื่อคิดถึงแผนงานที่จะต้องรับผิดชอบเรียบร้อย... J จึงออกจากบ้านและตรงไปที่สตูดิโอทันที....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
....สตูดิโอ L’arc….
ภาพร่างเล็กที่นั่งเหม่อลอยพลางถอนหายใจเป็นระยะ ๆ เป็นภาพที่เห็นจนชินตานับตั้งแต่เมื่อวาน...เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยง.. Hyde มาทำงานด้วยท่าทางอิดโรยเหมือนคนอดนอน.. บรรยากาศรอบตัวที่เจ้าตัวจงใจสร้างขึ้นทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปเอ่ยปากถามไถ่ถึงสิ่งที่เกิด...มีเพียง Tetsu ที่เอ่ยปากบอกให้ Hyde กลับไปพักผ่อนแต่ร่างเล็กก็ยังคงดื้อรั้นที่จะอยู่ที่สตูดิโอด้วยท่าทางเหมือนไม่อยากกลับไปที่บ้าน...แต่พอตกเย็นก็กลับเป็น
Hyde เองที่หนีหายกลับบ้านไปก่อนใครเพื่อน...แล้วมาวันนี้ท่าทางของเจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อวานแม้แต่น้อย...หนำซ้ำยังมีอาการหงุดหงิดมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ จนในที่สุดใครคนหนึ่งก็อดรนทนไม่ไหว...
“Hyde เป็นอะไร ? วันนั้น J ตามไป..นายได้คุย...” มือกีตาร์หน้าแมวต้องยอมเข้ามาสอบถามถึงผลลัพธ์ของเรื่องราวที่เขาเป็นตัวต้นคิดแผนการนั้นขึ้นมาทั้งหมด...
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย Ken-Chan !! “ Hyde ตวาดเสียงแข็งขัดคำพูดของเพื่อน...พร้อมกับหันขวับมามองอย่างไม่พอใจ...ถ้าไม่เพราะวันนั้นเพื่อนเขาคนนี้บังคับให้เขาอยู่ที่นั่นเพื่อเผชิญหน้ากับ J เขาก็ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดคิดมากอยู่ตรงนี้... อาการที่เพื่อนร่างเล็กแสดงออกทำเอาเจ้าเหมียว Ken ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร...เขารับรู้ได้ว่า Hyde คงยังโกรธเรื่องที่วันนั้นเขาบังคับให้อยู่ต่อ...Ken จึงยอมถอยออกมาเงียบ ๆ ก่อนจะส่งสายตาให้เพื่อนอีกสองคนว่าสิ่งที่ให้ตนไปทำล้มเหลว...คงต้องส่งคนอื่นเข้าไปถามแทน
“ดีแต่ปาก !!... บอกว่าจะมาแต่ก็ไม่มา” เสียงสบถที่ดังออกมาจากปากร่างเล็กเบา ๆ เรียกความสนใจให้เพื่อน ๆ ต้องหันไปมองก่อนจะรีบหันกลับมาทำสิ่งที่ตนทำอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว...เมื่อ Hyde ผุดลุกขึ้นยืนและกำลังเดินตรงมาทางนี้....
“งั้นซ้อมกันเลย...Hyde นายพร้อมแล้วใช่มั้ย ?” Tetsu เอ่ยปากขัดขึ้นพร้อมกับส่งสัญญาณให้ทุกคนประจำที่ของตนเองให้เรียบร้อย...ถึงจะอยากรู้ว่าอาการหงุดหงิดของ Hyde เกิดขึ้นมาจากอะไร ? แต่ก็ต้องยอมทำเป็นไม่สนใจไปก่อน...แต่ถ้าให้ลองเดาเล่น ๆ มีเพียงคนเดียวที่พวกเขาจะนึกถึง....
....J….
ช่วงเย็นของวันนั้นขณะที่สมาชิกของ L’arc ทุกคนกำลังเดินออกมาจากลิฟต์....Ken เป็นคนแรกที่สายตาแลเลยไปสะดุดเข้ากับร่างใครบางคน...ชายหนุ่มผมทองกำลังยืนพิงประตูรถไวเปอร์สีน้ำเงินอยู่ที่ลานจอดรถด้านข้างของอาคาร....
...Ken หยุดฝีเท้าลงพร้อมกับสะกิดเรียกหัวหน้าวงร่างบางของตนให้หันไปมองทางที่ที่คน ๆ นั้นยืนอยู่.... ท่าทางของเพื่อนสองคนที่ยืนซุบซิบกันอย่างมีเลศนัยเรียกให้อีกสองคนที่เดินตามมาทีหลังต้องเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“มีอะไรกันรึเปล่า ?” Yukky เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที...Ken กับ Tetsu ไม่ตอบเพียงแต่บุ้ยปากไปทางที่ชายหนุ่มผมทองยืนอยู่...แต่ท่าทางนั้นก็ทำให้ร่างเล็กมองตามไปเช่นกัน...ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นชัดเจนว่า...คนที่ยืนอยู่เป็นใคร... Hyde กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจตนเอง...เมื่อไม่อยากยอมรับว่าทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มผมทอง....หัวใจเขารู้สึกยินดี....
แต่ร่างเล็กก็ทำท่าไม่สนใจ....เหมือนไม่เห็นฝ่ายนั้นอยู่ในสายตาพลางเร่งฝีเท้าเดินฝ่ากลุ่มเพื่อน ๆ ออกไปโดยไม่หันไปมองหน้า J ด้วยซ้ำ...ปล่อยให้เพื่อน ๆ ทั้ง 3 ต้องมองตามหลังอย่างงง ๆ Ken รีบหันไปทางชายหนุ่มผมทองที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่...มีเพียงสายตาที่มองตามหลังร่างเล็กที่เดินลิ่ว ๆ ผ่านหน้าไป..Ken จึงรีบกวักมือส่งสัญญาณให้ J รีบเดินตามไป...ชายหนุ่มผมทองที่ยังคงยืนอ้ำอึ้งอยู่ในคราวแรกจำต้องเร่งฝีเท้าติดตามไปทันที
“Haido !! “ J ส่งเสียงเรียกตามหลังพลางเดินตามไปช้า ๆ อย่างไม่เร่งรีบ...รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปน้อย ๆ เพราะเมื่อกี้ถ้าเขามองไม่ผิดผิวแก้มขาวเนียนนั่นอมชมพูขึ้นมาทันทีที่ Hyde เห็นหน้าของเขา...แล้วนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขายืนนิ่งเพราะไม่เชื่อสายตาอยู่เมื่อครู่...
“อย่ามายุ่งกับฉันได้มั้ย ? !! จะไปไหนก็ไปเลยไป..!! “ ร่างเล็กตะคอกเสียงแข็งกลับมาโดยยังคงเร่งฝีเท้าไม่หยุดและไม่ยอมหันกลับมามองคนที่เ
ดิมตามหลัง...แต่ทุกครั้งที่เขาแอบเหลือบตากลับไปมองก็จะเห็นรอยยิ้มทะเล้น ๆ บนใบหน้านั้นราวกับ J ล่วงรู้จิตใจเขาว่าคิดยังไง ? “งั้นไปทางเดียวกับนายได้มั้ย?” คำตอบยียวนที่ออกมาจากปากอีกฝ่าย...ยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวสวยงอง้ำอย่างไม่สบอารมณ์...แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน...Hyde ไม่เอ่ยคำใดออกมาอีกแต่เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม...เพราะวันนี้เขาไม่ได้เอารถส่วนตัวมา...จึงตั้งใจว่าจะนั่งแท็กซี่กลับ...แต่ทันทีที่ข้ามถนนมาถึงทางเท้าฝั่งตรงข้าม...สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังลั่นมาจากเบื้องหลัง...
...เอี๊ยยดดด !!! ….
TBC. Love Punish 69- 69 -
ใบหน้าเรียวสวยที่ก้มหน้านิ่งอยู่เมื่อครู่เหลียวมามองผู้พูดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว...ผิวแก้มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับซีดลงอีกครั้ง...พร้อมกับผุดลุกขึ้นยืนเพื่อจะหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด...แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะเดาความคิดนั้นออกเช่นกัน... มือแกร่งจึงเอื้อมคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้ได้ทันพร้อมกับออกแรงรั้งให้นั่งลงเช่นเดิม...
“ปล่อย!!...” Hyde สั่งเสียงแข็งโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง...
“ไม่!!...นายไปหาฉันทำไม Hyde...ไปนั่งรอฉันทั้งคืน...ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง...นายเพิ่งจะวิ่งหนีฉันไป...” ชายหนุ่มใช้เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว...มือที่จับยึดข้อมือเรียวบางค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปรวบที่ต้นแขนเอาไว้ทั้งสองข้างเพื่อจะมองใบหน้านั้นให้ชัด...
...คำถามที่ได้ยินยิ่งทำให้ร่างเล็กทำอะไรไม่ถูก...ทั้งไม่กล้าตอบโต้และไม่กล้าปฏิเสธ...ในเมื่อตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น...ที่หนีเพราะกลัว ? ที่ไปหาเพราะหัวใจต้องการงั้นเหรอ ?
...ถ้าอย่างนั้นเวลานี้เขากำลังรู้สึกยังไง ? …ไม่เข้าใจแม้แต่หัวใจตัวเอง....เพราะกลัวที่จะเจ็บปวดเลยไม่กล้าเปิดใจว่าแท้จริงแล้วตัวเองต้องการอะไร ?....
สายตา ท่าทางและน้ำเสียงของคนตรงหน้า...เหมือนกับกำลังบีบคั้นให้เขาต้องตอบคำถาม...สิ่งเหล่านั้นยิ่งทำให้ Hyde รู้สึกสับสนและหาคำตอบให้กับตัวเองได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ...ร่างเล็กจึงออกแรงดิ้นรนมากขึ้นกว่าเดิมทั้งไม่ยอมมองหน้าและไม่ยอมตอบคำถาม...ในหัวสมองต้องการเพียงแค่ให้ตัวเองเป็นอิสระจากคนตรงหน้านี่ให้ได้เท่านั้น...
...ความสับสนในใจนั้นไม่อาจสื่อมาถึงอีกฝ่ายได้...สำหรับชายหนุ่ม..ยิ่งได้เห็นท่าทางการแสดงออกของ Hyde ที่ทำเหมือนรังเกียจ...ความรู้สึกที่เก็บกดมาตลอดก็ยิ่งพลุ่งพล่าน...อุ้งมือแกร่งออกแรงบีบรัดต้นแขนบางมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างลืมตัว...
...ไม่ว่ายังไง..คราวนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจนกว่า Hyde จะตอบคำถาม!!!...
“ปล่อย !!! ...ฉันเจ็บ!! “ Hyde ตะคอกเสียงแข็ง... เมื่อดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดจากพันธนาการและรู้สึกว่าแรงบีบนั้นจะเพิ่มมากขึ้นทุกที...
“จะปล่อยเมื่อนายยอมตอบคำถาม” J เอ่ยขึ้นเสียงเรียบดวงตาเรียวรีจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้นและต้องการคำตอบ...
“ฉันไม่ตอบ !! “ ร่างเล็กยังคงแสดงท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมทำตามที่ชายหนุ่มต้องการง่าย ๆ พร้อมทั้งยังดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการจับกุมไม่ยอมหยุด...จน J เองก็ชักจะเริ่มควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่เช่นกัน... อุ้งมือแกร่งบีบต้นแขนบางแรงขึ้นพร้อมกับกระชากร่างเล็กบางเข้ามาแนบชิดอย่างรวดเร็ว
จนคนที่โดนจับต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บร้าวที่สองแขน... ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดเพื่อโวยวายการกระทำของอีกฝ่ายริมฝีปากผ่าวร้อนก็ตามลงมาประกบอ ย่างเร่าร้อนและดุดัน...Hyde เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจในการกระทำของชายหนุ่มสองมือออกแรงดันร่างสูงให้ออกห่างเต็มแรง “ปล่อย !! “ Hyde ตะคอกใส่หน้าชายหนุ่มเสียงแข็งพร้อมกับผลักร่างสูงใหญ่ของ J ให้ออกห่าง...เมื่อดิ้นรนอย่างสุดความสามารถจนกระทั่งหลุดออกมาจากพันธนาการที่เร่าร้อนนั้นได้...
....เพียะ !!!....
เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของชายหนุ่มดังสนั่นความรู้สึกชาหนึบเกิดขึ้นมาทันทีที่ใบหน้า....ร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ ใบหน้าเรียวสวยแดงก่ำ...พร้อมกับดวงตากลมโตที่จ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตาเมื่อไม่เข้าใจว่า J ทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ? และเมื่อคิดหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ร่างเล็กเลยทำท่าจะผละหนีออกไปทันที... แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกไปวงแขนแกร่งของชายหนุ่มก็รวบเอาร่างเล็กบางเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว...พันธนาการนั้นโอบรัดแนบแน่นจนรู้สึกอึดอัด
“ปล่.....อึ๊!!” คำพูดยังไม่ทันได้หลุดลอดผ่านริมฝีปากบางสวยออกมา...ความเร่าร้อนที่เจ้าตัวผละหนีออกมาเมื่อครู่กลับตามติดเข้าแนบชิดอีกครั้ง...อุ้งมือแกร่งโอบรั้งท้ายทอยของร่างเล็กเอาไว้แนบแน่น...จนคนในอ้อมกอดไม่สามารถผละหนีออกไปได้...รสจูบเร่าร้อนที่แสนคุ้นเคยแต่ห่างหายไปนาน...
...เหมือนจะกลับเข้าไปกระตุ้นความทรงจำเก่า ๆ ที่ทั้งเจ็บปวดและแสนหวานให้กลับคืนมาช้า ๆ ปลายลิ้นร้อนที่พยายามจะบุกรุกเข้าไปกวาดชิมอย่างเอาแต่ใจ... สัมผัสนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงและทุกครั้งต้องเป็นร่างเล็กที่ทนดื้อดึงต่อความเร่าร้อนเอาแต่ใจนั้นไม่ได้...และครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อ Hyde เป็นฝ่ายโอนอ่อนต่อสัมผัสเร่าร้อนนั้นอีกครั้ง...สองมือที่เคยผลักดันร่างสูงให้ออกห่างทำได้แค่กำบิดเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้แน่น...
...ริมฝีปากบางที่ปิดสนิทเริ่มเผยอออกทีละน้อย...จนปลายลิ้นร้อนที่แสนเอาแต่ใจบุกรุกเข้าไปลิ้มรสชาติหอมหวานภายในได้เป็นผลสำเร็จ
“อื้อ..~~” เสียงครางหวานดังลอดผ่านลำคอออกมาเบา ๆ เมื่อความเร่าร้อนนั้นรุกเร้าหนักมากขึ้นทุกที...
....เป็นจูบที่ทำให้เขาแทบละลาย....
เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆ พร้อมน้ำใส ๆ ที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาคู่สวย..ไหลปริ่มลงมาช้า ๆ Hyde นึกโกรธตัวเองในใจขึ้นมาทันที...ที่ไม่อาจห้ามใจตัวเองให้ปฏิเสธสัมผัสเร่าร้อนนี้ได้....ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาโหยหามันมาตลอดเวลา...
...อาการสั่นไหวเล็กน้อยของคนในอ้อมกอดทำให้ชายหนุ่มหรี่ตาข้างนึงขึ้นมอง...และภาพที่เห็นคือ Hyde กำลังร้องไห้...ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นมาภายในจิตใจทันที...เมื่อคิดไปว่าตัวเขาเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างเล็กต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว...J ยินยอมผละริมฝีปากออกช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่ความหอมหวานนั้นยังเย้ายวนใจจนเขาไม่อยากจะให้มันหายไป....แต่วงแขนแกร่งของชายหนุ่มยังคงโอบรัดร่างเล็กบางในอ้อมกอดเอาไว้แนบแน่น...
Hyde ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าช้า ๆ เมื่อความเร่าร้อนนั้นหายไป...ร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ โชคดีที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของ J จึงไม่ทำให้เขาล้มลงไป...ดวงตากลมโตจ้องมองสบตากับชายหนุ่มอย่างเจ็บปวด...วิงวอน...
“ย...อย่าทำแบบนี้....” น้ำเสียงแหบพร่าที่ลอดผ่านออกมา...สื่อให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่าร่างเล็กเจ็บปวดทรมานมากขนาดไหน และสาเหตุสำคัญก็คงเพราะการกระทำของเขา…ภาพที่เห็นน้ำเสียงที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย...วงแขนแกร่งเริ่มคลายออกจากร่างเล็กช้า ๆ ...
...ทันทีที่รู้สึกตัวว่าพันธนาการที่โอบรัดร่างตนเอาไว้แนบแน่นเริ่มคลายออก...ร่างเล็กบางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งของตนกลับคืนมา... ก่อนจะตัดสินใจผลักร่างชายหนุ่มให้ออกห่างไปเต็มแรงพร้อมกับตนเองที่รีบผละออกห่างทันที...
“ถ้าไม่ได้รัก !!! ก็อย่ามาทำกับฉันแบบนี้ !! แล้ว...เมื่อไหร่ฉันจะตัดใจจากนายได้สักที !! “ Hyde ตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มทั้งน้ำตา...ยิ่ง J ทำแบบนี้เขายิ่งตัดใจไม่ได้.....ยิ่งได้สัมผัสกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น...สัมผัสกับรสจูบที่แสนเร่าร้อนและโหยหามาตลอด...เหมือนกับยิ่งตอกย้ำให้รู้ใจตัวเองว่าเขาไม่เคยลืม J ได้เลยสักวัน....
...และยิ่งทำให้รู้ว่า J สำคัญกับเขามากแค่ไหน ? ...
....โดยไม่รอให้ชายหนุ่มเอ่ยปากพูดคำใดออกมา...ร่างเล็กก็กลับหันหลังวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว...ไม่ยอมรอฟังสักคำที่ J จะเอ่ยมันออกมา....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
“Hyde !! …จะกลับ....” Tetsu เอ่ยทักขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างเล็กก้มหน้าก้มตาวิ่งสวนออกมาจากภายในห้องนั่งเล่น...คำพูดยังไม่ทันได้จบความ Hyde ก็วิ่งเลยไปจนถึงหน้าประตู...โดยไม่เสียเวลาเอ่ยคำพูด...หรืออธิบายสิ่งใดให้เพื่อนได้รับรู้แม้แต่น้อย...ปล่อยให้หัวหน้าวงยืนมองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างงง ๆ ก่อนจะพอนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ทำให้ Hyde ผลุนผันออกไปแบบนั้น...
..Tetsu รีบเดินตรงไปหา Ken เพื่อจะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรับรู้อย่างไม่รอช้า...
“Ken-Chan !!…Hyde หนีไปแล้วนะ...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...” Tetsu ร้องบอกขึ้นมาทันทีที่เดินมาถึงห้องพักอีกห้องที่สมาชิกทั้งหมดที่เหลือของทั้งสองวงมารวมตัวกันอยู่...สิ่งที่ได้ยินทำให้ Inoran ผุดลุกขึ้นยืนทันที...เมื่อคิดไปว่าเพื่อนเขาอาจทำเรื่องงี่เง่าอะไรลงไปอีกแล้วก็ได้...ร่างบางรีบรุดออกจากห้องรับแขกนั้นอย่างรวดเร็ว...เพื่อตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่เขาปล่อยให้ J กับ Hyde อยู่ด้วยกันตามลำพัง...
... แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้าไปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผมทองก็สวนออกมาก่อนด้วยท่าทางเร่งรีบ...
“ J จะไปไหน ?!! “ Inoran ร้องถามขึ้นมาทันทีเมื่อเพื่อนทำท่าว่าจะไม่หยุดเอ่ยปากเล่าเรื่องราวใดแม้แต่น้อย
“ธุระสำคัญ !!” J ตะโกนตอบกลับมาโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้าเพื่อนด้วยซ้ำ...ก่อนจะนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ J เดินกลับมาหาเพื่อนร่างบางของตนอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้าทันที
“ขอกุญแจรถหน่อย” J เอ่ยเสียงเรียบพยายามอย่างมากที่จะสะกดกลั้นความตื่นเต้น ดีใจ และความรู้สึกพลุ่งพล่านที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของ Hyde เมื่อกี้...ถ้าเขาตีความหมายไม่ผิด...ตลอดเวลา Hyde ยังไม่ลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา...และถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป...เขาออกจะมั่นใจว่า Hyde ยังมีความรักให้เขาอยู่เต็มหัวใจ...
“เร็ว Ino !!” J เอ่ยปากเร่งเมื่อเพื่อนรักเอาแต่มองหน้าเขาไม่ยอมละสายตา... และในแววตานั้นมีแต่เครื่องหมายคำถามและความสงสัยว่าเมื่อกี้ภายในห้องนั้นเกิดเรื่องราวใดขึ้นมากันแน่...นี่ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้เขาติดรถเพื่อนมา...เขาคงจะตาม Hyde ไปได้เร็วกว่านี้...
...ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่..แต่ Inoran ก็ยอมที่ยื่นกุญแจรถไปให้...ก่อนจะชักกลับอย่างรวดเร็วในวินาทีที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือมาเอามันไป...
“หวังว่าเรื่องที่นายกำลังจะไปทำ...ไม่ใช่เป็นการไปทำร้ายจิตใจของ Hyde อีกนะ...” Inoran เอ่ยปากเตือนเสียงเรียบพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในแววตาของชายหนุ่มอย่างต้องการคำตอบ
“ถ้านายยังไม่ให้กุญแจรถนี่...มันก็ไม่แน่..เหมือนกัน” J ตอบกลับอย่างยียวนพร้อมรอยยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกว่าตนเองเสียเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไ
ปแล้ว...แต่สิ่งที่สื่อออกไปจากแววตาให้เพื่อนรักได้รับรู้คือ... ...เขาจะไม่ยอมให้มันผิดพลาดอีกแล้ว...
ร่างบางอมยิ้มตอบกลับไปเล็กน้อยพร้อมกับยื่นกุญแจรถในมือกลับไปให้...แม้ไม่ต้องเอ่ยคำพูดอธิบายออกมายืดยาวแต่เขาก็เข้าใจว่า J กำลังจะทำในสิ่งที่หัวใจตัวเองต้องการจริง ๆ สักที...ชายหนุ่มผมทองรับกุญแจมาพร้อมกับหันหลังออกเดินไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย !! เดี๋ยว...แล้วฉันจะกลับยังไงล่ะ !! “ Inoran ตะโกนถามกลับไปอย่างกวน ๆ เพียงแค่จะแกล้งแหย่ J เล่น ๆ เท่านั้น
“ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขับรถไม่เป็นรึไง?” J ตะโกนตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี...เมื่อในที่สุดคำตอบที่ค้างคาใจว่า Hyde รู้สึกยังไง ? คล้ายกับจะได้คำตอบออกมาจากปากร่างเล็กแล้วเมื่อกี้...
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
เสียงเปิดและปิดประตูดังโครมครามพร้อมกับร่างเล็กบางที่วิ่งขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสองอย่างรวดเร็ว...ทิ้งให้เจ้าเหมียวขนทองเงยหน้ามองตามร่างของเจ้านายร่างเล็ก ๆ ไปอย่างงุนงง...ก่อนจะหันกลับไปเลียขนตัวเองต่อไปโดยไม่ได้สนใจท่าทางของเจ้านายมันมากนัก
Hyde หอบหายใจอย่างหนักหน่วง...ความรู้สึกตื่นเต้นตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังไม่จางหายไป... ร่างเล็กยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาแนบที่อกด้านซ้ายของตัวเองหัวใจเต้นผิดจังหวะมาตั้งแต่โดน J สวมกอดและมอบจุมพิตเร่าร้อนให้อีกครั้ง...ปลายนิ้วเรียวเล็กยกขึ้นปาดคราบน้ำตาออกจากหางตาช้า ๆ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มอย่างอ่อนล้า..
....ถ้าไม่ต้องรักใครสักคน...เขาคงจะไม่ต้องทรมานอย่างนี้...
Hyde พลิกกายนอนตะแคงพลางโอบกอดตัวเองเอาไว้แนบแน่น...ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มโอบกอดยังติดอยู่ไม่จางหาย...ร่างเล็กนึกโกรธตัวเองขึ้นมาทันที...พอโดน J มอบสัมผัสเร่าร้อนให้เขากลับไม่อาจปฏิเสธมันได้...คล้ายดั่งว่าเขารอคอยมันมาตลอดเวลา...ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งครึ่งปีเขาคิดว่าเขาลืมมันได้แล้วแท้ ๆ แต่พอได้สัมผัสมันอีกครั้งทำให้ตัวเองแน่ใจขึ้นมาทันทีว่าไม่เคยลืมมันได้เลยสักวัน
...ติ๊งง...ต่อง...
เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน...ทำให้ Hyde สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองทันที...รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่มีใครมาเยือนในเวลาแบบนี้...ก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงมาช้า ๆ
...ติ๊งง...ต่อง... ...ติ๊งง...ต่อง... ...ติ๊งง...ต่อง...
เสียงรัวกริ่งหน้าประตูบ้านดังเร่งเร้าติดต่อกันมาจนร่างเล็กต้องนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจเพราะท่าทางคนที่มายืนกดกริ่งต้องมีธุระสำคัญมาก ๆ Hyde ค่อย ๆ แนบสายตาลงมองทางช่องที่ติดไว้กับประตู...ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ...เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่มารัวกดกริ่งอย่างไม่มีมารยาทเป็นใคร...ร่างเล็กถอยห่างออกมาจากบานประตูอย่างตกตะลึง...
...ทำไม ? ถึงต้องตามมา....ทั้ง ๆ ที่ฉันยังไม่อยากเผชิญหน้ากับนาย....
“Hyde !! เฮ้...ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างใน...ได้โปรด...เปิดประตู...” J เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงวิงวอน...เรื่องราวที่ผ่านมาเขาจะยอมรับว่าเป็นความผิดของเขาทั้งหมดก็ได้...แต่เพียงขอโอกาสให้ได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง
“กลับไป !! ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย” Hyde ตะโกนเสียงแข็งกลับไป...ยิ่งนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาได้รับตั้งแต่แรกเริ่ม...มันเจ็บปวดทรมานจนเขาไม่คิดจะให้อภัยชายหนุ่มได้ง่าย ๆ เหมือนหลายครั้งที่เขาเคยให้อภัยกับการกระทำของ J มาตลอด
“Hyde ได้โปรด !!” J เอ่ยปากขอร้องออกมาอีกครั้ง...อย่างน้อยก็ยังดีใจที่ Hyde ยอมตอบกลับมา...แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่พยายามอ้อนวอนจะส่งไปไม่ถึง...เมื่อด้านหลังบานประตูไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่มีแม้เสียงตอบกลับมาและไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมาเปิดประตู...J กัดริมฝีปากอย่างร้อนใจเพราะท่าทางเรื่องราวมันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
“Hyde ถ้านายไม่ยอมเปิด...ฉันก็จะรออยู่อย่างนี้...เหมือนกับคืนที่นายไปรอฉัน !! “ J ตะโกนกลับเข้าไปเพื่อให้คนภายในได้รับรู้ว่าเขาจะรออยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน...ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ยอมเปิดเขาก็จะรอมันต่อไป...ชายหนุ่มผมทองหันหลังพิงบานประตูก่อนจะทรุดนั่งลงช้า ๆ ตั้งใจแน่นอนว่าจะรอคอยอยู่ตรงนี้จนกว่า Hyde จะยอมเปิดประตูออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง
...ภายในคนที่อยู่ด้านหลังประตูเองก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน...Hyde หลับตากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะปล่อยให้น้ำตาหลั่งรินลงมาช้า ๆ เมื่อความสับสนยังก่อเกิดขึ้นในหัวใจ....ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะไม่ยอมให้อภัยในสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำง่าย ๆ แต่ทำไม ? เขาถึงไม่กล้าที่จะผละออกห่างจากบานประตูที่ภายนอกมีใครบางคนรออยู่...
...ร่างเล็กค่อย ๆ แนบหูลงกับบานประตูช้า ๆ เพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหวจากภายนอก...เสียงชายหนุ่มขยับกายเบา ๆ เป็นสัญญาณว่า J ยังคงอยู่ข้างนอกแน่นอน Hyde หันหลังพิงประตูพร้อมกับทรุดกายลงนั่งช้า ๆ แผ่นหลังของคนทั้งสองหันชนกัน...ระยะห่างของคนสองคนมีเพียงแค่บานประตูที่กางกั้น...ทั้ง ๆ ที่ใกล้กันจนง่ายที่จะเอื้อมมือคว้ากันและกันเอาไว้...
...แต่ทำไมกลับยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าอยู่ห่างกันคนละซีกโลก...เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่อาจเข้าถึงหัวใจของฝ่ายตรงข้ามได้..
...เวลาผ่านไปจากนาทีเป็นชั่วโมง...อากาศภายนอกยามค่ำคืนของฤดูหนาวดูจะเลวร้ายลงทุกทีสำหรับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ภายนอก...J กระชับเสื้อโค้ชตัวยาวเข้าหาตัวพร้อมกับโอบกอดตัวเองเอาไว้แนบแน่น.... ความหนาวเย็นที่ร่างเล็กเคยได้สัมผัสเมื่อวันที่ไปรอคอยเขาวันนั้นความรู้สึกมันคงไม
่ต่างกัน.... เสียงการเคลื่อนไหวเพียงแผ่วเบาจากด้านนอกเรียกให้ร่างเล็กที่ฝุบหน้านิ่งอยู่กับเข่าของตัวเองต้องสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปทางนาฬิกาติดผนังที่แสดงเวลาว่าล่วงเข้าวันใหม่ไปแล้ว 2 ชม. ... แต่คนที่อยู่ภายนอกก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจากไปและคนที่อยู่ภายในก็ไม่ยอมเคลื่อนไหวเช่นกัน....ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเหตุผลที่ Hyde จะต้องมานั่งทรมานอยู่ตรงนี้แต่ร่างเล็กกลับไม่ยอมที่จะลุกออกไป... ความอบอุ่นจากแผ่นหลังของชายหนุ่มราวกับจะถ่ายทอดผ่านทะลุบานประตูเข้ามาจนเขาไม่อยากที่จะออกห่างจากมันแต่ก็ไม่กล้าที่จะเปิดรับความอบอุ่นนั้นให้กลับเข้ามา
...เขาคงขี้ขลาดเกินไป...กลัวว่าถ้าวันใดความอบอุ่นนั้นหนีหายไปอีกครั้ง...เขาคงทนรับมันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 68- 68 -
...ระหว่างที่นั่งคุยกันพร้อมกับการดื่มกินเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อรอคอยสมาชิกของ Luna Sea อีกคนที่ยังไม่มา... ชายหนุ่มผมทองก็เดินถือแก้วเหล้าไปหยุดยืนมองตรงบริเวณประตูกระจกใสที่สามารถมองออกไปเห็นสวนด้านหลังภายนอกได้... ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองร่างเล็กบางที่นั่งโดดเดี่ยวเพียงลำพังอยู่ที่นั่นตลอดเวลาตั้งแต่รู้ว่าเขามาเหยียบที่บ้านหลังนี้
...ตอนนั้นนายหนีฉัน...แล้วนายก็มารอฉัน...แต่พอมาตอนนี้นายก็หนีฉันอีกแล้ว... Hyde นายต้องการอะไรกันแน่ ? ...
ภาพเงาร่างเพรียวบางของใครบางคนที่เดินเข้าไปหาร่างเล็กที่นั่งอยู่เพียงลำพัง...เรียกความคิดของชายหนุ่มให้หันกลับมาจดจ่ออยู่ที่งานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้น...อาหารทุกอย่างถูกนำมาจัดวางอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว...โดยไม่ได้รอสมาชิกอีกคนที่ยังไม่มา..ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็เห็นว่า Ryuichi ผิดเวลานัดมากแล้ว...แล้วท่าทางเจ้าพวกนี้ก็คงไม่คิดจะรอ... J เดินผละไปร่วมโต๊ะอาหารเมื่อ Inoran ส่งเสียงเรียกพร้อมกับกวักมือให้เดินไปที่โต๊ะ
...ชายหนุ่มผมทองทรุดกายลงนั่งเคียงข้างเพื่อนรัก... โดยไม่สนใจว่าจะมีสายตาของใครบางคนจ้องอย่างหงุดหงิดเมื่อโดนแย่งที่นั่งเพราะข้างกาย Inoran อีกด้านก็มี Shinya นั่งอยู่ก่อนแล้ว...Ken จึงได้แต่รีบเดินไปทรุดนั่งตรงข้ามร่างบางแทน...เสียงพูดคุยอย่างสนิทสนมเงียบลงเมื่อร่างของคนสองคนปรากฏตัวขึ้นมาบริเวณโต๊ะอาหาร...หนึ่งในนั้นเป็น Tetsu ที่ออกไปตามใครบางคนที่หนีออกไปนั่งอยู่ที่สวนตั้งแต่ J เข้ามา....
ชายหนุ่มผมทองหันไปมองตามร่างเล็กบางที่กำลังก้าวเดินเข้ามานั่งช้า ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะละสายตา แต่กลับเป็น Hyde เองที่ไม่ยอมมองสบตากับอีกฝ่าย...ร่างเล็กทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง Tetsu เจ้าของบ้านโดยเว้นระยะห่างจากชายหนุ่มผมทองพอสมควร...ดวงตากลมโตคู่นั้นยังไม่ยอมเหลือบมอง J แม้แต่แวบเดียว...คล้ายดั่งจะพยายามทำเหมือนชายหนุ่มผมทองไม่ได้นั่งอยู่ในที่นี้ด้วย การกระทำของร่างเล็กทำให้ชายหนุ่มทั้งเจ็บปวดและหงุดหงิดกับท่าทางการแสดงออกของอีกฝ่าย...จนเกือบจะเป็นตัวเขาเองที่ทนกับท่าทางนั้นไม่ไหว...อยากจะลุกออกไปจากที่ตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด...แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะให้โอกาสตัวเองอีกสักครั้ง...ถ้าโอกาสนั้นยังมี J เบือนสายตาออกมาจากร่างเล็กที่เขาจ้องมองอยู่นาน...หันมาสนใจกับการสนทนาตรงหน้ามากขึ้น...
ถึงแม้สมาชิกทั้งสองวงจะไม่เคยได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการ...แต่ก็ไม่อาจดูถูกฝีมือหรืองานที่ออกมาของแต่ละฝ่ายได้...หัวข้อเรื่องการทำงานจึงเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากที่สุด... และเรื่องการทำงานของเขาที่อเมริกาก็ท่าทางจะได้รับความสนใจจากทั้งเพื่อนตัวเองแล้วก็เพื่อนใหม่ไม่น้อย...J เล่าเรื่องการทำงานในต่างแดนให้ฟังอย่างละเอียด...ทั้งเทคนิคการทำงานที่ต่างไปจากพวกเขาเคยทำ... รวมถึงเรื่องส่วนตัวกับการไปใช้ชีวิตที่นั่นที่แทบไม่เคยมีใครได้รับรู้ว่าระหว่างนั้นชายหนุ่มไปทำอะไรมาบ้าง ? โดยมีใครบางคนแอบฟังอยู่ด้วยอย่างตั้งใจ...ตั้งแต่รู้ข่าวว่า J ไปทำงานเดี่ยวที่อเมริกา...ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่เขาก็อยากรู้มาตลอดว่า J ไปทำอะไรอยู่ที่นั่นบ้าง...ใช้ชีวิตยังไง ? ทำงานกับใคร ? แล้ว J มีความสุขรึเปล่าที่อยู่ที่นั่น ? ...ความแปลกใหม่ในการใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิมทั้งภาษาและการดำเนินชีวิต....ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสนุกสนาน..
..โดยไม่มีการเอ่ยถึงสาเหตุที่ชายหนุ่มตัดสินใจเดินทางไปทำงานไกล ๆ J เล่าเรื่องเพื่อนใหม่ของเขาที่ชื่อ Duff พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ...เมื่อนึกถึงวีรกรรมที่ผ่าน ๆ มาด้วยกัน.... เสียงหัวเราะเกิดขึ้นในโต๊ะอาหารเป็นระยะ ๆ อย่างสนุกสนานโดยที่ใครบางคนที่ตั้งใจจะวางท่านิ่งเฉยไม่สนใจกับความเป็นไปของอีกฝ่าย...แอบหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังเรื่องขำ ๆ ที่ J เป็นคนเล่าว่าเกิดกับตัวเอง..
..Tetsu ที่นั่งอยู่เคียงข้างเหล่มองพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นว่า Hyde เผลอตอบสนองความสนุกสนานนั้นโดยไม่รู้ตัว...และถ้าเขาเดาไม่ผิดเจ้าตัวเล็กคงจะเริ่มเปิดใจขึ้นมาช้า ๆ แต่เมื่อ Hyde รู้ตัวว่าถูกเพื่อนตัวเองจับผิดได้...เจ้าตัวเล็กก็หันกลับไปตีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมอีกครั้ง....จน Tetsu ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องแอบถอนหายใจและส่ายหัวไปมาช้า ๆ ในความดื้อรั้นของเจ้าตัวเล็ก
....ระหว่างที่นั่งกินอาหารและพูดคุยกันอย่างออกรส...เสียงกดกริ่งที่หน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา...จนทำให้เจ้าของบ้านอดที่จะแปลกใจไม่ได้...ว่าใครกันที่มาเยือนในเวลานี้...แต่ยังไม่ทันได้ขยับลุกขึ้นยืนเสียงมือกลองร่างท้วมก็ดังขึ้นมาขัดเอาไว้ก่อน
“สงสัยเจ้า Ryuichi คงจะมาแล้วล่ะมั้ง ? เดี๋ยวฉันออกไปดูเอง “ Shinya เอ่ยปากอาสาพร้อมกับผุดลุกขึ้นจากโต๊ะตรงไปยังประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว....
Tetsu พยักหน้ารับรู้พลางกวาดตามองไปบนโต๊ะอาหารอีกครั้ง...เครื่องดื่มของแต่ละคนแทบจะไม่มีเหลือติดแล้ว...จะยกเว้นก็ของคู่กรณีทั้งคู่ที่แทบจะไม่แตะ...Tetsu จึงขยับลุกขึ้นจากโต๊ะอีกครั้งจนได้เพื่อไปหาเครื่องดื่มมาเพิ่ม...
“เดี๋ยวมา...” Tetsu หันไปบอกเจ้าตัวเล็กข้าง ๆ ที่ทำท่าจะขยับลุกขึ้นตามพร้อมกับกดบ่าเล็ก ๆ นั้นให้กลับนั่งลงเช่นเดิมก่อนจะรีบเดินออกจากห้องอาหารไป...เสียงพูดคุยดังแว่ว ๆ มาให้ได้ยินจากหน้าบ้านไม่ได้ทำให้ Tetsu ใส่ใจอะไรมากนักเพราะแน่ใจแล้วเช่นกันว่าคงเป็นสมาชิกที่เหลืออีกคนของ Luna Sea...สองมือจึงขยับเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่หยิบเครื่องดื่มที่เตรียมเอาไว้ออกมา...
“หายากเป็นบ้า..ฉันไปวนรถอยู่ตั้งหลายรอบ...รถก็ติด...ทางเข้าก็แคบ...”
“เดี๋ยว...ไอ้ริวหยุดเลย...จะบ่นก็เบา ๆ...แล้วรองเท้าน่ะกรุณาถอดด้วย...นี่มันในบ้านน่ะเฟ้ย...” Shinya ล็อคคอเพื่อนที่ทำท่าจะเหยียบเข้าไปทั้งรองเท้าครบชุดเอาไว้ทันที...
“เออ ๆ โทษที..ว่าแต่..นี่มันแค่ตรงระเบียงนะ...ต้องถอดตั้งแต่นี่เลยเหรอ...ทำไมไม่ให้ถอดไว้หน้าประตูบ้านโน่นซะเลยวะเนี่ย...” Ryuichi บ่นออกมาเบา ๆ เพราะยังหงุดหงิดไม่หายกับเวลาที่ต้องไปนั่งแกร่วอยู่บนรถเป็นชั่วโมง...กำลังก้มลงถอดรองเท้าก็ต้องแปลกใจที่เพื่อนร่างท้วมยืนสะกิดอยู่ไม่ได้หยุด...
“อะไร...มีอะไรก็พูดมาสิ...หรือว่าเขากำหนดว่าต้องก้าวขาไหนเข้าบ้านก่อน...ถ้างั้นก็รีบบอกมาเลยหิวจะตายอยู่แล้ว..” Ryuichi ประชดออกมาอีก...
“ขอโทษด้วย...ที่ทำให้ต้องลำบาก...”
เสียงบุคคลที่สามที่ดังแทรกขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่เมื่อครู่หันขวับไปมองในทิศทางเดียวกับที่เพื่อนร่างท้วมยืนมองอยู่ก่อนแล้วอย่างรวดเร็ว...พอหันมามองหน้าเพื่อนอีกทีก็เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าเพื่อนสะกิดเรียกตนเองทำไม...
“เอ่อ...Tetsu ออกมาเอาเบียร์ไปเพิ่มเหรอ...มาให้ฉันช่วยยกนะ..” Shinya รีบคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดด้วยการเดินเข้าไปช่วยขนเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายจัดไว้ในตะกร้าเรียบร้อยแล้วขึ้นมาถือเอาไว้ทันที..
“เอ่อ...เข้าไปข้างในกันเถอะ Tetsu...” Shinya เอ่ยชวนเสียงอ่อน... รอจนกระทั่งฝ่ายนั้นเดินนำกลับเข้าไปในห้องอาหารแล้วจึงหันขวับมาโวยใส่เพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่อย่างอดไม่ได้...
“ปาก...จะพาเพื่อนซวยแล้ว..เรามาที่นี่เพื่อช่วย J นายลืมแล้วรึไง...นี่จะมามีเรื่องกับเจ้าของบ้านเขาอีก...รีบมาช่วยฉันยกเลยมา...”
“ก็พูดไปอย่างนั้น...” นักร้องนำวง Luna Sea บ่นแก้ตัวออกมาเบา ๆ.. ก่อนจะรีบเดินเข้าไปช่วยเพื่อนขนเครื่องดื่มตามเข้าไปสมทบในห้องอาหารด้วยความรู้สึกไม่สนุกตั้งแต่แรกเริ่ม...
“อ้าว...Te-chan ทำไมมาตัวเปล่าล่ะ...” Ken หันมาเอ่ยถามเพื่อนอย่างงง ๆ เพราะเห็นว่าจะออกไปเอาเครื่องดื่ม....
“แล้วดูทำหน้า...เป็นอะไรรึเปล่า..” Yukky ถามตามมาอีกคนด้วยความแปลกใจ...สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองหัวหน้าวง L’Arc ด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรกันขึ้น...
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก...พอดี Shinya เข้ามาช่วยยกแล้ว..เดี๋ยวคงเข้ามา...” Tetsu บอกปัดไปเพราะไม่อยากทำให้เป็นเรื่อง...ทุกคนในที่นั้นพยักหน้ารับรู้...อึดใจต่อมาเสียงการเคลื่อนไหวของคนสองคนก็ตามเข้ามาภายในห้องอาหาร...
.. เสียงทักทายผู้มาใหม่ดังขึ้นอยู่สักพักจนกระทั่งฝ่ายนั้นทรุดกายลงนั่งลงโดยยังคงชำเลืองมองเจ้าของบ้านที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...
“คนมาช่วยขนเลยไม่พอใจ...อยู่เฉย ๆ ไม่เป็นรึไงนาย..” Ken แซวขึ้นอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นเช่นกันว่าเพื่อนนั่งนิ่งพูดไม่จา...แล้วท่าทางนั้นก็เริ่มทำให้เจ้าตัวเล็กข้าง ๆ ร้อนรน...
“เออ...พูดถึงอยู่เฉย ๆ..เลยนึกขึ้นมาได้..นายก็ไม่ควรอยู่เฉยนะ...คืนนี้เอาเพลงไปใส่ Intro มาอีกสามเพลงแล้วกัน...” Tetsu โยนระเบิดใส่เพื่อนหน้าแมวเพื่อให้หุบปากอย่างรวดเร็ว..ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับเพื่อนอีกสองคนที่มองมาด้วยความเป็นห่วง...
“อ้าว...ไหงงั้นล่ะ...อะไรว๊า...”
“สมน้ำหน้า..” เสียงเรียบ ๆ ที่เอ่ยขึ้นจากคนที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรออกมามากนักพร้อม ๆ กับเสียงโอดครวญของเจ้าเหมียวเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนบนโต๊ะอาหารนั้นได้อีกครั้ง...ไม่เว้นแม้แต่ Hyde... ใบหน้ายิ้มแย้มที่เห็นทำให้ชายหนุ่มผมทองที่มองดูอยู่ตลอดอดยิ้มออกมาด้วยความยินดีไม่ได้...แม้เสียงหัวเราะนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเขาเองก็ตาม...
“มาฉันช่วยล้าง Te-chan...” Yukky วางจานที่ลำเลียงมาจากโต๊ะอาหารลงใกล้ ๆ กับอ่างล้างจานก่อนจะจัดการดึงแขนเสื้อยืดแขนยาวที่สวมอยู่ไปเพื่อความสะดวก... Tetsu หันมายิ้มให้ก่อนจะส่งจานที่ล้างแล้วให้เพื่อนต่อ..
“นายล้างน้ำสะอาดก็แล้วกัน...”
“วันนี้ป้า Nabu ไม่มาเหรอ..” Yukky เอ่ยถามถึงหญิงสูงวัยข้างบ้านที่ชอบมาเยี่ยมเยียนเพื่อนและช่วยทำความสะอาดบ้านให้บ่อย ๆ..ทั้งที่เพื่อนเขาก็จ้างคนมาดูแลอยู่แล้ว...แต่ป้า Nabu ก็ชอบจะมาช่วยหยิบจับทำนู่นทำนี่อย่างมีไมตรีอยู่ตลอดเวลา...
“ไม่สบาย...เข้าโรงพยาบาลไปเมื่อสองวันก่อน...มะรืนนี้ถึงจะกลับมาพักที่บ้าน...” เสียงเศร้า ๆ ตอบกลับมา... Yukky ล้างทำความสะอาดมือเมื่อจานใบสุดท้ายถูกล้างเสร็จเรียบร้อย...หลังจากซับมือกับผ้าขนหนูเนื้อนุ่มแล้วจึงยกมือขึ้นลูบหัวเพื่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน...
“ไม่เป็นไนหรอกน่า...ไปนอนโรงพยาบาลก็ถือว่าได้พักผ่อนไปด้วยในตัว...ไม่ต้องห่วง..เดี๋ยวพวกฉันจะช่วยทำความสะอาดบ้านทุกซอกทุกมุมจนป้าไม่มีอะไรต้องแตะอีกเลย...ดีมั้ย...จะเช็ดระเบียงไปจนถึงที่จอดรถด้วยเลย...” Yukky บอกเพื่อนพลางหัวเราะเพื่อให้เพื่อนคลายกังวล...
“ให้มันจริงนะว้อย...555”
เสียงหัวเราะฝืนทำให้ร่าเริงที่ดังแว่วมาจากในครัวยิ่งทำให้ชายหนุ่มที่ยืนหยุดนิ่งฟังการสนทนาอยู่ด้านนอกยิ่งรู้สึกผิดจนบอกไม่ถูก... เมื่อรู้แล้วว่าทำไมเจ้าของบ้านหลังนี้ถึงได้จุกจิกจู้จี้ไปทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการรักษาความสะอาดในบ้าน...
...หลังจากมื้ออาหารจบลง..สมาชิกหลาย ๆ คนของทั้งสองวงก็มานั่งพักผ่อนรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น.. Shinya กับ Sugi นั่งคุยกันพลางดูโทรทัศน์ไปพลางอย่างเพลิดเพลิน...ในขณะที่ Ken กับ Inoran ก็นั่งคุยปรึกษากันเรื่องที่จะหาทางช่วยเพื่อน...ตั้งแต่มาถึงที่นี่แผนการที่วางไว้ก็สำเร็จแค่นำคนสองคนมาอยู่ในบ้านเดียวกันได้..แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่น้อย...
เสียงถอนใจออกมาพร้อมกันเบา ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ... เมื่อสายตาของทั้งคู่มองสลับกันไปมาระหว่างร่างเล็กที่นั่งแยกตัวหลบมุมอยู่ที่โซฟาใกล้กับระเบียงด้านนอก...และชายหนุ่มผมทองที่นั่งเอนกายสูบบุหรี่อยู่ที่โซฟากลางห้องด้วยท่าทางเหม่อลอย...
“ปล่อยไว้อย่างนี้...ต่อให้จัดเลี้ยงอีก 10 งานก็คงไม่ได้เรื่องแน่...” Ken เปรยออกมาอย่างเซ็ง ๆ...
“เฮ้อ...ตีหัวแล้วจับไปขังไว้ด้วยกันเลยดีมั้ย..” Ino บ่นออกมาอย่างนึกสนุก...ก่อนจะสะกิดเรียกชายหนุ่มหน้าแมวที่นั่งอยู่ข้างตัวเมื่อพอจะคิดหาวิธีออกแล้ว...
“ออกไปข้างนอกกัน...ปล่อยสองคนนั่นไว้...”
Ken เลิกคิ้วขึ้นมองก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย...แล้วทั้งคู่ก็ส่งสัญญาณบอก Sugi และ Shinya ที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันนัก...ทั้งสองคนก็เข้าใจได้ไม่ยากพร้อมกับเริ่มลุกเดินเลี่ยงออกจากห้องไปเงียบ ๆ..
J เหลียวมองเพื่อนแต่ละคนที่ทำท่าย่องออกไปอย่างแปลกใจ...ก่อนจะไปสะดุดกับสายตาของเพื่อนรักที่มองมาอย่างขวาง ๆ..พร้อมกับออกจากห้องไปเป็นคนสุดท้าย..ดวงตาเรียวรีเหลียวมองไปรอบ ๆ ห้อง...จึงได้เห็นว่าเวลานี้มีเพียงตนเองกับ Hyde ที่นั่งหันหลังไม่รู้เรื่องอยู่ที่มุมห้องเพียงสองคนเท่านั้น...
..เสียงถอนใจออกมาเบา ๆ เมื่อพอจะเข้าใจแล้วว่าพวกนั้นกำลังเล่นอะไรกัน...
...ดินสอในมือถูกหมุนเล่นไปมาอีกครั้ง...ภายในหัวสมองว่างเปล่าจนไม่อาจคิดอะไรออก...Hyde ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอีกครั้ง...3 ทุ่มแล้ว...ถ้าเขาจะกลับตอนนี้ก็คงไม่มีใครจะมาว่าเขาหนีได้อีก... คิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็เริ่มเก็บของใช้ส่วนตัวใส่ลงกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวจะกลับทันที...ที่นั่งข้างกายยุบตัวลงเล็กน้อย...ร่างของใครคนหนึ่งปรากฏให้เห็นจากหางตา..
“สามทุ่มกว่าแล้ว...ฉันกลับเลยดีกว่า...” Hyde เอ่ยปากลาเพื่อนทันทีเพราะคิดว่าคงเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งที่กำลังจะเข้ามานั่งคุยด้วย..
“ขอคุยก่อนได้มั้ย...”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มเบานั้นดังอยู่ข้างกาย...ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง..
“ขอโทษ...ฉันจะรีบไป..” เสียงตอบกลับไปแผ่ว ๆ พร้อมกับทำท่าจะขยับลุกขึ้น...แต่แล้วก็ต้องกลับนั่งลงอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายยื่นแขนออกมาขวางเอาไว้...
“ครั้งสุดท้าย...”
Hyde หันกลับไปมองคนพูดอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินคำพูดนั้น...รู้สึกเหมือนร่างกายหมดเรี่ยวแรง...ครั้งสุดท้าย...อะไรครั้งสุดท้าย...
J มองสบตาฝ่ายนั้นนิ่ง...คำพูดที่ออกมาจากปากแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังตกใจที่ได้ฟัง...ภาพใบหน้าของร่างเล็กที่เผือดสีลงทำให้ชายหนุ่มเบาใจขึ้นอย่างประหลาด...อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังมีปฏิกิริยากับคำพูดของเขา...ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองใบหน้าของร่างเล็กตามติด...ดวงตากลมโตที่เหลียวมองไปรอบ ๆ ตัวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยที่เห็นว่าเวลานี้มีเพียงเขาสองคนที่อยู่ด้วยกันในห้องนั่งเล่น...ก่อนจะนั่งก้มหน้านิ่งไม่มีทั้งคำพูดและการเคลื่อนไหวใด ๆ...
“ฉันมีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจอยู่นิดหน่อย...ถ้านายตอบคำถามฉันได้...ฉันจะไม่มารบกวนนายอีก...” J หยุดคำพูดของตนเองลงเพื่อมองดูอีกฝ่าย...ก่อนจะพูดต่อไปด้วยเสียงเน้นหนัก...
“คืนอีฟ...นายไปหาฉันที่ห้อง...ทำไม...”
TBC. 1月27日 Love Punish 67- 67 -
~~~ สตูดิโอ L’Arc ~~~ “หวัดดีทุกคน...” เสียงทักทายอย่างร่าเริงเรียกให้มือกลองร่างผอมกับหัวหน้าวงร่างเพรียวบางหันไปมองเป็นตาเดียวกัน..เจ้าเหมียวมือกีตาร์ประจำวงยิ้มร่าเข้ามาอย่างอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้..ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเมื่อคืนคงมีเรื่องดี ๆ...
“มองทางเห็นป่าววะ...ยิ้มซะตาหายไปแล้ว...” Tetsu เบรคเข้าให้เป็นคนแรก..
“นั่นสิ...อารมณ์ดีแบบนี้รีบมาแก้เพลงเลยดีกว่า Ken-chan.. ค้างอยู่ตั้งหลายท่อน...” Yukky รีบโยนงานที่วุ่นอยู่แต่เช้าให้เพื่อนที่มาใหม่ทันที...เล่นเอารอยยิ้มชักจะหายไปทีละตี๊ด...
“เดี๋ยว ๆ..ขอประชุมอะไรบางอย่างก่อน...” Ken โบกมือให้เพื่อนสองคนก่อนจะหันไปวางของใช้ส่วนตัวที่หอบหิ้วมาไว้บนโต๊ะ...ทั้ง Tetsu ทั้ง Yukky ต่างมองหน้ากันงง ๆ ก่อนจะพากันหันหน้ามามองเจ้าเหมียวที่กำลังลากเก้าอี้ที่อยู่มุมห้องมาตั้งอยู่ตรงหน
้าคนทั้งคู่พร้อมกับหย่อนกายลงนั่งอย่างเร่งรีบ...
“Hyde ยังไม่มาใช่มั้ย..” Ken ถามขึ้นเบา ๆ พลางเหลียวมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อความแน่ใจ... ท่าทางลึกลับจนเพื่อนอีกสองคนพลอยตื่นเต้นลดเสียงกระซิบกระซาบตอบโดยไม่จำเป็นสักนิด
..เพราะยังไงก็อยู่กันในห้องซ้อมส่วนตัวอยู่แล้ว...
“ยัง...เมื่อเช้าโทรไปตามยังนอนอยู่เลย...เห็นว่ามึน ๆ หัว..ฉันเลยบอกให้เข้ามาบ่าย ๆ ก็ได้..” Tetsu บอกกล่าวเสียงกระซิบให้เพื่อนวางใจ...
“แล้วมันเรื่องอะไรกันเนี่ย...ทำไมต้องกระซิบกระซาบด้วย..” Yukky กระซิบถามเพื่อนร่วมวงอีกสองคนอย่างงง ๆ
“ก็นั่นน่ะสิ...จะกระซิบทำไมอยู่กันแค่นี้..” Tetsu เพิ่งได้สติโวยออกมาเบา ๆ...
“เอาน่า..ช่างมันเถอะเรื่องนั้น...เข้าเรื่องเลยดีกว่า...” Ken บอกปัดเบา ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืนให้เพื่อนอีกสองคนได้รับรู้อย่างละเอียด...
ในเมื่อแผนที่เขากับ Ino ช่วยกันคิดขึ้น...ยังเกิดช่องโหว่..แถมสองคนนั่นก็ทั้งปากแข็งหัวรั้น...ทางเดียวก็ที่คิดได้ก็คือต้องอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนทุกคน...ในเมื่อเปิดโอกาสให้ทำความเข้าใจกันแล้วก็ไม่ทำกัน...ถึงตอนนี้ถ้าสองคนนั่นจะมาว่าเขายุ่ง...ก็ไม่สนแล้ว....
“เฮ้อ...นี่มันเกิดเรื่องมากมายอะไรขนาดนี้...” Tetsu เอ่ยออกมาเป็นคำแรกหลังจากฟังเรื่องที่เพื่อนเล่าจบ...
“นั่นสิ...มิน่า..ถามเรื่องไปเที่ยว..ดูไม่ค่อยอยากจะพูดถึง...” Yukky พึมพำออกมาบ้าง...
“ใช่...” Ken รับคำพร้อมกับถอนใจยาวออกมา... “ฉันกับ Ino ก็พลาดไปหน่อยที่ไม่โทรไปบอก J ก่อน..ไม่งั้น..”
“ไม่หรอก...ก็อย่างที่นายบอก Ino..เพราะหวังดีกับเพื่อน..บางทีมันก็พลาดกันได้...” Tetsu แย้งขึ้นเบา ๆ พลางตบบ่าอีกฝ่ายอย่างเข้าใจ...
ทั้งสามคนนั่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตนเองอยู่เช่นนั้น...นาน ๆ ครั้งจึงมีเสียงถามกันไปมาเบา ๆ จนในที่สุดหัวหน้าวงร่างบางก็ลองเสนอความคิดที่คิดเอาไว้ให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง...
“เรา...จัดงานเลี้ยงที่ไหนซักที่ดีมั้ย...แล้วก็...”
“ชวนสองคนนั้นมาเหรอ...คงไม่ยอมง่าย ๆ หรอก...” Yukky เปรยออกมา...
“ก็อย่าให้รู้สิ...อืม..เข้าท่านะ Te-chan.. บางทีได้เจอกันบ่อย ๆ..อะไร ๆ อาจจะดีขึ้น...ฉันจะลองคุยกับ Ino ดู..ว่าแต่ที่ไหนดีล่ะ...” Ken มองหน้าเพื่อนทั้งสองคนสลับกันไปมาเพื่อขอความเห็น...
“ไม่น่าจะเป็นที่สาธารณะนะฉันว่า...เกิดอะไรขึ้นเราจะควบคุมไม่ได้...ฉันหมายถึง..ถ้าสองคนนั่นเกิดทะเลาะกันขึ้นมา...” Yukky ว่า...
“งั้นก็ต้องห้องใครซักคน...เดี๋ยว.....อย่างนี้ก็แสดงว่าพวก Luna ก็ต้องยกโขยงมากันหมด...กี่คนเข้าไปแล้วนั่น..ห้องใครวะที่จะอัดเข้าไปหมด...” Tetsu บ่นพลางครุ่นคิดไปมา...ความเงียบผิดปกติที่ได้รับทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอีกสองคน..แล้วก็ได้เห็นว่าทั้ง Ken ทั้ง Yukky ต่างก็จ้องมาที่ตนด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ...
“นายพูดถูก...ห้องคงเล็กไป..” เจ้าเหมียวลงมือชงให้เพื่อนทันที...แล้ว Yukky ก็รีบตบ??อย่างรู้ใจ...
“ช่าย...เพราะงั้นบ้านของท่านหัวหน้าวงนี่แหละเหมาะที่สุด...”
“หา!!...แต่ว่า...”
“เอาน่า Te-chan..รับรองจะช่วยเก็บกวาดอย่างดี..จะให้ Ino กำชับพวกนั้นด้วยว่าห้ามทำเลอะเทอะนะ..ช่วยเจ้าตัวเล็กมันหน่อย...”
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ร้าน ### ~~~
“ตกลงตามนี้นะ...วันอาทิตย์มะรืนนี้...” Ino ย้ำกับเพื่อนร่วมวงอีก 3 คนที่นั่งล้อมวงดื่มอยู่ด้วยกัน... ทันทีที่ทุกคนตกปากรับคำเรียบร้อยชายหนุ่มผมทองที่ถูกเรียกออกมาสมทบเป็นคนท้ายสุดก็เดินเรื่อย ๆ เข้ามาในร้านพอดี...ทั้งสี่หนุ่มโบกไม้โบกมือเรียกเพื่อนก่อนจะส่งเสียงทักทายกันไปมาอย่างอารมณ์ดี...จนกระทั่งชายหนุ่มผมทองหย่อนกายลงนั่งพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ ตัว...ยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อคิดไปถึงบรรยากาศเก่า ๆ ระหว่างกัน...เมื่อก่อนมีความสุขจริง ๆ...
เรื่องพูดคุยมีผ่านเข้ามาไม่ขาด..เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว...พอ ๆ กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย..หลังจากเมาได้ที่..เรื่องที่นัดแนะพูดคุยกันเอาไว้ก็เริ่มขึ้น...
“J...วันอาทิตย์นี้ว่างรึป่าว...”
“หือ ? วันอาทิตย์นี้เหรอ ?” J ย้อนถามพลางสะบัดหัวครุ่นคิดถึงคิวงานต่าง ๆ ที่ต้องทำในช่วงนี้...
Inoran เริ่มขยับตัวอย่างกังวล...เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังไม่ตอบในทันทีและใช้เวลาคิดนาน...หากจำเป็นเขาอาจจะต้องบอกกับเพื่อนไปตามตรงว่าคิดจะทำอะไร...เพราะถ้างานนี้ J ไปไม่ได้เรื่องคงเหลวไม่เป็นท่าอีก
“คิดว่าว่างนะ...” เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจจากปากชายหนุ่ม Ino ก็ยิ้มออกมาได้ทันที
“ถ้าอย่างนั้นไปสังสรรค์กันมั้ย ?”
“สังสรรค์ ?” J ย้อนถามอย่างไม่เข้าใจก็ในเมื่อตอนนี้ที่พวกเขามานั่งดื่มกันอยู่นี่ไม่ได้เรียกว่าสังสรรค์กันหรอกเหรอ...
“ไม่ต้องคิดอะไรมาก...เอาเป็นว่ามีพวกเราแล้วก็มีคนอื่นด้วย...เป็นงานฉลองที่ทางนั้นมาชวนพวกเราไป...นายก็ว่างอยู่นี่ไปก็ไม่มีอะไรเสียหายใช่มั้ย ?” Ino รีบอธิบายกึ่งบังคับนิด ๆ เพราะงานนี้เขาต้องการให้ J ไปมากกว่าใคร...ดวงตาเรียวรีหรี่มองเพื่อนอย่างสงสัยแต่เมื่อคิดหาคำตอบอะไรไม่ได้ J จึงได้แต่ตอบตกลงตามที่ Inoran ต้องการ
<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
...ตกเย็นของวันอาทิตย์....
สมาชิกของ L’Arc มาพร้อมหน้ากันอยู่ที่บ้าน Tetsu เรียบร้อยแล้ว...รวมทั้งเจ้าตัวเล็กนักร้องนำ...คนที่สำคัญที่สุดในการจัดงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ด้วย Tetsu อ้างว่าอยากจะฉลองที่งานทำเพลงประกอบภาพยนตร์ประสบความสำเร็จด้วยดี...เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะอ้างว่ามาเลี้ยงฉลองเพื่ออะไร ?
... รออยู่ไม่นานเสียงรถยนต์คันแรกก็เคลื่อนเข้ามาจอดยังบริเวณหน้าบ้านของหัวหน้าวงร่างบาง... Ken รีบกุลีกุจอออกไปต้อนรับทันทีเพราะคิดไปว่าอาจเป็น Inoran ที่เดินทางมาถึงก่อนใคร.. แต่เมื่อเห็นว่าเป็นรถ BMW ชายหนุ่มหน้าแมวถึงกับออกอาการเซ็งเล็กน้อยเพราะมันเป็นรถของ Sugi ที่มาพร้อมกับ Shinya...
“มีใครมาอีกเหรอ ? “ Hyde เอ่ยปากถามขึ้นขณะกำลังอยู่ในครัวช่วยเจ้าของบ้านเตรียมอาหารที่จะใช้สำหรับงานเลี้ยงฉลอง...พลางขยับทำท่าจะออกไปดูจน Tetsu ต้องรีบคว้าแขนเอาไว้...
“ไม่ต้องออกไปหรอก..Ken-chan คงออกไปดูแล้วล่ะ...นายอยู่ช่วยฉันนี่แหละ.. รีบทำให้เสร็จ ๆ ดีกว่านะ “ Tetsu รีบเอ่ยปากเร่งเพื่อให้เพื่อนร่างเล็กละความสนใจจากผู้มาเยือนรายใหม่...ซึ่ง Hyde ก็ทำตามเมื่อคิดไปว่าอาจเป็นพวกสต๊าฟที่พวกเขาร่วมงานด้วย... โดยไม่ได้นึกเฉลียวใจว่าจะเป็นสมาชิกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องงานของตนเองแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องมองหาหรอก...Ino ยังไม่มา...มันไปรับ J “ Sugi เอ่ยปากขัดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเจ้าหนุ่มหน้าแมวชะเง้อคอมองหาใครบางคน
“พวกฉันมายืนหัวโด่อยู่นี่นายจะไม่ต้อนรับเลยรึไง ?” Shinya กัดเข้าให้ยิ้ม ๆ พอจะรู้ตัวอยู่ว่าพวกเขาเป็นตัวแถมของงานนี้เท่านั้นเลยอดงอน??ไม่ได้...
“ก็ต้อนรับทุกคนแหละ..ไปนั่งที่สวนก่อนแล้วกัน...ตอนนี้ Hyde คงกำลังอยู่ในครัว” Ken เอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับเดินนำไปยังสวนเล็ก ๆ ด้านหลัง..เพื่อให้ทั้งสองคนนี้พักผ่อนกันไปก่อนจนกว่า...คนสำคัญของงานอีกคนจะมา...Yukky ที่นั่งเล่นอยู่แถวนั้นลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้มาใหม่อีกสองคนอย่างยินดี...
“บ้านใคร ?” ชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ในรถสปอร์ตคันงามเอ่ยปากถามขึ้นทันทีที่...เพื่อนร่างบางของเขาขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง...
“บ้าน Tetsu” Inoran ตอบเสียงเรียบพลางปลดเข็มขัดนิรภัยออก...ขยับจะเปิดประตูรถลงไปแต่เสียงทักของเพื่อนก็เอ่ยมาดักไว้ก่อน
“หมายความว่าไง ?...ทำไมเป็นบ้าน Tetsu ก็หมอนั่นเป็น....” ชายหนุ่มค้างคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อพอจะเดาอะไรได้เลา ๆ แล้วว่าเพื่อนของเขาวางแผนอะไรเอาไว้
“พวกนายทำอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร ? มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา”
“ทำไมถึงคิดว่าไม่มีประโยชน์...เว้นแต่ว่านายต้องการให้มันจบอย่างนั้นจริง ๆ ถ้างั้นพวกเราก็กลับ” Inoran เอ่ยเรียบ ๆ ด้วยทีท่าไม่ใส่ใจพลางขยับจะสตาร์ทเครื่องรถแล้วออกตัวไปทันที... ถ้าไม่เพราะเสียงเพื่อนรักหัวทองที่นั่งนิ่งเงียบเหมือนจะขบคิดบางอย่างให้แตกเอ่ยเรียกออกมาอีกครั้ง...
“Ino...ถ้ามันยังไม่ได้เรื่อง...คราวนี้ฉันจะตัดใจจริง ๆ “ J เอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวเดินลงไป...เผชิญหน้ากับสิ่งที่หัวใจของเขากังวลมาตลอดสักที....ถ้าโอกาสยังมีเขาก็อยากจะลองพยายามดูอีกสักครั้ง...ก่อนที่จะสูญเสียหัวใจตัวเองไปจริง ๆ
คำตอบที่ได้รับเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากบางของ Inoran ได้ทันที...เมื่อในที่สุด..เพื่อนก็กล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ สักที
“Ino มาแล้วเหรอ ?” Ken ร้องถามอย่างยินดีพร้อมกับรีบออกมาต้อนรับ...หน้าตายิ้มแย้มจนชายหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้
“Ino นายพาฉันมา...นายก็พาฉันเข้าไป...จะมาทิ้งฉันเฉย ๆ ฉันไม่ยอมนะเว้ย !! “ J ว่าพลางโอบไหล่เพื่อนพาเดินเคียงข้างตนเองเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว...พร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างสะใจเล็ก ๆ ที่ได้แกล้งเจ้าเหมียว Ken เล่น...ก็ดันมาฉกเพื่อนรักของเขาที่คบกันมาตั้งครึ่งชีวิตไปตอนที่เขาไม่อยู่...คิด ๆ แล้วมันก็น่าเจ็บใจเล็ก ๆ ล่ะมั้ง ?
Inoran ได้มองหน้าเพื่อนงง ๆ แต่ก็ยอมโดนลากเข้ามาภายในแต่โดยดี...เสียงโวยวายที่ดังตามหลังมาติด ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่มผมทองได้อย่างขำขัน...
“Ken-chan ใครมา...โวยวายเสียงดังเข้าไปถึง....” ร่างเล็กบางที่ส่งเสียงบ่นพึมก้าวเท้าออกมาจากส่วนในของตัวบ้าน...ประโยคที่พูดยังไม่จบก็ต้องหยุดชะงักค้างอยู่เพียงนั้น...เมื่อเห็นอยู่ด้วยสองตาของตัวเองแล้วว่าผู้ที่มาเยือนเป็นใคร...ในขณะที่ฝ่ายผู้มาเยือนเองก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก..แม้จะรู้มาเมื่อครู่แล้วถึงจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้...แต่ทันทีที่ได้เห็นอีกฝ่ายจริง ๆ เขากลับนิ่งงันทำอะไรไม่ถูก...ลำแขนแกร่งที่โอบไหล่เพื่อนอยู่ค่อย ๆ ลดลงข้างตัวช้า ๆ...ความเงียบเคลื่อนเข้ามาแทนที่เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรออกมา
Tetsu ที่เดินตามหลังร่างเล็กออกมาจากในครัว...ได้แต่ยืนมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร...เช่นเดียวกับทั้ง Ken และ Inoran...
“เฮ้ !! J ...Ino มากันแล้วเหรอ” เสียงทักทายที่ดังขึ้นมากะทันหันจากมือกลองร่างท้วมที่เดินมาจากสวนหลังบ้าน...พร้อมกับ Sugi และ Yukky เรียกให้บรรยากาศเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ตรงนั้นเลือนหายไป...
Hyde หันไปมองเจ้าของเสียงอย่างรวดเร็ว..จึงรู้ว่าสมาชิกของ Luna Sea คงจะมากันครบทุกคน... เพราะฉะนั้นงานนี้คงไม่ใช่มาเลี้ยงฉลองที่งานประสบความสำเร็จอย่างที่เขาคิดในเมื่อคนที่มาร่วมงานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับงานที่เขาทำแม้แต่น้อย....
...แล้วทำไม ? เพื่อน ๆ ของเขาถึงยังหลอกให้เขามางานนี้...ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาต้องมาเผชิญหน้ากับใคร...
ร่างเล็กบางหันหลังกลับเข้าไปภายในครัวอย่างรวดเร็วไม่สนใจจะเอ่ยปากทักทายใคร...เมื่อเห็นอย่างนั้น Ken จึงรีบก้าวยาว ๆ ตามเข้าไปทันที โดยปล่อยให้หน้าที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนเป็นของเจ้าของบ้านไปโดยปริยาย
...ขณะที่เดินกลับเข้ามาสองมือของ Hyde ก็ปลดผ้ากันเปื้อนออกจากร่างตนเองอย่างรวดเร็ว...พร้อมกับหันไปฉวยเอาเสื้อโค้ชที่ถอดแขวนเอาไว้ที่ผนังติดมือมาด้วย...ตั้งใจว่าจะกลับทันทีโดยไม่คิดจะอยู่ร่วมงาน
“ไหนนายว่าไม่สนใจหมอนั่นแล้วไง ?” เสียงเรียบ ๆ คุ้นหูของ Ken เอ่ยมาดักการกระทำของร่างเล็กเอาไว้...จน Hyde ต้องหยุดชะงักลงหันขวับมามองเพื่อนหน้าแมวที่ยืนพิงผนังจ้องมองมาทางเขาโดยไม่ละสายตาอย่างไม่เชื่อหูก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปอย่างไม่ใส่ใจ..
“ฉันก็ไม่ได้สนใจนี่ !! “ Hyde ยังคงเถียงเสียงแข็ง...ทั้ง ๆ ที่หัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะแค่ไหนทุกครั้งที่เจอหน้าอีกฝ่ายแต่เขาก็ไม่กล้าจะยอมรั
บมัน “ถ้าอย่างนั้น...นายกำลังทำอะไร ? หนีกลับ ? เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับ J งั้นเหรอ ?” Ken ย้อนถามด้วยการตอกย้ำถึงสิ่งที่ Hyde กำลังจะทำ...ร่างเล็กได้แต่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเมื่อมันเป็นความจริง...ก็เขาไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับ J ....
“ทำไม Hyde ? นายจะหนีให้มันได้อะไรขึ้นมา ? ทั้ง ๆ ที่หมอนั่นกล้ามาเผชิญหน้ากับนาย...แต่นายกลับเอาแต่หนี...หรือว่าจริง ๆ นายยังเห็นว่าหมอนั่นสำคัญกับนาย....”
“ J ไม่ได้สำคัญกับฉันอีกต่อไปแล้ว !!! “ เสียงแข็งดังขัดขึ้นมาทันที...เมื่อเพื่อนกำลังจะพูดในสิ่งที่เขาพยายามเก็บกดมันเอาไว้...ความต้องการของหัวใจที่เขาปฏิเสธมันมาตลอด...
“ถ้างั้นก็ทำให้หมอนั่นรู้ไปเลย....รึว่านายไม่กล้า...เลยทำได้แค่เอาแต่หนี...ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ นายยัง....”
“ฉันจะอยู่ !!!...แค่นั้นก็พอแล้วใช่มั้ย ? “ Hyde ขัดขึ้นมาทันทีพร้อมกับหันมาจ้องมองใบหน้าของ Ken อย่างไม่พอใจเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกบีบคั้น...และถูกต้อนให้จนมุมจากเพื่อนของเขาเอง... ร่างเล็กเบือนสายตาหนีก่อนจะเดินเบียดไหล่ชายหนุ่มหน้าแมวออกไปยืนสงบสติอารมณ์อยู่ท
ี่สวนตามลำพัง …ภาพของเพื่อนที่หันหลังให้ตนและแววตาที่เหมือนกับว่าเขาไปกดดันอีกฝ่ายจนต้อง...ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ...ทำให้ Ken ต้องระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจ
...ไม่ใช่ว่า...อยากกดดันนาย....แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้...นายก็จะต้องหนีไปตลอดชีวิต...หนีแม้กระทั่งหัวใจตัวเอง...
“เป็นยังไงบ้าง ?” น้ำเสียงเรียบ ๆ ที่คุ้นหูดังมาจากเบื้องหลัง...เรียกให้ Ken หันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว...
“ท่าทางฉันจะโดนโกรธซะล่ะมั้ง ?...Hyde คงคิดว่าฉันหักหลัง...ที่ไปพาเพื่อนนายมาเจอกับเขา” Ken ตอบพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ เพราะเมื่อกี้เขาพูดจากดดันเจ้าตัวเล็กนั่นมากแค่ไหนตัวเขาเองรู้ดี...
“ถ้าทั้ง 2 คนคืนดีกันเมื่อไหร่ ? Hyde จะรู้เองว่านายทำไปเพื่อใคร ?” Inoran เอ่ยปลอบพร้อมรอยยิ้มพลางเอื้อมมือไปลูบบ่าชายหนุ่มเบา ๆ เพื่อปลอบใจ Ken หันมายิ้มตอบพลางจูงมือ Inoran เดินออกไปรวมกับกลุ่มกับเพื่อน ๆ ของเขาและเพื่อนของ Inoran ที่รวมกลุ่มกันอยู่...คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวเล็กสงบสติอารมณ์สักพัก
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. ว่างอัพ 2 ตอนเองอ่ะ แล้วจะมาลงให้ใหม่ทีหลังนะ Love Punish66- 66 -
...ติ๊ง..ต่อง...
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเรียกความสนใจของชายหนุ่มให้ละสายตาออกมาจากจอโทรทัศน์ที่เหม่อมองอยู่มาพักใหญ่...ก่อนจะค่อยขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูอย่างเชื่องช้า...
“ อ้าว.. Ino เข้ามาก่อนสิ....ทำไมมาหาดึก ๆ ดื่น ๆ” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยปากทักทายพร้อมกับเปิดประตูห้องออกกว้างขึ้นเพื่อให้เพื่อนก้าวเข้ามาภายใน...ร่างบางเดินนำไปหยุดยืนอยู่กลางห้องรับแขกที่ชายหนุ่มใช้นั่งดูทีวีเมื่อครู่
“ คืนอีฟ...นายไปเที่ยวไหนมา...ถึงไม่ยอมกลับห้องพัก” Inoran หันมาเอ่ยปากถามทันทีโดยไม่ทันให้ J ได้ตั้งตัว... ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินไปหาเครื่องดื่มมาให้เพื่อนต้องหยุดชะงักหันมามองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก...
“ มาหาฉันดึกดื่นเพื่อมาถามเรื่องนี้...” J ย้อนถามเพื่อนกลับไปอย่างุนงง...ก่อนจะเดินเข้าไปในส่วนครัวเล็ก ๆ ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก..
“ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าคืนอีฟฉันไม่กลับห้อง..โทรไปเหรอ...” ชายหนุ่มผมทองตะโกนถามเพื่อนออกมาอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจนักขณะเดินกลับออกมาพร้อมกับเบียร์สองกระป๋องในมือ...พลางยื่นส่งให้เพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่...Inoran เหลือบมองกระป่องเบียร์ที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนจะยกมือขึ้นปัดเบา ๆ...ทำเอาอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกแล้วว่าต้องไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่..
“ นาย...พลาดอะไรไปรู้ตัวรึเปล่า...” Ino พูดออกมาได้แค่นั้นก็ต้องหยุดเพื่อตั้งสติอีกครั้ง..
“ เป็นความผิดของฉันด้วยที่ไม่ได้โทรไปบอก....บ้าเอ้ย!!!” เสียงสบถออกมาด้วยความโมโหตัวเอง..ถ้าเพียงแต่เขาจะโทรไปบอกเพื่อนว่า Hyde กำลังจะไปอเมริกา...
“ Ino.. พูดเรื่องอะไรของนาย.. ฉันพลาดอะไร...แล้วตกลงคืนอีฟนายโทรหาฉันทำไม..”
“ ฉันไม่ได้โทรหานาย..ที่ฉันรู้ว่าคืนนั้นนายไม่กลับห้อง..เพราะมีคน ๆ หนึ่งไปนั่งรอนายอยู่หน้าห้องตลอดทั้งคืน...” Inoran ถอยหลังไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา...เงยหน้ามองดูเพื่อนรัก...ดวงตาเรียวรีที่เคยฉายแววเชื่อมั่นกำลังแปรเปลี่ยนไป...
“ Hyde ไปนั่งรอนายที่หน้าห้องทั้งคืน...ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องอาศัยความกล้าแค่ไหนที่จะทำแบบนั้น...แต่ที่รู้คือความรู้สึกตอนนั้นมันคงยิ่งให้ผลตรงกันข้ามอีกหลายเท่า...เมื่อในที่สุด..นายไม่ได้กลับไป...”
J ยืนนิ่งอึ้งปล่อยให้คำพูดของเพื่อนผ่านหูไปช้า ๆ...ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธไปมา...
“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...ถ้าจะมาหลอกกันล่ะก็..ฉันจะบอกให้นายรู้ก็ได้...คนที่นายบอกว่าเขามานั่งรอฉันทั้งคืนน่ะ...ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งจะวิ่งหนีฉันไป...แล้วฉันก็เลยไปสนุกต่อที่ผับกับเพื่อน ๆ ทั้งคืน...นายได้ยินมั้ย Inoran..เขา...เพิ่งจะ...วิ่งหนีฉันไป!!!...แล้วนายจะให้ฉันเชื่อ...”
“Hyde กลับไปที่ห้องตอนสว่างแล้ว...” Ino พูดแทรกคำพูดของเพื่อนขึ้นมาอย่างไม่สนใจว่าฝ่ายนั้นจะหยุดฟังหรือไม่...
“ตัวเย็นจัดแล้วก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น... น้องสาวเขาเป็นคนบอกเรื่องนี้กับฉันเอง...จบ...เรื่องที่ฉันจะบอกมีแค่นี้...นายจะเชื่อรึไม่... ไม่ต้องมาบอกให้ฉันรู้...เอาเวลาไปตอบคำถามให้ตัวนายเองดีกว่า...ว่าจะทำยังไงต่อไป...ฉันกลับล่ะ..” Inoran ผุดลุกขึ้นยืนเดินผ่านร่างเพื่อนตรงไปยังประตูทางออกอย่างรวดเร็ว...ในขณะที่เจ้าของห้องได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่เช่นนั้น...เสียงปิดประตูห้องดังแว่วมาเข้าหู...จากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ...ภาพบนจอโทรทัศน์ยังคงเคลื่อนไหว...แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ในหัวของชายหนุ่มกลับเป็นภาพอีกภาพหนึ่ง...แววตาของเด็กสาวคนนั้น...ถึงวันนี้เขาได้คำตอบแล้ว...ว่ามันหมายถึงอะไร...
“Hyde...Hyde...นายทำแบบนี้ทำไม...ทำไม?...”
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ บ้าน Hyde ~~~
“ J มานี่มาขึ้นนอนได้แล้ว..” Hyde ส่งเสียงเรียกเจ้าเหมียวที่กำลังนั่งซุกตัวเลียขนอยู่บนโซฟา.. เจ้าแมวหนุ่มยอมตามอย่างว่าง่ายกระโดดเดินนำหน้าขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านอย่างรู้หน้าที่...ร่างเล็กมองตามไปยิ้ม ๆ ก่อนจะจัดการปิดไฟทุกดวงและตรวจดูความเรียบร้อยที่ประตูบ้านและหน้าต่างทุกบานอีกครั้งตามความเคยชิน...
คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อไล่สายตาไปตามถนนอิฐหน้าบ้าน....แสงไฟจากถนนหน้าบ้านส่องสว่างให้เห็นรถสปอร์ตคันหนึ่งจอดอยู่...ไวเปอร์สีน้ำเงิน...ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นจ้องมองด้วยความตกใจ...มือเล็ก ๆ ขยับกระชากผ้าม่านปิดหน้าต่างบานนั้นลงอย่างรวดเร็ว..ก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของตนที่ชั้นบน...
ร่างเล็กนั่งหอบหายใจอยู่ที่ปลายเตียง...พลางชำเลืองมองไปยังหน้าต่างหลายต่อหลายครั้ง...ความเงียบที่โอบล้อมอยู่รอบกายเป็นตัวเร่งให้ความรู้สึกต่าง ๆ พลุ่งพล่านมากขึ้น...สงสัย..ไม่แน่ใจ...ไม่ใช่..เขาอาจจะตาฝาด...
ภายในรถสปอร์ตคันงามที่จอดนิ่งสนิท...ชายหนุ่มผมทองกำลังจ้องมองผ่านแผ่นกระจกใสไปยังบ้านหลังงามด้วยดวงตาเหม่อลอย...บ้านที่เขาเคยมีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครคนหนึ่ง.. แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันแต่เขาก็ยังจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ได้ไม่ลืมเลือน...ได้พบทั้งสุขที่สุด...และเจ็บปวดที่สุดในวันที่เขาต้องยอมปล่อยมือจากอีกฝ่ายไป..แต่ตอนนี้เขาชักเริ่มไม่แน่ใจมากขึ้นทุกที..
“Hyde..บอกฉันที...นายต้องการให้ฉันทำยังไง...จะให้ฉันทำยังไงกันแน่...”
ในขณะที่ชายหนุ่มผมทองกำลังสับสนอยู่กับความคิดของตนเอง..ร่างเล็กที่ผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก...Hyde ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินตรงไปที่หน้าต่างเพื่อจะดูให้แน่ใจอีกครั้ง... ม่านโปร่งบางถูกขยับเปิดออกอย่างลังเลก่อนนัยน์ตาทั้งคู่จะเพ่งมองไปยังจุดที่ตนเองเ
ห็นรถจอดอยู่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน...ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง..ไวเปอร์สีน้ำเงินคันงามจอดอยู่ตรงนั้นจริง ๆ..เขาไม่ได้ตาฝาด... เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน... แสงไฟจากหน้ารถส่องสว่างเป็นลำยาวทาบไปกับท้องถนนเบื้องหน้าก่อนที่รถคันงามจะเคลื่อ
นตัวออกไปอย่างเชื่องช้า...ทิ้งความไม่เข้าใจเอาไว้ให้คนที่อยู่เบื้องหลังอีกครั้ง...มือเล็ก ๆ จับผ้าม่านที่กำอยู่ในมือเกร็งแน่น...มองตามแสงไฟสุดท้ายที่พันไปจากระยะการมองเห็นด้วยความปวดร้าว... ....นายต้องการอะไรจากฉันอีก..ต้องให้ฉันเจ็บแค่ไหนนายถึงจะพอใจ....
<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ห้อง Ken ~~~
....ออด...ออด...
“รู้แล้ว ๆ...มาแล้ว...” Ken ตะโกนบอกจากที่นอนอย่างงัวเงีย...สะบัดหัวไปมาเบา ๆ พลางเพ่งมองไปที่นาฬิกา...คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นตัวเลขดิจิตอลที่ขึ้นอยู่...ตีสองเข้าไปแล้ว..ใครมาเอาป่านนี้...แต่เจ้าเหมียวก็ต้องรีบลุกขึ้นจากที่นอนตรงไปยังประตูหน้าห้องอย่างไม่มีทางเลี่ยง...
“มาแล้ว...รอเดี๋ยว...มาป่านนี้ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญล่ะก็...Ino!!..” Ken ร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมา...ทั้งประหลาดใจทั้งตกใจระคนกันเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้าเต็มตา..
“รบกวนรึเปล่า..” เสียงที่ออกมายังคงรักษาความราบเรียบเอาไว้ได้อย่างน่าแปลกใจ..ทั้งที่เจ้าของร่างดูแทบจะไม่มีความสามารถแม้แต่จะพยุงกายยืนอยู่ให้ตรงด้วยซ้ำ... คนฟังไม่มีคำตอบให้เพราะรีบขยับเข้าไปประคองร่างบางนั้นเอาไว้ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นห้อง... กลิ่นแอลกอฮอล์รวยรินจากลมหายใจบอกให้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้คนในอ้อมแขนมีสภาพอย่างที่เห็นได้เป็นอย่างดี...
“Ino..ไหวมั้ย...” Ken ถามร่างบางที่ตนโอบเอวประคองอยู่ด้วยความเป็นห่วง..ก่อนจะตัดสินใจอุ้มร่างนั้นขึ้นไว้ในอ้อมแขน...อดยิ้มเก้อ ๆ ออกมาด้วยความแปลกใจไม่ได้เมื่อฝ่ายนั้นขยับวงแขนขึ้นมาโอบรอบคอเขาเอาไว้แน่น..ปกติแค่จะอุ้มนี่ก็แทบไม่มีโอกาสแล้วแท้ ๆ...
“จะไปไหน...” Ino ถามออกมาทันทีเมื่อชายหนุ่มที่วางร่างตนเองลงบนเตียงกำลังทำท่าจะเดินออกจากห้องไป...
“เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้...อยากดื่มอะไรร้อน ๆ มั้ย..” Ken ทรุดตัวลงนั่งข้างกายพลางยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยที่ปรกใบหน้าและซอกคอขาวนั้นออกให้อย่างอ่อนโยน...
Inoran ส่ายหน้าปฏิเสธไปมาก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ...เสียงการเคลื่อนไหวเบา ๆ บอกให้รู้ว่าชายหนุ่มออกไปแล้ว...ร่างบางนอนกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ.. ความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพื่อนต้องเจ็บปวดมากขึ้นอีกรบกวนจิตใจอยู่ไม่หาย...
....จากเดิมที่คิดจะดื่มเพียงเล็กน้อยกลับกลายเป็นเลยเถิดจนแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่...
สัมผัสเย็น ๆ ที่มาโดนใบหน้าทำให้ต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมองอีกครั้ง...รอยยิ้มของฝ่ายนั้นรอต้อนรับอยู่เหมือนเช่นที่ผ่านมา...ริมฝีปากบางจึงส่งยิ้มน้อย ๆ กลับคืนไปให้...
“มีเรื่องอะไรรึเปล่า...” Ken ถามเสียงเบา...ขณะใช้ผ้าเนื้อนุ่มเช็ดไปตามใบหน้าและลำคอเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น..ความห่วงใยที่ถ่ายทอดมาในน้ำเสียง..แม้สติจะไม่ครบถ้วนเช่นตอนนี้แต่ Inoran ก็ยังรับรู้ถึงมันได้ดี...
“Hyde ไปหา J จริง ๆ...ไปนั่งรอเพื่อนฉันอยู่ทั้งคืน...J เป็นคนผิดจริง ๆ อย่างที่นายคิด...” Ino พูดออกมาอย่างไม่ปะติดปะต่อนัก..แต่ชายหนุ่มที่ฟังอยู่ก็พอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก...
“บางทีฉันอาจจะมีส่วนผิดอยู่บ้างก็ได้ที่ไม่ได้โทรไปบอก J ก่อนว่า Hyde จะไปอเมริกา”
“มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก Ino ถึงนายจะโทรไปบอก...แต่เราก็บอกไม่ได้ว่า Hyde จะไปหาจริง ๆ รึเปล่า ? แล้วถ้า Hyde ไม่ได้ไปหา J...เรื่องมันก็ต้องจบลงโดยที่สองคนนั้นยังไม่เข้าใจกันอยู่ดี....ถ้าจะผิดมันก็ผิดด้วยกันทุกคน..ข้อผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าเราคิดจะทำอะไรซักอย่าง...แต่มันจะสอนเราไม่ให้พลาดอีกในคราวหน้าไง..” Ken บอกเสียงเนิบช้าพลางยกมือขึ้นลูบแก้มอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน...
“นั่นสินะ....” Ino หลับตาพริ้มใช้ความรู้สึกสัมผัสกับความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมอบให้..รอยยิ้มระบายขึ้นที่ริมฝีปากน้อย ๆ ก่อนจะพูดต่อ
“J มันยิ่งงี่เง่า ๆ อยู่ด้วย....เรื่องแบบนี้ถ้า Hyde ไม่บอกออกไปตรง ๆ ว่าต้องการ J...ต่อให้เราไปพร่ำบอกเป็นร้อยเป็นพันครั้งว่า Hyde ยังต้องการนายอยู่... หมอนั่นก็จะไม่มีวันเข้าใจ….แถมยังหาเรื่องมาเถียงได้อีกนะ...ฮึ..ฮึ” เสียงหัวเราะที่ลอดผ่านริมฝีปากออกมาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงความดื้อรั้นของเพื่อนตัวบึ้กของเขา... J เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว...ตั้งแต่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลาย...หมอนั่นจะไม่ยอมปักใจเชื่ออะไรง่าย ๆ ในทันที...จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาได้ยินกับหูตัวเอง...
“แล้วทำไมนายต้องดื่มหนักขนาดนี้ด้วย...นึกโทษตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ” Ken ถามขึ้นเมื่อนึกแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายเมาหนักขนาดนี้..ฝ่ามือแกร่งยังลูบไล้ไปที่โครงหน้าอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างรักใคร่
“เปล่า...แต่ก็ไม่เชิง...พอดี Sugi ชวนออกไปดื่ม...ตอนแรกตั้งใจว่าจะดื่มนิดเดียว...แต่ก็เลยเถิดไปจนได้...บางทีเรื่องเพื่อนงี่เง่าของฉันคงมีส่วนนิดหน่อยล่ะมั้ง” Ino ยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน...เมื่อรู้สึกว่าความหนักใจได้รับการแบ่งเบา....ทำให้สบายใจมากขึ้นกว่าเดิม
“ว่าแต่นายมีความคิดอะไรดี ๆ บ้างรึเปล่า ? ที่จะทำให้สองคนนั้นคืนดีกัน...ฉันไม่อยากให้คนที่รักกันต้องไม่เข้าใจแล้วเลิกรากันไปแบบนี้” Ino เอ่ยปากถามเผื่อชายหนุ่มจะมีความคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาบ้าง...
“อืมมม...ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ? แต่มันต้องมีสักทางนึงล่ะน่า” Ken ขมวดคิ้วคิดตามแต่ก็เชื่อว่า...ถ้าทั้งสองคนยอมหันหน้ากลับมาคุยกันดี ๆ เรื่องเลวร้ายต่าง ๆ คงยุติลงสักที
“ว่าแต่ตอนนี้นายนอนพักก่อนเถอะ...” แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำต่อไปเสียงกรนก็ดังขึ้นเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าร่างบางหลับสนิทไปแล้วตั้งแต่เมื่อกี้ Ken อมยิ้มให้คนตรงหน้าน้อยอย่างเอ็นดู...ริมฝีปากได้รูปก้มลงสัมผัสกับแก้มใสนั่นเบา ๆ พร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้อย่างอ่อนโยน
<<<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
ใจเย็น ๆ นะจ๊ะยุ้ย - -" Project 2 ยังเปนแค่ในฝันอยู่เลย ยังไมได้หาเงินทุนมาทำได้ง่าย ๆ อ่ะ -*- (ตังค์หมดแล้ว) รอเอาชัวร์จิง ๆ แล้วจะประกาศอย่างเปนทางการเองนะ ^^ 1月23日 Love Punish 65- 65 -
หลังจากที่เปิดเผยเรื่องราวทุกอย่างให้เพื่อน ๆ ในวงได้รับรู้ในคืนนั้น...ทุกอย่างก็เหมือนกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ..เพราะในที่สุดชายหนุ่มผมทองก็ไม่สามารถให้คำตอบต่อทุกคน..หรือแม้กระทั่งต่อตัวเองได้...ว่าเขาต้องการให้เรื่องจบลงยังไง...
แล้วชายหนุ่มก็เริ่มหันเหความสนใจของตน... กลับมาทุ่มเทกับงานส่วนที่เหลืออย่างตั้งใจอีกครั้งเพื่อไม่ให้จิตใจตัวเองต้องคิดอะไรฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้....
‘ นัดสัมภาษณ์รายการ Music Station วัน XX เดือน XX เวลา XX:XX ‘
ชายหนุ่มผมทองมองคิวงานที่อยู่ในตารางเวลาที่ผู้จัดการส่วนตัวเป็นคนจัดให้... พอกลับมาถึงญี่ปุ่นไม่แปลกที่ต้องมีการเตรียมตัวโปรโมทอัลบั้มใหม่ที่เป็นงานเดี่ยวครั้งแรกของเขา...ถึงแม้ว่าทุกอย่างยังไม่ลงตัวเต็มที่...แต่การโปรโมทก่อนออกวางจำหน่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ....และวันนี้แล้วที่เขาจะต้องไปออกรายการตามสถานีโทรทัศน์...
J ไปถึงสตูดิโอที่ใช้จัดรายการตามเวลาที่นัดหมายเป็นครั้งแรกที่เขามาออกรายการนี้คนเดียวในฐานะศิลปินเดี่ยว...ทันทีที่เข้ามาถึงห้องพัก J หยิบคิวตารางขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งว่าต้องทำอะไรบ้างในรายการนี้....แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับผู้ที่มีคิวจะมาร่วมรายการในวันนี้ด้วยเช่นกัน
...L’Arc-En-Ciel…
รายชื่อของผู้ร่วมรายการในวันนี้ปรากฏขึ้นในสายตาของหัวหน้าวง L’Arc ด้วยเช่นกัน... ชื่อที่เห็นสร้างความลำบากใจเหลือเกินกับการที่จะต้องบอกให้นักร้องนำของวงได้รับรู้
...Tetsu ส่งสัญญาณเรียกเพื่อนร่วมวงอีกสองคนเข้ามาใกล้...ก่อนที่จะชี้มือไปยังชื่อ ๆ หนึ่งที่ปรากฏอยู่ในตารางเวลาการแสดงโชว์ในรายการนี้
...Onose J …
ทั้ง Ken และ Yukky เงยหน้าขึ้นมาจากตารางเวลา..จ้องมองหัวหน้าวงตรงหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน...เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนทำให้รู้ว่า.. Hyde คงไม่อยากจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก...ไม่นึกเลยว่าจะต้องมามีเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องมาพบเจอกันเร็วขนาดนี้...
“ มีเรื่องอะไรกันเหรอ ? “ Hyde เอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีเมื่อสังเกตเห็นเพื่อนร่วมวงมุงดูอะไรบางอย่างและสีหน้าของแต่
ละคนก็แสดงออกได้ถึงความลำบากใจ....และเมื่อเห็นว่าร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้..ทั้ง Ken ทั้ง Yukky ก็รีบผละออกไป...ปล่อยให้ Tetsu เป็นคนรับหน้าที่บอกเรื่องนี้ให้ Hyde รับรู้ “ อ...เอ่อ...ก็ไม่มีอะไรมากหรอก...แค่กำลังดูรายชื่อคนที่มาร่วมรายการวันนี้ “ Tetsu เอ่ยขึ้นพร้อมกับวางตารางเวลานั้นไว้บนโต๊ะเพื่อให้ Hyde หยิบมันขึ้นไปดู...คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจในท่าทางแปลก ๆ ของเพื่อนร่วมวง..ก่อนจะหยิบตารางเวลานั้นขึ้นมาดูบ้าง ดวงตากลมโตไล่กวาดดูรายชื่อของผู้ร่วมรายการวันนี้ไปเรื่อย ๆ จนไปสะดุดกับชื่อบุคคลคนหนึ่งที่คอยมารบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา ร่างเล็กนิ่งเงียบไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาจน Tetsu ต้องตัดสินใจเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“ Hyde เอ่อ....นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ?” เสียงที่ได้ยินทำให้ Hyde รีบเงยหน้าขึ้นมองทันทีก่อนจะวางตารางเวลานั้นลงที่เดิม...
“ ไม่เป็นอะไรหรอก...หมอนั่นจะทำอะไรไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย “ น้ำเสียงและท่าทางเมินเฉยที่เจ้าตัวพยายามแสดงออก..เหมือนต้องการจะบอกเพื่อน ๆ ว่าเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจกับการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่ายมากมายอะไรนักก็จริง....แต่ทั้ง Ken Yukky และ Tetsu ต่างก็รู้ดีว่าเป็นท่าทางที่แสดงออกนั้นเป็นสิ่งที่ Hyde เสแสร้งแสดงมันออกมาเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าจริง ๆ แล้วตนเองรู้สึกเช่นไร ?
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ ### ~~~
....การดำเนินรายการเป็นไปอย่างราบรื่น... อารมณ์ความรู้สึกที่ต้องแสดงออกไปสู่สายตาของแฟนเพลงที่ดูอยู่นับล้านคนทั่วประเทศเป็นไปอย่างที่คนทั้งคู่ต้องการให้เป็น...ไม่ว่าหัวใจลึก ๆ จะรู้สึกเช่นไร ? แต่ก็ไม่ควรเอามันมาทำให้เสียงาน
...หลังจบรายการผู้ร่วมรายการหลายคนแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว... J แยกกลับมาพักที่ห้องพักส่วนตัวหลับตานิ่งคิดถึงใบหน้าท่าทางของ Hyde ที่เขาเห็นในวันนี้...ถึงแม้หลายครั้งที่พวกเขาได้มีโอกาสมองสบตากัน....ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่าย...แต่ก็เป็นร่างเล็กที่เบือนสายตาหลบไปก่อนทุกครั้ง....
...หน้าฉันนายก็คงไม่อยากจะมอง...
“J – San จะกลับเลยรึเปล่าครับ ? วันนี้ไม่มีคิวแล้ว... “ เสียงผู้จัดการส่วนตัวดังขึ้นมาเรียกสติที่กำลังล่องลอยของชายหนุ่มให้กลับมาอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบัน
“ อีกเดี๋ยวก็จะไปแล้ว...นายจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ...ฉันว่าจะกลับไปพักเลยเหมือนกัน “ ชายหนุ่มผมทองเอ่ยลากับผู้จัดการส่วนตัวทันที...พร้อมกับนั่งอยู่ในห้องพักนั่นต่ออีกครู่หนึ่ง....ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็เห็นว่าสมควรจะกลับได้แล้ว... J ขยับกายลุกขึ้นเดินไปจัดเก็บข้าวของส่วนตัวเล็กน้อยที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะภายในห้องพักนั้น....เมื่อตรวจดูทุกอย่างเรียบร้อยชายหนุ่มจึงเดินออกไปภายนอก และทันทีที่เปิดประตูออกมาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่เขารู้จักก็สวนผ่านมาทางนี้เช่นกัน....
Ken หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่ออกมาจากห้องนั้นเป็นใคร....ดวงตาเรียวรีของคนทั้งคู่จ้องมองกันไปมาโดยไม่มีใครเอ่ยพูดคำใดออกมา...จนในที่สุดก็เป็น J ที่ตัดสินใจเอ่ยถามถึงสิ่งที่กังวลเกี่ยวกับเพื่อนของเขา
“หวังว่านายคงไม่ได้เข้าใกล้ Ino เพราะคิดจะแก้แค้นแทนเพื่อนหรอกนะ “ J เอ่ยปากถามพร้อมกับจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมละสายตา.... รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มหน้าแมวเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่าย
ถาม “เหมือนกับที่นายทำกับเพื่อนฉันน่ะเหรอ....ไม่ต้องห่วงฉันไม่ใช่คนที่จะเอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเหมือนนาย “ Ken ตอบโต้อีกฝ่ายไปทันทีเช่นกัน...ดวงตาเรียวรีจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนเองพูดว่าเป็นความจริง...เขาไม่เคยคิดใช้ Inoran แก้แค้นให้ใคร...สิ่งที่ทำมีเพียงแค่ความจริงใจมอบให้อีกฝ่ายเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี...เรื่องของพวกนายฉันไม่คิดจะไปขัดขวาง...และฉันก็รู้จักเพื่อนฉันดีพอ...ว่าคงไม่โง่จนโดนนายหลอกใช้เป็นเครื่องมือ” J เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินผละจากไปทันที...เรื่องที่เขากังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Ken กับ Inoran คงไม่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไปแล้ว
“แล้วตัวนายเองจะเอายังไงตัดสินใจได้แล้วรึยัง ?!! “ Ken ตะโกนถามไล่หลังชายหนุ่มผมทองเมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดยังไง ?
“ไม่ใช่เรื่องของนาย !! “ J ตะโกนตอบกลับมาโดยไม่ยอมหันหลังกลับมามองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ ?
ชายหนุ่มหน้าแมวมองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างงง ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปหาเพื่อนร่วมวงที่ยังรอเขาอยู่ที่ห้องพัก...แต่ทันทีที่หันกลับไป...ร่างเล็กบางของ Hyde ก็เดินออกมาให้เห็นจากมุมสุดทางเดินไม่ไกลนัก..ไม่รู้ว่า Hyde ยืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน ? แต่จากสีหน้านั้น...อีกฝ่ายคงเห็นแล้วว่าเมื่อครู่เขาสนทนาอยู่กับใคร ?
“นายพูดอะไรกับ J ?” Hyde ถามสิ่งตนเองสงสัยขึ้นมาทันที...เพราะอาสาจะออกมาตามเพื่อน...แล้วสิ่งที่เห็นก็คือ Ken กำลังพูดคุยกับ J ..ชายหนุ่มหน้าแมวหรี่ตามองใบหน้าเรียวสวยนั่นเล็กน้อย...ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองเคยห้ามไม่ให้เขาถามเพราะไม่อยากจะพูดถึง J แต่แล้วเพียงแค่เห็นเขาอยู่กับฝ่ายนั้น...Hyde ก็กลับแสดงความร้อนรนออกมาเอง...
“นายจะอยากรู้ไปทำไม ? ฉันนึกว่านายไม่อยากให้พูดถึงซะอีก “ Ken ย้อนกลับคำพูดของอีกฝ่ายที่เคยพูดไว้...แม้จะรู้ว่าเพื่อนเจ็บแต่บางทีก็อยากจะแกล้งให้ยอมรับความจริงเสียบ้าง...
Hyde นิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่า.. ทำไมเขาถึงอยากรู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรกับเพื่อนของเขา…ร่างเล็กกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ
...ทำไมเรื่องที่มี J มาเกี่ยวข้อง...เขาถึงจะต้องร้อนรนอยากรู้ด้วย!!
“นั่นสินะ...หมอนั่นจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย...ฉันกลับเลยดีกว่า...ฝากบอก Te-Chan กับ Yukky ด้วย” จบคำพูดร่างเล็กก็เร่งฝีเท้าผลุนผันจากไปอย่างรวดเร็ว...จนแม้แต่ Ken ก็เอ่ยปากรั้งไว้ไม่ทัน
...ปึก !! ....
Hyde ก้มหน้าก้มตาเดินไปตามทางเดินแคบ ๆ จนไม่ทันได้สังเกตเส้นทางข้างหน้าว่ามีใครบางคนเดินสวนกลับมา...ร่างเล็กบางจึงปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่นั้นอย่างจัง...จนเกือบล้มลงถ้าไม่ได้อุ้งมือแกร่งนั้นคว้าต้นแขนบางเอาไว้ได้ทัน
“ขอโทษครับ...ผมไม่ทันได้มอง” ร่างเล็กรีบเอ่ยคำขอโทษทันทีโดยไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองว่าเจ้าของร่างที่เขาชน
และเจ้าของมือแกร่งที่ช่วยฉุดดึงประคองร่างเขาเอาไว้เป็นใคร... “ไม่เป็นไร” น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังตอบกลับมาทำให้ร่างเล็กต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ...ก่อนจะรีบเงยหน้ามองเจ้าของร่างและน้ำเสียงนั้นทันที...ใบหน้าคมเข้มและดวงตาเรียวรีคู่นั้นกำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน...
“ป...ปล่อย” Hyde เอ่ยขึ้นพร้อมกับพยายามสลัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม...ท่าทางเมินเฉยกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ร่างเล็กร้อนรนขึ้นเรื่อย ๆ...
ชายหนุ่มผมทองยังคงยืนนิ่ง..ทั้งไม่ยอมปล่อยมือ...ทั้งไม่ยอมพูดคำใดออกมา...ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจ้องมองร่างเล็กอย่างไม่วางตา...แต่ก็ไม่อาจเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายได้อยู่นั่นเอง....
Hyde ก้มหน้านิ่ง.. พยายามเลี่ยงที่จะไม่มองสบตากับคนตรงหน้าแต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแ
ขนของเขา...ร่างเล็กจึงจำใจต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง... “ฉันบอกให้ปล่อย !! “ Hyde ตวาดเสียงแข็งพร้อมกับออกแรงเต็มที่เพื่อให้ตนเองหลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย...
J มองท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกด้วยความรู้สึกปวดแปลบในใจ...ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออกจากต้นแขนเรียวบาง...ปล่อยร่างของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ...
....ทั้งที่เขาควรทำเช่นนี้แต่แรก....แล้วเมื่อครู่เขาหวังจะได้เห็นอะไร...ถึงไม่ยอมจะปล่อยมือจาก Hyde ....
ร่างเล็กหอบหายใจเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะ....Hyde เหลือบตาขึ้นมองใบหน้าชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินพาตนเองเดินหนีไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว...ทันทีที่เลี้ยวอ้อมมุมทางเดินมา...สองขาก็ออกวิ่งเพื่อจะพาตนเองไปให้ไกลที่สุด..เร็วที่สุด...
....ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับไม่อาจควบคุมหัวใจตัวเองได้....ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาที่เราสองคนห่างกัน...มันก็ไม่น้อยเลย...
...ทำไม ? ถึงยังไม่ยอมลืมอ้อมกอดนั้น...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
หลังจากทำได้แค่ยืนมองเพื่อนร่างเล็กผลุนผันจากไป...Ken ก็ระบายลมหายใจยาวนานออกมาอย่างเหนื่อยใจ...เรื่องผ่านมานานขนาดนี้แล้ว..แต่ Hyde ก็ยังคงเอาทิฐิมาอยู่เหนือความต้องการของหัวใจตนเองอยู่เสมอ...
...แล้วนายจะต้องทุกข์ทรมานไปอีกนานแค่ไหน ? ถ้าไม่กล้ายอมรับความจริง...
Ken ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ยิ่งเห็นว่า Hyde กำลังทรมาน...เขาก็ยิ่งไม่อยากอยู่เฉยปล่อยให้ความทรมานนั้นกัดกินหัวใจของเพื่อนร่างเล็กไปช้า ๆ จนมันด้านชาและกลายเป็นว่า Hyde จะไม่มีหัวใจเพื่อรักใครอีกแล้ว...Ken ล้วงมือลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคิดแต่เพียงว่าขออีกสักครั้งที่เขาจะทำมันเพื่อ
ความสุขของ Hyde ถ้าครั้งนี้ยังไม่สำเร็จ.... ถึงเวลานั้นคงต้องปล่อยไปตามชะตากรรมที่จะกำหนดชีวิตของคนคู่นี้ว่าจะมีความสุขหรือปล่อยให้ความทุกข์กัดกินหัวใจต่อไป
“Moshi Moshi” เสียงปลายสายคุ้นหูที่ตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มขึ้นมาได้เล็กน้อย
“Ino ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างอีกสักครั้งแล้ว...ฉันอยากให้ Hyde มีความสุขจริง ๆ สักที” Ken เอ่ยปากเรื่องที่คิดเอาไว้ทันที ถ้าพวกเขาไม่ช่วยสองคนนั่นคงไม่ยอมมาคืนดีกันเองแน่ ๆ…ร่างบางผมสีน้ำตาลที่อยู่ปลายสายอมยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ เมื่อตัวเขาเองก็มีความคิดไม่ต่างกัน
“นายอยากจะทำอะไร ?” Ino ย้อนถามกลับไปทันที
“ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า Hyde ไปทำอะไรที่อเมริกา....เรื่องที่ Hikaru โกรธจนไม่ยอมแม้จะอธิบายเรื่องต่าง ๆ ฉันว่ามันต้องมีสาเหตุ...นายช่วยลองพยายามถามอีกครั้งได้มั้ย ?” Ken อธิบายพลางเอ่ยปากให้ Inoran ลองติดต่อ Hikaru ดูอีกครั้ง...ซึ่งร่างบางก็ตอบตกลงทันที
....อย่างน้อยขอพยายามดูอีกสักครั้งว่าพวกเขาจะช่วยทำอะไรให้มันดีขึ้นได้มั้ย ?...
ทันทีที่วางสาย Inoran ก็ต่อโทรศัพท์ทางไกลไปหาเด็กสาวผู้เก็บความลับบางอย่างเอาไว้...ถ้ารู้ถึงเหตุผลว่าทำไมสองคนนั่นยังไม่ยอมคืนดีกัน...กับเรื่องที่ว่าทำไม Hikaru ถึงต้องโกรธมากมายขนาดนั้น....บางทีอาจมีหนทางดี ๆ ที่พอจะช่วยเหลืออยู่ก็ได้
“Hello” เสียงคุ้นหูของเด็กสาวตอบกลับมา... ทำให้คนฟังมั่นใจได้ทันทีว่าต้องเป็น Hikaru แน่นอน
“Hikaru…” Inoran เอ่ยปากเรียกชื่อเด็กสาวเบา ๆ ปลายสายนิ่งเงียบไปจน Inoran เกรงว่าเด็กสาวจะวางสายไปก่อนโดยไม่ยอมอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังเหมือนเช่นทุกครั้ง...คำพูดรัวเร็วจึงตามออกมาโดยไม่รอช้าอีก...
“Hikaru ได้ยินใช่มั้ย ? ขอร้องล่ะ...บอกให้ฉันฟังทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? พี่ชายเธอไม่ได้ไปหาเพื่อนฉันหรอกเหรอ” Ino รีบยิงคำถามที่ตนเองต้องการจะรู้ไปทันที...และไม่ต้องรอนานเลยเมื่อปลายสายสวนกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“ก็เพราะพี่ไปหาน่ะสิ!!!...” Hikaru กระแทกเสียงตอบกลับไปอย่างเหลืออด...และคำตอบนั้นก็ทำให้ Inoran รู้ได้ทันทีว่า Hyde ไปหา J แน่ ๆ ถ้าอย่างนั้นสาเหตุที่เรื่องราวนี้ยังไม่ลงตัวคงเป็นเพราะเพื่อนของเขา
“พี่เธอไปหาแล้ว...ทำไม ?....”
“หนูไม่รู้ !! แต่ที่รู้แน่ ๆ พี่กลับมาถึงห้อง...ตัวเย็นเหมือนไปนั่งรออยู่ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ อย่างนั้นทั้งคืน...พอกลับมาพี่ก็ไม่สบาย...ทำไมเพื่อนคุณถึงทำอย่างนี้กับพี่ชายของหนู...ทำไมถึงปล่อยให้พี่รอในคืนที่หนาวเย็นอย่างนั้นเพียงลำพัง !!” เสียงตะคอกจากปลายสายสั่นเครือทำให้รู้อารมณ์ของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี... Hikaru คงกำลังร้องไห้เพราะสงสารและเห็นใจพี่ชายของเธอ...ไม่แปลกที่เพื่อนของเขาจะถูกเด็กสาวไม่ชอบขี้หน้า...ถ้าเธอยิ่งรู้ลึกถึงรายละเอียดว่ามันเริ่มขึ้นได้ยังไง...เธออาจจะยิ่งเกลียด J มากไปกว่านี้
“พี่เธอไปหา J วันไหน ?” Inoran ถามเสียงเรียบพยายามอย่างมากเพื่อจะสอบถามรายละเอียดของเรื่องราวให้ได้มากที่สุด...
“..คืนอีฟ!!!...ทั้ง ๆ ที่พี่ควรจะมีความสุขเหมือนคู่รักคู่อื่น...แต่เพราะพี่ไปรักคน ๆ นั้น...พี่ถึงต้องเจ็บปวดในคืนที่คนอื่น ๆ เขามีความสุข กัน!! “ น้ำเสียงสั่นเครือที่โต้ตอบกลับมาทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเด็กสาวคงจะหงุดหงิดจนถึงที่ส
ุดแล้ว “Hikaru ฟังให้ดีนะ....ถึงพี่เธอจะไม่มีความสุขในคืนอีฟ...แต่ไม่ได้หมายความว่าคืนต่อ ๆ ไปพี่เธอจะไม่มีความสุขซะหน่อย...แต่ถ้ายังปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ว่าคืนไหน ๆ พี่ของเธอก็จะหาความสุขให้กับตัวเองไม่ได้...เรื่องของพี่ชายเธอกับเพื่อนของฉัน...พวกเราต้องช่วยกัน...เพราะทั้งพี่เธอและเพื่อนของฉันยังโหยหาซึ่งกันและกัน....เพียงแต่พวกเขาแค่ยึดติดกับอะไรมากจนเกินไป...จนไม่ยอมทำตามหัวใจตัวเอง...แต่เชื่อเถอะถ้าสองคนนั่นได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง...วันนั้นต่างหากที่พี่ชายเธอจะมีความสุขจริง ๆ ” Inoran อธิบายความยืดยาวเพื่อปลอบโยน Hikaru ให้คลายความกังวลลง.... เด็กสาวที่นั่งฟังอยู่แทบจะคนละซีกโลกได้แต่ข่มตาแน่นพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเธอเองก็รู้ดีว่าถึงแม้พี่ชายเธอจะมีสีหน้าและท่าทางที่แสดงออกว่าร่าเริง...แต่เธอรับรู้ได้ว่าคนที่จะทำให้พี่ชายเธอมีความสุขจริง ๆ คือผู้ชายคนนั้น...
“คุณ Inoran ช่วยพี่ที...หนูไม่อยากให้พี่ทรมานเหมือนกับที่เป็นอยู่ตอนนี้” Hikaru เอ่ยปากขอร้องออกมาทั้งน้ำตา
“แน่นอน....เพื่อนฉันแล้วก็พี่ชายของเธอ...ต้องมีความสุขกันอีกครั้ง” Inoran รับคำอย่างหนักแน่น...เพื่อให้เด็กสาวคลายความกังวลใจ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเอ่ยลากันและกัน....ร่างบางวางสายโทรศัพท์ลงระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจ...เมื่อคราวนี้ท่าทางจะเป็นเพื่อนของเขาที่ทำพลาดเสียเอง....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 64- 64 -
“ เดี๋ยว Hyde !! “ เสียงเพื่อนรักหน้าแมวที่ตะโกนไล่หลังทำให้ร่างเล็กชะลอฝีเท้าลงแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดก้าวเดิน...คล้ายดั่งจะรีบไปให้พ้น ๆ จากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...Ken เร่งฝีเท้าจนขึ้นไปเดินเคียงคู่กับร่างเล็กลอบสังเกตสีหน้าและแววตาของอีกฝ่าย ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึงและถ้าเขาไม่ได้มองผิดในดวงตาคู่นั้นคล้ายกับมีน้ำเอ่อคลออยู่
...แต่ร่างเล็กข้างกายก็พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้อย่างเต็มที่...
“ นายไปอเมริกา...ไม่ได้ไปหา J เหรอ ? ”
“ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกได้มั้ย ? ฉันไม่อยากได้ยิน!! “ Hyde หันมากระแทกเสียงใส่เพื่อน..ก่อนจะได้สติเมื่อเห็นใบหน้าที่นิ่งอึ้งไปของอีกฝ่าย...ร่างเล็กกัดริมฝีปากเพื่อระงับอารมณ์...สองขาเริ่มออกก้าวเดินอีกครั้ง...ก่อนจะพูดต่อไปด้วยเสียงอ่อนลง..
“ ถ้านายยังเห็นฉันเป็นเพื่อน..ก็อย่าพูดถึงเรื่องนั้นอีก..“
Ken ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ...แต่เพราะคำขาดที่บอกว่าถึงที่สุดแล้วของฝ่ายนั้น...ทางเลือกของชายหนุ่มจึงมีเพียงต้องหยุดคำพูดของตนเองเอาไว้แค่นั้น...ถึงแม้จะมีเรื่องไม่เข้าใจมากมายแต่การเอ่ยคาดคั้นอะไรออกไปในเวลานี้...คงให้ผลร้ายมากกว่าดี...
“ เดี๋ยวฉันไปส่ง “ Ken เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงอีกฝ่ายมาจนถึงรถมินิคูเปอร์ของเจ้าตัว.... Hyde รีรออยู่เล็กน้อยก่อนจะยอมยื่นกุญแจรถของตนเองให้ไป...รถเคลื่อนออกจากที่จอดอย่างเชื่องช้า...ภายในรถระหว่างทั้งคู่มีเพียงความเงียบ...Ken ชำเลืองมองเพื่อนร่างเล็กเป็นระยะ ๆ ด้วยความห่วงใย...Hyde ไม่ยอมเอ่ยพูดอะไรออกมาอีกเลยจนคำเดียว...นั่งนิ่งเฉยเหมือนหุ่นปั้น... มีเพียงสองแขนที่ยกขึ้นกอดรัดเจ้าเหมียวขนทองเข้าหาตัวแน่นเหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยว...
“ Hyde...เป็นอะไรรึเปล่า...”
Hyde ส่ายหน้าปฏิเสธไปมาช้า ๆ...อยากจะพูดออกมามากกว่านี้เพื่อให้เพื่อนวางใจ...แต่ ณ เวลานี้...เขาไม่อาจคิดหาคำพูดใดมาโต้ตอบกับเพื่อนได้...ในหัวมีเพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของใครคนหนึ่งสะท้อนก้องวิ่งวนไปมา....
‘ …ก็ในเมื่อสิ่งที่นายแสดงออก...มันบอกว่านายไม่ต้องการฉัน !! ...’
....ไม่ต้องการ...ฉันเหรอไม่ต้องการ...
Ken ละสายตาจากท้องถนนเบื้องหน้ากลับมามองเพื่อนร่างเล็กอีกครั้ง... คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นเพื่อนส่ายหน้าไปมาเหมือนกำลังปฏิเสธที่จะไม่ยอม
รับอะไรสักอย่าง...ชายหนุ่มถอนใจยาวด้วยความหนักใจ...นึกถึง Inoran ขึ้นมาทันทีว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง...
…ด้าน Inoran ก็ได้แต่มองตามหลังเพื่อนรักหัวทองที่ผลุนผันจากไป...โดยที่ตัวเขาก็ไม่รู้จะเอ่ยปากรั้งเอาไว้ยังไงได้...ร่างบางได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจกับท่าทางดื้อรั้นและเอาแต่อารมณ์ของ J ความข้องใจในสิ่งที่เกิดขึ้นต้องได้รับคำตอบ..ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้สถานการณ์ระหว่างสองคนนั่นยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น...ซ้ำร้ายยังกลับจะเลวร้ายลงกว่าเดิมเสียอีก...ชื่อของใครคนหนึ่งลอยเด่นขึ้นมาในความคิด...ก่อนเจ้าตัวจะคว้าโทรศัพท์กดถึงผู้ที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ทันที..
…..RRR…RRR….RRRR……
“ Hello ?”
“ Hikaru ใช่มั้ย ? นี่ฉัน Inoran นะ ” ร่างบางแสดงตัวออกไปให้ปลายสายได้รับรู้ทันทีเมื่อจำเสียงของฝ่ายนั้นได้
“ คุณ Inoran โทรมา..มีธุระอะไรคะ..? “ คำพูดและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวทำให้ Inoran แปลกใจไม่น้อย...เพราะที่ผ่านมา Hikaru ไม่เคยใช้คำพูดหรือแสดงน้ำเสียงเช่นนี้กับเขา...ท่าทางเหมือนกับว่าเธอจะไม่พอใจอะไรบางอย่าง... ซึ่งบางทีอาจเป็นเรื่องที่ตัวเขาเองอยากจะรู้ก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้นกันแน่...
“ Hikaru ...พี่ชายเธอ...เขาได้ไปพบเพื่อนฉันรึเปล่า...ตอนอยู่ที่อเมริกา...เธอพอจะรู้...”
“ เรื่องนั้นหนูไม่ทราบหรอกค่ะ...” Hkaru เอ่ยแทรกขึ้นโดยไม่ยอมเสียเวลาฟังต่อไปอีก..ภาพของพี่ชายที่ต้องทนทุกข์เพราะฝ่ายนั้นยังคงทำให้เธอรู้สึกผิดอยู่ไม่หาย..
“ หนูรู้แต่ว่า..พี่ไม่ไปหาคนอย่างนั้นก็ดี!!! คน ๆ นั้นไม่มีค่าแม้แต่นิดเดียว...ถ้าหนูรู้ก่อน...หนูคงไม่มีวันช่วยคุณกับเพื่อนคุณให้มาทำร้ายพี่ชายหนูอีกแบบนี้!!!..“ คำพูดยาวเหยียดและน้ำเสียงฉุนเฉียวที่ตอบกลับมายิ่งทำให้ Inoran งุนงงเป็นทวีคูณ...แต่ยังไม่ทันได้ขอคำอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...ปลายสายก็ถูกตัดไปเสียก่อน...เสียงสัญญาณที่ขาดไปทำให้ Inoran ไม่อาจจะคาดเดาเหตุการณ์จริง ๆ ได้...ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...แต่ที่แน่ ๆ สาเหตุมันอาจมาจากเพื่อนของเขา...การที่ Hikaru ไม่พอใจในตัวของ J ขึ้นมากะทันหันแบบนี้ก็เป็นคำตอบได้อย่างดีอยู่แล้ว....
ขณะที่กำลังยืนครุ่นคิดอะไรอยู่เงียบ ๆ คนเดียวจนมึนงงไปหมด... เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็ดังขึ้นมาช่วยหยุดความคิดสับสนทั้งหลายนั้นเอาไว้เสียก่อน...
“ Moshi Moshi ”
“ Ino เป็นยังไงบ้าง ? ” Ken ร้องถามไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับมา....ความรู้สึกสงสัยก่อเกิดขึ้นในจิตใจมากมายแต่ในเมื่อเจ้าตัวเล็กไม่ยอมปริปากบอก...ก็คงทำได้แต่เพียงหันมาถามเอากับฝ่ายคู่กรณี
“ ฉันก็ไม่รู้ J ไม่ได้บอกอะไรเหมือนกัน...ไม่รู้มันเรื่องบ้าอะไร...เมื่อกี้ฉันโทรหา Hikaru ท่าทางมันต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ๆ เพราะ Hikaru ท่าทางโมโหน่าดู..“ Inoran บอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ให้ชายหนุ่มหน้าแมวรับฟัง…เสียงถอนหายใจดังมาจากปลายสายอย่างเหนื่อยใจ....เมื่อเขาทั้งคู่ต่างก็ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ จึงได้แต่มานั่งคาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ แบบนี้...
“ หมอนั่นคงไปทำอะไรให้ Hyde ไม่พอใจอีกล่ะมั้ง ?” Ken เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ เมื่อคิดโทษ J ไปเต็ม ๆ
“ บางทีอาจไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้...ท่าทาง J เองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน...เรายังไม่รู้ความจริงอย่าเพิ่งสรุปอะไรไปก่อนดีกว่า...” Inoran อธิบายเสียงเรียบ...ถึงแม้ว่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบจะเป็น J ที่ก่อเรื่องขึ้นมาอย่างไม่น่าให้อภัย...แต่จะเรื่องราวหลังจากนั้นมา..จะให้มาโทษเพื่อนเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก..ไม่ใช่ว่า J ไม่รู้สึกอะไร...เพียงแค่เพื่อนเขาไม่แสดงออกมาให้ใครรับรู้ก็เท่านั้น...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ร้าน ### ~~~
“ เบา ๆ เพื่อน...อยู่ดี ๆ ก็หายหัวไป..อยู่ดี ๆ ก็กลับมา....แล้วพอมาถึงก็เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย...กินยังกับจะอาบแบบนี้..” Shinya เอ่ยปากปรามเพื่อนรักหัวทองทันทีที่เห็นว่าชายหนุ่มดื่มหนักจนแทบไม่ปล่อยให้แก้วเหล้าได้มีเวลาว่างเปล่าเลย
“ นายโทรตามพวกเราออกมาฉลอง....แต่ทำไมท่าทางตัวเองเหมือนมีเรื่องทุกข์หนักอย่างนี้วะ...เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”
Sugi ถามขึ้นมาบ้างเมื่อสังเกตได้ถึงท่าทางหงุดหงิดอารมณ์เสียของอีกฝ่าย....
J ได้แต่นิ่งเงียบเมื่อไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ยังไงและท่าทาง Inoran ก็คงไม่ได้บอกให้พวกนี้รู้ถึงรายละเอียดอะไรมากมายนัก
“ คงไม่ใช่ว่ากลับมาแล้ว...เห็นเพื่อนตัวเองหนีไปมีแฟนเลยมาอารมณ์ไม่ดีใส่เหล้ามันล่ะ ” Ryuichi เอ่ยแซวขึ้นขำ ๆ
...เรื่อง Inoran กับ Ken มือกีตาร์วง L’Arc เกิดขึ้นได้ยังไง...พวกเขาทุกคนก็ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปนัก...เพราะเจ้าตัวไม่เคยเอ่ยปากเล่ารายละเอียดอะไรมากมาย...รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ Inoran สนิทสนมและคบอยู่กับ Ken แน่นอน... เรื่องแบบนี้ถ้าเจ้าตัวไม่อยากเล่ารายละเอียดพวกเขาก็ไม่อยากซักถามแค่เห็นเพื่อนมีความสุขดีก็พอแล้ว....
คำพูดแซวเล่นของเพื่อนที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มผมทองชะงักค้างแก้วเหล้าที่กำลังยกดื่มอยู่แค่นั้น... เพราะเรื่องนี้เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยความสัมพันธ์ของคนคู่นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่....ตลอดเวลาที่อยู่อเมริกาเขาก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวทางนี้มากมายนัก..
“ 2 คนนั่นคบกันนานรึยัง ?” J เอ่ยปากถามขึ้นมาเบา ๆ คำถามที่ได้ยินทำให้เพื่อนทั้งสามคนที่เหลือต้องหันมองหน้ากันเพราะถ้าจะให้จำแนกรายละเอียดว่าเริ่มต้นยังไงนั้นพวกเขาก็ไม่มีใครรู้...ยิ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาแยกกันไปทำงานเดี่ยวด้วยแล้ว...เวลาที่จะเจอกันทุกวันเหมือนเมื่อก่อนก็น้อยลงกว่าเดิมมาก....พวกเขามารับรู้ก็เมื่อตอนที่เห็น Ken มาคอยรับคอยส่ง Inoran ถึงที่สตูดิโอที่เจ้าตัวทำงานอยู่...
“ เรื่องนี้พวกฉันก็ไม่รู้รายละเอียดนะ...แต่มันเริ่มขึ้นช่วงที่นายไปนั่นแหละ...คงนานเกือบเท่าเวลาที่นายไม่อยู่.. “ Ryuichi เป็นคนอธิบายระยะเวลาความสัมพันธ์ของคนคู่นั้นให้ J รับรู้
“ ก็แล้วทำไมไม่เรียกมันมาถามเลยล่ะ “ Sugi เอ่ยขัดขึ้นมาทันที...ทั้ง ๆ ที่ J บอกว่ามาเลี้ยงฉลองแต่กลับไม่ยอมเรียกเพื่อนคนสำคัญของตัวเองมาร่วมวงในครั้งนี้ด้วย
“ ไม่ต้อง !! “ J เอ่ยขัดเสียงแข็งจนเพื่อน ๆ ที่เหลือต้องมองไปที่คนพูดพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ... “ ทะเลาะกันเหรอวะ “ เสียงถามออกมาแทบจะพร้อมกัน....เพราะน้อยครั้งที่จะเห็นสองคนนี้ไม่ลงรอยจนไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้ากัน รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะกระดกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือขึ้นดื่มจนหมด....แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาน้ำเสียงเรียบ ๆ คุ้นหูก็ดังขึ้นมาขัดเอาไว้ก่อน...
“ ไม่ได้ทะเลาะ....แค่ไอ้คนงี่เง่ามันไม่ยอมพูด..ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไร...แต่ดันมีเวลามานั่งเมาหัวราน้ำอยู่นี่ “
J หันขวับกลับไปมอง...แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ...เมื่อเห็นร่างของเพื่อนรักที่คบกันมานานกำลังยืนอยู่ด้านหลังเขา Inoran เดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองใบหน้าเพื่อนหัวทองไม่วางตา....
“ ใครบอกให้นายมา ?” J ถามขึ้นโดยไม่ยอมมองหน้าเพื่อนด้วยซ้ำ...
“ ไม่ได้อยากมานักหรอก...ถ้าไม่มีคนโทรไปบอกว่าให้มาหามไอ้ขี้เมาหัวทอง...ท่าทางจะเมาจนหาทางกลับบ้านเองไม่
ถูก “ Inoran เอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมละสายตาไปจากคนตรงหน้าแม้แต่น้อย...
“ ฉันขอร้องให้มารึไง !!? กลับไปอยู่กับไอ้หมอนั่นเลยไป !! “ J หันมาตวาดใส่หน้า Inoran เสียงลั่นจนเพื่อน ๆ ที่เหลือยังตกใจเพราะชายหนุ่มไม่เคยเกรี้ยวกราดกับเพื่อนรักของตนขนาดนี้...ท่าทาง J จะหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อรู้ว่า Inoran คบกับ Ken
“ J ....มีเหตุผลหน่อย...โต ๆ กันแล้ว...นายไม่พอใจเรื่องอะไรกันแน่ ? ” Inoran ยังคงมีท่าทางที่สงบไม่ร้อนรนตอบโต้ด้วยอารมณ์เหมือนที่อีกฝ่ายกำลังใช้...ชายหนุ่มผมทองกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ...เขาไม่ได้อยากมาทะเลาะกับ Ino แต่สิ่งที่เขากังวลทำไมเพื่อนถึงไม่เข้าใจ ?
“ ฉันเป็นห่วงนายนะว้อย !! การที่ไอ้หมอนั่นเข้ามาใกล้นายมันอาจเป็นเพราะ.....” J หยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อไม่กล้าจะบอกออกไปว่าเขากลัวว่า Ken จะมาทำร้าย Ino เหมือนที่เขาทำกับเพื่อนของฝ่ายนั้น...
“ นายกลัวว่า Ken จะมาทำร้ายฉันเหมือนกับที่นายทำกับ Hyde น่ะเหรอ ” Inoran ที่พอจะคาดเดาความคิดของเพื่อนได้เอ่ยดักขึ้นมาทันทีอย่างพอจะเข้าใจ...
....แต่เรื่องราวที่คนทั้งสองพูดคุยกันยิ่งทำให้คนที่รับฟังอยู่ข้าง ๆ ทั้งสามคนงงงันไปตาม ๆ กัน...ว่ามันเกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่
“ พวกนายพูดเรื่องอะไรกัน...นี่นายสองคนมีเรื่องอะไรปิดบังพวกฉันใช่มั้ย ?” Sugi เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นมาในที่สุด...เมื่อเริ่มรู้สึกได้ว่าพวกตนพลาดเรื่องราวสำคัญอะไรไปแน่ ๆ แต่พอเหลือบสายตามองสบตากับชายหนุ่มผมทองที่น่าจะเป็นจุดเริ่มของเรื่องราวทุกอย่าง... J กลับหลบสายตาไม่ยอมมองสบตาซะอย่างนั้น
“ เอาล่ะ..ฉันจะเล่าให้ฟังเอง....ขอโทษด้วยที่ปิดบังพวกนายมาตลอด...เพราะฉันเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าสรรเสริญเท่าไหร่นัก...เลยไม่อยากเล่าให้ฟังแต่ถ้าพวกนายไม่รับรู้เอาไว้...ก็คงไม่เข้าใจแบบนี้ไปตลอด ” Inoran ระบายลมหายใจยาวออกมา.. พลางเหลือบมองใบหน้าเพื่อนรักหัวทองไปตลอดระยะเวลาที่ตนเองเริ่มเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่าง J กับ Hyde นักร้องนำวง L’Arc ที่เคยตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขับรถชนเขาจนได้รับบาดเจ็บ...สิ่งที่ J ทำลงไปทั้งหมดถึงแม้จะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายหนุ่มทำมันไปเพื่อเขา...และที่ตัวเขาเองตัดสินใจเล่าเรื่องราวให้เพื่อนคนอื่น ๆ ได้รับรู้ก็เพราะหวังเอาไว้ว่าอย่างน้อยจะได้มีคนช่วยคิดหาทางทำให้เรื่องราวต่าง ๆ จบลงด้วยดี...เพราะถ้าตัวเขาเองเดาไม่ผิด J คงไม่ได้มีความสุขกับจุดจบแบบนี้เท่าไหร่นัก...และถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากให้เพื่อนได้มีความสุขอย่างที่หัวใจตัวเองต้องการเสียที...
Inoran เล่าเรื่องราวทุกอย่างอย่างละเอียดเท่าที่ตนเองได้รับฟังมันมาจาก J รวมไปถึงเรื่องที่ตนเองคบหากับ Ken ด้วย..ว่ามันเริ่มต้นขึ้นได้ยังไง....เพื่อไม่ให้เพื่อนรักต้องกังวลกับความสัมพันธ์ของเขากับชายหนุ่มหน้าแมวนั่น...ทันที่เรื่องราวทุกอย่างถูกเล่าจนจบ...ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมบุคคลทั้ง 5 ที่นั่งกันอยู่ตรงนั้นชั่วขณะ....สิ่งที่ได้รับฟังจาก Inoran ถึงเรื่องราวของเจ้าตัวกับ Ken ทำให้ J คลายความกังวลลงไปได้ส่วนหนึ่ง...เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ยังรับรู้ได้ว่าเพื่อนของเขาไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาหลอกได้ง่ายนัก...
“ เรื่องใหญ่ขนาดนี้...แต่พวกนายกลับปิดบังพวกเราเอาไว้ตั้งนานเนี่ยนะ “ Sugi โวยวายออกมาทันทีเมื่อรับรู้เรื่องราวทุกอย่างรวมไปถึงได้รับรู้ถึงระยะเวลาอันยาวนานของเรื่องที่เกิดขึ้น...
“ J นายตัดใจได้แล้วจริง ๆ น่ะเหรอ “ Ryuichi ถามขัดขึ้นมาถึงจุดจบสุดท้ายของเรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมา...ไม่ว่าเรื่องที่ J ทำมันจะเลวร้ายมากแค่ไหน...แต่สิ่งที่พวกเขาอยากรู้จริง ๆ คือเวลานี้หัวใจของเพื่อนต้องการอะไร ? ถ้า J ไม่ต้องการคน ๆ นั้นอีกแล้วจริง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรื้อฟื้นหรือสานต่อเรื่องราวต่อไปอีก....ชายหนุ่มผมทองยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด....
....เขาอยากให้เรื่องมันจบอย่างนี้จริง ๆ น่ะเหรอ ?....
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
Love punish 63- 63 -
....เช้าวันรุ่งขึ้น... J ลืมตาตื่นขึ้นบนที่นอนแต่เช้าตรู่...สิ่งที่รบกวนจิตใจทำให้นอนหลับไม่สนิท...หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดทั้งคืน...ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่เช่นนั้นชั่วอึดใจ...ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมกับสะบัดหัวไปมาแรง ๆ...เพื่อไล่ความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ภายในใจออกไป...เขาจะมามัวเสียเวลาอยู่กับเรื่องของตัวเองไม่ได้...ในเมื่อยังมีงานที่ต้องทำอีกมากมายรออยู่...ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำแต่งตัว...ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ก้าวเท้าออกจากห้องพักพร้อมกับแผนคร่าว ๆ ที่วางไว้ในใจ...
สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้คือการไปพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอหน้ากันมากว่าครึ่งปี...ริมฝีปากได้รูปยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อคิดถึงสีหน้าของเพื่อนว่าจะตกใจกันแค่ไหนที่เห็นเขา...ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นเขาไม่เคยบินกลับมาเลยสักครั้งเดียว...และกำหนดการกลับมาครั้งนี้เขาก็ไม่ได้บอกใครล่วงหน้าเลยสักคน...
...และเพื่อนคนสำคัญที่สุดที่เขานึกถึงเป็นคนแรก..ก็หนีไม่พ้นเพื่อนรักที่คบกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายกัน... Inoran นั่นเอง...
...ติ๊ง..ต่องง...
เสียงกดกริ่งดังขึ้นติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม...จนทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าบานประตูต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ... J ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเพิ่งจะ 8 โมงเช้า...เป็นไปไม่ได้ที่ Inoran จะตื่นนอนเพื่อออกไปไหนในเวลาเช้า ๆ แบบนี้....
..บางทีอาจจะไม่ได้ยิน....
J ส่ายหน้าไปมายิ้ม ๆ เมื่อคิดวาดภาพเพื่อนขี้เซาของเขาซึ่งคงกำลังนอนหลับจนไม่สนใจว่าใครจะมาใครจะไป...ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ช...หยิบพวงกุญแจออกมาเลือกดู...เพราะจำได้ว่าตัวเองเคยมีกุญแจห้องของเพื่อนอยู่ติดตัว...เสียงไขประตูห้องดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมทองที่ก้าวเข้าไป..
...ภายในคอนโดหรูเงียบสนิทปราศจากความเคลื่อนไหวอย่างสิ้นเชิง... J เหลียวมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ธรรมดาแม้เจ้าตัวจะยังไม่ตื่น..ยังไงก็ต้องได้เห็นเจ้าแมวสองตัวของ Inoran เดินออกมาพันแข้งพันขาแล้ว...แล้วยังเจ้า J ของเขาอีกล่ะ...
“ เฮ้ !! Ino ! “ J ตัดสินใจตะโกนเรียกออกไปทันที....เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบสองขาจึงก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนของเพื่อนรักทันที....ภาพที่เห็นคือเตียงนอนอันว่างเปล่า..ไม่มีแม้แต่รอยยับย่นที่แสดงให้เห็นว่าเคยมีคนนอนอยู่บนเตียงนี้เมื่อคืน....
J เดินกลับออกมาจากภายในห้องเร่งฝีเท้าตรงไปยังห้องรับแขกอีกครั้ง..มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงควานหาโทรศัพท์มือถือตั้งใจจะเอามาโทรตามตัวเพื่อน...ยังไม่ทันจะได้ทำตามที่ใจคิด...สายตาก็ไปสะดุดอยู่กับภาพถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างโซฟาเสียก่อน... มือแกร่งเอื้อมลงหยิบภาพนั้นขึ้นมาจ้องมองพร้อมกับคิ้วเรียวเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนแ
ทบจะเป็นปม... ...ภาพของ Inoran กับ Ken ....
ดูจากภาพถ่ายที่มาจากกล้องโพราลอยด์...และท่าทางของคนทั้งคู่..เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายเพื่อนเขาเป็นคนลงมือถ่ายภาพนี้เอง...สถานที่ที่เห็นในภาพก็คือห้องที่เขากำลังยืนอยู่นี้...ความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ที่เห็นในภาพ...นี่มันอะไร...ชายหนุ่มพึมพำกับตนเองในใจ...
....ช่วงระยะเวลาครึ่งปีที่เขาไม่อยู่ที่นี่...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..Ken ก็หมอนั่นเป็นเพื่อนกับ Hyde แล้วทำไม?...
...ความคิดในทางร้ายแว่บขึ้นมาในหัวทันที...Ken คงไม่ได้มาเข้าใกล้ Inoran เพราะต้องการจะแก้แค้น...เหมือนที่เขา...เคยทำกับ Hyde หรอกนะ....ชายหนุ่มกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจก่อนจะรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักทันที
….RRR…RRR…RRR…
“Moshi Moshi” Ino คว้าโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงขึ้นมา...กรอกเสียงงัวเงียกลับไปโดยไม่ได้เสียเวลาสังเกตดูเลยว่าสายที่เรียกเข้ามาเป็นใคร
“ Ino !! อยู่ที่ไหน “ J ถามออกไปอย่างร้อนรน...เมื่อจำได้ทันทีว่าคนที่รับสายเป็นเพื่อนเขาแน่นอน...ร่างบางเจ้าของชื่อเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ...หายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อจำได้ทันทีเช่นกันว่าเป็นเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงใคร...
“ J โทรทางไกลมาเหรอ....” Ino ผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับย้อนถามกลับไปอย่างรวดเร็ว...
“ เปล่า...ฉันกลับมาญี่ปุ่นแล้ว...ตอนนี้อยู่ที่บ้านนาย...มาหาแล้วไม่เจอก็เลยอยากรู้ว่าอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงไม่ได้ร้อนรนเหมือนเมื่อแรก...
“นายกลับมาแล้ว !! “ แต่คราวนี้กลับกลายเป็น Ino ที่ร้องถามอย่างตกใจ....ถ้า J กลับมาแล้ว...แล้วคนที่พวกเขาวางแผนให้ไปพบกับ J ล่ะ.. ?
“ฟังนะ...นายรอฉันอยู่ที่นั่นก่อน...ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้...สงสัยจะต้องพูดกันยาว...” โดยไม่รอให้เพื่อนพูดอะไรมากกว่านี้... Inoran ก็ยุติการสนทนาด้วยการสั่งเพื่อนรักหัวทองกลาย ๆ...ร่างบางปิดโทรศัพท์มือถือพร้อมกับรีบลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว...ต้องรีบไปถามให้รู้เรื่องว่าสิ่งที่พวกเขาตั้งใจทำ..ได้ผลแล้วหรือไม่.... เสียงการเคลื่อนไหวในห้องทำให้ชายหนุ่มหน้าแมวที่ยืนเตรียมอาหารเช้าอยู่ด้านนอกต้องเหลียวมามองอย่างแปลกใจ...
“ Ino จะไปไหน ? ยังเช้าอยู่เลย...“ Ken ที่โผล่หน้าเข้ามามองร้องถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างบางก้าวเท้ากลับออกมาจากห้องน้ำ...ท่าทางรีบร้อนเต็มที...
“ J กลับมาแล้ว...ตอนนี้อยู่ที่บ้านฉัน” Ino หันมาบอกสั้น ๆ ก่อนจะหันกลับไปจัดการแต่งตัวต่ออย่างเร่งรีบ
“อ้าว...แล้ว...” Ken ขยับจะถามต่อถึงเพื่อนตัวเล็กของเขาแต่ก็โดนขัดเอาไว้ก่อนเพราะ Inoran ก็เดาออกถึงคนที่ Ken กำลังจะถามถึง
“ฉันก็ยังไม่รู้...ถึงได้จะรีบไปเจอหน้าหมอนั่นแล้วถามให้รู้เรื่องไง...จะไปด้วยกันมั้ย...“
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
ชายหนุ่มผมทองเดินไปทิ้งกายนั่งลงบนโซฟารอคอยเวลาที่เพื่อนรักจะกลับมาอย่างร้อนใจ...คิดทบทวนถึงสิ่งที่เห็น.. ไม่ว่ายังไงก็จะต้องพูดกันให้รู้เรื่องว่าตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้นบ้างกันแน่ ?
J เงยขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนังระหว่างที่นั่งรอด้วยความกระวนกระวาย...ป่านนี้น่าจะมาถึงแล้ว...พลันเสียงกริ่งหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นตอบรับความคิดนั้นทันที...ชายหนุ่มยิ้มออกมา..พร้อมกันนั้นก็อดคิดแปลกใจไม่ได้...ห้องตัวเองทำไมต้องกดกริ่ง...ระหว่างนั้นสองขาก็พาตัวเองตรงไปยังประตูห้องไปด้วยอย่างรวดเร็ว
“ลืมเอากุญแจไปรึไง ? “ เสียงถามออกไปทั้ง ๆที่ยังไม่เห็นตัว...เพราะเข้าใจว่าเป็นเพื่อนของตนเอง...คำพูดธรรมดา ๆ แต่คนที่ยืนรออยู่ภายนอกกลับสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่ได้ยิน...ดวงตากลมโตเบิกกว้าง..ใบหน้าเผือดสีลงอย่างรวดเร็ว...และทันทีที่บานประตูเปิดออกกว้าง... ภาพบุคคลที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ดวงตาเรียวรีของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจไม่แพ้กัน...
... Hyde ?....
....J ?....
แม้นี่จะไม่ใช่การพบเห็นกันครั้งแรกนับตั้งแต่ชายหนุ่มผมทองจากไปของแต่ละฝ่าย...แต่ก็เป็นการเผชิญหน้ากันตรง ๆ ครั้งแรก...การเผชิญหน้า...ที่ได้มองสบตากันและกัน....ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งอีกฝ่ายและตนเองอย่างชัดเจน....เหมือนห้วงเวลา ณ วินาทีนั้นหยุดเดินไปชั่วขณะ...เมื่อต่างฝ่ายต่างจ้องมองสบตากันโดยไม่มีใครละสายตาออกไปก่อน....ใบหน้า...อ้อมแขน...ทุกส่วนของร่างกายที่เคยได้สัมผัสมันเหมือนจะกระตุ้นเตือนเอาความทรงจำเก่า ๆ ให้พรั่งพรูกลับมาจนหยุดไม่ได้
...เสียงการเคลื่อนไหวจากผู้ที่เดินผ่านบริเวณนั้น...เรียกสติของทั้งคู่ให้กลับคืนมาอีกครั้ง...ร่างเล็กก้มหน้าลงก่อนจะยกมือขึ้นลูบเส้นผมตัวเองเบา ๆ แก้เก้อ...เมื่อไม่อาจเลี่ยงสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้
J มองอาการของคนตรงหน้าอย่างเข้าใจ..เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก...ภาพถ่ายของ Ken ที่อยู่ในห้องทำให้ชายหนุ่มควบคุมความรู้สึกประหลาดใจเอาไว้ได้เป็นอย่างดี...กับการที่ได้เห็นอีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องพักของเพื่อนเขา...
“นาย..มาหา Ino เหรอ ?..เขาไม่อยู่...จะเข้ามาก่อนมั้ย ?”
น้ำเสียงเรียบ ๆ ที่เอ่ยออกมาจากคนตรงหน้า....เสียงที่ใม่ได้ยินมาตลอดครึ่งปี...ทำไมถึงได้ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ...ยิ่งน้ำเสียงนั้นไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกใด ๆ ร่างเล็กยิ่งรู้สึกเหมือนกับอากาศรอบตัวดูจะเบาบางลงไปทุกที..หายใจไม่ออก..
“ม...ไม่...ดีกว่า” น้ำเสียงแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากออกมาตะกุกตะกักไม่เป็นคำ..จนเจ้าตัวต้องขบเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น...ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว....เมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังจะทนไม่ได้กับสถานการณ์ตอนนี้...หากยังไม่ทันได้ออกก้าวเดิน...แขนเรียวบางก็ถูกดึงเอาไว้เต็มแรง...จนร่างเล็กต้องรีบหันกลับไปมอง... ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอุ้งมือแกร่งที่ฉวยยึดต้นแขนตนเอาไว้ก็รีบคลายออกอย่างรวดเร็ว
“ข..ขอโทษ...แค่จะบอกว่า...ถ้าจะมาหา Ino ก็เข้ามารอข้างในก่อนก็ได้...เดี๋ยวหมอนั่นก็คงจะมาแล้ว “ J เอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...ขยับหันหลังเดินนำเข้าไปภายในห้องอย่างรวดเร็ว...เมื่อตัวเขาเองก็รู้สึกอึดอัดไม่แพ้กัน...แม้จะไม่ได้หันไปมอง J ก็ยังแอบเห็นได้จากหางตาว่าร่างเล็กกำลังยืนนิ่งเหมือนกับจะขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ชั่วครู่...ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าตามหลังเขาเข้ามา ...ชายหนุ่มเดินนำไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา..รักษาระยะสายตาให้มองเมินไปทางอื่น...จนเมื่อรู้สึกว่าร่างเล็กนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ด้านข้าง J จึงเหลือบสายตากลับมามองเล็กน้อย...เพื่อสำรวจมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่เขาไม่ได้มีโอกาสเห็นมานาน...ใบหน้าเรียวสวยดูซูบซีดเล็กน้อย...หากดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลอยู่ไม่คลาย...ชายหนุ่มมองสำรวจไปทั่วร่างกายก่อนจะวนสายตากลับมามองใบหน้างามนั้นอีกครั้ง..และเมื่อเห็นว่าดวงตาคู่นั้นเหลือบมองกลับมาเช่นกัน.. J จึงเบี่ยงสายตาหลบไปอย่างรวดเร็ว...
ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานเขาเองเพิ่งจะมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนกระทั่งคลาดสายตา...ทั้งที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้มานั่งอยู่ต่อหน้ากันแบบนี้อีก...แต่แล้ว..ก็กลับได้มาพบเจอกันโดยไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้...อยากจะเอ่ยปากถามเรื่องราวมากมายทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านขายเครื่องดนตรี...เรื่องราวของอีกฝ่ายในช่วงเวลาที่ผ่านมา...รวมถึงเรื่องของ Ken ที่มาข้องเกี่ยวกับ Inoran แต่ทุกคำพูด...จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากถามออกไป.... ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบเนิ่นนานจนในที่สุดร่างเล็กก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากยุติสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ขึ้นมาอย่างไม่อาจทนต่อไปได้อีก...
“ถ...ถ้ายังไงฉันขอตัวก่อนดีกว่า...” น้ำเสียงตะกุกตะกักที่ดังขึ้นเบา ๆ เรียกดวงตาเรียวรีของชายหนุ่มหันกลับมามองคนพูดอย่างรวดเร็ว... ใบหน้าเรียวสวยซีดเซียวแสดงถึงความลำบากใจของอีกฝ่ายที่จะต้องนั่งอยู่เพียงลำพังกับเขา...สร้างความเจ็บปวดจนต้องเป็นฝ่ายผุดลุกขึ้นยืนเสียเอง...
“ถ้านายรู้สึกลำบากใจกับการที่ฉันอยู่ที่นี่....ฉันจะไปเอง...อีกอย่างธุระของฉันกับ Ino ก็ไม่ได้สำคัญอะไร...เอาไว้ฉันมาวันอื่นก็ได้ “ คำพูดที่เอ่ยออกมาโดยไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของอีกฝ่ายได้...เพราะ J พูดขึ้นมาขณะที่หันหลังให้ร่างเล็ก....ทันทีที่ชายหนุ่มขยับจะก้าวเท้าออกไป...ภาพความทรงจำเก่า ๆ และคำพูดเดิม ๆ วันที่อีกฝ่ายเดินจากไปก็ย้อนเข้ามาในความทรงจำทันที
....ทำไม ? ถึงคิดว่าฉันลำบากใจ....ทำไม ? ถึงคิดว่าฉันไม่ต้องการให้นายอยู่....
“แล้วนายไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง ?!! ทำไมถึงได้ทำเหมือนมันเป็นเรื่องง่าย ๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไร !!! “ ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับตวาดถามกลับไปทันที...ยิ่งได้เห็นอีกฝ่ายเฉยชาเหมือนดั่งลืมเลือนทุกเรื่องราวได้หมดแล้ว....หัวใจยิ่งเจ็บเหมือนกับโดนเข็มทิ่มแทง...ทำไม ? จึงเหลือแค่เพียงเขาที่ยังติดอยู่กับวังวนเก่า ๆ ไม่ยอมหลุดพ้นสักที....สิ่งที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มผมทองที่หันหลังให้อีกฝ่ายต้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว
“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ? ก็ในเมื่อสิ่งที่นายแสดงออก..มันบอกว่านายไม่ต้องการฉัน !! “ J สวนกลับคำพูดนั้นไปทันทีเช่นกัน...ก่อนจะข่มตาแน่นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้อารมณ์ตอบโต้กับอีกฝ่าย....เรื่องผ่านมาตั้งครึ่งปีถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากพูดถึงมันอีก.... ชายหนุ่มรีบหันหลังให้ร่างเล็กอย่างรวดเร็วพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ตอบโต้ห
รือแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวมากไปกว่านี้....คำตอบที่ได้รับมาจากอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กนิ่งอึ้งไปทันที....ไม่เคยได้รับรู้เลยว่าตัวเขาแสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นเช่นไร ?..... “ต....แต่ “ ยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา...ประตูห้องพักของ Inoran ก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างเจ้าของห้องที่ติดตามเข้ามาทันทีเช่นกัน
“ J “
“ Hyde “ ทั้ง Ken และ Inoran ร้องเรียกชื่อคนที่อยู่ภายในห้องเบา ๆ ทั้งคู่แทบจะยิ้มออกมาทันทีเมื่อคิดไปว่าสองคนนี้คืนดีกันและพากันกลับมาพร้อมกัน.... แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามร่างเล็กก็เดินพรวดพราดเข้ามาคว้าเอาตัวเจ้าเหมียวขนทองที่อยู่ในอ้อมกอดของ Ken พร้อมกับเดินออกจากห้องไปทันที
“เดี๋ยว !! นั่นนายจะทำอะไร ? “ J ร้องถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่า Hyde เอาตัวเจ้าแมวขนทองที่เขาเอามาฝาก Inoran ไว้ก่อนไปอเมริกาไปด้วย....ทั้ง ๆ ที่เขามาวันนี้เพื่อจะเอามันกลับไปเลี้ยงเหมือนเดิม...แต่สิ่งที่ชายหนุ่มแสดงออกก็ทำให้เพื่อนรักผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พอจะเดาอะไรได้เลา ๆ ว่า...สองคนนี้คงยังไม่ได้คืนดีกันแน่ ๆ มือบางรั้งต้นแขนเพื่อนเอาไว้ทันทีเมื่อเห็นว่า J กำลังจะตามออกไป
“เดี๋ยว !!!.... Ken ตาม Hyde ไปที” Inoran รีบหันไปสั่งความกับชายหนุ่มหน้าแมวทันทีเช่นกัน...พร้อมกับดึงร่างเพื่อนตัวบึ้กให้กลับเข้าไปในห้องรับแขกเมื่อเห็นว่า Ken ตาม Hyde ออกไปแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !!! “ น้ำเสียงกระแทกกระทั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวตามมาทันทีที่ตนเองโดนเพื่อนลากกลับเข้ามาภายใน...ทั้งเรื่องของ Ken ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเพื่อนของเขา...ทั้งเรื่องเจ้าแมวตัวนั้น...เท่าที่จำได้ก่อนไปเขาไม่ได้ยกมันให้ใครแล้วทำไมตอนนี้มันถึงไปอยู่ในมือของ Hyde
...คำถามที่ได้ยินทำให้ร่างบางหันขวับกลับมามองด้วยความไม่พอใจ...เมื่อเห็นท่าทางฉุนเฉียวเอาแต่อารมณ์ของเพื่อนรักหัวทองของตน...ยิ่งเห็น J หงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น... ตัวเขาเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กันเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามช่วยไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของคนคู่นั้นดีขึ้นแม้แต่น้อย
“ฉันต่างหากต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น...พวกนายสองคนไม่ได้กลับมาด้วยกันเหรอ “ Ino ย้อนถามเรื่องที่ตนเองข้องใจไปทันที
“จะมาด้วยกันได้ยังไง ?!! หน้าฉันเขายังไม่อยากจะมอง...แค่รู้สึกว่าต้องหายใจร่วมกับฉัน !! Hyde ก็คงไม่อยากแล้ว !! “ J ตะคอกกลับไปเสียงแข็ง... อารมณ์ขุ่นมัวกับท่าทางที่ร่างเล็กแสดงออกนับจากวันที่เจอกันที่ร้านขายเครื่องดนตรี
แล้วมาจนวันนี้ เป็น Hyde เองที่เอาแต่หนีและหลบหน้าเขาตลอดเวลา... จบคำพูดร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็หันหลังเดินออกไปอย่างฉุนเฉียวประตูห้องถูกกระแทกเปิดดังโครมใหญ่...เสียง Inoran ที่ตะโกนไล่หลังมาก็ไม่อาจทำให้ J หยุดเท้าลง... ณ เวลานี้คงไม่มีที่ไหนที่ทำให้เขาจะรู้สึกสงบสบายใจอีกแล้ว...เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทของเขาก็ยังเหมือนกับอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขา.
....ทำไม ? ถึงไม่มีใครเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง ?....
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 62- 62 -
“Ino...คิดอะไรอยู่เหรอ..” Inoran หันมองชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบา ๆ... “ไม่ได้คิดอะไรหรอก...แต่รู้สึกไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้...จะเป็นยังไงก็ไม่รู้สองคนนั่น...” “ใครว่า..ฉันให้โอกาสนายต่างหาก..ถ้าฉันไม่ให้ฝันไปรึเปล่าว่าจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้..” Ino ดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย...ลุกเดินหนีไปทันที...เสียงอีกฝ่ายยังไล่หลังตามมาไม่หยุด...ยิ่งทำให้อายหนักเข้าไปอีก... “จ้า...ว่าแต่..ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ..หา..ไหนว่าไม่เชื่อ..Ino จะไปไหนล่ะ..ยังคุยไม่จบเลย...” “หิวข้าว!!!” “อ่อ..หิวจนหน้าแดงเลยเนอะ...” <<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>> J จัดการเตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นจนเสร็จเรียบร้อยก่อนกำหนดเดินทางอย่างจวนตัวเพียงหนึ่งวัน... ทั้งนี้ก็เพราะตั๋วเครื่องบินในช่วงเทศกาลปีใหม่หาได้ยากจนคิดว่าอาจจะต้องเลื่อนการเดินทางออกไปแล้ว...แต่แล้วโดยไม่คาดฝันจากความช่วยเหลือของเพื่อนหลาย ๆ คน...เขาก็ได้มันมาอยู่ในมือจนได้... เช้าวันที่สองของการเริ่มศักราชใหม่..ชายหนุ่มผมทองก็จัดการเก็บข้าวของออกมาจาก Apartment เล็ก ๆ ที่อยู่อาศัยมากว่าครึ่งปีด้วยความใจหายอย่างบอกไม่ถูก...เสียงถอนใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะบอกลาสถานที่ตรงหน้าอย่างอาลัย... “ลาก่อน....” “Thanks..” J เอ่ยขอบคุณพนักงานขับรถที่ช่วยยกกระเป๋าลงมาใส่รถเข็นให้..ก่อนจะรีบเข็นสัมภาระเข้าไปในสนามบินอย่างรวดเร็ว...นาฬิกาถูกยกขึ้นตรวจดูเวลาอีกครั้ง...ขนาดเผื่อเวลารถติดแล้ว..แต่ก็ยังสายจนได้.. อีกด้านหนึ่งของสนามบิน...เด็กสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดเอวญาติผู้พี่เอาไว้อย่างออดอ้อน..เสียงถามย้ำแล้วย้ำอีกถึงสุขภาพของอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย... “พี่...พักที่นี่อีก 2-3 วันไม่ดีเหรอคะ...หน้ายังซีด ๆ อยู่เลย...” ดวงตากลมใสมองภาพผู้ที่ตนรักเหมือนเป็นพี่น้องในสายเลือดอย่างวิงวอน... หลังจากหมดสติไปตอนนั้น...อีกฝ่ายก็ไข้ขึ้นไม่ได้สติเลยอยู่วันกับคืน...คำพูดเพ้อเพราะพิษไข้ทำให้เด็กสาวได้รู้อะไรเลา ๆ...แม้จะไม่ชัดเจน..และไม่กล้าเอ่ยปากถามไถ่...แต่เธอก็รู้ว่าพี่ชายต้องเจ็บปวดมากมายเพราะคน ๆ นั้น... “พี่หายดีแล้วจริง ๆ..อีกอย่างตั๋วก็จองไว้แล้ว..เด็กดีอย่าดื้อนะ..แล้วพี่จะโทรมาบ่อย ๆ...” Hyde รวบร่างเล็ก ๆ นั้นเข้ามากอดเอาไว้แน่น...รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก...ความรักและเอ็นดูที่มีต่ออีกฝ่าย..ยิ่งมากเพิ่มขึ้นเมื่อได้สติขึ้นมาและพบว่ามีใครคนหนึ่งคอยห่วงใยดูแลตนอยู่ไม่ห่าง... สิ่งนั้นทำให้หัวใจอบอุ่นจนอยากจะเหนี่ยวรั้งความรู้สึกนั้นเอาไว้กับตัวให้นานที่สุด... “จริง ๆ นะคะ...ถ้าพี่ไม่โทรมา..หนูจะโทรไปเอง...จะคุยนาน ๆๆๆๆ แล้วจะให้เก็บเงินปลายทางด้วย...” “จ้า..กลัวแล้ว...” Hyde หัวเราะออกมาเบา ๆ..ยกมือขึ้นยีเส้นผมอีกฝ่ายเล่นด้วยความเคยชิน..อีกฝ่ายย่นจมูกกลับมาให้อย่างขัดใจ..ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ เช่นกัน.. “พี่รีบเข้าไปเถอะค่ะ...เขาเรียกแล้ว...” Hikaru บอกเสียงเครือ..ปลายจมูกแดง ๆ เหมือนจวนจะร้องไห้ออกมาเต็มที...จนอีกฝ่ายต้องดึงเข้ามากอดไว้อีกครั้งเพื่อปลอบโยน... “พี่คะ...หนูรักพี่นะ...ใครคนไหนจะเป็นยังไงก็ช่าง..แต่หนูจะรักพี่ตลอดไป...พี่ไม่ต้องกลัวนะคะ...หนูจะรักพี่เอง..” แม้จะไม่เข้าใจในความหมายที่เด็กสาวต้องการจะสื่อไปถึง...แต่คำพูดนั้นก็สร้างความตื้นตันจนแทบจะเรียกน้ำตาออกมา...Hyde กัดริมฝีปากตนเองเอาไว้เพื่อสะกดกลั้นความอาลัย..เอ่ยลาอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงร่าเริง... “พี่รู้...พี่ก็รัก Hika-chan..” Hyde คลายอ้อมแขนออกเลื่อนขึ้นมาจับต้นแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้.... “เป็นเด็กดี..ขยันเรียน...จะได้กลับมาอยู่กับพี่เร็ว ๆ เชื่อพี่นะ...” “ค่ะ...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ..ฝากบอกคุณพ่อคุณแม่ด้วย...ว่าหนูคิดถึง...” “จ้ะ...พี่ไปนะ...” Hyde ปล่อยมือจากร่างของอีกฝ่าย...โบกมือลาเบา ๆ ก่อนจะแข็งใจหันหลังเดินเข้าไปยังช่องทางผู้โดยสารขาออกอย่างรวดเร็ว...ร่างเล็กบางก้มหน้าซ่อนหยดน้ำใส ๆ ที่เริ่มเอ่อขึ้นมาจากขอบตาที่ร้อนผ่าวเอาไว้...ระยะเวลากว่าอาทิตย์ที่มาเหยียบดินแดนแห่งนี้...มีทั้งเรื่องที่ควรจดจำ..และเรื่องที่ควรลืมเลือน..ถ้าเพียงแต่หัวใจคนเราจะเหมือนเครื่องบันทึกอะไรสักอย่าง... เขาจะไม่ลังเลเลยที่จะลบทิ้งเรื่องราวบางเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ออกไปให้หมดจากหัวใจ Hikaru ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาจากใบหน้าเบา ๆ...ดวงตาทั้งคู่ยังคงมองไปยังที่ ๆ แผ่นหลังนั้นลับหายไปจากสายตา..ก่อนจะแข็งใจดึงสายตาตนเองมาจากที่นั้น...ทันทีที่หันหลังกลับ..ร่างเล็ก ๆ ก็โดนกระแทกเข้าที่ไหล่อย่างแรงจนเกือบจะเสียหลักล้มถ้าไม่มีอ้อมแขนของอีกฝ่ายรับตัวเอาไว้... “Sorry.. เอ่อ..คนญี่ปุ่นรึเปล่า...ขอโทษนะรีบไปหน่อย..เจ็บตรงไหนรึเปล่า...” “ไม่เป็นไรค่ะ..” Hikaru ปฏิเสธเบา ๆ ภาษาพูดเดียวกันทำให้ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ... ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับผลักอีกฝ่ายออกห่างทันทีที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน...เด็กสาวเหลียวมองไปยังทิศทางที่ญาติผู้พี่เพิ่งเดินลับเข้าไป...ก่อนจะหันกลับมามองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ... J ยืนอึ้งไปชั่วขณะกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปโดยฉับพลันของเด็กสาวตรงหน้า...จะว่าโกรธที่เขาเดินชนก็น่าจะทำเช่นนี้แต่แรก...คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันด้วยความสะดุดใจ..เค้าหน้าของอีกฝ่ายเหมือนเคยเห็นที่ไหน... ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถามฝ่ายนั้นก็สะบัดหน้าเดินจากไปราวกับมีเรื่องโกรธแค้นอะไรกันอย ู่...ชายหนุ่มมองตามไปอย่างงุนงงก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงเรื่องของตนเอง... ความสงสัยที่อยู่ในหัวถูกสลัดหายไปจนหมดขณะยืนหอบอยู่ภายในช่องผู้โดยสารขาออกอย่างเฉียดฉิว.... Hyde ขยับกายไปมาไล่ความเมื่อยล้าที่ต้องนั่งอยู่กับที่มาเป็นเวลากว่าสิบชั่วโมง... เสียงประกาศจากภายในเครื่องให้เตรียมตัวรัดเข็มขัดก่อนเครื่องบินจะลงจอดเรียกรอยยิ้มบาง ๆ จากริมฝีปากบางสวยอย่างยินดี... “เมื่อยจริง ๆ...ไม่เอาอีกแล้วนั่งเครื่องไกล ๆ แบบนี้..” เสียงหญิงชราที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บ่นกับสามีเธอเบา ๆ.. “เฮ้อ..ก็ยังสบายกว่าคนนั่งชั้นประหยัดล่ะน่า..อย่าบ่นเลย..ไหน ๆ ก็ถึงแล้ว...” “ใครว่าฉันบ่น..ฉันก็พูดไปอย่างนั้น..คนบ่นน่ะมันคุณ..เห็นบ่นมาตลอดทาง..เมาเครื่องบ้างล่ะ..ปวดหัวปวดท้องบ้างล่ะ..” “พอ ๆ.. เกรงใจหนูคนนั้นเขาบ้าง...หนวกหูแย่แล้ว..นั่งฟังเราทะเลาะกันมาตลอดทาง..ขอโทษนะหนู...คนแก่ก็แบบนี้แหละ..” Hyde ที่นั่งอมยิ้มฟังทั้งคู่อยู่ถึงกับเหลียวมองไปรอบตัว..ก่อนจะยิ้มเก้อ ๆ ออกมา... “เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผม...ไม่หนวกหูหรอกครับ...” “อ้าว...หนูเป็นผู้ชายเรอะ...555 ตาแก่เอ๊ย...ตาฝ้าฟางไปเรียกเขาหนู ๆ...” “ฉันฟางคนเดียวเรอะ..เมื่อกี้ก็ไม่เห็นเธอค้านอะไร...แล้วมาว่าฉันคนเดียวได้ไง..” “เอ่อ...” Hyde เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเรื่องทำท่าจะยาว... “ไม่เป็นไรครับ..รีบรัดเข็มขัดก่อนดีกว่าครับ..เครื่องจะลงแล้ว...” “จ้ะ ๆ..นั่นสิเกือบลืม..เพราะคุณแหละเห็นมั้ย...” “เพราะอีกแล้ว..อะไร ๆ ก็เพราะฉัน...” “ก็มันจริงนี่...ติดยังไงล่ะคุณ...” “ระวังมือ...มานี่ฉันติดให้ดีกว่า...” Hyde อดยิ้มออกมาไม่ได้กับภาพที่เห็นตรงหน้า...ถึงจะเถียงกันมาตลอดทาง..แต่ความห่วงใยของทั้งคู่ที่มีให้กันก็อยู่ในสายตาเขามาตลอดเช่นกัน...ภาพของหญิงชราที่ลุกขึ้นมาห่มผ้าให้อีกฝ่าย...สองคนประคองกันเดินไปห้องน้ำ...รวมทั้งภาพที่กำลังปรากฏต่อสายตาอยู่ตอนนี้...ทำให้อดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้...การมีใครซักคนอยู่ข้าง ๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ... “จริงสิ..หนูชื่ออะไรจ๊ะ...” หญิงชรายังคงเรียกแทนตัวอีกฝ่ายเช่นเดิม...ซึ่ง Hyde ก็ไม่ถืออะไร..ได้แต่ตอบยิ้ม ๆ กลับไป... “Hyde ครับ..” …………………………………………………. “เด็กคนนั้นไปไหนแล้วก็ไม่รู้คุณ...” หญิงชรามองสอดส่ายสายตาหาร่างเล็กบางที่รู้สึกถูกชะตาไปจนทั่วขณะยืนรอกระเป๋าอยู่ด้วยกันกับสามี.. “คงไปแล้วล่ะ...กระเป๋ามาแล้วคุณ...” ชายชรารีบขยับไปยกกระเป๋าจากสายพาน..กว่าจะยกใบแรกลงวางที่พื้นได้..อีกใบก็เลื่อนไปไกลมือแล้ว... “เดี๋ยว ๆๆ..” เสียงร้องเรียกที่หลุดปากออกมาทำให้ชายหนุ่มผมทองที่ยืนรอกระเป๋าอยู่ใกล้ ๆ หันมามอง..ก่อนจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย...มือแกร่งเอื้อมคว้ากระเป๋าใบนั้นมาส่งให้ทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม... “นี่ครับ..” “ขอบใจมากพ่อหนุ่ม..ขอบใจ...” ชรารีบรับกระเป๋ามาใส่รถเข็นขนสัมภาระของตนและภรรยา... แล้วสองสามีภรรยาก็ยืนมองดูชายหนุ่มร่างสูงผมทองจัดการนำกระเป๋าใบสุดท้ายของตัวเองมาใส่รถเข็นอย่างเอ็นดู... “คุณ..นั่นหนู Hyde รึเปล่า..” J เงยหน้าขึ้นจากสัมภาระตรงหน้าขึ้นมองไปรอบตัวทันทีที่ได้ยินเสียงชื่อเรียกบุคคลคนหนึ่ง...ชาวาบไปทั้งร่างเมื่อมองไปยังทิศทางที่สองสามีภรรยากำลังชี้ชวนกันมองไป...ร่างบอบบางที่แสนคิดถึง...ทุกวันทุกคืน..เขาต้องทรมานแค่ไหนกว่าจะข่มตาหลับลงได้..เมื่อไม่มีร่าง ๆ นั้นอยู่ในอ้อมแขน... “ใช่จริง ๆ...ไปตั้งไกลแล้ว..คงเรียกไม่ทันแล้วล่ะ...” “ขอโทษนะครับ...” เสียงเอ่ยขอโทษทำให้สองสามีภรรยาขยับหลบไปเพื่อเปิดทางให้คนพูดวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว... “อ้าว..พ่อหนุ่ม..จะรีบไปไหน..กระเป๋าล่ะ...พ่อหนุ่ม..” เสียงถามด้วยความเป็นห่วงนั้นไม่ได้ทำให้ J เหลียวกลับไปมองแม้แต่น้อย...ดวงตาเรียวรีจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กบางนั้นด้วยหัวใจที่เต้นเร็วแรงจนเจ็บไปหมด....ผู้คนมากมายทำให้เร่งฝีเท้าไปได้อีกไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักอีก...จนร่างเล็ก ๆ ที่เห็นอยู่ไกล ๆ หายไปจากสายตามากขึ้นทุกที...ชายหนุ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายจน...ลืมไปสนิทว่าที่นี่คือญี่ปุ่นไม่ใช่อเมริกา.. “นั่น J มือเบสวง Luna Sea รึเปล่าเธอ..” เสียงที่ดังมาเข้าหูทำให้ชายหนุ่มรีบก้มหน้าเลี่ยงไปอีกทาง...ชั่วขณะเดียวที่ละสายตา...ร่างที่มองหาก็หายไปท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินไปมาอยู่ในสนามบินแห่งนี้เสียแล้ว... “Hyde...นายจริง ๆ ใช่มั้ย...” เสียงครางลอดริมฝีปากออกมาอย่างปวดร้าว...เค้าหน้าที่คุ้นตาของเด็กสาวคนนั้นเด่นชัดขึ้นมาทันที...Hikaru น้องสาวของ Hyde นั่นเอง..และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา...ภาพที่เกิดขึ้นในร้านขายเครื่องดนตรีย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ...ใบหน้าคมเข้มก้มลงต่ำ..กัดริมฝีปากจนห้อเลือด... “ทำไมนายต้องหนีฉันด้วย...” <<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>> ความรู้สึกยินดี...ที่ได้กลับมาเหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินที่ตัวเองเกิดและเติบโตมลายหายไปในชั่วพริบตา...ชายหนุ่มผมทองเร่งฝีเท้าย้อนกลับไปจัดการกับกองสัมภาระของตนเอง...แม้จะรู้สึกแย่แค่ไหน.. แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยิ้มแย้มพูดคุยแสดงความขอบคุณต่อสองสามีภรรยาสูงอายุที่มีน้ำใจอยู่เฝ้าของให้เขาทั้งที่เพิ่งจะได้พบกันเป็นครั้งแรก...คำยืนยันจากทั้งคู่ทำให้เขาไม่มีข้อสงสัยอีกแล้ว...คน ๆ นั้นคือ Hyde จริง ๆ...ทันทีที่ออกจากสนามบิน...ชายหนุ่มก็ตรงกลับห้องพักอย่างรวดเร็ว... ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรก..ตั้งใจว่าจะออกไปพบเจอเพื่อนฝูงทันทีที่กลับมาถึง..แต่ภาพของใครคนนั้นก็ยังมารบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา...นี่ถ้าเขาไม่ได้เข้าใจผิดวันนั้นที่ร้านขายเครื่องดนตรี...เงาร่างคุ้นตาที่เดินหนีเขาไปนั่นคงจะเป็น Hyde อีกเช่นกัน... ...ชายหนุ่มทิ้งกายลงนอนบนเตียงนุ่มพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า...ระยะเวลาที่จากไปทั้ง ๆ ที่คิดว่านานพอที่จะลืมทุกอย่างได้แล้วแต่พอได้มาพบเจอกันอีก...แม้จะโดยไม่ได้ตั้งใจ...แต่มันก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า..เขาไม่เคยลืม Hyde ได้..... ….J ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ถ้าพรุ่งนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วสามารถลืมเลือนทุกอย่างได้ก็คงจะดี... กระเป๋าเสื้อผ้าและสัมภาระต่าง ๆ ยังคงถูกวางกองอยู่ที่พื้นห้องอย่างไม่ใส่ใจ...ความรู้สึกปวดแปลบที่เกิดขึ้นในใจ...ทำให้อ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ...จนไม่อยากจะลงมือทำอะไรสักอย่างในตอนนี้...ร่างสูงใหญ่พลิกตัวลงนอนคว่ำหน้ากับเตียงนอน...ฟังเสียงความเงียบที่โอบล้อมอยู่รอบตัว... ...ถ้าคนเราห้ามความคิดตัวเองได้....แม้เพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น...เขาก็คงมีเวลาสักนาที..ที่จะไม่ต้องทนทรมานแบบนี้.... <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>> TBC. Love Punish 61- 61 -
“พี่คะ...พี่ Hyde..” ร่างเล็กบางที่นั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่บนโซฟาท่ามกลางความมืดสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ พร้อมกับสัมผัสจากฝ่ามือเล็ก ๆ ที่วางลงบนบ่า..
“อ้าว...Hika-chan..กลับมาแล้วเหรอ..”
“ค่ะ...ขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจ..พี่หลับเหรอคะ..” Hikaru เอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด..เมื่อเห็นอาการสะดุ้งของอีกฝ่าย..
“ปะ..เปล่าจ้ะ...พี่ไม่ได้หลับหรอก..นั่งคิดอะไรเพลินไปหน่อย..ไม่ต้องขอโทษพี่หรอก..” Hyde บอกน้องสาวให้สบายใจ..
“แล้วทำไมนั่งอยู่มืด ๆ ล่ะคะ..” เด็กสาวถามยิ้ม ๆ..รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยที่ไม่ได้มารบกวนการนอนของอีกฝ่าย..พลางเดินไปเปิดสวิตซ์ไฟให้แสงสว่างกลางห้อง... คิ้วเรียวเล็กของเด็กสาวขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ..ถ้าตาเธอไม่ฝาด...เมื่อครู่เธอเห็นอีกฝ่ายรีบยกมือขึ้นเช็ดอะไรบางอย่างที่ใบหน้า..ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินเลี่ยงเข้าไปภายในส่วนห้องนอน...
“พี่ไปล้างหน้าล้างตาเดี๋ยว...ง่วง ๆ ยังไงก็ไม่รู้..” เสียงบอกมาก่อนที่ร่างของคนพูดจะหายลับเข้าไปในห้อง...เด็กสาวได้แต่มองตามไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วง...รออยู่พักใหญ่ญาติผู้พี่ก็เดินกลับออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า...
“พี่โทรลงไปสั่งอาหารขึ้นมาฉลองกันแล้วนะ...เดี๋ยวคงมา...หิวมากรึเปล่าเรา...กินอะไรมาบ้างรึยัง...”
“นิดหน่อยค่ะ...เพื่อนชวนไปเหมือนกัน...แต่หนูอยากกลับมาฉลองกับพี่มากกว่า...” เด็กสาวพูดพลางเดินเข้ามากอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยกิริยาที่เคยทำอยู่เสมอเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก...อยากให้อีกฝ่ายมีความสุขในวันดี ๆ เช่นนี้...ขอให้เมื่อครู่ตนเองตาฝาดไปจริง ๆ...
Hyde หัวเราะออกมาเบา ๆ แกล้งยกมือขึ้นยีผมอีกฝ่ายเล่นด้วยความเอ็นดู...เด็กสาวหัวเราะออกมาบ้างก่อนจะพากันเดินไปนั่งลงด้วยกันที่โซฟา... สองคนพี่น้องนั่งดูรายการโทรทัศน์ด้วยกันอยู่พักใหญ่เสียงกดกริ่งพร้อมกับอาหารที่สั่งไว้ก็มาถึง...ตลอดมื้ออาหารเด็กสาวพยายามหาเรื่องมาพูดคุยให้ฟังไม่ได้ขาด...แม้ญาติผู้พี่จะรับฟังและส่งเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะ ๆ..แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความไม่ปกตินั้น...อาการเหม่อลอย...คิ้วเรียวที่มักจะขมวดม่นเข้าหากันเหมือนคิดอะไรไม่ตก...และดวงตาที่แสนเศร้า...
“อ้าว...พี่คะ..” Hikaru ร้องขึ้นด้วยความประหลาดใจ..เมื่อพี่ชายที่เห็นนั่งนิ่งอยู่เป็นนานกลับลุกขึ้นพรวดพราดโดยไม่มีสาเหตุ...
“เดี๋ยว...พี่..จะไปไหนเหรอคะ...” เด็กสาวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเล็ก ๆ เดินตามอีกฝ่ายที่กำลังคว้าเสื้อโค้ชตัวยาวจากโซฟาขึ้นมาสวมใส่..
Hyde จัดการสวมถุงมืออย่างรีบร้อน..ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเด็กสาว...บอกเสียงเหมือนที่เคยใช้เสมอเมื่อต้องการให้น้องสาวอยู่ในโอวาท...
“พี่มีเรื่องต้องสะสางให้เรียบร้อย...อย่าเพิ่งถามพี่ตอนนี้...เพราะพี่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน...พี่รู้แต่ว่า...พี่ไม่อยากรังเกียจตัวเองมากไปกว่านี้อีกแล้ว...ล็อคประตูให้เรียบร้อย...รีบเข้านอนซะ..พี่เอากุญแจห้องไปด้วย..ไม่ต้องเป็นห่วง...God bless you...” Hyde จูบเบา ๆ ที่หน้าผากของญาติผู้น้องก่อนจะคว้ากุญแจห้องเดินตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว...เด็กสาวที่ยืนตะลึงอยู่วิ่งตามมาคว้าแขนเอาไว้อีกครั้ง...ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา...
“พี่ด้วยนะคะ...ขอพระผู้เป็นเจ้าอำนวยพรให้พี่ด้วย...Merry Christmas..”
“ขอบใจจ้ะ...” Hyde ยกมือขึ้นไล้แก้มของเด็กสาวเบา ๆ...ก่อนจะก้าวออกจากห้องเมื่อตัดสินใจได้แล้วในสิ่งที่ตนเองควรจะกะทำ...เลิกเป็นคนขี้ขลาด...แล้วเผชิญหน้ากับความจริงสักที!!!..
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
กระดาษยับยู่ยี่ในกระเป๋าถูกนำออกมาตรวจดูอีกครั้ง...ลมหายใจเป็นไอสีขาวออกมาจากริมฝีปากบางสวยที่กำลังคลี่ยิ้มอย่างยินดี..ชื่อ Apartment ที่ปรากฏในแผ่นกระดาษตรงกับที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา...ต้องใช่ที่นี่แน่.. Hyde เหลียวมองไปรอบ ๆ ตัว..ก็ต้องส่ายหัวให้ตัวเองพร้อมกับหัวเราะออกมา...โรงแรมที่พักของเขาอยู่ถัดไปอีกไม่กี่บล็อกเท่านั้น...แต่กว่าเขาจะหาที่นี่เจอ..กลับใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง...ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกยาวก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินขึ้นบันไดเล็ก ๆ ไปยังชั้นที่ต้องการ...ยิ่งใกล้...สองขาที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงในตอนแรกก็ยิ่งก้าวเดินลำบากขึ้นทุกที...ริมฝีปากที่เริ่มเปลี่ยนสีเพราะอุณหภูมิหนาวเย็นภายนอกถูกขบไว้เบา ๆ เพื่อสั่งตัวเองไม่ให้ถอยหลังกลับ...ในที่สุดร่างเล็กก็พาตัวเองมายืนอยู่หน้าประตูห้องพักห้องหนึ่ง..
....ห้อง ### ....
....Onose Jun...
Hyde ก้มหน้าลงมองที่แผ่นกระดาษอีกครั้ง...ทั้งที่เห็นชัดอยู่ด้วยตาตนเอง...ชื่อของบุคคลที่พักอยู่ที่นี่... จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มที่เขาเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
...และเหตุการณ์นั้นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้...บางที..เวลาที่ผ่านไปอาจไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายลืมเขา...
......ออด...ออด...
Hyde ดึงมือตนเองที่เอื้อมไปกดกริ่งลงข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว...หัวใจเต้นรัวเร็วจนได้ยินออกมาภายนอก...สมองคิดทบทวนหาคำพูดแรกที่จะเอ่ยเมื่อบานประตูที่อยู่ตรงหน้าเปิดออก...เขาจะเริ่มยังไง...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ ร้าน ### ~~~
“ J!!! ....Here,you come........I though you'll never come....So...Come here,hurry!!......” Duff ตะโกนทักทายชายหนุ่มผมทองที่ผลักบานประตูกระจกเข้ามาในร้าน... เจ้าตัวหันมาส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินไปทักทายเจ้าของร้านวัยสูงอายุที่ยืนประจำอยู่ข้างหลังเคาน์เตอร์...ได้เบียร์มาขวดหนึ่งจึงเดินมาสมทบกับเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่กำลังเฮฮากันอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน...
“I can stay for a while...”
“why not? u got an appointment already?...” Duff หรี่ตามองเพื่อนสนิทต่างเชื้อชาติอย่างรู้ทัน...
“An appointment? what the fuck r u talking about? I have to go packing my stuff. I gotta go back home in a couple of days...” J ปฏิเสธพร้อมบอกเหตุผลสั้น ๆ..ก่อนจะกระดกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม..เสียงดนตรีที่ได้ยิน..ชวนให้รู้สึกรำคาญมากกว่าสนุก...ร่างเล็กบางที่เห็นเมื่อช่วงหัวค่ำ...ยังคงวนเวียนรบกวนอยู่ในจิตใจ...
....บ้าเอ้ย!!!...เสียงสบถในใจ...พร้อม ๆ เบียร์ขวดแรกที่ล่วงผ่านลำคอหมดไปอย่างรวดเร็ว...จากนั้นขวดต่อ ๆ ไปก็ติดตามมาโดยที่เจ้าของร่างไม่คิดจะปฏิเสธอีก...บางทีน้ำในขวดนี่อาจจะช่วยให้เขาลืมได้!!!
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
Hyde ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นหน้าประตูห้องอย่างเชื่องช้า...เสียงระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรมากกว่ากันระหว่างโล่งใจกับเสียใจ...ที่บานประตูเบื้องหลังไม่ได้ถูกเปิดออก...อย่างน้อยเขาก็ยังมีเวลา...วันพิเศษแบบนี้ทำไมเขาถึงไม่ทันคิดก่อนนะ...ฝ่ายนั้นอาจจะยังสนุกอยู่ในงานเลี้ยงที่ไหนซักแห่งก็ได้...รึว่า..จะกลับก่อนดี...
ร่างเล็กดึงขาของตนเองกลับมาเพื่อหลบผู้คนที่เริ่มเดินผ่านไปมาเพื่อจะกลับมาพักผ่อนยังห้องของตนเอง... สองแขนที่โอบกอดร่างตนเองเอาไว้ยกขึ้นถอดถุงมือที่สวมอยู่ออกพร้อมกับถูมือไปมาอังความความร้อนที่เป่าผ่านริมฝีปากบางเพื่อให้ความอบอุ่น...ปลายนิ้วเริ่มไร้ความรู้สึกมากขึ้นทุกที...เสียงฟันกระทบกันกึก ๆ จนต้องกัดฟันเอาไว้เพื่อหยุดเสียงนั้น...นาฬิกาข้อมือบอกเวลาสามนาฬิกาของวันใหม่แล้ว...
...ทำไม J ยังไม่มา...
“นายอยู่ไหน...J..” เสียงพึมพำกับตนเองเบา ๆ...ดวงตากลมโตเหม่อมองไปเบื้องหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย... ความมั่นใจ...ที่เคยเอาชนะความขลาดของตนเองเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้า...ถึงนาทีนี้กลับกลายเป็นความลังเล...ขลาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง...
‘พี่ด้วยนะคะ...ขอพระผู้เป็นเจ้าอำนวยพรให้พี่ด้วย...Merry Christmas..’ คำอวยพรของน้องสาวหวนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง...ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเยาะกับตนเอง...บางที...ท่านคงจะไม่อภัยให้คนขลาดอย่างพี่แล้ว...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
เสียงไขประตูก๊อกแก็กเรียกให้เด็กสาวที่เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียสะดุ้งลืมตาขึ้นมองทันที...แสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องผ่านม่านโปร่งเข้ามาบอกให้รู้ว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว... เด็กสาวขยับกายออกจากผ้าห่มที่หอบมาจากห้องนอนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายทิ้งไปอย่างไม่ใยดี..วิ่งถลาไปที่ประตูห้องด้วยความรู้สึกทั้งยินดี..ทั้งโล่งใจ...
“พี่ Hyde...” เด็กสาวร้องเรียกออกมาอย่างยินดี...เมื่อบุคคลที่เป็นห่วงอยู่ตลอดคืนกลับมายืนปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าแล้ว...ตลอดทั้งคืนเธอเฝ้ารอคอยการกลับมาของอีกฝ่าย...ระยะเวลาที่อีกฝ่ายหายไป...น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เรื่องร้าย ๆ กลายเป็นดีได้...และ...ถ้าเธอสิ่งที่เธอภาวนาเอาไว้ไม่ผิดจากความจริงนัก..พี่กับคน ๆ นั้นคงปรับความเข้าใจกันได้แล้ว...
“Hika-chan...ทำไมตื่นเร็วนักล่ะ...” Hyde ทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม...ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองภาพตรงหน้า...แปลกที่เห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเหมือนทุกครั้ง..
Hikaru มองใบหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกตกใจ...รอยยิ้มยินดีบนในหน้าเริ่มเลือนหายไปเมื่อเห็นภาพญาติผู้พี่ถนัดตา...ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้...
“พี่...เป็นอะไรรึเปล่าคะ...ทำไมตัวเย็นแบบนี้...” เสียงร้องถามอย่างตกใจเมื่อสัมผัสถึงความเย็นจากร่างนั้น...
“เปล่า ๆ..พี่ไม่เป็นไร...ไม่เป็น..”
“พี่คะ!!!..พี่...อย่าเป็นอะไรนะคะ...พี่!!!” เด็กสาวปราดเข้ารับร่างของอีกฝ่ายที่กำลังจะทรุดลงกับพื้นเอาไว้จนเสียหลักล้มลงไปด้วยกัน...เสียงร้องเรียกชื่อซ้ำไปซ้ำมาพร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาด้วยความตื่นกลัว...
แม้ร่างกายจะไม่อาจตอบสนองใด ๆ...แต่หูก็ยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องเรียกตนเองของน้องสาว...อยากจะเอ่ยปลอบให้หายห่วงใย...แต่ริมฝีปากก็ไม่อาจขยับได้อย่างที่ใจคิด..รู้สึกเหมือนไม่มีร่างกาย...ทุกอย่างว่างเปล่า..
.....ไม่อยากคิดอะไร...ไม่อยาก...รู้สึกอะไรอีกแล้ว....
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
แสงแดดยามสายที่สาดส่องเข้ามาภายในร้านเหล้าเล็ก ๆ..ปลุกให้ชายหนุ่มที่นอนหลับใหลกระพริบตาขึ้นลงถี่ ๆ ด้วยความระคายเคือง...อาการปวดหัวจนแทบจะระเบิดก้าวย่างเข้ามาทักทายเป็นอันดับต่อมา..ชายหนุ่มยันกายจากโซฟาลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก..นั่งกุมหัวอยู่พักใหญ่จึงสามารถเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ตัวได้..เพื่อนร่วมอาชีพหลายคนนอนเรียงรายกันอยู่ตามที่ต่าง ๆ แล้วแต่ใครจะคลานไปถึง...รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อหวนคิดว่าเมื่อคืนตนทั้งกินทั้งดื่มอะไรไปบ้าง...ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับไปเก็บกระเป๋าต่อ..กลับกลายเป็นมานอนหลับเป็นตายอยู่ที่นี่จนสายป่านนี้...
“ดื่มชามั้ย...” เสียงถามที่ดังมาจากด้านหลังเรียกให้ชายหนุ่มหันไปมองพร้อมด้วยรอยยิ้ม..
“ขอบคุณครับ...ทำ master ลำบากอีกแล้ว..” J บอกด้วยความเกรงใจ..พลางยื่นมือออกมารับถ้วยชาไปยกขึ้นดื่มช้า ๆ...
“ไม่เป็นไร ๆ...ชินแล้ว..ไม่ใช่ครั้งแรกนี่...” เจ้าของร้านรูปร่างอ้วนท้วนสูงวัยตอบกลั้วเสียงหัวเราะกลับมา พลางตบบ่าอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู...
“คนที่รออยู่เขาจะโกรธรึเปล่า...มานอนหลับอยู่ที่นี่..” คำถามนั้นเกือบทำให้ชายหนุ่มสำลักชาร้อน ๆ ที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมา...
“ใครจะมารอผมล่ะครับ.. master ก็รู้..ผมอยู่คนเดียว..”
“อ้าว...เห็นตอนเข้ามาว่าจะรีบขอตัวกลับ...นึกว่ามีใครรออยู่เสียอีก...”
“ไม่มีหรอกครับ...ผม...ไม่มีใครจริง ๆ...”
ชายสูงวัยมองรอยยิ้มฝืน ๆ ที่ระบายอยู่บนใบหน้าเศร้า ๆ ของอีกฝ่าย... วัยที่ผ่านหลายสิ่งหลายอย่างมามากทำให้พอจะดูออกว่าชายหนุ่มรุ่นลูกรุ่นหลานคนนี้มีทุกข์หนักที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจ...มืออวบอูมเอื้อมไปตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ..ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน...
“จะมีใครรึไม่...บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วย...บางสิ่งบางอย่าง...แค่รอคอยมันอาจจะไม่เพียงพอ...ลองไปคิดทบทวนดูนะ...” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน..ทิ้งให้ชายหนุ่มได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองอีกครั้ง.. มือแกร่งค่อยยกขึ้นกุมหัวตนเองด้วยความปวดร้าว...แยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับมาจากฤทธิ์ร้ายของแอลกอฮอล์...หรืออย่างจากสิ่งใดกันแน่...
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
ps.อนุญาตให้กอปไฟล์เก่า ๆ ไปได้นะ เพราะ project รวมเล่มยังไม่มีกำหนดอ่ะนะ (ตอนแรก ๆ ก็หาอ่านได้จากของเดือนที่แล้วอ่ะ หัวข้อ achive ล่ะมั้งมุมซ้ายล่าง ๆ อ่ะนะ ใน Blog นี่แหละ)
อันที่จิงรวมเล่มมัน 2 เล่มจบราคาอยู่ที่ 520 บาท (ทั้งชุด 2 เล่ม) กำลังคิดอยู่ว่าจะทำมาให้เฉพาะคนที่จะเอาดีรึเปล่า ?เพราะมันน้อยกัวว่าโรงพิมพ์มันจะไม่ทำ หรือทำแต่มันคิดราคาต่อเล่มเพิ่มอ่ะดิ - -"
กอปไปเก็บไว้เองก็ได้ แต่ในรวมเล่มจะมีตอนพิเศษ 2 ตอนที่จะให้เฉพาะคนที่ซื้อเท่านั้นอ่ะนะ ^^ 1月22日 Love Punish 60- 60 -
สองวันแล้วที่ Hyde เดินทางมาเยี่ยม Hikaru ที่อเมริกา....ทุก ๆ วันมักจะถูกแม่น้องสาวตัวดีลากไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่อยู่ตลอด...ตั้งแต่โหมทำงานหนักนานติดต่อกันหลายเดือน..ก็เพิ่งจะมีช่วงเวลานี้ที่ Hyde รู้สึกว่าตัวเองได้พักผ่อน...และผ่อนคลายอย่างเต็มที่....นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกสงบสบายใจเช่นนี้...วันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ... ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยคู่รักที่เตรียมฉลองด้วยกันในค่ำคืนที่มีความหมายนี้..... ทุกอย่างรอบกายไม่ว่าจะหันไปมองทางไหนถ้าเขาเดาไม่ผิดมันคงจะถูกประดับประดาไปด้วยสีแดงสีเขียว
....สีแดงที่เขามองไม่เห็น....
ดังนั้นไม่ว่าผู้คนจะร้องบอกว่ามันเป็นสีที่สวยเพียงใด...แต่ในสายตาเขามันก็เป็นเพียงแค่สีเทาหม่นเศร้า....คงไม่ต่างอะไรไปจากหัวใจและความรู้สึกเขาตอนนี้...ที่ไม่อาจจะชี้ชัดไปได้เลยว่าเป็นขาวหรือดำ....ในเมื่อมันยังคงเป็นสีเทาคลุมเครือ...เพราะตัวเขาเองไม่กล้าที่จะตัดสินใจ...
“Hika-Chan จะไปเดินเที่ยวกับพวกเพื่อน ๆ ต่อรึเปล่า ? “ Hyde หันมาถามน้องสาวเพราะขณะที่เดินเที่ยวกันอยู่สองคนจนใกล้จะกลับ...ก็ปรากฏว่ามีเด็กสาวผมทองสองคนเข้ามาทักทายน้องสาวของเขา...เท่าที่ฟัง ๆ ดูก็เดาได้ว่าคงเป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกัน...Hikaru หยุดคิดนิดหน่อยใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนต่อ...แต่อีกใจ...ก็ไม่อยากทิ้งพี่ชายเอาไว้คนเดียว.... Hyde อมยิ้มให้น้อย ๆ เมื่อพอจะคาดเดาความคิดของน้องสาวได้
“อยากไปก็ไปเถอะ...เดี๋ยวพี่ว่าจะเดินดูซื้อของฝากให้เจ้าพวกนั้นก่อน...แล้วจะกลับไปรอที่โรงแรมเลย...แล้วคืนนี้เราค่อยฉลองคืนอีฟด้วยกันนะ “ Hyde ลูบหัวน้องสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดู...Hikaru หันมายิ้มกว้างให้ก่อนจะขอตัวแยกไปกับเพื่อนอีกทาง...Hyde มองจนกลุ่มเด็กสาวลับไปจากสายตา...ตนเองจึงเดินเลี่ยงมาอีกทางตั้งใจว่าจะหาของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปให้เพื่อน ๆ ในวง....
...แต่ขณะที่เดินเลือกซื้อของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านขายเครื่องดนตรี.... มีเครื่องดนตรีวางขายอยู่เกือบทุกประเภททั้งเก่าและใหม่แถมภายในร้านยังตกแต่งในสไตล์คลาสสิค...มองเพลิน..จนเผลอก้าวขาเข้าไปในร้านโดยไม่รู้ตัว...เหมือนกับโดนแรงดึงดูดด้วยเสน่ห์อันเงียบขรึมของร้าน ๆ นี้..ที่แตกต่างไปจากบรรยากาศแห่งความรื่นเริงรอบกาย...เสียงทักทายเป็นภาษาอังกฤษดังมาให้ได้ยินทันทีเมื่อเหยียบย่างเข้าไป...ร่างเล็กเพียงหันไปอมยิ้มให้เล็กน้อย...ก่อนจะเดินชมเครื่องดนตรีที่ตั้งอยู่ภายในร้านอย่างสนใจ...ตั้งใจว่าจะหาซื้ออะไรสักอย่างไปให้เพื่อน ๆ ของเขา
...สิ่งแรกที่เห็นและคิดว่าคงเหมาะจะเอาเป็นของฝากให้มือกลองร่างผอมประจำวง....คือไม้กลอง...Hyde เดินไปหยิบขึ้นมาดู 2-3 อันตั้งใจว่าจะเลือกอันที่สวยที่สุดไปให้ Yukky แต่พอคิด ๆ อีกที...
....หมอนั่นใช้ไม้กลองเปลืองจะตาย....เลือกเอาอันสวย ๆ ที่เอาไว้เป็นของที่ระลึกดีกว่า....ไม่ต้องให้ใช้ตี....
ขณะที่คิดอะไรเล่นเพลิน ๆ อยู่คนเดียว...เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ที่ประตูร้านก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมภายในร้านนี้อีกแล้ว... Hyde หยุดยืนดูของ...โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้มาเยือนคนใหม่ที่ก้าวเข้ามามากนัก...และคงเป็นเช่นนั้นต่อไปหากไม่ใช่เพราะคำเรียกขานของเจ้าของร้าน....ชื่อ...ที่ทำให้ร่างเล็กชาวาบไปทั้งร่าง....
“ Hey !! J ...Merry Christmas “
“ Merry Christmas “ เสียงทักทายที่ดังตอบไป...เรียกให้ความทรงจำเก่าก่อนที่พยายามปิดผนึกเอาไว้พรั่งพรูออกมาดุจสายน้ำ...เสียงที่เขาคุ้นเคย...แม้ว่าจะไม่ได้ยินมากว่าครึ่งปี...แต่เขาก็ไม่เคยลืมมัน...และตอนนี้เสียงนั้น....ดังอยู่เบื้องหลังเขาห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว....ถ้าเพียงแต่เขาหันกลับไปมอง...ภาพของคน ๆ นั้นก็คงจะปรากฏต่อสายตาทันที....
...จะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?... ผมสั้นหรือว่ายาว ? ผอมหรือว่าอ้วนขึ้น ? ....
ความเปลี่ยนแปลงในตัวอีกฝ่ายที่เขาไม่เคยได้รับรู้มาตลอดครึ่งปี....เสียงพูดคุยทักทายเป็นภาษาต่างถิ่นดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเป็นระยะ ๆ ท่าทาง J จะสนิทกับเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรีที่นี่พอสมควร....จากที่ยืนแอบฟังคนทั้งสองคุยกันคร่าว ๆ พอจะจับใจความได้ว่า J จะเอาเบสมาซ่อม....ร่างเล็กหลับตาแน่น..ไม่กล้าหันไปเผชิญหน้า...ไม่กล้า...แม้แต่จะขยับตัว...นึกโกรธตัวเองอยู่ในใจไม่หาย
...ทำไม ? เขาถึงขี้ขลาดถึงเพียงนี้....
เสียงกระดิ่งที่ประตูร้านดังขึ้นมาเป็นคำรบสองเพราะมีลูกค้าคนใหม่เข้ามาเยือนอีกแล้ว....Hyde เหมือนตื่นจากภวังค์ก่อนจะรีบเร้นกายเข้าไปหลังชั้นวางของเพื่อหลบซ่อนตัว.... อาศัยช่องว่างระหว่างชั้นแอบมองไปยังหน้าเคาน์เตอร์ที่เจ้าของร้านและชายหนุ่มผมทองยืนอยู่....ภาพที่เห็นเกือบทำให้ร่างเล็กกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่....ชายหนุ่มผมทองอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ กางเกงยีนส์และเสื้อกันหนาวตัวหนาแบบมีฮู้ดที่ฝ่ายนั้นชอบสวมใส่...เส้นผมสีทองที่เคยคุ้นตาถูกปิดไว้ด้วยหมวกไหมพรมสีดำ...
‘...ท่าทางนายดูมีความสุขดีนี่นา J ....เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนายคงลืมมันไปหมดแล้ว....ทำไม ? นายถึงทำมันได้ง่ายดายนัก....’
....กึก !! ....
เสียงวัตถุที่ดังขึ้นเบา ๆ เพราะการเคลื่อนไหวของร่างเล็ก... เรียกให้สายตาของเจ้าของร้านและคนที่หยุดยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์หันมามองหาต้นตอของเสียง....ชั่วขณะหนึ่ง... Hyde รู้สึกเหมือนกับว่าดวงตาเรียวรีคมเข้มคู่นั้นหันมาสบตากับเขา.... ร่างเล็กแทบลืมหายใจเมื่อเห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มที่เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากำลังเดินตรงมาทางชั้นวางของที่เขาซ่อนตัวอยู่...ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและต้องการคำตอบ....เมื่อรู้สึกถึงความคุ้นเคยกับคนที่กำลังซ่อนอยู่หลังชั้นวางของ....ร่างเล็กค่อย ๆ เบี่ยงกายถอยหนีไปทีละก้าวเมื่อร่างของชายหนุ่มผมทองกำลังใกล้เข้ามาทุกที....และในจังหวะที่ J กำลังจะเดินมามองที่ด้านหลังชั้นวางของ...Hyde ก็อาศัยจังหวะนั้นเปิดประตูร้านและก้าวเดินออกไปอย่างเร่งรีบ....จนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง....เมื่อรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มเปิดประตูร้านตามออกมาเช่นกัน
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
ช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้น... J ถูกปลุกให้ตื่นจากที่นอนอันแสนอบอุ่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด...ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดยาวหลังจากที่ไม่ได้พักมานาน...แต่ก็ยังมีคนมารบกวนถึงห้องพักจนได้
“ Fucking Hell !! “ J สบถออกมาเบา ๆ ตามนิสัยที่เคยชิน... ขณะที่กำลังพยายามงัดตัวเองขึ้นมาจากที่นอนหนานุ่มเพื่อจะลุกขึ้นไปเปิดประตูรับผู้ม
าเยือนที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของเขาอย่างหงุดหงิด “ Hi !! J …Hey !!...Why you Still Sleeping ?“ เสียงเพื่อนต่างชาติของชายหนุ่มร้องถามทันทีที่เห็นหน้าตาสะลึมสะลือและผมเผ้ายุ่งเหยิงของ J ที่ออกมาเปิดประตูให้...ชายหนุ่มผมทองจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์ก่อนจะเอ่ยปากทักทายไปตามมารยาท
“Good Morning “ จบคำทักทาย J ก็เปิดประตูออกกว้างขึ้นเพื่อให้เพื่อนร่วมงานที่เป็นอดีตมือเบสวงร็อคชื่อดังของอเมริกาก้าวเข้ามาในห้อง...ส่วนตนเองกำลังทำท่าจะเดินกลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง
“This’s Afternoon !! “ เสียงเพื่อนร่วมงานดังมาขัดขึ้นทันทีที่ได้ยินคำทักทายและท่าทางของชายหนุ่มที่กำลังจะล้มตัวลงนอนบนเตียง
“Hey!! Hey !! ...come on” Duff ส่งเสียงเรียกเอาไว้ได้ทันก่อนจะรีบลากเพื่อนหน้าตี๋ให้มานั่งลงบนโซฟาแทน....ชายหนุ่มที่โดนเพื่อนดึงให้ลุกขึ้นมานั่งยังคงมีอาการง่วงงุนอย่างเห็นได้ชัด
“Today is Christmas eve... you have nothing to do?” เพื่อนต่างชาติเอ่ยปากถามขึ้นทันที.... ในเมื่อวันนี้เป็นวันที่ผู้คนในเมืองต่างพากันเตรียมทำกิจกรรมเพื่อฉลองกับวันพิเศษแบบนี้กันทั้งนั้น.... J หรี่ตามองเพื่อนร่วมงานที่โผล่มารบกวนการพักผ่อนของเขาเพียงเพื่อจะชวนฉลองคริสต์มาสอีฟอย่างเซ็ง ๆ....ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาก็โหมทำงานจนแทบไม่ได้พักผ่อน....จนใกล้เวลาที่ตัวเองจะกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนที่จากมา...ก็เพิ่งจะมีช่วงวันหยุดยาวช่วงนี้นี่แหละที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่...
...แต่กลับมาโดนขัดความสุขซะนี่...
“So What ?” J ถามกลับอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางเพื่ออ้าปากหาวพร้อมกับสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความง่วงงุน....Duff อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวอย่างเซ็ง ๆ เช่นกันกับท่าทางเบื่อโลกของเพื่อนหน้าตี๋...การที่เขามารบกวนการพักผ่อนของอีกฝ่ายคงทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสียน่าดู...
“OK…Ok….Tonight, we will have a party for our staffs only at the same club. This party is a celebration for X'Mas eve and your traveling back to hometown. So you have to go without exception!!! I wanna see you. I gotta go....don't wanna waste your time.” Duff เอ่ยปากลาทันทีเมื่อมาบอกถึงสิ่งที่ต้องการให้ชายหนุ่มหน้าตี๋ได้รับรู้ด้วยตนเอง
“ Hey !! Wait….” J ส่งเสียงเรียกเพื่อนร่วมงานเอาไว้อีกครั้ง...จน Duff ต้องหันมามองอย่างสงสัย
“Next time,if you wanna say only this...” J เว้นระยะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “Call me!! ...” พร้อมกับทำท่ายกหูโทรศัพท์อย่างกวน ๆ จนเพื่อนใหม่ต้องชูสัญลักษณ์นิ้วกลางตอบกลับไปเป็นกิริยาที่ใช้แสดงออกโดยไม่ถือสาซึ่งกันและกัน....Duff ก้าวเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องให้....
...ชายหนุ่มผมทองเอนกายฟุบลงกับโซฟานอนนิ่งอยู่เช่นนั้น.... ทั้งยังไม่อยากตื่นขึ้นมาทำอะไรและหรือแม้กระทั่งจะลากตัวเองกลับไปนอนบนเตียงต่อก็ยังขี้เกียจ....J ฟุบหน้านิ่งอยู่อย่างนั้นสักพัก...เสียงท้องร้องก็เริ่มดังมารบกวนจนไม่สามารถทนเฉยหลับตาต่อไปได้... ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจขยับตัวลุกขึ้นมาบิดกายอย่างเกียจคร้าน....เดินสะลึมสะลือเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว
.... เพียงเวลาไม่นานร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผมทองก็อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมที่จะออกไปข้างนอก...เมื่อหาของกินใส่ท้องและอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว... ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะนอนอยู่ที่ห้องเฉย ๆ ไม่ไปไหน...แต่ดันโดนเพื่อนมาขัดความสุขเสียก่อน...J เลยตัดสินใจที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงเวลานัดทำอะไรฆ่าเวลาไปก่อน...ไหนยังจะต้องเตรียมตัวเดินทางกลับไปทำงานที่ยังเหลืออีกเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อที่ประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของตนเอง...กลับญี่ปุ่น...ที่ ๆ เขาจากมาเพื่อจะลืมเลือนใครบางคน
...ชายหนุ่มเริ่มลงมือเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงกระเป๋าเดินทางไว้บ้างแล้ว...แต่ที่ลืมเสียไม่ได้คือเจ้าเบสตัวเก่งของเขาที่ J ทำสายมันขาดตั้งแต่เมื่อวาน...และยังไม่ได้นำไปขึ้นสายใหม่... ตอนแรกตั้งใจว่าจะนำกลับไปทำที่ญี่ปุ่นแต่ในเมื่อวันนี้ถูกปลุกขึ้นมาโดยที่ไม่มีแผน
จะทำอะไรเลยตลอดทั้งวัน... J จึงตัดสินใจที่จะเอามันไปซ่อมที่ร้านเก่าแก่ที่เขารู้จักเป็นอย่างดีตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เพราะคำแนะนำของเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน.... J คว้าเบสคู่ใจใส่ลงในกระเป๋าของตัวมันเองก่อนจะสะพายขึ้นบ่าและเดินเท้าไปยังร้านเครื่องดนตรีที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่บล็อก...ตลอดสองข้างทางที่ชายหนุ่มผมทองเดินผ่านถูกประดับประดาไปด้วยไฟกระพริบ...และโทนสีเขียวแดงต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างสนุกสนาน....ภาพที่พบเห็นเรียกให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปน้อย ๆ
“ Hey !! J ..Merry Christmas “ เสียงทักทายของเจ้าของร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีดังขึ้นมาทักทันทีที่เขาก้าวขาเข้ามาในร้าน...ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้อย่างเป็นกันเองก่อนจะทักทายตอบไป
“Merry Christmas” เสียงที่ตนเองเอ่ยออกไปนั้น J ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ามีคนคุ้นเคยคนหนึ่งกำลังยืนฟังอยู่เช่นกัน...เสียงทักทายตามปกติของตนกลับทำให้ใครคนนั้นชาค้างไปทันที...คนที่เขาพยายามจะลืมมาตลอดแต่ก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง...กำลังยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว
...กึก !!! ...
เสียงวัตถุที่ดังขึ้นเบา ๆ หลังชั้นวางของของร้านเรียกให้สายตาของชายหนุ่มผมทองและเจ้าของร้านหันไปมองตามต้นเสียงพร้อมกัน...ก่อนที่ J จะรู้สึกได้ถึงเงาร่างคุ้นตาเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังชั้นวางของนั้น.... ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกเหมือนกับว่าดวงตาคู่นั้นเหมือนกับใครบางคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี...หัวใจที่พยายามบอกตนเองให้ลืมเลือนมาตลอด...สั่นไหวขึ้นเล็กน้อย...ยิ่งสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยแต่เก่าก่อน....ชายหนุ่มก็ยิ่งสาวเท้าเข้าไปใกล้ชั้นวางของนั้นด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นทุกที...
...บางทีอาจเป็นสายตาเขาเองที่มองผิดพลาดไป....
...ดังนั้นจึงต้องการพิสูจน์ให้แน่ใจว่าคนที่ยืนหลบอยู่ตรงนั้น...ใช่หรือไม่ใช่...คนที่เขากำลังคิดถึง ?...
เพียงเสี้ยวนาทีก่อนที่จะเดินถึงมุมชั้นวางของ...การเคลื่อนไหวก็เกิดกับคนที่หยุดยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นทันที...ร่างนั้นผลุนผลันเปิดประตูและก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว...จนชายหนุ่มต้องเร่งฝีเท้าดันบานประตูให้เปิดออกเพื่อจะได้พบเห็นคน ๆ นั้นชัดเจนยิ่งขึ้น
...แต่ทันทีที่ก้าวขาออกมาภายนอกร้าน...สิ่งที่มองหากลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย...ถึงแม้จะมีผู้คนเดินกันอยู่ขวักไขว่...แต่ไม่ใช่คนที่เขากำลังมองหา... J ก้าวเดินต่อไปอย่างเร่งรีบพลางสอดส่ายสายตาหาเงาร่างที่คุ้นเคย...อยากจะเห็นชัด ๆ ว่าเป็นตัวจริงหรือเป็นเขาเองกันแน่ที่ตาฝาด....ชายหนุ่มเดินมองหามาจนสุดมุมถนนก็ยังไม่พบเห็นแม้แต่เงาของคนที่คะนึงถึง...เสียงระบายลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้ารอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูป...
...เขาคงตาฝาดไปเอง...ตั้งนานแล้ว...ทำไม ? เขายังไม่ลืม....เลิกบ้าซะที..ไม่มีเหตุผลที่ Hyde จะมาที่นี่!!!...
ชายหนุ่มผมทองหันหลังกลับ..นึกโกรธตัวเองในใจ...ที่หัวใจลึก ๆ ยังคงร่ำร้องหาใครคนนั้น...จนสร้างภาพลวงตาขึ้นมาหลอกลวงตนเอง...ภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป...มีสายตาของใครคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล...จับจ้องมองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างปวดร้าว...
...ทำไม ? เขาถึงไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับ J ...
“ จ... J…” น้ำเสียงแผ่วเบาแหบโหยลอดผ่านริมฝีปากบางออกมาเบา ๆ ก่อนจะเม้มแน่นเมื่อภาพของชายหนุ่มลับหายไปจากสายตาในที่สุด...หยาดน้ำใส ๆ ที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้รินไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยช้า ๆ เมื่อนึกโทษตัวเองถึงความขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับความจริงหรือแม้แต่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย... Hyde ยืนนิ่งสงบสติอารมณ์อยู่ตรงนั้นเป็นเวลาเนิ่นนาน...อากาศที่หนาวเหน็บ...หนาวจนร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...ร่างเล็กล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ชตัวยาวช้า ๆ เพื่อควานหาผ้าเช็ดหน้า...แต่สัมผัสที่ได้รับของสิ่งที่หยิบติดมือมา ทำให้ Hyde ก้มลงมองสิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในนั้นให้ชัดเจนอีกครั้ง...
....ที่อยู่ของ J ....
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love Punish 59- 59 -
“ Hyde ช่วงคริสต์มาสจะไปพักผ่อนที่ไหนรึเปล่า ? “ Tetsu ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าวันคริสต์มาสกำลังจะมาถึงในอาทิตย์หน้า....และทางวงก็เคลียร์งานทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยดีแล้ว... แต่ละคนล้วนวางโปรแกรมไว้ล่วงหน้าหมดแล้วสำหรับวันหยุดยาวตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสไปจนถึงต้นปีหน้า...
“ อืม..ไปสิ..พอดี..Hika-chan โทรมาชวนให้ไปเยี่ยมน่ะ....ฉันก็เลยว่าช่วงคริสต์มาสนี้จะบินไปหา “ Hyde ตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข...
....เมื่อวานอยู่ดี ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากต่างประเทศจาก Hikaru ทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอนให้เขาบินไปเยี่ยมถึงที่โน่น...นึกไปแล้วก็รู้สึกผิด...เพราะมัวแต่จมอยู่กับเรื่องของตัวเองจนแทบไม่ได้ติดต่อน้องสาวคนนี้เลย...กลับเป็นฝ่ายนั้นเสียอีกที่ไม่เคยลืมเขา....
“ ตอนนี้ Hikaru-chan อยู่ที่อเมริกาใช่มั้ย ? “...คำถามที่ได้ยินเหมือนไปกระตุ้นความทรงจำเรื่องใครบางคนที่อยู่ที่นั่นเช่นกัน...และจนป่านนี้ก็ยังไม่เคยได้รับข่าวคราวจากคน ๆ นั้น...ร่างเล็กรีบสะบัดหัวไปมาย้ำเตือนกับตัวเองในใจ... เวลาผ่านเลยมาจนป่านนี้แล้วอีกฝ่ายก็คงไม่ต้องการเขาแล้วและคงลืมเลือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นไปจนหมดแล้วเช่นกัน
...แต่ทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังไม่เคยลืม...
อีกเสียงเถียงขึ้นในใจ...ไม่ว่าจะใช้ความพยายามแค่ไหน...แต่ทำไม...ภาพทุกอย่างกลับยังเด่นชัดเหมือนเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน
“ ใช่...อยู่อเมริกา..” Hyde ตอบคำถามเพื่อนเบา ๆ ก่อนจะขอตัวกลับทันที...เมื่อเริ่มรู้สึกว่าจิตใจตัวเองว้าวุ่นสับสนมากขึ้นทุกทีเมื่อหวนคิดถึงคน ๆ นั้น...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
....เช้าตรู่วันเดินทาง....
Hyde ตัดสินใจออกเดินทางก่อนถึงวันคริสต์มาสเล็กน้อย...ตั้งใจเอาไว้จะไปฉลองคริสต์มาสกับน้องสาวที่ห่างกันไปนาน...ยิ่งพักหลัง ๆ เขาทำงานจนลืมแม้แต่จะโทรศัพท์ไปถามข่าวคราวของน้องสาวเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ....ไม่รู้ว่าพอไปถึงจะโดนแม่น้องสาวตัวดีต่อว่าอะไรบ้าง....ดังนั้นเมื่อจัดการกับเรื่องทุกอย่างทางนี้เรียบร้อยเขาก็ตัดสินใจออกเดินทางทันที...
เจ้า J ถูกนำเอาไปฝากไว้กับ Ken ซึ่งแน่นอนว่าคงจะต้องหอบอลิซจังไปขลุกอยู่กับ Inoran ตลอดช่วงคริสต์มาสไปจนถึงปีใหม่....รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากนิด ๆ เมื่อนึกถึงความสุขที่เพื่อนรักกำลังได้รับ...แต่ตัวเขาเองเมื่อไหร่ถึงจะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์นี่ไปสักที...
“ Hyde !! “ เสียงคุ้นหูที่ตะโกนเรียก...ทำให้ร่างเล็กต้องหันกลับมาสอดส่ายสายตามองหาด้วยความประหลาดใจ....เพราะบอกกับเพื่อน ๆ ในวงไว้แล้วว่าไม่ต้องมาส่ง...
“ Ken-Chan มาทำอะไร ? ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาส่ง “ Hyde ถามกลับไปทันทีที่เห็นร่างเพื่อนร่วมวงมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มหน้าแมวหยุดหอบหายใจเล็กน้อยเมื่อวิ่งตามหาเจ้าตัวเล็กจนทั่วสนามบิน...
“ พอดีมีของอยากให้นาย.... “ Ken ตอบเมื่อปรับลมหายใจกลับเป็นปกติได้แล้ว....พลางยื่นซองจดหมายไปให้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า... Hyde ยื่นมือออกไปรับซองนั้นอย่างงง ๆ แต่ขณะที่ขยับจะเปิดซองออกดู...น้ำเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นมาขัดไว้ก่อนจนมือที่กำลังจะเปิดต้องชะงักค้างไปกะทันหัน
“ เดี๋ยว !!! อย่าเพิ่งเปิดตอนนี้....ไปเปิดตอนที่ขึ้นไปบนเครื่องแล้วนะ “ คำบอกกล่าวที่ได้ยินยิ่งทำให้คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของเพื่อนมากขึ้นทุกที..
“ทำไม ? “
“ เถอะน่า …รอไปเปิดบนเครื่องนะ “ Ken หยิบซองออกมาจากมือของร่างเล็ก...ก่อนจะนำมาพับแล้วสอดลงไปเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาวของ Hyde
“ ไปได้แล้ว....โชคดีนะ “ Ken ตบไหล่เพื่อนตัวเล็กเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงประกาศเรียกจากทางสนามบินและเป็นเที่ยวบินที่ Hyde จะต้องโดยสารไป....ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เพื่อนนำมามอบให้ว่าคืออะไร ? แต่อีกไม่นานเขาก็จะได้รู้แล้ว... ร่างเล็กหันมาโบกมือลาเพื่อนหน้าแมวพร้อมกับเดินลับหายไปในช่องทางผู้โดยสารขาออกทันที
“ขอให้นายมีความสุขเถอะนะ Hyde ถ้านายกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน...ไม่ใช่มัวแต่มาหลบซ่อนความรู้สึกของตัวเองเหมือนอย่างตอนนี้ “ เสียงพึมพำอวยพรออกมาเบา ๆ จากชายหนุ่มที่ยืนมองตามจนแผ่นหลังนั้นลับหายไปจากสายตา....
“ เป็นยังไงบ้าง ? “ น้ำเสียงเรียบ ๆ เอ่ยถามขณะที่นั่งรออยู่ในรถสปอร์ตคันงามที่ลานจอดรถหน้าสนามบิน....หิมะที่โปรยปรายลงมาเบา ๆ ทำให้อากาศยิ่งหนาวเหน็บเป็นทวีคูณ... Ken รีบเปิดประตูรถฝั่งคนขับและยื่นมือเข้าไปอังฮีทเตอร์อย่างรวดเร็ว...ถ้าไม่ใช่เพราะต้องนำของมาให้ Hyde เขาคงไม่ยอมลุกขึ้นมาจากที่นอนอันแสนอบอุ่นในเวลาเช้าตรู่แบบนี้เป็นแน่...
“ ให้ไปแล้ว...ที่เหลือก็คงต้องอยู่ที่การตัดสินใจของ Hyde เองว่า...จะเอายังไง ?” Ken ตอบพร้อมรอยยิ้ม... พลางเอื้อมมือเข้าไปลูบหัวเจ้าเหมียวขนทองและเจ้าอลิซาเบธที่อยู่ในอ้อมกอดของคนข้างๆ
“ หวังว่า Hyde คงจะกล้าเผชิญหน้า...กับสิ่งที่ตัวเองพยายามหนีมาตลอดสักทีนะ “ Inoran เอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
“ ว่าแต่ว่านายเอาแมวมาด้วยทำไม ? แค่เอาของมาให้ Hyde ไม่เห็นต้องขนมาหมดบ้านอย่างนี้ “ ร่างบางถามขึ้นด้วยความแปลกใจ...แค่ตัวเองโดนเรียกให้ต้องลุกมาด้วยแต่เช้า...ก็ทั้งหงุดหงิดทั้งแปลกใจอยู่แล้ว... ยิ่งต้องแปลกใจหนักเข้าไปอีกเมื่อขึ้นมาบนรถของชายหนุ่มแล้วเห็นเจ้าแมวสองตัวนี้นั่งรออยู่ที่เบาะหลัง
“ ต้องขนมาสิ....เพราะฉันจะไม่กลับบ้านหลายวัน....เดี๋ยวเจ้าพวกนี้อดตายกันพอดี “ Ken ตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มขณะที่กำลังสตาร์ทเครื่องรถ...
“ จะไปไหน ? “ Inoran ร้องถามขึ้นอย่างงง ๆ
“ ไปอยู่บ้านนาย “ คำตอบที่ได้รับพร้อมกับชายหนุ่มที่หันมายิ้มให้...ทำให้ Ino ต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มและแก้มใสที่กำลังเป็นสีชมพูระเรื่อขึ้นมาทันที...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
Onose J
XXX Apartment XX rd. XXXXXXXXXXXX L.A. California USA. …สิ่งที่เห็นในมือทำให้ร่างเล็กเบิกตากว้างขึ้นมาทันที...สิ่งแรกที่ร่างเล็กรีบทำเมื่อขึ้นมานั่งบนเครื่องเรียบร้อย...ด้วยความรู้สึกสงสัยในสิ่งที่เพื่อนหน้าแมวมอบให้...ก็คือเปิดซองที่เพื่อนมอบให้ออกดู...
...ที่อยู่ของ J ...
ตลอดเวลาเขาไม่เคยรู้เลยว่า J พักอยู่ที่ไหน ? รู้แต่เพียงว่าชายหนุ่มเดินทางมาทำงานที่อเมริกา....แล้วทำไม ? Ken ถึงรู้ว่า J พักอยู่ที่ไหน...แต่ความสงสัยก็ได้รับคำตอบในไม่กี่วินาทีต่อมา...Ken ไปมาหาสู่อยู่กับ Inoran ไม่แปลกที่จะรู้เรื่องนี้มาจาก Inoran
...แล้วเอามาให้เขาทำไม ? ....
คำถามที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ Ken และเพื่อนคนอื่น ๆ คงรับรู้ความรู้สึกของเขาได้ว่าเขายังไม่สามารถตัดใจจากคน ๆ นั้น...และคงต้องการให้เขาทำอะไรสักอย่างกับหัวใจของตนเอง....แต่ ณ เวลานี้เขาจะทำอะไรได้...ในเมื่อไม่รู้เลยว่าคน ๆ นั้นยังต้องการเขาอีกรึเปล่า ? การเผชิญหน้าเพื่อให้ได้ยินคำพูดเดิม ๆ เมื่อครั้งที่ชายหนุ่มเคยเดินจากไป...เขาทนรับฟังมันไม่ได้อีกแล้ว.... ถ้าคำตอบที่ออกมาจากปากชายหนุ่มผมทองยังคงเป็นคำนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรจะต้องดั้นด้นไปรับฟังเพื่อให้หัวใจตนเองต้องเจ็บปวดอีกครั้ง....ร่างเล็กขยำกระดาษเล็ก ๆ ในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี....ก่อนจะปิดเปลือกตาเอนกายลงกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า...ตลอดเวลาที่ผ่านมาทำไมหัวใจของเขาถึงไม่เคยได้รับการเยียวยา....มันยังเจ็บแปลบทุกครั้งที่ใบหน้าใครคนนั้นปรากฏเข้ามาในมโนสำนึก
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
“พี่ Hyde !!! “ เสียงใสคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานตะโกนเรียกทันทีเมื่อเห็นร่างเล็กบางของญาติผู้พี่โผล่พ้นประตูผู้โดยสารขาเข้ามาไกล ๆ... Hyde หันไปมองตามเสียงเรียกก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเดินตรงไปหา...น้องสาวที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน....เมื่อเข้ามาประชิด Hikaru กางวงแขนโอบกอดร่างพี่ชายตนเอาไว้แนบแน่นอย่างแสนคิดถึง...Hyde ลูบหัวน้องสาวสุดรักรอยยิ้มระบายขึ้นบนใบหน้าอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนที่อีกฝ่ายแสดงออก
“มารอนานรึเปล่า?...“ Hyde เอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อ Hikaru ผละออกไปพร้อมรีบยื่นมือเข้าไปช่วยยกสัมภาระเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตัวเองพอถือไหว
“นิดหน่อยค่ะ...อยากเจอหน้าพี่เร็ว ๆ เลยรีบมารอ ” Hikaru ตอบพร้อมรอยยิ้มขณะพากันเดินออกไปนอกสนามบิน...ถึงแม้ที่ L.A. หิมะจะไม่ตกแต่อากาศก็หนาวจนต้องรีบกระชับเสื้อโค้ทเมื่อก้าวออกจากสนามบินเพื่อมายืนรอรถแท็กซี่ที่กำลังวนรถเพื่อเข้ามารับผู้โดยสาร
“ดีใจจัง...ที่พี่ยอมมาหาหนูที่นี่...นึกว่าจะติดงานจนไม่ยอมมาซะอีก” เด็กสาวตัดพ้อน้อย ๆ เมื่อคิดถึงช่วงที่ผ่านมาที่พี่ชายเธอไม่เคยติดต่อมาหาแม้กระทั่งทางโทรศัพท์
“พี่ขอโทษนะ...ที่ไม่ได้ติดต่อมาเลย...งานยุ่งมากเลย..นี่พี่เคลียร์งานเสร็จก็รีบบินมาเลย...อย่าโกรธเลยนะ” Hyde ปลอบใจน้องสาวพร้อมรอยยิ้มอย่างเอาใจ....
ตลอดระยะเวลาที่นั่งอยู่บนรถ...เรื่องราวมากมายที่ต้องห่างบ้านมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองถูกถ่ายทอด..บอกเล่าออกมาจาก Hikaru ไม่ขาดสาย...ถึงแม้จะมีบางเรื่องที่เธออยากถามใจจะขาดแต่ก็ต้องเก็บเงียบเอาไว้...เพราะสาเหตุที่พี่ชายกับผู้ชายที่ชื่อ J คบกันและเลิกกัน....สาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร ? จนถึงวันนี้เธอก็ยังไม่ได้รับรู้...เพราะตัว Inoran เองก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังมากมาย....แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายเธอจะยังคงทำใจไม่ได้จากที่รู้มาจากปากของ Inoran และทางนั้นก็ต้องการให้เธอช่วยเหลือ....เพราะตอนนี้คนนั้น ๆ เองก็มาอยู่ที่เมืองนี้เช่นกัน....และเธอยังรู้ที่อยู่ของ J จากคำบอกเล่าของ Inoran
... คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอคิดจะพาพี่ชายของเธอไปพักอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับที่ผู้ชายคนนั้นพักอยู่...เด็กสาวคิดถึงสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจวางแผนล่วงหน้าเอาไว้ในใจ...
....โรงแรม ##.....
Hyde เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อโรงแรมที่ Hikaru เป็นคนเลือกให้เขามาพักอยู่ที่นี่...โดยไม่ได้เฉลียวใจว่าเป็นแผนการของน้องสาวตนเองที่อยากให้เขาได้พบเจอใครบางคน.....แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ถ้าเขาจำไม่ผิดที่พักนี่ค่อนข้างไกลจากที่ Hikaru พักอยู่ไม่น้อย....เพราะตอนที่ส่งมาเรียนเขาให้ Hikaru พักหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัย....
“ทำไม ? ถึงให้พี่มาพักที่นี่...แล้วมันจะไม่ไกลจากที่เราอยู่เหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ....อีกอย่างช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล...โรงแรมไหน ๆ ก็เต็มหมด... แล้วหนูก็ได้หยุดยาวมาอยู่กับพี่ได้ตลอดจนกว่าพี่จะกลับไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้หรอกค่ะ....แล้วเพื่อน ๆ หนูก็อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้เยอะแยะ....มาอยู่ตรงนี้ก็ยังได้เจอเพื่อน ๆ อยู่ดี....เอาล่ะค่ะ !! พี่มาเหนื่อย ๆ นั่งพักก่อนก็แล้วกันนะคะ...เดี๋ยวหนูช่วยเอาของเก็บเข้าตู้ให้เอง “ Hikaru อธิบายยืดยาวก่อนจะจูงมือพี่ชายพาเดินมานั่งลงบนเตียงอีกด้านขณะที่เธอเตรียมจัดข้าว
ของต่าง ๆ เข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย... Hyde มองท่าทางกระตือรือร้นของน้องสาวด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดู...พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องพักที่ถึงจะไม่หรูหราระดับโรงแรม 5 ดาว....แต่ก็ยังดูดีมากพอสมควร...เตียงเดี่ยวสองเตียงถูกจัดวางไว้กลางห้องอย่างลงตัว...ร่างเล็กเดินไปเปิดม่านตรงระเบียงเพื่อมองดูวิวทิวทัศน์ภายนอกที่สวยงาม.... ก่อนจะลอบระบายลมหายใจยาวเมื่อคิดไปว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่บนดินแดนที่ใครคนนั้นเดินทางมาใช้ชีวิตอยู่...
มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาวเพื่อสัมผัสกับเศษกระดาษยับยู่ยี่...น่าอาย..ที่ในที่สุด..เขาก็ตัดสินใจคว้ามันกลับมาเก็บไว้ในกระเป๋าอีกครั้งก่อนลงจากเครื่อง....ถึงแม้จะเฝ้าบอกกับตัวเองหลายต่อหลายหนว่าให้รีบลืมทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดสิ้น...แต่หัวใจก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง....
....กระดาษแผ่นนี้จะมีประโยชน์อะไร...เวลาอาจทำให้คน ๆ นั้นลืมเลือนเขาไปจากหัวใจหมดสิ้นแล้วก็เป็นได้..
“พี่.......พี่คะ......พี่ Hyde !! “ เสียงเรียกที่ดังมาจากข้างกายทำให้ Hyde ตื่นจากภวังค์ที่ล่องลอยคิดคำนึงถึงใครคนนั้นไปชั่วขณะหนึ่ง...ร่างเล็กหันกลับมามอง..ก็เห็นว่าเด็กสาวกำลังจ้องมองเขาอย่างฉงน...
“Hika-Chan มีอะไรรึเปล่า ?” Hyde ถามยิ้ม ๆ
“หนูเรียกพี่ตั้งนานแล้ว....แต่พี่ไม่ได้ยิน...กำลังมองอะไรอยู่เหรอคะ? “ เด็กสาวเอ่ยปากถามพลางชะโงกหน้าออกไปมองนอกระเบียงห้องพักที่ Hyde กำลังมองอยู่...แต่สิ่งที่เห็นก็มีเพียงถนนที่ทอดยาว...กับผู้คนที่เดินอยู่ประปราย...
“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ ไม่มีอะไรหรอก....ว่าแต่ Hika-Chan มีอะไรเหรอ “ Hyde รีบเดินเลี่ยงออกมาจากบริเวณระเบียงมาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
“ก็พี่นั่งเครื่องมาตั้งนานคิดว่าคงจะหิว...เราลงไปหาอะไรทานกันดีกว่าค่ะ “ เด็กสาวเอ่ยปากชวนพร้อมกับกึ่งจูงกึ่งลากพี่ชายร่างเล็กของตนออกไปโดยไม่รอคำตอบ..
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC. love Punish 58- 58 -
“..Hi ! J…”
“ Hi…” ชายหนุ่มผมทองทักทายตอบกลับไปขณะที่ย่างก้าวเข้ามาในสตูดิโอที่ตนเองมาปักหลักทำงาน...นานหลายเดือนแล้วที่เขาย้ายเอาชีวิตและหน้าที่การงานมาอยู่ที่นี่...เพื่อนร่วมงานใหม่ ๆ...สถานที่..ตลอดจนการดำเนินชีวิตที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง...ทุกลมหายใจจดจ่ออยู่กับงาน...ตั้งใจ...ทุ่มเททำเต็มที่เพื่อไม่ให้เหลือเวลาแม้สักวินาทีไปคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาให้ฟุ้งซ่าน....
....แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่...ทำไม ? กลับยิ่งรู้สึกว่าเวลานี้ตนเองมีเพียงร่างกายที่หายใจไปได้วันหนึ่ง ๆ โดยไม่ได้มีความรู้สึก..หรือแม้กระทั่งหัวใจติดตามมาอยู่ด้วย….
หลายครั้งเขายังคงคิดถึงทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา....อยากโอบกอดอยากครอบครอง...อยากได้ยินเสียงครางหวานหูพร่ำเรียกชื่อเขาอีกครั้ง....และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเดินทางจากมายังดินแดนแห่งนี้...อยากจะลืม...และถ้าเขายังคงอยู่ใกล้...เขากลัวเหลือเกินว่าอาจจะเป็นตัวเขาเองที่เป็นคนลงมือทำร้าย...คนที่สำคัญกับตนเองที่สุด...อีกครั้ง...
...ภาพร่างเล็กที่คร่ำครวญปานจะขาดใจ...หยาดน้ำตาที่หลั่งรินลงมาหยดแล้วหยดเล่า...ทุกครั้งล้วนเกิดจากการกระทำของเขา...ตั้งแต่แรกเริ่ม...เขาใช้กำลังบังคับอีกฝ่าย..ความสุขสมที่ได้รับทำให้หลงเข้าใจเอาเองว่าสามารถครอบครอง Hyde ได้ทั้งกายและใจ...
....แต่เมื่อเวลาผ่านเลยทุกอย่างดูจะยิ่งเลวร้ายลงทุกที...เพราะคนที่ทำให้ Hyde ต้องเจ็บปวดอยู่เสมอไม่ใช่ใครอื่น...กลับเป็นตัวเขาเองแต่เพียงผู้เดียว...
....ชายหนุ่มผมทองทอดถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า...ล้า...จากส่วนลึกภายในจิตใจ...เส้นผมสีทองสะบัดไหวไปมาตามแรงกระทำของเจ้าของร่าง....ก่อนจะหันไปหยิบซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจุดสูบ....ทุกครั้งที่มีเวลาว่างเพียงน้อยนิด...จะต้องมีภาพใครคนหนึ่งแว่บเข้ามาในความทรงจำเสมอ...
....ทำไม ? การลืมเลือนใครสักมันถึงได้ยากลำบากถึงเพียงนี้....
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ L’Arc ~~~
“Ken-chan...ทำไมมาช้าล่ะ..บอกแล้วว่าวันนี้มีประชุม..รีบ ๆ เลย..มัวมาหน้าบาน..” Tetsu ทักทายเป็นเสียงบ่นเหมือนเช่นทุกวัน...
แต่คนโดนบ่นกลับยิ้มร่ารับปากรับคำอย่างไม่ทุกข์ร้อน...สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดก็ว่าได้... Inoran ยอมเปิดรับความรู้สึกของเขามากขึ้นทุกที...แม้จะยังไม่ก้าวหน้าอะไรไปมากมายแต่ก็เรียกได้ว่าเกินกว่าที่เคยหวังไว้แล้ว...
“Hyde...เจ้าเหมียวสุดหล่อนั่นเป็นไงบ้าง...กวนนายรึเปล่า..” Ken หันไปทักทายนักร้องนำร่างเล็กที่เดินอยู่ข้างกาย...ขณะจะมุ่งตรงไปที่ห้องประชุมด้วยกัน...
“อืม..นิดหน่อย..เมื่อคืนยังดี..คืนก่อนสิร้องไม่หยุดเลย..ท่าทางมันจะติดสาวบ้านข้าง ๆ..” Hyde บอกเล่าให้เพื่อนฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เหรอ...มันแน่จริง ๆ..ตอนอยู่บ้าน Ino ก็ไปตามแมวแถวนั้นซะทั่ว...”
“สงสัยต้องจับไปทำหมัน..” เสียงหัวเราะดังออกมาจากทั้งผู้พูดและผู้ฟัง..ก่อนจะเดินตามกันเข้าไปในห้องประชุม...ชายหนุ่มหน้าแมวแอบมองเพื่อนร่างเล็กไปจนอีกฝ่ายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้...ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ให้กับทุก ๆ คนที่เข้ามาทักทาย..แต่ดวงตาคู่นั้น..ไม่ว่ามองกี่ครั้ง..ก็ยังคงเศร้าหมองไม่เปลี่ยนแปลง...
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
“Ken... งานส่งรึยัง..เพลงประกอบภาพยนตร์น่ะ..” Ino เอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาพร้อมกับส่งกระป๋องชาเขียวอุ่น ๆ ให้ด้วย...แม้จะเปิดฮีทเตอร์ไว้แล้ว...แต่ก็ยังอยากได้เครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ดี...
“เรียบร้อย...เร่งแทบแย่..ต้องส่งภายในสามเดือน..” Ken ตอบยิ้ม ๆ..พลางรับกระป๋องชามาถือไว้ทั้งสองใบ..คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันเล็กน้อย..ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่ออีกฝ่ายส่งกระป๋องที่เปิดแล้วคืนกลับมาให้...
“ขอบใจ...” Ino นั่งลงบนที่ว่างข้างกายอีกฝ่าย...พลางยกชาอุ่น ๆ ขึ้นดื่ม..สายตาจับจ้องอยู่ที่ภาพบนจอทีวี..ก่อนจะละสายตาจากจอภาพลงมามองบนตักตัวเอง..เมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักของอะไรบางอย่างที่ทับลงมา..
“ทำอะไรเนี่ย...” Ino ถามออกมาอึ้ง ๆ...
“นอนหนุนตักไง...ไม่รู้จักเหรอ...” Ken ตอบกลับหน้าตาเฉย...
“รู้จัก...แต่ถามเพราะสงสัยว่ามานอนทำไม..”
“จะให้ตอบจริง ๆ เหรอ...ตอบแล้วอย่าโกรธนะ...” Ken ถามกลับไป...เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบฟังคำพูดหวาน ๆ..เวลาพูดทีไรเป็นเรื่องทุกที...แล้วเขาก็ใช้จุดอ่อนนี้มาเป็นจุดแข็งทำอะไรต่อมิอะไรได้เยอะแยะ...
“ไม่ต้องเลย..” Ino ขัดขึ้นมาทันที..ผิวแก้มเป็นสีเข้มขึ้นเล็กน้อย..แล้วก็ต้องยินยอมให้อีกฝ่ายนอนหนุนตักตนเองต่อไปเพราะไม่อยากต่อความยาว...สนใจดูหนังไปได้ครู่เดียว..เสียงถอนหายใจจากชายหนุ่มก็เรียกความสนใจจากร่างบางให้ก้มลงมองด้วยความเป็นห่วง
“มีอะไรรึเปล่า...นอนถอนใจอยู่ได้..” แม้คำพูดที่ออกมาจะเหมือนรำคาญใจ...หากคนฟังก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นแม้แต่น้อย..ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกนิด ๆ ก่อนจะตอบ...
“ขอบใจที่เป็นห่วง...คิดเรื่องเจ้าตัวเล็กน่ะ... J ไม่ติดต่อมาบ้างเหรอ...” Ken เอ่ยถามกลับไปในท้ายประโยค...
“แค่โทรมาบอกว่ายังอยู่น่ะ..พอจะคุยอะไรก็รีบตัดบททุกที...งานเยอะแยะอะไรก็ไม่รู้...”
“Hyde ก็พอกัน...รับงานซะจนแทบไม่มีเวลาทำอะไรอย่างอื่นแล้ว...ครึ่งปีแล้วสินะที่ J ไป..” Ken รำพึงออกมาเบา ๆ...
Ino นั่งมองใบหน้าอีกฝ่าย..รู้ว่า Ken เป็นห่วงเพื่อนมากแค่ไหน..ตัวเขาเองก็อยากช่วยให้เพื่อนมีความสุขเช่นกัน..แต่ในเมื่อเจ้าตัวทั้งสองคนยังทำท่าไม่ยอมจะให้ใครเข้ามายุ่ง...เขาเองก็ไม่ใช่คนจะชอบบังคับใจใคร...ทั้งที่คิดแบบนี้แต่พอเห็นชายหนุ่มตรงหน้ามาถอดถอนหายใจหนักเข้า..ร่างบางก็แทบจะทนนิ่งต่อไปไม่ไหว...
“Hyde ตัดใจจาก J ไม่ได้เลยใช่มั้ย Ken...เท่าที่นายมองน่ะ..”
Ken ถอนใจแรงออกมาอีกครั้ง..ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ...
“อืม...ทำฝืนร่าเริง...ดูแล้วยิ่งแย่...”
“ถ้าฉันจะทำอะไรบางอย่างลงไป...นายจะว่าไง...ชักจะทนไม่ไหวกับสองคนนั่นแล้ว...”
“หืม..จะทำยังไงเหรอ Ino...” Ken เอ่ยถามออกมาอย่างตื่นเต้น...
“เดี๋ยวก็รู้...” เสียงเย็น ๆ ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ...
Inoran คว้าโทรศัพท์มือถือเดินเลี่ยงไปหยุดยืนคุยอีกทาง...ปล่อยให้ชายหนุ่มหน้าแมวมองตามหลังไปอย่างงง ๆ เมื่อไม่เข้าใจว่าร่างบางกำลังจะทำอะไร...?
“Hello?” เสียงหญิงสาวที่ปลายสายตอบกลับมา..เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากได้ทันทีเมื่อเขายังสามารถติดต่อคน ๆ นี้ได้....คนที่เป็นจุดเริ่มของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น....
“ Moshi Moshi ...Hikaru-Chan ใช่มั้ย ? “
“ ค่ะ ? ...ใครคะ...” น้ำเสียงแปลกใจถามกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง....เมื่อบุคคลที่สนทนาด้วยใช้ภาษาที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ ฉัน Inoran จำได้มั้ย ? “ Ino บอกชื่อตัวเองย้ำเตือนความทรงจำให้เด็กสาวอีกครั้ง... แม้ก่อนหน้าจะเคยรู้จักพูดคุยกันเมื่อตอนที่เด็กคนนี้มาสารภาพผิดกับเขาที่โรงพยาบาล
...แต่หลังจากนั้นก็เพียงติดต่อกันนาน ๆ ครั้ง....เพราะ Hikaru ถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศพอดี....คงเพราะ Hyde กลัวเพื่อนผมทองของเขาอาจไปทำอันตรายน้องสาวคนนี้ก็เป็นได้....
เป็นเรื่องบังเอิญ.. หรือโชคชะตากันแน่... เวลานี้.. Hikaru อยู่ที่อเมริกา....แถมเป็น L.A. ที่เดียวกับที่เพื่อนรักผมทองของเขาพักอาศัยและทำงานอยู่ที่นั่น....Ino ชวนคุยและซักถามเรื่องทั่วไป...รอยยิ้มปรากฏขึ้นเป็นระยะ ๆ จนคนที่นั่งมองภาพนั้นอยู่เริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ....เพราะไม่รู้เลยว่า Ino กำลังสนทนาอยู่กับใคร ?
“ จริงสิ Hikaru-Chan ...ตอนนี้พี่ชายเธอติดต่อไปหาบ้างรึเปล่า ? “
“ ไม่ค่ะ...เห็นว่าพี่งานยุ่ง...” Hikaru ตอบกลับไปตามความจริงเพราะเธอเองก็ขาดการติดต่อจาก Hyde ไปนานแล้วเหมือนกัน...หลังจากที่เธอเคยโวยวายเรื่องการย้ายโรงเรียนกะทันหัน...แต่ Hyde ก็กล่อมจนเธอยอมที่จะมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองจนได้
“ ใช่...พี่เธองานยุ่งมาก...ทำงานจนไม่มีแม้แต่เวลาพักผ่อน....”
“ จริงเหรอคะ...หรือว่าพี่ไม่สบาย!! “ Hikaru ร้องถามออกมาอย่างร้อนรน....เมื่อนึกถึงพี่ชายร่างเล็กของเธอที่ชอบฝืนทำงานจนไม่คำนึงถึงสภาพร่างกาย...
“ ก็ไม่เชิง...พี่เธอไม่ได้เจ็บป่วยทางกาย....แต่เป็นทางใจ...แล้วก็ไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยเหลือซะด้วยสิ....ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เธอช่วย..” Inoran ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเพื่อหยั่งเชิงดูก่อนว่า Hikaru จะยินยอมช่วยเหลือหรือไม่ ?
“ พี่ป่วยทางใจ ? เพราะอะไรล่ะคะ...เกิดเรื่องอะไรขึ้น...” เด็กสาวย้อนถามอย่างไม่เข้าใจนัก...
“ อืมม...สาเหตุคงมาจากเพื่อนฉันเอง....” ในที่สุด Ino ก็ตัดสินใจจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อนตนเองกับพี่ชายของฝ่ายนั้นให้เด็กสาวฟั
ง...แต่ชายหนุ่มก็ตัดสินใจบอกเพียงความสัมพันธ์คร่าว ๆ โดยจงใจที่จะไม่เอ่ยถึงจุดแรกเริ่มของเรื่องราวทั้งหมด...เพราะเกรงว่าถ้า Hikaru รู้ว่า Hyde เป็นคนที่รับเคราะห์แทนเธอ...นอกจากไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว...ยังจะทำให้เด็กสาวทุกข์ใจไปเปล่า ๆ... “ พี่กับคุณ J ?” เด็กสาวครางออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่...ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่...
“ ฉันรู้ว่าเธอคงต้องแปลกใจมาก...แต่ยังไงเรื่องทั้งหมดนี้ก็เป็นความจริง...ส่วนเรื่องที่ว่า..มันเริ่มขึ้นได้ยังไง ? หรือเพราะอะไร..ถ้าเธอเจอพี่ชายเธอก็ลองถามดูได้...บางทีเขาอาจจะยอมบอกก็ได้...แต่ถ้าจะให้ฉันพูด...ฉันคิดว่าเรามาช่วยกันทำให้คนที่เรารักมีความสุขไม่ดีกว่ารึ...“
ในที่สุด Inoran ก็ปิดโทรศัพท์ลงพร้อมรอยยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก...เมื่อหาทางพูดเกลี้ยกล่อมให้น้องสาวสุดที่รักของ Hyde ยอมช่วยเหลือได้อย่างที่หวังเอาไว้...แต่เหตุการณ์จะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงกว่าเดิมก็คงต้องเสี่ยง...รอดูกันต่อไป... ...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทั้งคู่....มีความสุข...
“ Ino !!” Ken เอ่ยปากเรียกขณะก้าวเดินมายืนประชิดอยู่ด้านหลังร่างบาง..จนเจ้าของร่างสะดุ้งโหยงพร้อมกับหันกลับไปมองด้วยความตกใจ...
“นายคุยกับใคร ? ท่าทางมีลับลมคมใน “ ดวงตาเรียวรีของชายหนุ่มเต็มไปด้วยคำถาม..และความอยากรู้อยากเห็นใจจะขาด...แทบจะลืมไปแล้วว่า Ino กำลังหาทางช่วยเพื่อนทั้งสองคนให้คืนดีกัน...เพราะท่าทางของ Inoran ที่คุยโทรศัพท์กับคนปลายสายเรียกความรู้สึกบางอย่างให้แล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ....
Ino ก้มหน้าอมยิ้มเล็กน้อยยิ่งเห็นท่าทางร้อนรนของ Ken เขายิ่งอยากแกล้ง
“ ผู้หญิงที่ฉันรู้จัก...”
“ ใคร ?!! “ เสียงแข็งของชายหนุ่มถามขึ้นอย่างหงุดหงิดและลืมตัว...จนแม้แต่ Ino ยังตกใจกับท่าทางของ Ken คิ้วเรียวเล็กเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ...
“ จะใครมันก็เรื่องของฉันมันไม่เกี่ยวกับนาย !! “ คำตอบที่บอกออกไปด้วยอารมณ์ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ...แต่เขาไม่ชอบท่าทางที่อีกฝ่ายกำลังกระทำอยู่...ร่างบางหันหลังพร้อมกับทำท่าจะเดินหนีไปทันที....
“ เอ่อ... Ino ฉันขอโทษ...” Ken คว้าข้อมือบางของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น...เมื่อ Ino ทำท่าจะหันหลังให้กับเขา...
” เห็นนายคุยไปยิ้มไป..กับ..ใครก็ไม่รู้... ฉัน...ก็เหมือนกันจะควบคุมตัวเองไม่อยู่...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน...” คำขอโทษพรั่งพรูออกมาไม่หยุด....เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตนเองควรจะพอใจ..และมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับกลับคืนมาจาก Inoran ไม่ควรที่จะมาเรียกร้องแสดงตัวเป็นเจ้าของทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่เคยเอ่ยปากถึงเรื่องนี้...และไม่เคยยินยอมให้เขาเปิดเผยความในใจ…
Inoran หันหน้ากลับมามองชายหนุ่มอีกครั้งสีหน้าและแววตาอ่อนโยนลงมาก...เมื่อเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของอีกฝ่าย... “ผู้หญิงที่ฉันคุยด้วยเมื่อครู่....” Inoran หันมาเอ่ยย้ำอีกครั้งและเมื่อเห็นแววตาปวดร้าวของคนตรงหน้าทำให้ต้องรีบเอ่ยต่อไปทัน
ที “ แน่นอนว่านายก็ต้องรู้จักด้วยแน่..“ คำตอบที่ได้รับเปลี่ยนแววตาที่กำลังปวดร้าวของชายหนุ่มเป็นความสงสัยแทน....Ino ยิ้มให้คนตรงหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเฉลยเรื่องราวให้ฟัง
“ Hikaru-Chan น้องสาวของ Hyde นายรู้จักดีไม่ใช่เหรอ ? ตอนนี้เด็กคนนั้นเรียนอยู่ที่อเมริกา...แถมอยู่ L.A. ที่เดียวกับที่ J ทำงานอยู่...ฉันเลยขอร้องให้เด็กคนนั้นช่วย “ คำตอบที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มกว้างออกมาได้ทันที...
Ken รีบจูงมืออีกฝ่ายกลับมานั่งลงที่โซฟาด้วยความตื่นเต้น..เมื่อเห็นว่าพอจะมีหนทางช่วยเพื่อนตัวเล็กของเขา...ผ่านทางน้องสาวสุดรักของเจ้าตัวเอง..
“ แล้ว Hika-chan ว่าไงบ้าง ? “
“ ตอนแรกก็ยังแปลกใจอยู่เรื่องความสัมพันธ์ของพี่ตัวเองกับ J แต่ฉันบอกไปว่า..เรื่องนี้คงต้องลองถามจาก Hyde เอง.. สุดท้าย Hikaru ก็รับปากว่าจะหาทางช่วยแต่ก็นั่นล่ะ...ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรได้มากแค่ไหน....ทั้งฉันทั้งนาย..ก็รู้ถึงความดื้อรั้นของสองคนนั่นดี....ขนาด Hyde รู้เรื่องที่ฉันกับ J ไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้ว...แทนที่จะตามไปปรับความเข้าใจกับ J ...Hyde กลับไม่ทำอะไรสักอย่าง....” พูดมาถึงตรงนี้ Inoran ก็เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง
...ถ้าใจจริง Hyde ไม่ได้ต้องการคืนดีกับ J จะทำยังไง ? ....
“ นี่ Ken นายแน่ใจเหรอ...ว่า Hyde อยากคืนดีกับ J ? “ Ino ย้อนถามชายหนุ่มไปอีกครั้ง
“ เรื่องนี้ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจ...ภาพรวมที่มอง Hyde ยังตัดใจจาก J ไม่ได้แน่ ๆ แต่เรื่องที่อยากคืนดีรึเปล่านั้น ? ฉันก็ไม่รู้...บางที.....” Ken นิ่งเงียบไปอีกครั้ง....เมื่อคิดไปว่าถ้า Hyde ไม่ต้องการคืนดีกับ J จะเป็นพวกเขาอีกรึเปล่า ? ที่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย
“ แล้วทาง J หมอนั่นล่ะเป็นยังไง ? “ Ken ลองถามถึงชายหนุ่มผมทองดูบ้าง
“ เรื่องนี้ฉันไม่รู้...ไม่ได้เห็นหน้า...แค่คุยกันทางโทรศัพท์บอกอะไรไม่ได้หรอก...แต่ทุกครั้งที่ติดต่อมา J จะถามเรื่องทั่วไปมากกว่าจะเอ่ยถึงใครโดยเฉพาะเจาะจง....เหมือนกับพยายามจะลืมอย่างสุดความสามารถ....” สิ้นคำบอกกล่าวของ Inoran ความเงียบก็เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อไม่มีใครพูดคำใดขึ้นมาอีก...
...เรื่องที่พวกเขากำลังทำ....ดีหรือว่าร้ายกับคนคู่นั้นกันแน่....
“ เฮ้อ...~~!! “ เสียงถอนหายใจออกมาพร้อมกัน...จนทำให้คนทั้งคู่ต้องหันมามองหน้ากัน....อย่างขำ ๆ ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเอ่ยขึ้น
“ เรื่องนี้ก็แล้วแต่สองคนนั่นแล้วกัน....เราช่วยได้ก็เพียงเท่านี้แหละ “
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
Love punish 57- 57 -
“ Hyde ....” Tetsu เอ่ยเรียกขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นว่านักร้องนำร่างเล็กนั่งนิ่งเงียบอยู่ภายในรถมาตลอดทาง...
“ หือ ?” Hyde หันกลับมาตอบรับเบา ๆ ตอนนี้ในจิตใจสับสนวุ่นวายไปหมด....ทั้ง ๆ ที่เรื่องทุกอย่างเพิ่งจะคลี่คลาย...ความจริงที่ว่า Inoran ไม่ได้เป็นอะไรกับชายหนุ่มผมทองมากกว่าเพื่อน...น่าจะทำให้เขารู้สึกดีใจมากกว่าเรื่องไหน ๆ แต่เมื่อคิดไปว่า ณ เวลานี้เขายังสมควรที่จะตัดใจกับเรื่องของ J หรือไม่ ? ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะทุ่มเททำงานมากมายเพื่อให้ตนเองลืมคน ๆ นั้น...แต่ในส่วนลึกของหัวใจเขาก็ไม่เคยลืมอ้อมกอดนั้นได้เลย...
“นายคิด...จะทำยังไงต่อไป “ Tetsu ตัดสินใจเอ่ยปากถามเรื่องนี้ขึ้นมาจนได้....เพราะเท่าที่ผ่านมาเขาก็พอจะดูออกว่า Hyde ยังตัดใจจาก J ไม่ได้...
“ ม...ไม่รู้สิ...Te-Chan “ Hyde ก้มหน้านิ่งพึมพำตอบกลับไป...เมื่อเริ่มรู้สึกขึ้นมาว่าเวลา 3 เดือนกว่าที่ผ่านมายาวนานเพียงไหน....เขาเองก็ทำงานตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาคิดฟุ้งซ่าน.... ตอนนั้นยังรู้สึกว่าเวลามันน้อยไปด้วยซ้ำเพราะเขายังไม่เคยลืมชายหนุ่มผมทองได้เลยสั
กวัน...แต่ถ้าคิดในทางกลับกันบางที 3 เดือนอาจยาวนานจนคน ๆ นั้นไม่เหลือเยื่อใยให้เขาอีกแล้วก็ได้... J อาจลืมเรื่องราวทุกอย่างไปหมดสิ้นแล้ว...ตอนนี้อาจเรียกได้ว่าสายเกินไปที่จะเรียกอ้อมกอดนั้นกลับมาอีกครั้ง....ทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่บอก J ออกไปว่าเขาต้องการอะไร ? <<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
....เช้าวันต่อมา....ณ สตูดิโอของ L’Arc
ภาพแรกที่หัวหน้าวงและมือกลองร่างผอม...พบเห็นตั้งแต่เดินเข้ามา..เรียกเสียงถอนใจเฮือกใหญ่จากทั้งคู่ได้ในทันที...มุมหนึ่งของห้องมีร่างเล็กบางนั่งนิ่ง..มองเหม่อออกไปด้านนอกหน้าต่างเหมือนกับพยายามจะขบคิดอะไรบางอย่าง....ส่วนอีกด้าน..มือกีตาร์หน้าแมวก็นั่งดีดกีตาร์ไม่เป็นเพลง...ในขณะที่ดวงตาเรียวรีก็เหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย....หลังจากปล่อยให้บุคคลทั้งสองจมอยู่กับความคิดคำนึงของตนเองพักใหญ่...ในที่สุดก็เป็น Tetsu ที่เริ่มทนไม่ไหว....
“ นี่ Ken-Chan !!! นายจะหมดอาลัยตายอยากเรื่องอะไร...ฉันไม่รู้หรอกนะ...แต่เลิกดีดกีตาร์ไม่เป็นเพลงแบบนั้นสักที...หนวกหู !!! “ เสียงโวยลั่นของหัวหน้าวงดังขึ้นจนคนที่ถูกเอ่ยชื่อสะดุ้ง...พร้อมกับหยุดเล่นกีตาร์ในมือทันที
“ นายเป็นอะไร ? ถ้าไม่มีอะไรทำ...ก็ไปเอาแมวกลับมาให้ Hyde สิ...” Tetsu เดินเข้าไปสั่งเบา ๆ เมื่อคิดว่าบางทีอาจทำให้ Hyde ดีขึ้นแล้วก็ยังทำให้ Ken เลิกทำท่าเหมือนจะตายแบบนี้สักที...ไม่ต้องถามก็พอจะรู้ว่าเรื่องที่ทำให้ Ken ต้องมานั่งคิดมากอยู่อย่างนี้คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่ครอบครองเจ้าเหมียวตัวนั้นเอาไว้แน่...
“ ฉันไม่อยากไป....นายกับ Yukky ไปเอามาสิ “ Ken หันมาตอบพร้อมกับขยับทำท่าสนอกสนใจกับงานที่ค้างอยู่ตรงหน้าขึ้นมาทันที
“ Ken นายชอบ Inoran ใช่มั้ย ?” เสียงเรียบ ๆ จากคนที่นั่งเหม่ออยู่อีกด้านดังขึ้นมา...โดยที่ชายหนุ่มหน้าแมวไม่ทันได้ตั้งตัว...และคำถามที่ได้ยินก็เรียกให้สายตาของคนทั้งหมดหันมามอง Ken อย่างต้องการคำตอบ
“ เอ่อ....ฉัน..” ชายหนุ่มยังคงอึกอัก...ไม่กล้าพูดออกไปเต็มปากว่าจริง ๆ แล้วเขาคิดอย่างนั้น....เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปก็เหมือนกับเป็นการยอมรับว่าหัวใจเขาต้องการอย่างนั้นจริง ๆ แต่เพราะเมื่อวาน...ปฏิกิริยาของอีกฝ่าย....ทำให้เขาเริ่มไม่มีความมั่นใจที่จะสู้ต่อไป ถ้าสุดท้ายต้องตัดใจ..ก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ออกไป
“ Ken-Chan ตอนนี้นายยังมีโอกาส....อย่าลังเลแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง.....” Hyde เอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อพอจะเดาความคิดของเพื่อนได้...
“เหมือนฉัน...” คำพูดสุดท้ายล่วงพ้นริมฝีปากออกมาอย่างยากลำบาก...เขาปล่อยโอกาสนั้นหลุดลอยไปแล้ว..และไม่อยากเห็นเพื่อนต้องมาเป็นแบบนี้อีกคน..
...ชายหนุ่มหน้าแมวก้มหน้านิ่ง...คล้ายดั่งจะขบคิดเรื่องราวบางเรื่องให้แตก...ความรู้สึกละอายวูบขึ้นในใจ...เมื่อวานเขาจูบ Inoran ไปแล้ว...นั่นก็เหมือนเป็นการสารภาพว่าเขาคิดยังไงให้อีกฝ่ายได้รับรู้...แต่กลับเป็นตัวเขาเองที่เป็นฝ่ายจากมาโดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน...เขาไม่กล้าพอ...จะอยู่รับฟัง...ในเมื่อจะต้องตัดใจอยู่ดี...เขาก็ควรจะเลือกฟังคำปฏิเสธจากปากของ Inoran มากกว่าจะมาคิดเอาเองแบบนี้!!!
Ken ขยับกายผุดลุกขึ้นยืนเมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้วว่าวันนี้เขาจะต้องได้รับคำตอบ...และไม่ว่าจะเป็นคำตอบแบบไหนเขาก็ต้องพร้อม..และเตรียมใจที่จะรับมัน...
“ ฉันจะไปเอาเจ้า J มาให้ “
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
~~~ สตูดิโอ.. LUNA SEA ~~~
“ Ino ….” Ken เอ่ยเรียกชื่อร่างบางที่นั่งหันหลังอยู่ภายในห้องเบา ๆ...เจ้าของชื่อหันกลับมามองตามเสียงเรียกนิดหน่อย...ก่อนจะหันไปสั่งความบางอย่างกับสต๊าฟที่ทำงานอยู่ด้วย
“ เดี๋ยวฉันมา....” เมื่อหันไปสั่งความกับสต๊าฟเรียบร้อย...Ino ก็ผุดลุกขึ้นยืนเดินตรงมายังชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตู...ดวงตากลมโตเหลือบมองใบหน้านั้นแว่บเดียวก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง.... Ken กัดริมฝีปากเบา ๆ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉยเขายิ่งรู้สึกใจไม่ดีมากขึ้นทุกที... แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจ..ก้าวเดินตามร่างนั้นไปติด ๆ จนมาถึงห้องพักส่วนตัวของ Inoran ....
...ทันทีที่ Ken เดินตามเข้าไป... ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือร่างบางกำลังอุ้มเจ้าเหมียวขนทองอยู่ในอ้อมกอดและเดินตรงเข้ามาหาเขา...ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงออกซึ่งความรู้สึกใด ๆ
“นี่...แมว...จะมาเอาไปใช่มั้ย?” Ino เอ่ยขึ้นพร้อมกับอุ้มชูเจ้าเหมียวขนทองไปให้อีกฝ่าย....แต่แทนที่ Ken จะรับเอาตัวเจ้าเหมียวกลับไป...สองแขนของชายหนุ่มกลับโอบรัดร่างทั้งคนทั้งแมวเข้ามาในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว
“ Ken ปล่อย !!! “ Inoran เอ่ยสั่งเสียงแข็ง....เมื่อโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง...
“ ไม่ !! Ino ฉันไม่รู้ว่านายไม่พอใจอะไร ? แต่ถ้าฉันทำอะไรผิด....ฉันก็ขอโทษ...เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานฉัน...ไม่ได้ตั้งใจ “ Ken เอ่ยปากยอมรับผิดทุกเรื่อง...ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขาทำผิดอะไร...แต่ถ้ามันจะทำให้ร่างบางเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อเขาตอนนี้กลับไปเป็นเหมือนเดิม...ต่อให้ต้องขอโทษกี่ร้อยครั้งเขาก็จะทำ…ชายหนุ่มโอบรัดร่างในอ้อมกอดแนบแน่นขึ้น..เริ่มแปลกใจขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร่างในอ้อมแขนยังคงนิ่งเฉย..ไม่มีคำพูดหรือแม้แต่การเคลื่อนไหวใด ๆ...Ken คลายวงแขนออกเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงเบา...
“ Ino ? “
…ปึ้ก !!!! ...
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไรออกมา...ความเจ็บแปลบที่ปลายเท้าก็แล่นขึ้นมาทันที...เมื่อโดนฝ่าเท้าของร่างบางในอ้อมกอดกระทืบใส่เต็มแรง...จนชายหนุ่มรีบคลายวงแขนออกแทบไม่ทัน...
“โอ๊ย !!! น....นาย “
“ทีหลังถ้าไม่ได้ตั้งใจ...ก็อย่าทำ !! “ เสียงแข็งเอ่ยขัดขึ้นมาทันที...เมื่อรู้สึกหงุดหงิดในคำพูดของอีกฝ่าย...ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานแม้จะตกใจกับการกระทำของ Ken แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร...แต่พอได้ยินว่าเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มทำมันขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ...ทำไม?เขาถึงรู้สึกไม่ชอบใจ
“ เอาแมวกลับไปให้เพื่อนนายซะ !! แล้วไม่ต้องมาหาฉันอีก...เรื่องที่นายอยากจะรู้อยากจะได้ก็ได้ไปหมดแล้ว....ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!! “ Inoran ตะคอกใส่หน้าชายหนุ่มอย่างฉุนเฉียว...เป็นอาการที่ไม่บ่อยนักที่ร่างบางจะแสดงออก.... แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองต้องรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดเมื่อครู่ของอีกฝ่าย...
“ ยัง !! สิ่งที่ฉันอยากได้ยังไม่หมด...” ชายหนุ่มสวนกลับคำพูดของ Inoran ไปทันที...
“ ยังอยากจะรู้อยากจะได้อะไรอีกล่ะ !! ฉันไม่มีอะไรจะให้นายแล้......อ่ะ.... !! “ คำพูดยังไม่ทันจบความวงแขนแกร่งและริมฝีปากร้อนผ่าวก็ตามติดเข้ามาอีกครั้ง...และคราวนี้...ไม่มีทีท่าว่าชายหนุ่มจะยินยอมถอนริมฝีปากออกได้โดยง่ายเหมือนคราวที่แล้ว...
“อื้อ...” Inoran ส่งเสียงประท้วงเบา ๆ ในลำคอเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายลิ้นอุ่นร้อน...เข้ามากวาดชิมความหอมหวานอย่างอุกอาจ...อ้อมแขนที่โอบอุ้มเจ้าเหมียวไว้ในอ้อมกอดอ่อนแรงจนต้องปล่อยให้เจ้า J กระโดดหลุดออกไป....ฝ่ามือบางยกขึ้นสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มตรงหน้า...ก่อนจะใช้สติที่เหลืออยู่ออกแรงดันร่าง Ken ออกไปเต็มแรงจนสามารถผละริมฝีปากออกมาได้ในที่สุด...ใบหน้าเรียวสวยแดงก่ำ...ลมหายใจติดขัดจนต้องหอบหายใจเบา ๆ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวและสติเต็มที่...วงแขนแกร่งก็กลับเข้ามารวบร่างบางเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอีกแล้ว...
“ Ken !! “ Ino เรียกชื่อชายหนุ่มเสียงลั่น...เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดการกระทำลง...ดูไม่เหมือน Ken ในทุก ๆ ครั้งที่มักจะโอนอ่อนยอมทำตามความต้องการของเขาเสมอ...ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะดื้อรั้นมากขนาดนี้...
“ Ino ฉัน....”
“รู้แล้ว...ไม่ต้องพูดมาก....อยากทำอะไรก็ทำ...” ร่างบางเอ่ยขัดคำพูดอีกฝ่ายขึ้นมาทันที....เพราะไม่ว่าในใจของชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ก็ตามเขาไม่อยากให้เอ่ยมันออกมาตอนนี้...จนกว่าตัวเขาเองจะแน่ใจว่า....เขาเองก็คิดแบบเดียวกันกับอีกฝ่าย....ไม่อยากให้ Ken มาเร่งรัดเอาคำตอบ....เพราะถ้าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดพวกเขาทั้งสองคนจะได้ไม่เจ็บปวดมากเกินไป
... คำตอบที่ได้รับจากคนตรงหน้าเรียกให้ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มหน้าแมวคลี่ยิ้มออกมาได้อย่างรวดเร็ว...และเมื่อสังเกตใบหน้าของอีกฝ่ายที่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา....ว่ามันกำลังอมสีชมพูจาง ๆ น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นท่าทางเขินอายของ Inoran ยิ่งทำให้ Ken รู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ารักมากกว่าครั้งไหน ๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก...ริมฝีปากได้รูปก็ประทับจุมพิตลงไปบนแก้มเนียนนั่นเบา ๆ อย่างหลงใหล....ทำให้ Inoran เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ...ดวงตากลมโตจ้องเขม็งจนคนที่โดนจ้องรู้สึกเสียวสันหลัง...
“อ...เอ่อ...นายบอกเองนะว่าอยากทำอะไรก็ทำ “ Ken แก้ตัวออกมาตะกุกตะกัก... พอเรื่องราวทุกอย่างคลี่คลายความกล้าของชายหนุ่มดูเหมือนจะหดหายไปทีละน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคน ๆ นี้
“ปล่อยสักทีสิ !!! จะกอดไปถึงไหน “ Inoran โวยออกมาทันทีพร้อมกับสะบัดตัวให้หลุดออกมาจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“เอาแมวกลับไปให้เพื่อนนายได้แล้ว...” ร่างบางออกคำสั่งเบา ๆ พร้อมกับเดินไปอุ้มเจ้าเหมียวขนทองที่เดินไปนั่งเลียขนตัวเองอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
มาส่งให้....ชายหนุ่มรับเจ้าเหมียวขนทองกลับมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะหันกลับมาสั่งความบางอย่างกับ Inoran “ เลิกงานวันนี้ฉันจะมารับ...ไปกินข้าวด้วยกันนะ..“ Ken เอ่ยปากชวนพร้อมรอยยิ้ม...ยิ่งเมื่อรู้ตัวว่าเขามีสิทธิ์จะรักในตัวคน ๆ นี้...ความรู้สึกไม่อยากยอมแพ้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ....Inoran ไม่ตอบแต่ก็พยักหน้ารับเบา ๆ เป็นเครื่องหมายว่าคำขอครั้งนี้ของชายหนุ่มเป็นผล...
....ค่ำคืนนั้นหลังจาก Ken แวะเอาเจ้าเหมียวมาส่งคืนให้.. Hyde ก็พาเจ้าเหมียวขนทองกลับไปยังบ้านพักของตนเองอีกครั้ง...หลังจากที่ย้ายไปอยู่คอนโดมาพักใหญ่เพราะอยากจะลืมเลือนภาพใครบางคนให้หายไปจากใจ ....แต่ ณ เวลานี้คงไม่ผิดอะไรใช่มั้ย ? ที่เขาอยากจะคิดถึงมันขึ้นมาอีกครั้ง....ในเมื่อเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยดูแลรักษาหัวใจที่ปวดร้าวของเขาได้เลย....ร่างเล็กทรุดกายลงนั่งบนเตียง...ฝ่ามือบางลูบไล้ไปบนที่นอนว่างเปล่าข้างกาย...หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้เพียงความเย็นชืด...ไม่หลงเหลือไออุ่นของใครให้สัมผัสได้อีก... Hyde เอนกายลงนอนอย่างอ่อนล้า...ร่างเล็ก ๆ ขดกายเข้าหากันด้วยความทุกข์ทรมาน...ความจริงที่ได้รับรู้ยิ่งตอกย้ำถึงความโง่เขลาของตน...นัยน์ตากลมโตยังคงเหม่อมองไปยังที่นอนข้างกายเช่นเดิม...แม้เวลานี้จะมีเพียงความว่างเปล่า...แต่ภาพความทรงจำยังคงเด่นชัดตราตรึง...ร่างเล็กหลับตาลงช้า ๆ ความทรงจำที่คิดว่าลืมเลือน..หลั่งไหลกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับสายน้ำ...เสียงทุ้มต่ำที่เคยพร่ำเรียกชื่อเขา...แว่วมาให้ได้ยินดั่งสายลมพัดผ่าน...วินาทีที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน...ความเร่าร้อนที่ราวกับจะหลอมละลายร่างทั้งร่าง...ทุกการเคลื่อนไหวยังแจ่มชัดในทุกเสี้ยวนาที....
....ฉันลืมมันไม่ได้ J ....
...~~~ เมี้ยวว....~~….
เสียงร้องเรียกดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับร่างเจ้าเหมียวขนทองกระโดดตุ้บขึ้นมาบนที่นอนหนานุ่ม....เจ้า J ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเจ้านายมันช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าหลับตาพริ้มเมื่อปลายนิ้วเรียวเล็กเข้ามาสัมผัสลูบไล้ที่ปลายคางมันเบาๆ Hyde ดึงร่างเจ้าเหมียวขนทองให้เข้ามาในอ้อมกอด...จุมพิตเบา ๆไปที่หัวกลม ๆ ของเจ้าเหมียว....ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มที่...แต่ทำไม ? คืนนี้กลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาจนต้องกระชับผ้าห่มนวมมาคลุมกายเอาไว้อย่างมิดชิด....ความหนาวเหน็บนี้เกิดขึ้นมาจากไหนกันแน่ ? อากาศภายนอก..หรือหนาวมาจากหัวใจภายในที่ไร้ไออุ่นของใครบางคนมาโอบกอดมันเอาไว้
“ หนาวจังเลยนะ …J…” Hyde พึมพำเบา ๆ กับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในอ้อมแขน...พร้อมกับขยับกอดร่างเจ้าเหมียวขนทองแน่นขึ้น... หวังว่าไออุ่นจากร่างมันจะสามารถทดแทนใครบางคนที่ชั่วชีวิตนี้เขาอาจไม่มีวันได้สัมผ
ัสมันอีกแล้ว.... <<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
TBC Love punish 56- 56 -
....ติ๊งง.... ทันทีที่สัญญาณลิฟต์ดังบอกว่ามาถึงชั้นที่ต้องการ...ร่างเล็กก้าวพรวดออกมาอย่างรวดเร็วพลางสอดส่ายสายหาคนที่ตนเองต้องการพบตอนนี้ทันที
“ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพบนายอีก...มีธุระอะไรรึเปล่า ?” เสียงเรียบ ๆ ที่แว่วมาให้ยินจากด้านหลัง...เรียกให้ร่างเล็กหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว...ภาพร่างบางผมสีน้ำตาลกำลังยืนพิงตู้ขายน้ำอัตโนมัติ...ด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้ายกับทุกเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น
...ทำไม ? ถึงได้นิ่งเฉยได้ขนาดนี้....
“ J อยู่ไหน ?” Hyde ถามถึงสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ขึ้นมาทันที....คิ้วเรียวบางของอีกฝ่ายขมวดมุ่น...ออกจะแปลกใจไม่น้อยที่ Hyde เพิ่งจะมาถามเอาตอนนี้...
“ ไปอเมริกา...นายไม่รู้เหรอ...ข่าวก็ออกไปตั้งนานแล้วนี่ “ น้ำเสียงเรียบ ๆ ตอบกลับมา...เมื่อสิ่งที่ Inoran เข้าใจคือตัวเพื่อนรักของเขา
“ ไม่ใช่ !!! แมวของฉัน...เจ้า J มันอยู่ที่ไหน ?” Hyde เริ่มเสียงแข็งขึ้นมาทันที...ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเรียบเฉยเขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง..
“ อ้อ...” Inoran ร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเข้าใจในสิ่งที่ Hyde หมายถึงจริง ๆ สักที “ อยู่ที่บ้านฉัน...ก่อนไปอเมริกา J ฝากมันไว้กับฉัน นายคิดจะมาเอามันไปเหรอ “ ร่างบางผมสีน้ำตาลย้อนถามไปอีกครั้ง
“ ใช่ !!! J เป็นของฉัน...ฉันจะมาเอาไป “ Hyde ตอบกลับเสียงแข็งจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่ลดละ...คำพูดคล้ายดังจะสื่อไปถึงเรื่องอื่นได้เช่นกัน...Inoran อมยิ้มขึ้นมานิด ๆ ถ้าคำพูดของอีกฝ่ายหมายถึงเพื่อนของเขา.... J คงจะดีใจไม่น้อย
“ Hyde !! “ เสียงคุ้นหูของเพื่อนร่วมวงหน้าแมวที่ตามมา...ดังขึ้นมาขัดเอาไว้ทันที...เมื่อภาพแรกที่เห็นคือ Hyde กำลังโวยวายใส่หน้าอีกฝ่ายไม่ยอมหยุด
“ Ken…” Inoran อุทานออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่ติดตามอยู่กับเขาไม่ได้ห่างมาตลอดตั้งแต่ออกจากโ
รงพยาบาล...เพียงแค่นี้..ก็พอจะเดาอะไรได้เลา ๆ ขึ้นมาได้ทันที...อาการฉุนเฉียวของร่างเล็กที่มาโวยวายอยู่ตรงหน้าเขา...เรื่องที่ Ken มาพบกับเขาคนอื่นในวงคงไม่มีใครรู้...แต่เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ J ...Hyde ถึงได้มีอาการของขึ้นแบบนี้...ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แค่เรื่องแมว...แต่ก็พอจะทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายยังตัดเพื่อนเขาไม่ขาดอยู่ดี.... “ ขอโทษที...ไม่รู้ว่ารบกวนนายรึเปล่า ? “ Ken เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมกับมีสีหน้าลำบากใจ...เมื่อคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายทำให้ Inoran เดือดร้อน...
“ ไม่หรอก Hyde แค่อยากได้แมวกลับไป “ Ino ตอบกลับไปโดยยังไม่ยอมละสายตาไปจากร่างเล็กตรงหน้า...
“ว่าไง...ฉันเข้าใจถูกใช่มั้ย... J ที่นายต้องการเอากลับไปเป็นของตัวเอง...แค่เจ้าแมวตัวนั้น...ใช่มั้ย..” Ino ก้าวเท้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นอีกขณะที่พูด... ใกล้จนเห็นบางสิ่งกำลังไหววูบอยู่ในดวงตากลมโตตรงหน้า..
“ฉันไม่เคยต้องการของของคนอื่น...ไม่ว่าฉันจะรักมันมากแค่ไหน...นายชนะแล้ว Inoran...แต่เจ้า J ไม่เหมือนกัน...แมวตัวนั้นเป็นของฉัน...คืนมันให้ฉันเถอะ..” Hyde ตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใด ๆ อีก...ความโกรธเกรี้ยวในสีหน้าและแววตาเลือนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่...เหลือเพียงความว่างเปล่า...จนแม้แต่คนนิ่งเฉยอย่าง Inoran ยังต้องขมวดคิ้วมอง...
“OK...” Ino เอ่ยคำพูดพลางส่ายหน้าไปมาเบา ๆ... “ฟังฉันให้ดีนะ Takarai Hideto...ไม่มีใครชนะหรือแพ้ในเรื่องนี้...ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้นายมีความคิดแบบนี้...แต่ที่ฉันบอกได้...และพยายามจะบอกมาตลอด..หมายถึงถ้านายจะยอมฟังฉันบ้างก็คือ...ฉันกับ J..ระหว่างเราต่อให้ต้องตายลงไปตรงนี้ก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้...นอกจาก...” Ino หยุดคำพูดพลางกวาดตามองไปยังสมาชิกทุกคนของวง L’Arc ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ...สายตาที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดของใครคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกันเกือบทุกวัน..หยุดสายตาของ Inoran ให้มองนิ่งอยู่ที่คน ๆ นั้น...
“เพื่อน...ที่ดีที่สุดเท่านั้น...”
“ไม่จริง...” Hyde ส่ายหน้าปฏิเสธในสิ่งที่ได้ฟัง... “พวกนาย..การกระทำของพวกนายที่ผ่านมา...” Hyde หยุดคำพูดไว้แค่นั้นเพราะเมื่อคิดทบทวนดูดี ๆ แล้วเขาไม่เคยได้เห็นทั้งสองคนทำอะไรที่เป็นเครื่องหมายว่าคนทั้งคู่เป็นคนรักกัน...และเมื่อลองย้อนกลับมาคิดอีกทีทุกอย่างไม่ใช่เป็นเพราะเขาเริ่มคิดมันเอง...และเข้าใจทุกอย่างไปเองหรอกเหรอ.....
“พวกฉันทำอะไร?...” Ino ถามแทรกขึ้นมาทันที... เสียงถอนใจแรงออกมาเมื่อคำตอบที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ...
“นายจะเชื่อ..หรือไม่เชื่อ..นั่นเป็นสิทธิ์ของนาย...ฉันพูดในสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของฉันไปแล้ว....ส่วนเรื่องเจ้า J...พรุ่งนี้เช้ามันจะกลับไปเป็นของนายตามเดิม...” จบคำพูด Ino ก็หันหลังเดินลงบันไดไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีก...Ken ขยับจะตามไปแต่ความเป็นห่วงเพื่อนก็ฉุดรั้งเอาไว้..ชายหนุ่มหันกลับมามองร่างเล็กที่ยืนตะลึงอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปโอบไหล่เล็ก ๆ นั้นเอาไว้..
“Hyde...เป็นอะไรรึเปล่า...”
“ไม่..ไม่เป็นไร....Ken ตาม Ino ไปที..บอกเขาด้วยว่าฉันขอโทษ...” Hyde เงยขึ้นบอกเพื่อนพร้อมกับดันร่างอีกฝ่ายออกห่างจากตัว..
“แต่..” Ken ยังคงลังเล... Tetsu กับ Yukky ที่ยืนอึ้งอยู่นานจึงได้สติเข้ามาช่วยตัดสินใจอย่างรวดเร็ว..
“ไปเหอะ Ken-chan...เดี๋ยวพวกฉันพา Hyde กลับเอง..ไม่ต้องห่วง..” Tetsu รีบบอกเพื่อน...
“ใช่..รีบไปเลย Ken..” Yukky ย้ำมาอีกคน...ยังไม่ทันจบประโยคเจ้าเหมียวก็วิ่งลงบันไดหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว...
Ino หยุดนิ่งที่ชานบันไดหลังจากวิ่งลงมาได้พักใหญ่...ช่วงเวลาสามเดือนกว่าที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...ถึงวันนี้ทุกอย่างคงจบลงสักที..คน ๆ นั้นเข้ามาใกล้เขา..ครั้งแรกก็เพราะต้องการพบ J...ต่อมาก็มาเพียงเพราะต้องการเจ้าแมวตัวนั้นมันก็แค่นั้นเอง...
“Ino!!!” เจ้าของชื่อเหลียวกลับไปมองตามเสียงเรียกอย่างรวดเร็ว...ร่างของใครคนหนึ่งกำลังวิ่งลงบันไดมา..จนในที่สุดก็มาหยุดยืนหอบอยู่ตรงหน้าเขา...
“นึก...ว่า..จะไม่ทัน..ซะแล้ว..” เสียงพูดออกมาติด ๆ ขัด ๆ สลับกับเสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย...
Ino ยืนหันหลังพิงกำแพง..จ้องมองภาพชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง... Ken ค่อย ๆ ยืดตัวตรงขึ้นช้า ๆ..เมื่อลมหายใจเริ่มกลับเป็นปกติ..ดวงตาเรียวรียังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอีกฝ่ายตลอดเวลา...
คิ้วเรียวเล็กขยับเข้าหากันเล็กน้อย...เมื่อริมฝีปากภายใต้ไรหนวดของชายหนุ่มตรงหน้าคลี่ยิ้มออกกว้าง...
“จะกลับแล้วเหรอ...”
“ใช่...ทำไมล่ะ..Hyde ต้องการได้เจ้าเหมียวนั่นวันนี้เลยเหรอ..นายถึงได้รีบตามมา..” Ino เบี่ยงตัวหลบอีกฝ่ายเดินลงบันไดต่อไปโดยไม่รอฟังคำตอบ...Ken มองตามไปอย่างงุนงง...มือแกร่งเอื้อมคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้เร็วกว่าความคิด...ร่างบางที่ถูกฉุดกระชากหันขวับกลับมามองอย่างไม่พอใจ...ชายหนุ่มจึงรีบปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระทันที...
“เอ่อ..ขอโทษ...” Ken เอ่ยพลางรีบก้าวลงบันไดตามหลังอีกฝ่ายไป... “ จะกลับห้องใช่มั้ย..ให้ฉันไปส่งนะ..”
Ken รู้สึกใจไม่ดีขึ้นทุกทีเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะยอมพูดด้วยอีก...ชายหนุ่มได้แต่เร่งฝีเท้าตามอีกฝ่ายไปโดยไม่รู้จะต้องทำยังไง...เมื่อมาถึงลานจอดรถ..ร่างบางก็ตรงไปยังเฟอรารี่คันงามที่จอดนิ่งรออยู่ทันที...เสียงรีโมทเปิดประตูร้องดังขึ้น...พร้อม ๆ กับร่างของชายหนุ่มที่ตามมาข้างหลังก้าวเข้ามาขวางระหว่างรถคันงามกับเจ้าของของมัน...
“หลีก...” เสียงสั้นห้วนสั่งออกไป....มือเรียวกำแน่น...ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเขาจะมีวันที่รู้สึกกลัว..กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้...ต่อหน้าคน ๆ นี้...หลายครั้งแล้วที่มันคล้ายกับจะเป็นแบบนั้น...
“พูดกันก่อน...เป็นอะไร..โกรธอะไร...” Ken เอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายเบา ๆ..เมื่อฝ่ายนั้นไม่แสดงท่าทีอะไรขัดขืน..ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ดึงกุญแจรถที่กำแน่นอยู่ในมือข้างนั้นออกมา...
“ให้ฉันไปส่งนะ...” Ken บอกเบา ๆ ก่อนจะกุมมืออีกฝ่ายพาเดินไปที่นั่งข้างคนขับ..นึกแปลกใจที่ฝ่ายนั้นยอมตามง่าย ๆ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาอีก...รถสปอร์ตคันงามเคลื่อนออกช้า ๆ...ตลอดการเดินทางมีเพียงความเงียบที่โอบล้อมคนทั้งสองเอาไว้..เมื่อต่างฝ่ายต่างก็ตกอยู่ในห้วงความคิดคำนึงของตนเอง..โดยที่ไม่รู้เลยว่า..ในความคิดนั้นล้วนมีเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันโดยตลอด...
<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
“คงจับเองได้นะ..ออกไปแล้วช่วยปิดประตูให้ด้วย...” ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาในห้องพัก..เสียงบอกจากร่างบางที่เดินนำเข้าไปภายในก่อนแล้วก็ดังออกมาให้ได้ยิน.. คิ้วเรียวเข้มของคนฟังขมวดเข้าหากันอย่างงุนงงก่อนจะรีบเดินตามเข้าไป...ทั้งที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน..เขาเพิ่งจะรู้สึกยินดีจนแทบจะร้องตะโกนออกมาให้คนอื่นได้รับรู้...ว่า Inoran กับ J เป็นเพียงแค่เพื่อนกันจริง ๆ แล้วนี่มันเกิดอะไรกันขึ้น..
“เดี๋ยว...” Ken คว้าแขนอีกฝ่ายที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในห้องนอนเอาไว้...ฝ่ายนั้นหันกลับมามองด้วยสายตาไม่พอใจเช่นทุกครั้ง..แต่ครั้งนี้เป็นฝ่ายชายหนุ่มเองที่เปลี่ยนไป...นอกจากไม่ปล่อยแขนข้างนั้นแล้ว..มือแกร่งอีกข้างยังขยับขึ้นรวบต้นแขนอีกข้างของร่างบางให้หันมาเผชิญหน้าด้วย...
“Ino...เกิดอะไรขึ้น..นายไม่พอใจเรื่องอะไร...ถ้าเป็นเรื่องของ Hyde.. ฉันขอโทษแทนเพื่อนได้มั้ย...” Ken บอกพลางจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง..เสียงถอนใจยาวออกมาก่อนจะพูดต่อไปเมื่ออีกฝ่ายยังคงเงียบ...
“ที่จริง... Hyde ก็ฝากฉันมาขอโทษนายด้วย...ถ้านายจะโกรธที่เขาเข้าใจนายผิด..ฉันก็เข้าใจแต่ฉันอยากให้นายเข้าใจ Hyde ด้วย..เขาทรมานมามากกับเรื่องนี้...อย่างที่นายบอกไม่มีใครผิดใครถูก..มันก็แค่เรื่องความเข้าใจผิด..แล้ว...แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น..ทำไมนายต้อง...”
“พูดพอรึยัง...ถ้าพอก็กลับไปได้แล้ว...ฉันจะนอน..” เสียงเรียบ ๆ ที่ดังแทรกขึ้นกลืนกินคำพูดที่เหลือทุกคำของ Ken ลงไปจนหมดสิ้น..ดวงตาทั้งคู่สบกันนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ... ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มจะขยับขึ้นลงช้า ๆ ด้วยอาการรับรู้...มือแกร่งละจากร่างบางตรงหน้าทิ้งลงข้างลำตัวช้า ๆ..
แปลก...ที่คำพูดครั้งนี้ของอีกฝ่ายสร้างความเจ็บร้าวในหัวใจมากกว่าครั้งไหน ๆ...อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาเผื่อใจไว้ตลอดถึงฐานะของตัวเอง...แต่วันนี้หลังจากได้รู้ว่าเขามีสิทธิ์จะรักคนตรงหน้าได้...ทำไมแค่คำพูดไม่กี่คำเขาถึงทนรับฟังมันไม่ได้... “OK..เข้าใจล่ะ..ฉันเพิ่งแน่ใจเดี๋ยวนี้เอง...ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา...ฉันไม่มีค่าอะไรสำหรับนายเลย...” Ken กัดริมฝีปากข่มความรู้สึกก่อนจะเอ่ยต่อไปช้าชัด...
“ไม่ต้องกังวล...ฉันคงไม่มาอยู่ขวางหูขวางตานายอีกแล้ว...สบายใจได้..ลาก่อน... Inoran...”
“นายอยากมีค่าเรื่องอะไรกันแน่...” Ino เอ่ยคำพูดไล่หลังไป..ดวงตาทั้งคู่จ้องมองอยู่ที่แผ่นหลังของอีกฝ่าย...ไม่บ่อยนักที่เขาต้องเป็นฝ่ายมองตามแผ่นหลังนั้น...ทุกครั้งมักเป็นเขาที่หันหลังให้อีกฝ่ายเสมอ...
Ken ข่มตาแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง...นายไม่รู้จริง ๆ รึ..ว่าฉันอยากมีค่าเรื่องอะไร!!!...คำถามตะโกนก้องอยู่ในใจจนแทบจะระเบิดออกมาภายนอก....
“นายอยากมีค่าอะไรสำหรับฉัน...ก็แค่มาช่วยเลี้ยงแมว...วันนี้นายก็จะเอามันไปแล้ว...นายยังอยากจะมีค่าอะไรกับฉะ...อ่ะ..” คำพูดที่กำลังพรั่งพรูผ่านริมฝีปากบางออกมาไม่หยุด...ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องเบา ๆ เมื่อร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าไปปะทะอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว...ใบหน้างามเงยขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ...หากยังไม่ทันจะเอ่ยคำพูดอะไรออกมา...ริมฝีปากร้อนผ่าวของคนตรงหน้าก็ประทับจูบตามลงอย่างไม่ทันตั้งตัว....
“อึ๊...” Inoran เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม...แต่ยังไม่ทันได้โวยวาย..ริมฝีปากอุ่นร้อนนั่นก็ถอนออกไปก่อน
“ตอนนี้เข้าใจรึยัง ? ว่าฉันอยากมีค่าอะไรกับนาย” Ken เอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น...แต่เมื่อยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย...ความรู้สึกปวดแปลบในอกก็เริ่มย้อนกลับมาอีก..ชายหนุ่มปล่อยมือจากคนตรงหน้าช้า ๆ ก่อนจะข่มตาแน่นพร้อมกับตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที...ทิ้งไว้เพียงร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
TBC.
1月16日 Love punish 55- 55 -
ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วนับแต่วันที่ได้ยินข่าวโดยบังเอิญถึงการจากไปของใครคนหนึ่ง...ความเจ็บปวดที่ฝังแน่นอยู่ในใจ...ได้อาศัยงานที่ตนเองรักเป็นตัวช่วยฉุดรั้ง...Hyde อยู่ลุยงานที่สตูดิโอจนดึกดื่นเกือบทุกวัน...และวันนี้ก็เช่นกัน...
“Hyde-san..ยังไม่กลับบ้านอีกหรือครับ..”
Hyde เงยหน้าขึ้นจากตู้กดเครื่องดื่มตรงหน้า...ก่อนจะหันไปมองเด็กทีมงานยิ้ม ๆ... “จะกลับอยู่เดี๋ยวนี้แหล่ะ...มาหาอะไรดื่มหน่อย...”
“ครับ...งั้นผมลาเลยนะครับ...”
“อืม...ไปเถอะ..” Hyde รับคำ..พลางมองอีกฝ่ายที่กำลังเก็บรวบรวมหนังสือกองไว้บนโต๊ะกลาง...มุมหนังสือเล็ก ๆ ที่มีไว้เพื่อให้ติดตามข่าวสารและ magazine ต่าง ๆ.. ร่างเล็กบางเดินเรื่อย ๆ มาหยุดยืนมองพร้อมกับกระป๋องเบียร์เย็น ๆ ในมือ...ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพลิกดูหน้า magazineไปมาเพื่อไม่ให้ตัวเองว่างเกินไป...
ภาพข่าวเล็ก ๆ ที่ปรากฏอยู่ที่มุมหนึ่งของหนังสือ...ทำให้ Hyde เบิกตาขึ้นมองอย่างตกตะลึง...ชายหนุ่มผมทอง..กับงานใหม่...ในที่ ๆ อยู่ห่างจากที่นี่เป็นพัน ๆ ไมล์... มือที่จับหนังสือสั่นเทาจนแทบจะอ่านตัวหนังสือตรงหน้าไม่ออก...เสียงสูดลมหายใจเข้ายาวนาน..ก่อนจะจัดการปิดหนังสือเล่มนั้นลงไว้ที่เดิม...
“ฉันไม่มีทางยอมแพ้นาย...ไม่ว่าเรื่องไหน...”
หลังจากตั้งใจบอกกับตัวเองวันนั้น Hyde ก็โหมทำงานอย่างหนัก...ทั้งไม่อยากยอมแพ้และไม่อยากไปคิดถึงใครบางคนให้วุ่นวายใจ...ทุกวันร่างเล็กจะไม่เคยปล่อยเวลาให้ว่าง...เรื่องฟุ้งซ่านที่อยู่ในใจเริ่มจะลืมเลือนไปบ้างในบางเวลา...แม้บางครั้งในหัวใจจะยังโหยหาใครบางคน...แม้จะพยายามหาอะไรมาทำเพื่อไม่ให้คิดถึงความเจ็บปวดที่เคยได้รับ...แต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้เต็มปากว่าตนเองไม่ต้องการอ้อมกอดนั้นอีกแล้ว..หลายครั้งที่นึกเกลียดตัวเอง...เกลียดที่ต้องยอมรับว่า...ในหัวใจลึก ๆ ยังโหยหาและต้องการคน ๆ นั้นตลอดเวลา...
....มันจะแปลกอะไร Hyde...เสียงบอกเยาะกับตนเองในใจ....อีกไม่นานเวลาจะรักษานายเอง!!!....
<<<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
ช่วงระยะเวลาสามเดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว...เมื่อไหร่ที่เราค้นหาเป้าหมายให้กับชีวิตได้...เราก็จะพบว่าเวลาที่มีอยู่แทบจะไม่พอเพียงจะให้เราหยุดชะงักแม้แต่วินาที...งานที่ตั้งใจ...ร่วมแรงกันทำดูจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อย ๆ...ในขณะที่ตัว Hyde เองก็กลับมาร่าเริงขึ้นมากจนทุกคนแปลกใจ...
ช่วงหัวค่ำของวันหลังจากที่จัดการกับทุกอย่างที่ต้องทำในวันนี้เรียบร้อยแล้ว...ร่างเล็กบางจะเดินเรื่อยเปื่อยผ่อนคลายอามรณ์ไปคนเดียว...เพราะพวกเพื่อน ๆ แยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว...ช่วงอาทิตย์หลัง...Hyde กล้ากลับมาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองบ่อยมากขึ้น...บาดแผลที่มี..ไม่ปวดแปลบแสบร้อนเหมือนเมื่อแรกอีกแล้ว...
สายลมเย็น ๆ พัดมากระทบร่าง...จนต้องกระชับเสื้อโค๊ทตัวยาวเข้าหาตัวมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย....
...ฤดูหนาว...ใกล้เข้ามาทุกที....
Hyde เดินเล่นไปตามไหล่ทางที่ทอดยาว...ริมฝีปากได้รูปอมยิ้มขึ้นมานิด ๆ เมื่อมองดูวิถีชีวิตต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในสายตา...ทำให้รู้สึกว่าตนเองก็ยังสามารถยืนอยู่ได้แม้จะขาดใครบางคนไปก็ตาม...
...แต่คงจะดีกว่านี้...ถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน...
Hyde ส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เมื่อเผลอปล่อยใจตัวเองให้คิดคำนึงถึงใครบางคน...การปล่อยให้ใจตัวเองต้องการอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้..มีแต่จะทำให้หัวใจเจ็บปวด...ในเมื่อสิ่งที่ต้องการ...ไม่มีคนหยิบยื่นให้อีกแล้ว
...แต่ฉับพลันที่หันหน้ากลับมามองสิ่งรอบข้าง... สายตาก็ไปสะดุดกับร่างใครบางคนที่คุ้นตาอยู่ทุกวี่ทุกวันและใครอีกคนที่จดจำได้ในมโนสำนึกเสมอ...
...Ken-chan กับ Inoran ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน ?....
ภาพที่เห็นเรียกสายตาของร่างเล็กให้หยุดนิ่งจ้องมองคนทั้งสองอยู่เนิ่นนาน...ภาพคนสองคนดูสนิทสนม...เกินกว่าจะเป็นแค่คนรู้จักในฐานะที่อยู่วงการเดียวกัน....ชายหนุ่มหน้าแมวเพื่อนของเขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันกับ..คนรักของ J...คำถามมากมายก่อเกิดขึ้นภายในจิตใจมากมายขึ้นทุกที
....เพื่อนของเขา ?....
....คนรักของ J ?.....
...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่ ? ....
Hyde เก็บงำคำถามที่พรั่งพรูออกมามากมายเอาไว้ในใจ...เขาไม่คิดจะเข้าไปถามทั้งสองคนเวลานี้...แต่เรื่องนี้จะต้องได้รับคำตอบแน่นอนและเร็วที่สุดด้วย !!!
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
เช้าวันต่อมา ณ สตูดิโอ Larc
“ Ken-Chan ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ “ Hyde ที่มารออยู่ที่ทำงานตั้งแต่เช้า..เอ่ยปากขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนร่วมวงก้าวเข้ามาในห้อง...Ken ขมวดคิ้วมองเพื่อนร่างเล็กด้วยความแปลกใจ...เพราะท่าทาง Hyde เหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี...ขณะที่พูดก็เดินเลี่ยงไปอีกห้องพร้อมกับหันมามองเป็นสัญญาณให้เขาเดินตามไป...Ken เดินนำเข้าไปก่อนอย่างว่าง่ายก่อนที่ Hyde จะจัดการปิดประตูลง...
“ ทำไม ? เมื่อวานนายอยู่กับ Inoran “ แค่คำถามแรกที่ได้ยินก็ทำเอา Ken เบิกตากว้างพร้อมกับหันมามองร่างเล็กอย่างรวดเร็ว..ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึงบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์เสียขนาดหนัก
“ อ...เอ่อ..” ชายหนุ่มหน้าแมวได้แต่อ้ำอึ้งไม่นึกว่าเรื่องราวที่ปกปิดไว้ได้ตั้งนานจะมาแตกเอาตอนนี้...อีกทั้งเมื่อวาน..ยังเป็นวันแรกที่เขาชวน Inoran ไปทานข้าวข้างนอกได้สำเร็จ..หลังจากโดนปฏิเสธมาตลอด...ไม่คิดว่า Hyde จะบังเอิญไปเห็นเข้าได้...
“ Ken-Chan !! ตอบฉันมาสิ...” Hyde ตะคอกถามเสียงแข็ง...อารมณ์ที่กรุ่น ๆ ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักหลบสายตาและไม่ยอมตอบคำถาม...
“ ไม่ว่าสิ่งที่นายกำลังทำอยู่มันคืออะไร? ฉันขอให้เลิกซะ !!! Inoran ไม่ใช่คนที่นายควรเข้าไปยุ่ง...เขาเป็นของคนอื่น...!!! “ ร่างเล็กตะโกนเสียงลั่นยิ่งเห็นเพื่อนตัวเองไปสนิทสนมกับคนที่รวมหัวกับ J ทำร้ายเขา...ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทรยศ...
“ H…Hyde ฉัน...” Ken เองก็ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาอธิบายเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนคนนี้...เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการเฝ้าติดตามคน ๆ นั้น...ยิ่งนานเขาก็ยิ่งสนใจในตัว Inoran มากขึ้นทุกที... มากจนเกินไปกว่าเป้าหมายแรกเริ่มที่เพียงต้องการพบหน้าชายหนุ่มผมทองที่ทำร้ายเพื่อน
“ไม่เอาน่า...Hyde นายลองคิดในทางที่ดี...ถ้าฉันแย่ง Inoran มา...หมอนั่นจะได้เจ็บปวดเหมือนกับที่นายรู้สึก “ Ken ฝืนสร้างรอยยิ้มขึ้นมากลบเกลื่อน...เมื่อคิดว่าคำตอบที่ตนเลือกมาดีที่สุดแล้วสำหรับร่างเล็ก...Hyde จะได้ไม่คิดว่าตนเองถูกทรยศ...ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เป้าหมายของ Ken ในการเข้าใกล้ Inoran…
…. แต่คำตอบที่ได้รับกลับยิ่งทำให้ร่างเล็กเบิกตากว้างมองเพื่อนรักตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...ทำไมเพื่อนเขาถึงมีความคิดแบบนี้ ?...
“ฉันขอร้องให้นายทำเหรอ !! ทำอย่างนี้ไม่ต่างอะไรกับคนขี้ขลาด....นายคิดว่าฉันจะมีความสุขเหรอ...ที่เห็น J เจ็บปวด !! “ Hyde ตะคอกถามเสียงลั่น...สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เรื่องนี้...ในเมื่อสิ่งที่ต้องการใครก็เอามันมาให้ไม่ได้นอกจาก J ...
…Ken ได้แต่นิ่งเงียบ...เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนตัวเล็กของเขา...
“ทำอะไรลับหลังคนอื่น...ตอนที่เจ้าตัวเขาไม่อยู่...นายทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ?!! “ Hyde ยังคงตะคอกใส่หน้าเพื่อนร่วมวงด้วยอารมณ์ทั้งโกรธทั้งเสียใจ...ทำไม ? ถึงไม่ยอมปล่อยเขาเอาไว้ลำพัง...ทำไม ? ถึงต้องหาเรื่องมาให้เขาต้องไปวุ่นวายกับสองนั่น...คิดมาถึงตรงนี้ Hyde ก็เริ่มแปลกใจขึ้นมาเช่นกัน...ทำไม ? เพื่อนเขาถึง...เข้าใกล้ Inoran ได้มากขนาดนั้น....ถ้าไม่เพราะอีกฝ่ายก็เป็นใจ...หรือว่าพอ J ไม่อยู่ Inoran เองก็ทรยศ J เช่นกัน...
...ทำไม ? Ino ถึงเลวร้ายได้ขนาดนี้....
Hyde หลับตาขบกัดริมฝีปากเบา ๆ เมื่อขบคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของ J กับ Ino…
…Ino ยอมให้ J มาหาเขาขณะที่ตัวเองนอนป่วยอยู่ ?...
…. J เองก็ยอมให้ Inoran มีคนอื่น...ขณะที่ตัวเองไม่อยู่ ?....
..... หรือว่าจริง ๆ แล้ว Ken เองต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อให้คนคู่นี้ปั่นหัวเล่นเหมือนเขา ?....
...ร่างเล็กสะบัดหัวไล่ไปมาอย่างแรงเพื่อไล่ความคิดตัวเอง...เขาไม่เข้าใจคนคู่นี้เลยจริง ๆ ทำไมถึงยอมให้คนรัก...กระทำในสิ่งที่ไม่มีคู่รักคนไหนยินยอมให้กระทำ...
“ฉันจะไปคุยกับ Ino ให้รู้เรื่อง !! “ Hyde โพล่งออกมาอย่างเหลืออด...อยากได้ยินคำตอบนั้นจากปากของ Ino เองว่าสิ่งที่เขาคิดเอาไว้เป็นจริงหรือเท็จกันแน่
“เดี๋ยว Hyde !!! ฉันกับ Ino ไม่ได้มีอะไรกันนะ.....ฉันก็แค่เข้าไปช่วยดูแลแมวของนายเท่านั้น “ Ken ฉุดแขนร่างเล็กเอาไว้พร้อมกับหาเรื่องมาอธิบายเพื่อให้ Hyde สงบลง
“แมว ?” ร่างเล็กหันมามองอย่างไม่เข้าใจ....ก่อนจะนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวของเขาตอนที่อยู่บนเกาะนั่น...ตลอดมาเขาคิดว่า J นำมันไปด้วย...นี่หมายความว่า!!!
“ J อยู่กับ Inoran เหรอ ?!! “ Hyde ร้องถามเสียงสูง..เจ้าเหมียวขนทองเพื่อนรักของเขา...ทำไม ? ถึงไปอยู่กับ Inoran ร่างเล็กกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ.....แม้แต่เจ้า J สุดท้ายก็ยังคงตกเป็นของ Inoran
“ ฉันจะไปเอามันมา !!! “ Hyde ตวาดเสียงลั่นพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเพื่อนแล้วออกวิ่งไปทันที
“ Hyde!! “ Ken ตะโกนตามหลังร่างเล็กไปอย่างตกตะลึง...ทั้ง ๆ ที่หลายเดือนที่ผ่านมานี้ Hyde ดูร่าเริงแล้วก็ไม่คิดมากอีก...แต่พอเห็นท่าทางอย่างนี้แล้วก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่า Hyde ไม่เคยลืมเรื่องของชายหนุ่มผมทองได้เลยสักวัน...เพียงแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ J หรือ Inoran ร่างเล็กก็ถึงกับมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงขึ้นมาทันที...
“ Ken-chan เกิดอะไรขึ้น ? “ เสียงหัวหน้าวงร้องถามขึ้นมาทันที...เมื่อก้าวเข้ามาในสตูดิโอนักร้องนำร่างเล็กก็วิ่งสวนออกไปอย่างรวดเร็ว...ท่าทางเหมือนมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น....มือกีตาร์หนุ่มได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ...เมื่อคิดไปว่าการกระทำของตนเองที่หวังจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเพื่อนในคราแรก...กลับกลายเป็นไปโหมไฟที่สุมในอกร่างเล็กที่ใกล้จะมอดไปแล้วให้ลุกโชนขึ้นมาอีก
“ Te-chan…ขอโทษที...ฉันทำให้เรื่องมันเลวร้ายลงไปอีกแล้ว “ Ken อธิบายพร้อมทอดถอนใจกับการกระทำของตนเอง....
“ ตอนนี้ฉันว่ารีบตาม Hyde ไปก่อนดีกว่า...” Ken ร้องบอกเมื่อคิดไปว่า Hyde จะไปอาละวาดโวยวายเอาเรื่องกับ Inoran มากแค่ไหน ? สาเหตุเพราะเขาเองที่เอาตนเองไปพัวพันกับอีกฝ่าย....จนมาถึงตอนนี้แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ก็เป็นตัวเขาเองที่ติดใจ Inoran มากขึ้นทุกที...และคงยอมไม่ได้ที่จะให้ความสัมพันธ์นั้นหยุดลง
“ไปไหน ? แล้วมันเรื่องอะไรกันแน่...” Tetsu กับ Yukky ที่ยังไม่ค่อยใจสถานการณ์ตอนนี้ยิ่งต้องขมวดคิ้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ ไปก่อนแล้วจะอธิบายให้ฟังในรถ “ Ken เอ่ยขึ้นพร้อมกับรีบเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าเพื่อนทั้งสองคนตรงไปที่รถตนเองทันที...และเมื่อกวาดสายตาหาร่างเล็ก...ก็พบว่าหายไปกับเจ้ารถมินิคูเปอร์คันสีขาวนั่นแล้ว...ระหว่างทาง Ken ก็เริ่มต้นอธิบายเรื่องราวในช่วง 3 เดือนกว่าที่ผ่านมาว่าตนเองไปทำอะไรมาให้เพื่อน ๆ อีกสองคนได้ฟัง
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“ Inoran อยู่รึเปล่า ?” Hyde หยุดถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์...จิตใจวุ่นวายสับสน...เริ่มตั้งแต่เมื่อวานและยิ่งมาได้ยินคำตอบจากปากเพื่อนเขาในวันนี้...ยิ่งทำให้ Hyde ไม่มีสติไตร่ตรองมาแยกแยะผิดถูกอะไรอีกแล้ว...เมื่อคิดเอาเองว่าแม้แต่เจ้า J เจ้าแมวขนทองของเขา...เขายังต้องเสียมันให้กับ Inoran อีก!!!
“ อยู่ค่ะ....”
“ ถ้างั้นฉันขอพบ !! “ Hyde สวนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่า Ino อยู่ในสตูดิโอแห่งนี้....พนักงานสาวแม้จะติดใจในท่าทีของอีกฝ่ายแต่ก็ยินยอมติดต่อขึ้นไปบอก Inoran ถึงคนที่ต้องการมาพบ...เมื่อได้รับคำอนุญาตจึงเอ่ยบอกทางกับอีกฝ่ายทันที...
“ เชิญขึ้นไปได้เลยค่ะ...ใช้ลิฟต์ด้านขวา......”
ร่างเล็กบางที่ยืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ภายในกล่องลิฟต์แคบ ๆ สูดลมหายใจหลายครั้ง....เมื่อคิดว่าต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายและทวงในสิ่งที่ต้องการกลับคืนมา....เพราะรู้ว่าชายหนุ่มผมทองเป็นของ Ino มาก่อน...เขาจึงไม่กล้าทวงถามสิทธิ์นั้น...แต่เจ้า J ...แมวตัวนั้นเป็นของเขา....และเขาต้องการมันกลับคืนมาให้เร็วที่สุด...แค่เจ้า J เท่านั้นที่ไม่อยากเสียมันให้ Inoran…
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
Love punish 54- 54 -
“Ino...ยังไม่กลับอีกเหรอ..” Shinya ร้องทักเพื่อนที่นั่งเล่นกีตาร์โปร่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่โซฟามุมห้อง..เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะตอบกลับยิ้ม ๆ.. “อีกเดี๋ยวก็จะกลับแล้ว...ตอนนี้รถมันติดขี้เกียจออกไป..นายล่ะ...จะกลับเลยเหรอ..”
“อืม..ยังดีกว่า...เบื่อรถติดเหมือนกัน...” มือกลองร่างท้วมเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างกาย... ก่อนจะมองสำรวจไปทั่วตัวเพื่อน..
“ผอมไปหน่อย..แต่ท่าทางหายดีแล้วนี่..มีอะไรต้องระวังอีกรึเปล่า..หมอว่าไงบ้าง..” เสียงถามมาด้วยความเป็นห่วง.. Ino ตอบคำถามเพื่อนก่อนจะพากันคุยถึงแผนงานที่วางเอาไว้..และงานของเพื่อนคนอื่น ๆ ในวง...คุยกันเพลินจนเกือบลืมเวลา...กระทั่งเสียงเจ้าเหมียวร้องดังขึ้นมา..เพื่อนสองคนที่นั่งคุยกันอยู่จึงยุติบทสนทนาลงพร้อมกับเสียงหัวเราะ..
“ไอ้แมวตัวนี้มันรู้มากจริง ๆ...คงอยากกลับบ้านแล้วมั้ง...” Shinya เอ่ยขึ้น..พลางมองเจ้าเหมียวที่ร้องเรียกไม่หยุด..
“นั่นสิ..งั้นกลับกันดีกว่า...”
“อืม..บาย..แล้วเจอกัน..”
Ino เร่งฝีเท้าเดินไปที่ลานจอดรถแตกต่างจากทุกวันที่มักจะไม่เคยมีเรื่องใดมาทำให้เขารีบ
ร้อนได้มากนัก..เจ้าแมวหนุ่มที่เพื่อนฝากไว้ดูจะหิวมากพอดู..ถึงได้ร้องไม่ยอมหยุด...อาหารกระป๋องที่ซื้อให้เมื่อกลางวันก็กินจนเกลี้ยงไปแล้ว...ทันทีที่ประตูรถปิดลง.. ไวเปอร์สีน้ำเงินคันงามก็แล่นออกสู่ท้องถนนพุ่งทะยานไปในความมืดยามราตรีอย่างรวดเร็ว...โดยมีสายตาของใครคนหนึ่งมองตามไปโดยที่เจ้าของรถไม่ได้รู้ตัว... “ถึงบ้านแล้ว...เอ้าไปสำรวจซะ..” Ino ปล่อยเจ้าเหมียวในอ้อมกอดให้กระโดดลงบนพื้นห้อง...
“อย่าตีกันล่ะ...” เสียงบอกมาเมื่อเห็นแมวที่ตนเลี้ยงไว้อีกสองตัวเมียงมองออกมาดูเพื่อนใหม่ทันที...ร่างบางเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มด้วยความกระหาย...นั่งพักอยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปอุ้มร่างเจ้าเหมียวน้องใหม่ขึ้นมาในอ้อมกอดอีกครั้ง...
“ไปดูห้องน้ำกันก่อนไป...หวังว่าเจ้า J คงหัดไว้บ้างแล้วนะ..มานี่มา..”
....ติงต่อง...ติงตอง...
คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตู...ถ้าเพื่อนรักผมทองยังอยู่เขาคงไม่แปลกใจเลยที่มีเสียงกริ่งดังขึ้นในเวลานี้..แต่นี่..จะว่าเพื่อนคนอื่นก็น้อยครั้งที่จะมีธุระมาหาถึงที่บ้าน...Ino เดินย้อนกลับออกมาจากห้องนอนตรงไปยังประตูหน้าห้องอีกครั้ง...ประตูถูกเปิดออกช้า ๆ...ความว่างเปล่าที่รออยู่ภายนอกยิ่งทำให้คิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันมากกว่าเดิม...
“อะไรวะ...” เสียงบ่นกับตัวเองงง ๆ ก่อนจะเดินออกไปมองภายนอกห้อง...ทางเดินสองข้างว่างเปล่า..ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลย...เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ เมื่อประตูเคลื่อนจะปิดลงอีกครั้ง..ทำให้เจ้าของห้องก้มลงมองหาต้นตอของเสียง...ถุงพลาสติกขนาดย่อม ๆ แขวนอยู่ที่ลูกบิดประตูด้านที่อยู่ภายนอก...Ino ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจแง้มถุงออกดู...ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองไปภายนอกห้องอีกครั้ง...พอจะเดาออกแล้วว่าคนที่มากดกริ่งเป็นใคร...อาหารแมวมากมายหลายแบบอัดแน่นอยู่ในถุง..ยังไม่รวมถึงของเล่นของแมว...และอุปกรณ์สำหรับใช้ในห้องน้ำอีก..นี่คิดว่าเขาเลี้ยงแมวไม่เป็นรึไง...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
เวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...และเชื่องช้าสำหรับคนบางคนเช่นกัน...หัวหน้าวงดนตรีร็อคชั้นนำของญี่ปุ่นกับมือกลองเพื่อนร่วมวง.. นั่งมองหน้ากันไปมาก่อนจะมองไปที่มือกีตาร์หน้าเหมียวและนักร้องนำร่างเล็กของวงอย่า
งเหนื่อยใจ...เรื่องที่ทำให้ Hyde มานั่งหน้าเศร้าทอดถอนใจอยู่แบบนั้น..ทุกคนก็พอจะรู้ถึงสาเหตุ..แต่การที่คนร่าเริงอย่าง Ken มานั่งเซื่องซึมไปด้วยนี่สิที่เป็นเรื่องแปลก... “มันเป็นบ้าอะไรของมัน..” Tetsu หันมาถาม Yukky เป็นครั้งที่ร้อยด้วยความประหลาดใจ...อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธกลับมาเป็นครั้งที่ร้อยเช่นเดียวกัน...จากนั้นเสียงถอนหายใจก็ดังออกมาจากคนทั้งคู่...
“.....วงการเพลงของญี่ปุ่นกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ..หลังจาก Luna Sea แยกกันออกมาทำงานเพลงเดี่ยว..ซึ่งได้ผ่านสายตาเรากันไปแล้วทั้ง Ryuichi และ Sugizo...คราวนี้จะมาถึงมือเบสประจำวงกันบ้าง...ข่าววงในว่า J ได้ไปซุ่มทำงานเดี่ยวอยู่ที่อเมริกา..และอีกไม่นานพวกเราคงได้ชื่นชมผลงานของเขากันนะครับ...ต่อไปเป็นข่าวของวง.....”
เสียงจากจอทีวีเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้องถูกปิดลงด้วยมือของใครคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว...Ken เดินจากหน้าจอทีวีกลับมายืนตรงหน้าเพื่อนร่างเล็กที่กำลังนั่งนิ่งอึ้งอยู่...โดยมีสายตาของเพื่อนร่วมวงอีกสองคนมองตามมาด้วยความเป็นห่วง...
“เขา...ไปอเมริกาเหรอ...J ไปอเมริกาเหรอ..”
“Hyde...” Ken เรียกชื่อเพื่อน...พร้อมกับโอบไหล่เข้ามากอดไว้...
“ไม่เป็นไร...แค่แปลกใจนิดหน่อย..ไม่เห็นได้ยินข่าวเลย...ช่างเถอะ..จะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว...ไม่เกี่ยว...ไม่เกี่ยวกับฉัน..” Hyde ส่ายหน้าปฏิเสธพูดพร่ำเหมือนจะย้ำเตือนให้ตัวเองเชื่อเช่นนั้น...
Ken กอดเพื่อนเอาไว้ด้วยความรู้สึกเห็นใจ...หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงพูดให้เพื่อนลืมซะ...แต่ ณ เวลานี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเวลาจะช่วยให้คนเราลืมเรื่องบางเรื่องได้จริง ๆ....
“เจ้า J จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้...ฉันน่าจะไปเอามันมา..” คำพูดประโยคต่อมาของนักร้องนำร่างเล็ก..ทำให้เพื่อน ๆ อีกสามคนมองมาด้วยความโล่งใจ...Hyde ไม่ได้มีอาการทุรนทุรายมากอย่างที่กลัว...
“มันคงจะสบายดี...อย่าห่วงเลย Hyde...สักวันหนึ่งนายคงได้เจอมันอีก...” Ken ก้มลงบอกเพื่อนพร้อมด้วยรอยยิ้ม...
“อืม..เรื่องแมวก็ต้องถามเจ้าเหมียว Ken สิถึงจะรู้ดีที่สุด...” Tetsu เอ่ยขึ้นเป็นประโยคสุดท้าย...การสนทนาจบลงด้วยเสียงหัวเราะ..
....ที่สุด...เรื่องบางอย่างแม้ไม่อยากยอมรับ...แต่เมื่อทุกอย่างมันเป็นไป..สิ่งเดียวที่เราทำได้คือลืมตาตื่นขึ้นมา...แล้วเผชิญหน้ากับความเป็นจริง....
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>
Ken มองถุงใส่อาหารแมวในมือก่อนจะเดินออกจากลิฟต์อย่างเร่งรีบ...นาฬิกาถูกยกขึ้นตรวจดูเวลาอีกครั้ง.. วันนี้ออกจากสตูดิโอช้ากว่าทุกวันเพราะเร่งลุยงานชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมากันอย่างหนัก...Hyde ดีขึ้นมากจนทุกคนแปลกใจ..ทำให้อดยินดีไม่ได้ที่เพื่อนมีท่าทางว่าจะกลับมาเป็นคนเดิมสักที...ประตูห้องพัก..ปิดสนิทรออยู่ตรงหน้าเหมือนสองสามครั้งที่ผ่านมา.. Ken แขวนถุงที่หอบหิ้วมาด้วยไว้ตรงที่เปิดประตูห้อง...มือที่กำลังจะเอื้อมไปกดกริ่งกลับต้องชะวักค้างอยู่เช่นนั้น...เมื่อประตูที่ปิดสนิทอยู่ตรงหน้าถูกเปิดออกกว้าง... ภาพใบหน้าที่ผ่านเข้ามาราง ๆ ในความคิดตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา...กลับมาปรากฏชัดเจนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง..
“เอ่อ...” Ken เป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา...
“โรคจิตรึไง...” เสียงอีกฝ่ายที่ดังแทรกขึ้นทำให้คำพูดที่เหลือถูกกลืนลงคอไปจนหมด.. Ken มองสบดวงตาคู่นั้นนิ่ง.. เหมือนจะรอว่าฝ่ายนั้นจะพูดอะไรออกมาอีก.. แต่ Ino กลับเปิดบานประตูออกกว้างก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปภายในโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ดวงตาเรียวรีมองตามร่างบางนั้นไปอย่างงุนงงในคราวแรก.. ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไปพร้อมกับปิดประตูห้องลง.. แขกที่ไม่รู้จะเรียกว่าได้รับเชิญหรือไม่..กวาดตามองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อมองหาเจ้าของห้อง.. จึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายเดินไปทิ้งตัวลงนั่งอยู่ที่โซฟาด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์เช่นเคย
“ขอโทษที่มารบกวน...จะให้เอาไว้ที่ไหน..” Ken ขยับถุงอาหารแมวในมือเพื่อขอคำตอบ.. Ino เงยขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนจะตอบออกมาเซ็ง ๆ...
“ที่โต๊ะข้างหลังนายนั่น...”
Ken หันไปมองตามที่อีกฝ่ายบอก..ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย...เมื่อโต๊ะตัวที่ว่ามีอาหารแมวหลายชนิดหลายขนาดเต็มไปหมด...และแน่นอนในจำนวนนั้นมีของที่เขาเป็นคนซื้อมากว่าครึ่ง...
“ถ้ามันยังมีที่ให้วางได้น่ะนะ...” เสียงพูดต่อไปอีก...ยิ่งทำให้คนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก..
....เมี้ยว....เมี้ยว....
เสียงแมวที่ร้องอยู่ใกล้ ๆ ทำให้คนทั้งคู่หันไปมอง...เจ้าเหมียวขนทองจอมซนนั่นเอง...Ken ยิ้มกว้างก่อนจะก้มลงทักทายสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังมาเดินพันขาเขาทันที...
“ไง...จำฉันได้ด้วยเหรอ..” มือแกร่งลูบขนสีทองที่ใต้คางเจ้าเหมียวหนุ่มเบา ๆ...เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ต้องเงยขึ้นมองด้วยความประหลาดใจอีก..เมื่อมีแมวอีกสองตัวเดินออกมาจากที่ซ่อนเมียงมองมาที่เขา... เจ้า J เดินจากไปพร้อมกับกระโดดตุ้บขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างกายเจ้านายใหม่..ปล่อยให้เพื่อนอีกสองตัวออกมาทำความรู้จักกับมนุษย์คนนั้นบ้าง...
“นาย...เลี้ยงแมวด้วยเหรอ...” Ken เอ่ยขึ้นถามด้วยความแปลกใจ...นี่เขาทำอะไรลงไปเนี่ย..ซื้อข้าวของมาให้เยอะแยะ...ทั้งที่ดูแล้วฝ่ายนี้คงเลี้ยงแมวมานานแล้วแน่..ท่าทางเรียบร้อย.. คุ้นเคยกับคนของเจ้าเหมียวสองตัวที่กำลังเข้ามาคลอเคลียกับเขาอยู่ตอนนี้ก็พอจะบอกให้รู้ได้ไม่ยาก...
“ใช่...เลี้ยงมานานแล้วด้วย...เพิ่งจะมาห่างกันก็ตอนฉันไปนอนโรงพยาบาล...เพราะงั้นของที่นายซื้อมาน่ะ..เอา..”
“ชื่ออะไร...เจ้าสองตัวนี้ชื่ออะไร...” Ken ถามแทรกขึ้นมา..ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรม...พลางปลดกระดุม-ข้อมือเสื้อเชิ้ตทั้งสองข้างออก..พับขึ้นจนถึงข้อศอกก่อนจะลงมือเล่นกับเจ้าเหมียวสองตัวตรงหน้าอย่างชอบใจ...
“Kazuni กับ Seto...” Ino ตอบกลับไป..คำพูดที่ค้างอยู่เมื่อครู่ถูกปล่อยผ่านไปเช่นนั้น...เคยได้ยินข่าวมาเหมือนกันว่ามือกีตาร์วง L’Arc ชอบแมวเป็นชีวิตจิตใจ...จากภาพที่เห็นตรงหน้า..ก็พอจะเชื่อได้ว่าคงเป็นความจริง..
“กินข้าวเย็นรึยัง...” คำถามที่ได้ยินเข้าหูทำให้ Ino ต้องเงยหน้าขึ้นมองคนถาม...เพราะไม่แน่ใจว่าฝ่ายนั้นกำลังถามใครกันแน่..ระหว่างตนเองกับเจ้าเหมียวสองตัวที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง....
“หมายถึงนายนั่นแหล่ะ..ฉันรู้นายคงไม่ปล่อยให้แมวอดหรอก..” Ken พูดขึ้นมาอีกราวกับเดาใจอีกฝ่ายได้..
“ยัง...”
“ฉันหิวแล้ว...ยืมใช้ครัวหน่อยได้มั้ย...” Ken เอ่ยขึ้นมาหน้าตาเฉย...ดวงตาทั้งสองข้าง..ยังคงจับจ้องอยู่กับเจ้าเหมียวและไม่ได้หันไปมองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...
“หิว...ก็น่าจะขอตัวกลับไม่ใช่เหรอ..มานั่งอยู่ทำไม..”
คำออกปากไล่โดยไม่อ้อมค้อมของอีกฝ่าย...ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกแปลกประหลาดแต่อย่างใด...ตรงกันข้ามกลับรู้สึกยินดีจนบอกไม่ถูกมากกว่า...
“แต่ฉันอยากกินที่นี่...” Ken ลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินตรงเข้าไปภายในโดยไม่รอคำอนุญาต...ไม่นานเสียงกระทบกันของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำครัวก็ดังว่าวออกมาให้ได้ยิน... คิ้วเรียวเล็กที่ขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่..เริ่มคลายออกช้า ๆ...
“มีเรื่องให้น่าเบื่ออีกแล้ว...” เสียงบ่นออกมาเบา ๆ จากริมฝีปากได้รูปที่กำลังยิ้มนิด ๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love punish 53- 53 -
“ ขอโทษที่มาช้าวันนี้ฉันซื้อ....” เสียงชายหนุ่มขาดหายไปทันทีเปิดประตูเข้ามาแล้วพบกับห้องว่างเปล่าเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบเดิมเหมือนห้องพักคนไข้ทั่ว ๆ ไปไม่มีวี่แววสภาพก่อนหน้านี้ที่เขาเห็นและที่สำคัญไม่มีใครคนหนึ่งอยู่ให้เห็นอีกแล้ว “เอ่อ...ขอโทษครับคนไข้ที่พักอยู่ที่ห้องนี้ไปไหน ? “ Ken เรียกนางพยาบาลสาวที่เดินผ่านมาพอดีเพื่อจะหาคำตอบ
“อ๋อ...คุณหมออนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้วค่ะคนไข้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อเช้านี้เอง” คำตอบที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มนิ่งค้างไปทันทีทั้ง ๆ ที่เมื่อวานเขาก็อยู่กับอีกฝ่ายตลอดทั้งวันแต่ Inoran ไม่บอกเลยสักคำว่าวันนี้จะออกจากโรงพยาบาลทำเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา
“เอ่อ...แล้วคุณ Inoran ยังฝากของไว้คืนคุณด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับพา Ken เดินมาที่เคาท์เตอร์ที่รับฝากของเอาไว้สิ่งที่ได้รับคืนมาคือข้าวของของเขาที่เอามาทิ้งไว้ที่นี่ระหว่างที่มารอ J
“ขอบคุณครับ” Ken เอ่ยปากขอบคุณพยาบาลเบา ๆ พร้อมกับหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็วทั้งโกรธ เจ็บใจ และ...เสียใจชายหนุ่มโยนข้าวของในมือที่ตั้งใจเอามาให้อีกฝ่ายลงถังขยะอย่างไม่ใยดีในเมื่อไม่มีใครต้องการก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“นายจะไปอเมริกา?” Inoran ร้องถามทันทีเมื่อได้ยินแผนงานของเพื่อนรักหัวทองทั้งที่คิดอยู่แล้วว่า J คงไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรแต่การรู้ว่าเพื่อนจะไปไกลขนาดนั้นก็ทำให้อดตกใจไม่ได้
“ใช่ อยากไปห่าง ๆ ที่นี่สักพักอยู่ไปก็อดคิดถึงไม่ได้แล้วฉันก็อยากไปทำงานทางโน้นมากกว่าเพราะติดต่อกันเอาไว้แล้ว” J อธิบายให้เพื่อนรักฟัง
“J ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้ายนายจะตัดใจจริง ๆ น่ะเหรอ” Ino ย้อนถามถึงเรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มทนไม่ได้แม้แต่จะอยู่ที่นี่
“ไม่รู้สิ Ino แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าดันทุรังไปบางทีมันอาจแตกสลายไปจนไม่อาจเยียวยาอะไรได้แล้วฉันอยากจะลองห่างไปสักพักแล้วดูว่าใจตัวเองต้องการอะไรกันแน่” J เอ่ยปากตอบเบา ๆ พร้อมกับหลับตาลงเมื่อภาพใครบางคนเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกแล้ว
“ในเมื่อนายตัดสินใจอย่างนี้ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ เอาเถอะบางทีมันอาจดีสำหรับพวกนายสองคน”
“นั่นสิ” J ตอบรับเบา ๆ โดยไม่ได้หันกลับมามองหน้าเพื่อนแม้แต่น้อยดวงตาเรียวรีเปิดขึ้นเหม่อมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
“แล้วจะไปเมื่อไหร่ ?” Ino ถามถึงกำหนดการการเดินทางของเพื่อนอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ก็จะไปแล้ว จริง ๆ ที่ติดต่อเข้าไปหานายก็จะถามเรื่องวันออกจากโรงพยาบาลถ้านายออกทีหลังฉันเดินทางฉันก็คงมารับนายไม่ได้แต่โชคยังดีที่นายออกก่อน” J หันมาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอาการป่วยของ Inoran อีก
“กะทันหันจังนะงั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปส่งนายที่สนามบินแล้ว...” Ino หยุดเล็กน้อยเมื่อคิดว่าจะเอ่ยถึงใครบางคนดีรึเปล่า ?
“นายไม่คิดจะบอก Hyde เลยเหรอ” ในที่สุด Ino ก็ตัดสินใจถามออกไปอีกจนได้ J หันมามองหน้าเพื่อนก่อนจะถอนใจยาวออกมา การที่เขาตัดสินใจไปอเมริกาสาเหตุหนึ่งก็เพราะเรื่องของ Hyde
“คงไม่ต้อง อีกไม่นานข่าวก็คงจะออกไปเอง บอกตรง ๆ Inoฉันกลัว...กลัวว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาตอนที่รู้ว่าฉันกำลังจะไปไกลจากชีวิตเขาจริง ๆ ซักที!!!”
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
เช้าวันต่อมา..ณ สนามบินนาริตะ...
“ก่อนไปฉันมีเรื่องจะฝากให้นายทำด้วยนะ” J เอ่ยขึ้นขณะที่จอดรถนิ่งสนิทอยู่ที่ลานจอดรถของสนามบินชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปที่เบาะด้านหลังอุ้มเจ้าแมวเหมียวขนทองขึ้นมาส่งให้เพื่อนรักอุ้มเอาไว้
“แมว ?”
“ใช่ พอดีเห็นนายเลี้ยงแมวอยู่แล้วก็เลยว่าจะฝากด้วยเลยระหว่างที่ฉันไม่อยู่ไงก็ดูแลมันดี ๆ แล้วกัน” J ฝากฝังเจ้าเหมียว J ไว้กับเพื่อนรักเป็นอย่างดี
“ไม่เคยรู้มาก่อนว่านายเลี้ยงแมวช่วงที่ฉันหลับไปคงมีอะไร ๆ เปลี่ยนแปลงในตัวนายเยอะเลย” Inoran เปรยขึ้นเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มขณะที่อุ้มเจ้าเหมียวขนทองที่ท่าทางยังตื่นคนแต่ก็ยังดีที่ไม่อาละวาดหรือตะปบข่วนเขา
“เจอที่เกาะ ตัวนำโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้พอมันโผล่หัวมาฉันเลยทำเรื่องเลวร้ายลงไปจนได้” J ยิ้มเยาะออกมาเบา ๆ เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเพราะเจ้าเหมียวนี่มาทำให้ Hyde ตัดสินใจแอบหนีไปตอนที่เขาไม่อยู่
“ชื่ออะไร ?” Inoran ย้อนถามถึงชื่อเรียกเจ้าเหมียว
“ J ”
“ หา!!..ชื่ออะไรนะ?” คำตอบที่ได้รับทำเอา Inoran ต้องหันมาถามย้ำอีกครั้ง
“แมวนี่ชื่อ J”
“ทำไม ? นายเอาชื่อตัวเองมาตั้ง” Ino ถามกลับอย่างขำ ๆ ธรรมดาไม่เคยเห็นใครเอาชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อแมว
“อย่าขำได้มั้ย ? ฉันไม่ได้เป็นคนตั้งแต่เป็น Hyde ต่างหาก ” J ตอบกลับท่าทางจะอายมากเหมือนกันที่โดนเพื่อนหัวเราะเยาะเอา
“แล้วทำไมไม่เอาไปให้ Hyde เลี้ยง” คำถามที่ได้รับทำเอา J นิ่งเงียบไปอีกครั้ง
“ใกล้เวลาต้องเช็คอินแล้ว เข้าไปกันดีกว่า” J ปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมกับเปิดประตูรถลงไปทันทีเดินเลี่ยงไปขนกระเป๋าของตนเองที่ด้านหลังรถก่อนจะมายื่นกุญแจรถไวเปอร์ของตนเองให้กับ Ino เพราะช่วงที่เขาไม่อยู่คงต้องฝากเพื่อนดูแลเรื่องบ้านกับรถให้ด้วยและแม้จะไม่ได้รับคำตอบ Ino ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรให้มากความอีก
“โชคดีนะ ถ้ามีเรื่องอะไรก็ติดต่อมาแล้วกัน” Inoran โบกมือลาเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังก้าวเข้าไปยังทางเข้าผู้โดยสารขาออก
“อืม...บาย” J หันมาโบกมือพร้อมกับเดินลับหายไปจากสายตาของ Ino ทันที
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
อีกด้าน ณ สตูดิโอของ Luna Sea ใครบางคนกำลังนั่งหงุดหงิดอยู่ภายในรถสปอร์ตคันงามของตนเอง Ken มาถึงที่นี่นานแล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะลงไปถามหา Inoran หรือว่า J เพราะการกระทำของ Ino เมื่อวานทำให้เขาไม่พอใจอย่างมากที่ไม่ได้รับการบอกกล่าวจากอีกฝ่ายแต่มันก็แค่นั้นในเมื่อจุดประสงค์จริง ๆ ของเขาคือต้องการพบกับ J ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาพบกับ Inoran อีกเพราะยังไงอีกฝ่ายก็คงไม่เปิดปากบอกเขาง่าย ๆ
แต่ระหว่างที่นั่งขบคิดหน้าเครียดอยู่คนเดียวสายตาก็เห็นอะไรบางอย่างคุ้นตาเคลื่อนเข้ามาใกล้และถ้าเขาจำไม่ผิดไวเปอร์สีน้ำเงินคันนั้นเป็นของ J
...ในที่สุดก็จะได้เจอหน้าหมอนั่นสักที...
Ken เปิดประตูรถออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะยืนรอในที่ลับตาจนเห็นว่าเจ้าไวเปอร์คันนั้นจอดนั่งสนิทอยู่ที่ลานจอดรถแล้วชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ จิตใจพลุ่งพล่านจนยากจะสะกดกลั้นเมื่อคิดว่าจะได้เจอหน้าของไอ้คนที่ทำร้ายทั้งร่างกายทั้งจิตใจของเพื่อนรักเขาอย่างร้ายกาจ
แต่ทันทีที่ประตูรถยนต์ถูกเปิดออก Ken ก็ต้องหยุดฝีเท้าของตนเองเอาไว้แค่นั้นเมื่อคนที่ก้าวออกมาไม่ใช่ชายหนุ่มผมทองคนที่เขาต้องการจะเจอหน้ามาตลอดแต่กลับกลายเป็นใครคนหนึ่งที่เขาไปเฝ้าและพบเจอหน้ากันมาตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา
...ทำไม ? ถึงเป็น Inoran ...
Ken ยืนมองแผ่นหลังบางที่กำลังก้มตัวเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างในรถจนในที่สุดก็เป็น Ino เองที่เป็นฝ่ายหันมาพบเขากำลังยืนจ้องมองอยู่ทางด้านหลังท่าทางร่างบางเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นหน้าเขาอีกเพราะเจ้าตัวคงคิดว่าพอออกจากโรงพยาบาลทุกอย่างก็คงจบคงไม่เหตุผลอะไรให้ต้องพบเจอพูดคุยกันอีกแล้ว
แต่สิ่งที่ Ino กอดอยู่ในอ้อมกอดไม่ใช่ Totoro เหมือนที่เคยเห็นทุกวันแต่เป็นเจ้าเหมียวขนทองตัวนั้นถ้าเขาจำไม่ผิดมันคือแมวที่เคยอยู่ที่บ้าน Hyde ...เจ้า J ...
“มีธุระอะไร ?” เสียงเรียบ ๆ เอ่ยปากถาม
Ken อึกอักเล็กน้อยเมื่อโดนถามคำถามนี้เพราะแน่นอนเป้าหมายที่ตั้งใจไว้คือต้องการพบหน้า J แต่อีกใจหนึ่งก็อยากพบหน้าคนตรงหน้าและถามให้ชัดเจนว่าทำไม ? เมื่อวานถึงออกจากโรงพยาบาลไปโดยไม่ยอมบอกเขาแม้ว่าอย่างหลัง Ken จะต้องการคำตอบมากกว่าแต่เขามีสิทธิ์อะไรที่จะถามแบบนั้นความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาย้ำเตือนกับตนเองเมื่อได้มาอยู่ต่อหน้า Inoran อีกครั้งดวงตาคู่นั้นยังคงมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า
“J อยู่ที่ไหน ?” ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่อยากรู้ไม่ใช่เรื่องของ J แต่ชายหนุ่มก็ต้องเก็บซ่อนความต้องการที่แท้จริงเอาไว้เงียบ ๆ Ino อมยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมกับขยับเดินเข้ามาใกล้
“นายอยากรู้จริง ๆ น่ะเหรอ “ ร่างบางย้อนถามกลับไปอีกครั้ง
“ช...ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกสิ่งที่นายอยากรู้” Ino ตกปากรับคำง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาคำตอบที่ได้รับมีอย่างเดียวคือ ไม่รู้
“ตอนนี้ J อยู่บนเครื่องบินกำลังเดินทางไปอเมริกาฉันตอบสิ่งที่นายอยากรู้ไปแล้วหวังว่าเราสองคนคงหมดธุระด้วยกันแค่นี้ไม่ต้องมาตามถามหา J ให้วุ่นวายอีกเราคงไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องพบเจอกันอีกแล้วหรือถ้านายอยากจะตามไปอเมริกาฉันก็ไม่ว่า” ถ้อยคำเชือดเฉือนด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นพร้อม ๆ กับร่างบางตรงหน้าเดินเฉียดผ่านกายชายหนุ่มไปอย่างไร้เยื่อใยความรู้สึกที่เคยบอกตัวเองว่าไม่จริงเด่นชัดขึ้นมาทันทีเมื่อวานเขาไม่ได้ไม่พอใจที่อีกฝ่ายกลับไปโดยไม่ลาแต่เขากำลังเสียใจต่างหาก
“เดี๋ยว...” น้ำเสียงที่ตามไล่หลังมาไม่ได้แสดงให้ผู้ฟังรู้เลยว่าผู้พูดกำลังมีอารมณ์เช่นใดแต่นั่นกลับเป็นสาเหตุที่ทำให้ Ino หยุดชะงักและนิ่งฟังอีกฝ่ายโดยไม่ได้หันกลับไปมอง
“แมวนั่น ถ้าเพื่อนนายไม่ต้องการมันแล้วฉันคิดว่ามันควรจะเป็นของเพื่อนฉัน” Ken บอกช้า ๆ พลางออกเดินตามอีกฝ่ายมาเป็นครั้งที่สอง Ino หันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจร่างบางขยับถอยหลังออกไปครึ่งก้าวความรู้สึกที่บอกตัวเองว่าอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาใกล้ในความเป็นจริงมันใกล้ยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียอีก
“ฉันบอกตอนไหนว่า J ไม่ต้องการแมวตัวนี้”
“นายไม่ได้บอกแต่การกระทำที่ผ่านมาของหมอนั่นก็บอกได้ชัดเจนอยู่แล้ว.. คนทั้งคน..” ดวงตาเรียวรีหรี่มองอีกฝ่ายเหมือนจะย้ำเตือนกับตัวเองว่าคนตรงหน้าก็เป็นหนึ่งในความหมายที่ตนกำลังจะเอ่ยถึง
“ยังทิ้งไปไม่ใยดีแล้วกับแมวนายจะให้ฉันคิดยังไง” ดวงตาเรียวรีจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งอยู่เช่นนั้นก่อนจะลดระดับสายตาของตนเองลงมาที่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายเจ้าเหมียวขนทองที่เคยวางท่าเย่อหยิ่งกับเขาแปลกที่คราวนี้มันกลับไม่ขู่..ทั้งที่เขาเข้ามาใกล้ขนาดนี้..มือแกร่งยกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สัมผัสลงไปบนขนสีทองของเจ้าแมวหนุ่มเบา ๆมันเชิดคางขึ้นรับไมตรีโดยไม่มีทีท่าเป็นศัตรูเหมือนที่ผ่านมาแม้แต่น้อยริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมานิด ๆ ด้วยความยินดี
Ino นิ่งมองภาพตรงหน้าอย่างลืมตัวจนอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งร่างบางจึงดึงตัวเจ้าเหมียวในอ้อมแขนให้พ้นจากมือของอีกฝ่าย
“กลับไปซะแมวตัวนี้เป็นของที่ J ฝากฉันเอาไว้ฉันคงยอมให้ใครเอาไปไม่ได้”
“ทำไมนายถึงยอมให้ J ไปไกลขนาดนั้น” Ken ตะโกนถามไล่หลังร่างที่เดินจากไปเมื่อครู่อีกครั้งรู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างในตัวเองกำลังบิดเป็นเกรียวเต้นจนควบคุมไม่ได้
“แล้วทำไมฉันจะต้องไม่ยอมด้วยล่ะ” Ino หันกลับมาตอบยืนเอียงคอมองอีกฝ่ายเหมือนจะถามว่าคงหมดเรื่องพูดแล้วใช่มั้ยก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย
<<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>>
TBC. Love punish 52- 52 -
...ก๊อก....ก๊อก... เสียงเคาะประตูตามมารยาทดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดเข้ามาทันทีโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตชายหนุ่มหยุดยืนมองไปที่ร่างบางบนเตียงก็เห็นว่ายังหลับอยู่
ทำไมถึงได้นอนเก่งอย่างนี้นะ
Ken อมยิ้มขึ้นมานิด ๆ เมื่อคิดไปถึงกิจกรรมของ Ino ที่เขาเฝ้าสังเกตมาตลอดช่วง 2-3 วันมานี้ซึ่งไม่มีอะไรมากกว่าการ
นอนแล้วก็ไปกายภาพบำบัดตามเวลาที่พยาบาลจะมาตาม Ken ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเพราะรู้สึกว่ามันใกล้เวลาที่ Ino จะตื่นมากินข้าวเที่ยง เสียงขยับกายเบา ๆ จากคนบนเตียงเรียกรอยยิ้มชายหนุ่มให้ปรากฏขึ้นมาทันทีเมื่อเขาเดาไม่ผิดครั้งแรก Ino จะขยับตัวพลิกมานอนหงายเปลือกตาบางค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ ก่อนที่จะหยุดเหม่อมองนิ่ง ๆ อย่างนั้นสักพักใหญ่เหมือนกับยังไม่ตื่นเต็มตา Ken มองภาพนั้นอยู่ทุกวันจนเริ่มจดจำท่าทางของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจ
“ยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงเรียบ ๆ เนือย ๆ เอ่ยปากถามโดยไม่ได้หันมามองหน้า Ken ด้วยซ้ำแต่นั่นก็เป็นสัญญาณว่า Inoran ตื่นขึ้นมาเต็มตาแล้ว
“ถ้า J มาเมื่อไหร่ฉันจะกลับ” คำตอบที่ดื้อดึงเหมือนกับทุกครั้งยิ่งทำให้ร่างบางบนเตียงเริ่มจะเคยชินกับความดันทุรังอย่างงี่เง่าของอีกฝ่ายในเมื่อมาเฝ้าเขาไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเพราะยังไง J ก็ไม่มาแต่ Ken ก็ยังมาได้ทุกวี่ทุกวัน
นึกว่าแมวจรจัดผ่านมาแล้วกัน
Inoran คิดอย่างไม่ใส่ใจไม่ใช่เรื่องของเขาที่ต้องมาร้อนรนกับการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่ายเพราะยังไง Ken ก็ไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิตเขาอยู่แล้วแต่จะให้มานั่งอยู่เฉย ๆ อย่างนี้ก็น่ารำคาญการที่ต้องมาโดนใครสักคนจ้องมองแม้แต่เวลานอนไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก
“ถ้านายว่างฉันอยากให้ช่วยอะไรหน่อย” Ino เอ่ยปากขึ้นพร้อมกับหันมาหา Ken ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาเสียงที่เรียกทำให้ชายหนุ่มลดหนังสือลงพร้อมกับเหล่มองกลับไป
“อะไร ?” Ken ถามกลับสั้น ๆ ร่างบางบนเตียงเหล่มองตามนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“หิว...ไม่อยากกินข้าวในโรงพยาบาลออกไปซื้ออะไรอร่อย ๆ มาให้กินหน่อยสิ” Ino ออกปากสั่งทำเอาชายหนุ่มหน้าแมวอึ้งไปเล็กน้อยไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้อีกอย่างเขาเป็นแขกที่มาเยี่ยมเรื่องอะไรถึงมาใช้เขา
“ทำไม ? ฉันจะต้อง....”
“ก็เผื่อ J จะมาไง”
Ken ยังไม่ทันได้เถียงจบความดีเสียงเรียบ ๆ ก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนทำเอาต้องรีบกลืนคำพูดลงคอแทบไม่ทันเพราะสิ่งที่ Ino บอกสื่อความหมายได้ว่าถ้าเขายอมทำตามอาจจะได้เจอ J ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาด้วยตัวเองหรือ Ino จะตามมาให้แต่นั่นเท่ากับเป็นครั้งแรกที่ร่างบางยื่นข้อเสนอให้อย่างน้อยก็ทำให้มีความหวังที่จะเจอ J มากกว่ามานั่งคอยทุกวันอย่างนี้และการที่ Ino ยอมยื่นข้อเสนอให้แสดงว่าเจ้าตัวคงเริ่มเบื่อกับการเจอหน้าเขาทุกวันแน่ ๆ Ken ชั่งใจอยู่เล็กน้อยแต่เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรชายหนุ่มจึงตอบตกลง
“ ก็ได้ “ Ken รับคำง่าย ๆ พร้อมกับเดินไปหาซื้อสิ่งที่ Inoran ต้องการให้ทันที
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“ หยิบนั่นให้หน่อย”
“ ไปซื้อนี่ให้หน่อย”
เสียงสั่งดังออกมาเป็นระยะ ๆ จากคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตั้งแต่ Ken ยอมทำนู่นทำนี่ให้ดูเหมือนตั้งแต่วันนั้น Inoran จะใช้เขาเป็นเบ๊ไปเลยและที่น่าเจ็บใจที่สุด..ผ่านมาเกือบครบอาทิตย์ Ken ก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่เขาต้องการจะพบก้าวขาเข้ามายังห้องนี้
“ นี่ !! เมื่อไหร่ J จะมา “ Ken ถามขึ้นอย่างอัดอั้นเพราะยอมทนทำตามที่ Ino บอกมาตลอด ร่างบางที่กำลังนอนอยู่บนเตียงหันมาเหล่มองเล็กน้อยพร้อมกับน้ำเสียงเรียบเฉยตอบกลับ
มาเหมือนเดิม “ ฉันก็ไม่รู้ "
สิ่งที่ได้ยินทำเอา Ken แทบเต้น ถ้าไม่เห็นว่านอนป่วยอยู่ล่ะก็คงกระชากคอเสื้อขึ้นมาคาดคั้นเอาความให้ได้ตั้งนานแล้ว
“ ก็นายบอกว่าหมอนั่นจะมา !!! “ ชายหนุ่มเริ่มเสียงดังขึ้นมาทันที
“ ฉันบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ ? “ Inoran หันมาถามพร้อมกับเอียงคอคิดตาม “เท่าที่จำได้ฉันบอกว่า “ เผื่อ “ ไม่ได้บอกว่าหมอนั่นจะมาจริง ๆ สักหน่อย “ ร่างบางตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปจับจ้องมองภาพในจอทีวีต่อ
“นาย... !! “
ยังไม่ทันจะได้โวยวายเสียงเคาะประตูก็ดังมาขัดขึ้นซะก่อนร่างของนางพยาบาลเข้ามาพร้อมเก้าอี้รถเข็น Ino ยันกายลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยับตัวจะลงจากเตียง
“ จะช่วยพยุงหน่อยได้รึเปล่า ? “ Inoran หันมาถามชายหนุ่มที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้าง ๆ Ken กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเพราะท่าทางเขาจะหลวมตัวโดนหลอกใช้เข้าจัง ๆ
เห็นท่าทางเฉย ๆ แต่ร้ายกว่าที่คิดอีกแฮะ
Ken เก็บความคิดเอาไว้ในใจก่อนจะตรงเข้าไปช่วยพยุงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักวงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางแล้วดึงเข้ามาแนบชิดลำตัวแน่น Ino สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายที่กรุ่นรดอยู่ข้างแก้มในขณะที่คนช่วยพยุงเองก็อดรู้สึกแปลก ๆ กับสัมผัสที่ได้รับผ่านการกระทำของตนเองไม่ได้ผิวแก้มเรียบเนียนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากผิวเนื้อนั้น
“ จะยืนเฉยอีกนานมั้ย ?ฉันให้พาฉันไปนั่งที่เก้าอี้รถเข็นนั่น” Ino โวยออกมาเบา ๆ พร้อมกับพยายามแกะวงแขนแกร่งออกจากเอวบางของตนเพราะเสียงโวยที่ดังขัดขึ้นมาชายหนุ่มจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ พาร่างบางไปที่เก้าอี้รถเข็นช้า ๆ วงแขนแกร่งยังโอบรัดเอวของ Ino เอาไว้แน่นแม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามแกะออกแค่ไหนก็ไม่เป็นผลร่างบางถูกพยาบาลสาวพาออกไปตรวจร่างกายตามปกติเหมือนทุก ๆ วันทิ้งให้ชายหนุ่มหน้าแมวยืนกระวนกระวายใจไปคนเดียวเมื่อเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายใน
Ken รีบสะบัดหัวปฏิเสธความรู้สึกนั้นอย่างรวดเร็วไม่ว่าเมื่อกี้จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะอะไรก็ตามมันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกเพราะนั่นอาจเป็นการทรยศต่อ Hyde ก็ได้ถ้าเขามารู้สึกดี ๆ กับ Inoran และอีกอย่างคน ๆ นี้ก็มีเจ้าของอยู่แล้ว
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“ อีกสองวันก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้วนะครับ “ เสียงคุณหมอเจ้าของไข้ที่ต้องพบเจอกันทุกวันบอกเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับ Inoran ออกมาจนได้เพราะเขากำลังอยากกลับบ้านใจจะขาด
“หลังจากที่กลับไปแล้วต้องทำ..........................” คุณหมอยังคงบอกกล่าวเรื่องสำคัญในการพักฟื้นไปเรื่อย ๆ Ino ก็รับฟังไปพร้อม ๆ กับความดีใจที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมอย่างน้อยก็จะได้เริ่มคิดงานใหม่ ๆ ของตัวเองสักทีเพราะพอทั้งวงตัดสินใจทำงานเดี่ยวพวกเพื่อน ๆ เขาก็คงเตรียมงานกันหมดแล้วแม้แต่ J ที่เห็นว่ายังไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแต่เชื่อเถอะหมอนั่นต้องคิดงานเอาไว้แล้วแน่ ๆ ระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ จนพยาบาลมาส่งถึงห้องดวงตาทั้งคู่กวาดมองไปรอบห้องโดยไม่รู้ตัวคิ้วเรียวขยับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวเมื่อไม่พบร่างใครคนหนึ่งรออยู่เช่นทุกครั้ง
บางทีอาจไปคลายเครียด
Inoran คิดเอาเองเพราะเมื่อกี้เขาก็ป่วนอีกฝ่ายซะจนท่าทางจะเลือดขึ้นหน้าร่างบางอมยิ้มกับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะขยับลุกจากเก้าอี้ขึ้นไปนอนบนเตียง
RRRRRRRRR
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาจากในลิ้นชักข้างเตียงเรียกให้ร่างบางต้องหันไปมองพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนโทรเข้าริมฝีปากบางยิ้มออกมาทันทีท่าทางหมอนี่คงจะเรียกว่าเพื่อนรักเพื่อนรู้ใจเลยก็ว่าได้เพราะติดต่อมาตอนที่เขากำลังต้องการตัวพอดี
“ Moshi Moshi”
“ ไง สบายดีเหรอ” เสียงทักทายอย่างเป็นกันเองดังตอบกลับมาทันทีที่ Ino กรอกเสียงลงไป
“ ก็สบายดี...แต่ก็น่ารำคาญบางเรื่อง” Ino ตอบกลับไปเมื่อนึกไปถึงแมวจรจัดตัวใหญ่ที่มาคอยเฝ้าเขาได้ทุกวัน
“ เรื่องอะไร ? ” J ถามกลับ
“ ไม่มีอะไรต้องใส่ใจ ก็แค่แมวจรจัดมาส่งเสียงร้องน่ารำคาญ ๆ ทุกวัน ”
“ แมว ? “ J ย้อนถามอย่างแปลกใจ โรงพยาบาลไม่น่าจะปล่อยให้มีหมาหรือแมวจรจัด
“ ช่างเถอะ ไม่ได้สำคัญกับชีวิตฉันเท่าไหร่หรอกแต่นายโทรมาก็ดีแล้วฉันมีข่าวดีจะบอก”
“ เรื่อง ? ” J ถามกลับเพราะเพิ่งจะเห็นเพื่อนเขาท่าทางอารมณ์ดีก็วันนี้เพราะส่วนใหญ่ท่าทางจะเบื่อ ๆ อยู่ตลอดเวลา
“ มะรืนนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว นายบอกว่าจะมารับฉันใช่มั้ย ? วันนั้นมาให้เช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉันต้องการออกไปจากที่นี่เต็มแก่แล้วก็เริ่มรำคาญไอ้แมวบ้านั่นมากขึ้นทุกที ”
“ อะไรจะรำคาญขนาดนั้น ? ธรรมดานายเป็นคนรักแมวจะตาย ” J ย้อนถามอย่างขำ ๆ ธรรมดาไม่น่ามีอะไรที่มาทำให้เพื่อนของเขามีปฏิกิริยาได้ขนาดนี้
“ ช่างเถอะน่า มาตามที่บอก ถ้านายมาสายฉันจะออกไปก่อนเลยคอยดู แค่นี้นะ “ Ino สั่งกำชับอีกครั้งก่อนจะรีบปิดโทรศัพท์ลงเมื่อสังเกตได้ว่าที่ประตูมีการเคลื่อนไหวร่างบางเอาโทรศัพท์มือถือซุกไว้ใต้หมอนแล้วรีบล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา Ken เหล่มองร่างบางบนเตียงนิดหน่อยก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้มตัวลงนอนอีกแล้ว
“ นอนกินบ้านกินเมืองจริง ๆ ” ชายหนุ่มบ่นขึ้นมาเบา ๆ
“ ได้ยินนะว้อย !! “ เสียงแข็งตอกกลับมาทันทีพร้อมกับร่างบางบนเตียงพลิกกายหันกลับมามองหน้า Ken สะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังตื่นอยู่
“ ตื่นอยู่ก็ดีแล้วจะกินมั้ย ? ข้าวน่ะ อุตส่าห์ออกไปซื้อมาให้ “ Ken เอ่ยปากถามขึ้นพร้อมกับทรุดกายลงนั่งที่โซฟาตัวเดิม Ino เหล่มองถุงกับข้าวที่อยู่ในมือชั่งใจนิดหน่อยเพราะไม่อยากจะเชื่อว่า Ken จะยอมออกไปซื้อมาให้ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้ก็เริ่มโวยวายขึ้นมาแล้วที่โดนเขาหลอกใช้แต่ทำไมยังไปซื้อมาให้กินอีก
“ ฉันบอกให้ไปเหรอ ” Ino ยังไม่วายถามกวนประสาทอีกฝ่าย
“ งั้นก็ไม่ต้องกิน “ Ken ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับลงมือเปิดกล่องข้าวที่ไปซื้อมาตั้งท่าว่าจะกินคนเดียว
“ ก็ไม่ได้อยากกินนักหรอก อีกเดี๋ยวพยาบาลก็ต้องเอามาให้อยู่แล้วไม่ได้กินของนายฉันก็ไม่ตาย” Ino กระแทกเสียงในประโยคสุดท้ายพร้อมกับสะบัดหน้ามองไปทางอื่น
Ken มองท่าทางของอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจนอกจากจะนิ่ง ๆ เฉย ๆ ร้ายลึกแล้วยังขี้งอนแถมด้วยเอาแต่ใจอีก
“ กินซะ” ชายหนุ่มลุกเดินมาหาพร้อมกับกล่องข้าวในมือรวมถึงตะเกียบไปวางไว้ให้บนตักอีกฝ่ายที่
นั่งอยู่บนเตียง “ แต่ฉันไม่ได้อยากกิน” Ino หันหน้ามาปฏิเสธทันทีเช่นกัน
“ เอางี้ฉันเสนอหน้าไปซื้อมาเองโดยที่นายไม่ได้อยากกินแต่เพราะซื้อมาแล้วนายจะช่วยกินหน่อยได้มั้ย ? ” Ken แกล้งทำเสียงอ้อนวอนอีกฝ่าย Ino ลังเลอยู่เล็กน้อยแต่เห็นท่าทางชายหนุ่มที่ยอมให้เขาขนาดนี้ร่างบางจึงตัดสินใจรับกล่องข้าวมา
“ กินก็ได้ ” คำตอบสั้น ๆ พร้อมกับฝากล่องที่ถูกเปิดออก
“ ก็แค่นี้ “ Ken เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินไปทรุดลงนั่งที่เดิมของตัวเองกินข้าวกลางวันไปจ้องมองคนตรงหน้าไปไม่น่าเชื่อว่ามันทำให้อร่อยกว่าที่คิดซะอีก
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
“ Ken-Chan จะรีบไปไหนอีกล่ะแว่บหายทุกวี่ทุกวัน “ เสียงหัวหน้าวงร้องทักขึ้นทันทีที่เห็น Ken กำลังจะก้าวขาออกจากประตูห้องซ้อมในสตู ฯ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มทำงานอย่างจริงจังแต่ก็น่าจะอยู่ช่วยกันคิดช่วยกันวางแผนงานไปก่อนถ้าไม่เพราะวันนี้เขาออกปากบังคับให้เจ้ามือกีตาร์หน้าแมวนี่เข้ามาที่สตู ฯ Ken ก็คงไม่คิดจะแวะเข้ามาแน่ ๆ
“ เอ่อ....” ชายหนุ่มอึกอักเล็กน้อยเมื่อคิดข้อแก้ตัวไม่ทันความเคยชินเมื่อเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วเขาจะต้องไปซื้อของกินมาให้ใครบางคนเป็นประจำเจ้าตัวจึงกำลังจะปลีกตัวแว่บออกไปไม่ทันคิดว่า Tetsu จะเหลือบมาเห็นแล้วเรียกเขาเอาไว้ก่อน
“ คือพอดีเห็นว่ายังไม่มีอะไรยุ่งมากเท่าไหร่ฉันก็เลยว่าจะพาเจ้าอลิซาเบธไปฉีดวัคซีนประจำปีที่โรงพยาบาลน่ะ “ Ken คิดข้อแก้ตัวขึ้นมากะทันหันโดยอาศัยเจ้าเหมียวของเขาเป็นข้ออ้าง
“แล้วที่นายหายไปทุกวัน ๆ นี่เอาแมวไปฉีดวัคซีนทุกวันรึเปล่า ? “ Tetsu ยังไม่วายย้อนถามชีวิตประจำวันตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาของชายหนุ่ม
“ป..เปล่าไม่ใช่ฉันเอาเป็นว่าฉันมีธุระส่วนตัวก็แล้วกันฉันไปก่อนล่ะ” พูดจบ Ken ก็เผ่นออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วไม่รีรอให้ใครมารั้งเอาไว้ได้อีกเพราะยิ่งพูดจะยิ่งมากเรื่องแถมเรื่องที่เขากำลังทำคงไม่ได้รับการเห็นด้วยจากเพื่อนคนอื่น ๆ แน่
“ Ken เฮ้ย !! “ เสียง Tetsu แว่ว ๆ ตามหลังมาให้ได้ยินแต่ Ken ก็ยังไม่สนใจพอออกจากห้องได้ก็แทบรีบวิ่งตรงไปที่รถทันทีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมการไปโรงพยาบาลถึงสำคัญกับเขานักแค่เพราะอยากเจอ J หรือเพราะอะไรกันแน่
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
TBC.
Love punish 51-51-
~~~ โรงพยาบาล ### ~~~
ก็อก ก็อก
“เชิญครับ” Ino ออกปากเชิญผู้ที่เคาะประตูอยู่ภายนอกโดยไม่ได้หันไปมอง ดวงตาทั้งสองข้างยังคงจับจ้องอยู่กับการแข่งขัน F1 สุดโปรดที่บรรดาเพื่อนร่วมวงต่างช่วยกันบันทึกเทปไว้ให้เมื่อตอนที่เขายังนอนไม่ได้สติ และตัวเขาเองก็เพิ่งจะมีโอกาสได้มาไล่เก็บดูเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง
แต่แล้ว ภาพที่เห็นจากหางตา ก็ทำให้ร่างบางต้องละสายตาจากจอเพื่อหันไปดูจนได้ เมื่อฝ่ายที่เข้ามา หยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูโดยไม่ยอมขยับเขยื้อนและไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาอีก
“เพื่อน Hyde นั่นเอง มีธุระอะไรที่นี่อีก” Ino ส่งเสียงถามไปเรียบ ๆ ก่อนจะหันไปสนใจกับจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าอีกครั้ง ปล่อยให้ชายหนุ่มเจ้าของสรรพนามแปลกประหลาดยืนอึ้งพูดไม่ออกอยู่อย่างนั้น วันนี้เขาอุตสาห์ตั้งใจจะมาพูดด้วยดี ๆ เพราะเมื่อวานกลับไปนั่งคิดแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่ค่อยจะดีนัก แล้วนี่มันอะไร
“ฉันชื่อ Ken ไม่ต้องมาเรียกประชดแบบนั้นก็ได้ ส่วนธุระที่มาถึงนี่ ก็เรื่องเดียวกับเมื่อวาน Onose อยู่ไหน?”
“ไม่รู้” คำตอบสั้น ๆ นั้นทำเอาคนฟังเส้นกระตุกยืนอึ้งไปอีกครั้ง Ken สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจก่อนจะถอนใจแรงออกมา
“OK ถ้านายยังไม่รู้ ฉันก็จะรอจนกว่านายจะรู้” พูดจบชายหนุ่มก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาโดยไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญ เจ้าของห้องที่ทำท่าไม่ใส่ใจอยู่เมื่อครู่ถึงกับต้องละสายตาจากจอทีวีมาอีกครั้ง
“ไม่รู้ก็คือไม่รู้ ต่อให้มานั่งรอก็ไม่ทำให้ฉันรู้ขึ้นมาได้หรอก กลับไปได้แล้ว” Inoran จบคำพูดด้วยการออกปากไล่ออกมาอย่างไม่เกรงใจ
Ken เหลือบตาขึ้นมองคนพูดนิด ๆ ก่อนจะคว้าหนังสือพิมพ์ที่อยู่บนโต๊ะมานั่งอ่านด้วยท่าทางไม่สนใจ เสียงเครื่องยนต์ F1 จากจอทีวีดังเพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหันดวงตาเรียวรีแอบมองผ่านหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่ตรงหน้าก็เห็นว่าฝ่ายนั้นเพิ่งจะทิ้งรีโมทลงบนเตียงหลังจากจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น คงหวังให้เขาทนไม่ได้แล้วกลับไปนั่นเอง
เสียงพยาบาลสาวที่เคาะประตูเข้ามาเตือนเรื่องเสียงที่ดังออกไปภายนอก ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังหนังสือพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ หลังจากเสียงจากจอทีวีลดลงพร้อม ๆ กับพยาบาลที่ออกไปจากห้อง
Ino นั่งหน้าหงิกอย่างที่ไม่เคยมีใครจะมีโอกาสได้เห็นนัก ก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างยุกยิกลงไป พอเรียบร้อยก็โยนไปวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
“ไปนั่งรอหน้าบ้าน J เลยไป” คำพูดของร่างบางที่นั่งอยู่เตียง เรียกให้ Ken หยิบเอากระดาษที่ถูกโยนมาวางแปะตรงหน้าขึ้นมาดู จึงได้เห็นว่าเป็นที่อยู่ คาดว่าน่าจะเป็นคอนโดของ J นั่นเอง รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที พร้อม ๆ กับกระดาษแผ่นนั้นถูกวางลงที่เดิม
“หมอนั่นคงไม่อยู่ที่บ้านหรอกใช่มั้ย ? ไม่อย่างนั้นนายคงไม่กล้าให้ฉันไปหาอย่างนี้” Ken เอ่ยปากถามอย่างรู้ทัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย
“รอที่นี่หมอนั่นก็ไม่มา” พูดจบ Inoran ก็ล้มตัวลงนอนพลิกตะแคงหันหลังให้อีกฝ่ายทันที โดยไม่ลืมที่จะคว้าเอาเจ้า Totoro ตัวใหญ่ที่เพื่อนรักเคยซื้อมาให้ตอนที่เขายังหลับอยู่มากอด Ken มองภาพนั้นอย่างขำ ๆ มือกีตาร์หน้าตายของวงร็อคชื่อดังนอนกอดตุ๊กตาประหลาดไม่ได้เข้ากับภาพพจน์สักนิดเดียว ชายหนุ่มเก็บซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป
<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>
“Hyde เสร็จรึยัง ? “ เสียงหัวหน้าวงตะโกนเรียกเมื่อรับหน้าที่มาพาเจ้าตัวเล็กไปสตูดิโอ ถึงแม้จะรู้ว่า Hyde คงยังไม่มีใจที่จะทำอะไรเวลานี้แต่ก็ยังดีกว่าจะปล่อยให้อยู่คนเดียวแล้วคิดฟุ้งซ่านไปเองต่าง ๆ นานา และคงอีกนานกว่า Hyde จะทำใจยอมรับเรื่องราวทุกอย่างได้ว่าคน ๆ นั้นจากไปแล้วจริง ๆ
“เสร็จแล้ว “ เสียงตอบรับเบา ๆ พร้อมกับร่างเล็กที่เดินลงมาจากห้องนอนชั้นบน
“งั้นไปกัน” Tetsu เอ่ยปากชวนพร้อมกับคว้าข้อมือเพื่อนพาไปขึ้นรถขับตรงดิ่งไปยังสตูดิโอทันที ระหว่างทางที่ไปร่างเล็กได้แต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย จนคนขับที่หันมามองเป็นระยะ ๆ ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจแทน อดรู้สึกสงสารไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็น Hyde มีสภาพอย่างนี้มาก่อน
“Te-Chan…” น้ำเสียงแผ่ว ๆ ที่ออกมาจากริมฝีปากบางเรียกให้เจ้าของชื่อละสายตาจากท้องถนนเบื้องหน้าเหลียวมามองเล็กน้อย
“หืมม์” Tetsu ตอบรับเบา ๆ ในลำคอ
“นายช่วยจัดการเรื่องคอนโดที่ฉันเคยพักตอนที่เกิดเรื่องทีสิ ฉันจะกลับไปอยู่ที่นั่น”
“ทำไม ? นายไม่อยากอยู่บ้านแล้วเหรอ “ Tetsu ถามกลับ
“อืม ไม่อยากอยู่” Hyde ตอบรับเบา ๆ พร้อมกับหันหน้าเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นชั่วระยะเวลาไม่กี่วัน แต่สถานที่ที่เคยมีภาพของอีกฝ่ายอยู่ กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า เขาทนไม่ได้ที่จะอยู่กับภาพความทรงจำเก่า ๆ เมื่อนึกไปถึงที่ ๆ ชายหนุ่มเคยนั่ง เคยสัมผัส เตียงนอนหนานุ่มของเขาที่ J เคยนอนและโอบกอดเขาเอาไว้ มันเป็นเหมือนภาพฝันแสนหวานที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกับความจริงว่าข้างกายเขาว่างเปล่าไม่มีคนที่เคยโอบกอดเขาเอาไว้อีกแล้ว
“ได้ แล้วฉันจะรีบจัดการให้ “ Tetsu ตอบตกลงจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ทันที และเมื่อไม่รู้จะสรรหาคำใดมาปลอบโยน Tetsu จึงได้แต่นิ่งเงียบคงต้องรอให้เวลารักษาแผลใจของ Hyde ให้หายไปเอง
“มากันแล้วเหรอ” เสียงทักทายอย่างอารมณ์ดีของ Yukky เมื่อเห็นคนทั้งคู่ก้าวเข้ามาในสตู ฯ ร่างเล็กเดินไปทรุดนั่งลงบนโซฟาท่าทางยังเหม่อลอยและไม่พร้อมที่จะเริ่มทำอะไร ยิ่งทำให้เพื่อนทั้งสองคนเป็นห่วงสารพัด จนต้องลอบถอนใจออกมาทั้งคู่
“แล้ว Ken-Chan ไปไหน ? “ หัวหน้าวงเอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีเมื่อไม่เห็นร่างของมือกีตาร์หน้าแมวอยู่ในสตู ฯ
“ไม่รู้สิ เมื่อวานก็หายไปทีแล้วแถมตอนกลับมาท่าทางอารมณ์เสียน่าดูไม่รู้ไปทำอะไรมา” Yukky ตอบกลับพลางคิดไปถึงเมื่อวานที่เจอ Ken หน้าหงิกกลับมาสตู ฯ
“งานตอนนี้คงต้องชะลอไปก่อน Hyde ดูไม่ไหวเอาเลย” Tetsu วกกลับมาคุยเรื่องนักร้องนำร่างเล็กอีกครั้ง Yukky หันมองตามสายตาของอีกฝ่ายไป แล้วก็ต้องพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย
“Te-Chan นายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับ Hyde มีอะไรที่มันไม่ธรรมดามั้ย”
“หืม ถามแปลก มันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วแหละ ธรรมดามันจะเป็นเรื่องเหรอ” Tetsu ตอบกลับไปอย่างงง ๆ
“ไม่ใช่ ฉันหมายถึง หมอนั่น J น่ะ ไม่ได้คิดอะไรกับเจ้าตัวเล็กจริง ๆ เหรอ”
“ถ้าคิดมันคงไม่ทิ้งไปหรอก แล้ว Hyde ก็บอกแล้วว่ามันอาจจะชอบอยู่กับ Ino สองคนนั่นร่วมมือกันทำเรื่องที่น่าทุเรศมาก” Tetsu เผลอทุบโต๊ะปังใหญ่เพื่อระบายอารมณ์ ร่างเล็กที่นั่งเหม่ออยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับหันมามอง
“ไม่มีอะไรหรอก Hyde อืม เพลงใหม่น่ะ ดูให้หน่อยสิตรง intro ฉันว่ายังไม่ค่อยดี” Yukky รีบคว้าโน้ตเพลงส่งให้เพื่อน ทางเดียวที่จะดึงอีกฝ่ายให้หลุดจากเรื่องหมกมุ่นในหัวได้ ก็คงต้องหาอะไรให้ทำ ถึงจะเล็กน้อย ๆ แต่อย่างน้อยหัวจะได้ไม่ว่างจนเกินไป
“โทษทีว่ะ พูดถึงแล้วมันอดโมโหไม่ได้” Tetsu เอ่ยขอโทษเพื่อนร่างผอมที่เดินกลับมานั่งลงตรงหน้าอีกครั้ง
“อืม ฉันเข้าใจ” Yukky โบกมือไปมาเบา ๆ”Te-chan ฉันพูดจริง ๆ ใจฉันยังคิดว่าคนเราถ้าไม่รู้สึกดี ๆ บ้าง คงทำให้อีกฝ่ายรักตัวเองไม่ได้มากขนาดนี้ นายดู Hyde ตอนนี้สิ ถ้าฝ่ายนั้นไม่ดีกับคนของเรา Hyde จะเป็นไปได้ขนาดนี้เหรอ โอย พูดเองฉันก็สับสนนะเนี่ย พอจะเข้าใจที่ฉันพูดมั้ย” Tetsu นิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับกลับไป
“แล้วทำยังไงเราถึงจะรู้ได้ล่ะ ว่าหมอนั่นคิดยังไงกับ Hyde กันแน่ ไอ้ Ken ก็ดันไม่อยู่ซะอีก พอมีเรื่องจะปรึกษาล่ะหายหัวทุกที”
<<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
เสียงประตูห้องพักคนไข้เปิดออกหลังจากมีเสียงเคาะประตูตามมารยาทมาหนึ่งครั้ง Inoran หันไปมองก่อนจะเมินหน้าหนีด้วยความเซ็ง ชีวิตประจำวันที่แสนน่าเบื่อของเขาในโรงพยาบาล สองสามวันมานี้กลับยิ่งทวีความน่าเบื่อจนอยากจะหลับไม่ตื่นให้รู้แล้วรู้รอดไป
“น่าจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่นี่เลยนะ” เสียงพูดไปเรียบ ๆ เมื่อเห็นข้าวของที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมา ทั้งหมอน ทั้งรูปภาพแมวตั้งโต๊ะ รวมกับหนังสืออีกตั้งที่ขนมาตั้งแต่เมื่อวาน Ken เงยหน้าขึ้นมองคนพูดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“นิสัยแบบนี้นี่เอง มิน่าถึงไม่เห็นใครโผล่มาเยี่ยมสักคน”
Inoran หันขวับมามองทันที ตลอดสองสามวันมานี้ที่ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาก็เพราะเขาขอเอาไว้เอง แต่ละคนกำลังจะออกผลงานส่วนตัวกัน จึงไม่อยากจะให้เพื่อนต้องมาคอยเป็นห่วงเขาอีก เพราะอีกไม่กี่วันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว กำลังจะอ้าปากเถียงออกไป แต่คิดอีกทีไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องมาแก้ตัวกับคน ๆ นี้ เจ้าตัวจึงได้แต่หันกลับไปพร้อมกับค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนตามความเคยชิน
Ken มองท่าทางประหลาด ๆ ของอีกฝ่ายก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง เขารู้ว่าร่างบนเตียงอยากเถียงใจจะขาด แต่ด้วยนิสัยเฉย ๆ หรือไม่อยากให้เขาคิดว่าตัวเขาเป็นต่อก็ไม่รู้ที่ทำให้ฝ่ายนั้นเลือกที่จะเงียบ ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชุดคนไข้ตัวใหญ่มากเกินไปหรือคนสวมใส่ตัวผอมบางเกินไปกันแน่ถึงได้ดูไม่พอดีตัวนัก
จากนั้นระหว่างคนทั้งสองก็มีแต่ความเงียบเข้ามาแทนที่ ชายหนุ่มเลือกหยิบหนังสือที่ตัวเองเตรียมมาขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา เพราะมัวแต่มาเฝ้า Ino เพื่อจะได้มีโอกาสพบหน้ากับ J ทำให้เขาแทบไม่ได้ทำงานทำการ และเพราะตัว Hyde เองก็ยังคงไม่มีใจจะลุกขึ้นมาทำอะไรในเวลานี้ นั่นเลยเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาปลีกตัวมาได้ และ J ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ Hyde ต้องเป็นอย่างนั้น เขาแค่อยากจะให้คนทำรับรู้บ้างว่าได้ทำให้ใครคนหนึ่งเจ็บเจียนตายจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน
เสียงพลิกกายเบา ๆ จากร่างที่นอนอยู่บนเตียง เรียกให้สายตาของชายหนุ่มละจากหนังสือชั่วครู่ ภาพที่เห็นทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว ใบหน้ายามหลับของอีกฝ่ายพร้อมกับวงแขนที่กอดรัดเจ้า Totoro ตัวใหญ่เอาไว้อย่างหวงแหนเป็นภาพที่น่ามองมากจริง ๆ
น่ารักดี
Ken เผลอปล่อยความคิดบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป เขาไม่ได้มานั่งอยู่ที่นี่เพื่อคิดหรือทำแบบนี้!!! ชายหนุ่มวางหนังสือในมือลงก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สองขาพาตนเองเดินออกไปนอกห้องพักผู้ป่วยเรื่อยลงมาจนถึงสวนพักผ่อนของโรงพยาบาล ชายหนุ่มจุดบุหรี่ขึ้นสูบพลางขบคิดไปถึงสิ่งที่เขากำลังทำ การที่เขามาคอยเฝ้า Inoran ก็เพราะต้องการพบกับ J เพราะเขาต้องการให้ชายหนุ่มผมทองรับผิดชอบอะไรบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยเพื่อนเขาให้จมอยู่กับความเศร้าเพียงคนเดียว
แต่เมื่อลองย้อนมาคิดอีกทีเขาตัดสินใจทำเรื่องนี้เพียงลำพัง บางทีอาจเป็นเขาก็ได้ที่คิดผิด การเรียกร้องให้ J มารับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ต้องการ นั่นจะยิ่งเป็นการทำให้ Hyde เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิมรึเปล่า ? ถ้าต้องเผชิญหน้ากับ J อีกครั้งและได้รับการปฏิเสธเหมือนเดิม ถึงจะโมโหจนรู้สึกอยากจะตั๊นหน้าไอ้หัวทองนั่นสักที แต่ทำแบบนั้นไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา อย่างมากก็แค่ได้ระบายอารมณ์โกรธของตนเองเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ Hyde มีความสุขจริง ๆ ได้แม้แต่น้อย
ชายหนุ่มทรุดนั่งลงกับม้านั่งยาวในสวนพักผ่อน พ่นควันสีขาวยาวลอยอ้อยอิ่งในอากาศ พร้อมกับเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย บางทีการปล่อยให้เวลาช่วยรักษาแผลใจของ Hyde คงดีกว่า เพราะเขาเองก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้
Ken หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อนึกขำกับการกระทำของตัวเอง ที่ทำเหมือนพ่อห่วงลูกสาว ที่ถูกทิ้ง แต่แล้วก็ต้องนึกแปลกใจจากเรื่องที่ Hyde เล่าให้ฟังทำให้เดาได้ว่า J กับ Inoran เป็นคนรักกัน แต่ทำไมถึงไม่เห็น J โผล่มาเยี่ยม Inoran เลยสักวัน หรือเพราะรู้ว่าอาจจะมีใครบางคนมาโวยวายอย่างที่เขากำลังพยายามจะทำ J เลยหลบหน้าไปก่อน หรือว่าสองคนนี้จะรู้กัน วันแรกที่เขามา Ino อาจติดต่อบอกไม่ให้ J มาที่นี่ก็ได้
หึ ร้ายน่าดู
Ken คิดค่อนขอดอีกฝ่ายในใจ ทั้งที่ท่าทางก็เฉย ๆ หน้าตาก็น่ารักดี แต่ทำไมถึงได้ทำเรื่องร้าย ๆ อย่างนั้นได้ ไม่ว่าจะปิด
บังเรื่องที่อยู่ของ J หรือรวมหัวกับ J เรื่องของ Hyde พอคิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็มีเรื่องให้เริ่มแปลกใจอีกครั้ง ถ้าเป็นคนรักกันทำไมถึงยอมให้ J ไปยุ่งกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัว Inoran เองก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว พอรู้เรื่องการกระทำของ J ก็น่าจะโกรธบ้างหรือสั่งให้ J เลิกยุ่งกับ Hyde แต่ไม่เพียงไม่โกรธยังยอมให้ J ติดต่อกับ Hyde ต่อไปอีก เหตุผลแค่ว่าเพราะตัวเองยังป่วยอยู่มันฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ ธรรมดาคนรักกันจะทนยอมให้คนรักของตัวเองไปกอดคนอื่นอย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่ Inoran จิตใจเลวร้ายกว่าที่คิด ก็น่าจะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่านั้น
ชายหนุ่มอัดบุหรี่เข้าปอดหนักขึ้นก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาเป็นวง เขาไม่เข้าใจคนคู่นี้จริง ๆ เพราะถ้าเป็นเขาคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้คนที่ตัวเองรักไปกอดคนอื่น
Ken หยุดความคิดลงแค่นั้นเมื่อขบคิดไปก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แท้จริงให้กับตัวเองไม่ได้ เพราะเขาเองก็ฟังความจากทาง Hyde ข้างเดียวไม่เคยรับรู้ความสัมพันธ์จริง ๆ ของสองคนนั่น ตราบใดที่ไม่ได้รู้ความจริงจากปากของ Inoran หรือ J
บางทีสองคนนี่อาจไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเพื่อน
รอยยิ้มเยาะ ๆ ปรากฏขึ้นเล็กน้อย ทำไมเขาจะต้องหวัง ไม่อยากให้ Ino เป็นอะไรกับ J มากกว่าความเป็นเพื่อนด้วย!!! Ken ดีดบุหรี่ทิ้งลงกับพื้นก่อนใช้ปลายเท้าขยี้ดับให้เรียบร้อย พร้อมกับหันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ย่างเท้าออกมา
TBC
ps. นึกหน้าอิโนะตอนสาว ๆ นะ -*- ตอนนี้คงจิ้นยากกหน่อยยย |
|
|